ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 35 : บทที่ 35 ขอแค่แอบมอง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    23 ธ.ค. 53

 บทที่ 35 ขอแค่แอบมอง

รถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิงแล่นฉิวมาตามถนนรัชดาภิเษก ก่อนจะมาจอดอย่างสงบนิ่งอยู่บนลานจอดรถด้านหน้าคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ธามกดปุ่มคันโยกด้านข้างปรับเบาะพนักพิงให้เอนหงายหลังไปจนสุดแล้วไล่สายตาขึ้นทอดมองไปยังตึกสูงระฟ้าเบื้องหน้าซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนนภาสีดำสนิท ดวงจันทร์นวลระเรื่อที่เคยฉายแสงสาดส่องลงมายังพื้นโลกถูกเมฆหมอกสีขาวเทาที่ลอยตัวลดต่ำลงมาปกคลุมไว้จนแสงเหลืองทองทอประกายลงมาอย่างแทบริบหรี่ ทั้งยังไร้ซึ่งแสงของเหล่าดวงดาราน้อยใหญ่ที่เคยพร่างพราวอยู่บนแผ่นฟ้าคล้ายดั่งอัญมณีเม็ดงามบนผืนผ้ากำมะหยี่ ราวกับว่ากำลังจะมีพายุฝนก่อตัวขึ้นมาในอีกไม่ช้าไม่นานนี้

ชายหนุ่มประสานมือไว้ใต้ศีรษะ พลางถอนหายใจยาวออกมาอย่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเองและสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ความทรงจำของเขาหมุนย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์อันน่าประหลาดใจบนรถคันงามเมื่อครู่

ธามจำได้ว่าเขาชวนสองลูกน้องคนสนิทเข้าไปดื่มกินและเต้นรำอยู่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านรัชดา จากนั้นก็รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวนางหนึ่งในชุดเดรสซีทรูสีดำสนิทที่แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่เย้ายวนใจที่เป็นฝ่ายรุดเข้ามาหาเขาเองโดยไม่จำเป็นต้องเชื้อเชิญ จากนั้นอารมณ์หวามไหวก็ถูกจุดประกายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาจูงมือหญิงสาวคนนั้นเดินตามมาที่รถของตัวเองก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มเกมเปลื้องผ้าตามประสาเพลย์บอยหนุ่มผู้รักสนุกแต่ไม่คิดผูกพัน

แต่เมื่อชายหนุ่มออกตัวไปยังไม่ทันได้ถึงครึ่งทาง ภาพใบหน้างามของสไตลิสต์สาวจอมอวดดีก็ปรากฏวาบขึ้นมาในใจของเขา ทำให้อารมณ์วาบหวิวที่มีต่อหญิงสาวชุดดำสุดแสนเซ็กซี่เมื่อครู่นั้นกระจัดกระจายหายไปโดยพลันอย่างไม่ทราบสาเหตุ ธามหยุดชะงักการยั่วเย้าโลมเล้าอารมณ์ที่กำลังทำให้กับคนตรงหน้า เรียกเสียงร้องประท้วงอย่างขัดใจดังขึ้นมาจากเจ้าของเรือนร่างเปล่าปลือยที่นอนบิดกายไปมาอยู่บนเบาะที่นั่งด้านข้างคนขับภายใต้ร่างแกร่งของเขา

“หยุดทำไมคะ ทำต่อสิฉันกำลังรู้สึกดีเลยนะ”

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองคนที่กำลังร้องครวญสลับกับครางเสียงกระเส่าอย่างพึงพอใจเมื่อเขาพยายามที่จะเล้าโลมเธอต่อ แต่ไม่ทันไรภาพของรวินันท์ก็ผุดพรายขึ้นมาในห้วงความคิดของธามอีกครั้งและคอยแต่จะรบกวนจิตใจเขาให้ฟุ้งซ่านเสียสมาธิที่กำลังจดจ่ออยู่กับร่างอวบอั๋นอันแสนน่ารัญจวนนั้น จนต้องจำใจหยุดการกระทำทุกสิ่งอย่างของตัวเองลงสิ้นเชิงเมื่อชักเริ่มรู้สึกไม่พึงปรารถนาต่อคนที่นอนร้องครวญครางอยู่ด้านล่างนั้นอีกต่อไปแล้ว

