เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 9 : กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 พ.ค. 53

ตอนที่ 9 กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

คนที่กำลังเคลิ้มจะเข้าสู่นิทรารมย์ รู้สึกตัวเมื่อเตียงไหวยวบ

ฝ่ามือใหญ่รั้งร่างบางเข้าหาอ้อมอกดั่งเช่นคืนที่ผ่านมา ปางนภัทรพลิกตัวไปกอดก่ายร่างเย็นหอมกรุ่นมาใหม่ไว้ ยังไม่ยอมลืมตา

ริมฝีปากร้อนๆ แตะที่เปลือกตาคนขี้เซา คืนที่สามแล้วสินะ เสียงพึมพำเบาๆ

สติน้อยนิดรับรู้อย่างขบขัน ที่ชีคอัมรินห์เฝ้ารอนับวันคืนเพื่อจะให้ถึงราตรีที่เจ็ด คุณมาช้าจัง

คิดถึงผมหรือ? ริมฝีปากร้อนๆเลื่อนไปแตะที่หน้าผาก ศีรษะเล็กๆซุกไปที่ซอกคอ ปล่อยให้เขากอดได้ถนัด

ผมคุยกับพี่อิรัมย์หลายเรื่อง เห็นดึกมากแล้ว เลยขึ้นมานอน ท่านพี่เองก็นอนค้างที่นี่

ดวงตาที่หลับอยู่เปิดขึ้นมา มองหน้าเขา เหมือนจะถามย้ำประโยคที่เพิ่งบอกเล่า

พรุ่งนี้เช้าผมมีนัดกับท่านพี่ไปทดสอบฝีเท้าม้าอีกครั้ง หากมันเกเรนักก็คงเอากลับไปฝึกให้เชื่องก่อน...พี่อิรัมย์เป็นห่วงคุณ เกรงว่าจะกลัวการขี่ม้าไปเลย เขาเล่า นึกถึงเรื่องเมื่อเกิดขึ้นตอนกลางวันแล้ว หัวใจก็กระตุกวูบ

หากปางนภัทรได้รับบาดเจ็บ หากพี่ชายเขาไปช่วยเธอไว้ไม่ทัน ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง...

เช่นเดียวกับดวงตากลม ที่ลืมเบิกโพลงในความมืด เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันนี้ แต่เป็นคนละบทละตอนกับที่ชีคอัมรินห์กำลังคิดถึง

เพียงแค่คิดว่าเขานอนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ความรู้สึกแปลกๆที่ขับไล่ไสส่งให้ออกไปจากห้วงความคิด กลับมาเขย่าหัวใจให้สั่นไหวอีกครั้ง

ทำไมเธอถึงได้คิดถึงเรื่องของเขา...ทั้งๆที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกัน

มันเลยเวลาจะสับสนมาแล้วนะปางนภัทร

...รอยกอดของชีคอัมรินห์อบอุ่นและอ่อนหวาน

แต่เธอกลับไพล่ไปคิดถึงรอยกอดของใครอีกคนหนึ่ง ผูกพันธนาการ เกาะเกี่ยวเหนี่ยวรัดหัวใจเธอไว้

ผมไม่มีวันยอมให้คุณไปเป็นของคนอื่น...ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้คุณมา ผมทำทุกทาง

ถ้อยคำนั้นของเขายังก้องดังอยู่ในหัวเธอ

แล้วชีคอิรัมย์ก็ทำอย่างนั้นจริง...เขาไม่ยอมให้เธอไปเป็นของคนอื่น แต่กลับยอมสละเธอให้กับชีคอัมรินห์

....เขาเป็นพี่ชายที่รักน้องมาก...เช่นเดียวกับที่เธอรับรู้ว่าชีคอัมรินห์ก็รักพี่ชายมากเช่นกัน

แต่แล้วภาพความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน กลับมาทำให้เธอสับสนอีก ชีคอิรัมย์กำลังคิดอะไร...เขากำลังทำอะไรอยู่...ในเมื่อในเดือนหน้า เขาเองก็ต้องแต่งงานกับเจ้าสาวอีกสองคน

ปางนภัทรไล่ความคิดเหลวไหลออกจากหัว...เธออาจจะแค่เข้าใจผิด...ชีคอิรัมย์จะมาคิดอะไรกับเธอได้ยังไงกัน ในเมื่อตัวเขาเองมีเงื่อนไขมากมายที่ไม่อาจรู้สึกเช่นนั้นกับเธอได้...เธอก็ควรจะเลิกคิดเหลวไหลเสียที

เสียงถอนหายใจแผ่วเบา ทำให้ชีคอัมรินห์ก้มดูคนในอ้อมกอด ผมปลุกให้คุณตื่นใช่มั้ย เลยนอนไม่หลับกันพอดี

