ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 15 นาทีก่อนหน้านี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 ส.ค. 53

บทที่ 2

 

15 นาทีก่อนหน้านี้

               

                ณ ภัตราคารหรูสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางย่านชุมชนเมืองในแถบปริมณฑล แสงไฟสีนวลตาที่ส่องสว่างผ่านกระจกบานใสออกมาภายนอก เผยให้เห็นทุกสิ่งอย่างในร้านอาหารแห่งนั้นได้อย่างชัดเจน ภายในร้านประดับประดาไว้ด้วยเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ตกแต่งในสไตล์คลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเรือนต่างๆ ที่เน้นหนักไปในโทนสีน้ำตาลไหม้ แม้จะดูเรียบง่ายแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา เมื่อแหงนมองขึ้นไปเบื้องหน้าจะได้เห็น โคมไฟแบบชานเดอเลียซึ่งทำจากคริสตัลเนื้อดีที่ห้อยระย้าส่องประกายเจิดจ้าลงมาจากด้านบนเพดาน ทำให้บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความโรแมนติก

เสียงเพลงบรรเลงจากนักดนตรีฝีมือดีดังแว่วเข้ามา ขับกล่อมเป็นท่วงทำนองหวานชื่นรื่นหูตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของร้านที่ต้องการให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้สัมผัสกับบรรยากาศที่หวานซึ้งตราตรึงใจคลอเคล้าไปกับรสชาติอาหารที่สุดแสนล้ำเลิศจากฝีมือเชฟชั้นนำในระดับสากล หากสังเกตดีๆ จะพบว่าลูกค้าที่มารับประทานอาหารในภัตตาคารแห่งนั้น ส่วนใหญ่มักจะมากันเป็นคู่ๆ ทั้งคู่รักข้าวใหม่ปลามัน คู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมายาวนาน รวมไปถึงคู่หวานที่กำลังจะเริ่มลงมือปลูกต้นรักร่วมกัน และหนึ่งในจำนวนลูกค้าหลายคู่นั้น มีคู่ชายหญิงวัยยี่สิบปลายๆ อยู่คู่หนึ่งที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ตรงโต๊ะริมหน้าต่างด้านในสุดของร้าน

                ไวน์แก้วนี้ ถือว่าเป็นการแสดงความยินดีจากผมเนื่องในโอกาส ที่วิได้ทำโปรเจคท์ชุดใหม่กับบริษัทยักษ์ใหญ่นั่นนะครับ

                น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกของใครบางคนเอื้อนเอ่ยขึ้นมา ก่อนที่มือของเขาจะคว้าเอาแก้วก้านยาวทรงสูงที่ภายในบรรจุของเหลวสีแดงเข้มราวกำมะหยี่เอาไว้เพียงเศษหนึ่งส่วนสามที่วางอยู่บนโต๊ะทางด้านขวาขึ้นมาแล้วยื่นออกมาตรงหน้าเพื่อรอคอยการสัมผัสกับแก้วเครื่องดื่มของอีกฝ่าย

เจ้าของเสียงนั้น เป็นชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งท่าทางสุภาพเรียบร้อย ในชุดเสื้อยืดคอเต่าสีดำคลุมทับด้วยแจ็กเกตผ้าลูกฟูกสีเทา ผมหยักศกที่ยาวระต้นคอทอประกายเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อต้องแสงจากโคมไฟนั้นดูลงตัวอย่างเหมาะเจาะกับใบหน้ารูปสามเหลี่ยม คิ้วหนาสีเข้มกว่าเรือนผมเล็กน้อยรับกันดีกับดวงตากลมโตที่ส่องประกายวิบวับจากภายใน ดั้งจมูกโด่งเป็นสันนูน ปลายจมูกงุ้มเข้าเล็กน้อย ริมฝีปากบางของภวัฐคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามนั้นถึงกับชะงักไป พร้อมกับวางมีดและส้อมในมือลงแล้วทำหน้าเหลอหลาด้วยความฉงนสนเท่ห์กับกิริยาท่าทางที่ดูเป็นทางการเกินไปไม่เหมือนอย่างทุกทีของเขาในวันนี้

