ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 27 : บทที่ 27 ความในใจของนางกำนัล (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,713
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    24 ต.ค. 53

บทที่ 27 ความในใจของนางกำนัล

หนึ่งในนั้นมีภาพรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันหนึ่งที่หญิงสาวรู้สึกคุ้นตา ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า มันคือรถยนต์คันเก่งของชายหนุ่มเจ้าของบริษัทที่กำลังนั่งเอกเขนกอ่านหนังสือพิมพ์หัวธุรกิจอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่องนั่นเอง คิดไม่ถึงว่ารถคันนั้นจะเป็นผลงานการออกแบบของเขาด้วย หากไม่ได้ยินจากปากของมณิการ์เอง เธอก็คงจะนึกไปว่ารถของชายหนุ่มนั้นเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเสียอีก

“ใช่แล้วค่ะ จะว่าไปแล้วงานนี้ถือว่าเป็นงานหินสำหรับสไตลิสต์อยู่เหมือนกันนะคะ เพราะต้องออกแบบเสื้อผ้าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันถึงสามแบบ แล้วไหนจะต้องคำนึงถึงบุคลิกหน้าตารูปร่างของพรีเซ็นเตอร์อีก แต่เมนี่เชื่อในศักยภาพของคุณวินะคะ ว่าจะสามารถออกแบบชุดทั้งสามรูปแบบนี้ให้ออกมาดูดีและเหมาะสมกับรถแต่ละรุ่นของธามได้”

มณิการ์เอ่ยพลางหยอดคำพูดยกยอปอปั้นให้อีกฝ่าย ใบหน้าหวานไม่ต่างจากชุดนั้น ปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ สายตาบ่งบอกว่าเธอเชื่อมั่นในฝีมือของสไตลิสต์สาวที่เลือกมาเองกับมือ ทำเอาคนได้รับคำชมถึงกับยิ้มปลื้ม แม้ว่าจะรู้สึกกดดันอยู่บ้างก็ตาม

“ขอบคุณมากนะคะคุณเมนี่ที่ให้ความไว้วางใจวิขนาดนี้ เอาเป็นว่าวิจะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อคุณเมนี่แน่นอนค่ะ ว่าแต่จะให้วิเริ่มงานเมื่อไหร่ดีคะ”

รวินันท์ละสายตาจากกระดาษในมือ เงยขึ้นมาสบตาอีกฝ่ายและยิ้มรับคำชมเชยนั้นอย่างยินดี พลางเอ่ยถามถึงกำหนดเวลาการทำงาน เพราะเท่าที่ฟังมาจากมณิการ์ ดูเหมือนว่างานนี้จะเป็นงานเร่งด่วนอยู่เหมือนกัน ที่จริงก่อนหน้าที่เธอจะได้รับการติดต่อทาบทามผ่านทางนฤมล บรรณาธิการสาวใหญ่ของเธอได้เล่าให้ฟังว่า สไตลิสต์คนอื่นๆ หรือแม้แต่ดีไซน์เนอร์ชื่อดังที่เคยเสนอผลงานมาให้ชายหนุ่มเจ้าของบริษัทได้พิจารณาแล้ว แต่ยังไม่มีผลงานของใครที่เข้าตากรรมการเลยสักราย ในที่สุดโอกาสจึงมาหล่นปุลงตรงหน้าเธอ เมื่อมณิการ์ได้เห็นผลงานของเธอในนิตยสารพีชโดยบังเอิญและนำไปให้ธามลองพิจารณาด้วยตัวเอง ดูเหมือนว่าประธานหนุ่มก็มีท่าทางพอใจฝีมือการออกแบบของเธอเช่นกัน หญิงสาวจึงได้รับเกียรติให้มาร่วมงานในโปรเจ็กต์ใหญ่ยักษ์นี้

ยังไม่ทันที่มณิการ์จะพูดอะไรออกมา ธามที่นั่งเงียบอยู่นานก็พูดออกมาเสียงดังราวกับว่าเขานั่งฟังสองสาวพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา แต่สามารถแบ่งแยกสมาธิไปสนใจกับงานเอกสารหรือแม้แต่การอ่านข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ได้อย่างแทบไม่น่าเชื่อ

