ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 19 : บทที่ 19 จุดเปลี่ยนของชีวิต (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    21 ก.ย. 53


บทที่ 19 จุดเปลี่ยนของชีวิต

                รวินันท์เดินไปที่โต๊ะทำงานของตนพลางรีบจัดเตรียมเอกสารที่จะต้องใช้ประกอบการ ประชุมกับบริษัทผลิตรถยนต์ด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ ริมฝีปากอิ่ม แย้มยิ้มออกมาแทบไม่ยอมหุบ เมื่อคิดว่าวันที่ตนจะได้แจ้งเกิดในวงการแฟชั่นอย่างเต็มตัวใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว

                จริงอยู่ที่เธอเริ่มงานจากตำแหน่งสไตลิสต์ทั้งที่ความจริงแล้วอาชีพดีไซเนอร์ต่างหากคือสิ่งที่เธอใฝ่ฝัน ดังนั้นหากงานออกแบบชุดสำหรับสาวพริตตี้ให้กับค่ายรถยนต์ยี่ห้อใหม่ ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้สำเร็จลงได้ด้วยดี เธอก็จะก้าวไปสู่การเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่และมีชุดที่ออกแบบด้วยฝีมือของตัว เองทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่คนที่หยิบจับเอาชุดนั้นชุดนี้ของแบรนด์ดังต่างๆ มาผสมผสานกันอย่างเหมาะเจาะลงตัวเหมือนที่เคยทำมาตลอดสองปีอีกแล้ว

เมื่อ จัดเตรียมทุกอย่างใส่ลงในกระเป๋าถือของตนเรียบร้อยแล้ว คนที่วาดฝันว่าตัวเองกำลังจะเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของวงการจึงหยิบโทรศัพท์ มือถือขึ้นมาแล้วทำท่าว่าจะกดต่อสายโทรศัพท์ไปหาแฟนหนุ่มเพื่อบอกกล่าว เรื่องน่ายินดีนี้ให้เขาได้ร่วมรับรู้ด้วยอีกคน พลันหญิงสาวก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้ภวัฐคงจะยุ่งอยู่กับการประชุมกับลูกค้าคนสำคัญของบริษัทอีกกลุ่มหนึ่ง เธอจึงเปลี่ยนใจกดส่งเป็นข้อความสั้นให้ฝ่ายนั้นแทน

                คุณมลกำลังจะพาวิไปประชุมกับผู้บริหารของ TAS  Motors แถวสาทรค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ถ้าวัฐเลิกงานแล้วก็กลับก่อนได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอ

                หลัง จากนั้นหญิงสาวจึงคว้ากระเป๋าของตนขึ้นมาสะพายไหล่แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ เพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ถึงแม้สาวใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าของเธอจะบอกว่าทางนั้นถูกอกถูกใจกับสไตล์การออก แบบเสื้อผ้าให้กับเหล่าดารานางแบบได้สวมใส่มากเพียงใด แต่บุคลิกภาพของสไตลิสต์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย เพราะนอกจากจะทำให้ผู้คนที่พบเห็นเกิดความรู้สึกน่าเชื่อถือในเซ้นส์ด้านการแต่งกายแล้ว ยังจะส่งผลถึงความประทับใจเมื่อแรกพบซึ่งจะช่วยในการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ระหว่างเธอและลูกค้ารายนี้อีกด้วย

รวิ นันท์หยิบเครื่องสำอางค์ขึ้นมาประทินโฉมใบหน้าของตัวเองเล็กน้อยเมื่อรู้สึก ว่าสภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ค่อยน่ามองเท่าไรนัก ด้วยไม่อยากให้ลูกค้าคนสำคัญต้องตกอกตกใจกับใบหน้าอันซูบซีด ขอบตาลึกโหล แลดูอิดโรยราวกับผีดิบเดินได้เช่นนี้ เธอหยิบเอาตลับแป้งผสมรองพื้นที่มีประกายมุกเป็นส่วนผสมขึ้นมาแล้วใช้พัฟตบ แป้งลงบนผิวหน้าเบาๆ ให้ใบหน้าขาวนั้นดูนวลเนียนกระจ่างใสแต่ไม่หนาเกินไปจนกลายเป็นหน้ากาก