ดวงหน้าเล็กเงยขึ้นยิ้มให้กับเขา นึกอยากเร่งเวลาให้ถึงคืนที่เจ็ดไปไวๆ เมื่อเวลานั้นกายใจผสานกันหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับชีคอัมรินห์ บางทีเธออาจจะหนักแน่นมั่นคงมากกว่านี้

ไม่หรอกค่ะ ตอนกลางวันฉันคงนอนมากไป

ไม่เป็นไรนะ...เดี๋ยวผมจะกล่อมคุณเอง เขาบอกพร้อมลูบไล้แผ่วเบาอ่อนโยน แตะต้องสัมผัสราวเธอคืออัญมณีล้ำค่าควรทะนุถนอม

ร่างเล็กซุกขดไปแนบชิดเบียดกายสัมผัสแนบแน่น...อยากให้รอยกอดของเขา ลบเลือนสัมผัสของใครอีกคนที่จารจำลึกอยู่ทุกอณูของความรู้สึกออกไปเสียสิ้น

 

เช่นเดียวกับชีคอิรัมย์ที่นอนกระสับกระส่ายไปมา เมื่อรับรู้ว่าภายใต้ชายคาเดียวกันนี้ หนุ่มสาวที่เพิ่งผ่านหอมาใหม่กำลังมีช่วงเวลาหวานชื่นดื่มด่ำกันเพียงใด

หัวใจของเขาร้อนรุ่มกับภาพจินตนาการเต้นเร่าโลดอยู่ในหัว จนต้องผุดลุกขึ้นมานั่ง เหงื่อกาฬแตกกำจาย ทั้งๆที่อากาศยามแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในเดือนเชาวาล*(เดือนสิบตามปฏิทินฮิจญ์เราะหฺ)นั้นเย็นยะเยือกเพียงใด

แต่ลมหนาวที่ต้องกาย ไม่อาจปลอบประโลมจิตใจที่รุ่มร้อนให้เย็นลงได้เลย

 

ความสุขในชีวิตคนเราช่างสั้นนัก

วูตูรับรู้ดี...เพราะเพียงแสงตะวันทาบทอแผ่นฟ้าอีกครั้ง ความหวัง ความฝัน ความสุขแสนหวานที่ไล้อาบกายใจเขายามนี้ก็จะเหือดลงพร้อมกับแสงจัดจ้านและรังสีร้อนของดวงตะวัน

เขาตักตวงดื่มด่ำกลิ่นกายหอมกรุ่น สัมผัสความเนียนนุ่มอ่อนหวานที่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่มีอิ่ม ได้เพียงแค่ชั่วเวลาหนึ่ง ก่อนที่ลิยาน่าห์จะตื่นขึ้นมาช็อกหัวใจวายไปเสียก่อน เขาต้องเร้นกายออกจากห้องมืดนี้...ซึ่งเมื่อคืนกลายเป็นห้องหอแสนหวานระหว่างเขากับนางในฝัน

ร่างใหญ่ของนักรบขยับ จับมือเล็กที่กอดก่ายกายใหญ่โตออกอย่างเบาแผ่ว จรดจมูกแตะต้องแก้มนางครั้งสุดท้ายอย่างแสนเสียดาย กลับมาเป็นวูตูผู้ต่ำศักดิ์คนเดิม เดินออกมาจากเงาของชีคอิรัมย์ที่เขาสวมรอยโดยไม่ตั้งใจ และจะให้ใครรับรู้ไม่ได้ทั้งนั้น ด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง

โอ้เอ้นานไปมีแต่จะเป็นภัยต่อเขา และนางที่เขารักสุดห้วงดวงใจ

ในเวลานี้ วูตูรู้ว่า...แม้แต่ชีวิตและจิตวิญญาณ เขาก็พลีให้กับลิยาน่าห์ได้

 

กว่าที่ปางนภัทรจะปัดความกังวลสับสนให้พ้นหัวใจและข่มตาหลังลงได้ครั้งก็เมื่อใกล้รุ่งสาง

วันนี้เธอจึงตื่นสายกว่าทุกวัน...และเมื่อลืมตามารับแสงแรกแห่งวัน ก็พบว่าเจ้าบ่าวช่างออดอ้อนของเธอได้หายไปจากเตียงนอนที่ทุกครั้งทุกทีเขาต้องโอ้เอ้ไม่ยอมลุกทุกเช้าไปเสียแล้ว

