ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 21 : บทที่ 21 สงครามจิตวิทยา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 ก.ย. 53

บทที่ 21 สงครามจิตวิทยา

                ปล่อยนะ อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้ ทุกอย่างมันจบไปแล้ว เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก

                รวินันท์ขึ้นเสียงสูงอย่างตวาดใส่อีกฝ่ายและพยายามดิ้นรนสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาโดยไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าเจ้าของมือใหญ่ที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับตุ๊กแกตัวโตที่สลัดอย่างไรก็ไม่ยอมหลุดง่ายๆ พลันเสียงเข้มนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มนุ่มลึก จนคนได้ฟังเริ่มออกอาการหวั่นไหว ยิ่งเมื่อต้นเสียงนั้นอยู่ใกล้เพียงริมใบหูเท่านั้น

                โอเค เรื่องนั้นผมก็เข้าใจว่ามันจบไปแล้ว แต่คุณควรจะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันนะครับ

                ชายหนุ่มพูดพร้อมกับดึงตัวคนที่พยายามจะสะบัดข้อมือออกจากพันธนาการของเขาเข้ามาใกล้ แต่ไม่นึกว่าเธอจะตอบโต้เขากลับมาด้วยฝ่ามือน้อยที่กระแทกเข้ากับแก้มข้างขวาของเขาเต็มแรง จนถึงกับหน้าหันเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว นอกจากวันนี้เขาจะได้รู้แล้วว่าชื่อของเธอคือ รวินันท์ เขายังได้รู้อีกอย่างว่าเธอไม่ได้ถนัดแค่มือขวาอย่างเดียวเท่านั้น แต่แรงปะทะจากมือซ้ายก็หนักไม่แพ้กันเมื่อเทียบกับคืนก่อนที่เธอใช้มือขวาตบเขาฉาดใหญ่จนถึงกับหน้าหันแบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว

                เจ้าของรอยนิ้วมือบนข้างแก้มของธาม ยืนมองผลงานของตัวเองด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งระคนสะใจไม่น้อย เมื่อมือใหญ่ที่พยายามหน่วงเหนี่ยวเธอเอาไว้ไม่ให้ก้าวออกไปจากห้องมีอันต้องคลายออก พลางยกมันขึ้นมาลูบแก้มขวาที่เป็นรอยปื้นแดงเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด แวบหนึ่งที่เธอได้เห็นแววตาเศร้าสลดในดวงตายาวรีของคนตัวสูงตรงหน้า คล้ายกับว่าเขากำลังน้อยอกน้อยใจในการกระทำที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจเขานัก แต่ไม่นานก็กลับกลายเป็นแววตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยรอยเย้ยหยันเหมือนอย่างที่ได้เห็นบ่อยครั้งเมื่อคืนก่อน

                ฉันไม่มีวันยอมทำงานร่วมกับคุณและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่คุณทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าพรรค์นั้นกับฉันหรอกนะ

                รวินันท์เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับไป แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะถึงประตู ร่างสูงเพรียวอย่างนายแบบก็ก้าวมายืนกางแขนออกกว้างกั้นขวางประตูเอาไว้ เช่นเดียวกับที่หัวหน้าของเธอทำเมื่อครู่นี้ ทำให้คนที่กำลังจะวิ่งพรวดออกไปจากห้องต้องเบรกตัวโก่งแทบไม่ทัน พลางถอยหลังเข้าไปอีกสองสามก้าวเพราะกลัวว่าจะปะทะกับร่างของคนที่ยืนจังก้าราวกับยักษ์วัดแจ้งขวางทางออกเสียก่อน