“ขอโทษนะ แต่ผมหมดอารมณ์แล้ว คุณกลับไปเถอะ”

 ชายหนุ่มพูดตัดบทพร้อมกับขยับตัวพลิกกลับมานั่งประจำที่ของตัวเองด้วยน้ำเสียงห้วน รู้สึกเซ็งในอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก ทำเอาหญิงสาวที่กำลังนอนหลับตาพริ้มเผยอปากอวบอิ่มร้องครางอย่างเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเขาถึงกับอารมณ์ค้าง หันมาเอ่ยถามคนที่กำลังพาเธอข้ามผ่านเส้นทางอันน่าหฤหรรษ์แล้วจู่ๆ ก็กลับปล่อยเธอโยนทิ้งเอาไว้ที่ข้างทางโดยไม่มีท่าทางสนใจไยดีผิดกับเมื่อครู่ก่อนที่ทำท่าราวกับต้องการครอบครองตัวเธออย่างลิบลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เป็นอะไรของคุณเนี่ย มาหยุดเอากลางคันแบบนี้แล้วแอปเปิลทำจะยังไง ไม่รู้ล่ะ คุณต้องทำต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ท่าทางเกรี้ยวกราดของหญิงสาวนามว่า แอปเปิล ที่พยายามออกคำสั่งกับเขานั้น ทำให้เจ้าของรถคันงามไม่พอใจเป็นอันมาก แม้จะรู้สึกผิดที่เขาหยุดเกมรักเร่าร้อนนั้นลงดื้อๆ พานทำให้อารมณ์วาบหวามของหญิงสาวตกอยู่ในสภาพค้างคาไม่ถึงฝั่งฝัน แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์มานั่งพูดจาถนอมน้ำใจใครในเวลาที่ความรู้สึกสับสนประดังประเดกันเข้ามาเหมือนอย่างตอนนี้

“ผมทำต่อไม่ได้แล้ว เอาอย่างนี้แล้วกัน ถือว่าเงินนี่เป็นค่าเสียหายแล้วก็ค่าทำขวัญที่ผมทำให้คุณอารมณ์ค้าง โอเคไหม?ตอนนี้ผมอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว คุณรีบใส่เสื้อผ้าให้เสร็จแล้วก็ออกไปจากรถผมได้แล้ว”

เมื่อเห็นว่าสาวเจ้ายังคงทำหน้างง นั่งนิ่งอย่างไม่เข้าใจ ธามจึงได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างหงุดหงิด จึงได้แต่หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาพลางควักธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาราวสามสี่ใบแล้วยื่นส่งให้หญิงสาวที่ทำหน้างงอยู่ด้านข้าง ก่อนจะโบกมือพร้อมกับเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ

ต่อ

รอจนกระทั่งสาวชุดดำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยและเปิดประตูเดินลงไปจากรถคันเก่งของเขาด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่พอใจ ชายหนุ่มจึงกดปุ่มเปิดประทุนให้หลังคาเลื่อนลงไปพับเก็บในช่องด้านหลังเบาะราวกับจะระบายไอร้อนและกลิ่นน้ำหอมฉุนจากกายของหญิงสาวที่เพิ่งเดินจากไป แล้วเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูแบบเปียกในลิ้นชักใต้คอนโซลหน้ารถมาเช็ดคราบเลอะเทอะที่มือขวาของตนและบนเบาะหนังสีครีมออกแล้วรีบโยนทิ้งลงถังขยะอย่างรังเกียจ ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์และออกรถไปทะยานพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างไร้จุดหมาย

“แล้วเรามาที่นี่ทำไมกันนะ”