เมื่อจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จสิ้น และเดินลงมาด้านล่าง บาเฮียก็รายงานว่า ชีคอิรัมย์ ชีคอัมรินห์และฟริ๊นซ์ ออกไปทดสอบฝีเท้าม้าแต่เช้าแล้ว เธอจึงมาอ่านหนังสือ เช็กอีเมลล์ และติดต่อเพื่อนแพทย์ที่กำลังจะเดินทางมาทำงานที่โรงพยาบาลมาห์จาบีนที่ซาดัสในอีกไม่กี่วันหน้า รู้สึกอุ่นใจที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนที่เคยทำงานมาด้วยกันอีกครั้ง

ถือว่าเธอเองยังมีประสบการณ์ในวิชาชีพน้อยนัก คงต้องอาศัยการเรียนรู้ และคำสอนของใครๆ

เมริสาโทรศัพท์มาหา หลังจากเงียบหายไปหลายวันนับแต่เธอแต่งงาน

ทำอะไรอยู่หรือปราง

กำลังเช็กเมลล์เพื่อนๆจ้า และก็แพลนว่าต้องทำอะไรในวันเปิดโรงพยาบาลใหม่ เมซ่าจะมารึเปล่านี่?

ต้องไปสิ เมซ่าคิดถึงปรางจะแย่ แล้วอีกอย่างก็มีสาส์นจากท่านชีคแห่งซาดัส ทูลเชิญทั้งองค์เอเมียร์และก็เจ้าชายมาฬิสด้วย ยังไงเมซ่าก็ต้องไปให้ได้

ปางนภัทรยิ้ม ยินดีที่จะได้เจอเพื่อนรักในเวลาอันใกล้นี้ คิดว่าเมซ่าจะยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว

เมซ่าเข้าใจแล้วนะปรางว่าทำไมผู้หญิงอาหรับถึงเป็นเจ้าสาวครั้งเดียว แต่ผู้ชายแต่งงานได้สี่ครั้ง

ปางนภัทรเลิกคิ้วสูง

ก็ทีเจ้าชายมาฬิสไม่เห็นต้องทำอะไรเลย แต่เมซ่าสิ ต้องถูกจับอาบน้ำแช่ตัวอบน้ำหอม แว๊กซ์ขนทั้งตัว เวลาดูตัวเองในกระจกรู้สึกไม่ชินตายังไงก็ไม่รู้ ทำไมมันถึงลำบากยุ่งยากอย่างนี้นะ ทีตอนปรางไม่เห็นต้องเตรียมตัวขนาดนี้เลย

ปางนภัทรหัวเราะเบาๆ แน่นอนว่างานแต่งของเธอเป็นอะไรที่ค่อนข้างฉุกละหุกอยู่ไม่น้อย พอเธอตอบรับคำขอแต่งงานของชีคอัมรินห์ เขาก็รีบดำเนินการทุกอย่างรวดเร็ว เอาเพียงแค่ตามประเพณี ไม่ถึงกับต้องเคร่งครัดอย่างโบราณ แต่สำหรับเมริสาที่ต้องเข้าอภิเษกสมรสเป็นพระชายาของเจ้าชายแห่งมิซซายฺ ทั้งพี่สาวและมารดาของเธอ รวมถึงเจ้าบ่าว คงไม่อยากให้ข้ามขั้นตอนไปแม้แต่อย่างเดียว

งานของเธอนั้น จัดขึ้นรวดเร็ว เพราะชีคอารีฟดำริว่าอยากให้ปางนภัทรเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลของมาห์จาบีนในซาดัสในนามของสกุลมาห์จาบีน ชีคอิรัมย์จึงเสนอยกฤกษ์แต่งงานของเขาให้กับน้องชาย ซึ่งรีบคว้าโอกาสนั้นทันทีเกรงเจ้าสาวจะเปลี่ยนใจ...ขนาดนายมะเฟืองที่บินด่วนมาจากลอนดอน ยังตั้งข้อสงสัยว่าเธอจะป่องก่อนแต่ง ถึงได้แต่งงานสายฟ้าแลบ และออกจะงงงันอยู่ไม่น้อย เมื่อเจอเจ้าบ่าวของเธอ และพี่ชายฝาแฝด

หน้าเหมือนกันยังกะแกะ แกจำได้เหรอปรางว่าคนไหนแฟนแก คนไหนพี่ชายเค้านายมะเฟืองตั้งข้อสงสัย จนได้ค้อนวงโตจากน้องสาวไปแทนคำตอบ

ฉันนึกว่าแกรักกับคนพี่ซะอีก ตกลงว่าเป็นคนน้องหรอกหรือ?