เริ่มตั้งแต่วันนี้เลยครับคุณรวินันท์

สิ้นเสียงของชายหนุ่ม สไตลิสต์สาวถึงกับตาโตด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่างานของเธอจะเร่งด่วนปานสายฟ้าแลบขนาดนี้ พลางหันไปถามย้ำเหมือนไม่เชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการทำงานของตนให้อีกสองคนที่อยู่ในห้องเข้าใจ

วันนี้เลยเหรอคะ แต่ฉันเพิ่งได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับรถของคุณไปแค่คร่าวๆ เท่านั้นเองนะคะ คงยังไม่มีอะไรอยู่ในหัวมากนักหรอกค่ะ ถ้ายังไงหยุดเสาร์อาทิตย์สองวันนี้ วิจะลองไปทำการบ้านด้วยการเก็บข้อมูลเรื่องแฟชั่นทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็จะลองเดินสำรวจตลาดย่านแหล่งแฟชั่นเสื้อผ้าดูก่อน แล้วจะออกแบบคร่าวๆ มาให้คุณสองคนดูวันจันทร์ดีไหมคะ

มณิการ์เห็นสีหน้าที่ดูร้อนรนของสไตลิสต์สาวแล้วก็พอจะเข้าใจ จะว่าไปก็เป็นความผิดของเธออยู่ด้วยเหมือนกันที่ไม่ได้บอกกำหนดการของงานให้ละเอียดชัดเจนไปเสียตั้งแต่ทีแรก แต่เพราะกลัวว่าหากสไตลิสต์สาวที่มีแววอนาคตไกลนี้รู้เข้าจะรีบปฏิเสธไม่ยอมรับงานเสียก่อน เธอจึงจำต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้จนกว่าอีกฝ่ายจะยอมตอบตกลงเช่นตอนนี้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนระคนรู้สึกผิด

“มันออกจะกระทันหันไปสักหน่อย แต่เมนี่เห็นด้วยกับธามนะคะว่าคุณวิน่าจะเริ่มงานได้ตั้งแต่วันนี้เลย เพราะกำหนดเวลาที่จะต้องส่งตัวอย่างชุดให้กับฝ่ายคอสตูมก็กระชั้นเข้ามาแล้ว ไหนจะต้องรีบถ่ายทำโฆษณาเปิดตัวให้เสร็จก่อนถึงวันงานแถลงข่าวต้นเดือนหน้าอีก ถ้าไม่รีบลงมือตั้งแต่ตอนนี้อาจจะช้าเกินกว่าตารางที่วางเอาไว้ได้นะคะ”

 “แต่ว่า ฉันต้องไปสำรวจ...”

เมื่อเห็นรวินันท์ทำท่าอิดออดคล้ายจะไม่ยอมตอบตกลง ประธานหนุ่มจึงรีบมัดมือชกด้วยการเสนอตัวที่จะเป็นผู้ช่วยของหญิงสาวทันที

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะครับ ผมเคลียร์งานของช่วงบ่ายเรียบร้อยหมดแล้ว ถ้าคุณต้องการที่จะไปเดินสำรวจตลาดดูว่าแนวโน้มเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงจะเอามาปรับใช้กับเครื่องแต่งกายของพวกนายแบบนางแบบได้ยังไงบ้าง ผมกับเมนี่จะไปเป็นเพื่อนคุณเอง ดีไหมครับ”

คำถามที่ดูเหมือนไม่ต้องการคำตอบอื่นใดนอกจากคำว่า ตกลง นั้น ทำให้สไตลิสต์สาวไม่มีทางเลือกหรือข้อโต้แย้งใดๆ อีก นอกเสียจากจะรีบไปหาข้อมูลเพื่อมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงแต่งเสื้อผ้าสำหรับพรีเซ็นเตอร์รถยนต์ทั้งสามรุ่นของธาม และรีบจบงานนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอจะได้ไม่ต้องมาเจอหน้าคนที่ทำตัวเป็นจอมเผด็จการชอบออกคำสั่งอย่างเขาอีก รวินันท์คิดในใจเช่นนั้นก่อนจะยอมตกลงตามเงื่อนไขของชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้

“ก็ได้ค่ะ”

 

“ถ้าอย่างนั้นเมนี่ว่าเราไปทานอาหารกลางวันกันก่อนดีไหมคะ แล้วจะได้ไปทำงานต่อเลย เพราะเย็นนี้เมนี่ต้องไปงานแฟชั่นโชว์การกุศลกับคุณแม่ด้วย กลัวว่าจะไม่ทันน่ะค่ะ ธามคิดว่าไงคะ”

