ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 28 : บทที่ 28 ผิดแผน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 ต.ค. 53

บทที่ 28 ผิดแผน

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังจะเดินกลับมาขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังแหล่งชอปปิงกลางใจเมืองเพื่อสำรวจเทรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนั้น เสียงโทรศัพท์ของมณิการ์ก็ดังขึ้น หญิงสาวในชุดสีชมพูหวานเปิดกระเป๋าถือใบเล็กของตนแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ จึงรีบกดรับสายพร้อมกรอกเสียงลงไปอย่างรวดเร็ว

“คะคุณแม่ อยู่กับธามค่ะ...ว่าไงนะคะตอนนี้เลยเหรอ ไหนบอกว่าเป็นช่วงเย็นไงคะ ใช่ค่ะเมนี่มีงานต้องทำ เลื่อนไม่ได้เหรอคะ โอเคค่ะ อีกประมาณครึ่งชั่วโมงเมนี่จะไปถึงที่นั่นค่ะ”

“มีงานด่วนเข้ามาเหรอเมนี่”

ธามเอ่ยถามเมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของเขาวางสายเรียบร้อยแล้ว เขาเปิดประตูรถให้เธอก้าวขึ้นไปนั่งก่อนแล้วจึงตามไปนั่งเคียงข้าง แม้ว่าหางตาจะแอบเหลือบมองปฏิกิริยาของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวลวดลายฉูดฉาดอยู่เป็นระยะ

“พอดีว่างานแฟชั่นโชว์การกุศลเย็นนี้ที่เมนี่ต้องไปกับคุณแม่ เขาขาดนางแบบไปคนหนึ่งเพราะไม่สบายก็เลยยกเลิกงานกะทันหัน แต่งานนี้คุณแม่เป็นโต้โผใหญ่ก็เลยรับปากกับทีมงานว่าจะให้เมนี่ไปเดินชุดฟินาเล่แทนน่ะค่ะ เมนี่ก็เลยต้องไปซ้อมคิวก่อนถึงเวลาจริง สงสัยว่าบ่ายนี้เมนี่คงจะไปด้วยไม่ได้แล้วล่ะค่ะธาม”

คนที่ถูกคำสั่งจากมารดาให้ไปเป็นนางแบบจำเป็นอย่างสายฟ้าแลบโอดครวญกับเพื่อนชายของตนด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายสุดฤทธิ์ ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงไม่อิดออดหรือคิดคัดค้านคำประกาศิตของมารดาเช่นเมื่อครู่นี้ ด้วยรู้ดีว่าเวลาที่มารดาของเธอโกรธขึ้นมานั้นจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายและเกรี้ยวกราดขนาดไหน

แต่เพราะวันนี้เธออุตส่าห์วาดหวังเอาไว้ว่าจะได้ใช้เวลาอยู่กับธามสุดที่รักของเธอทั้งวันจนกว่าจะถึงเวลางานเลี้ยงในช่วงเย็นย่ำ อีกทั้งความรู้สึกหึงหวงลึกๆ ในใจ เมื่อเธอแอบสังเกตเห็นว่าเพื่อนชายดูจะใส่ใจกับสไตลิสต์สาวมากเป็นพิเศษ จึงอยากจะคอยอยู่กันท่าไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นได้ใกล้ชิดกับคนที่เธอแอบรักมากนัก แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเอาเสียเลย ใบหน้าหวานแลดูน่ารักนั้นถึงกับเจื่อนลงไปจนเห็นได้ชัดเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เพื่อนชายพูดออกมา

“ไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกครับเมนี่ คุณรีบไปหาคุณแม่เถอะ เดี๋ยวท่านโกรธขึ้นมาจะอาละวาดเอาได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องโปรเจ็กต์มากไปหรอกนะ ถึงผมจะให้คุณเป็นคนประสานงานโครงการก็จริง แต่ยังไงมันก็เป็นงานของผม ผมมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องสำรวจตลาดก็ไม่ต้องห่วงครับ ผมไปกับคุณวิสองคนได้ จริงไหมครับคุณวิ”