ธามพึมพำถามตัวเองเบาๆ สายตายังคงจับจ้องไปยังห้องชุดหลังหนึ่งซึ่งอยู่บนชั้นสิบห้า แสงไฟจากในห้องมืดสนิททำให้ชายหนุ่มคิดไปว่าป่านนี้หญิงสาวเจ้าของห้องคงนอนหลับฝันดีอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นสบายใจเฉิบไปแล้ว ผิดกับเขาที่ต้องมานอนตากน้ำค้างอยู่ตรงนี้ สายลมเย็นเยียบพัดผ่านเข้ามาสัมผัสผิวกายขาวเนียนของชายหนุ่มภายใต้เสื้อยืดคอปกตัวบางทำให้ร่างสูงเพรียวที่เอนกายนอนเหยียดยาวอยู่บนเบาะนั่งฝั่งคนขับถึงกับสั่นสะท้านขนลุกชันขึ้นมาด้วยความหนาว มือใหญ่เลื่อนตำแหน่งจากใต้ศีรษะของตนมาลูบต้นแขนพลางกอดอกเพื่อสร้างความอบอุ่น แต่ไม่รู้ทำไมภายในใจกลับรู้สึกหนาวเหน็บราวกับยืนลำพังโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางพายุหิมะก็ไม่ปาน 

แม้เปลือกตาที่มีแพขนตายาวงอนงามบนใบหน้าหวานราวผู้หญิงนั้นจะปิดลง ทว่า สมองของชายหนุ่มกำลังทำงานอย่างหนักจนเห็นร่องรอยขมวดเป็นปมที่ตรงหว่างคิ้วทั้งสองข้าง ธามพยายามครุ่นคิดหาสาเหตุว่าทำไมเมื่อครู่ในขณะที่เขากำลังจะมีความสัมพันธ์ทางกายกับหญิงสาวแปลกหน้าในชุดดำสุดเซ็กซี่นั้น กลับมีภาพใบหน้าของรวินันท์ลอยเด่นขึ้นมากลางใจเขาจนฝืนทำอะไรต่อมิอะไรกับเรือนร่างเปลือยเปล่าน่าเย้ายวนใจนั้นต่อไปมิได้ และจำต้องหยุดลงกลางคันปล่อยให้ฝ่ายนั้นอารมณ์ค้างจากไปอย่างหัวเสีย ทั้งที่โดยปกติแล้วลองได้มีหญิงสาวคนไหนตกมาถึงมือเขา ก็ยากที่จะปล่อยเจ้าหล่อนให้เดินจากไปโดยง่ายทั้งที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากไปกว่าการเล้าโลมเช่นนี้

เมื่อสมองใช้ไม่ได้ผลธามจึงเปลี่ยนมาลองใช้หัวใจตอบคำถามดูบ้าง ก่อนจะได้พบกับคำตอบที่น่าประหลาดใจเมื่อมันเอาแต่เต้นรัวเร็วและสะเทือนไปทั้งอกด้านซ้าย เพียงแค่เขามองไปยังคราบรอยเปื้อนสีน้ำตาลจางๆ ที่ยังคงฝังแน่นอยู่บนเบาะหนังสีครีมด้านข้าง พลางนึกจินตนาการไปถึงเจ้าของรอยคราบด่างดวงในค่ำคืนที่สายฝนโปรยปรายโหมกระหน่ำเท่านั้น

“…It's just a little crush (crush)
Not like I faint every time we touch
It's just some little thing (crush)
Not like everything I do depends on you
Sha-la-la-la, Sha-la-la-la…”

               