มณิการ์ยิ้มกว้างอย่างดีใจที่สไตลิสต์สาวยอมตกลง ก่อนจะเสนอความคิดเห็นเรื่องมื้อกลางวันเพราะใกล้จะได้เวลารับประทานอาหารแล้ว พลางหันไปถามความเห็นของเพื่อนชายที่เพิ่งลุกจากโต๊ะทำงานมานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับเธอ

“ที่พูดนี่เพราะเธอหิวแล้วใช่ไหมล่ะเมนี่ โอเค กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถ้าเราอิ่มแล้วจะได้มีแรงคิดเรื่องงานได้เยอะๆ จริงไหมครับคุณวิ”

ธามนั่งไขว่ห้างพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ  มือข้างหนึ่งวางพาดอยู่บนขอบพนักพิงจนดูราวกับว่าเขากำลังโอบไหล่หญิงสาวในชุดสีหวานอยู่ พลางหันไปยิ้มและพูดจาหยอกล้อกับคนที่เสนอความเห็นเรื่องอาหารกลางวันขึ้นมาก่อนจะได้รับรางวัลเป็นค้อนวงโตจากเพื่อนสาวคนสนิท ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆ กับท่าทางเขินอายนั้น

กระทั่งรับรู้ว่ามีสายตาอีกคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขาและมณิการ์อย่างไม่วางตา ธามหันขวับไปยังหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กอีกตัวอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาประสานเข้ากับสายตาของเธอเข้าพอดี แล้วจึงได้เห็นว่าบนใบหน้างามนั้นขมวดคิ้วมุ่นจนคล้ายมีเครื่องหมายคำถามอันใหญ่แปะอยู่กลางหน้าผาก รอยยิ้มกว้างเมื่อครู่จึงแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตายาวรีช้อนสายตามองสไตลิสต์สาวราวกับจะโปรยเสน่ห์ใส่เธอดังเช่นเมื่อครู่ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ทันไรฝ่ายนั้นก็รีบหลบตาเสมองไปทางอื่นเสียก่อน ชายหนุ่มจึงได้นึกขบขันอยู่ในใจเพียงลำพัง

“แล้วธามอยากทานอะไรคะ อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น หรืออาหารฝรั่ง”

มณิการ์เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วถามเพื่อนชายที่เอาแต่มองหน้าผู้หญิงอีกคนอย่างไม่วางตา คำถามของเธอทำให้คนที่กำลังแกล้งโปรยเสน่ห์ใส่คนอื่นต้องหันกลับมาตอบเพื่อนสนิทของตนอย่างเอาใจ และไม่วายหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้หญิงสาวอีกคนคล้ายจะยั่วเย้า แต่มองจากทางอีกฝ่ายแล้วเหมือนกำลังถูกยั่วโมโหด้วยท่าทางกวนประสาทของเขาเสียมากกว่า

“เมนี่อยากทานอะไรก็เลือกเลยครับ ผมตามใจเมนี่อยู่แล้ว”

รวินันท์ทำท่าเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ ที่เห็นชายหนุ่มเจ้าของบริษัททำตามที่หญิงสาวในชุดสีชมพูหวานบอกอย่างว่าง่ายราวกับเป็นลูกสุนัขเชื่องๆ สักตัวที่ตามใจเจ้านายไปเสียทุกอย่าง ผิดกับตอนที่อยู่กับเธอลิบลับ ฝ่ายนั้นเอาแต่ออกคำสั่งและบีบบังคับเธอให้ต้องยอมจำนนต่อเขาอย่างไม่มีทางเลือก ดูท่าทางคงจะอึดอัดอยู่มากที่ไม่สามารถออกความเห็นใดๆ คัดค้านแฟนสาวของเขาจนถึงขนาดเก็บกดมากและต้องมาระบายใส่เธอกระมัง 

“หืม? ให้เมนี่เลือกจะดีหรือคะ คุณวิล่ะคะอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า วันนี้ถือเป็นการร่วมงานกันวันแรก อย่างน้อยให้เมนี่ได้เลี้ยงต้อนรับคุณที่ให้เกียรติมาร่วมกันสร้างโปรเจ็กต์นี้ด้วยกันดีไหมคะ”

