เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 10 : มิตรภาพของลูกผู้ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 พ.ค. 53

ตอนที่ 10 มิตรภาพของลูกผู้ชาย

ชีคอิรัมย์นุ่งเพียงกางเกงผ้าสีขาว ยืนหันหลังมองผิวน้ำที่ไหวระรอกคลื่นเล็กๆเพราะต้องแรงลม รูปร่างองอาจสง่าผ่าเผย เหยียดแขนขึ้นจนสุด มองเห็นกล้ามเนื้อจากแผ่นหลังถึงท่อนแขนที่เคลื่อนไหว ก่อนจะโยนก้อนหินในมือให้สะท้อนกับผิวน้ำ กระเด้งกระดอนไปเรื่อยๆ หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า... ก่อนจะจมจ๋อมหายไปใต้แอ่งน้ำ วู้... เขากำหมัดตะโกนเสียงดัง พร้อมชี้ให้อีกสองคนดู

เห็นมั้ยข้าทำได้ห้าครั้ง เสียงเอ็ดตะโรนั่นบอกความยินดี

ฟริ๊นซ์เงยหน้าจากกระต่ายป่าที่ล่าได้ และกำลังย่างส่งกลิ่นหอม มองหน้าคนที่กระโดดโลดเต้นราวกับเด็กๆ ร่างล่ำสันที่เปลือยแผ่นอกกำลังรู้สึกหนาวสั่นเพราะลมที่โชยพัด ยกมือถูจมูกไปมา จากร้อนมาปะทะความเย็น ร่างกายเขาเลยวูบรู้สึกแปลกๆราวกับจะเป็นไข้ มันเป็นห้วงเวลาที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย...เวลาที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ

ชีคอัมรินห์เปิดเปลือยแผ่นอก ที่มีขนสีดำขึ้นกระจายอยู่เต็มแผงลาดไล่ไปจนถึงหน้าท้องตึงเรียบแล้วสอบหายไปในกางเกงสีขาวที่สวมอยู่ เดินเข้าไปหาพี่ชายอย่างสนใจ ก่อนจะก้มลงหยิบก้อนหินที่ริมแอ่งน้ำนั่นขึ้นมา สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวเล็งหรี่ไปเบื้องหน้า ก่อนจะง้างสุด กล้ามเนื้อที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอขึ้นงดงามเด่นชัดเมื่ออาบด้วยแสงจางๆของดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกิ่งไม้เวลานี้ ก่อนจะขว้างก้อนหินในมือไปบนผิวน้ำ

หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...หะ.... คำนับที่ห้าไม่ทันเปล่งออกมาพ้นริมฝีปากหยักคม...เพราะหินก้อนนั้นเกิดขี้เกียจกระเด้งกระดอนกับผิวน้ำหรือก็สุดเดา...มันกลับทิ้งตัวนิ่งอยู่ก้นสระแทน

ฮะ...ฮ่า.... เสียงชีคอิรัมย์หัวเราะดัง แค่สี่...อัมรินห์เจ้าทำได้แค่สี่ครั้ง

ชีคอัมรินห์กำมือไปชนกับหมัดของพี่ชาย ก่อนจะประกบฝีมือกันจับมือมั่นเขย่า อันเป็นท่าประจำตัวของสองพี่น้อง เมื่อมีการแข่งขันกันเอง หรือเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงกายใจ

ผมไม่เคยชนะท่านพี่เลยซักอย่าง ชีคอัมรินห์กล่าวอย่างยอมแพ้ ไม่ได้มีท่าทีเสียใจแต่อย่างใด เขายินดีกับทุกชัยชนะและความสำเร็จของพี่ชายฝาแฝด ด้วยนึกเสมอว่าคือหนึ่งคนเดียวกับเขา

ท่อนแขนแกร่งของพี่ชาย ตวัดโอบบ่าแน่นไปด้วยมัดกล้ามของผู้เป็นน้อง ตบเบาๆเหมือนปลอบใจ ทั้งสองเดินไปนั่งลงตรงข้ามฟริ๊นซ์ที่ทำหน้าเหี่ยวเฝ้ากระต่ายย่างอยู่

ยังไม่สุกอีกหรือสหาย...ไส้ข้าจะกิ่วหมดแล้วนะชีคอัมรินห์ถาม

สุกแล้วล่ะท่าน...เห็นสนุกจนนึกว่าจะลืมหิว ฟริ๊นซ์ว่า ก่อนจะยกไม้ย่างกระต่ายสองตัว ยื่นให้ทั้งสอง

อ้าว! แล้วนายล่ะฟริ๊นซ์ ไม่กินหรือไง?

