ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 อุบัติเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 ส.ค. 53

บทที่ 3

                ในเวลาเดียวกันนั้น บนถนนสายบางนา – ตราด ที่ทอดตัวยาวจากพื้นที่เชื่อมต่อกับเขตกรุงเทพมหานครไปจนไกลสุดลูกหูลูกตา บริเวณช่องทางด่วนที่อยู่ใต้ทางยกระดับบูรพาวิถีนั้น มีรถสปอร์ตสีเงินคันงามที่กำลังขับตีคู่มากับรถยนต์ซีดานสีดำสนิทด้วยความเร็วสูง และผลัดกันนำผลัดกันตามมาเกือบตลอดระยะทางราวสิบกิโลเมตรแล้ว แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่าในขณะนี้ระยะห่างของรถทั้งสองคันนั้นอยู่ในช่วงที่สูสีคู่คี่กันอยู่ โดยที่รถสปอร์ตคันยาวสีเงินวาววับนั้นนำหน้ารถเก๋งสีดำด้านอยู่เพียงแค่หนึ่งช่วงตัวรถเท่านั้น และดูเหมือนว่าเจ้าของรถสีเงินคันหรูนั้นพยายามที่จะเร่งความเร็วเพื่อให้ทิ้งห่างคู่แข่งของตนมากขึ้น เมื่อมองเห็นว่าระยะทางที่จะนำไปสู่เส้นชัยนั้นอยู่ห่างออกไปอีกเพียงไม่ไกลแล้ว

                “เห็นไหมครับพี่ชัช ตอนนี้ผมแซงหน้าพี่แล้วนะ เตรียมตัวเตรียมใจเสียรถสุดรักสุดหวงของตัวเองให้กับน้องชายคนนี้ได้เลย ฮ่าๆ”

                ธามลอบมองรถยนต์ซีดานที่กำลังขับไล่ตามเขามาอย่างกระชั้นชิดจากทางกระจกมองหลัง ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข อีกไม่นานแล้วสินะที่เขาจะได้ลิ้มรสของการเป็นผู้ชนะการแข่งขันรถยนต์ครั้งแรกในชีวิตแบบนี้ เสียงเครื่องยนต์ระบบเทอร์โบส่งผ่านไปยังท่อไอเสียสองท่อตรงท้ายรถที่ถูกดัดแปลงสภาพมาแล้วนั้น คล้ายดั่งเป็นตัวการนำมาซึ่งเสียงไซเรนของรถตำรวจที่กำลังตามไล่หลังมาจากที่ไกลๆ ชายหนุ่มคิดในใจว่าตอนนี้เขาต้องรีบทำความเร็วเพิ่มเพื่อที่จะได้ไปถึงเส้นชัยก่อนและหลบพ้นจากรถยนต์ของบรรดาเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ที่กำลังกวดไล่ตามหลังมาในไม่ช้านี้แล้ว

                แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ ในขณะที่รถของธามแล่นมาถึงตรงทางเบี่ยงที่เปิดให้รถจากทางคู่ขนานวิ่งเข้ามาในช่องทางด่วนจากจุดนี้ไปจนถึงเส้นชัยข้างหน้าเป็นระยะทางอีกไม่ถึงห้าสิบเมตรนั้น จู่ๆ ก็มีรถเต่าสีเขียวคันหนึ่งแล่นเข้ามาจากช่องทางคู่ขนานอย่างรวดเร็วโดยคนขับรถคันดังกล่าวนั้นไม่ทันได้ดูเลยว่า มีรถอีกคันที่แล่นมาทางด้านขวาด้วยความเร็วสูง

                เฮ้ย! ไอ้รถเต่าบ้านี่ ออกมาได้ไงวะ

                ธามอุทานออกมาเสียงดังเมื่ออยู่ดีๆ รถเต่าสีเขียวสะท้อนแสงก็พุ่งพรวดออกมาจากทางด้านซ้ายของเขาและเบียดเข้ากับรถสปอร์ตคันงามของเขาจนกระจกมองข้างรถของเขาถูกเฉี่ยวเข้าและหลุดกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นถนน ส่วนรถคู่กรณีนั้นยังคงแล่นฉิวผ่านไปราวกับเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เอี๊ยด!