                หืม? อะไรกันคะวัฐ ดูพูดเข้าสิทำเป็นพิธีการจังเลยนะ ทางโน้นเขาแค่ให้วิไปช่วยออกแบบเสื้อผ้าแล้วก็พวกพร็อพต่างๆ ให้กับนางแบบของเขาสามสี่ชุดแค่นั้นเอง ไม่ใช่โปรเจคท์ใหญ่โตอะไรเสียหน่อย

                หญิงสาวนามว่า รวินันท์ เอ่ยขึ้นกับแฟนหนุ่มอย่างรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีไม่คุ้นเคยนั้น แต่ก็ยอมยกแก้วไวน์ที่อยู่ด้านขวามือของตนเองขึ้นมาชนแก้วกับเขาแต่โดยดี เครื่องแก้ววาวใสสองใบเมื่อกระทบกันก็ก่อเกิดเป็นเสียงสะท้อนดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ จากนั้นทั้งคู่ต่างยกแก้วขึ้นจิบน้อยๆ แล้วจึงวางกลับลงสู่ที่เดิม

รวินันท์ลอบมองคนตรงหน้าพลางครุ่นคิดอยู่ในใจถึงการกระทำที่แปลกไปของคนรัก เพราะปกติแล้วในสายตาของเธอ ตลอดเวลากว่าสองปีที่ผ่านมาที่ทั้งคู่ได้รู้จักกันในฐานะเพื่อนก่อนจะเลื่อนขั้นมาเป็นคนรู้ใจนั้น ภวัฐดูจะเป็นชายหนุ่มที่มีท่าทางนุ่มนวลและอ่อนโยน ออกจะขี้เล่นหน่อยๆ เสียด้วยซ้ำ ทว่า วันนี้เขากลับมีสีหน้าและแววตาจริงจังกว่าทุกครั้งไป แล้วไหนจะคำชักชวนของเขาที่บอกว่าอยากจะเลี้ยงอาหารค่ำสักมื้อเพื่อเป็นการฉลองที่เธอได้รับมอบหมายในโปรเจคท์ล่าสุดของบริษัทอีก ทีแรกเธอก็นึกว่าจะเป็นร้านอาหารแถวใกล้ๆ ออฟฟิซเหมือนอย่างเคย

แต่นี่เขากลับพาเธอมาเลี้ยงฉลองตั้งไกลถึงในภัตตาคารหรูหราสไตล์ยุโรปเกือบสุดเขตย่านชานเมืองเสียด้วยซ้ำ ทำเอาเธออดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของคนตรงหน้าจนแทบวางตัวไม่ถูก แต่ครั้นพอเริ่มซักไซ้ไล่เรียงหนักเข้า เพื่อนชายของเธอก็เอาแต่พร่ำบอกว่าเป็นการฉลองเนื่องในโอกาสที่เธอได้จับโปรเจคท์ใหญ่อันเป็นที่หมายปองของบรรดาเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็เท่านั้น

ท่าทางเอียงคอมองเล็กน้อยอย่างงุนงงปนสงสัยของรวินันท์อย่างที่ได้เห็นจนคุ้นชินตานั้น เมื่อถูกบรรยากาศหวานๆ ที่รายล้อมอยู่รอบข้าง กลับทำให้ภวัฐมีอาการตกหลุมเสน่ห์ของแฟนสาวขึ้นมาอีกครั้ง เขาลืมตัวเผลอมองจ้องหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมยาวคลุมเข่าเผยให้เห็นลำคอขาวยาวระหงลงมาจนเกือบถึงเนินอกอยู่เป็นนานสองนาน และดีไม่ดีอาจทำให้จิตใจของชายหนุ่มผู้ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างเขาต้องกระเจิดกระเจิงไปถึงไหนต่อไหน หากคนตรงหน้าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเรือนผมสีดำสนิทยาวถึงกลางหลังที่ถูกดัดเป็นลอนหลวมๆ มาคลอเคลียอยู่ตรงไหล่เพื่ออำพรางเรือนกายขาวนวลเนียนไว้จากสายตาช่างสำรวจนั้น 

เขาพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดอะไรไกลเกินไปกว่านั้นก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปมองยังใบหน้าขาวใสไร้สิวฝ้าด้วยนัยน์ตาเคลิ้มชวนฝัน เมื่อเห็นคิ้วเรียวบางสีน้ำตาลเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แพขนตายาวงอนงามที่กะพริบเบาๆ เป็นจังหวะตามธรรมชาตินั้นขับให้ดวงตาคมแลดูโดดเด่นยิ่งขึ้น บนดั้งจมูกแม้ไม่โด่งมากนักแต่ก็ดูสวยได้รูปโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอของแพทย์ศัลยกรรมแต่อย่างใด แล้วไหนจะริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับที่ขยับขึ้นลงยามที่เอื้อนเอ่ยวาจานั้นอีก

ภวัฐแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่สารรูปภายนอกดูจืดชืดแทบมองหาเสน่ห์ของตัวเองไม่เจออย่างเขานั้น จะมีโอกาสได้คบกับหญิงสาวที่งดงามราวกับภาพในความฝันเช่นนี้ได้ มาถึงตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองได้กลายเป็นชายหนุ่มผู้มีความสุขที่สุดในโลกไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น

                วัฐ วัฐคะ ฟังอยู่รึเปล่า”

                เสียงเรียกของนางฟ้าที่เดินออกมาจากห้วงแห่งความฝัน ปลุกให้คนที่จมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองกลับเข้ามาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง เขาเอ่ยขอโทษพร้อมกับบอกให้คนตรงหน้าพูดใหม่เพราะเมื่อครู่นี้มัวแต่เผลอจ้องมองเธอนานเกินไปเลยไม่ทันได้ฟัง

                “ครับ? เมื่อกี้วิว่าไงนะครับ ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อยเลยไม่ทันได้ฟังน่ะ ขอโทษทีนะ”

                “วิถามว่า บนหน้าวิมีอะไรติดอยู่รึเปล่าคะ เห็นวัฐจ้องหน้ากันอยู่นานแล้ว”

                รวินันท์ถามแฟนหนุ่ม พลางยกมือขึ้นปัดไปตามส่วนต่างๆ บนใบหน้าของตัวเองอย่างเบามือ ภวัฐแอบลอบถอนหายใจเบาๆ เปรยกับตัวเองในใจว่าบนใบหน้างดงามราวภาพวาดนั้น ไม่มีอะไรติดอยู่หรอกนอกจากความสวยสง่าของหญิงสาวที่ช่างบาดใจเขานัก แต่กลัวจะถูกคนรักหาว่าพูดอะไรเป็นนิยายน้ำเน่า จึงได้หยอดคำหวานลงไปเล็กน้อยก่อนจะรีบเบี่ยงเบนประเด็นไปเป็นเรื่องอื่นแทนเมื่อเห็นว่าในจานของเธอนั้นว่างเปล่าลงเสียแล้ว ทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังมีทีโบนสเต๊กชิ้นโตวางอยู่กว่าครึ่งชิ้นด้วยซ้ำ นี่เขาเผลอมองหน้าเธอนานขนาดนี้เชียวหรือนี่ ท่าจะเป็นเอามากแล้วนะเรา ชายหนุ่มนึกขันตัวเองกับอาการหลงใหลได้ปลื้มหญิงสาวตรงหน้าจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร

                “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่รู้สึกว่าวันนี้วิดูสวยเป็นพิเศษกว่าทุกวัน ก็เลยเผลอไปหน่อยน่ะครับ แล้วนี่วิอิ่มแล้วเหรอครับเนี่ย ว้า ผมยังกินไม่ถึงครึ่งเลย วิอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ

                แหม วัฐก็ ชมกันซึ่งหน้าแบบนี้ วิก็เขินแย่น่ะสิ รู้สึกว่าวันนี้วัฐจะปากหวานกว่าทุกวันนะคะ แต่วิคงไม่สั่งอะไรเพิ่มแล้วล่ะค่ะ แค่สเต๊กชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวนี้วิก็อิ่มมากแล้ว วัฐทานไปเรื่อยๆ ตามสบายไม่ต้องรีบก็ได้นะคะ เดี๋ยววิขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง

                คนที่เพิ่งได้รับคำชมนั้น จู่ๆ ก็เกิดอาการขัดเขินขึ้นมาจนพวงแก้มทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มขึ้นมา ก่อนจะสั่นหน้าปฏิเสธ พร้อมกับเอ่ยขอตัวไปสงบสติอารมณ์ของตัวเองที่ห้องน้ำสักครู่ เมื่อภวัฐพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ หญิงสาวจึงส่งยิ้มเขินๆ ให้เขาพลางลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินตรงไปทางด้านหลังของร้าน โดยมีสายตาของชายหนุ่มมองตามเธอไปอย่างรักใคร่

                รวินันท์ค่อยๆ เดินอย่างไม่รีบร้อนมาจนถึงในห้องน้ำ หลังจากทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ออกมายืนล้างมืออยู่ที่ตรงอ่างกระเบื้องทรงครึ่งวงกลมสีน้ำตาลเข้มโทนเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ภายในร้าน พลางเงยหน้ามองตัวเองในกระจกเงาที่ครอบไว้ด้วยกรอบไม้สลักเสลาเป็นลวดลายเถาไม้เลื้อยบนผนังเบื้องหน้า และเห็นประกายตาระยิบวิบไหวอยู่ในนั้น

ความจริงแล้วเธอรู้สึกดีใจเป็นอันมากที่มีคนในแวดวงธุรกิจยักษ์ใหญ่ขนาดนั้นมาสนใจผลงานการออกแบบของเธอ เพราะนี่ถือว่าเป็นงานใหญ่ครั้งแรกหลังจากที่เธอมีโอกาสได้เข้ามาทำงานเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สไตลิสต์ ให้กับนางแบบโฆษณาสินค้าอุปโภคและบริโภคประเภทต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ในระดับเล็กถึงระดับกลางด้วยกันทั้งสิ้น เป็นเวลาเกือบสองปีเต็มแล้วที่เธอใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางที่ใฝ่ฝันและเฝ้ารอคอยวันที่จะมีโอกาสได้สร้างผลงานของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ในวงกว้างมานาน

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้ โอกาสที่จะได้เป็นสไตลิสต์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วสินะ หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาช้าๆ เพื่อขับไล่ความตึงเครียดและความตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เกิดอาการแบบนี้มาแล้วเมื่อตอนช่วงบ่ายที่ได้รับแจ้งข่าวดีจากหัวหน้าของเธอ

                ท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องน้ำแห่งนั้น พลันเสียงโทรศัพท์ของรวินันท์ก็ดังขึ้น หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กที่คล้องอยู่บนไหล่มน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยออกมา บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏภาพใบหน้าและชื่อมารดาของเธอกะพริบอยู่เป็นสัญญาณสายเรียกเข้า

                หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อคิดว่าเวลาที่ล่วงเลยมาจนเกือบค่อนคืนน่าจะเป็นเวลาที่ครอบครัวของเธอเข้านอนแล้ว แต่น่าแปลกที่มารดาของเธอกลับโทรศัพท์เข้ามาในตอนนี้ ลางสังหรณ์บอกกับเธอว่าบางทีอาจจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวของเธอก็เป็นได้ พลางรีบกดรับสายอย่างรวดเร็ว

                “ฮัลโหล คุณแม่เหรอคะ มีอะไรหรือเปล่า โทร.มาเสียดึกเลย ยังไม่เข้านอนกันอีกเหรอคะ”

                รวินันท์กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ แต่แล้วเสียงจากปลายสายที่โทร. เข้ามานั้น กลับไม่ใช่เสียงมารดาของเธอ ทว่า เป็นเสียงของหญิงชราอีกคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี  

วิ หลานอยู่ที่ไหนน่ะ รีบมาที่นี่เร็วเข้า ไม่รู้แม่ของหนูเป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็เป็นลมล้มพับลงไปเลย ทำยังไงดีลูก ยายจะทำยังไงดี”

                คนที่โทร. เข้ามานั้น หาใช่มารดาแต่อย่างใด กลับเป็นคุณยายของเธอเองที่กดโทรศัพท์มาหาเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อีกทั้งถ้อยคำนั้นยังฟังดูกระท่อนกระแท่นจนฟังจับใจความแทบไม่ได้เลย     

ว่าไงนะคะคุณยาย คุณแม่เป็นอะไรไปคะ คุณยายใจเย็นๆ ก่อนนะ ฮัลโหลๆ คุณยายได้ยินหรือเปล่าคะ ฮัลโหลๆ