ท่านกินก่อนสิ...ผมจะกินก่อนได้ไง?

อย่าลืมสิ...เราสาบานเป็นเพื่อนตาย...อิ่มก็ต้องอิ่มด้วยกัน อดก็ต้องอดด้วยกัน ชีคอัมรินห์ท้วง แล้วยื่นไม้กระต่ายย่างคืนให้กับฟริ๊นซ์ ข้าจะกินกับท่านพี่

ฟริ๊นซ์รับไม้กระต่ายย่างที่ชีคอัมรินห์ยัดเยียดคืนกลับมา มองสองพี่น้อง ที่ฉีกเนื้อกระต่ายกรุ่นควันหอมยื่นให้กัน ช่วยกันเป่า แล้วป้อนกัน แบ่งปันกันทานอย่างมีความสุข มันมากกว่าพี่กับน้อง ภาพตรงหน้าทำให้รู้สึกว้าเหว่อ้างว้างขึ้นมาจับใจ ที่เขาไม่มีพี่น้องรักใคร่กันอย่างชีคฝาแฝดทั้งสอง

หนุ่มตาสองสีพ่นลมหายใจเบาๆ เมื่อนึกถึงกำเนิดอันขัดแย้งของเขา บิดาของฟริ๊นซ์เป็นชาวอาหรับ มารดาเป็นสาวฝรั่งเศสที่สวยหาตัวจับยาก ทั้งปู่และตาของไปมาหาสู่เพราะการค้า โดยไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้องกันมากกว่านั้น เมื่อจู่ๆมารดาของเขาตั้งครรภ์ และปู่ปฏิเสธที่จะให้บุตรชายที่มีคู่หมั้นคู่หมายเป็นหญิงสูงศักดิ์อยู่แล้วแต่งงานกับสาวฝรั่งเศสหัวทอง ต่างเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรมประเพณี

ความรักที่ไม่อาจเป็นไปได้ของทั้งสอง ทำให้เขาไม่เคยอยู่พร้อมหน้าครอบครัว ไม่มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ทั้งคู่แต่งงานใหม่  บิดาถูกจับแต่งงานในวันที่เขาคลอดพอดี ส่วนแม่นั้นช้ำใจหนักแต่กระนั้นก็ครองตัวเรื่อยมา และมาพบรักแท้อีกครั้งกับนายทหารชาวฝรั่งเศส แต่งงานกันตอนที่เขาอายุได้ห้าขวบ

ปู่ซึ่งโหยหาอยากเห็นหน้าหลานชายคนแรกมานาน จึงหาเหตุไปลักพาตัวเขามาอยู่ที่ซาดัส ทั้งดูแลเอาใจสารพัด เพราะอยากให้เขาสืบสายเลือดของท่านที่นี่ เนื่องจากฟริ๊นซ์เป็นหลานชายคนโต จากบุตรชายคนโตด้วย ฟากตาเขาก็ไม่ยอมเช่นกัน ทั้งสองต่อสู้แย่งชิงกันอยู่หลายปี จนฟริ๊นซ์ตัดสินใจที่จะเป็นคนอาหรับ เท่าๆกับหนุ่มฝรั่งเศสเจ้าสำราญ ชีวิตเขาบินไปมาระหว่างยุโรปกับอาหรับอยู่หลายปี แต่ละที่ล้วนดีคนละอย่าง แต่ที่เหมือนกันคือความว้าเหว่

