เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 5 : ความรัก...ความหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 พ.ค. 53

ตอนที่ 5 ความรัก...ความหลัง

หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้เด็กหัวขโมย เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายก้องในซูค*(ตลาด)เล็กๆแถบชานเมืองซาดัส

พ่อค้าปลา พร้อมลูกน้องวัยหนุ่มฉกรรจ์หลายคนวิ่งกวดเด็กชายมอมแมมที่วิ่งล้มลุกคลุกคลานหนีตาย

ชาวบ้านร้านตลาดที่มาจับจ่ายใช้สอยกันอยู่ภายในซูคแตกฮือ เมื่อเด็กชายร่างผอมเกร็งวัยวัยสิบขวบวิ่งสะเปะสะปะชนคน ชนข้าวของจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจาย พร้อมเสียงเอะอะกร่นด่าหยาบคาย

เด็กชายบอกกับตัวเองว่าต้องหนีรอดไปให้ได้ โทษเดียวของการลักขโมย คือต้องถูกตัดมือ และหากต้องพิการจริง ชีวิตนี้ของเขาคงจบสิ้นด้วยการเป็นขอทานไปตลอดชีวิต

เขาซุกตัวอยู่ในกองขยะเน่าเหม็นจนมืดค่ำ จมูกไม่รับรู้กลิ่นใดๆทั้งสิ้น รู้ว่านี่เป็นทางรอดทางเดียว จนเสียงอื้ออึงเงียบหายไปนานหลายชั่วยาม เขาก็ยังไม่วางใจ รอจนกระทั่งแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จึงค่อยโผล่หน้าออกมาจากกองขยะนั่น

ผู้คนหายไปหมดแล้ว ซูคที่พลุกพล่านด้วยผู้คนเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้เหลือเพียงแสงไฟวิบวับวอมแวมของโรงระบำที่เปิดอยู่กลางซูค โรงนวด และสถานเริงรมย์ปลดปล่อยอารมณ์ของผู้ชายในเวลากลางคืน

เด็กชายมองปลาที่ขโมยมา ดวงตาของมันแห้งผาก เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น เมื่อล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงปุปะมอมเปรอะจนน่าจะใช้เป็นผ้าขี้ริ้วแทนเครื่องนุ่งห่ม ก็พบว่าคว้าเงินจากพ่อค้าปลามาได้เพียงไม่กี่ริยารัล แต่พวกนั้นกลับไล่กวดเขาเอาเป็นเอาตายราวกับต้องการชีวิตแลกกับเงินที่แทบไม่พอค่าเสื้อผ้าดีๆซักชุด

เท่านี้คงจะพอซื้อยาไปให้มารดาที่นอนป่วยรออยู่กลางสลัมได้

ป่านนี้แม่คงชะเง้อคอรอคอยเขากลับไปหาด้วยความกังวล...เขาไม่มีวันบอกแม่เด็ดขาดว่าเงินนี้ได้มาอย่างไม่สุจริต แม้จะยากจน แต่แม่ก็สอนเสมอว่า ไม่ให้ลักขโมยของใคร

แต่ชีวิตคนเรามีทางเลือกนักหรือ...ยิ่งคนจนๆอย่างเขากับแม่ด้วยแล้วเล่า...

ไม่มีใครจ้างเด็กตัวผอมเกร็งอย่างเขาทำงาน...ถึงจะจ้างก็ถูกกดค่าแรงที่แทบไม่พอค่าอาหารมื้อเดียวเสียด้วยซ้ำ

เด็กชายวิ่งออกจากกองขยะ ลัดเลาะกลับไปยังบ้านที่อยู่อีกไกล แต่เมื่อวิ่งออกมาท่ามกลางความมืดมิดได้เพียงนิดเดียว เขาก็ต้องยืนคว้างกลางลานกว้าง...นี่เขาหนีมาไกล จนไม่รู้ว่าทางกลับบ้านต้องไปทางทิศใด