ด้วยอารามตกใจกับประสบการณ์ที่ยังอ่อนด้อยนัก ทำให้ชายหนุ่มเผลอเหยียบเบรกจนตัวโก่งเป็นผลให้รถยนต์สีเงินคันหรูหมุนคว้างอยู่กลางถนนราวสองสามรอบก่อนจะหยุดนิ่งสนิททันที โชคดีนักที่เจ้าของรถเก๋งสีดำที่กำลังแล่นตามมานั้นสามารถหักหลบไปบนไหล่ทางข้างขวาและเปลี่ยนเป็นฝ่ายขึ้นแซงหน้าคู่แข่งของตนได้อย่างทันท่วงที ไม่อย่างนั้นคงได้เกิดมีการชนประสานงากันเข้าอย่างจังเป็นแน่

               

                เสียงเบรกจากรถปอร์ตสีเงินดังลั่นไปทั่วท้องถนน ทว่า เจ้าของรถเต่าสีเขียวที่เลี้ยวเข้าช่องทางด่วนมาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือและเฉี่ยวเอากระจกด้านข้างหลุดไปก่อนจะทำให้รถที่ตนเฉี่ยวเข้านั้นเสียหลักหมุนวนอยู่กับที่ราวกับเป็นลูกข่างขนาดใหญ่จนทำให้รถยนต์สีดำที่แล่นตามมาอย่างกระชั้นชิดนั้นเป็นฝ่ายกลับมานำได้นั้นไม่มีท่าทีที่จะหยุดหรือจอดลงที่ข้างทางเพื่อมาดูผลงานความเสียหายที่ตัวเองได้ก่อขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำคนขับรถคันนั้นยังได้ก้มมุดลงซุกหน้ากับพวงมาลัยราวกับกลัวว่าผู้เสียหายอย่างธามจะจำหน้าได้ สุดท้ายชายหนุ่มเจ้าของรถสปอร์ตที่ต้องเสียกระจกด้านข้างไปก็ได้แต่มองตามรถเต่าสีเขียวคันนั้นไปด้วยความขุ่นเคือง

                ในจังหวะที่รถเก๋งสีดำคันสวยของชัชรัณขับผ่านหน้ารถสปอร์ตของธามไปนั้น เขาก็ได้เห็นชายหนุ่มรุ่นพี่เปิดกระจกออกมาพร้อมกับชูนิ้วโป้งลงพื้นซึ่งบ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ของตัวเขาเองก่อนที่รถยนต์ซีดานจะวิ่งตรงดิ่งเข้าเส้นชัยไปอย่างรวดเร็ว

                โธ่เว้ย! เกือบชนะอยู่แล้วเชียว ไอ้รถคันนั้นมันชนแล้วหนีนี่หว่า หึ อย่าคิดว่าหนีกันไปได้ง่ายๆ แบบนี้นะ หมายเลขทะเบียนรถของแกฉันจำได้หมดแล้ว

                ธามสบถออกมาพร้อมกับทุบกำปั้นลงบนพวงมาลัยเสียงดัง พลางมองตามไปทางรถเต่าที่สร้างปัญหาให้กับเขาเมื่อครู่ด้วยความเจ็บใจ พลันก็ได้ยินเสียงรถตำรวจดังแว่วเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มจึงรีบหมุนพวงมาลัยให้รถของตนหันกลับมายังเส้นทางเดิมก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อพารถสปอร์ตคู่ใจออกจากบริเวณนั้นทันที

                เนื่องจากมีตำรวจเข้ามาจัดการเคลียร์เส้นทางตามที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการปิดถนนเพื่อแข่งรถยนต์ของคนกลุ่มหนึ่ง บรรดานักแข่งคนอื่นๆ รวมไปถึงบรรดากองเชียร์ข้างสนามจึงพากันขับหนีตำรวจแบบตัวใครตัวมัน สุดท้ายชัชรัณที่เป็นฝ่ายเอาชนะชายหนุ่มรุ่นน้องได้ จึงโทรศัพท์หาธามเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานที่นัดพบจากที่เดิมเป็นหน้าร้านประดับยนต์ของเพื่อนในกลุ่ม FF คนหนึ่งทันที