แม้ในใจจะรู้สึกยินดีปรีดาจนลิงโลด เมื่อรู้ว่าบ่ายนี้จะมีโอกาสได้อยู่กับคนหัวรั้นอย่างรวินันท์เพียงสองต่อสองโดยไม่ต้องมานั่งคอยพะวงกับเพื่อนสาวคนสนิทของตนให้มากไปนัก แต่ธามก็จำต้องเก็บอาการดีอกดีใจนั้นเอาไว้แล้วแสร้งทำเป็นตีหน้าเศร้าเหมือนรู้สึกว่าการที่เขาจะต้องออกไปทำงานนอกสถานที่กับสไตลิสต์สาวเจ้าปัญหานั้น เป็นเรื่องน่าเบื่อเสียเต็มประดาเมื่อไม่มีเธอไปด้วยกัน พลางเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าคู่กับคนขับคล้ายจะขอความเห็นแต่น้ำเสียงเข้มในประโยคหลังนั้นเหมือนเป็นการออกคำสั่งกลายๆ ไม่ให้คนถูกถามนั้นออกความเห็นอื่นได้เลยเสียมากกว่า

“เอ่อ ค่ะ แต่ถ้าคุณเมนี่คิดว่าการสำรวจตลาดยังไม่จำเป็น วิว่าเราเลื่อนไปเป็นวันอื่นก็ได้นะคะ”

รวินันท์ลอบยิ้มน้อยๆ อย่างผู้มีชัยเมื่อสบโอกาสที่จะได้ปลีกตัวออกมาจากชายหนุ่มเจ้าของบริษัทจึงรีบหาทางเลี่ยงให้กับตัวเองทันที เพราะคิดว่ามณิการ์คงไม่กล้าปล่อยให้เธอไปข้างนอกกับประธานหนุ่มรูปหล่อซึ่งเป็นคนรักเพียงสองต่อสองอย่างแน่นอน แต่กลับต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อคนที่เธอหวังให้เป็นที่พึ่งยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยอันใด ชายหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน โดยที่แฟนสาวของเขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไรนอกจากพยักหน้าอย่างเห็นพ้องต้องกันกับความคิดของเขา

“เลื่อนได้ยังไงครับคุณวิ ผมอุตว่าห์เคลียร์งานไว้เรียบร้อยหมดแล้ว อีกอย่างกำหนดเวลาของโปรเจ็กต์นี้ก็กระชั้นชิดเข้ามาแล้วด้วย รีบทำงานให้เสร็จไปเป็นขั้นๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ”

ธามแกล้งทำเป็นตีหน้าขรึม ทั้งที่ในใจนั้นเริงร่าจนแทบอยากลุกขึ้นมากู่ร้องตะโกนให้ก้องไปทั้งนภา เมื่อคิดว่าจะได้อยู่กับหญิงสาวหัวรั้นที่ทำให้เขาหัวปั่นและหวั่นไหวยามเมื่อได้ใกล้ชิดตลอดทั้งวันโดยไม่มีใครมาคอยแทรกกลางขวางไว้เหมือนอย่างเวลานี้ได้เลย พลางออกคำสั่งให้คนขับรถประจำตำแหน่งพาพวกเขากลับไปยังบริษัทของตนด้วยแววตาเป็นประกาย

ระหว่างทางมีแต่เสียงของธามและมณิการ์ต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องงาน โดยที่สไตลิสต์สาวได้แต่นั่งฟังอย่างเงียบเชียบอย่างเก็บข้อมูลนานๆ ครั้งเมื่อทั้งสองขอความเห็น เธอจึงมีโอกาสได้แสดงและแลกเปลี่ยนทรรศนะในเรื่องเกี่ยวกับแวดวงแฟชั่นกลับไปบ้าง ไม่กี่อึดใจ รถยนต์สัญชาติยุโรปสีบรอนซ์ทองคันใหญ่ ก็พาผู้โดยสารทั้งสามมาถึงยังจุดหมายปลายทาง