                เสียงเพลงรักในทำนองจังหวะเต้นรำกับเนื้อหาที่ชวนเคลิ้มฝันดังขึ้นมาในโสตประสาทของธาม ยิ่งทำให้ใบหน้างามของสไตลิสต์สาวในมโนภาพของเขาชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่านัก ชายหนุ่มแทบไม่อยากเชื่อว่าเพียงไม่กี่วันที่ได้พบกับรวินันท์ เธอจะสามารถแทรกซึมเข้ามาในประตูห้องหัวใจที่ปิดตายมานานของเขาทีละน้อยและคอยแต่จะตามรังควานปั่นป่วนรบกวนจิตใจเขาไปแทบทุกที่ไม่ว่าเขาย่างกรายไปทางไหน ไม่เว้นแม้แต่เวลาเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างเมื่อครู่นี้ ที่ทำเอาความต้องการของเขาหยุดชะงักลงทันทีเหมือนร่างกายรับรู้และจดจำเอาไว้แล้วว่าไม่สามารถจะทำเรื่องแบบนั้นกับคนอื่นได้อีกนอกจากเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น หรือว่าบางทีเขาอาจจะตกหลุมรักหญิงสาวขึ้นมาแล้วก็เป็นได้

ธามถามตัวเองอีกครั้งและได้ยินเสียงข้างในใจที่ดังยืนยันตอบกลับมาอย่างหนักแน่น ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงใจ แต่ไม่ทันไรใบหน้าของภวัฐก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา ราวกับจะย้ำเตือนให้รู้ว่าเขากำลังทำผิดเพราะดันไปแอบหลงรักคนมีเจ้าของแล้ว เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็ถึงกับตีหน้ายุ่งด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดีกับชีวิตของตน ที่ดอกรักยังไม่ทันเริ่มบานก็เห็นวี่แววว่าจะถูกถอนโค่นทิ้งลงมาเสียแล้ว

ต่อ

หลังกลับมาจากบ้านของมารดาแล้ว รวินันท์ก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องเฝ้าครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นบนสนามหญ้าด้านหลังบ้าน เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าทำไมทุกครั้งที่เผลอจึงเอาแต่นั่งเหม่อใจลอยลูบไล้บนริมฝีปากตัวเองและนึกเปรียบเทียบความรู้สึกที่เกิดจากจุมพิตของผู้ชายสองคนอยู่อย่างนี้ และแปลกใจตัวเองเป็นอันมากที่นึกชอบบทจูบร้อนแรงดั่งเพลิงของประธานหนุ่มเจ้าของบริษัท รถยนต์จอมฉวยโอกาสที่ควรจะรังเกียจเพราะเขาบังอาจขืนใจเธอมากกว่าจุมพิตนุ่มนวลและแผ่วเบาราวปุยนุ่นของฟู้ดสไตลิสต์หนุ่มซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรักได้อย่างไรกัน

ความรู้สึกผิดต่อชายหนุ่มคนรักก่อตัวขึ้นในใจของสไตลิสต์สาว เธอจึงพยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไปจากหัวแล้วหันมาให้ความสนใจทุ่มเทกับงานออกแบบชุดที่วางกองอยู่ตรงหน้าจนเวลาล่วงเลยมาถึงค่ำมืดดึกดื่น ด้วยความหวังว่าจะรีบทำให้มันเสร็จๆ ไปเสีย เธอจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้าคนที่ทำให้จิตใจไขว้เขวจนเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้อีกแล้ว แต่พอลงมือร่างภาพชุดสำหรับนางแบบโฆษณาไปได้ไม่ทันไร ภาพของธามก็มักจะลอยเข้ามาวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึงของเธออยู่ร่ำไปไม่ยอมจางหายไปเสียที

เช่นเดียวกับภวัฐ ที่เอาแต่นิ่งขรึมทำงานของตนอยู่ในห้องเงียบๆ ตามลำพังและหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับแฟนสาว เพราะความรู้สึกผิดยังคงฝังแน่นอยู่ในใจราวกับมีชนักปักหลัง ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่จำเป็นต้องเก็บมานั่งเครียดอยู่คนเดียวแบบนี้ด้วยซ้ำไป