                เมื่อกี้คุณก็ได้ยินที่คุณนฤมลบอกแล้วนี่ครับ ถ้าคุณบอกปัดงานของผมจะเกิดอะไรขึ้น แต่ดูท่าทางคุณนฤมลเธอจะจำตัวเลขสับสนไปหน่อยนะครับ ที่ว่าหลักแสนน่ะ เฉพาะส่วนที่เป็นค่ามัดจำก็จริง แต่คุณคงไม่รู้ว่าบริษัทของผมลงทุนลงแรงไปกับฝ่ายอีเว้นต์ของบริษัทในเครือเดียวกับนิตยสารของคุณอีกตั้งเท่าไหร่ ถ้าหากตัดสินใจยกเลิกสัญญานั้นขึ้นมา ก็คงเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่าหลักล้าน นี่เอาแค่บริษัทผมที่เดียวนะ ยังไม่รวมบริษัทอื่นๆ ที่อาจจะยกเลิกสัญญาขึ้นมาอีก คุณควรจะรู้เอาไว้นะว่าเศรษฐกิจในช่วงขาลงแบบนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ อีกอย่างสภาพการเงินของบริษัทคุณตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก หนี้สินท่วมท้นจนล้นตัวขนาดนั้น ถ้าเกิดบริษัทของคุณโดนฟ้องจนล้มละลายขึ้นมาอีก ไม่ใช่แค่คุณที่จะต้องออกจากงานหรอกนะครับ แต่พนักงานอีกกว่าร้อยชีวิตที่จะต้องถูกลอยแพโดยมีคุณเป็นต้นเหตุ น่าสงสารพวกเขาจังเลยนะครับ ที่ต้องมาตกระกำลำบากทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลย

                ประธานหนุ่มรูปหล่อเร่งทำสงครามจิตวิทยาเพื่อก่อกวนการตัดสินใจของรวินันท์ โดยยกเอาเรื่องสภาวะทางการเงินที่กำลังง่อนแง่นของบริษัทมาข่มขู่ เมื่อหญิงสาวที่หลงเชื่อกลลวงของเขาเผลอคิดตามก็ถึงกับน้ำตาตก ด้วยนิสัยใจอ่อนและขี้สงสารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากการดื้อรั้นดึงดันที่จะยกเลิกงานใหญ่ครั้งนี้ไปอย่างไร้เหตุผลคือตัวการสำคัญที่จะทำให้พี่น้องผองเพื่อนร่วมอาชีพของเธอต้องตกที่นั่งลำบาก หญิงสาวก็ไม่อาจทำมันได้อย่างที่คิด แต่จะให้เธอยอมทนทำงานกับคนที่มองเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหาทางกามารมณ์ของเขาแบบนั้น ก็รู้สึกทำใจไม่ได้ เหมือนตกอยู่ในอุโมงค์ของความคิดซึ่งมืดมิดไปหมดทุกด้าน ไม่อาจหาทางออกให้กับตัวเองได้เลย

                รวินันท์ยืนกอดอกตัวสั่นงันงกปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสายอย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้เฉกเช่นทุกครั้ง เมื่อคิดถึงค่ำคืนที่เธอสูญเสียสิ่งสำคัญไปให้กับผู้ชายคนนี้ พลันภาพใบหน้าของภวัฐก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ชายหนุ่มผู้แสนดีที่เธอเคยทำร้ายเขามาแล้วครั้งหนึ่งด้วยความอวดเก่งของตัวเอง หญิงสาวตัดสินใจอีกครั้งอย่างแน่วแน่ เป็นตายอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของเขาอีกแล้ว แม้ว่ามันจะทำให้เธอต้องกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าอภัยที่สุดก็ตามที         

คุณนี่มันไม่ ฉันจะไม่ยอมคุณอีกแล้ว พอกันที!”

                หญิงสาวตะโกนเสียงก้อง เธอไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับคนใจทรามอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว แม้แต่หน้าของเขาเธอยังไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำไป มือทั้งสองพยายามผลักร่างของคนที่ยืนขวางทางให้หลบไปทางด้านข้าง แต่ร่างสูงใหญ่ของธามกลับไม่สะท้านสะเทือนกับแรงผลักของคนดื้อรั้นเลยแม้แต่น้อย นอกจากชายหนุ่มจะไม่ยอมหลีกทางให้ห่างจากประตูแล้วมิหนำซ้ำยังแอบลงกลอนเอาไว้โดยเอาร่างของตนบดบังการกระทำของตนจากสายตาของหญิงสาวไว้อีกด้วย

                อ้าวๆ จะไปไหนละครับคุณ มีอย่างที่ไหนมาตบผมจนหน้าแดงเป็นแถบแบบนี้แล้วคิดจะเดินหนีออกไปง่ายๆ เลยเหรอครับ

                ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาจับบ่าทั้งสองข้างของรวินันท์เอาไว้ แล้วค่อยๆ ดันตัวเธอเข้าไปจนแผ่นหลังบางของหญิงสาวสัมผัสกับผนังด้านหนึ่งของห้องที่ทำจากกระจกใสพลางโน้มหน้าของตนลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะสัมผัสกับผิวแก้มนุ่มของหญิงสาว เขาแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าด้วยหวังให้คนตรงหน้าเคลิ้มไหว ทั้งที่ในใจรู้สึกดีใจอย่างลิงโลดจนแทบกระโดดออกมาเต้นแร็พโชว์อยู่นอกอกได้แล้ว

เขาคิดมาตลอดว่าอยากเจอเธออีกสักครั้ง แล้วก็เหมือนฟ้าจะเป็นใจให้เขาได้พบกับเธออีกจนได้ คราวนี้ชายหนุ่มสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่า เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกเป็นครั้งที่สอง คนอย่าง ธาม อัครสินธุ์โสภณ หากลองถูกใจอะไรขึ้นมาแล้ว เขาก็พร้อมจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครอง เช่นเดียวกับหญิงสาวนามว่า รวินันท์ คนนี้ ที่เขารู้สึกถูกอกถูกใจในความดื้อรั้นและอวดดี รวมทั้งท่าทีของเธอที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เคยนึกพิศวาสไปกับใบหน้าหล่อเหลาที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเท่ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าเย้ายวนเกินห้ามใจของเขา ไม่ว่าสาวๆ คนไหนได้เห็นก็เป็นต้องอ่อนระทวยจนแทบกลายเป็นขี้ผึ้งถูกลนด้วยไฟตัณหาหลอมละลายอยู่ในอ้อมกอดของเขาทุกครั้งไป แต่กลับใช้ไม่ได้ผลกับเธอคนนี้

ราวกับว่ารวินันท์ได้จุดประกายความรู้สึกท้าทายให้แก่หัวใจของคนที่ชอบเอาชนะจนติดเป็นนิสัยอย่างธาม จนอยากจะทำให้เธอกลายมาเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวให้ได้ แม้ว่าตอนนี้หัวใจของเธอจะยังเป็นของผู้ชายที่ชื่อภวัฐคนนั้นก็ตาม แต่อีกไม่นานหรอกที่หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวจะต้องกลายมาเป็นของเขาจนได้ ชายหนุ่มบอกตัวเองเช่นนั้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างผู้หญิง ดวงตารียาวสีดำสนิทจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเลศนัย

                คุณจะทำอะไรน่ะ ถอยออกไปเลยนะ อย่ามาโดนตัวฉัน

ผมไม่ทำอะไรมากหรอกน่า ก็แค่...ขอเอาคืนที่คุณตบหน้าผมสักหน่อยเท่านั้นเอง

                รวินันท์มองคนตัวสูงด้วยท่าทางหวาดหวั่นใบหน้าขาวนวลที่ก่อนหน้านี้แทบไร้สีเลือดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานย้อนกลับมาในความทรงจำอีกครั้งราวกับคลิปวิดีโอที่ถูกเปิดฉายซ้ำ หญิงสาวพยายามเบี่ยงตัวหลบเมื่อริมฝีปากของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้เจนรู้สึกได้ถึงกระแสลมอุ่นจัดจนเกือบร้อนจากปลายจมูกของธามที่เป่ารดดวงหน้าของเธออยู่ ด้วยรู้ดีว่าหากยอมให้เขาทำเช่นนั้นต่อไปโดยไม่ทัดทานหรือห้ามปราม ผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด เธอยังจดจำความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นได้เป็นอย่างดี และไม่ต้องการตกเป็นของเล่นหรือสิ่งปรนเปรอความสุขของใครอีกแล้ว โดยเฉพาะกับผู้ชายคนนี้

                “กรี๊ด! ปล่อยฉันนะ ใครก็ได้ช่วยด้วย คุณมลคะ ช่วยวิด้วย”

                หญิงสาวกรีดร้องเสียงดัง เพื่อหวังให้ใครสักคนก็ตามที่ได้ยินเสียงของเธอ ไม่ว่าจะเป็นพวกเลขานุการสาวหน้าห้องของเขา หรือแม้แต่นฤมลผู้เป็นหัวหน้าของเธอเข้ามาช่วย แต่ชายหนุ่มที่กำลังเกาะกุมไหล่บางของเธอเอาไว้ไม่ปล่อยนั้นกลับตวาดใส่อย่างไม่จริงจังนัก

