ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 การแข่งขันอันดุเดือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ส.ค. 53

บทที่ 1

เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มมาจากทั่วทุกสารทิศ คลอเคล้าไปด้วยเสียงเพลงจากเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่มีท่วงทำนองปลุกเร้าให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคึกคะนองจนหัวใจพองโตออกมาด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าในเวลานี้จะดึกดื่นจนเกือบเรียกได้ว่าล่วงเลยมาถึงรุ่งเช้าของวันใหม่แล้วก็ตาม แต่กระนั้นผู้คนมากมายที่พร้อมใจกันมารวมตัวอยู่ที่นี่กลับไม่มีทีท่าของความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าหรือว่าอ่อนเพลียแสดงออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ตรงกันข้ามพวกเขาเหล่านั้นต่างพากันปรบมือสลับกับส่งเสียงโห่ร้องดังกึกก้องอยู่บริเวณสองข้างทางของถนนแปดเลนซึ่งอยู่ในเขตย่านชานเมืองไม่ไกลจากใจกลางของกรุงเทพมหานครมากนัก ในคืนนี้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ที่นี่เพียงเพื่อจุดประสงค์เดียวนั่นคือชมการแข่งขันที่ดุเดือดและเร้าใจของกลุ่มคนที่พิสมัยในความเร็วเป็นอย่างยิ่ง

แสงไฟเจิดจ้าที่สาดส่องมาจากโคมไฟหน้ารถคันงามหลากหลายสีสันกว่าห้าสิบคันของบรรดานักแข่งรถมือฉมังทำให้ถนนสายชานเมืองที่ค่อนข้างมืดทึมเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมีรถพลุกพล่านนัก สว่างขึ้นมาราวกับมีใครยกเอาสปอตไลท์ขนาดใหญ่ส่องลงไปบนพื้นถนน

ประตูรถสปอร์ตสีเงินวาววับคันหนึ่งถูกเปิดออก พร้อมๆ กับที่ร่างของใครบางคนก้าวลงมาจากที่นั่งด้านคนขับ แสงจากดวงไฟหน้ารถคันอื่นๆ ที่สาดส่องเข้ามาทำให้เห็นว่าคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถยนต์คันงามนั้นเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ถูกปลดกระดุมออกราวสองถึงสามเม็ดเผยให้เห็นแผ่นอกกว้าง บนลำคอนั้นมีสร้อยเชือกหนังสีดำห้อยจี้รูปดาบแต่หากมองดูดีๆ จะเห็นเป็นเหมือนตัวอักษรตัว T ห้อยเอาไว้

ส่วนท่อนล่างนั้นเป็นกางเกงผ้าเนื้อมันวาวขายาวทรงกระบอกสีเดียวกันกับเสื้อ ผิวกายที่ขาวเนียนราวกับคนไม่เคยต้องแสงแดดมาก่อนนั้นดูเข้ากันดีกับเรือนผมสีน้ำตาลแกมทองซึ่งถูกซอยด้านหลังสั้นเหลือเพียงความยาวด้านหน้าที่เซ็ทเอาไว้เป็นทรงตั้งชี้ขึ้นฟ้าราวขนเม่น รับกับใบหน้ารูปสามเหลี่ยมยิ่งนัก คิ้วหนาและเข้มนั้นย่นเข้าหากันเล็กน้อย เช่นเดียวกับดวงตายาวรีที่หรี่ลงมาเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามายังใบหน้าของเขา

เม็ดเหงื่อจากปอยผมตรงหน้าผากไหลลงมาตามดั้งจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีแดงตามธรรมชาตินั้นเผยออ้าออกเล็กน้อยเมื่อลมหายใจยาวถูกพ่นออกมา มือเรียวสวยราวกับมือของสตรีเพศถูกยกขึ้นมาป้องใบหน้าเอาไว้ เพื่อลดระดับความเจิดจ้าของแสง ก่อนที่สองขาของเขาจะเดินก้าวยาวๆ ตรงเข้าไปหาชายหนุ่มอีกคนที่กำลังยืนอยู่ในวงล้อมของกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงราวสิบกว่าคนอย่างไม่มีทีท่าลังเลเลยสักนิด