อะไรทำให้นายมะเฟืองคิดเช่นนั้น...เธอไม่เข้าใจ แต่ปางนภัทรก็ตอบกลับไปด้วยเสียงเข้มว่า

พี่ชายเค้ามีเมียแล้ว และปรางเป็นผู้หญิงไทย ยังไงปรางก็จะต้องเป็นภรรยาเดียว

แล้วเค้ายอมเหรอ?นายมะเฟืองดูกังขามากมายนัก

ถ้าไม่ยอม ปรางไม่ตกลงแต่งงานด้วยหรอก

แล้วแกเชื่อเหรอปราง...ผู้ชายเวลาอยากได้ผู้หญิง พูดได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ ข้ามภูเขาเป็นลูกๆก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ...แต่แหม! ฉันเสียดายแทนน้องเขยจริงๆว่ะ เกิดมาอยู่บ้านนี้เมืองนี้ ที่ประเพณีเค้าเข้าใจผู้ชายให้มีเมียได้หลายๆคน เป็นฉันจะไม่รีรอจะคว้าโอกาสนั้นไว้หรอก...พูดแล้วเสียดาย หรือฉันจะเปลี่ยนศาสนาดีหว่า?

ปางนภัทรฟังอย่างไม่พอใจกับความคิดพี่ชายตัวเอง จึงข่มขู่เสียงเหี้ยมไป พี่เฟื่องกำลังแนะมิเชลล่าว่า เนื้อคนบางชิ้น สามารถเป็นอาหารโปรตีนสูงสำหรับเป็ดได้ และมูลิเน็กส์ ก็สามารถปั่นเนื้อแข็งๆของผู้ชาย ให้เป็นเนื้อบดได้ภายในแค่สองนาที

นายมะเฟืองกลืนน้ำลายเอื๊อก ไม่รู้น้องสาวพูดเล่นหรือจริง ก่อนพึมพำ มีเรื่องตั้งมากมายไม่รู้จักแนะนำ ไปสอนอะไรก็ไม่รู้ แฟนฉันยิ่งเหี้ยมๆอยู่นะโว้ย เห็นหน้าหวานๆอย่างนั้นน่ะ เกิดแม่เจ้าประคุณเอาจริงขึ้นมา ภาระตกหนักอยู่ที่แกแหละปราง ที่ต้องปั๊มหลานให้ปู่ย่าตายายอุ้มมือเป็นระวิงนายมะเฟืองข่มขู่ แล้วเลิกต่อคำเธอไปอีกหลายวัน

และเธอก็รู้มาอีกว่า ชีคอิรัมย์ยังไม่ละความพยายามที่จะชักชวนให้บิดาของเธอมาร่วมทุนสร้างโรงแรมที่ซาดัสนี่

ระหว่างสองครอบครัว นอกจากเธอแล้วคงมีธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่เป็นสายสัมพันธ์

เมริสาโอดครวญอีกมากมายหลายเรื่อง ทั้งถูกมารดาจับไปฝึกอบรมกริยามารยาท รวมถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีอาหรับอย่างเข้มข้น เพราะจะทำตัวเป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบ เอาแต่เล่นและใช้ชีวิตสนุกไปวันๆอย่างเมื่อก่อนนี้ไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อมีตำแหน่งเป็นถึงสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งมิซซายฺ

เธอวางโทรศัพท์เมริสาลงไปเมื่อเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้ว แต่คนที่ออกไปทดสอบฝีเท้าม้าทั้งสาม ก็ยังไม่กลับมา

ชีคคาเจ้าคะ โต๊ะอาหารตั้งเสร็จนานแล้ว ไม่ไปทานเหรอคะ? บาเฮียถามอย่างเป็นห่วง

ปางนภัทรลุกขึ้น เดินไปชะโงกที่หน้าต่าง

ชีคอัมรินห์ยังไม่กลับมาเลย ไปทดสอบฝีเท้าม้ากันถึงไหนนะ?

บาเฮียปิดปากหัวเราะเบาๆ ไม่ต้องห่วงหรอกค่าชีคคา หนุ่มๆได้ออกไปด้วยกันครบสามทหารเสืออย่างนี้ บ่ายแก่หรือเย็นย่ำนู่นแหล่ะค่ะจะกลับมา หล่อนกล่าวราวกับมันเป็นเรื่องปกติ

ปางนภัทรเลิกคิ้วสูงสงสัย แต่บาเฮียฉุดแขนเธอให้ไปที่ห้องอาหารเสียก่อน ไปทานเถอะค่ะ ผิดเวลานักจะไม่ดี  ทานเยอะๆด้วยนะคะ มีแต่อาหารโปรดของชีคคาทั้งนั้น จะได้มีน้ำมีนวลผุดผ่องขึ้น แข็งแรงจะได้มีชีคน้อยไวๆ