คนที่กำลังทำปากยื่นปากยาวใส่ประธานหนุ่มเจ้าของบริษัท ปรับสีหน้าตัวเองแทบไม่ทัน เมื่อมณิการ์หันมาถามความเห็นของเธอบ้าง สไตลิสต์สาวแสร้งทำเป็นยิ้มแย้มก่อนจะตอบด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวกลับไป โดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่เธอเพิ่งแอบนินทาในใจไปหยกๆ นั้น กำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่กับสีหน้าของเธอที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีอย่างไรอย่างนั้น

“อย่าลำบากเลยค่ะคุณเมนี่ วิต่างหากต้องรู้สึกเป็นเกียรติมากกว่าที่คุณอุตส่าห์เลือกวิมารับงานนี้ด้วยตัวเอง เพราะงั้นวิว่าให้คุณเมนี่เป็นคนเลือกอาหารที่อยากทานดีกว่านะคะ”

   “ว้า...มีแต่คนผลักภาระมาให้เมนี่กันหมดเลย ก็ได้ค่ะ เมนี่เลือกอาหารจีนก็แล้วกัน เพราะเย็นนี้ไปงานคงต้องทานอาหารสไตล์ยุโรปอีกแล้ว ถ้างั้นเราไปที่ภัตตาคารตรงถนนสีลมก็แล้วกันนะคะธาม”

คนที่ถูกผลักภาระมาให้ ทำแก้มป่องเหมือนกำลังงอน ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาแล้วบอกจุดหมายปลายทางที่เธอต้องการจะไปแก่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้าง เมื่อได้รับการพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มสดใสแทนคำตอบ ก็ทำเอาหัวใจของมณิการ์โป่งพองจนแทบคับอกทันที เพราะวันนี้ดูเหมือนว่าเพื่อนชายคนสนิทของเธอจะตามใจเป็นพิเศษทั้งที่ปกติแล้วเขามักจะเป็นฝ่ายเลือกไปทุกอย่างเสียมากกว่า

ต่อ

ไม่นานรถยุโรปสีบรอนซ์ทองคันหรูซึ่งมีโลโก้บริษัทของธามก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าภัตตาคารแห่งหนึ่ง ที่ออกแบบและตกแต่งตรงด้านหน้าทางเข้าไว้เป็นซุ้มประตูแบบจีนโบราณสีแดง ตกแต่งไว้ด้วยลวดลายมังกรสีทองเลื้อยพันรอบเสาทั้งสองต้นของซุ้มประตูโค้ง ด้านข้างมีรูปปั้นชายไว้หนวดในชุดทหารสวมเกราะแบบเต็มยศอันเป็นสัญลักษณ์ของภัตตาคารแห่งนี้ ยืนทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าอยู่

รวินันท์ที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าคู่มากับคนขับรถรีบเปิดประตูลงมายืนอยู่ข้างรถอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ ตัว กับบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย เพราะโดยปกติแล้วเธอมักจะคุ้นชินกับอาหารตะวันตกเสียมากกว่า หรือไม่ก็เป็นอาหารญี่ปุ่นที่มักจะตกแต่งร้านด้วยต้นไผ่หรือต้นซากุระ เมื่อได้มาเห็นบรรยากาศโดยรอบภัตตาคารที่มีถิ่นฐานต้นกำเนิดมาจากประเทศมหาอำนาจในโลกตะวันออกจึงรู้สึกตื่นเต้นไปบ้าง ผิดกับอีกสองคนที่นั่งเคียงกันอยู่บนเบาะหลังและรอจนกระทั่งคนขับรถรีบวิ่งกุลีกุจอมาเปิดประตูรถให้ ธามจึงก้าวลงมาจากรถก่อนด้วยท่าทางงามสง่าราวกับเจ้าชายหนุ่มรูปหล่อก็ไม่ปาน และตามมาด้วยเจ้าหญิงแสนสวยของเขาในชุดเดรสสีชมพูหวาน