ราวกับรู้ว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาหา ชายหนุ่มที่อยู่ในวงล้อมของกลุ่มคนหันกลับมามองคนที่เพิ่งมาใหม่ด้วยแววตาแปลกใจเล็กน้อยที่ได้เห็น แล้วจึงเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเองเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาหาเขานั้นเป็นใคร

“ไง ธาม วันนี้นายว่างมาดูการแข่งกับเขาด้วยเหรอเนี่ย”

เจ้าของคำทักทายที่เอ่ยขึ้นก่อนนั้น เป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำราวกับนักกีฬา ทว่าความสูงน้อยกว่าคนที่ตนเอ่ยทักเล็กน้อยไว้ผมรองทรงสีดำขลับ คิ้วที่เข้มทอดตัวในแนวยาวราวกับเป็นเส้นตรง อยู่เหนือดวงตาคม ดั้งจมูกโด่งไม่มากนัก และริมฝีปากหนาบนใบหน้ารูปไข่ รวมไปถึงผิวสีแทนที่โผล่ออกมาจากเสื้อยืดคอวีสีเทาคลุมทับไว้ด้วยแจ็กเกตสีดำอีกชั้นท่อนล่างเป็นกางเกงยีนสีซีด ทำให้บุคลิกภายนอกของเขาดูแตกต่างกับชายหนุ่มคนแรกอย่างสิ้นเชิง 

“ก็ไม่เชิงหรอกครับพี่ชัช ที่จริงวันนี้ผมมีเรื่องอยากขอร้องพี่มากกว่าน่ะ”

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า ธาม ส่ายหน้าน้อยๆ ให้คนถาม ก่อนจะกล่าวต่อชวนให้คนฟังนึกฉงนกับการมาปรากฏตัวของเขาที่นี่ในเวลานี้ยิ่งนัก ชัชรัณมองคนตรงหน้าเขาที่ดูท่าทางจะอายุอ่อนกว่าเขาราวสี่ถึงห้าปีอย่างพินิจพิเคราะห์ จะว่าไปแล้วเด็กหนุ่มคนนี้เขาเองก็รู้จักดี พวกเขาได้รู้จักกันครั้งแรกเมื่อครั้งที่เป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ในตอนนั้นธามเพิ่งเข้ามาเป็นเฟรชชี่ในคณะบริหารธุรกิจ ส่วนตัวเขาเป็นอดีตรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วแต่กลับมาร่วมในกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เขารู้สึกถูกชะตากับรุ่นน้องคนนี้พอสมควรจึงได้เข้าไปพูดคุยและสร้างความสนิทสนม

จนกระทั่งมารู้ภายหลังว่าธามคือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอัครสินธุ์โสภณ เจ้าของบริษัท เอเอสเอส ออโต้โมบิล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ

ในตอนนั้นชัชรัณได้ชักชวนให้ธามเข้าสู่วงการนักแข่งรถแต่ด้วยความที่ยังอ่อนประสบการณ์ ธามจึงเลือกที่จะเป็นเพียงผู้ชมอยู่ข้างสนามและมักจะเอาเวลาว่างที่มีมาขลุกอยู่กับเขาและกลุ่มเพื่อนนักแข่งเพื่อเรียนรู้เทคนิคต่างๆ แทบทุกวัน จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ชัชรัณได้งานที่บริษัทของธามแต่เป็นสาขาที่อยู่ต่างจังหวัด จึงทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทสนมกันราวกับพี่น้องร่วมสายโลหิตต้องห่างเหินกันไปพักใหญ่และไม่ได้ติดต่อกันมานานหลายปีดีดักแล้ว

“ขอร้อง? นายเนี่ยนะมีเรื่องจะขอร้องฉัน ไหนลองว่ามาสิ มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ”

ชัชรัณเอ่ยทวนคำถามของชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างข้องใจ คนที่อยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูง ทั้งยังรั้งตำแหน่งประธานบริษัท ทีเอเอส มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของตระกูลอัครสินธุ์โสภณที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติไทยรายแรกที่ได้รับการรับรองในระดับมาตรฐานสากลมาหมาดๆอย่างธามนั้น มีเรื่องอะไรถึงกับต้องลงทุนมาขอร้องหัวหน้ากลุ่มนักแข่งรถยามวิกาลที่มีชื่อว่า ‘FF - Fast First’ อย่างเขาคนนี้ได้ คนถูกถามส่งยิ้มอย่างจริงใจให้อดีตรุ่นพี่ร่วมรั้วมหาวิทยาลัยก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