แขนอวบจ้ำม้ำของแม่บ้านที่คอยดูแล ไม่ให้เวลาเธอละล้าละลังนาน เมื่อลากไปจนถึงโต๊ะอาหาร และยืนเฝ้าให้ทานพร้อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นำเสนอ

ทั้งที่เธอยังกังวลสงสัยไม่หาย ว่าพวกผู้ชาย ไปเถลไถลไกลถึงไหนกันนะ

 

ฝ่ายกลุ่มหนุ่มๆที่กำลังมีคนคิดคำนึงถึงอยู่นั้น

ควบม้าออกมาไกลถึงกลางทะเลทราย ด้วยชีคอิรัมย์ให้เหตุผลว่า เมื่อเวลาใช้งานจริง ต้องใช้ม้าเหล่านี้วิ่งกลางทะเลทราย และเมื่อคนที่ขี่นำหน้าคนอื่นๆ ไม่หยุดพัก ทั้งชีคอัมรินห์และฟริ๊นซ์ก็จำต้องควบม้าตามไปไม่ทิ้งระยะให้ห่างมากนัก เมื่อมารู้ตัวอีกที ก็เป็นเวลาที่แสงแดดแผดรังสีร้อนแรงเจิดจ้าอยู่ตรงกลางศีรษะแล้ว

ท่านชีค เราพักที่โอเอซิสใกล้ๆนี่ก่อนเถอะ ฟริ๊นซ์เสนอ เมื่อบัดนี้ร่างกายของเขาต้องการพลังงานไปทดแทนที่ใช้ไป แถมยังเสียเกลือแร่ไปกับอากาศที่ร้อนจัดกลางทะเลทรายอย่างนี้

และผู้ชายที่ร่วมเดินทางกับเขาทั้งสองคน ก็เป็นถึงชีคฝาแฝดรัชทายาทแห่งซาดัส แต่กลับออกมาผจญกลางทะเลทรายโดยไม่มีทหารอื่นติดตาม แม้ทุกคนในที่นี่จะมีฝีมือการต่อสู้จัดอยู่ในขั้นเก่งกาจความสามารถสูง แต่จำนวนคนแค่น้อยนิดก็ควรจะต้องคำนึงถึงไว้ให้มาก ยิ่งชีคอิรัมย์เป็นเป้าโจมตีการลอบสังหารมาหลายครั้งแล้ว การออกมากันอย่างนี้ ถือว่ามีความเสี่ยงสูง และเขาคงไม่อาจรับผิดชอบได้แน่หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาจริงๆ

ชีคอิรัมย์ชักสายบังเหียนชะลอฝีเท้าม้า เขาเห็นด้วยว่า ทั้งม้าและคนสมควรพักผ่อนเมื่อเดินทางออกทะเลทรายมาไกล เพียงเพราะเหตุผลแห่งความร้อนรนใจ ที่อยากจะหนี...หนีความรู้สึกในหัวใจไปให้สุดหล้าฟ้าเขียว

แต่แล้วเมื่อกลับมาสงบนิ่ง มิได้จดจ่ออยู่กับการขี่ม้า หัวใจของเขาที่ว่าบรรเทาเบาบางความรู้สึกที่เร้นหนีหน้าใครบางคนมาไกล ก็ให้ไขว้เขวในความคิดขึ้นมาอีก

เข้าใจว่า การใช้อิสตรีฆ่านักรบนั่นทำได้ด้วยประการเช่นนี้

แม้ร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง แต่ความอ่อนโยน นุ่มนวลของเพศตรงกันข้าม กลับทลายปราการแกร่งดั่งหินผาลงให้พินาศย่อยยับโดยที่ไม่ต้องลงมือใดๆเลย

ดังเช่นอำนาจของดวงตากลมใส สัมผัสที่เคยได้ใกล้ชิด...ที่ทำให้เขาคร่ำครวญหวนอาวรณ์หาทุกครั้งที่เห็นหน้าหรือเพียงแต่ได้ยินชื่อเธอ

ชีคอัมรินห์ชักม้าเข้ามาใกล้พี่ชาย ชี้มือไปยังตาน้ำกลางทะเลทราย หรือที่เรียกว่าโอเอซิส ด้วยเห็นเงาไหวอยู่ข้างหน้า

ไปพักที่นั่นกันเถิดท่านพี่

ชีคอิรัมย์ชักม้าหันหน้ามองไปตามนิ้วแกร่งของน้องชาย พยักหน้า ก่อนจะควบม้านำมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายสายตา

ครู่ใหญ่ต่อมา ทั้งสามหนุ่มก็ชะลอฝีเท้าม้า กระโดดลงย่ำพื้นทราย เดินเข้าไปหาแอ่งน้ำใสเบื้องหน้า ปล่อยให้ม้าและเล็มยอดไม้และได้พักผ่อน