หากเป็นคนอื่นคงบอกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามสัญชาตญาณของคนรักกัน ซึ่งไม่อาจปิดบังความต้องการอยากครอบครองเป็นเจ้าของแม้กระทั่งอยากลิ้มลองความหอมหวานจากเรียวปากอิ่มของหญิงสาวคนรักได้ แต่ไม่ใช่กับภวัฐ ชายหนุ่มผู้แสนซื่อซึ่งถูกอบรมสั่งสอนมาจากครอบครัวว่าควรให้เกียรติผู้หญิงมากกว่าจะถือเอาอารมณ์ความต้องการของตนเองเป็นที่ตั้ง จึงทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างไรพิกลยามต้องมาเจอหน้ากับเธอ เช่นดังเช้าวันนี้ที่ทั้งคู่จะต้องออกไปทำงานพร้อมกัน  

อรุณสวัสดิ์ค่ะวัฐ พอดีเมื่อคืนวิทำงานถึงเช้าเลยตื่นสายไปหน่อยต้องขอโทษด้วยนะคะ วัฐไปก่อนก็ได้นะคะเดี๋ยวจะสาย

รวินันท์โผล่หน้าออกมาหลังบานประตูที่เปิดแง้มเอาไว้เพียงเล็กน้อย และเป็นฝ่ายเอ่ยทักแฟนหนุ่มก่อนพลางส่งยิ้มน้อยๆ ให้เขา

“คือ...เอ่อ...ที่จริงวันนี้ผมก็ไม่ได้รีบอะไร จะให้ผมรอวิแต่งตัวเสร็จก่อนก็ได้นะครับ”

รอยยิ้มพิมพ์ใจจากคนในห้องที่ส่งตรงมาให้เขา ทำเอาหัวใจของภวัฐสั่นระรัวไหวจนเต้นแทบไม่เป็นจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตของชายหนุ่มคอยแต่จะจับจ้องมองไปยังริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาเพิ่งมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสชาติความหวานหอมนุ่มละมุนมาหมาดๆ เมื่อคืนก่อน ยามนี้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นแมลงตัวน้อยที่ถูกแมงมุมสาวเจ้าเสน่ห์ชักใยล่อลวงเอาไว้ให้เข้ามาติดกับดักและต้องยอมศิโรราบอยู่ภายใต้อำนาจของเธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้

“ถ้างั้นวิขอเวลาสิบนาทีนะคะ”

ชายหนุ่มผมยาวพยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบพร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมให้แฟนสาว เวลานี้ไม่ว่ารวินันท์จะพูดอะไรออกมาเขาก็พร้อมที่จะยอมคล้อยตามเธอไปเสียทุกอย่าง ราวกับทาสหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อผู้เป็นนายเหนือหัวของตนก็ไม่ปาน

ต่อ

เสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังยาวอย่างต่อเนื่องและเนิ่นนานทำให้คนที่นอนซมอยู่บนเตียงเพราะถูกเล่นงานด้วยพิษไข้นั้นเริ่มรู้สึกรำคาญเต็มที ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยอาการมึนงงพลางเดินโซซัดโซเซมาที่หน้าต่างเพื่อดูว่าใครมากดออดรบกวนเขาอยู่นานสองนานจนไม่อาจทนนอนหลับต่อไปได้เพราะความหนวกหู มือใหญ่ยกขึ้นมาขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะเพ่งสายตามองไปยังหน้าประตูบ้าน ก็พบว่าสาวน้อยลูกคุณหนูเพื่อนสนิทของเขานั่นเองที่เป็นต้นเหตุของเสียงกริ่งอันน่ารำคาญในเช้าวันนี้ ในมือของหญิงสาวมีสารพัดถุงที่หอบหิ้วมาพะรุงพะรังราวกับว่าไปเหมาซื้อสินค้ามาเสียจนหมดร้าน

“เข้ามาเลยครับเมนี่ ประตูไม่ได้ล็อก”

ธามตะโกนบอกคนที่ยืนรีรออยู่หน้าบ้าน แล้วจึงรีบเดินกลับมาล้มตัวลงนอนต่อที่เตียงเมื่ออาการปวดศีรษะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานเจื้อยแจ้วของมณิการ์ดังนำมาก่อนตัว

“อาการยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอคะธาม ไหนดูซิ หืม ตัวยังร้อนอยู่เลยนี่คะ ให้เมนี่พาไปหาคุณหมอดีกว่านะ”

เมื่อวางบรรดาถุงกับข้าวรวมทั้งอาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ ที่ถือมาด้วยนั้นกองเอาไว้ที่โต๊ะอาหารชั้นล่างของบ้านเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงค่อยเดินขึ้นมาดูอาการป่วยของเพื่อนชายคนสนิทที่เอาแต่นอนซมอยู่บนเตียงอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อวาน และดูเหมือนว่าอาการของเขาไม่ได้ดีขึ้นเลย เธอย่อตัวลงนั่งบนเตียงพลางเอื้อมมือไปอังกับหน้าผากของชายหนุ่มแล้วก็อดเป็นห่วงขึ้นมาอีกไม่ได้เมื่อพบว่าเขายังคงมีไข้สูง และท่าทางอ่อนเพลียจนแม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองหน้าเธอก็ยังทำไม่ไหว

“อย่าลำบากเลยเมนี่ ผมไม่เป็นไรมากหรอก นอนพักอีกสักวันก็คงหาย ถ้ายังไงช่วยบอกเลขาฯผมให้ทีได้ไหมว่าวันนี้ผมคงไม่เข้าออฟฟิซ ถ้ามีนัดอะไรก็เลื่อนไปก่อน”

คนป่วยรีบยกมือขึ้นมาห้ามพร้อมกับเอ่ยขอร้องเธอด้วยเสียงแหบพร่า มณิการ์มองสภาพของเพื่อนชายที่เธอแอบรักด้วยแววตาสงสาร ใบหน้าหล่อเหลานั้นแลดูอิดโรย ขอบตาคล้ำ ริมฝีปากแห้งผากและแตกจนเห็นเลือดไหลซิบ ท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง แทบไม่อยากเชื่อว่าคนหนุ่มที่แข็งแรงอย่างเขา ร้อยวันพันปีแทบไม่เคยป่วยไข้ มาวันนี้ถึงกับนอนซมลุกไม่ขึ้นจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไปอะไรมาถึงได้มีอาการป่วยหนักขนาดนี้

“ได้ค่ะ เรื่องนั้นเดี๋ยวเมนี่จัดการให้ ว่าแต่ธามจะไม่ลองไปให้หมอตรวจดูสักหน่อยเหรอคะ อยู่บ้านคนเดียวแบบนี้เกิดเป็นอะไรมากขึ้นมาจะทำยังไง วันนี้เมนี่ก็ติดธุระอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้เสียด้วยสิ เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวเมนี่ให้แม่บ้านมาคอยดูแล เผื่อว่าธามต้องการอะไรจะได้เรียกใช้ได้ง่ายๆ ดีไหมคะ”

มณิการ์เลื่อนมือลงมาสัมผัสที่ข้างแก้มของชายหนุ่ม วูบหนึ่งที่ในใจของเธอคิดว่าหากเธอสามารถป่วยแทนเขาได้ก็คงจะดี เธอชอบที่จะได้เห็นธามพูดคุยกับเธอด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้ามากกว่า พลางเอ่ยถามอย่างห่วงใยแต่คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงก็รีบปฏิเสธอย่างทันควัน

“ไม่ต้องหรอก เมนี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่ามในบ้าน นี่ก็สายมากแล้วรีบไปทำงานเถอะเดี๋ยวคุณแม่ท่านจะบ่นเอา ผมอยู่คนเดียวได้ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะเมนี่”

