ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 20 : บทที่ 20 โฉมหน้าที่แท้จริง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ก.ย. 53

บทที่ 20 โฉมหน้าที่แท้จริง

ภายในลิฟต์โดยสารกว้างที่ออกแบบให้ผนังโดยรอบเป็นกระจกใส สามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างได้รอบทิศไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานตามแผนกต่างๆ ภายในตัวอาคาร หรือแม้แต่ทิวทัศน์ด้านนอกตึก ทำให้ผู้มาเยือนทั้งสองอดที่จะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศภายในบริษัทยักษ์ใหญ่รายนี้ไม่ได้ ไม่ว่าหันมองไปทางไหนก็พบกับความทันสมัยอันประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานรวมไปถึงลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ แต่ก็ไม่ลืมที่จะสอดแทรกเอาความเป็นธรรมชาติของต้นไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกเรียงรายอยู่ตามทาง เข้ามาเสริมเติมแต่งให้คนที่อยู่ในอาคารหลังนี้ได้รู้สึกผ่อนคลายความเคร่งเครียดจากการทำงานไม่น้อยเลย

ทั้งสาวใหญ่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งบรรณาธิการบริหารหรือแม้แต่สไตลิสต์สาวเจ้าของผลงานที่มณิการ์ถูกใจ ต่างก็รู้สึกทึ่งกับแนวคิดของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงสูงคนนี้ขึ้นมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรวินันท์ที่จินตนาการไปไกลว่า เจ้าของบริษัทคนนี้คงจะเป็นชายหนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์อันดีเยี่ยมและมีความรู้ในเรื่องของการออกแบบสถานที่เป็นอย่างดี จึงได้จัดระบบนิเวศน์ภายในอาคารด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างลงตัวเช่นนี้ ดูท่าทางว่างานที่เธอได้รับมอบหมายคงไม่ยากอย่างที่คิดอีกแล้ว

เมื่อดูจากการออกแบบตกแต่งภายในที่เป็นสไตล์ฟิวชั่นแปลกใหม่อย่างนี้ คุณธามอะไรนั่น คงจะมีแนวทางความคิดไม่ต่างจากเธอเท่าไรนักกระมัง หญิงสาวได้แต่นึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ไม่นานนักลิฟต์โดยสารก็พาทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่ชั้น 30 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตึกรูปทรงแปลกตาแห่งนี้

บนเนื้อที่กว่าห้าสิบตารางเมตรเบื้องหลังบานประตูกระจกสีชาแบบเลื่อนปิด-เปิดด้วยระบบไฟฟ้า ถูกออกแบบแยกไว้เป็นสัดส่วน เริ่มจากด้านขวามือที่ประกอบไปด้วยห้องทำงานของผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ทีเอเอส มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานขนาดยาวของเลขานุการสาวที่นั่งประจำอยู่หน้าห้องเพียงสองคน ถัดมาคือห้องประชุมขนาดเล็กที่คาดคะเนด้วยสายตาแล้วน่าจะรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมได้ไม่เกินสิบคน และซ้ายมือสุดริมผนังซึ่งทำด้วยกระจกบานใหญ่ติดฟิล์มกรองแสงสีเทาเข้มเอาไว้นั้น มีชุดรับแขกแบบโซฟาตัวยาวหุ้มด้วยผ้าสักหลาดสีเขียวอ่อนทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ กับโต๊ะกระจกใสทรงกลมขนาดย่อมเข้าชุดกันวางอยู่เบื้องหน้า เสียงดนตรีสไตล์อคูสติกเบาๆ ที่ดังแว่วมาจากลำโพงตัวเล็กบนฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา อีกทั้งโคมไฟวอร์มไลต์แบบติดผนังที่ให้แสงสว่างสีเหลืองนวล ไม่ทำร้ายสายตาเหมือนอย่างแสงเจิดจ้าจากหลอดฟลูออเรสเซ้นต์ตามปกติ ทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เงียบสงบและค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่ดูเงียบเหงาวังเวงจนเกินไปนัก