โอเอซิสเล็กๆแห่งนี้ เป็นแหล่งพักพิงของนักเดินทาง พวกเขาเคยแอบหนีมาเที่ยวด้วยกัน ช่วงปิดซัมเมอร์เมื่อตอนเรียนนายร้อยที่อังกฤษ มาโดยไม่พกเสบียงมาเลยแม้แต่นิด นอกจากน้ำดื่มแก้กระหาย เพราะอยากลองสัมผัสชีวิตแร้นแค้นแบบชาวทะเลทรายแท้ๆ ไม่ใช่ในฐานะลูกชายฝาแฝดของชีคอารีฟผู้ครองแคว้นซาดัส และหลานชายของคหบดีผู้ร่ำรวยบ่อทองและบ่อน้ำมันซึ่งเป็นต้นสกุลของหนุ่มดวงตาสีฟ้าอมเทา ลูกครึ่งฝรั่งเศสเชดัสย่าห์

ร่างสูงใหญ่ตรงไปที่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ ก้มตัวลงวักน้ำดื่มกิน และตามด้วยล้างหน้าล้างตาให้ความสดชื่น ล้างคราบเหงื่อไคล

เราออกมาไกลกันแค่ไหนนี่? ชีคอัมรินห์รำพึงด้วยมีห่วงอยู่ที่บ้าน

ตอนเขาตื่นลงมาทานมื้อเช้า ปางนภัทรยังไม่ตื่น วันนี้เห็นว่ามีธุระกับชีคอิรัมย์จึงไม่กวนใจปล่อยให้เธอนอนหลับต่อให้สบายในเช้าที่แสนอบอุ่น ใครจะคิดว่าชีคอิรัมย์จะพาพวกเขามาไกลถึงนี่

ประมาณสี่สิบไมล์ได้มั้งท่าน ฟริ๊นซ์คะเนเส้นทาง

เห็นน้ำเย็นใสอย่างนี้ แล้วอยากลงเล่นให้ชื่นใจจัง แขนยาววาดขึ้นสูง สูดลมหายใจสดชื่นของออกซิเจนเข้าปอด

จะช้าไยเล่าสหาย ชีคอิรัมย์กล่าวยิ้มๆ เมื่อหันไป ฝ่ามือหนาก็ยื่นมาผลักจนร่างสูงที่ไม่ทันตั้งหลักเซแซดหล่นตูมลงน้ำไปเป็นฟองฟอดแตกกระจาย

ฟริ๊นซ์ตะเกียกตะกายสำลักน้ำ เมื่อตั้งสติยืนขึ้นเต็มความสูง ระดับน้ำอยู่เพียงแค่เอวเท่านั้น ดวงตาขุ่นมองชีคพี่น้องฝาแฝดทั้งสอง ยืนหัวร่องอหายอย่างขบขัน

โธ่! ท่านอิรัมย์ ฟริ๊นซ์คำรามอย่างแค้นใจ ฝ่ามือใหญ่ลูบหยดน้ำที่เปียกชุ่มโชกออกจากใบหน้า เล่นอย่างนี้ แล้วผมจะเอาเสื้อผ้าที่ไหนนุ่งใส่เดินทางไปต่อเล่า

นายนี่มันกระเพาะอูฐหรือไงฟริ๊นซ์ หากไม่หิวก็ขอเชิญขี่ม้าท่องทะเลทรายต่อเถอะ ข้าจะหาอะไรใส่ท้องเสียหน่อย ว่าแล้วก็ผินหลังจะเดินหนี

ฟริ๊นซ์เห็นกำลังเผลอทั้งคู่ จึงกระโจนเข้าล็อกคอทั้งสอง ก่อนจะเหวี่ยงด้วยแรงทั้งหมดลงไปในน้ำ

ทั้งชีคอิรัมย์และชีคอัมรินห์ไม่ทันตั้งตัว เมื่อรู้ตัวอีกทีก็เปียกม่อล่อกม่อแลกดังเช่นสหาย ยืนส่งสายตาขุ่นมาจากในแอ่งน้ำ มีฟริ๊นซ์ยืนกุมท้องหัวร่องอหายเสียงดังก้องโอเอซิส

ชีคอิรัมย์ชี้หน้า คาดโทษ นักรบต้องต่อสู้ซึ่งๆหน้า

หัวใจของการต่อสู้คือเอาชีวิตให้รอด...ไม่ว่าจะใช้วิธีของนักรบหรือโจร ผมก็ไม่เกี่ยง ฟริ๊นซ์ว่าแล้วยักคิ้ว