จากนั้นจึงเพิ่มความสดใสด้วยบรัชออนสีชมพูพีชอ่อนๆ ที่ปัดเฉียงจากพวงแก้มนุ่มไล้ขึ้นไปจนถึงขมับ เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อขับให้ดวงตาอันเป็นหน้าต่างของหัวใจนั้นดูมีพลังพอที่จะดึงดูดความสนใจ และที่ขาดไม่ได้คือ ลิปสติกเนื้อนุ่มสีโทนเดียวกันกับบรัชออน ตามด้วยลิปกลอสวาวใสที่ช่วยทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอนั้น แลดูโดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็น

ผมยาวและหนา ที่ม้วนเป็นลอนหลวมๆนั้น ถูกรวบไว้ครึ่งศีรษะเพื่อให้ดูสุภาพเรียบร้อย เช่นเดียวกับชุดเดรสผ้าชีฟองสีชมพูลายดอกแบบสายเดี่ยวความสูงเหนือเข่าที่ดู จะเปรี้ยวเข็ดฟันจนเกินไปนั้นถูกสวมทับไว้ด้วยเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทตัวยาวจนเกือบคลุมสะโพก และเปลี่ยนรองเท้าแบบสานมาเป็นรองเท้าคัชชูส้นสูงสีดำ ที่ดูเป็นทางการกว่าเมื่อครู่ หญิงมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกแล้วก็คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างพึงพอใจกับภาพลักษณ์ใหม่ของตนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

                วิ เธอมีโอกาสเกิดแล้ว สู้ๆ”                                                                               

                รวินันท์พูดกับตัวเองเบาๆ  พร้อม กับยกมือสองข้างขึ้นมากำเอาไว้ด้วยท่าทางมาดมั่น เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของเธอให้กลับมาจดจ่ออยู่กับงานชิ้นสำคัญที่กำลังจะได้รับมอบหมาย แล้วจึงเดินออกไปจากห้องน้ำโดยไม่ลืมข้าวของและสัมภาระของตัวเอง และพบว่านฤมลกำลังเปิดประตูเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี

                สาว ใหญ่เดินนำลูกน้องไปยังหน้าลิฟต์ด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง แม้อายุอานามของเธอจะเริ่มเข้าสู่วัยสี่สิบปลายๆ แล้วก็ตามที ทำให้รวินันท์ต้องเร่งสาวเท้ายาวๆ ตามหัวหน้าของตนให้ทันเพื่อที่จะไปขึ้นรถของบริษัทที่จอดรออยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าที่ชั้นล่างของอาคารอยู่ก่อนแล้ว

                คุณเมนี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ อีกไม่เกินสิบห้านาที ดิฉันกับน้องสไตลิสต์จะไปถึงที่นั่นอย่างแน่นอนค่ะ...

ตลอด ทางจากหน้าออฟฟิซมาจนถึงบนรถยนต์คันใหญ่สีบรอนซ์เงิน ซึ่งเป็นพาหนะที่จะนำพาทั้งคู่ไปยังบริษัทเจ้าของโครงการคนสำคัญบนตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่งในย่านสาทร อันเป็นที่ตั้งของบริษัท ทีเอเอส มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน) นั้น เสียงพูดคุยระหว่างนฤมลกับอีกคนที่อยู่ในสายยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มิได้หยุดลง ซึ่งจากบทสนทนานั้นทำให้รวินันท์พอจะจับใจความได้ว่า คุณเมนี่ คือคนเดียวกับ คุณมณิการ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทและเป็นคนตัดสินใจเลือกเธอมาร่วมงานในครั้งนี้