เขาไม่เคยคิดว่าที่ไหนคือครอบครัวที่แท้จริง ไม่ว่าบ้านของพ่อที่มีพี่น้องให้เขาอีกหลายคน และน้องชายต่างบิดาชาวฝรั่งเศสอีกสองคน จนกระทั่งได้ไปรู้จักชีคฝาแฝดทั้งสองที่โรงเรียนนายร้อยแซนเฮิร์ทที่เขาถูกบังคับให้เข้าเรียนตอนอายุสิบหก

อัธยาศัย มิตรไมตรีอันดีของทั้งสอง รวมกับเลือดกึ่งหนึ่งในกายของเขาที่มีถิ่นกำเนิดมาจากผืนทราย ทำให้ฟริ๊นซ์และชีคฝาแฝดทั้งสองสาบานที่จะเป็นเพื่อนตายกัน และพวกเขาก็ได้รักษาคำสัญญานั้นมาเนิ่นนาน

แต่เขาก็ไม่เคยลืมที่จะระลึกถึงชาติกำเนิดอันแตกต่าง...ยังยกให้ทั้งชีคอิรัมย์และชีคอัมรินห์ด้วยความเกรงใจในศักดิ์บุตรชายของท่านชีคอารีฟแห่งซาดัส

เป็นอะไรสหาย ทำไมไม่กินเล่า ชีคอัมรินห์ถาม เมื่อเห็นฟริ๊นซ์นั่งเหม่อปล่อยความคิดล่องลอย

เห็นพวกท่านรักกันอย่างนี้ ผมก็อยากมีพี่น้องบ้าง เขาสารภาพ

ชีคอัมรินห์ขยับเข้าไปกอดคอฟริ๊นซ์ไว้ข้างหนึ่ง ส่วนชีคอิรัมย์กอดอีกข้างหนึ่ง นอกจากคำสัญญาว่าเป็นเพื่อนตาย ฉันคิดว่านายเป็นน้องชายของฉันอีกคนมาเสมอนะฟริ๊นซ์ ชีคอิรัมย์ว่า

ใช่...ไอ้น้อง ชีคอัมรินห์ย้ำ พร้อมตบบ่าสหายรักแรงๆ ยืนยัน

ทั้งสามหัวเราะประสานเสียงกันร่วน เก็บเกี่ยวเวลาแห่งความสุขร่วมกันไว้ให้มากที่สุด

อย่าเอาแต่ซึ้ง...กินด้วย...กิน... ชีคอิรัมย์ว่า ฉีกเนื้อกระต่ายย่างที่ฟริ๊นซ์ถืออยู่ยื่นให้ชีคอัมรินห์เป่า ก่อนจะยัดใส่ปากของฟริ๊นซ์ที่เคี้ยวตุ้ยๆยิ้มไม่หุบในหน้า

ทานเสร็จ เสื้อผ้าคงแห้งพอดี เราควรจะรีบกลับ...เพราะกว่าจะไปถึงบ้านของแต่ละคนก็มืดค่ำ ป่านนี้เมียๆของพวกท่านคงยืนแยกเขี้ยวถือไม้เรียวรอแล้วกระมัง ฟริ๊นซ์บอก อิ่มเอมใจกับมิตรภาพที่ได้รับ

ชีคทั้งคู่หัวเราะเสียงดัง เมื่อนึกภาพตามที่ฟริ๊นซ์ว่า แต่ทั้งลิยาน่าห์ และปางนภัทรคงไม่มีใครลุกมาทำอย่างนั้นแน่

อย่าอิจฉาสหาย...อยากได้ก็รีบมีเมีย ทั้งสองบอก ก่อนจะยัดเยียดไม้กระต่ายปิ้งคืนฟริ๊นซ์ ลุกไปหยิบเสื้อผ้าที่ตากไว้แห้งดีแล้วสวมกลับเข้าร่างกึ่งเปลือยเปล่าในเวลาเมื่อบ่ายคล้อยแล้ว

คนไม่มีเมียอยู่คนเดียว หัวเราะหึๆ นึกถึงสาวไทยหน้าเข้มที่เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อหลายวันก่อน หล่อนมาร่วมงานแต่งงานของน้องสาว และแม้แต่หางตาของเฟื่องฉัตรก็แทบไม่แลเหลือบมาทางเขาให้เสียอารมณ์เลย