“ผมอยากเข้าร่วมกลุ่มของพี่ครับ แล้วผมก็รู้กฎดีว่าคนที่จะเข้ากลุ่มได้ต้องมีความสามารถพอให้คนในกลุ่มคนอื่นๆ ยอมรับได้ ผมเลยอยากขอร้องให้พี่ชัชช่วยแข่งรถกับผมทีครับ”

                ธามกล่าวกับชายหนุ่มรุ่นพี่ด้วยท่าทางมาดมั่น จนคนที่เพิ่งได้รับคำท้ามาหยกๆ ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ด้วยไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มรุ่นน้องที่เขาเคยคิดว่าขี้ขลาดจนไม่กล้าแม้แต่จะร่วมลงแข่งกับนักแข่งหน้าใหม่คนอื่นๆ เลยสักนิด ในวันนี้กลับกล้าที่จะเดินเข้ามาส่งสารท้ารบกับเขาด้วยตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ

                “ฮะ! ว่าไงนะ นายอยากแข่งกับฉัน รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมาน่ะ กฎของการแข่งเป็นยังไงนายน่าจะยังจำได้ดีนะ”

                ชัชรัณอุทานออกมาด้วยนึกแปลกใจกับความคิดของธาม พลางเอ่ยเป็นนัยๆ เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเรื่องกฎ กติกา เกี่ยวกับการแข่งขันในแต่ละครั้งของกลุ่ม เพราะนึกว่าชายหนุ่มรุ่นน้องอาจจะนึกคึกอยากลองวัดฝีมือตัวเองจนลืมไปแล้วกระมังว่าคนที่แพ้ในเกมการแข่งขันครั้งนี้สุดท้ายจะลงเอยอย่างไร

                “ผมไม่ลืมหรอกครับ กฎที่ว่าคนแพ้จะต้องยอมมอบรถของตัวเองให้กับคนที่ชนะน่ะ”

                ธามรีบตอบกลับไปทันที เขามองหน้าอดีตรุ่นพี่ที่ใครๆ ในที่นี้ยกให้เป็นปรมาจารย์ด้านการแข่งรถด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม หลายปีที่ผ่านมานอกเหนือจากเวลาที่เขาใช้ไปกับการบริหารกิจการของตระกูลที่ได้รับมอบหมายแล้ว เมื่อไรก็ตามที่มีเวลาว่างเขามักจะไปหาที่ฝึกทักษะและเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการแข่งรถเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่เขาเคยได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ ก็เป็นได้

                ดังนั้น ก่อนที่จะมาท้าแข่งกับชัชรัณในวันนี้ เขาเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว ทั้งยังแอบรู้มาด้วยว่าชายหนุ่มรุ่นพี่นั้น ร้างลาจากการแข่งขันมาก็นานโขอยู่ เห็นทีศึกครั้งนี้คงจะได้เห็นท่านปรมาจารย์ต้องเคาะสนิมฝีมือเสียหน่อยแล้ว

                ทางด้านของคนที่ถูกหนุ่มรุ่นน้องท้าทายนั้น เมื่อได้เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังอย่างนั้นแล้วก็เกิดอาการฮึดขึ้นมา อีกอย่างเขาก็มั่นใจในฝีมือของตัวเองว่าถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามเทคนิคต่างๆ ที่ธามได้เรียนรู้และฝึกฝนมานั้น เขาเองที่เป็นคนสอนให้ แล้วมีหรือที่ลูกศิษย์จะคิดล้มล้างอาจารย์ได้ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างนึกลำพองอยู่ในใจ ดูท่าทางว่าคืนนี้เขาคงจะได้รถสปอร์ตคันหรูมาขับฟรีๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยเลยก็เป็นได้

โอเค ท่าทางนายคงอยากเข้ากลุ่มของฉันจริงๆ ใช่ไหม ได้ งั้นก็เตรียมตัวไว้ได้เลย แต่อย่าลืมล่ะว่า ถ้านายแพ้นายจะเสียรถคันสวยของนายนะ