ธามรีบเปิดประตูลงจากรถด้วยท่าทางกระตือรือล้นโดยไม่รอให้คนขับรถวิ่งอ้อมมาเปิดให้เหมือนอย่างเคย เพราะตอนนี้หัวใจของเขากำลังเร่งนับเวลาถอยหลังที่จะได้อยู่กับสไตลิสต์สาวจอมดื้อเพียงสองต่อสองอย่างที่หวัง เขารีบเดินไปบอกเจ้าหน้าที่รับรถที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์เล็กๆ ด้านหน้าทางเข้านั้นให้นำรถของเพื่อนสาวคนสนิทรวมทั้งรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของเขาออกมาจอดรอหน้าประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าอาคารโดยเร็ว โดยมีสายตาของมณิการ์ รวินันท์รวมทั้งคนขับรถชายวัยสามสิบกว่ามองตามชายหนุ่มเจ้าของบริษัทไปอย่างงุนงง

“รถมาแล้ว รีบไปเถอะครับเมนี่ เดี๋ยวคุณแม่ของคุณจะรอนานนะ”

เมื่อเห็นว่าคนของเขานำรถยนต์คันเล็กสีครีมสลับน้ำตาลไหม้มาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าตึกแล้ว ประธานหนุ่มจึงหันมาเรียกหญิงสาวเจ้าของรถด้วยสีหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่าในดวงตายาวรีภายใต้แว่นไร้กรอบคู่นั้นมีเลศนัยบางอย่างซ่อนอยู่จนแทบปิดไว้ไม่มิด

มณิการ์ก้าวเท้าเดินตรงไปที่รถของเธอ แต่ยังทำท่าละล้าละลังไม่รีบเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะหันกลับมาล่ำลาเพื่อนชายคนสนิทของตนและสไตลิสต์สาวหน้าแฉล้มที่ยืนรอส่งเธออยู่ไม่ห่างออกไปนักด้วยท่าทีอ้อยอิ่ง นึกอยากให้เวลาหมุนช้าลงอีกสักหน่อยเธอจะได้มีเวลาอยู่ใกล้คนที่เฝ้าแอบรักนานกว่านี้ แต่ก็รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้จึงได้แต่ตัดใจเปิดประตูก้าวขึ้นรถไป เพราะหากเธอยังขืนชักช้าอยู่แบบนี้มีหวังได้ถูกมารดาแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวใส่เหมือนอย่างคราวก่อนอีกเป็นแน่

เมนี่ไปก่อนนะคะธาม คุณวิ ถ้ามีปัญหาเรื่องงานหรืออยากจะปรึกษาอะไรโทร.หาเมนี่ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเกรงใจนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณเมนี่ ขับรถดีๆ นะคะ”

แล้วเจอกันนะครับเมนี่

รวินันท์กล่าวขอบคุณหญิงสาวในชุดสีหวาน พลางลอบมองใบหน้าซึมเศร้าของนักธุรกิจหนุ่มที่โบกมือหยอยๆ มองตามรถมินิสีครีมที่แล่นจากไปเหมือนยังอาลัยอาวรณ์ไม่อยากแยกจากคนรักแล้วก็อดรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่เพียงรถยนต์คันเล็กยี่ห้อหรูของมณิการ์แล่นออกจากหน้าบริษัทไปยังไม่ทันลับสายตาดี หญิงสาวก็พบว่าคนที่ยืนหน้าละห้อยเมื่อครู่นี้ หันกลับมาหาเธอด้วยใบหน้าหน้าทะเล้นราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่นี้เลยทีเดียว

ตอนนี้ก็เหลือแต่เราแค่สองคนแล้วสินะครับคุณสไตลิสต์คนสวย จะไปสำรวจตลาดกันเลยไหม

สายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มของธามที่มองมาอย่างไม่ปิดบัง ทำให้สไตลิสต์สาวรู้สึกทั้งรู้สึกหวั่นไหวระคนหวาดระแวงจนต้องขยับเท้าถอยหลังห่างออกไปก้าวใหญ่ ด้วยความสับสนไม่รู้ใบหน้าอย่างไหนคือใบหน้าที่แสดงถึงตัวตนแท้จริงของเขากันแน่