 

แม้ปางนภัทรจะไม่ถึงกับยืนแยกเขี้ยวถือไม้เรียวรอการกลับบ้านของชีคอัมรินห์ แต่ใบหน้าสวยก็บึ้งตึงสิ้นดีเมื่อทั้งสามหนุ่มกลับมาถึงเอาเมื่อตอนตะวันตกลับผืนทรายไปแล้ว

ชีคอิรัมย์และฟริ๊นซ์เหมือนรู้ตัวว่าต้องปล่อยให้สามีภรรยาซักไซ้ไล่เลียงกันเอาเอง จึงรีบขอตัวกลับทันที

พอรอดพ้นจากสายตาคนอื่นๆ เขาก็รีบคว้าเอวคนเดินเร็วข้างหน้าที่ตกใจจนร้องวี๊ดลืมทำหน้าบูดบึ้งตึงมาหอมฟอดใหญ่อย่างเอาใจ โกรธที่ผมทิ้งคุณอยู่คนเดียวทั้งวันหรือฮึ!”

ปางนภัทรแกะท่อนแขนแกร่งที่เกาะเกี่ยวตัวออกเป็นสามารถ ดวงตาค้อนคว่ำ คุณไปไหนก็น่าจะบอกกันบ้าง ฉันเป็นห่วงนะคะ ตื่นขึ้นมาไม่เห็นคุณ แถมยังไม่เห็นหน้ามาทั้งวัน เล่นหายไปอย่างนี้ เสียงฉุนๆบอกอารมณ์ขุ่นมัวได้เป็นอย่างดี

ชีคอัมรินห์ยิ้มกว้าง ไล่ซุกไซ้จมูกโด่งกับแก้มอิ่ม ไม่เห็นหน้ามาเป็นวัน เขาเองก็แสนจะคิดถึงเธอจนอดใจไม่ได้ จนเกือบจะลืมนับวันที่ท่องในใจ ละเมิดคำสัญญาเสียเมื่อเห็นหน้า ผมเห็นคุณหลับสบายก็ไม่อยากปลุก แล้วก็ไม่คิดว่าพี่อิรัมย์จะพาไปไกลขนาดนี้ด้วย น้ำเสียงกระเง้ากระงอดงอนง้อ

ดวงตากลมตวัดมองหน้าเขา ชีคอิรัมย์อีกแล้วหรือคะ? เสียงขุ่นทำให้คนฟังตกใจ รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

ปละ...เปล่า...พี่อิรัมย์แค่อยากทดสอบฝีเท้าม้า เห็นว่าม้าพวกนี้เราต้องใช้เดินทางทะเลทราย ผมก็เลยลองขี่มันกลางทะเลทรายดู และพวกเราก็ไม่ท่องทะเลทรายอิสรเสรีอย่างนี้ โดยไม่มีผู้ติดตามกันนานมาก ก็เลยเพลินกันไปหน่อย ไม่ใช่เพราะท่านพี่หรอก

ปางนภัทรถอนใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ รู้สึกว่าชีวิตคู่ของเธอนี้ ช่างมีชีคอิรัมย์เข้ามาเกี่ยวข้องมากเหลือเกิน

ตั้งแต่ที่เขาไปจับตัวเธอมาจากเมืองไทย...ยอมรับไดย่าคู่หมั้นของชีคอัมรินห์เพื่อไปแต่งงานแทน...เสียสละฤกษ์แต่งงานของตัวเองให้มา...แล้วยังจะมีอะไรอีกนะ...ดูเหมือนความช่วยเหลือของชีคอิรัมย์ต่อความรักของเธอจะไม่จบไม่สิ้น

ชีคอัมรินห์อ่านความคิดปางนภัทรไม่ออก แต่เดาว่าเธอคงขุ่นใจพี่ชายเขาขึ้นอีก จากที่มีปมอยู่ในใจเป็นทุน