ชัชรัณตอบรับคำท้าของเจ้าหนุ่มรุ่นน้อง และไม่วายข่มขวัญคู่ต่อสู้สักเล็กน้อย แต่คนอย่างธามมีหรือจะกลัวกับคำขู่ของคนที่เขาคิดว่ารู้จักนิสัยใจคอดีหนักหนา เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยเกทับด้วยประกายตาที่ฉายแววแห่งความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม

                แน่นอนครับ ผมพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น ก็ผมอยากเข้ากลุ่มพี่นี่ครับ คนที่ต้องกลัวว่าจะเสียรถไปน่าจะเป็นพี่ชัชมากกว่านะครับ เพราะผมจะต้องเอาชนะพี่ให้ได้

ชายหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมาดมั่นที่ระบายอยู่บนใบหน้าพลางมองไปยังรถยนต์ซีดานรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดอยู่ไม่ไกลกันนัก สีของตัวถังเป็นสีดำสนิทราวกับผืนฟ้าในยามรัตติกาล ตัดกับสีขาวของล้อแม็กซ์ลายกังหันห้าแฉกแลดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก แสงไฟสีฟ้าที่เจ้าของรถติดเอาไว้ใต้ท้องรถยังส่องลงมาบนพื้นถนนคล้ายกับว่ามีอัญมณีสีน้ำเงินเปล่งประกายเจิดจ้าออกมาจากรถคันดังกล่าวอย่างไรอย่างนั้น

ธามจำได้ดีว่ารถยนต์คันนี้เป็นรถคู่ใจของรุ่นพี่ที่เขาเคารพรักมาตั้งแต่แรกพบ ตอนแรกเขาไม่รู้หรอกว่าทำไมชัชรัณจึงได้ถูกอกถูกใจกับรถคันนี้นัก กระทั่งมารู้ในภายหลังว่าชายหนุ่มรุ่นพี่ได้มันมาจากการแข่งขันในแมตช์สำคัญซึ่งเป็นที่กล่าวขานและโจษจันกันไปทั่ว เมื่อชัชรัณเอาชนะหัวหน้ากลุ่มนักแข่งที่เป็นคู่อริกับกลุ่ม FF มานานหลายปีดีดัก คู่แข่งของเขาหรือจะเรียกว่าเป็นเจ้าของรถคนก่อน ถึงขนาดยอมคุกเข่าหลั่งน้ำตาเพื่ออ้อนวอนขอรถคันเก่งของตนคืน แต่ดูเหมือนว่าชัชรัณจะปฏิเสธไปทันที เมื่อรู้สึกถูกชะตากับรถคันนี้เข้าอย่างจัง แต่ในวันนี้ธามรู้สึกมั่นใจเหลือเกินว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ชายหนุ่มรุ่นพี่จะมีโอกาสได้สัมผัสกับรถยนต์สุดรักสุดหวงของตัวเองอย่างแน่นอน

                หืม? นี่นายกำลังคิดว่าคนอย่างฉันจะเป็นฝ่ายแพ้เชียวเรอะ เอาเถอะดูท่าทางนายมั่นใจมากทีเดียวนะ ว่าแต่รถคันนี้นายแต่งเองหมดเลยเหรอ น่าสนใจดีนะ

เสียงของชายหนุ่มรุ่นพี่ปลุกให้คนที่ออกปากขอท้าแข่งหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองออกมาสู่โลกความเป็นจริง พลางหันกลับไปมองตามนิ้วมือของอีกฝ่ายที่ชี้ไปทางรถสปอร์ตสีเงินของตนทันที

พาหนะคู่ใจของธามในยามนี้เป็นรถสปอร์ตยี่ห้อหรูที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่เขากลับนำมันมาโมดิฟายด์เสียใหม่ตามความต้องการของตัวเองจนรูปลักษณ์ภายนอกแทบไม่เหลือเค้าเดิมสักนิด ยกเว้นก็แต่เพียงเครื่องยนต์และระบบต่างๆ ที่ยังคงเอาไว้ตามเดิม จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมรถคันเก่งของเขาจึงดูโดดเด่นเป็นสง่ายามเมื่อมาอยู่ท่ามกลางเหล่ารถแต่งคันอื่นๆ ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกไม่แตกต่างกันมากนัก