นายอย่ามามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นนะ เดี๋ยวฉันจะกลับแล้ว คุณเมนี่ไม่อยู่ ฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปกับนาย เชิญไปสำรวจเองคนเดียวตามสบายเถอะ

เพราะเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นอีกแล้ว รวินันท์จึงเปลี่ยนสรรพนามเรียกอีกฝ่ายเสียใหม่ พูดจบหญิงสาวก็สะบัดหน้าพรืดใส่ แล้วหันหลังกลับทำท่าจะเดินออกไปเรียกรถแท็กซี่ที่ตรงริมถนน แต่แล้วร่างของเธอก็กระตุกอย่างแรงจนแทบหน้าหงาย เมื่อถูกมือใหญ่คว้าข้อมือเอาไว้

เดี๋ยวก่อนสิคุณ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเจ้าของโปรเจ็กต์น่ะคือผมนะครับ ไม่ใช่เมนี่ โอ๊ะ! ระวัง”

ธามฉุดรั้งข้อมือของหญิงสาวเอาไว้เพียงเบาๆ หวังให้เธอหันกลับมาประจันหน้ากับเขา แต่ชายหนุ่มคงจะออกแรงมากเกินไป ร่างบอบบางจึงลอยปลิวมาตามแรงและถลาเข้ามาสู่อ้อมกอดของเขาอย่างไม่ตั้งใจ

ต่อ

 ว้าย! ตาบ้านี่ ทำอะไรของนายน่ะ”

รวินันท์ขึ้นเสียง พลางมองหน้าคนตัวสูงในชุดสูทสีเทาลายทางที่ฉวยโอกาสโอบร่างของเธอเอาไว้ด้วยสายตาเคืองขุ่น หัวใจยังเต้นระรัวไหวไปกับความตกใจเพราะคิดว่าตนจะหน้าคะมำไปกับพื้นเสียแล้ว

“เบาๆ หน่อยสิครับคุณ นี่มันหน้าที่ทำงานผมนะ อายลูกน้องผมบ้างไหมเนี่ย”

ประธานหนุ่มท้วงติงด้วยสีหน้าไม่จริงจังนัก เขายิ้มพรายพลางโน้มหน้าลงมาใกล้มองสบตาคนในอ้อมแขนที่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสาวตาวาวโรจน์ราวกับจ้องจะกินเลือดกินเนื้อก็มิปาน 

“ถ้างั้นก็ปล่อยฉันสิ จะมากอดฉันไว้ทำไมเล่า ไม่กลัวถูกลูกน้องเอาไปนินทาหรือไง แฟนเพิ่งจะขับรถออกไปเมื่อกี้ก็มากอดกับผู้หญิงอีกคนแล้ว”

สไตลิสต์สาวลดระดับความดังของเสียงลง พลางหันไปทางด้านข้าง ก็ได้เห็นว่ามีคนอยู่แถวนั้นหลายคน แต่ยังไม่วายพูดเป็นเชิงตำหนิติเตียนชายหนุ่มที่ยังคงยืนโอบรอบเอวของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย มิหนำซ้ำเจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงนั้นยังทำเป็นไม่สนใจกับสายตาสอดรู้สอดเห็นหลายคู่ของพนักงานที่เคาน์เตอร์รับรถและบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์หลังประตูกระจกแบบบานเลื่อนอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่กำลังมองมายังเขาและเธอเลยสักนิด

“ที่นี่มีกฎว่าห้ามซุบซิบนินทาเรื่องของเจ้านายครับ แล้วถ้าผมจับได้หรือรู้ว่าใครเป็นต้นตอของเรื่องไร้สาระพวกนี้ สิ่งที่ผมจะทำก็คือไล่ออก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเก็บไปนินทาหรือเล่าให้เมนี่ฟังหรอกครับ”

“นายนี่มันหน้าด้านหน้าทนจริงๆ น่าสงสารพวกลูกน้องหลายร้อยชีวิตของนายจังเลยนะ ต้องมาทนกับเจ้านายประเภทที่ใช้อำนาจในทางมิชอบแบบนี้”