                หญิงชรายังพูดไม่ทันจบดี เสียงจากปลายสายก็เงียบไปก่อนจะกลายเป็นเสียงสัญญาณที่บอกว่าสายหลุดไปแล้ว รวินันท์พยายามโทรศัพท์กลับไปอีกครั้งก็พบว่าเครื่องถูกปิดไปแล้ว เมื่อโทร.เข้าไปที่เครื่องโทรศัพท์บ้านก็ไม่มีใครรับสาย ความวิตกกังวลกระวนกระวายใจก่อตัวขึ้นมาทันทีเมื่อไม่สามารถติดต่อกับคนในครอบครัวของเธอได้เลย หญิงสาวรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ในสมองของเธอคิดเพียงแค่ว่าทำอย่างไรจึงจะไปถึงที่บ้านของมารดาได้เร็วที่สุดเท่านั้น

                ทางด้านของภวัฐ ในระหว่างที่หญิงสาวคนรักขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็อาศัยจังหวะนี้ก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตของตนก่อนจะหยิบเอากล่องกำมะหยี่สีชมพูใบจิ๋วขึ้นมาเปิดดู ภายในกล่องนั้นมีแหวนเงินชุบทองคำขาวฝังเพชรเม็ดงามที่ถึงแม้ขนาดของมันจะไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก แต่ก็ผ่านกระบวนการเจียระไนมาอย่างดีจนพอที่จะได้เห็นเหลี่ยมมุมต่างๆ ของมันสะท้อนกับแสงจากโคมไฟส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าก็ไม่ปาน

                 ชายหนุ่มมาดนุ่มอมยิ้มน้อยๆ ให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของตนอย่างมีความสุข แหวนวงนี้เขาลงทุนซื้อมาด้วยจำนวนเงินมากพอสมควรจากส่วนที่เขาเก็บออมเอาไว้จากน้ำพักน้ำแรงที่ตัวเองหามาได้ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจยิ่งนัก และเขาก็ได้ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าในวันนี้เขาจะพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อเอ่ยปากขอแฟนสาวแต่งงานให้ได้ ถึงแม้ว่าเขาและเธอจะเพิ่งคบหาดูใจกันในฐานะแฟนมาได้เพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ทว่า ความสนิทสนมและคุ้นเคยกันดีที่มีมาตั้งแต่เริ่มทำงานมาด้วยกัน กลับทำให้เขารู้สึกได้ถึงความผูกพันที่เขามีต่อเธอนั้นว่ามันมากมายยิ่งนัก จึงได้อาศัยโอกาสอันดีที่รวินันท์ได้รับมอบหมายในงานชิ้นใหญ่ยักษ์มาเป็นข้ออ้างในการพาเธอมาเพื่อเฉลิมฉลองกับเรื่องที่น่ายินดีนี้

แต่แล้วความคิดของภวัฐก็มีอันต้องหยุดชะงักลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อจู่ๆ หญิงสาวคนรักของเขาก็วิ่งกระหืดกระหอบมาจากทางหน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าและแววตาตื่นตระหนก พลางละล่ำละลักบอกเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน 

                วัฐคะ พอดีมีเรื่องด่วนน่ะ ที่บ้านเพิ่งโทร. มาบอกว่าคุณแม่หมดสติไป วิคงต้องขอตัวก่อนนะคะ”

                เดี๋ยว วิ เกิดอะไรขึ้น ผมงงไปหมดแล้ว มีใครเป็นอะไรหรือครับ

                ชายหนุ่มรีบเก็บกล่องแหวนใส่กลับลงไปในกระเป๋าเสื้อของตนแทบไม่ทัน พลางหันมาหารวินันท์ด้วยท่าทีงุนงงด้วยยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จนอีกฝ่ายต้องเอ่ยซ้ำอีกครั้งพร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขาฟังอย่างคร่าวๆ

                “เมื่อกี้คุณยายของวิเพิ่งโทร. มาน่ะค่ะ แต่ยังคุยไม่ทันรู้เรื่องเลยสายก็ตัดไปเสียก่อน พอโทร.เข้าบ้านก็ไม่มีใครรับสาย วิเป็นห่วงคุณแม่มากๆ เลยค่ะ แล้วที่บ้านก็อยู่กันแค่สองคนเอง คุณยายท่านก็แก่มากแล้ว แถมยังเป็นโรคอัลไซเมอร์อีก