“สวัสดีค่ะ มาพบคุณธามใช่ไหมคะ รบกวนนั่งรอสักครู่นะคะ ดิฉันจะเข้าไปเรียนท่านให้ค่ะ”

เสียงเจื้อยแจ้วของเลขานุการสาวคนหนึ่งในสองคนนั้นซึ่งรวินันท์คาดเดาว่าอายุคงไล่เลี่ยพอๆ กับเธอ ดังมาจากโต๊ะยาวทางด้านขวามือ เอ่ยทักทายพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยมิตรไมตรีมาให้ พลางเชื้อเชิญทั้งคู่นั่งรอที่โซฟาสีเขียวอ่อนซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามระหว่างรอการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้านายว่าให้เข้าพบได้

เมื่อทั้งคู่นั่งลงยังโซฟารับแขกเรียบร้อยแล้ว สไตลิสต์สาวจึงกวาดสายตามองไปรอบกายอย่างชื่นชมกับความสวยงามของออฟฟิซแห่งนี้จนแทบอยากจะย้ายมาทำงานที่นี่เสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย หากไม่ติดว่ายังเกรงใจผู้เป็นหัวหน้าของตนที่ยังนั่งอยู่ข้างๆดวงตาคมมองปราดไปยังผนังด้านตรงข้ามหลังโต๊ะทำงานของเลขานุการสาวทั้งสองก็ได้เห็นว่ามีรูปภาพขนาดเท่าตัวจริงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนกอดอกหลวมๆ หันหน้าเอียงข้างเล็กน้อย มีชื่อและตำแหน่งระบุเอาไว้ใต้ภาพอย่างชัดเจน บ่งบอกให้รู้ว่าใครคือคนที่อยู่ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่แห่งนี้

หญิงสาวเพ่งมองไปบนใบหน้าของประธานบริษัทหนุ่มซึ่งมีแว่นสายตากรอบสีดำสวมเอาไว้ ผมสีดำเป็นมันเงาสั้นจนเกือบจะเหมือนผมรองทรงนั้นถูกจัดแต่งให้เรียบแปล้แลดูเหมือนคนมีอายุ เขาสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ผูกเนกไทด์สีเทาเงินและคลุมทับไว้ด้วยสูทสีดำสนิทสีเดียวกับกางเกงแสล็กขายาว จึงทำให้ดูภูมิฐานสมกับตำแหน่งเจ้าคนนายคนได้เป็นอย่างดี ทั้งที่หากพินิจใบหน้าที่อยู่เบื้องหลังกรอบแว่นนั้นให้ดีอีกครั้ง ก็จะพบว่าใบหน้าขาวใสไร้รอยยิ้มนั้นยังดูอ่อนเยาว์เกินกว่าที่จะก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ได้ แม้รวินันท์จะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคนในภาพนั้นเหมือนเคยรู้จักมาก่อนแต่เธอกลับนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร

                วิรู้สึกว่าเจ้าของบริษัทคนนี้ หน้าตาคุ้นๆ ยังไงไม่รู้นะคะคุณมล เหมือนเคยรู้จักที่ไหนมาก่อนเลย

                งั้นหรือจ๊ะ อืม พี่ว่าบางทีวิอาจจะรู้สึกคุ้นเคยเพราะว่าช่วงนี้เขาค่อนข้างออกงานสังคมบ่อยก็ได้นะ

                เมื่อนฤมลได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของลูกน้องสาว เพราะประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทนี้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงไฮโซอยู่ไม่น้อย ด้วยอายุของเขาซึ่งยังไม่ถึงวัยที่จะก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้บริหารเอาเสียเลย ถ้าไม่เป็นเพราะว่าบุพการีทั้งคู่ของเขาที่เป็นเจ้าของกิจการตัวจริงนั้นได้ไปเปิดสาขาเพิ่มที่ต่างประเทศและต้องปักหลักดูแลธุรกิจอยู่ที่นั่น นานๆ จึงจะกลับมาเมืองไทยสักครั้ง จึงได้ยกกิจการแขนงใหม่นี้ฝากไว้ในมือของทายาทเพียงคนเดียวอย่างเขา            