ท่านพี่ปรารถนาดีต่อพวกเรานะปราง พี่อิรัมย์ช่วยเราทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นผมกับคุณคงไม่ได้รักกันอย่างนี้หรอก

ปางนภัทรอยากยอมรับ...หากไม่เกิดเหตุการณ์เมื่อวานนี้ขึ้น...มันทำให้เธอกังขา ว่าชีคอิรัมย์ต้องการอะไร...เขาช่วยเธอและน้องชายตัวเองด้วยความปรารถนาจริง หรือมีสิ่งใดเคลือบแฝงอยู่กันแน่

แต่ไม่ว่าเขาจะหวังดีหรือหวังร้าย เธอก็ไม่อาจจะปฏิเสธการพบปะพูดคุยหรือปฏิสันถารกันด้วยประการทั้งปวงได้ ในเมื่อชีคอิรัมย์เป็นดั่งเงาของคนตรงหน้านี้มาเนิ่นนาน

ปางนภัทรถอนใจ ยื่นมือบางไปลูบใบหน้าขาวตัดเคราสั้นกร้านแดดของสามี ทอดสายตาอ่อนโยนเมื่อพบดวงตาแบบเดียวกันนั้นมองมาก่อน ดวงตาของชีคอัมรินห์อ่อนหวาน อ่อนโยน ออดอ้อนอยู่ในที

แล้วไปเที่ยวเพลินไกลถึงไหนมาล่ะคะ

โอเอซิสใกล้ๆ ห่างไปซักสี่สิบไมล์

ปางนภัทรตาโต สี่สิบไมล์นี่ใกล้แล้วหรือคะ

ชีคอัมรินห์พยักหน้า แล้ววันหลังผมจะพาคุณไป...ขี่ม้าไปกันนะ เขาว่า

ปางนภัทรส่ายหน้าดิก ฉันคงไม่กล้าขี่ม้าอีกแล้วค่ะ

โธ่! ปรางไม่เอาน่า...คุณกลัวอย่างที่พี่อิรัมย์คิดไว้จริงๆด้วย

ปางนภัทรหูกระดิก เพราะคำว่าชีคอิรัมย์อีกแล้ว

เจ้าบราวนี่มันก็แค่ตกใจ แต่วันนี้มันเชื่องดีมาก ฝีเท้าดี แข็งแรง และอดทน พี่อิรัมย์ตั้งใจจะให้มันเป็นของขวัญกับเรา ถ้าคุณไม่ยอมรับมันไว้ ท่านพี่จะเสียใจนะ

ปางนภัทรถอนหายใจเบาๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร สุดท้ายก็หนีไม่พ้นชื่อชีคอิรัมย์อยู่ดี ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่เอานี่คะ แต่คงต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะขึ้นไปนั่งบนหลังมันได้อีกครั้ง

นิ้วแกร่งไล้แก้มนวลแผ่วเบา ยิ้มผ่านทางดวงตา ผมเชื่อว่าถึงเวลานั้น คุณต้องทำได้...คุณเก่ง...ผมเชื่อ

ปางนภัทรหัวเราะเบาๆ ชีคอัมรินห์สมกับจบวิชานักการทูตมาจริงๆ

เหนื่อยมาทั้งวัน ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วมาทานข้าวกันค่ะเธอสั่ง ก่อนจะคิดออก

แต่บาเฮียบอกว่าพวกคุณไม่ได้เอาเสบียงไป แล้วกลางวันพวกคุณทานอะไรกันล่ะค่ะ? คิ้วเรียวเลิกสูง ดวงตากลมเปล่งแววความสงสัยเปิดเผย

ชีคอัมรินห์โอบไหล่บอบบาง พากันเดินขึ้นชั้นบน พร้อมกับเล่าวีรกรรมในวันนี้ให้เธอฟัง

 