                ไม่นานธามก็พารถสปอร์ตคู่ใจของตนที่ตอนนี้กลายเป็นรถยนต์ไม่สมประกอบไปเสียแล้วมาถึงจุดนัดพบใหม่ที่ชัชรัณบอกเอาไว้ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเป็นอย่างมากและยิ่งหัวเสียหนักเข้าไปใหญ่เมื่อได้เห็นชายหนุ่มรุ่นพี่ยืนผิวปากกอดอกพิงข้างรถสีดำคันสวยของตัวเองอย่างอารมณ์ดี

                มาถึงแล้วเหรอธาม รู้ไหมนายปล่อยให้ฉันรอตั้งนานแน่ะ

                ชัชรัณเอ่ยขึ้นพลางลอบยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นชายหนุ่มรุ่นน้องก้าวลงมาจากรถคันงามด้วยสีหน้าบูดบึ้งอย่างคนไม่สบอารมณ์เอามากๆ พลางกระแทกเสียงใส่คนตรงหน้าด้วยความโมโห

                วันนี้พี่ชนะก็เพราะดวงหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้รถเต่าบ้านั่นช่วยเอาไว้ ป่านนี้พี่คงนั่งน้ำตาตกในเพราะเสียรถให้ผมแล้วล่ะ

                ธามกล่าวก่อนจะโยนกุญแจรถคันโปรดของตนให้กับคู่แข่ง เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธของตนเอาไว้ไม่ให้ไปพาลลงที่ชายหนุ่มรุ่นพี่ อีกฝ่ายก็ไวพอที่จะยกมือขึ้นมาคว้าพวงกุญแจที่ลอยอยู่ในอากาศได้ทันควัน พลางเดินเข้ามาตบไหล่คนที่เพิ่งเสียรถให้เขามาหมาดๆ ด้วยท่าทางอ่อนโยนราวกับจะปลอบใจอีกฝ่ายแต่ในดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับฉายแววแห่งความพึงพอใจออกมาอย่างชัดเจน

                ก่อนที่เขาจะผละจากรุ่นน้องหนุ่มแล้วเดินอ้อมไปดูบาดแผลจากการเฉี่ยวชนนั้นจนทำให้กระจกมองข้างด้านซ้ายรถสปอร์ตนำเข้าจากต่างประเทศสีเงินยวงนั้นกระเด็นหลุดหายไปเหลือไว้เพียงแต่สายไฟเส้นเล็กๆ ที่ห้อยติดอยู่กับตรงหูช้างให้ดูต่างหน้า

                “เอาน่า แค่รถคันเดียวคนอย่างนายไม่เห็นต้องคิดอะไรมากเลยนี่นา อืม ว่าแต่กระจกข้างนี่นายจะซ่อมให้ฉันด้วยหรือเปล่าล่ะ รถหรูขนาดนี้พนักงานกินเดือนจนๆ อย่างฉันคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าอะไหล่หรอกนะ”

                ประโยคนั้นของชัชรัณทำให้คนที่พยายามข่มอารมณ์โกรธเคืองของตนเอาไว้นั้น ถึงกับสบถออกมาเสียงดังเมื่อนึกถึงตอนที่รถยนต์คันงามของเขาถูกเบียดเข้าอย่างจังโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ธามรู้สึกหัวเสียกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันจนทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายปราชัยเป็นอย่างมาก ยิ่งนึกก็ยิ่งฉุนขึ้นมาจนเจ้าตัวถึงกับพานเตะล้อรถตัวเองเสียอย่างนั้น 

                “บ้าฉิบ! เจ้ารถเต่านั่น ถ้าไม่มีแกป่านนี้ฉันคงชนะไปแล้ว ให้ตายเหอะ มันน่าลากคอมาอัดเสียให้น่วมเลยจริงๆ”