                เมื่อได้ฟังสิ่งที่หญิงสาวคนรักเล่า ภวัฐก็ออกปากรีบเสนอตัวว่าจะอาสาเป็นคนขับรถพาเธอไปส่งที่บ้านเอง

                “คุณแม่ไม่สบายเหรอครับ เอ่อ ถ้างั้นเดี๋ยววัฐไปส่งนะ”

                อย่าลำบากเลยค่ะ พรุ่งนี้วัฐเองก็มีพรีเซ้นต์งานแต่เช้าแถมนี่ก็เริ่มดึกแล้วด้วย บ้านวิก็อยู่ตั้งไกลกว่าจะไปกว่าจะกลับคงใช้เวลานานพอดู อีกอย่างวิเองก็ยังไม่รู้ว่าคุณแม่เป็นอะไรมากแค่ไหน ดีไม่ดีหากต้องเข้าโรงพยาบาลขึ้นมาก็จะยิ่งเสียเวลาไปกันใหญ่ ถ้ายังไงเดี๋ยววินั่งรถไปเองดีกว่า ขอโทษด้วยนะคะวัฐที่วิต้องไปอย่างกะทันหันแบบนี้

                รวินันท์รีบปฏิเสธทันที ด้วยรู้ดีว่าแฟนหนุ่มของเธอนั้นขับรถช้าเช่นไร เพราะเขากลัวว่าหากขับเร็วเกินไปอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นตลอดทางเขาจึงมักจะขับรถด้วยความเร็วสูงสุดไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยสักครั้ง แต่ในเวลาเร่งด่วนอย่างนี้หญิงสาวจึงไม่อาจทนนั่งนิ่งๆ มองดูเขาเป็นคนขับได้

                อีกอย่างในวันพรุ่งนี้ภวัฐเองก็จะต้องเข้าร่วมประชุมกับลูกค้าคนสำคัญของบริษัทตั้งแต่เช้าด้วยเช่นกัน หากว่าชายหนุ่มพักผ่อนน้อยเกินไปและใช้เวลาเตรียมตัวไม่ดีก็อาจจะส่งผลกระทบถึงหน้าที่การงานได้ เธอเป็นห่วงในข้อนั้นจึงได้เอ่ยปากขอเป็นฝ่ายไปดูอาการป่วยของมารดาที่บ้านในเขตติดต่อระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดชลบุรีแต่เพียงลำพัง ภวัฐพยักหน้าถี่ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะหยิบกุญแจรถคันเก่งของเขายื่นให้กับแฟนสาวพร้อมทั้งเอ่ยขึ้น

                ถ้างั้นเอารถผมไปใช้ก่อนก็ได้นะ ดึกๆ แบบนี้คงหารถวิ่งออกต่างจังหวัดลำบาก อีกอย่างพวกรถรับจ้างสมัยนี้ก็ไม่ค่อยน่าไว้ใจเลย ยิ่งเป็นผู้หญิงนั่งรถคนเดียวดึกๆ แบบนี้ด้วยแล้วผมยิ่งเป็นห่วง แต่อย่างน้อยถ้าขับรถเองน่าจะปลอดภัยกว่า”

                “แต่ว่า...”

คนที่บอกว่าจะนั่งรถกลับไปที่บ้านนอกเขตเมืองหลวงเพียงลำพังนั้น พอเห็นว่าอีกฝ่ายหยิบยื่นน้ำใจมาให้ก็อดรู้สึกตื้นตันไม่ได้ แต่เธอก็กังวลกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปยังที่พักของตัวเองด้วยความลำบาก จึงพยายามที่จะปฏิเสธ แต่ชายหนุ่มกลับยกมือของเธอขึ้นมาแล้ววางพวงกุญแจรูปตุ๊กตาเต่านินจาคาดผ้าปิดตาสีส้มนั้นลงไปพร้อมทั้งบีบมือเบาๆ พลางสบตาหญิงสาวคนรักด้วยแววตาอ่อนโยน