                “คงอย่างนั้นมั้งคะ”

                รวินันท์พยักหน้าน้อยๆ อย่างคล้อยตามไปกับความคิดของผู้เป็นหัวหน้า แต่สายตายังไม่ได้ละไปจากภาพใบหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของกิจการแห่งนี้เลย ด้วยรู้สึกคลับคล้ายกับคลาราวกับว่าเคยได้เจอกับคนในภาพนั้นแบบตัวเป็นๆ มาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกว่าเมื่อไร

พลันเสียงของเลขานุการสาวคนเดิมก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงเพลงที่ดังมาตามสายนั้นหยุดลงพอดี เจ้าของเสียงเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะรับแขกที่นฤมลกับรวินันท์นั่งอยู่

                ท่านประธานเคลียร์งานเรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญคุณทั้งสองด้านในห้องได้เลยนะคะ

                เลขาฯ สาวสวยผายมือเป็นเชิงบอกให้ผู้มาเยือนทั้งสองเดินนำไปก่อน นฤมลและรวินันท์ลุกขึ้นจากโชฟาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตรวจดูเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะก้าวเดินไปยังห้องทำงานของประธานหนุ่มซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที

ที่หน้าประตูห้องนั้น มีเลขานุการสาวสวยอีกคน ยืนคอยท่าเตรียมเปิดประตูพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้ทั้งคู่เช่นเดียวกันกับเลขาฯ คนแรกที่เดินตามพวกเธอมาติดๆ

รวินันท์อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อย่าประหม่าเมื่อคิดไปว่าเบื้องหลังบานประตูไม้สีเข้มนั้นมีคนที่กำลังกุมชะตาชีวิตการทำงานของตนเอาไว้อยู่ หญิงสาวบอกกับตัวเองว่าเธอจะต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เขาพอใจและเป็นทางเดียวที่จะนำเธอไปสู่หนทางแห่งความฝันที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกแล้ว

เมื่อประตูเปิดออกกว้าง นฤมลจึงเดินนำเข้าไปก่อนพลางส่งเสียงทักทายชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของกิจการ โดยมีลูกน้องสาวที่ยืนรีรออย่างกล้าๆ กลัวๆ อยู่หน้าห้อง

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนฤมล จากนิตยสารพีช ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

ธามเงยหน้ามองเจ้าของเสียง ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนแล้วยกมือพนมไหว้ทำความเคารพต่อผู้สูงวัยกว่าด้วยท่าทางนอบน้อมแม้ว่าตนจะอยู่ในตำแหน่งฐานะที่สูงกว่าก็ตาม ทำเอาสาวใหญ่ถึงกับหน้าเหลอหลายกมือขึ้นรับไหว้แทบไม่ทัน เพราะเคยชินกับการทักทายแบบตะวันตกมากกว่า ทำให้เธออดรู้สึกประทับใจต่อชายหนุ่มเจ้าของบริษัทที่ชื่อ ธาม ไม่ได้ ที่แม้เป็นคนรุ่นใหม่แต่กลับไม่ลืมวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงามที่ทรงคุณค่าเช่นนี้

“สวัสดีครับคุณนฤมล ผมได้ยินชื่อของบรรณาธิการสาวคนเก่งชนิดหาตัวจับยากอย่างคุณมานานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้พบกันวันนี้เอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะครับ จริงสิ ผมได้ยินจากเมนี่แล้วว่าคุณจะพาสไตลิสต์ฝีมือดีจากนิตยสารของคุณมาช่วยงานผมด้วย ไม่ทราบว่ามาด้วยกันหรือเปล่าครับ”

นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยทักทายตามมารยาท โดยไม่ลืมที่จะหยอดคำเยินยออีกฝ่ายไว้แต่พองาม คนถูกเยินยอถึงกับยิ้มปลาบปลื้มก่อนจะรีบหันไปเรียกลูกน้องของตนให้รีบเข้ามาแนะนำตัวเองทำความรู้จักกับคนตรงหน้าทันที

“อุ๊ยตาย เกือบลืมไปเลย น้องวิจ๊ะเข้ามาทำความรู้จักกับเจ้าของโปรเจ็กต์ของเราก่อนสิ เธอชื่อรวินันท์ค่ะ เป็นสไตลิสต์ประจำของนิตยสารเรามาสองปีกว่าแล้ว ส่วนนี่คุณธาม เป็นเจ้าของบริษัททีเอเอส มอเตอร์ส ที่เราจะต้องร่วมงานกันจ้ะ”

 เสียงเรียกของผู้เป็นหัวหน้า ทำให้คนที่ยืนเก้กังอยู่หน้าประตู รีบสาวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว เธอโค้งคำนับให้คนที่อยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวเขื่องแทนการยกมือไหว้ เพราะรู้มาก่อนแล้วว่าอายุของเขาน้อยกว่าเธอถึงสองปี แต่พอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนตระหง่านเบื้องหน้าเท่านั้น รวินันท์ก็ถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พลางอ้าปากค้างเบิกตาโพลงหลังอุทานออกมาเสียงหลง

                นายโรคจิต!”

ต่อ

ทีแรกธามไม่ทันได้ใส่ใจว่าคนที่ก้าวเข้ามาใหม่คนนั้นเป็นอย่างไร แต่พอหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่สวมคลุมทับชุดกระโปรงลายดอกสีชมพูหวานเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้น หัวใจของเขาก็พลันเต้นถี่ระรัวขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่าคนที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ตรงหน้า คือคนเดียวกับเจ้าของวงหน้างามที่เขากำลังนึกถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน

คนที่ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้พบกับเธออีก แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองจริงๆ ว่าหญิงสาวซึ่งมาพร้อมกับรถเต่าสีเขียวเจ้าปัญหาคันนั้น จะกลายมาเป็นผู้ร่วมงานคนล่าสุดของเขาได้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจอย่างลิงโลด ดวงตายาวรีส่งสายตาพราวระยิบระยับไปให้อีกฝ่ายอย่างไม่คิดจะปิดบัง

                อ้าว คุณนั่นเอง ผมคิดว่าเราจะไม่ได้เจอหน้ากันแล้วเสียอีก คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าผมจะได้เจอคุณที่นี่

เช่นเดียวกับรวินันท์ หญิงสาวมองจ้องวงหน้าหล่อเหลาของเจ้าของบริษัทหนุ่มที่ผู้เป็นหัวหน้าเพิ่งแนะนำให้รู้จักตาแทบไม่กะพริบ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจไม่แพ้กัน ในที่สุดเธอก็ได้รู้เสียทีว่าภาพของชายหนุ่มที่แขวนอยู่บนผนังหน้าห้องที่เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนเมื่อครู่นั้นเป็นใคร เมื่อแว่นสายตากรอบหนาสีดำบนภาพหน้าห้องเมื่อครู่นี้ กลายมาเป็นแว่นบางใสไร้กรอบ อีกทั้งผมรองทรงสีดำที่ดูราวกับชายแก่วัยกลางคน ก็แปรเปลี่ยนเป็นผมสีน้ำตาลสั้นและเซ็ตเอาไว้จนตั้งชี้โด่ชี้เด่แถมยังมีไฮไลต์ประกายสีทองไว้ตรงปลายผมตามสมัยนิยม ไหนจะเขี้ยวเก๋ตรงมุมปากเมื่อยามชายหนุ่มแย้มยิ้มออกมาอีก