อาทิตย์ดวงโตที่เคลื่อนตัวมาอยู่ในตำแหน่งทำมุมตั้งฉากกับพื้นโลกส่องแสงจ้าลงมายังสองหนุ่มสาวที่ยืนควงแขนกันอยู่จนคล้ายว่าร่างของคนทั้งคู่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยรัศมีเปล่งประกายเจิดจรัส ทำให้บรรดาลูกค้าคนอื่นในบริเวณนั้นต้องหันมามองพวกเขาด้วยแววตาชื่นชม รวินันท์มองภาพของธามและหญิงสาวที่เธอคิดว่าเป็นคนรักของเขาเดินนำหน้าเข้าไปยังภายในตัวภัตตาคารแห่งนั้นแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ ในวินาทีนี้เธอรู้สึกราวกับตัวเองเป็นนางกำนัลต่ำต้อยที่คอยเดินตามรับใช้คนทั้งสองที่แลดูเหมาะสมกันยิ่งนักราวกิ่งทองใบหยกอย่างไรอย่างนั้น

บนโต๊ะทรงกลมที่ทำจากไม้เนื้อดีประดับประดาด้วยมุกเลื่อมพรายระยิบระยับเป็นลวดลายต่างๆ มีจานหลากหลายขนาดบรรจุอาหารหน้าตาน่ารับประทานอยู่เกือบสิบอย่าง เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะคลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องดนตรีประเภทเดียวกับพิณซึ่งบรรเลงโดยนักดนตรีสาวหมวยที่ส่งตรงมาจากประเทศต้นกำเนิดของภัตตาคารนี้โดยเฉพาะ ท่วงทำนองแว่วหวานทำให้บรรยากาศภายในร้านดูผ่อนคลาย แม้ว่าจะมีเสียงดังอื้ออึงมาจากห้องจัดเลี้ยงซึ่งอยู่ถัดไปเล็กน้อยจากโต๊ะที่พวกเขาทั้งสามนั่งอยู่ก็ตาม

รวินันท์หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วทำท่าจดๆจ้องๆ อย่างเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกชิมอาหารจานไหนก่อนดี เพราะแต่ละจานก็ล้วนแล้วแต่ถูกจัดวางเอาไว้อย่างสวยงามจนหญิงสาวไม่กล้าที่จะทำลายความงามนั้นด้วยการคีบมันเข้าปากเอาเสียเลย หารู้ไม่ว่าทุกอิริยาบถที่เธอได้แสดงออกมานั้นอยู่ในสายตาของชายหนุ่มเจ้าของบริษัทแทบทั้งสิ้น

ในขณะที่ธามยังคงพูดคุยกับเพื่อนสาวคนสนิทที่คอยเอาอกเอาใจหยิบนั่นป้อนนี่ให้มือเป็นระวิง หางตาของเขายังคงเหลือบมองสไตลิสต์สาวที่รู้สึกละลานตาไปกับอาหารมากมายตรงหน้าด้วยความรู้สึกขบขัน แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกไปทำให้เธอต้องขายหน้า อีกอย่างชายหนุ่มก็ไม่อยากให้มณิการ์รู้ว่าเขากำลังให้ความสนใจผู้หญิงในชุดเดรสสีขาวที่รวบผมยาวลอนของเธอไว้เป็นมวยสูงจนเผยให้เห็นลำคอขาวเนียนยาวระหงน่าหลงใหลนั้นอยู่มากทีเดียว

เพียงไม่นานอาหารหลายต่อหลายจานเมื่อครู่ก็หมดลงด้วยฝีมือของคนทั้งสาม รวินันท์แทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะรับประทานเข้าไปได้เยอะขนาดนี้ ทั้งที่ปกติแล้วเธอไม่ค่อยคุ้นกับอาหารจีนเท่าไรนัก เพราะคิดว่าจะมีแต่อาหารที่เลี่ยนและเต็มไปด้วยน้ำมันเยิ้มนองเต็มจาน แต่ดูเหมือนว่าคนทั้งสองที่ขออาสาเป็นเจ้ามือเลี้ยงเธอในมื้อนี้ จะคุ้นเคยกับอาหารของชาติมหาอำนาจฝ่ายตะวันออกนี้ดีเป็นพิเศษจึงสามารถเลือกสั่งอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งรสชาติก็อร่อยถูกปากทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหารจนแทบลืมไปเลยว่าเธอมากับใครบ้าง

 