                “ใจเย็นๆ น่าธาม ถึงนายจะแพ้ฉันในวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่านายเป็นคนไม่มีฝีมือเสียหน่อย หลายปีที่เราไม่ได้เจอกัน ฉันว่านายก็ดูท่าทางเก่งขึ้นนะ ถึงแม้ว่าเทียบกับฝีมือของฉันแล้วตะยังห่างไกลกันหลายขุมก็เถอะ”

                ชัชรัณเอ่ยปลอบชายหนุ่มรุ่นน้องของตน แต่ไม่วายแกล้งหยอกให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่นไม่ใช่น้อย เขามองธามที่เอาแต่กำหมัดแน่น ขบกรามจนเป็นสันนูนขึ้นมา พลางส่ายหน้าน้อยๆ อย่างอดรู้สึกเวทนาสงสารในตัวรุ่นน้องหนุ่มไม่ได้

ถึงแม้คนที่ต้องเสียรถไปจะแสดงออกถึงความไม่พอใจมากแค่ไหนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกฎก็ย่อมต้องเป็นกฎอยู่วันยันค่ำ จะว่าไปแล้วตัวธามนั้นก็เป็นคนเลือกที่จะเสี่ยงเองทั้งที่ชายหนุ่มรุ่นพี่ออกปากเตือนตั้งแต่แรกก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มแข่งขันแล้วแท้ๆ  แต่เขาก็ไม่ยอมฟังด้วยนิสัยไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ ของเขา ทำให้หลงคิดไปว่าเขาจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ในที่สุดผลลัพธ์ก็ออกมาตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม FF แล้ว ยังต้องเสียรถยนต์สุดรักสุดหวงของตนไปอีก

                “คอยดูนะพี่ชัช คราวหน้าผมจะต้องเอาชนะพี่ให้ได้เลย”         

โอเค แล้วฉันจะรอวันนั้นนะไอ้น้องชาย

ชัชรัณกล่าวตอบรุ่นน้องหนุ่มของตน พลางก้าวเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอื้อมมือขยี้ผมสั้นๆ ชี้โด่ชี้เด่นั้นอย่างรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางหยิ่งทะนงตนของธามเหลือเกิน

                โอ๊ย! พอได้แล้วน่าพี่ชัช มาเล่นหัวผมทำไมเนี่ย ถ้าไงวันนี้พี่กลับไปก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะให้คนมาเอารถไปซ่อมกระจกข้างแล้วพรุ่งนี้ผมจะให้คนขับรถนี่ไปส่งให้พี่ถึงบ้านเลยครับ

                “ก็ได้ ถ้างั้นฉันไปก่อนล่ะ แล้วเจอกัน อ้อ เกือบลืมไปเลย ขอบใจนะสำหรับรถคันสวยของนายนี่ถูกใจฉันเป็นบ้าเลย เอาเป็นว่าฉันจะใช้มันอย่างทะนุถนอมแล้วก็จะดูแลรักษามันไว้ให้ดีจนกว่าจะถึงวันที่นายพร้อมจะทวงคืนก็แล้วกันนะ”

                คนถูกเล่นหัวโวยวายออกมาอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเอ่ยบอกให้ชายหนุ่มรุ่นพี่กลับไปก่อน แล้วเขาจะส่งรถที่จัดการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วไปให้ภายหลัง ซึ่งเจ้าตัวก็เห็นดีด้วยและไม่วายหันมาขอบอกขอบใจเจ้าของรถคันงามพร้อมทั้งกล่าวยั่วเย้าทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไปจากที่นั่นโดยมีสายตาของธามมองตามไปอย่างเจ็บใจ

                หลังจากที่ชัชรัณจากไปพร้อมกับรถยนต์ซีดานสีดำสนิทของเขาเรียบร้อยแล้ว ธามจึงเดินกลับมาขึ้นรถตัวเอง เขาสบถออกมาอีกครั้งเมื่อเหลือบไปมองยังกระจกด้านข้างที่ว่างเปล่านั้น ก่อนจะขับรถกลับไปยังที่พักของตัวเองบ้าง และไม่ลืมที่จะต่อโทรศัพท์ไปหาลูกน้องคนสนิทให้รีบมาที่บ้านของเขาโดยด่วน

 

                อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมืองหลวง รถเต่าสีเขียวสะท้อนแสงที่เพิ่งก่อเหตุชนแล้วหนีมาหมาดๆ นั้น ยังคงแล่นต่อไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตนโดยไม่แม้แต่จะจอดรถลงมาดูผลงานของตัวเองเลยแม้แต่น้อย รวินันท์ลอบมองทางกระจกหลังก็พบว่ารถสีเงินคันนั้นไม่ได้แล่นตามเธอมาอย่างที่คิดไว้ หญิงสาวจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นกลับมานั่งในท่าปกติตามเดิม

                หลังจากที่พยายามก้มศีรษะหลบหน้าหลบตาเพราะไม่อยากให้เจ้าของรถที่เธอไปเฉี่ยวเข้าคันนั้นจำได้ และถึงแม้ว่าจะยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ไม่หาย แต่เธอก็ยังพยายามประคับประคองสติของตัวเองจนกระทั่งรถเต่าคันน้อยแล่นฉิวมาถึงยังหน้าบ้านของมารดาที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

                เบื้องหน้าของเธอคือบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์โมเดิร์นขนาดกะทัดรัดที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังรั้วไม้ระแนงสีโอ๊ค หญิงสาวดับเครื่องยนต์และจอดรถเอาไว้หน้าบ้าน ก่อนจะรีบร้อน ไขกุญแจเปิดประตูรั้วด้านนอกเข้าไปภายในบริเวณบ้านเมื่อเห็นว่าแสงไฟจากภายในยังคงเปิดไว้และส่องแสงสว่างออกมาทางบานหน้าต่างชั้นล่างของบ้านที่ถูกเปิดเอาไว้

                เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านได้ เธอก็ร้องเรียกหามารดาและผู้เป็นยายด้วยความเป็นห่วง ทว่า ภายในบ้านกลับเงียบสนิท ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย รวินันท์เริ่มรู้สึกใจเสียขึ้นมา ไม่รอช้าหญิงสาวรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและตรงดิ่งไปยังทิศทางที่เป็นห้องนอนของมารดาด้วยความกังวลใจทันที

                เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้อง ภาพที่ได้เห็นทำให้หญิงสาวถึงกับน้ำตาร่วงเผาะลงมาอย่างมิอาจห้ามได้ บนเตียงหลังใหญ่นั้นมีร่างของมารดาอันเป็นที่รักของเธอนอนทอดกายเหยียดยาวอยู่บนนั้น เมื่อมองไปยังพื้นด้านล่างข้างเตียง ก็พบว่าคุณยายของเธอนั่งกอดเข่าร้องไห้ตัวสั่นงันงกอยู่ใกล้ๆ

                “แม่!

                สัญชาตญาณบอกกับเธอว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นยังไม่ได้จากไปไหน หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปตรวจจับชีพจรพร้อมทั้งฟังเสียงการเต้นของหัวใจ ก็พบว่าทุกอย่างยังคงทำงานปรกติดี จะมีก็แต่จังหวะการหายใจที่เชื่องช้าเนิบนาบกว่าที่เคยเท่านั้น รวินันท์รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เธอมาทันเวลาและมารดาของเธอก็ยังมีชีวิตอยู่

                “วิ นั่นหลานใช่ไหม โฮๆ แม่หลานเป็นอะไรไปก็ไม่รู้ นอนนิ่งไม่ยอมขยับเลย ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น ยายไม่รู้จะทำยังไงดี”

                เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากทางประตูหน้าห้อง พร้อมๆ กับที่ร่างของใครคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องและตรงเข้ามาดูอาการลูกสาวแท้ๆ ของนางที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงนอนนั้นอย่างแปลกใจ ดวงตาที่ฝ้าฟางเพราะความเสื่อมสลายของร่างกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามวัยบวกกับน้ำตาที่หยาดหยดลงมาไม่หยุดทำให้สายตาที่พร่ามัวนั้นมองเห็นคนที่เข้ามาใหม่ได้ไม่ชัดเจนนัก