มือใหญ่ยกขึ้นมากุมมือน้อยของมณิการ์เอาไว้ ทำเอาหญิงสาวถึงกับใจเต้นไม่เป็นระส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าวโดยเฉพาะพวงแก้มทั้งสองที่ร้อนฉ่าจนเธอรู้สึกได้ว่าป่านนี้หน้าของเธอคงแดงก่ำไปถึงใบหูแล้วกระมัง แค่ถูกเขากุมมือเอาไว้ยังเป็นได้ถึงขนาดนี้ แล้วถ้าหากถูกเขาจูบหรือทำมากกว่านั้นขึ้นมาจะเป็นอย่างไรนะ ร่างของคงร้อนระอุราวกับมีลาวาร้อนแรงไหลเวียนไปทั่วทั้งกายและอาจจะระเบิดเป็นจุณขึ้นมาก็ได้ สาวน้อยลูกคุณหนูแอบคิดเพ้อฝันจินตนาการไปไกลกว่าจะรู้สึกตัวอีกที เพื่อนชายของเธอก็เข้าสู่ห้วงนิทราหลับสนิทไปแล้ว

มณิการ์ค่อยๆ เลื่อนมือออกจากการเกาะกุมของเขา แม้จะยังรู้สึกเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรู้พิษสงความร้ายกาจของมารดาดีว่าหากท่านโกรธขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็เป็นต้องโดนตำหนิด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เธอที่มักจะโดนหนักที่สุด จนบางครั้งหญิงสาวเองก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นเด็กที่ถูกมารดาเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่า พลางลุกขึ้นจากเตียงแล้วดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นมาคลุมห่มร่างใหญ่ของธามเอาไว้จนถึงคอ

มือน้อยเกลี่ยเส้นผมที่ปรกอยู่ตรงหน้าผากของชายหนุ่มออกและลูบไปบนเรือนผมสั้นสีน้ำตาลแกมทองนุ่มมือนั้น ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากของเขาราวกับร่ายมนตร์วิเศษที่จะทำให้คนป่วยหายดีได้ในเร็ววัน แล้วจึงตัดใจผละเดินจากไปปล่อยให้ธามนอนหลับสนิทเพราะพิษไข้อยู่ในห้องนอนเพียงลำพังอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #582 jor jor (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 13:13
    มาให้กำลังใจค่ะ





    อัพ อัพ
    #582
    0
  2. #581 yumekana (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2553 / 01:18
     

    ง่ะ น่าสงสารนิดนึง
    แต่ถ้าเปลี่ยนตัวเป็นหนูวิ
    คงยินดีที่จะให้เข้ามาวุ่นวายในบ้านได้ใช่ปะค้า
    นายธามขา
    #581
    0
  3. #580 ailly (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 21:12
    นั่งตากน้ำค้างจนไม่สบายเลยหรอ..น่าสงสารจัง

    แล้วเค้าคนนั้นจะรู้มั้ยว่าเราเป็นแบนี้เพราะเค้า เฮ้ออ
    #580
    0
  4. #579 kaaka (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 21:06
    ธามจ๋าน่าสงสาร หลงรักวิจนไข้ขึ้นเลยอ่ะ อย่างนี้เค้าเรียกไข้ใจใช่มั้ยจ๊ะ
    #579
    0
  5. #578 jeabkiss (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 19:46
    นายธามคงอยากให้หนูวิมาดูแลอ่ะ
    #578
    0
  6. #577 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 14:26
    แอร๊ยยย อยากเช้ดตัวคนป่วยอ่ะค่าไรเตอร์ 55555
    #577
    0
  7. #576 a-lanta (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 08:16
    พี่ธามจ๋า อย่าปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปเลย
    #576
    0
  8. #575 tungkn4841 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2553 / 21:31


    ใครช่วยบอกรวินันท์ ด่วน .... ตอนนี้คนที่เธอพยายามจะลืมกำลังป่วยอยู่ เพราะไข้ใจ

    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #575
    0
  9. #574 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2553 / 20:06
    เครียดดดดด เครียดดด พี่ธาม ทำไงดีล่ะ? 555
    #574
    0
  10. #573 tungkn4841 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2553 / 18:22