 ถึงแม้ว่าบนตัวของเขาจะมีเสื้อสูทแบรนด์ดังสวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนอันเป็นสีเอกลักษณ์ประจำบริษัทพร้อมทั้งติดกระดุมคอและผูกเนกไทด์เอาไว้อย่างเรียบร้อยปานใด แต่ก็ทำให้หญิงสาวมั่นใจได้ทันทีว่าเขาคือคนเดียวกันกับผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนั้นที่เธอเข้าใจว่าเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลไม่ผิดแน่ ใบหน้าขาวซีดเผือด แทบลมจับเมื่อรู้ตัวว่าต้องมาทำงานกับคนๆ นี้ คนที่เธอไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกเป็นครั้งที่สอง

                พวกคุณรู้จักกันอยู่ก่อนแล้วเหรอคะ

                นฤมลทำหน้าฉงน พลางเอ่ยถามออกมาอย่างข้องใจเพราะไม่คิดว่าลูกน้องของตนจะเคยรู้จักกับประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทมาก่อน

                “ก็นิดหน่อยครับ เราบังเอิญเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ผมเพิ่งทราบว่าคุณผู้หญิงคนนี้ชื่อรวินันท์ แหม ชื่อเพราะจังเลยนะครับ”

                ธามหันไปตอบสาวใหญ่ที่ทำหน้างงอย่างเหลอหลามองคนนั้นทีคนนี้ที พลางอมยิ้มส่งสายตากรุ้มกริ่มไปให้คนที่ยืนเบิกตาโพลงอยู่กลางห้องคล้ายจะยั่วเย้า แต่แล้วประโยคแรกที่ได้ยินจากคนที่เขาเฝ้าแต่นึกถึงมาตลอดสองวันที่ผ่านมา กลับทำให้เขาถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อหญิงสาวรีบกล่าวปฏิเสธที่จะร่วมงานกับเขาทันทีที่ริมฝีปากรูปกระจับซึ่งอ้าค้างอยู่นานนั้นเริ่มขยับได้ สร้างความขุ่นเคืองใจให้กับชายหนุ่มไม่น้อย เมื่อฝ่ายนั้นทำราวกับว่าเกลียดชังเขาเสียเต็มประดาจนไม่อาจแม้แต้จะทำงานร่วมกันได้เช่นนี้

                คุณมลคะ วิขอไม่รับงานนี้ค่ะ

                เมื่อนฤมลได้ยินเสียงประกาศกร้าวดังขึ้นจากข้างกาย เธอก็รีบหันมามองลูกน้องสาวอย่างตกใจ พร้อมกับส่งสายตาเป็นเชิงตำหนิทันที ด้วยรู้สึกว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างมากที่รวินันท์โพล่งออกไปต่อหน้าคนที่มีบุญคุณกับบริษัทของทั้งคู่โดยไม่รักษาน้ำใจแบบนี้ สาวใหญ่หันไปกระซิบถามคนที่เพิ่งบอกปัดงานใหญ่ไปหมาดๆ ด้วยสีหน้างุนงง

                “เกิดอะไรขึ้นคะน้องวิ บอกพี่หน่อยได้ไหมทำไมถึงได้ปฏิเสธต่อหน้าคุณธามเขาแบบนี้ พี่ไม่เข้าใจเลย ปกติเราเป็นคนมีเหตุผลนี่นา”

“เรื่องนั้นวิบอกคุณมลไม่ได้จริงๆ ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่ให้โอกาสนะคะ แต่เห็นทีวิคงต้องขอถอนตัวจากงานนี้แล้วล่ะค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ”

เมื่อผู้เป็นหัวหน้ามองมาที่รวินันท์ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่าง หญิงสาวได้แต่ก้มหน้าหลบตาไม่กล้าบอกความจริงว่า เธอคงไม่อาจทำงานร่วมกับคนที่ขืนใจเธอแล้วยังทำท่าเหมือนทองไม่รู้ร้อนได้อย่างนี้ จึงทำท่าจะผลุนผลันออกจากห้องไป แต่นฤมลกลับยืนจังก้าขวางประตูเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยปรามด้วยสีหน้าร้อนรน