                ด้วยความที่เธออยู่แต่ในแวดวงของแฟชั่นและมักจะให้ความสนใจกับเรื่องของความสวย ความงามเป็นหลัก และไม่เคยติดตามข่าวสารในเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์มาก่อนเลย จึงทำให้ไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าของบริษัทที่ได้รับอนุญาตในการผลิตรถยนต์สัญชาติ ไทยแท้ๆ สำหรับจำหน่ายทั้งในและนอกประเทศนั้น เป็นใครมาจากไหน และมีชื่อเสียงโด่งดังเพียงใด สไตลิสต์สาวนึกจินตนาการไปว่าคนที่เธอกำลังจะร่วมงานด้วยนั้น คงจะเป็นผู้หญิงอายุราวสามสิบต้นๆ ประเภทเวิร์กกิ้งวูแมนที่มีความเก่งกาจในงานด้านบริหารพอตัวทีเดียว ถึงได้ก้าวขึ้นมานั่งแท่นเป็นผู้บริหารของบริษัทหนึ่งในเครือบริษัทยักษ์ ใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตอะไหล่รถยนต์มานมนานเช่นนี้

รวินันท์นึกแล้วก็แอบลอบยิ้มออกมาอย่างดีใจ เมื่อรู้สึกว่าตนกำลังจะได้ร่วมงานกับคนเก่ง เพราะนั่นจะเป็นเสมือนแรงกระตุ้นที่จะช่วยผลักดันให้เธอไปสู่จุดมุ่งหมายที่วาดหวังเอาไว้ได้ไม่ยากนัก อีกอย่างการร่วมงานกับผู้หญิงนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอมากกว่าการ ร่วมงานกับผู้ชาย ถึงแม้ว่าคุณมณิการ์นั้นจะเป็นผู้บริหารที่ต้องทำงานกับเรื่องเครื่องจักร เครื่องยนต์ แต่อย่างไรเสียก็เป็นผู้หญิง ดังนั้นสไตลิสต์สาวจึงค่อนข้างเชื่อว่าความคิดความอ่านและความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่น ระหว่างเธอกับหญิงสาวเจ้าของบริษัทนั้นคงจะไม่แตกต่างกันมากนัก

ทั้งยังไม่ต้องมัวมานั่งระแวงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามกับตัวเธอ เพราะหลายครั้งหลายหนที่เคยได้ยินจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เวลาที่ต้องออกไปพบลูกค้าว่า เจ้าของบริษัทที่เป็นเพศชายโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะชอบสานความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานที่เป็นเพศหญิงมากเกินกว่าความจำเป็น จึงทำให้ต้องระมัดระวังตัวกันมากเป็นพิเศษ แต่ในกรณีนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องระวังตัวมากนัก และคาดว่าน่าจะร่วมงานกันได้อย่างสบายใจอีกด้วย

ต่อ

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน ทำให้คนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านเอกสารเกี่ยวกับแผนงานที่ฝ่ายการตลาดนำมา ให้พิจารณาก่อนจะตัดสินใจอนุมัติงบโครงการต้องหยุดชะงักไปเล็กน้อย มือเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เมื่อเห็นภาพปรากฏที่หน้าจอก็รีบกดรับสายทันที

ว่าไงเมนี่

พอชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปเท่านั้น ปลายสายก็ส่งเสียงหวานตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ธาม คะ ตอนนี้เมนี่ยังติดประชุมอยู่ที่บริษัทของคุณพ่ออยู่เลยค่ะ แต่เมนี่นัดทีมสไตลิสต์ที่จะให้มาช่วยออกแบบชุดพรีเซ็นเตอร์ของเราในงานเปิดตัวรถเอาไว้ให้ธามแล้ว อีกสักพักคงจะมาถึงน่ะค่ะ ยังไงฝากธามคุยกับเขาไปพลางๆ ก่อนได้ไหมคะ เมนี่ขอโทษจริงๆ นะ ถ้างานทางนี้เสร็จเมื่อไหร่ เมนี่จะรีบไปที่ออฟฟิซของธามทันทีเลยนะคะ

มณิการ์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าแกมรู้สึกผิด เพราะคนที่รับอาสาเป็นตัวตั้งตัวดี ทั้งคอยเจ้ากี้เจ้าการจัดหาฝ่ายออกแบบเสื้อผ้ามาให้กับโปรเจ็กต์ยักษ์ของ เพื่อนชายนั้นก็คือเธอนั่นเอง 