เลิกส่งเสียงดังหนวกหูได้แล้วครับคุณวิ ข้างนอกนั่นไม่มีใครได้ยินหรอก เพราะห้องทำงานของผมถูกสั่งทำเอาไว้เป็นพิเศษมันเก็บเสียงได้ดีนักเชียวล่ะ

                เพียงเท่านั้นรวินันท์ก็ถึงกับหน้าตื่นด้วยรู้ว่าตนอาจจะไม่มีโอกาสรอดไปจากเงื้อมมือของเขาได้อีกแล้ว น้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอรอบดวงตาคู่สวยอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะนึกถึงศิลปะการป้องกันตัวที่เคยได้เห็นผ่านๆ ทางโทรทัศน์เมื่อหลายวันก่อน ดูเหมือนเธอคงต้องหาวิธีเอาตัวรอดเองแล้วกระมัง

หญิงสาวยกเท้าขึ้นมาแล้วกระทืบลงไปบนรองเท้าหนังสีดำขลับของชายหนุ่มเต็มแรง พลางกดส้นแหลมๆ ตามย้ำลงไปอีกสองสามครั้ง จนกระทั่งมือใหญ่ซึ่งยึดไหล่ของเธอตรึงเอาไว้นั้นถูกเลื่อนลงไปกุมปลายเท้าของตัวเอง ชายหนุ่มสูดลมเข้าปากจนเกิดเสียงดัง พลางร้องโอดโอยโวยวายออกมาลั่นห้อง พร้อมทั้งนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดจากฤทธิ์เดชของคนอวดเก่งที่ตอบโต้เขากลับมาอย่างคาดไม่ถึง

                “โอ๊ย! คุณนี่เป็นพวกซาดิสต์ชอบเล่นอะไรรุนแรงนักหรือไง”

รวินันท์เห็นสบโอกาส เธอจึงรีบวิ่งหนีชายหนุ่มกลับมาที่ประตูทันทีก่อนที่จะพยายามเปิดมันออก แต่ไม่ว่าจะขยับคันโยกนั้นแรงเท่าใด ก็ไม่มีทีท่าประตูบานใหญ่จะเปิดออกได้เลย เธอพยายามกระชากคันโยกแบบเขากวางซ้ำๆ กระทั่งรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของใครบางคนที่เดินเข้ามาประชิดตัวของเธออย่างรวดเร็วจนแทบไม่ทันรู้ตัว ใบหน้าหล่อทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่องพร้อมกับชูลูกกุญแจรูปทรงประหลาดในมือให้หญิงสาวเห็นใกล้ๆ

“เสียใจด้วยนะครับคุณผู้หญิง แต่ประตูห้องผมก็สั่งทำพิเศษเหมือนกัน ถึงจะกดล็อกจากภายในจริง แต่ถ้าไม่มีกุญแจนี่ก็เปิดมันออกไปไม่ได้หรอกครับ”

ต่อ

ธามหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างสะใจ แม้จะยังเจ็บเท้าจนน้ำตาแทบเล็ดจากการแก้เผ็ดของหญิงสาวก็ตาม เขายกมือขึ้นสูงเหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นหญิงสาวเอื้อมมือมาไขว่คว้าพยายามที่จะแย่งลูกกุญแจดอกนั้นไปจากมือของเขาให้ได้

รวินันท์กระโดดตัวลอยจากพื้นเหย็งๆ ด้วยท่าทางทุลักทุเลเพราะมีรองเท้าส้นสูงเป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งที่เมื่อครู่มันยังเป็นอาวุธอันทรงพลังที่เพิ่งทำร้ายร่างกายของเขามาหยกๆ

เจ้าของบริษัทหนุ่มยิ้มขำจนดวงตายาวรีแทบกลายเป็นรูปสระอิ เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวหัวรั้นคล้ายกับเด็กเล็กๆ ที่พยายามจะแย่งของเล่นในมือผู้ใหญ่อย่างไรอย่างนั้น เรียกเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งให้กับชายหนุ่มจนเขานึกแปลกใจตัวเองไม่ได้ ว่าคนตรงหน้าจะสร้างความสนุกสนานให้กับเขาได้โดยง่ายถึงเพียงนี้

“อ้าว เหนื่อยแล้วเหรอครับ หรือว่าเปลี่ยนใจไม่อยากออกไปจากห้องของผมแล้วล่ะ”

ธามเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกว้างยังรู้สึกขบขันไม่น้อย เมื่อในที่สุดแล้วคนตัวเล็กกว่าก็ทำท่าคล้ายจะยอมถอดใจลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง หลังจากแย่งลูกกุญแจในมือเขาไปไม่สำเร็จ ชายหนุ่มเกือบจะเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าหญิงสาวยอมล้มเลิกความตั้งใจของตนทิ้งไป หากหางตาของเขาไม่เหลือบไปเห็นเข้าเสียก่อนว่าคนที่แสร้งทำเป็นยอมแพ้นั้น แท้จริงแล้วกำลังจะหยิบโทรศัพท์เครื่องน้อยออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของตน เพื่อหวังจะโทร. เรียกนฤมลให้หาทางช่วยเหลือเธอจากข้างนอกแทน

“ว้าย! คุณจะทำอะไรน่ะ เอามือถือฉันคืนมานะ ฮึ่ม! นายโรคจิต”

รวินันท์ตวาดแหวใส่ชายหนุ่มด้วยความตกใจ เมื่อมือใหญ่ฉกฉวยเอาเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กของตนไปอย่างหน้าตาเฉย หญิงสาวกัดฟันกรอดพลางเค้นเสียงคำรามลอดไรฟันออกมาอย่างนึกโมโห เมื่อถูกแย่งเอาทางรอดสุดท้ายของเธอไปจากมืออย่างน่าเสียดาย 

“ถ้าอยากได้คืน ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยนะครับ”

คนที่แย่งโทรศัพท์มือถือมาได้ โชว์ผลงานของตนกวัดแกว่งไปมา จนเจ้าของตัวจริงหวั่นวิตกกลัวว่าโทรศัพท์สุดรักสุดหวงจะร่วงลงกระทบพื้นแล้วแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ได้ ใบหน้างามค้อนขวับพลางจิกสายตาใส่เจ้าของมือใหญ่ที่กุมทางรอดสุดท้ายของเธอเอาไว้ในมือนั้นด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เป็นอันมาก อยากรู้นักว่าเขาจะเอาลูกไม้ไหนมาใช้กับเธออีก

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรอีกล่ะ ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะมาเล่นอะไรไร้สาระกับเด็กอย่างคุณหรอกนะคะคุณธาม”

ชายหนุ่มที่ยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีเมื่อครู่ ถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อถูกล้อเลียนปมด้อยของตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาที่ยิ้มละไมจนตาหยีแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งขึ้นมาอย่างไม่พอใจกับคำต่อว่าของหญิงสาว ราวกับคำว่า เด็ก นั้นเป็นคำต้องห้ามหรือคำแสลงหูสำหรับเขาก็ไม่ปาน

“คุณว่าใครเป็นเด็กมิทราบ”

น้ำเสียงห้วนที่แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราด ทำให้รวินันท์เหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงนั้นด้วยความหวาดหวั่น แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังทำปากกล้าราวกับไม่กลัวร่างสูงใหญ่ที่ยืนถลึงตามองมาอย่างไม่พอใจในคำพูดของเธอ

“ก็นายไงล่ะ นายเพิ่งอายุยี่สิบห้าเองไม่ใช่เหรอ อายุน้อยกว่าฉันตั้งสองปี ถ้าไม่เรียกเด็กกว่าแล้วจะให้เรียกว่าอะไรเล่า”

ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ ธามขบกรามแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเอง เมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าชักจะเริ่มกวนตะกอนความกรุ่นโกรธของเขาขึ้นมาทีละน้อยด้วยคำพูดที่เสียดแทงใจยิ่งนัก เขาไม่ชอบที่ใครๆ มองว่าเขาเป็นเด็ก มันก็จริงที่อายุของเขายังน้อยแต่เขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองมีความสามารถมากพอ บิดาจึงได้ไว้วางใจยอมยกตำแหน่งประธานบริษัทผลิตรถยนต์แห่งนี้มาให้อยู่ในความรับผิดชอบของเขา หากว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กอมมือคนหนึ่งที่เอาแต่ทำเรื่องไร้สาระไปวันๆ อย่างที่เธอบอกจริงๆ ล่ะก็ คงไม่มีทางก้าวมายืนในจุดนี้ได้เป็นแน่