ชีคทั้งสองได้แต่ครางฮึ่มฮั่ม พี่น้องฝาแฝดสบตากัน พยักหน้า ก่อนจะกระโจนเข้าหาสหาย โรมรันพันตูต่อสู้ แล้วลากพาฟริ๊นซ์ลงมาเล่นน้ำ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดัง พวกเขาไม่เคยมีวันเวลาที่กลับไปเล่นสนุกอย่างนี้กันนานแล้ว

ภาระหน้าที่มากมายเป็นเงาตามตัวเพิ่มขึ้นตามอายุ

และเมื่อมีโอกาสที่จะได้ผ่อนคลาย นอกสายตาของใครๆ ทั้งสามหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะรื้อฟื้นคืนวันอันแสนสุข ที่หนีออกมาตั้งแคมป์กลางทะเลทราย นอนดูดาว และเล่าถึงความฝัน วาดหวังถึงอนาคต และสุดท้าย ก็รู้ว่า แม้จะมีอำนาจและยิ่งใหญ่เพียงไหน พวกเขาไม่สามารถเลือกอนาคตให้กับตัวเองได้ เมื่อคำว่าภาระหน้าที่ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด กำหนดวิถีชีวิตให้พวกเขาต้องเป็นไป

 

ลิยาน่าห์นั่งบรรจุกลีบดอกไม้แห้งอบร่ำควันเพื่อทำเป็นเครื่องหอมอยู่เพียงลำพัง ใบหน้าสวยสดใสขึ้นกว่าหลายวันผ่านมา แม้ตื่นเช้านี้จะไม่ได้พบชีคอิรัมย์บนเตียงนอน แต่บทรักอ่อนหวานของเขาราวกรุ่นอยู่รอบกาย ความซาบซ่านกับบทรักที่ห่างเหินไปนับเดือน แม้จะเร่าร้อนรุนแรง แต่กลับทำให้ร่างซูบเซียวของเธอรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ราวหญ้าทะเลทรายที่ผ่านความแห้งแล้งมานานวัน ได้น้ำทิพย์เย็นฉ่ำชื่นรดรินให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

ท่านหญิงคะ ซูล่าเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยใส่ยาต้มสมุนไพรบำรุงกำลัง

ลิยาน่าห์ละมือจากบุหงาที่ทำค้างอยู่ มารับถ้วยดินเผาเล็กๆที่ซูล่าเทยาต้มกลิ่นฉุนให้ แล้วดื่มอย่างไม่ลังเลเกี่ยงงอน ก่อนจะยื่นถ้วยดินเผาคืนให้กับสาวใช้

วันนี้ท่านหญิงดูสดชื่นสดใสจังเลยนะเจ้าคะ ซูล่าทัก เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไป

ใบหน้านวลยิ้มแย้มรับ ฝ่ามือแตะลูบไล้ที่กลางลำตัว เต็มไปด้วยความสุขอิ่มเอิบอาบ ก่อนจะชะเง้อชะแง้สายตามองไปทางเดิน วันนี้ท่านชีคจะกลับค่ำมืดดึกดื่นเหมือนเมื่อคืนรึเปล่านะ หล่อนรำพึงรำพัน

แล้วหันมาสบตากับซูล่า เมื่อเช้าเจ้าทันเห็นมั้ยซูล่า ว่าท่านชีคออกไปตั้งแต่กี่โมง

ซูล่าส่ายหน้าดิก ไม่เห็นเจ้าค่ะ เมื่อคืนที่พวกฉันกลับมาจนดึกดื่นก็ยังไม่เห็นท่านกลับมา ตื่นเช้านี้ยังไม่เห็นทั้งท่านชีคและท่านฟริ๊นซ์  ยังนึกว่าท่านทั้งสองคงจะค้างที่คฤหาสน์ท่านอัมรินห์เสียอีก

ลิยาน่าห์ย่นคิ้ว จะเป็นไปได้ยังไง...ก็เมื่อคืนนี้ท่านชีคยัง... ลิยาน่าห์ยั้งคำพูดไว้ ด้วยเขินอายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ย เลยบ่ายหน้ากลับไปสนใจกับการบรรจุบุหงาต่อด้วยความรู้สึกเป็นสุขเปี่ยมล้นดวงใจ

 

วูตูยืนหลบที่มุมเสาต้นใหญ่ แอบมองดอกฟ้าคนงามของเขา

เช้านี้ท่านหญิงลิยาน่าห์แย้มยิ้มในหน้าไม่มีหุบ ซึ่งเขาไม่เห็นหล่อนมีความสุขอย่างนี้มาเนิ่นนานแล้ว