อืม ไม่เป็นไรหรอก ผมจะลองคุยกับเขาดูก่อนแล้วกัน แค่นี้ใช่ไหม

ธาม ทำหน้าเซ็งเล็กน้อย เพราะเขาไม่ค่อยถูกกับเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้สักเท่าไรนัก ตั้งแต่แรกแล้วที่เขาดึงตัวมณิการ์ให้มาช่วยเป็นผู้ประสานงานโครงการ เพราะไม่อยากจะวุ่นวายกับเรื่องหยุมหยิมอะไรทำนองนี้ เขาสนใจแต่เรื่องของการผลิตรถยนต์ให้ออกมาดีและมีคุณภาพมากกว่าที่จะมัวมานั่ง สนใจกับแผนโฆษณาที่จะช่วยโปรโมตให้รถของเขาเป็นที่ต้องตาต้องใจของตลาด แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ละเลยความสำคัญของงานด้านนี้ไปเสียทีเดียว

เดี๋ยวค่ะ เมนี่มีเรื่องหนึ่งที่อยากขอร้อง สไตลิสต์ที่เมนี่เลือกมาคนนี้ เขาอาจจะยังใหม่กับงานออกแบบของเราอยู่บ้าง แต่เมนี่คิดว่าเขามีพรสวรรค์มากพอที่จะช่วยเราได้ เพราะงั้นถ้าหากเขาพูดอะไรไม่ถูกใจ ก็อย่าเพิ่งไล่ตะเพิดเขาไปเลยนะคะ

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มผู้รั้งตำแหน่งประธานของบริษัทจะกดวางสาย อีกฝ่ายก็รีบชิงพูดดักทางเอาไว้ก่อน ด้วยรู้นิสัยใจคอของเขาดีว่า คนเลือดร้อนและวู่วามอย่างธามนั้น หากลองไม่พอใจขึ้นมาแล้ว ต่อให้ใครมาอ้อนวอนอย่างไร เขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนความคิดของตัวเองเป็นแน่

โอเค ผมรับปาก ยังไงถ้าเสร็จงานทางนั้นแล้วก็รีบๆ มาละกัน แค่นี้ก่อนนะ ผมยังมีงานค้างอยู่

 เมื่อถูกดักคอมาแบบนั้น ธามจึงได้แต่ลอบถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขารีบพูดตัดบทและวางสายจากเพื่อนหญิงคนสนิทของตนอย่างรวดเร็ว แล้วจึงวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะอย่างแรงจนเหมือนกับว่าเขาแทบจะโยนมันทิ้งไป อย่างไรอย่างนั้น พลางเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้พร้อมกับหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน มือข้างหนึ่งยกขึ้นมานวดเฟ้นบริเวณหว่างคิ้วทั้งสองเบาๆ หวังจะให้สมองได้รู้สึกผ่อนคลายความเคร่งเครียดลงไปบ้าง

ทั้งที่เช้านี้ประธานหนุ่มเพิ่งเริ่มงานไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง แต่ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่คอยรบกวนจิตใจของเขาทำให้เกิดเป็นความฟุ้งซ่าน จนสมาธิแตกกระเจิงกระจัดกระจายหายไปหมด กว่าจะรวบรวมมันกลับมาได้แต่ละครั้ง ก็ทำให้เขาต้องเสียเวลาไปมากเอาการ

ปกติแล้วชายหนุ่มมักจะรู้สึกสนุกกับการทำงาน เพราะดูเหมือนว่าในแต่ละวันงานต่างๆ ที่เขาได้รับมอบหมายในฐานะประธานกรรมการของบริษัทนั้น มีมากมายจนเขาแทบไม่เคยมีเวลาให้ได้หยุดพักหายใจหายคอเลยสักนิด แต่ที่เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยไปกับมันก็เพราะความรู้สึกท้าทายที่ได้ จัดการสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยตัวของเขาเอง กอปรกับอยากจะลบคำสบประมาทของพวกผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ที่มักจะคิดว่าเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มไฟแรงที่เข้ามาบริหารธุรกิจแขนงใหม่ของ ผู้เป็นบิดา และยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมากนัก เขาจึงมุ่งมั่นที่จะทำงานทุกอย่างอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด เท่าที่ความสามารถของเขาพอจะทำได้