แต่ก็นั่นล่ะ ถึงจะมีความสามารถมากเพียงไรก็ตาม ผู้คนรอบข้างโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นของบริษัทก็ยังมองว่าเขาเป็นแค่เด็กที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอยู่วันยันค่ำ และคอยแต่จะหาทางจับผิดเพื่อคิดจะปลดเขาลงจากตำแหน่งเสมอ และเอาคนที่พวกเขาคิดว่ามีประสบการณ์มากพอที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารแทนเด็กหนุ่มไฟแรงที่ไม่ค่อยจะยอมคล้อยตามพวกเขา   

“ทำไม แค่บอกว่านายเป็นเด็กน้อยแค่นี้ ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออกเลยเหรอ ก็แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ คนที่เขาโตๆ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เขาคงไม่มัวมาเสียเวลาเล่นไล่จับในห้องทำงานแบบนี้กันหรอก ถ้านายอยากเป็นผู้ใหญ่นักล่ะก็ คืนโทรศัพท์มือถือของฉันมาเสียดีๆ แล้วก็เอากุญแจมาเปิดประตูห้องด้วย แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล รู้จักฟังคนอื่นเสียบ้าง ไม่ใช่ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ เข้าใจหรือเปล่า”

รวินันท์เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมตอบโต้ ก็ได้แต่นึกย่ามใจว่าคำพูดของเธอคงไปแทงใจดำชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจังเข้า จึงเทศนาสั่งสอนอีกยาวเหยียด ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่าอย่างท้าทายพร้อมกับแบมือเป็นสัญญาณให้เขาส่งอุปกรณ์สื่อสารเครื่องน้อยของเธอคืนมาโดยเร็ว

แต่หญิงสาวคิดผิดไปถนัด การที่เธอโจมตีจุดอ่อนด้อยของชายหนุ่มเจ้าของบริษัทซึ่งยังอ่อนวัยอย่างนี้ ก็แทบไม่ต่างจากการเอาไม้ไปแหย่รังแตนให้แตกฮือแล้วหันกลับมาโจมตีคนที่ทำร้ายรังของมันเลยแม้แต่น้อย

“คิดว่าผมเป็นเด็กมากนักใช่ไหม ดี งั้นเด็กชายธามคนนี้จะสอนให้คุณพี่สาวคนสวยได้รู้ว่าต่อไปอย่าได้ทำเป็นปากเก่งเที่ยวพูดจาสั่งสอนคนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้อีก”

                ธามแค่นยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม พลางส่งสายตาวาวโรจน์ไปยังหญิงสาวอย่างโกรธจัด เขาไม่เพียงไม่ส่งคืนโทรศัพท์ให้กับหญิงสาว แต่ยังหย่อนมันลงไปในกระเป๋ากางเกงของตนหน้าตาเฉย เช่นเดียวกับกุญแจห้องที่หายวับไปกับตาทันทีราวกับว่าชายหนุ่มเล่นมายากลเสกของให้หายไปได้ ก่อนจะกล่าวยั่วโมโหคนตรงหน้าให้เจ็บใจเล่นบ้างเหมือนอย่างที่เธอพูดออกมาโดยไม่คิดและทำให้เขารู้สึกเจ็บใจไม่น้อยที่ถูกล้อเลียนปมด้อยของตัวเองอย่างนั้น

                “ถ้าอยากได้คืนล่ะก็ มาหยิบเอาเองสิ ผมให้เวลาแค่ห้านาทีเท่านั้นนะ ถ้าคุณเอามันไปจากผมไม่ได้แล้วล่ะก็ ผมจะถือว่าคุณยอมตกลงที่จะร่วมงานกับผมด้วยความเต็มใจนะครับคุณพี่สาว อ้อ แล้วตอนที่ล้วงมาหยิบก็ระวังหน่อยล่ะเดี๋ยวเกิดไปจับอย่างอื่นเข้าแล้วจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ”

รวินันท์มองตามตาค้าง เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงกว่าได้ยึดเอาทางรอดสุดท้ายของเธอไว้กับเขาแล้ว ก่อนที่เขาจะเดินส่ายอาดๆ ผ่านหน้าเธอไปยังโซฟาตัวยาวสีดำสนิทตรงฝั่งซ้ายของห้องซึ่งมีไว้สำหรับต้อนรับแขกที่มีจำนวนมากกว่าสองคน มือใหญ่ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแขวนพาดไว้ที่พนักพิงก่อนจะล้มตัวลงนอนเหยียดยาวด้วยท่าทางคล้ายกับจะยั่วยวนหญิงสาวให้หวั่นไหวอย่างไรอย่างนั้น