ชายหนุ่มมองรถสปอร์ตสองที่นั่งของตนซึ่งมีตัวถังเป็นสีเงินสุกปลั่งราวทองคำขาวบริสุทธิ์ ด้านหน้ารถถูกปรับเปลี่ยนกระจังหน้าให้สามารถระบายความร้อนได้สะดวกมากขึ้น โคมไฟสำหรับส่องนำทางมีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดใหญ่พร้อมทั้งบรรจุหลอดไฟซีนอนที่ให้แสงสว่างออกมาเป็นสีขาวอมฟ้า บนกระโปรงหน้าดีไซน์การเจาะเป็นช่องระบายลมอยู่หลายช่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

ช่วงหลังคาที่โค้งมนและลาดต่ำลงไปจรดกับส่วนท้ายของรถจนดูเหมือนว่าคนขับอาจต้องเปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็นท่านอนแทน เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อธามตัดสินใจเลือกล้อแม็กซ์สีเงินที่ออกแบบเป็นลวดลายคล้ายเกลียวคลื่นมาใส่ก็ยิ่งทำให้เสน่ห์ของรถคันดังกล่าวนี้เป็นที่ต้องตาต้องใจของใครหลายคนในที่นั้น ไม่เว้นแม้แต่ชัชรัณเองยังอดรู้สึกทึ่งกับรูปลักษณ์ที่ดูสวยและโฉบเฉี่ยวราวกับพญาเหยี่ยวนั้นไม่ได้

                ใช่ครับ ผมดีไซน์รูปแบบใหม่ทั้งคันให้เป็นอย่างที่ผมต้องการ มันคือรถในฝันที่ผมชอบมากที่สุด จะว่าไปเจ้าคันนี้ก็เป็นรถต้นแบบที่บริษัทของผมกำลังจะเริ่มทำการผลิตในเร็วๆ นี้ด้วยล่ะครับ

                ธามกล่าวอย่างภาคภูมิใจกับมันสมองและสองมือของตนที่สรรค์สร้างรถยนต์ที่เคยอยู่เพียงแค่ในจินตนาการของตนจนออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างนี้ เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ พลางยกมือขึ้นลูบไล้มันแผ่วเบาคล้ายกับกำลังหยอกเย้าสัตว์เลี้ยงแสนรักของตนก็ไม่ปาน ชัชรัณเดินตามชายหนุ่มรุ่นน้องเข้ามาหยุดยืนมองผลงานชิ้นโบว์แดงของเจ้าตัวในระยะใกล้ สายตาของเขามองสำรวจพาหนะคันงามของธามไปทั่วทั้งคัน แล้วก็พบว่าฝีมือการออกแบบและตกแต่งของธามนั้นไม่เลวเลย ทุกส่วนประกอบดูเหมาะเจาะลงตัวเป็นอย่างดี ทำให้เปลวเพลิงแห่งกิเลสตัณหาความอยากมีอยากได้ในใจของชัชรัณลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

คล้ายดั่งวันเวลาหมุนย้อนกลับไปสู่อดีต ก่อนหน้านี้เพียงแรกเห็นรถคันเก่งของหัวหน้ากลุ่มคู่อริชัชรัณก็ตกหลุมรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และหมายมั่นปั้นมือว่ารถซีดานสีดำสนิทคันนั้นจะต้องกลายมาเป็นพาหนะคันใหม่ของเขาให้จงได้ เมื่อความทรงจำในอดีตเลือนรางลงไป ภาพของรถสปอร์ตสีเงินยวงคันหรูของธามค่อยๆ ลอยเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนในมโนภาพของเขา ชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เขาเอ่ยกับตัวเองในใจว่าครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาจะต้องเอาชนะเจ้าหนุ่มรุ่นน้องและได้รถคันงามนั้นมาครอบครองอย่างแน่นอน

                ดูท่าทางนายจะรักรถคันนี้มากเหลือเกินนะ แล้วจะไม่เป็นไรแน่เหรอถ้านายต้องเสียมันให้กับฉันน่ะ