ธามยิ้มยียวนให้คนตรงหน้า ที่จริงเรื่องกฎห้ามซุบซิบนินทาอะไรนั่นไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว เขาก็แค่กุเรื่องขึ้นมาแกล้งหลอกหญิงสาวหัวรั้นไม่ให้ต้องเป็นห่วงกลัวว่าเรื่องนี้จะรู้ไปถึงหูของมณิการ์แล้วจะพานทำให้เธอต้องชวดงานโปรเจ็กต์ของเขาไปเพราะมีเรื่องกับผู้ดูแลโครงการอย่างนั้นหรอก เขาคลายวงแขนที่โอบรัดร่างของสไตลิสต์สาวเอาไว้ แล้วกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอไปยังรถสปอร์ตคันงามสีแดงเพลิงคันเก่งของตนที่จอดอยู่ไม่ห่างออกไปมากนัก

“นี่ก็เสียเวลามามากแล้ว เรารีบไปกันดีกว่าครับ”

“ไปไหนอีกล่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ยอมไปกับนายหรอก ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ

เมื่อรวินันท์เห็นว่าเขาทำท่าจะพาเธอไปขึ้นรถสปอร์ตคันเดิมที่คุ้นตานั้น ภาพเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในรถคันงาม ท่ามกลางค่ำคืนที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายก็ย้อนกลับเข้ามาภายในห้วงความทรงจำของเธออีกครั้ง หญิงสาวจึงพยายามสลัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่มและดิ้นรนหนีจากเขาด้วยท่าทางหวาดกลัวจนลนลาน

วางใจได้ครับ ผมแค่จะพาไปทำงานตามที่บอกกับเมนี่ไว้เท่านั้นเอง ไม่ทำอะไรคุณหรอกน่ะ เอ้า มาเกี่ยวก้อยสัญญากันก็ได้นะ

ประธานหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยรอยยิ้มกว้างแสดงถึงความจริงใจของตน พร้อมทั้งยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าหญิงสาวราวกับจะให้เธอกับเขาทำพันธะสัญญาต่อกันเหมือนอย่างที่เด็กมักนำมาใช้กันทั่วไป แต่คนที่กำลังถูกจูงมือไปยังรถสปอร์ตคันหรูนั้นไม่มีอารมณ์จะมาเล่นอะไรเป็นเด็กๆ ในเวลานี้ เธอปัดมือที่ยื่นมาตรงหน้าออก พลางตวาดใส่ชายหนุ่มเสียงดัง จนใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่ต้องรีบหุบยิ้มลงแทบไม่ทัน

ไม่! ฉันไม่เชื่อนายหรอก คนอย่างนายน่ะมัน…”

ความอดทนของธามใกล้จะหมดลงเต็มที เมื่อเห็นว่าสไตลิสต์สาวยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าเขา ตั้งท่าจะก่นด่าเขาท่าเดียวโดยไม่ยอมรับฟังที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย จึงขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายกลับไปบ้าง

คนอย่างผมมันทำไม แค่เจอกันครั้งสองครั้ง คุณก็คิดว่ารู้จักคนอย่างผมดีพอแล้วอย่างนั้นเหรอ

 รวินันท์แผดเสียงกร้าว ตวาดลั่นใส่หน้าชายหนุ่มอย่างลืมอายว่าที่นี่เป็นลานจอดรถชั่วคราวที่อยู่หน้าประตูทางเข้าอาคารสำนักงาน แถมเธอยังยืนต่อว่าเจ้าของบริษัทเขาฉอดๆ โดยไม่สนใจว่าคนที่บังเอิญผ่านมาจะได้ยินได้เห็นอะไรบ้าง

แค่นั้นฉันก็พอจะรู้แล้วว่านายน่ะเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา นอกจากจะชอบวางอำนาจแล้วยังเป็น พวกชอบใช้กำลังบังคับข่มเหงผู้หญิงอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่คนส่วนมาก ฉันคงไม่ตกลงยอมร่วมงานกับคนอย่างนี้หรอก