แต่ หลังจากที่ได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าผู้มาพร้อมกับรถเต่าสีเขียวเจ้าปัญหาคันนั้น จิตใจของธามที่เคยเอาแต่จดจ่อแน่วแน่กับหน้าที่การงานของตนอยู่เสมอ ก็กลับหวั่นไหวเต็มไปด้วยความสับสนว้าวุ่นใจจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนอย่างเคย ทุกครั้งที่เขาหลับตาลง ก็จะพบว่ามีภาพดวงหน้างามของหญิงสาวคนเดิมลอยเข้ามาวนเวียนอยู่ในห้วงความ คิดของเขาอยู่เรื่อยไป

หลายครั้งที่ในใจร่ำร้องบอกว่าอยากเจอกับเธอคนนั้นอีกสักครั้ง แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ เขาให้สัญญากับเธอไปแล้วว่าจะไม่เข้าไปรบกวนหรือยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเธอ และแฟนหนุ่มผู้แสนดีคนนั้นอีก แต่เหมือนภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาจนยากที่จะสลัดทิ้งออกไปได้ เพราะอะไรกันนะ ทำไมถึงลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สักที ชายหนุ่มเฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรที่กระจ่างชัดกลับมา เขาถอนหายใจยาวอีกครั้งอย่างปลงไม่ตกกับชีวิต ก่อนจะเบนความสนใจของตนกลับมายังกองเอกสารเบื้องหน้าอีกครั้งราวกับหวังว่า กระดาษที่เต็มไปด้วยข้อความต่างๆ เหล่านั้นจะช่วยให้ความคิดคำนึงถึงหญิงสาวมลายหายไปบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

 

ไม่นานรถยนต์สีบรอนซ์เงินที่มีโลโก้ของนิตยสารชื่อดังก็แล่นมาจอดที่หน้าบริษัท ผลิตรถยนต์สัญชาติไทยรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตในประเทศได้ ตึกรูปทรงแปลกตาสูงตระหง่านราวสามสิบชั้นที่มีการออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์น บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างดีว่ามีหัวคิดทันสมัยเพียงไร

รวินันท์เดินลงมาจากรถพร้อมกับมองไปรอบๆ ด้วยท่าทางตื่นเต้น เธอแทบไม่เคยย่างกรายเข้ามาในย่านสาทร อันเป็นเขตธุรกิจที่สำคัญอีกแห่งรองจากย่านสีลมหรือย่านราชประสงค์มาก่อน จึงไม่เคยรู้เลยว่ามีตึกที่ออกแบบคล้ายกับรูปทรงของรถยนต์สำหรับอนาคต ตั้งอยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้นโลกแบบนี้อยู่ด้วย

เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปภายในอาคาร รวินันท์ก็ต้องตกตะลึงกับความหรูหราอลังการภายในที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งสุดเก๋ ซึ่งดูแตกต่างจากออฟฟิซอื่นๆ ทั่วไปเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเธอกำลังนั่งเครื่องไทม์แมชชีนก้าวข้ามมาสู่โลกแห่งอนาคตก็ไม่ปาน

                คุณมลแน่ใจหรือคะว่าคนที่เรากำลังจะร่วมงานด้วยคือเจ้าของบริษัทนี้ วิรู้สึกว่าที่นี่มันใหญ่โตแล้วก็หรูหรามาก อย่างกับสถานีอวกาศยังไงยังงั้นเลย ดูท่าทางเจ้าของเขาก็น่าจะรวยไม่น้อย อันที่จริงน่าจะไปจ้างพวกดีไซเนอร์ชื่อดังจากเมืองนอก หรือไม่ก็พวกสไตลิสต์ฝีมือระดับแถวหน้าของวงการแฟชั่นบ้านเรามาออกแบบให้ก็ได้ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเขาจะมาติดต่อกับนิตยสารของเรา แถมยังเลือกสไตลิสต์ฝีมือต๊อกต๋อยอย่างวิอีก

                หญิงสาวแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าผู้ที่ชอบผลงานของเธอจะเป็นถึงเจ้า ของบริษัทในเครือของบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านการผลิตและจัดจำหน่าย อะไหล่รถยนต์ติดอันดับต้นๆ ของประเทศอย่างนี้ ทั้งยังไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไม ผู้บริหารสาวคนเก่งคนนั้นถึงได้เจาะจงเลือกที่จะจ้างสไตลิสต์โนเนมอย่างเธอมาร่วมงานในโปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดนี้ได้ ทั้งที่ดูแล้วน่าจะสามารถจ้างดีไซเนอร์ระดับมืออาชีพได้ถึงสามสี่คนอย่างสบายๆ เลยเสียด้วยซ้ำไป

                โธ่ น้องวิ พี่บอกแล้วไงจ๊ะ ของแบบนี้มันไม่เกี่ยวกับชื่อเสียงหรือเงินทองอะไรเลย ที่เขาเลือกน้องวิก็เพราะเขาชอบในผลงานของเรามากกว่าผลงานออกแบบของคนอื่นๆ ทีแรกพี่ก็ลังเลใจอยู่เหมือนกัน แต่คุณเมนี่เธอยืนกรานเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าคนที่เขาต้องการจะร่วมงานด้วยมีคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด

ลองคิดดูสิว่าเจ้าของเขาอุตส่าห์ยอมลงทุนจ่ายค่าสปอนเซอร์ล่วงหน้ามาให้เป็นปี เพื่อแลกกับการที่วิจะมาช่วยออกแบบชุดให้เขา แบบนี้ยังเรียกว่าต๊อกต๋อยอีกเหรอ อีกอย่างพี่ได้คุยกับท่านประธานของเราแล้วว่าหากงานนี้สำเร็จ พี่จะขอให้เขาเลื่อนตำแหน่งวิขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝ่ายแถมปรับเงินเดือนขึ้นมา อีกสองเท่าด้วยนะ เป็นยังไงจ๊ะเริ่มรู้สึกไฟแรงขึ้นมาบ้างหรือยัง

เสียงของนฤมลที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาหยุดยืนข้างๆ ลูกน้องคนโปรด พลางลูบหลังลูบไหล่อย่างให้กำลังใจ ทำเอารวินันท์ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง เธอพยักหน้าให้อีกฝ่ายเป็นเชิงรับคำด้วยประกายตาที่ฉายแววของความมุ่งมั่น พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานกลับไป นฤมลจึงชักชวนให้ลูกน้องสาวเดินตามเธอมายังบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่มีพนักงานสาวสวยสามคนนั่งทำงานอยู่

สวัสดีค่ะ ดิฉันมาจากนิตยสารพีช พอดีคุณมณิการ์แนะนำให้มาพบกับคุณธาม อัครสินธุ์โสภณ ตามที่นัดเอาไว้ตอนสิบโมงตรงค่ะ

สาวใหญ่ยื่นนามบัตรของตนพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนส่งให้กับประชาสัมพันธ์สาวคนหนึ่ง และบอกจุดประสงค์ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ ระหว่างที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กำลังโทรศัพท์ขึ้นไปแจ้งแก่เลขานุการของผู้ บริหารหนุ่มอยู่นั้น รวินันท์ก็สะกิดคนข้างกายเบาๆ พลางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

เอ่อ คุณมลคะ ไหนว่าเราจะมาคุยกับคุณมณิการ์ที่เป็นเจ้าของบริษัท แล้วเราจะมาพบคุณธามคนนั้นทำไมหรือคะ

อ้าว นี่พี่ยังไม่ได้บอกหนูวิไปเหรอว่าคุณมณิการ์น่ะ เธอเป็นแค่ผู้ประสานโครงการน่ะ ส่วนเจ้าของบริษัทนี้จริงๆ แล้วคือคุณธามต่างหากล่ะ ขอโทษทีนะจ๊ะสงสัยพี่คงจะยุ่งจนลืมบอกไป แต่วิไม่ต้องเป็นห่วงนะ คุณธามคนนี้เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่มีความสามารถมากๆ ทั้งที่อายุเพิ่งจะยี่สิบห้าเท่านั้นเอง แต่ก็ได้เป็นถึงประธานบริษัทใหญ่โตขนาดนี้แล้ว เป็นเครื่องการันตีว่าความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลยล่ะจ้ะ