ชีคอิรัมย์กลับมาถึงคฤหาสน์เป็นเวลาตั้งโต๊ะอาหารค่ำพอดี

ฟริ๊นซ์กินนอนอยู่ที่นี่ ไม่ค่อยได้กลับบ้านของปู่และพ่อบ่อยนัก เพราะไม่คุ้นเคยกับญาติพี่น้องตัวเอง เท่ากับชีคฝาแฝด เมื่อกลับมาถึงซาดัสเขาจึงใช้เวลาอยู่กับชีคทั้งสองมากกว่า แต่คงทำอย่างนี้ได้อีกไม่นาน เพราะทั้งสองก็ต่างมีครอบครัวแล้ว ให้หายเบื่ออีกซักพัก เขาอาจจะกลับไปฝรั่งเศส ทำงานสำนักงานนักสืบต่อไป

แต่ก็ไม่รู้สิ พักหลังเขาคุ้นชินกับการอยู่บนดินแดนทะเลทรายร้อนๆ มากกว่าอยากกลับไปสัมผัสลมหนาวและหิมะ แม้ว่ามารดาจะขยันโทร.มาตามตัวอยู่บ่อยๆ เวลามีเหตุสาวคู่ควงเก่าๆไปโวยวายเอากับท่าน

ตอนนี้เขาเบื่อทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญแล้ว ขอทิ้งลายเสือซักพัก อาจอยากกลับไปล่าต่อ

แต่ตอนนี้ชีวิตมันนิ่งๆ ก็ตั้งแต่ที่เขาตกหลุมรักสาวชาวไทย...หล่อนขี้เหร่ที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาคู่ควงทั้งหมดของเขา แต่สาวอวบหน้ากลมอย่างเฟื่องฉัตรก็ยังกล้าปฏิเสธหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์คนหนึ่งของปารีสอย่างเขาได้

นี่กระมังที่เขาว่ากันว่า...ชีวิตนี้มันช่างไม่มีความพอดีเอาเสียเลย...เฮ้อ!

ยิ่งพอมองไปเห็นลิยาน่าห์ส่งยิ้มหวาน สายตาหยดย้อยแทบหยาดเยิ้มให้กับชีคอิรัมย์ที่เดินนำหน้า ในใจของหนุ่มโสดก็ยิ่งอ้างว้างวังเวงขึ้นไปอีกเป็นเท่า

วูตูยืนมองลิยาน่าห์ที่ส่งสายตาวะวับฉ่ำรักหวานปานจะหยดไปให้ชีคอิรัมย์ ใบหน้าของหล่อนล้นเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างปิดบังไม่มิด หล่อนคงคิดสินะว่าบทรักเร่าร้อนอ่อนหวานเมื่อคืนนั้น เป็นเพราะชีคอิรัมย์เสน่หาหลงใหลหล่อนมากล้นถึงเพียงไหน...ยิ่งคิดหัวใจเขายิ่งร้าวราน

แววเจ็บปวดร้อนรุ่มดังไฟสุมอกในยามนี้ ขับออกมาเป็นความริษยาเกลียดชังอย่างเปิดเผย มองไปยังรัชทายาทแห่งซาดัส ชายผู้ไม่รู้ค่ากับเพชรในมือ แต่เขาก็ทำได้เพียงเท่านี้ มองความสุขของหล่อน

ฟริ๊นซ์รู้สึกไม่เจริญอาหารเอาเสียเลย แม้กลางวันจะทานแค่กระต่ายย่างก็ตามที เขาเกิดนึกถึงคอนโดมิเนียมหรูกลางเมืองที่ปู่และพ่อซื้อให้กับเขาขึ้นมา...ทั้งสองอยากให้เขาอยู่ที่เชดัสย่าห์ จึงพยายามสร้างแรงจูงใจให้หลายอย่าง

แต่ไม่ว่ายามนี้จะอยู่ที่ไหน หัวใจของเขาก็หดหู่ หาได้สำเริงสำราญไม่ มันคอยแต่จะลอยไปหาใครบางคนที่เมืองไทยทุกทีที่สติไม่อยู่กับตัว

เมื่อเงยหน้ามาเห็นแววตาของวูตู ผู้ติดตามใกล้ชิดของชีคอิรัมย์ที่มองเจ้านาย ก็ให้ฉงนสงสัยนัก

ทำไมวูตูถึงได้มองชีคอิรัมย์ราวกับศัตรูอย่างนั้น ฟริ๊นซ์จับสังเกตความผิดปกตินี้ไว้ในใจ