                วิ ทำกับพี่แบบนี้ไม่ได้นะคะ บริษัทของเราจะเสียชื่อแค่ไหนรู้บ้างหรือเปล่า

                ถ้าวิต้องทำงานร่วมกับนะ...เอ่อ คุณคนนี้ วิยอมลาออกจากบริษัทจะดีกว่าค่ะ

                ลูกน้องสาวนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับไปทั้งที่ในใจนั้นรู้สึกเสียดายหน้าที่การงานที่ตนรักเป็นอย่างมาก แต่ก็จำต้องยอมพ่ายแพ้ด้วยไม่เห็นว่าจะมีทางใดที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขานอกเสียจากยอมวางมือจากงานชิ้นสำคัญที่เป็นเสมือนบันไดพาเธอไปสู่ความใฝ่ฝันได้ แบบนี้คงจะดีกว่าล่ะมั้ง รวินันท์คิดในใจ พลางเชิดหน้าเอาไว้เพราะกลัวว่าน้ำตาจะไหลรินลงมาให้ได้อาย ที่ทำปากกล้าพูดจาอวดดีอย่างคนไม่เจียมตัวจนหวิดจะตกงานอยู่รอมร่อแล้ว               

                แต่ทางนิตยสารของเราได้ตกลงกับทางบริษัทเขาเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างเขาก็จ่ายเงินค่ามัดจำมาให้เราแล้วส่วนหนึ่งด้วย ถ้าน้องวิมายกเลิกกลางคันแบบนี้ รู้ไหมว่าบริษัทของเราจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้เขาตั้งเท่าไหร่ หลักแสนเชียวนะคะ ไม่ใช่น้อยๆ

                นฤมลพยายามตะล่อมกล่อมให้ลูกน้องสาวล้มเลิกความตั้งใจที่คิดจะทิ้งงานใหญ่นี้ ด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้ามาอ้าง เพราะรู้ดีว่าหากไม่ใช่รวินันท์แล้ว ผู้ประสานโครงการอย่างมณิการ์คงจะไม่ยอมรับสไตลิสต์คนอื่นให้มาร่วมงานแทนเป็นแน่ แต่ไม่นึกเลยว่าหญิงสาวที่เคยหัวอ่อนว่านอนสอนง่ายคนนั้น จะกลายมาเป็นจอมดื้อรั้นและไร้เหตุผลเช่นนี้ได้

 เรื่องนั้นวิจะขอรับผิดชอบเองค่ะ แต่ให้ตายยังไง วิก็ไม่คิดจะทำงานให้เขาอย่างเด็ดขาด

                รวินันท์ถึงกับสะอึก เมื่อรู้จำนวนตัวเลขที่เธออาจจะต้องยอมควักกระเป๋าเพื่อจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับคู่กรณีแทนบริษัทของเธอเพราะเป็นความผิดของเธอเองที่ยกเลิกโปรเจ็กต์ยักษ์นี้ แต่หญิงสาวก็ต้องยอมรับว่ามันคือทางเลือกสุดท้ายที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ จะถือเสียว่าเป็นค่าชดใช้ที่ทำให้กระจกรถของเขาหลุดหายไปก็ได้ เพราะเธอก็เตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่ทีแรกอยู่แล้ว

แม้จะอดสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างลูกน้องคนโปรดของตนกับชายหนุ่มรูปหล่อเจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์คนนี้มากแค่ไหน แต่นฤมลก็ไม่อยากซักไซ้ให้มากความในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอคือจะทำอย่างไรให้โปรเจ็กต์ใหญ่นี้ไม่ต้องล้มไปต่อหน้าต่อตาของเธอต่างหาก แต่ครั้นเธอกำลังจะอ้าปากวิงวอนขอร้องให้ลูกน้องสาวเปลี่ยนใจอีกครั้ง เสียงห้าวของชายหนุ่มที่ทั้งคู่เกือบลืมไปแล้วว่ามีเขาอยู่ภายในห้องนั้นด้วยอีกคนก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

“แต่ว่า...”