หลังจากพยายามนับหนึ่งถึงสิบจนกระทั่งเกือบถึงร้อยเพื่อข่มอารมณ์ความโกรธของตัวเองไม่ให้ทำอะไรที่จะพลอยให้ชื่อเสียงและตำแหน่งหน้าที่การงานของเขา ต้องเสื่อมเสียไปด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่แล้วในที่สุดความอดทนของธามก็ขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่สไตลิสต์สาวโพล่งขึ้นมาอย่างเหลืออด

หากนิสัยโดยเนื้อแท้แล้วเขาเป็นคนอย่างที่เธอว่าจริง คงไม่คิดที่จะใส่ใจในคำพูดนั้นเลย แต่เพราะเขาไม่ใช่คนแบบนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันก่อนมันรวดเร็วมากจนแม้แต่เขาเองก็ยังตามไม่ทัน แต่ที่แน่ๆ คือเขาแค่พลั้งพลาดไปโดยมีความดื้อรั้น อวดเก่งและชอบเอาชนะของหญิงสาวเป็นเหมือนชนวนที่ถูกจุดขึ้นมาและปลุกเร้าให้เขารู้สึกอยากเอาชนะเธอให้จนได้ จึงได้ทำเรื่องแบบนั้นลงไป และคนตรงหน้าก็มาได้เห็นบุคลิกของเขาแต่เพียงด้านเดียว

จากนั้นก็ตีความและตัดสินเอาเองว่าเขาเป็นคนเลวอย่างที่เธอคิด ทั้งที่ความจริงแล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะบังคับฝืนใจใครให้ยอมขึ้นเตียงด้วยหากเจ้าหล่อนไม่ต้องการ ยกเว้นแต่กับเธอเท่านั้นที่เขาทำทุกอย่างลงไปตามที่หัวใจปรารถนา โดยขาดสติไตร่ตรองอย่างรอบคอบและลืมความยับยั้งชั่งใจทั้งสิ้นไปหมดจนเหลือแต่เพียงร่างกายที่ถูกครอบงำไว้ด้วยกิเลสตัณหาเท่านั้น 

ในเมื่อคุณมองผมเป็นคนเลวอย่างนั้น ต่อไปนี้ผมก็จะเลวสุดๆ ให้ดู

ธามตะคอกใส่หญิงสาวเสียงดัง ก่อนจะย่อตัวลงไปช้อนร่างของเธอขึ้นมาพาดบนบ่า แล้วรีบตรงดิ่งไปที่รถสปอร์ตสีแดงเพลิง โดยไม่สนใจว่าเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของสไตลิสต์สาวจะดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ และเรียกสายตาสอดรู้สอดเห็นของไทยมุงแถวนั้นพร้อมใจกันหันมามองและวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างไรบ้าง

กรี๊ด ปล่อยฉันนะตาบ้า ฉันบอกให้ปล่อยไง ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้มาช่วยฉันที

ชายหนุ่มทำเป็นหูทวนลมคล้ายไม่ได้ยินเสียงคนที่เอาแต่ร้องโหวกเหวกโวยวายสะบัดตัวดีดดิ้นไปมาอยูบนบ่าเขาอย่างไม่กลัวจะตกลงมาคอหักหรือหัวร้างข้างแตกนั้น เขาเดินดุ่มๆ มาจนถึงรถ มือเรียวยื่นไปเปิดประตูฝั่งคนขับออกแล้วโยนร่างที่พยายามดิ้นรนขัดขืนการกระทำของเขาลงบนเบาะที่นั่ง ก่อนจะแทรกตัวเบียดเข้าไปภายในรถคันนั้น จนคนที่ถูกเหวี่ยงเข้าไปก่อนรีบกระถดตัวหลบแทบไม่ทัน

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #429 JJ.. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 18:53

    น้องธามเอาอีกเเละ นะ


    เเกล้งพี่วิอีกเเละ

    #429
    0
  2. #385 jeabkiss (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2553 / 18:07
    เริ่มอีกแล้วธาม
    #385
    0
  3. #377 oplecat (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2553 / 10:44
    รอตอนต่อไปอยู่ค่ะ
    #377
    0
  4. #376 tungkn4841 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2553 / 00:31