“อี๋! นายนี่มันทุเรศที่สุดเลย ก็ได้ แต่นายต้องสัญญานะว่าถ้าฉันทำสำเร็จ นายจะยอมบอกคุณมลเองว่าไม่ต้องการทำงานร่วมกับฉันแล้ว”

เมื่อได้เห็นคนที่นอนอยู่บนโซฟา ค่อยๆ ถอดเน็กไทด์พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนออกทีละเม็ด กระทั่งเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างขาวนวลเนียนอย่างสตรีเพศ หญิงสาวจึงเริ่มรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวไปหมดราวกับว่าเลือดทุกหยดในกายมากองรวมกันอยู่ที่พวงแก้มเสียแล้ว แม้เธออยากหลับตาไม่มองภาพอันแสนน่ารัญจวนใจของชายหนุ่มบนโซฟาสีดำนั้นเพียงไร แต่กลับรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเธอถูกแรงดึงดูดลึกลับบางอย่างให้พาตัวเองเข้าไปใกล้เขามากขึ้นทุกที

“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมน่ะเป็นคนรักษาสัญญา เอ้า มัวแต่ยืนจดๆ จ้องๆ อยู่นั่นแหละ ผ่านไปหนึ่งนาทีแล้วนะครับคุณผู้หญิง อยากได้ของคืนก็รีบๆ มาเอาไปสิ ฮ้าว...ได้เอนหลังนอนสบายๆ อย่างนี้ ทำเอาผมชักเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาแล้วล่ะ”

ธามแกล้งบิดกายไปมาอย่างยั่วเย้า รู้สึกว่าการได้แกล้งหญิงสาวที่ยืนหน้าแดงแปร๊ดด้วยความขัดเขินอยู่กลางห้องทำงานของเขานั้น เป็นความรื่นเริงบันเทิงใจอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเคร่งเครียดหลังจากที่รู้สึกหงุดหงิดมาตลอดเกือบสองวันเต็มๆ

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #469 มาสเมโร (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 12:07
    น่ารักกที่สุดอะ อายุก้น้อยด้วย
    #469
    0
  2. #265 JJ.. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 23:03
    น่ารักจังคุณธามมม
    #265
    0
  3. #243 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2553 / 21:09
    ธามแกล้งเขาสนุกใหญ่เลย
    #243
    0
  4. #242 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 23:14
    อิตาธามบ้า ลามกที่ซู้ดดด เเล้วดู๊ดู มายั่วกันเห็นๆๆ
    พี่สาวคนสวยจะทำยังไงดี ให้น้องช่วยมั้ยคะพี่ จัดการเองให้ค่ะ 555555555555
    รอตอนต่อไปค้าไรเตอร์!!!~
    #242
    0
  5. #241 impression (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 20:41
    แกล้งพี่สาวแบบนี้ไม่ดีนะจ๊ะ น้องธาม
    #241
    0
  6. #240 jeabkiss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 19:13
    นายธามเจ้าเล่ห์จริงๆเลย

    หนูวิจะตามทันหรือเปล่าเนี่ย
    #240
    0
  7. #239 a-lanta (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 13:08
    ไม่อยากนึกภาพเลยถ้าจับโดนอย่างอื่นเข้าจะทำยังไง เขิลลลล
    #239
    0
  8. #238 yumekana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 01:27
    เอาล่ะสิ
    นายธามเริ่มสงครามเต็มรูปแบบ
    ว่าแต่ว่า 
    ที่หย่อนลงไปในกระเป๋ากางเกงเนี่ย
    แค่ทำให้เห็น แล้วแอบเอาไปซ่อนที่อื่นหรือเปล่าน้า
    ตอนหนูวิมาค้นตัว
    พอไม่เจอก็ต้องควานหา
    ทีนี้ จะเจออะไร...
    ว้าย
    จิ้นเกินไรท์เตอร์ไปไกลแล้ว
       
    #238
    0
  9. #237 tungkn4841 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 00:36