                เอ่อ คุณนฤมลครับ ถ้าคุณจะกรุณา ผมขอคุยกับคุณรวินันท์สักครู่ได้ไหมครับ

                ธามที่ยืนฟังสองสาวต่างวัยโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดงอยู่นานชักเริ่มเมื่อย เมื่อรู้สึกเหมือนผู้มาเยือนนั้นจะลืมไปแล้วว่ากำลังอยู่ในห้องทำงานของใคร เขาเอ่ยทะลุขึ้นมากลางปล้อง ทำให้หัวหน้ากับลูกน้องทั้งสองต้องหยุดชะงักไป

                ได้เลยค่ะคุณธาม ไม่มีปัญหา เชิญคุยกับลูกน้องของดิฉันได้ตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ

                สาวใหญ่หันมาส่งยิ้มอย่างยินดีให้คนที่รับอาสาเข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องพิพาทระหว่างเธอกับลูกน้องสาวคนโปรด แล้วรีบรุดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รวินันท์มองตามคนที่เดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องอย่างเร็วนั้นอย่างแปลกใจ กว่าจะรู้สึกตัวเธอก็แทบจะถลาออกจากห้องตามหัวหน้าของตนไปแล้ว หากไม่ติดว่ามีมือใหญ่คว้าข้อมือของเธอเอาไว้เสียก่อน

                “จะรีบไปไหนล่ะคุณ หัวหน้าคุณบอกแล้วนี่ว่าอนุญาตให้ผมคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวได้ตามสบาย”

                ธามเอ่ยเรียกหญิงสาวพลางแกล้งทำเสียงเข้มทั้งที่ใบหน้าหล่อนั้นยังยิ้มระรื่นอย่างพึงพอใจ ที่สาวใหญ่ทำเหมือนรู้งานวิ่งออกจากห้องของเขาไปเองโดยไม่ต้องเอ่ยปากไล่ให้เสียมารยาท แต่คนที่หันหลังให้เขาคงไม่รู้เลยว่า ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้แฝงไปด้วยเลศนัยมากมายเพียงไหน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของเขาอีกครั้ง

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #845 HIZANA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 13:53
    อ่านไป ยิ้มไปเลยนะเนี่ย
    #845
    0
  2. #468 มาสเมโร (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 11:51
    จัดการเลยทานน
    #468
    0
  3. #391 จารุพร (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 / 14:47
    พี่ธาม สู้ๆนค่ะ เอาใจวิให้ไ้ด้
    #391
    0
  4. #263 JJ.. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 22:59

    นายธามจะทามเช่นใดค่าเนี่ยยยย

    #263
    0
  5. #215 jeabkiss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 12:12
    #215
    0
  6. #214 tungkn4841 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 02:26

    มารอ up ตอนใหม่ค่ะ ไรเตอร์ 

    #214
    0
  7. #213 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 15:00
    นายธามเจ้าเล่ห์อีกแล้วนะ
    #213
    0
  8. #212 jeabkiss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 11:15

    ธามต้องหาทางให้วิรับงานนี้แน่ๆ

    #212
    0
  9. #211 yumekana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 02:14
      
    นายธามจะเจรจาต้าอ่วยอะไรกับหนูวิเนี่ย
    อยากรู้
    และลุ้นระทึกสิ้นดี
    #211
    0
  10. #210 tungkn4841 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 01:38


    คุณวิตกใจเมื่อเจอนายธามแล้ว ไม่ขอทำงานนี้ต่อแต่นายธามจะยอมหรือไม่......คงต้องรอลุ้น แต่ดูท่างานนี้คุณวิ คงโดนเล่ห์เหลี่ยมสุดหล่อของเรา ....จนต้องรับทำงานproject นี้ต่อหรือไม่......รอไรเตอร์มาเฉลย 5555
    #210
    0
  11. #209 punch (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กันยายน 2553 / 00:09
    โอ๊ย นายธามคิดอะไรของนาย