                แต่ก็พอจะมองออกว่าน่าจะเป็นหลานสาวของนางเองที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่นี้ พลางร้องเรียกเสียงหลงคนที่ถูกเรียกจึงหันกลับมาหาและตรงเข้าสวมกอดหญิงชราตรงหน้าเอาไว้แน่นพร้อมกับพูดปลอบโยนเพราะรู้ดีว่าผู้เป็นยายนั้นมีโรคประจำตัวคือโรคความจำเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์ซึ่งมีผลกับการดำเนินชีวิตประจำวันค่อนข้างมากทีเดียวสำหรับคนที่อยู่ในวัยสูงอายุและช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้แบบนี้

    “ไม่เป็นไรนะคะยาย วิ อยู่ที่นี่แล้ว เราจะพาแม่ไปหาคุณหมอด้วยกันนะคะ”

                “ยายขอโทษนะลูก ยายไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง อยู่ดีๆ มันก็นึกอะไรไม่ออกเลย”           

                หญิงชราพร่ำบอกกับหลานสาวทั้งน้ำตา รวินันท์สั่นหน้าแรงๆ พร้อมกับพยุงร่างของผู้เป็นยายขึ้นจากพื้น ก่อนจะหันไปพยุงร่างของมารดาขึ้นมาจากเตียงแล้วรีบพามาขึ้นรถที่จอดไว้ตรงหน้าบ้าน โดยมีผู้เป็นยายเดินตามทั้งคู่มาติดๆ

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #818 พอกันที (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 01:28
    นางเอกเลวมาก

    เกลียดพวกผู้หญิงที่ขับรถห่วย ชนแล้วยังหนี

    ทั้งห่วยทั้งไม่มีความรับผิดชอบ
    #818
    0
  2. #459 PAT'ER (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 07:08
    ไปนอนละนะ
    เด๋วมาอ่านใหม่
    #459
    0
  3. #415 aoistar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 20:10
    อ้าว นายธามแพ้  เหอะๆ
    #415
    0
  4. #231 JJ.. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 22:21

    สงสัยพี่ธามต้องตามหารถเต่าสีเขียวแน่เลย

    #231
    0
  5. #160 tungkn4841 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2553 / 14:28
    อารมย์ร้อนจริงๆ นายธาม แต่ไม่รู้จะอาฆาตรถเต่า หรือปล่าว
    #160
    0
  6. #141 SoMzA^^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 22:39
    นึกว่าทางเอกจะโชคร้ายระหว่างทางซะแล้ว
    #141
    0
  7. #140 SoMzA^^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 22:39
    นึกว่าทางเอกจะโชคร้ายระหว่างทางซะแล้ว
    #140
    0
  8. #70 ถักฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 19:50
    ใจเย็นหน่อยๆ สิค่ะ พี่ธามม อิอิ
    #70
    0
  9. #60 ถักฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2553 / 20:01
    อ่า นางเอกนิยายยยยยย! จิ้มๆอยากได้รถพระเอกจังสวยจังคร๊าาาาาาาาาาาา :)
    #60
    0
  10. #20 yumekanau (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 22:45
    สงสารนางเอกจัง
    ขอให้คุณแม่ปลอดภัยน้า
    ส่วนนายธาม ชิ สมน้ำหน้าจิ
    ถนนเค้าไม่ได้มีเอาไว้ให้พวกนายใช้ขับแข่งนะยะ
    สนามแข่งก็มี ทำไมไม่ไปใช้
    แล้วไง พอโดนชน กลับพาลรีพาลขวางกับคนที่เค้าใช้ถนนถูกต้อง
    แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกันล่ะ
    #20
    0
  11. #18 jeabkiss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 21:42
    เสียดายรถจัง
    #18
    0
  12. #17 ยัยปลาทอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 16:39
    อ้าว...พระเอกของเรา แพ้เค้าซะงั้น ง่า เสียดายรถแทนธามจังเลยอะ T_T



    มาส่งกำลังใจให้คุณนักเขียนค่า สู้ๆ นะคะ
    #17
    0
  13. #16 jeabkiss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 22:10
    #16
    0
  14. #14 gamedene (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 21:42
    รออ่านนะคะ
    #14
    0