นฤมล ทำตาโตอย่างตกอกตกใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมเล่ารายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เกี่ยวกับเจ้าของบริษัทหนุ่ม ผู้รับผิดชอบโครงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกของบริษัท และเป็นรถยนต์คันแรกที่มีการผลิตในประเทศ ต่างจากรถปิ๊กอัพต่อเติมอย่างเจ้าอื่นๆ ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เพราะจุดมุ่งหมายของทีเอเอส มอเตอร์สนั้น ไม่ได้อยู่ที่การผลิตเพื่อใช้ในประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องการผลักดันให้เข้าสู่ตลาดโลกเช่นเดียวกับบริษัทผลิตรถยนต์จากประเทศ เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หรือแม้แต่บริษัทจากประเทศมหาอำนาจอย่างจีนอีกด้วย   

รวินันท์พยักหน้าหงึกหงักไปกับเรื่องที่หัวหน้าของตนเล่าให้ฟัง แม้จะยังรู้สึกผิดหวังอยู่หน่อยๆ เพราะคิดไปว่าเธอคงได้ทำงานร่วมกับผู้หญิงเก่งอย่างคุณมณิการ์ แต่ในเมื่อเธอตกลงรับปากที่จะทำงานนี้แล้วก็คงเป็นเรื่องยากที่จะมาขอถอนตัวกลางคันเอาตอนนี้ เมื่อมันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยหากจะบอกว่าไม่อยากร่วมงานเพียงเพราะเจ้าของกิจการเป็นผู้ชายเท่านั้น

ดิฉัน เรียนให้ท่านประธานทราบแล้วค่ะ ท่านบอกว่าให้ขึ้นไปที่ห้องทำงานได้เลย ส่วนนี่เป็นบัตรสำหรับปลดรหัสล็อกของลิฟต์ค่ะ ถ้าเรียบร้อยแล้วเชิญที่ลิฟต์ด้านขวามือ กดชั้นสามสิบนะคะ

เสียงเรียกของพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทำให้สองสาวต่างวัยจากนิตยสารพีชหันไปแทบจะพร้อมกัน เมื่อได้รับการชี้แจงรายละเอียดการเข้าพบแล้ว ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าไปยังลิฟต์โดยสารซึ่งอยู่ทางด้านข้างของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์และไม่ไกลจากประตูทางเข้าอาคารนัก เพราะใกล้จะได้เวลาที่นัดเอาไว้แล้ว

                นฤมล แตะบัตรผ่านซึ่งฝังแถบแม่เหล็กเอาไว้ที่เสาตรงด้านข้างประตูลิฟต์ พลันประตูสีเงินก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดแยกออกจากกัน สาวใหญ่จับจูงลูกน้องคนโปรดของตนเข้ามาในลิฟต์ด้วยกัน ก่อนที่ประตูทั้งสองข้างจะค่อยๆ ปิดลงจนสนิท เมื่อนฤมลแตะบัตรเข้ากับตัวรับสัญญาณซึ่งอยู่บริเวณเหนือแผงควบคุมอีกครั้ง ตัวเลข 30 ก็ปรากฏ ขึ้นเองโดยไม่ต้องกดหมายเลขชั้นที่ต้องการจะไป ราวกับว่าการ์ดใบน้อยที่ได้รับมาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์นั้นถูกบรรจุข้อมูล ซึ่งใช้สำหรับเป็นบัตรผ่านที่สามารถเข้าออกได้เพียงชั้นที่แจ้งไว้ตั้งแต่ทีแรก

เมื่อสาวใหญ่ลองทดสอบสมมติฐานของตนด้วยการกดหมายเลขชั้นอื่นๆ แต่ก็พบว่าไม่สามารถกดให้ไฟติดได้ โดยมีสายตาของรวินันท์มองตามการกระทำของผู้เป็นหัวหน้าทุกขั้นตอนด้วยความ ตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยเช่นนี้