    ไรเตอร์ค่ะรีบมาอัพต่อนะค่ะ
    #209
    0
  12. #208 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2553 / 22:03
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด พี่ธาม โอยย น้องจะเป็นลมเเทน
    หล่ออะไรอย่างนี้ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    แบบนี้เลยป่ะคะไรเตอร์ ขอนึกอิมเมจเช่นนี้
    เอาไงล่ะทีนี้ หนูวิ เค้าเรียกว่าอะไรจ๊ะเนี่ยมาเจอกันแบบ พี่ธาม อย่ามาทำเจ้าเล่ห์ ชิชะๆๆๆ
    รักนะ พี่ธาม กรั่กๆๆๆๆๆ ไม่ทราบว่าคุณธ่มลุกส์นี้เหมาะกับตอนนี้ไม๊คะไรเตอร์~~~~~

     
    #208
    0
  13. #207 kaaka (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2553 / 21:38
     กรี๊ดดดดด ธามจ๋า ทาบทามให้ติดนะ เพราะพรหมลิขิตมาให้แล้วจ้า
    #207
    0
  14. #206 jeabkiss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2553 / 19:46
    รับทราบค่ะตามไปโหวตด่วนจี๋
    #206
    0
  15. #205 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 22:27
     ใครสติแตกก่อนกันนี่วิหรือธาม
    ธามดีใจ
    วิตกใจ
    #205
    0
  16. #204 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 20:05
    กรี๊ดดดดดดดดดดดมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    ใจเต้นกว่านางเอกประหนึ่งธามอยู่ตรงหน้า ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    หล่อจริงอะไรจริง(เพ้อเจ้อมากๆ!)

    รอตอนน่อไปอย่างใจจดใจจ่อ  กรรมหนูวิ ทำไมเรียพี่ธามว่านายโรคจิตเล่าคะเนี๊ยะ
    5555555555555555555555555555555
    สมใจนายธามเลยคร่ะตอนนี้ ไม่ต้องคิดถึงให้เหนื่อยเเล้วว วู้วๆๆ มันส์เเน่ๆๆตอนต่อไป
    รออยู่นะจ๊าไรเต้อออออออออ~~~~~~

    เเปะพี่ธามในร่างพี่ยุนเจ้าชายกุง!(ตำเเหน่งเยอะไปป่ะ? - -")

     

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 กันยายน 2553 / 20:06
    #204
    0
  17. #203 jeabkiss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 18:48
    ธามสมใจเลยไม่ต้องไปตามหาที่ไหนเลยเจอวิจนได้
    #203
    0
  18. #202 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 16:34

    เอาล่ะไง สมใจธามล่ะซิเนี๊ย~

    #202
    0
  19. #201 kaaka (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 12:54
     อ๊ากกกกก ป๊ะกันแล้วคร้า
    #201
    0
  20. #200 punch (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 09:06
    นายธามๆเอาซะแล้ว แล้วรวินันท์ล่ะจะทำงัยเนี่ย

    รอไรเตอร์มาอัพต่อนะค่ะ ลุ้นๆๆๆๆ
    #200
    0
  21. #199 yumekana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2553 / 05:00
     
    อะ อย่าเผลอหลุดสิหนูวิ
    เดี๋ยวอดได้งาน
    แถมจะทำความลับแตกด้วยตัวเองนา
    #199
    0
  22. #198 muLaTAE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2553 / 22:51

    อุ๊ยๆ เจอกันแล้ว  กับนายโรคจิต 

    รอให้ครบร้อย นะคะ
    #198
    0
  23. #197 tungkn4841 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2553 / 22:39
    สวรรค์ดลบันดาลให้ธามกับวิมาเจอกันเพื่อรัก หรือ กลั่นแกล้งให้ชีวิตเดินทางผิด อินเจ้าค่ะ

    เจอกันแล้ว งานนี้เล่นคุณวิผงะถอยหลัง แถมอุทาน นายโรคจิต 5555



    รอไรเตอร์มา up ครบ 100ค่ะ
    #197
    0