ก่อนทอดสายตากลับมามองลิยาน่าห์ที่ดูเอาอกเอาใจชีคอิรัมย์ยิ่งกว่าทุกวัน ปกติหล่อนจะเก็บงำกริยา เงียบเชียบ เรียบร้อย ภรรยาของชีคอิรัมย์เป็นผู้หญิงสวยที่ใครเห็นคราแรกล้วนต้องตะลึงกันทั้งนั้น แต่ความราบเรียบของหล่อนกลับทำให้เสน่ห์ความงามนั่นลดลงไป จนกลายเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดา

สายตาของฟริ๊นซ์มองกลับไปที่วูตูอีกครั้ง แล้วก็แน่ใจว่า วูตูกำลังมองชีคอิรัมย์ด้วยความอิจฉาอยู่ในใจ

หัวอกของเจ้านั่น คงเหมือนกับเขายามนี้กระมังแฮะ

เขาปัดความสงสัยออกไป แล้วคิดว่าคืนนี้คงจะกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองก็น่าจะดี

 

ประตูลิฟต์เปิดออก

เฟื่องฉัตรก้าวออกมาจากลิฟต์อย่างงงงวย ไม่เข้าใจว่าอะไรพาเธอมาถึงชั้นดาดฟ้าของภูพิงค์อิลิซเซี่ยมในคืนที่ดาวเต็มฟ้าอย่างนี้ได้

งานยุ่งๆทั้งวัน เสร็จลงเร็วกว่ากำหนด เหตุผลหนึ่ง อาจจะเพราะว่าปิยภัทรที่เรียนจบกลับมาช่วยกันทำงาน

นายมะเฟืองไฟแรงจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยดี นัยว่าเป็นการพิสูจน์ตัวเองกับคุณภาสกรอีกทางหนึ่ง เขากำลังสร้างเนื้อสร้างตัว เพราะวางแผนจะแต่งงานกับมิเชลล่าในเร็ววันนี้

เมื่อไหร่จะเอาแฟนมาอวดกันบ้างล่ะเฟื่องนายมะเฟืองถามอย่างกังขา แม้จะเจอสายตาพิฆาตไปก็หาไหวหวั่นมาก ดวงตาอยากรู้อยากเห็นเต้นระยิบบนใบหน้าเข้มที่เริ่มออกแนวอ้วนกลม เพราะตั้งแต่กลับจากอังกฤษ พี่ชายปากดีก็เอนจอยกับอาหารถูกปากฝีมือคุณย่าคุณยายที่ช่วยกันขุนให้ด็อกเตอร์คนล่าสุดของเมืองไทยอ้วนพี เพราะคำออดอ้อนทำนองว่าไปอดอยากปากแห้งอยู่เมืองนอกเมืองนาเสียหลายปี

จริงๆน้องสาวเฟืองนี่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร มันไม่ไปเตะตาใครเข้าบ้างเหรอ?

เตะตาอ่ะไม่...แต่เตะปากคนล่ะไม่แน่

นายมะเฟืองส่ายหน้าอย่างระอาเอือม ที่ขึ้นคานนี่ไม่ใช่เพราะไม่สวยหรอกนะ แต่ว่าเพราะดุอย่างนี้แหละ

ว่าแล้วปิยภัทรก็เดินหนี เหมือนขี้เกียจคุยด้วย แต่ยังไม่วายบ่นทิ้งท้ายพึมพำ

อย่าให้รู้เชียวว่าไอ้นั่นมันเป็นใคร เฟืองจะรีบไปเตือนมันให้รู้ตัวแต่เนิ่นๆว่าดวงใกล้ถึงฆาต

เมื่อแยกจากปิยภัทร เฟื่องฉัตรก็กดลิฟต์ตั้งใจจะขึ้นมาพักผ่อน แต่อะไรบางอย่าง กลับพาเธอมาถึงบนนี้ได้ และเมื่อกวาดตาแลมองไป เธอก็มองเห็นภาพความทรงจำในคืนวันแซยิดของคุณกาญจ์แก้วเด่นชัดขึ้นมา