 “ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่กลับไปที่คอนโดฯ เองก็ได้ ใกล้ๆ แค่นี้เอง วิรีบไปเถอะครับ

                ขอบคุณมากค่ะวัฐ แล้วเดี๋ยวถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ววิจะโทรไปหาทีหลังนะคะ

เมื่อรวินันท์รับพวงกุญแจนั้นไปแล้ว ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นยืนแล้วดึงตัวคนรักเข้ามากอดเบาๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยในตัวหญิงสาวยิ่งนัก

                ดูแลตัวเองด้วยนะครับ มีอะไรก็โทร.หาผมได้ตลอดเวลาเลยนะ

                รวินันท์กล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง แล้วหันหลังรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที โดยมีสายตาของภวัฐมองตามหญิงสาวที่เขารักไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเหมือนคนหมดแรง มือเรียวหยิบกล่องใส่แหวนขึ้นมาอีกครั้ง พลางระบายลมหายใจยาวอย่างเหนื่อยอ่อน ดูเหมือนว่าวันนี้จะยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมนักที่เขาจะขอแต่งงานกับเธอ แต่ไม่เป็นไรครั้งหน้าเขาจะลองดูใหม่อีกที ชายหนุ่มบอกกับตัวเองในใจก่อนจะเรียกบริกรมาเก็บเงินค่าอาหารแล้วจึงเดินออกไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับไปพักผ่อนยังคอนโดมิเนียมใจกลางย่านธุรกิจไม่ใกล้ไม่ไกลจากตึกสำนักงานของบริษัทที่ทั้งคู่ทำงานอยู่นัก

                หลังจากที่ออกจากภัตตาคารหรูมาแล้ว รวินันท์รีบวิ่งตรงดิ่งไปที่รถยนต์คันหนึ่งซึ่งถูกออกแบบให้มีลักษณะรูปทรงคล้ายเต่าสีเขียวสะท้อนแสงที่จอดอยู่ตรงบริเวณลานจอดรถด้านข้าง เมื่อหญิงสาวสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ก็รีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะในเวลานี้หัวใจของเธอนั้นช่างร้อนรนยิ่งนักด้วยความเป็นห่วงกังวลกับอาการป่วยของมารดาที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด รถเต่าสีเขียวคันน้อยค่อยๆ แล่นทะยานไปบนถนนใหญ่โดยมีจุดมุ่งหมายคือบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิเพียงไม่กี่กิโลเมตร

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #756 nunpanu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:34
    ไม่ใช่คู่แท้เพราะมีอุปสรรคมาขวางทำให้อดขอวิแต่งงาน
    #756
    0
  2. #661 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 17:01
    จะขอวิแต่งงานหรอ  น่าสงสารจังเลย  สถานการไม่เอื้ออำนวย
    #661
    0
  3. #458 PAT'ER (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 07:04

    อะไรน่อออ

    #458
    0
  4. #413 aoistar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 20:00
    น่าสงสารนายวัฐแต่อย่างคนมันไม่ใช่คู่กันอ่ะ เนอะ
    #413
    0
  5. #230 JJ.. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 22:15
    จะผ่านทางทีพระเอก เเข่งรถมะเนี่ยย

    สงสัยป๊ะกันเเหม
    #230
    0
  6. #159 tungkn4841 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2553 / 14:16
    ภัยกำลังเกิดขึ้นแน่เลย
    #159
    0
  7. #139 SoMzA^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 22:31
    คงไม่โชคร้ายไปทางที่เขาแข่งรถนะ เหอะ ๆ
    #139
    0
  8. #131 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 23:00
     ลุ้นๆค่ะนางเอกเราจะเจออะไรระหว่างทาง
    #131
    0
  9. #19 yumekanau (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 22:42

    ไม่น้า
    อย่าบอกนะว่า จะผ่านไปทางที่เค้าแข่งรถกัน
    โอ โน

    #19
    0
  10. #15 jeabkiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 22:09
    #15
    0
  11. #13 rosslyn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 13:42
    Fight fight! Fighting!
    #13
    0
  12. #12 กระต่ายจอมซน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 08:10

    มาลงชื่อให้กำลังใจก่อน เดี๋ยวค่อยอ่าน

    #12
    0