ในขณะที่มณิการ์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ บนโต๊ะจึงเหลือเพียงสองหนุ่มสาวนั่งรอบริกรมาเช็กบิลอยู่ ทีแรกรวินันท์เองก็อยากจะไปห้องน้ำด้วยเหมือนกัน แต่เธอรู้สึกจุกแน่นท้องไปหมดจนแทบเดินไม่ไหว จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นนั่งรอให้อาหารสารพัดอย่างที่รับประทานเข้าไปนั้นค่อยๆ เข้าสู่กระบวนการย่อยและดูดซึมมากกว่านี้อีกสักนิด และดูเหมือนว่านี่จะเป็นโอกาสดีที่เธอจะได้ถามเรื่องที่ค้างคาใจมานานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มรูปหล่อเจ้าของบริษัทกับหญิงสาวสวยหวานที่เพิ่งลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อครู่นี้อย่างอดสงสัยไม่ได้ แม้จะปักใจเชื่อไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตามว่าทั้งทั้งคู่คงจะเป็นคนรักของกันและกันไม่ผิดแน่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมในใจลึกๆ ของเธอกลับปฏิเสธความเชื่อนั้น

“นายกับคุณเมนี่เป็นอะไรกันเหรอ”

สไตลิสต์สาวโพล่งถามขึ้นมา ทำให้คนที่กำลังยกแก้วน้ำชาขึ้นดื่มเกือบสำลัก เขาวางแก้วลงพลางหันมามองหญิงสาวที่นั่งเยื้องกับเขาด้วยแววตาพราวระยับ

“ไหนคุณว่าเราแค่เป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ควรยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกันไม่ใช่หรือครับ”

ธามเผยรอยยิ้มตรงมุมปาก เขาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคมคู่นั้นราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างซึ่งอยู่เบื้องหลังคำถามเมื่อครู่นี้ ในใจของชายหนุ่มอดยินดีปรีดาไม่ได้ที่หญิงสาวให้ความสนใจกับเขาอยู่บ้างเหมือนกัน แม้ว่าตลอดเวลาเธอจะทำท่าเหมือนไม่อยากจะพูดคุยกับเขาเท่าไรนักก็ตาม

“นั่นมันก็ใช่ แต่ฉันอยากรู้ เอ่อ ไม่ใช่สิ คือฉันต้องร่วมงานกับพวกคุณสองคนไปอีกตั้งเกือบเดือน อย่างน้อยถ้าฉันรู้ว่านายกับคุณเมนี่มีความสัมพันธ์กันยังไง จะได้วางตัวถูกไงล่ะ”

คนที่บอกไม่ให้คนอื่นยุ่งเรื่องส่วนตัว แต่กลับเป็นฝ่ายอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นเสียเองทำหน้าค้อนปะหลับปะเหลือกให้อีกฝ่าย ก่อนจะรีบพูดแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

“กลัวว่าคุณจะทำตัวสนิทสนมกับผมมากเกินไปจนเมนี่จะหึงผม หรือคุณกำลังหึงที่เห็นผมทำท่าสนิทสนมกับเมนี่มากกว่ากันแน่ครับ คุณวิ”

คำพูดกับน้ำเสียงล้อเลียนของธามนั้น ทำให้รวินันท์แก้มแดงจัดจนแยกไม่ออกว่าเพราะโกรธหรือเพราะเขินกันแน่ เธอขึ้นเสียงใส่เขากลับไปอย่างหงุดหงิด

“บ้า ทำไมฉันจะต้องหึงคนอย่างนายด้วย เราเป็นอะไรกันมิทราบ”

“นั่นสินะ คำถามของคุณน่าคิดมาก ตกลงเราสองคนเป็นอะไรกันเหรอครับ”

ชายหนุ่มแกล้งทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ แต่สไตลิสต์สาวกลับเริ่มรู้สึกรำคาญท่าทีกวนประสาทของเขาจนชักอยากจะตั๊นใบหน้าหล่อๆ นั้นสักทีสองที เผื่อว่าจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรดังที่ใจคิด ก็เหมือนมีคนลั่นระฆังช่วยชีวิตประธานหนุ่มเอาไว้เสียก่อน

“คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ทำไมคุณวิดูหน้าเครียดจัง”

เสียงหวานของมณิการ์ดังนำมาก่อนตัว เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมของตนพลางเอ่ยถามเพื่อนชายคนสนิทที่กำลังทำหน้าระรื่นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผิดกับหญิงสาวอีกคนที่นั่งถัดออกไปอย่างลิบลับ