    ความอดทนของธามสิ้นสุดลงเมื่อถูกรวินันท์กล่าวหาว่าเป็นคนเลว หนุ่มธามก็จะประชดสาวทำให้เลวสุดดดดด อุ้มขึ้นบ่าเฉยเลย แล้วอย่างนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก เป็นห่วงสุขภาพของรวินันท์จังเลย ฮิ ฮิ ฮิ



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #376
    0
  5. #375 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 22:33
    ธาม อดทนได้จริงเร๊อออออออออออออออออ
    วิเอ้ยยยย เอาไงดีล่ะทีนี้ 55555
    #375
    0
  6. #374 impression (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 20:15
    นายธรมนี้ความอดทนน้อยนะ โดยเฉพาะกับหนูวิ
    #374
    0
  7. #373 yumekana (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 18:49
    หนูวิ~~~~~
    ไปยั่วโมโหนายธามทำไมกั๊นนนนนนนนนนนนนน
    งานงอกอีกแล้ว
    แถมคราวนี้ พยานรู้เห็นเต็มไปหมด
    ยายเมนี่เขี้ยวงอกแหง ๆ
    #373
    0
  8. #372 kaaka (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2553 / 10:00
    อ๊ายยยย ธามทำอะไรอ่ะ เบาๆหน่อยจ้า
    #372
    0
  9. #371 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 21:27

    มากไปและธาม มากไปและ โหยยยยยยย
    สงสารเมนี่ขึ้นมาจริงๆ ที่แอบชอบผุชายแบบนี้ 555555
    วิเอ้ยยย ภัย(รัก)มาถึงตัวเเล้ว เอาไงต่อดี หุหุหุหุ
    คิดถึงไรเตอร์เเละพี่ธามที่รัก ทุกวัน ~

     

    #371
    0
  10. #370 yumekana (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 16:53
     
    นายธามอะ น่าฟาดจริง ๆ
    ดี๊ต๊าออกนอกหน้าเกินไปแบบนี้
    เดี๋ยวหนูวิก็งานงอกหรอก
    #370
    0
  11. #369 อณิมา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 16:50
    ชะตาฟ้าลิขิต ให้เราเหลือกันอยู่สองคน
    #369
    0
  12. #368 impression (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 12:23
    แมวไม่อยู่ หนู่อย่างนายธามร่าเริงสุด ๆๆๆๆ
    #368
    0
  13. #367 tungkn4841 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 22:33


    โธ่.... พระเจ้าทำไมเปิดประตูหัวใจให้โอกาส นายธามและหญิงวิ ได้ไปดูตลาดกันสองคน โดยตัดเมนี่ที่อุตส่าห์จะมาเป็น กขค ให้หลุดพ้นไปไม่ได้ .....อย่างนี้นายธามคงไม่ปล่อยโอกาสดีดีอย่างนี้ให้หลุดมือเป็นแน่ๆๆๆ



    ลุ้น ลุ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร สนุกมากค่ะไรเตอร์ รอมาup ต่อค่ะ
    #367
    0
  14. #366 suket (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 22:12
    โอกาศลอยมาตรงหน้ามีหรือนายธามจะปล่อยให้ผ่านเลยไป
    #366
    0
  15. #365 kaaka (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 20:57
    อ๊ายยยยย นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ 

    โอกาสมาให้ธามตลอดเลยคร้า อิอิ

    แถมพ่อคุณยังออกนอกหน้าเกือบเก็บอาการไม่อยู่555
    #365
    0
  16. #364 ยัยปลาทอง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 20:28
    แหมคุณธามนี่ พอรู้ว่าจะได้อยู่กับหนูวิสองต่อสอง ก็ดีใจจนออกนอกหน้าเชียวนะ



    แอบลุ้นๆ หนูวิจะยอมไปด้วยรึป่าว รออ่านที่เหลืออีก 50% ค่ะ รีบมาอัพไวๆ นะคะไรเตอร์
    #364
    0