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #669 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 20:45
    จะเอจกันอีกแล้วน่ะเออ
    #669
    0
  2. #195 tungkn4841 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2553 / 00:36
    อยากรู้จ้งหาก ธาม กับ วิ มาปะกันทั้งคู่จะรู้สึกอย่างไร 555

    รออ่านน่ะ ไรเตอร์
    #195
    0
  3. #191 a-lanta (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2553 / 08:35
    จุดเปลี่ยนของชีวิตจริง ๆ
    #191
    0
  4. #190 impression (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 21:39
    มาต่อเร็ว ลุ้นจนโดยโก่งแล้วอ่ะ อยากรู้ว่าจะทักว่ารู้จักกันหรือปล่า
    #190
    0
  5. #189 kaaka (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 20:33
    ไม่ใช่แผน แต่นี่คือพรหมลิขิตคร้า กรี๊ดดดดดด
    #189
    0
  6. #188 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 19:50
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ยังไม่เจอ โธ่วๆๆๆ - -"
    รออยู่นะคะคุณธาม อัครสินทธุ์โสภณ (เต็มยศมาก 5555)
    #188
    0
  7. #187 muLaTAE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 19:43


    จะได้เจอกันแล้ว 
    #187
    0
  8. #186 punch (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 18:29
    จะเจอกันแล้ว จะเปฯยังไงนี่ รอไรเตอร์นะค่ะ รีบมาอัพนะค่ะใจจะขาดแย้ว
    #186
    0
  9. #185 jeabkiss (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 16:36
    ได้เจอกันอีกจนได้และวิจะทำยังไงล่ะทีนี้
    #185
    0
  10. #184 tungkn4841 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 16:30


    รวินันท์ เดี๋ยวเธอจะได้ตื่นเต้น และตกใจยิ่งกว่านี้เป็นแน่ เพระเจอสิ่งที่ไม่อยากเจอแบบไม่คาดคิด ชะตาชีวิตหรือเช่นใดจึงไม่ยอมให้เธอหลุดพ้น........



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #184
    0
  11. #183 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 16:04

    อ๊าย~ 

    #183
    0
  12. #182 yumekana (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 14:43
    โอ๊ะ โอ๋ 
    ทีนี้ ก็หมายความว่า นายธามไม่ได้ผิดสัญญาเพราะไม่ได้เป็นคนไปหาหนูวิ
    แต่หนูวิมาหานายธามเอง
    แย่แล้ววววววววววววววว
    Onion Head Emoticons 35
    #182
    0
  13. #181 tungkn4841 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 11:30


    รอไรเตอร์ up ครบ 100 ค่ะ
    #181
    0
  14. #180 punch (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 00:01
    รอไรเตอร์นะค่ะ เมื่อไรจะได้เจอนายทาม รออยู่นะค่ะ สู้สู้
    #180
    0
  15. #179 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 22:29

    ธามที่รัก หนูวอ.วิมาหาถึงที่เเล้วจ้า !!!!!!!!!!!

    #179
    0
  16. #178 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 10:19
     หนีไม่พ้นแน่เลยหนูวิ
    #178
    0
  17. #177 tungkn4841 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 02:58
    รวินันท์ ดีใจคิดว่าคงจะได้ร่วมงานกับผู้บริหารของบริษัทค่ายรถยนต์ที่เป็นผู้หญิง แต่ขอโทษทีโลกมันกลม กลัวจะเจอ

    นายธามแทนเสียมากกว่า ...... หรืออาจเป็นเพราะพรหมลิขิตจึงตัดกันไม่ขาด



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #177
    0
  18. #176 kaaka (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กันยายน 2553 / 20:42
     สังหรณ์ใจว่าจะได้เจอธามคร้า อิอิ ที่จริงคิดถึงธามอ่ะ
    #176
    0
  19. #175 jeabkiss (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กันยายน 2553 / 19:50
    เมนี่เป็นเพื่อนธามเดี๋ยวได้เจอธามอีกแน่ๆเลย
    #175
    0
  20. #174 yumekana (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กันยายน 2553 / 17:31
       
    หวังว่า อีกฝ่ายคงไม่ใช่
    โอ ม่ายน้า
      
    ได้เปลี่ยนแน่ ๆ ชีวิต
    #174
    0