    ความรู้สึกที่สับสนของรวินันท์ ....เริ่มเกิดการเปรียบเทียบแล้ว แล้วอย่างนี้รวินันท์จะเลือกใคร ทั้ง 3คนเกิดโรคทางใจเสียแล้ว ....รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #573
    0
  11. #572 kaaka (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2553 / 22:02
    โอ้ย โอย ทำไมเป็นอย่างนี้น้อออออ
    วัฐก็ไม่มีอะไรที่ผิดอ่ะ ทำไงดีวิจ๋า
    #572
    0
  12. #571 jeabkiss (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2553 / 17:46
    นายวัฒก็น่าสงสารหนูวิก็น่าสงสารแล้วก็เริ่มจะสงสารนายธามด้วยตอนนี้
    #571
    0
  13. #570 yumekana (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2553 / 13:37
    สงสารนายวัฐอะ
    เฮ่อ
    #570
    0
  14. #569 kaaka (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 10:13
    อ๊ากกกกก ธามอาการหนักจริงซะแล้วถึงกับไปเฝ้าหน้าคอนโด
    โอ้!!! แล้วจะมองเห็นมั้ยจ๊ะธาม
    #569
    0
  15. #568 yumekana (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 07:19
     
    เห็นแค่ชายคาบ้านก็ยังดี...ว่างั้นเหอะ
    นายธามเอ๊ย
    ระหว่างความรู้สึกผิดที่ทำตัวเหมือนกับแย่งของรักของนายวัฐ
    กับ
    ความรับผิดชอบในสิ่งที่นายทำลงไปกับหนูวิอย่างแมน ๆ
    นายว่า
    อันไหนมันสำคัญกว่ากันงั้นเหรอ

    นี่ขนาดยังไม่ต้องเอาความรู้สึกลึก ๆ ในใจนายมาบวกเพิ่มนะ

    ตัดสินใจได้แร้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว
    #568
    0
  16. #567 tungkn4841 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 01:42
    นายธาม .... หากแอบมอง ก็ได้แต่แอบมองน่ะ กล้าๆๆๆ หน่อย เปิดใจเลยจ๊ะ



    รอไรเตอรืมา up ต่อ
    #567
    0
  17. #566 jeabkiss (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 19:24
    รู้ตัวแล้วก็ลุยเลยธาม
    #566
    0
  18. #565 kaaka (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 22:31
    อ๊ายยยย สงสารธามจัง ไม่สามารถแล้วกับใคร เห็นแต่หน้าวิไปแล้วคร้า

    เอาจ๊ะธามเดินหน้าท้าลุยวิเต็มที่เดี๋ยวเจ๊เปิดทางให้ จัดไปคร้าธามจ๋า
    #565
    0
  19. #564 tungkn4841 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 19:25
    งานนี้จะเชียร์ใครดี .....สุภาพเรียบร้อยต้องนายวัฐ แต่ถ้าหื่น ร้อนแรง เอาแต่ใจ ต้องนายธาม 555

    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #564
    0
  20. #563 jeabkiss (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 18:57
    นายธามก็เริ่มจะรู้ใจตัวเองแล้วเหมือนกัน
    #563
    0
  21. #562 muLaTAE (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 11:21
    นายธาม จะสิ่นลายจริงเหรอ
    #562
    0
  22. #561 sapandao (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 10:22
    หุหุ เส็จแน่ นาย ธาม
    #561
    0
  23. #560 yumekana (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 21:52


    อืมม์ 
    รู้ตัว รู้ใจตัวเองได้ยังจ๊ะ นายธาม
    ถ้ารู้แล้ว
    รุก ลุยโลดเรย
    #560
    0
  24. #559 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 20:17
    เเรงตรงนี้ 555555555555555555
    พี่ธามสุดที่เลิฟ รู้สึกผึดอย่างเเรง ว่าเเต่ รักเค้าเข้าเเล้วอีกชะมะล่ะเนี่ย
    แอร๊ยยยยยยยยยยย เเล้วจะทำไงต่อไปดีน๊อ
    #559
    0