    กล้า กล้า ล้วง เลยค่ะ น้องวิ แต่ล้วงให้เจอโทรศัพท์มือถือน่ะ หากล้วงไม่เจอต้องทำงานตามสัญญาน่ะ 555

    แต่ดูท่าไรเตอร์ของเรา จะเจ้าเล่ห์กว่า นายธามเสียแล้ว ........ ขอลุ้นก่อน....น้องวิจะล้วงได้อะไร



    รอไรเตอร์มา up ด่วน กำลังสนุกเลยค่ะ



    #237
    0
  10. #236 kaaka (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 21:38
    ฮ่ะ ฮ่า ธามจ๋า ถึงเค้าจะว่าเด็กแต่ป้าไม่ว่าคร้า
    ก็ธามอ่ะ ทำถูกใจป้า ซะ อิอิ แอบสงสารน้องวิเหมือนกัน แต่เข้าข้างธามก่อนคร้า
    #236
    0
  11. #235 คนอะไรไร้รสนิยม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 20:45
     ธาม*-*
    #235
    0
  12. #234 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 20:30
    55+ สนุกแล้วสิ
    #234
    0
  13. #228 impression (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 21:41
    แบบนี้สิ ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน
    #228
    0
  14. #227 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 13:40
    เจ้าเล่ห์มากนายธาม
    ร้ายกาจมากเลย
    #227
    0
  15. #226 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 16:32

    กรี๊ดโหดร้าย อิอิ

    #226
    0
  16. #225 muLaTAE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 12:49

    ทำไมนายธาม  ถึงได้เจ้าเล่ห์แบบนี้ จะยึดครองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเค้าก็น่าจะแสดงความจริงใจซิ

    ไม่ใช่ใช้วิธีการข่มขู่แบบนี้ไม่แฟร์เลย 


    #225
    0
  17. #224 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 11:50
    เอิ่มส์ พี่ธามของดิชั้น เหตุใดจึงโกรธหนูวิไม่ลงล่ะคะ
    ดูซิ เจ็บตัวก็เเล้ว โดนด่าก็เเล้ว  ยังยิ้มได้นะคะคุณ!!!!!
    อย่างว่า สงสัยจะเอาหัวใจให้หนูวิไปแล้วรึเปล่าเนี๊ยะ???????????
    เเต่นิสัยชอบเอาชนะจนออกอาการหื่นเต้นเเรพแบบนี้ไม่ไหวนะคะคู๊นนนนนนนนนนนนน
    ผู้หญิงเค้ากลั๊วว 55555555555555 รอตอนต่อไปนะคะไรเตอร์ คิดถึงคุณธามมากคร่า
    #224
    0
  18. #223 yumekana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 02:10
    เอาล่ะสิ 
    หนูวิแย่อีกแล้ว
    พี่มลช่วยหนูวิด้วย
    #223
    0
  19. #221 tungkn4841 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 00:12
    เล่ห์เหลี่ยมเป็นเยี่ยม ประเภทใช้เล่ห์จัดการไม่ได้ก็เล่นด้วยกลแทน อยากรู้จังนายธามจะชนะใจคุณวิด้วยวิธีใด



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #221
    0
  20. #220 darika-grammy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 23:21
    วิจะรอดไม่เนี่ย
    #220
    0
  21. #219 kaaka (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 22:56
    ธาม..... แสดงความจริงใจสิจ๊ะ อย่าเจ้าเล่ห์สิ
    #219
    0
  22. #218 ยัยปลาทอง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 22:54
    ถ้าวิเป็นพวกซาดิสม์ งั้นธามก็คงเป็นพวกมาโซคิสม์สินะ ทั้งโดนตบหน้าหัน ทั้งโดนเหยียบเท้าขนาดนี้ แต่ยังติดใจคุณสไตลิสต์สาวสวยอยู่เลย อิอิ



    รออ่านอีก 50% ที่เหลือนะคะ สงสัยจังว่าวิจะยอมทำตามคำขู่ของธามหรือเปล่า
    #218
    0
  23. #217 jeabkiss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 22:22
    ว่าแล้วธามต้องมาไม้นี้

    หนูวิเครียดเลยโดนขู่อย่างนี้
    #217
    0
  24. #216 punch (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2553 / 20:45
    นายธาม ร้ายจริงๆเลยนะ แต่ถึงจะร้ายก้อรักนะ

    ไรเตอร์ค่ะ รีบๆมาอัพนะค่ะ
    #216
    0