ยังจำได้แม่นยำ ทุกบททุกตอน

รอยยิ้มจางๆฉายบนดวงหน้าแป้นกลม เดินไปนั่งลงที่ชิงช้า แหงนหน้ามองดาว แก้มร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงเรื่องราววันนั้น

ครั้งสุดท้ายเธอเจอฟริ๊นซ์ในงานแต่งงานของปางนภัทรเมื่อไม่กี่วันก่อน

เขายังคงหล่อบาดใจอย่างร้ายกาจเหมือนเดิม ดวงตาสีฟ้าอมเทาคู่นั้นแลเหลือบมาที่เธออยู่บ่อยครั้ง แต่เฟื่องฉัตรก็ทำเมินเฉยเหมือนว่ามองไม่เห็น

อุปทานรึเปล่าไม่แน่ใจ เธอเห็นเขาทำหน้าเศร้า

หัวใจเธอกำลังกระตุกวูบ อ่อนไหว กำลังจะใจอ่อนอยู่แท้เชียว แต่พอนึกถึงภาพแม่สาวร้อนสวาทที่ตบฉาดหน้าเธอกลางล็อบบี้ของโรงแรมวันนั้น และประกาศแม่นมั่นว่าเป็นเมียเขา ห้ามเธอไปยุ่งกับเขาอีก...เฟื่องฉัตรก็รีบห้ามปรามความรู้สึกทั้งหมดลง พร้อมสั่งตัวเองเข้มงวดว่าเลิกเพ้อถึงผู้ชายมักง่ายพรรค์นั้นเสียที

เจอหน้ากันไม่กี่ครั้ง เขาก็ฉวยขโมยจูบเธอ

มาอยู่เมืองไทยไม่กี่วัน ก็ยังไปคว้าผู้หญิงชั้นต่ำมานอนด้วย

ผู้ชายอย่างเขา ส่ำส่อน...สกปรก...มักง่าย

การปล่อยหัวใจให้หวั่นไหวลอยล่องไปผู้ชายอย่างนี้ มีแต่จะน้ำตาเช็ดหัวเข่า ช้ำใจไม่มีที่สิ้นสุด

ต่อให้เธอเป็นโสดไปจนตาย...ขึ้นคานแห้งเหี่ยวหัวโตอย่างนายมะเฟืองปรามาส

ก็ดีกว่าเอาหัวใจและชีวิตตัวเองมาเสี่ยงต่อความเจ็บปวดกับผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นอย่างเขา

ทำไมหนอ...เฟื่องฉัตร...ทำไมเธอต้องไปหลงใหลปักใจกับผู้ชายพรรค์นั้น

ดวงดาวพราวเต็มฟ้า ระยิบ กะพริบเหมือนกำลังยิ้มเยาะหยันเวทนาสงสารคำรำพันของสาวแก่อย่างเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #67 อนัญญา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 02:39
       ชอบเฟื่องฉัตรอ่ะ...อยากให้ฟริ๊นซ์ตามไปเจอกับเฟื่อง อยากดูคู่นี้เขาหวานแหววกัน
    #67
    0
  2. #66 Aulfafa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 / 13:53

    ชิ ! ว่าเฟื่องขี่แหร่แต่ก็แอบชอบ

    #66
    0
  3. #64 แก้ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 11:47
    ถ้ายืนหันหลังจะมองไม่เห็นผิวน้ำ ต้องเป็น ยืนหัน"หน้า"่มองผิวน้ำ สิคะ
    #64
    0
  4. #62 chapu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 08:43
    ยังไม่มีอะไรตื่นเต้นเลยนะ  รอตอนไปเด้อ
    55555
    #62
    0
  5. #61 ^_^ เอิง ^_^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 04:32

    อิอิอิ กว่าจะอ่านจบ ลูกกวนมากมาย ทั้งเจ้าเตร้ เจ้าแพม แง่วๆ

    #61
    0
  6. #60 SN piercensean (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 02:59
    Nine ja thanks for upd ner!!
    Take care naka
    #60
    0