“ไม่มีอะไรหรอกครับเมนี่ แค่ผมบอกว่าบ่ายนี้คุณวิเธอจะต้องทำงานหนักมาก เธอก็เลยเครียดเพราะยังปรับตัวไม่ทันน่ะครับ”

ดวงตายาวรีภายใต้แว่นกระจกบางไร้กรอบยี่ห้อหรูมองไปยังคนที่ถูกพาดพิงถึงด้วยแววตาขบขัน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบโต้อะไรนอกจากส่งยิ้มจืดเจื่อนและพยักหน้าให้มณิการ์แทนคำตอบเท่านั้น

ข้างฝ่ายรวินันท์ก็ได้แต่ทำท่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความกรุ่นโกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่ใจปรารถนา เธอจึงได้แต่เพียงลอบส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปให้ชายหนุ่มจอมกวนประสาท เมื่อเพื่อนสาวของเขาเผลอหันไปมองตามเสียงเรียกของบริกรพอดี

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #1070 วนัน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 11:39
    สนุกนะคะ
    #1,070
    0
  2. #428 JJ.. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 18:49

    น้องธามคิดเเผนทำพี่วิเสียคนอยุ่เเน่เลยย

    #428
    0
  3. #363 tungkn4841 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2553 / 01:58


    สงสัยน้องวิของเราจะหลงเข้าหลุมพราง เล่ห์เหลี่ยม นายธามเสียแล้ว
    #363
    0
  4. #361 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 21:25

    ธามอ๊ แกล้งวิแบบนี้ไม่ดีเลย

    #361
    0
  5. #360 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 16:28
    อยากจะรู้ว่าถ้าวิต่อยธามหน้าเเหกขึ้นมาจะว่ายังไง 55555
    โถถ ธามเด๋วน้องจะช่วยรักษานะจ๊ะ
    #360
    0
  6. #359 jeabkiss (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 11:43
    นายธามเจ้าเล่ห์แกล้งให้วิหึงล่ะซิ
    #359
    0
  7. #358 yumekana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 02:13

    หนูวิอะ
    หมดกัน เสียฟอร์มหมดเลย

    #358
    0
  8. #357 kaaka (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 23:28
    โธ่!! วิจ๋าไม่รักษาภาพพน์เลยนะจ๊ะ กินซะแน่นเดินไม่ไหว
    แต่ที่แน่ๆลงไปตามเกมส์ที่ธามวางไว้แล้วนะจ๊ะ 
    ธามจ๋าเจ้าเล่หืได้อีกนะจ๊ะ อิอิ
    #357
    0
  9. #355 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 22:37
    อยากตีอิตาธาม เเต่ฮาวิไม่ไหวและจิงๆๆ 5555
    #355
    0
  10. #354 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 21:38

    แหมๆพ่อคนเสน่ห์แรง

    #354
    0
  11. #353 jeabkiss (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 13:06
    นายธามแกล้งให้วิหึงแน่ๆเลย
    #353
    0
  12. #352 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 12:47
    นายธามนี่ร้ายลึกนะแกล้งกันอยู่ได้
    #352
    0
  13. #349 a-lanta (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 08:37
    เชื่อว่านายธามต้องการบีบให้รวินันท์ออกอาการแน่ ๆ รอไรเตอร์เฉลย
    #349
    0
  14. #348 tungkn4841 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 01:12




    หรือว่า "นางกำนัล" ในที่นี้หมายถึง รวินันท์ ก็แสดงว่า นายธามกำลังเล่นละครเพื่อลองใจดูความรู้สึกของสาวเจ้าว่าคิดอย่างไรกับ นายธามเป็นแน่ ถูกต้องหรือปล่าวค่ะ ไรเตอร์ (เดานะจ๊ะ)
    #348
    0
  15. #347 tungkn4841 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2553 / 00:44


    หรือว่า งานนี้นายธามกำลังเล่นละครเพื่อแกลังรวินันท์เกิดอาการหึง ?????



    รอไรเตอร์ มา up ครบ 100
    #347
    0
  16. #346 mushroom- (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 23:53
    ธามจาเลือกใครกันนี่
    #346
    0
  17. #345 kaaka (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 21:43
    ธามจ๋า กล้านะจี ที่จะหว่านเสน่ห์ และดูใจสาว รู้จ๊ะว่าเสน่ห์อ่ะล้นเหลือ
    #345
    0