                อีกครั้งที่ชัชรัณพยายามข่มขวัญคู่ต่อสู้ของเขา แต่อีกฝ่ายกลับหันหน้ามายิ้มกว้างให้เขาจนมองเห็นเขี้ยวเก๋ๆ ที่อยู่ตรงมุมปาก พร้อมกับเอ่ยประโยคเดิมก่อนหน้านี้เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของตนอีกครั้งด้วยความมุ่งมั่น

                ไม่ต้องห่วงครับ เพราะผมอยากจะเข้ากลุ่มของพี่ชัช ดังนั้นไม่มีทางที่ผมจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แน่ๆ เตรียมใจไว้ได้เลย

                เมื่อได้เห็นประกายตาแห่งความมั่นใจฉายออกมาจากดวงตาของธาม ชายหนุ่มรุ่นพี่ก็ลอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย ในรอยยิ้มนั้นแฝงท่าทีเย้ยหยันเอาไว้ด้วย แต่เจ้าตัวก็ทำท่าทางกลบเกลื่อนได้อย่างแนบเนียนจนอีกฝ่ายไม่ทันรู้สึกผิดสังเกตเลยแม้แต่นิดเดียว

คอยดูเถอะ เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ฉันจะต้องเอารถคันสวยของนายมาเป็นของฉันให้ดู

ชัชรัณเปรยกับตัวเองในใจ สายตามองไปยังคนตรงหน้าด้วยแววตาท้าทาย ก่อนจะรีบเอ่ยเร่งให้อีกฝ่ายเริ่มทำการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นนี้เสียที เขาอยากจะได้รถสปอร์ตคันหรูนั้นมาเป็นของตัวเองเต็มแก่แล้ว

                โอเค งั้นเราเริ่มแข่งกันได้แล้วล่ะ

                เดี๋ยวครับพี่ชัช ผมยังมีอีกเรื่องที่จะขอร้อง

                ชัชรัณพูดก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่รถของตัวเองทันที แต่เสียงเรียกของชายหนุ่มรุ่นน้องทำให้เขาต้องชะงักและหันกลับมามองต้นเสียงอย่างข้องใจเล็กน้อย ธามแกล้งทำเป็นตีหน้าซื่อก่อนจะตะโกนออกมาให้ได้ยินกันทั่วทั้งบริเวณ

                “แมตช์นี้ไม่มีการออมมือนะครับ เพราะผมอยากได้ชัยชนะแบบขาวสะอาดและโปร่งใสที่สุด เพราะงั้นสู้ให้เต็มที่นะพี่ชัช”

                เจ้าของเสียงยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกฝ่ายอย่างท้าทาย ด้วยความมั่นใจว่าตนจะไม่เป็นฝ่ายปราชัยอย่างแน่นอน ขณะที่คนฟังก็ได้แต่หัวเราะในลำคออย่างถูกใจกับนิสัยมั่นใจในตัวเองของคนพูดเสียเหลือเกิน มัวแต่ย่ามใจไปเถอะเจ้าเด็กโง่เอ๋ย เพราะในพจนานุกรมของชัชรัณนั้น ไม่เคยมีคำว่าแพ้ปรากฏในนั้นอยู่แล้ว ชายหนุ่มรุ่นพี่คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะชูนิ้วโป้งให้ฝ่ายตรงข้ามราวกับว่าจะชมเชยแต่กลับหันเปลี่ยนทิศชี้ลงสู่พื้นเป็นสัญลักษณ์แทนคำพูดว่าเขาจะต้องทำให้ฝ่ายนั้นตกเป็นผู้แพ้ในเกมการแข่งขันครั้งนี้ให้จงได้

                จากนั้นทั้งคู่จึงแยกย้ายกันมาขึ้นรถของตัวเอง ทันทีที่ธามหยิบกุญแจรีโมทขึ้นมากดไปยังรถสปอร์ตคันงาม ไม่ทันไรประตูทั้งสองข้างของรถก็ถูกยกขึ้นคล้ายดั่งปีกนกที่กำลังกางออก พร้อมกับก้าวขึ้นไปนั่งบนรถและสตาร์ทเครื่อง เสียงของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มพร้อมแสงไฟจากโคมหน้าที่ส่องสว่างเป็นประกายสีขาวอมฟ้าเจิดจรัสก็เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าบรรดากองเชียร์แวดล้อมรอบข้างซึ่งมารอชมการแข่งขันอันน่าตื่นเต้นนี้ได้เป็นอย่างดี