กายสาวคงเหมือนดอกไม้ได้น้ำไปหล่อเลี้ยง จึงสดใสแช่มชื่นเบิกบานขึ้นมาทันตาเห็นอย่างนี้ ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...แต่เมื่อคิดว่าความสุขนั้นได้มาด้วยความไม่ถูกต้องชอบธรรม...หากหล่อนรู้ความจริงว่าคนที่ก่ายกอดมอบความสุขบทแล้วบทเล่าให้นั่นไม่ใช่ชีคอิรัมย์...จะเกิดอะไรขึ้น

วูตูเสียวสันหลังวูบ...เกรงทั้งความผิด...เกรงทั้งความรู้สึกของท่านหญิงยอดดวงใจ

เขาจะไม่มีวันได้แตะต้องเอื้อมถึงหล่อน...ถ้าลิยาน่าห์รู้ความจริง

แต่เขาใช้เงาของชีคอิรัมย์ ลักลอบหาความสุขกับหล่อน

ชายที่ไม่รู้ค่าของเพชรในมืออย่างชีคอิรัมย์ สมควรแล้วหรือที่จะได้ครอบครองของล้ำค่าเช่นนี้

เห็นชัดประจักษ์ต่อสายตาตรงหน้าแล้วว่า...เขาเป็นคนมอบความสุข...ความฉ่ำชื่น...มีชีวิตชีวาให้กับหล่อน...ไม่ใช่สามีผู้ไม่รู้ค่าในตัวหล่อน...แล้วชีวิตคนต่ำศักดิ์อย่างวูตู จะมีโอกาสเช่นนั้นอีกหรือไม่...โอกาสปีนป่ายขึ้นไปชื่นชมดอกฟ้า

เขาไม่ต้องการเป็นเงาของชีคอิรัมย์...แต่จะทำเช่นไร...ทุกหนทางเป็นไปได้ถูกปิด...ไม่สิ...มันต้องมีทาง เขาต้องหาหนทางให้ได้...รสชาติของดอกฟ้าที่ได้เชยชมสมใจเมื่อค่ำคืน บอกกับเขาว่า...ไม่มีทางอิ่มพอเพียงแค่ครั้งเดียวเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #144 aoistar (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 20:51

    วูตูเห็นแก่ตัวอ่ะ...น่าสงสารลิยาน่าห์...แต่ก็นะน่าจะได้ว่าไม่ใช้สามาตัวเองอ่ะ

    #144
    0
  2. #59 praewprao (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 13:21
    อาไรก๊านนี่ ทำไม
    เรื่องมันเศร้า อย่างนี่
    แต่ก็สนุกดีไรเตอร์จ๋า
    เข้ามาอัพไวววว นะค่ะ
    คนอ่านรออยู่เป้น กำลังจัยให้เสมอ
    #59
    0
  3. #58 SN piercensean (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 09:49
    Nine ja thanks for upd naka
    The weather here is very very nice and how about overthere ja?


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 พฤษภาคม 2553 / 02:22
    #58
    0
  4. #57 chapu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 09:17
    สงสารทุกคนที่ต้องตกอยู่ในวังวนที่ไม่รู้ว่าอะไรดี
    วูตูแอบไปเป็นชู้กับเมียชีคแบบนี้ไม่สงสารเมีย
    เขาถ้ารู้ความจริง   แต่ปลกจริงเลยทำไมผู้หญิงจำ
    สามีตัวเองไม่ได้เหรอ  น่าเศร้าจริงๆ
    #57
    0
  5. #56 อนัญญา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 08:14
       วูตูคิดแย่งเมียชาวบ้านเหรอนี่ เดี๋ยวก็ไม่ได้ตายดีหรอก นั่นเมียเจ้านายเชียวนะ

        งานนี้ลิยาน่าห์น่าสงสารอ่ะ มีชู้แบบไม่ได้ตั้งใจ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษวูตูคนเดียว แล้วถ้าเกิดท้องคิดมา อึย...ไม่อยากคิด ยิ่งคิดแล้วยิ่งสงสาร
    #56
    0
  6. #55 ^_^ เอิง ^_^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 03:27
    โห วูตูเอ้ยยย ไม่คิดถึงผลกระทบเลยนะ นอกใจสามีประหารนะเธอ มีการไปว่าอิรัมย์อีก เซ็งจิต พอได้เชยชมเค้าแล้วก็อยากได้อีกเรื่อยๆนะสิ  แล้วยัยลิยา เนี้ย ไม่ท้องก็ให้รู้ไป หรือว่าคืนนี้อิรัมย์ค้างบ้าน อัมรินทร์อีกเนี้ย ตายแน่นอนๆๆ


    จุ๊บๆๆค่ะพี่นาย อิอิอิ ไม่ได้เร่งนะค่ะ แต่เอิงก็รอต่อไป
    #55
    0