                เมื่อชัชรัณก้าวขึ้นรถของตัวเองบ้าง พร้อมกับเคลื่อนพาหนะสีรัตติกาลคู่ใจเข้ามารออยู่ที่จุดสตาร์ท ธามก็เคลื่อนรถของตนเข้ามาจอดเทียบข้างๆ รถคันเก่งของชายหนุ่มรุ่นพี่ในทันที แม้เสียงเพลง เสียงปรบมือและโห่ร้องของผู้ชมในบริเวณโดยรอบจะดังอื้ออึงสักเพียงไหน ก็มิอาจกลบเสียงแห่งชัยชนะอันหอมหวานในจินตนาการของธามได้เลยสักนิด แม้จะรู้ดีว่าคู่แข่งในวันนี้เป็นถึงเซียนเจ้าสนามที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึกนึกหวั่นใจใดๆ ตรงกันข้ามเขากลับมองเห็นเส้นทางที่จะนำเขาไปสู่การเป็นผู้นำกลุ่มเทียบเคียงกับชายหนุ่มรุ่นพี่ได้อย่างชัดเจน

เสียงเพลงที่มีท่วงทำนองเร้าใจจากเครื่องเสียงชั้นดีในรถของธามนั้น เป็นตัวช่วยจุดประกายความความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายที่ตนใฝ่ฝัน รวมไปถึงกำลังใจที่ฮึกเหิมจากบรรดาลูกน้องที่เคยเป็นคู่ซ้อมแข่งให้แก่เขาตลอดเวลาที่ผ่านมาทำให้ความมั่นใจที่ชายหนุ่มมีอยู่นั้นไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลยสักนิดเดียวแม้ว่าโอกาสที่เขาอาจจะต้องเสียรถคันเก่งสุดรักสุดหวงคันนี้ไปจะมีถึงหนึ่งในสองเลยก็ตาม

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #755 nunpanu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:30
    add ไว้นานแล้วมาตามเก็บคะ
    #755
    0
  2. #660 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 16:44
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ  น่าติดตามมากเลย
    #660
    0
  3. #474 วรรณนากา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 18:00
    น่าอ่านคะ
    #474
    0
  4. #457 PAT'ER (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 07:01

    น่าอ่านคร่า

    #457
    0
  5. #456 PAT'ER (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 07:01

    น่าอ่านคร่า

    #456
    0
  6. #412 aoistar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 19:43
    go go go
    #412
    0
  7. #229 JJ.. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 22:07

    กฎของศิษ คิดล้างครู

    #229
    0
  8. #158 tungkn4841 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2553 / 11:59
    พึงเข้ามาอ่าน เนื้อเรื่องเร้าใจดี จะติดตามต่อค่ะ
    #158
    0
  9. #138 SoMzA^^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 22:24
    ตามมาอ่านแล้วนะคะ สนุกจ้า
    #138
    0
  10. #126 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2553 / 22:21
     มาอ่านแล้วค่ะสนุกมาก
    #126
    0
  11. #80 kaaka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2553 / 22:52
    ฮ่ะ ฮ่า เหมือนกำลังอ่าน to fast to furious อ่ะ
    #80
    0
  12. #59 ถักฝัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2553 / 19:57
    โอ้! พระเอกวัยรุ่นใจร้อนแฮะ
    #59
    0
  13. #11 กระต่ายจอมซน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 08:10

    ตามมาอ่าน

    #11
    0
  14. #10 gamedene (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 16:11
    มาอัพต่อไวๆนะคะ สนุกมากกกก
    #10
    0
  15. #8 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 11:00
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย  พี่ธามสู้เค้านะเคอะ ชอบมากเลยค่า จะติดตามๆๆๆ
    #8
    0
  16. #4 jeabkiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 19:37
    #4
    0
  17. #2 yumekanau (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 19:14

    O_O
    แก๊งซิ่งกวนเมืองนี่เอง
    เหอ ๆ
    หนุ่มธามจะชนะมั้ยน้า
    หุหุ

    #2
    0