วูตูในวัยสิบขวบ วิ่งสะเปะสะปะ โผล่ออกตามซอกซอยต่างๆ อย่างฉงนงงงวย...เขามาไกลถึงไหน...และจะกลับบ้านได้ยังไงกัน

ทันใดนั้น แสงไฟสว่างวาบมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงบีบแตรลั่นถนน มือเล็กสกปรกยกขึ้นบังแสงจ้าที่ส่องตา ร้องตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจ ก้าวสะเปะสะปะถอยหลังแล้วล้มลงคลุกอยู่กับพื้น รถยุโรปคันโตนั่นพุ่งเข้ามาหา กันชนเหล็กมันวาวของมันกำลังจะแตะหน้าผากเขาอยู่รอมร่อ ถ้าคนขับเหยียบเบรกไม่ทัน

เขาได้ยินเสียงหวีดร้อง ก่อนเสียงประตูจะเปิดและปิดโครมดังลั่น

ดวงตาของเขายังพร่าไปด้วยแสงสีขาว มือยังยกขึ้นมาบังไว้ ทั้งที่เนื้อหนังหุ้มกระดูกแคระแกรนของเขา ไม่มีวันจะแข็งไปกว่าเหล็กเนื้อดีที่ใช้หล่อหลอมเป็นส่วนประกอบของรถคันนี้

ไอ้เด็กเวร...วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำให้ข้าเกือบหัวใจวายเสียแล้ว เขาได้ยินเสียงสบถดังลั่น

ก่อนจะค่อยตั้งตัวได้ ลุกขึ้นยืนปัดเนื้อตัวเปื้อนฝุ่นมอมแมม แขนข้างที่ท้าวลงไปเต็มไปด้วยรอยถลอกปอกเปิกเลือดซิบจนแสบไปหมด

เธอเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ เสียงหวานแสนไพเราะเสนาะหู ถ้อยคำที่ไม่เคยมีใครพูดกับเขามาก่อนถามไถ่อย่างห่วงใย

เมื่อปรับสายตาชัดเจนจากแสงขาวพร่าพราย ภาพของเด็กผู้หญิงหน้าตาสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาผูกผมหยิกสลวยสองข้างด้วยริบบิ้นสีแดงอันโตกำลังมองเขาด้วยใบหน้าตื่นเช่นกัน

อย่าเข้าไปใกล้มันนะคะคุณหนู ตัวเหม็นสาบอย่างกับหมาเน่าเชียว

แต่คำทักท้วงนั่นดูจะไม่มีผลต่อนางฟ้าใจดีของเขา หล่อนเดินเข้ามาใกล้ วูตูมองดวงหน้าสวยราวกับนางฟ้านั่นอย่างตื่นตะลึง เขาลืมทุกสิ่งไปหมด...ความเจ็บ...บาดแผล

ฉัน...ฉันไม่เป็นไร เขาบอกอึกอักติดอ่าง ทั้งที่เป็นคนฉาดฉานมาตลอด

เธอเป็นแผล เลือดไหลด้วยนี่ สีหน้าหล่อนดูเหมือนตกใจ

วูตูยกแขนที่เลือดไหลโชกขึ้นมาดู

ไป...ไปได้แล้วไอ้เด็กขอทานตัวเหม็นสาบ อย่าเข้ามาใกล้คุณหนูนะ คนขับรถเอะอะโบกมือไล่เขาเสียงดัง

ดวงตาคมลึกของเด็กชายลุกโพลงอย่างไม่พอใจกับถ้อยคำที่ใช้กับเขา แม้จะชินหูอยู่บ่อยๆก็ตาม

ลุงอับดุลเกือบชนเขาแล้วนะคะหล่อนหันไปเอ็ดคนขับรถไร้มารยาทนั่น

แต่ไอ้เด็กบ้านี่มันพรวดพราดขึ้นมาบนถนน เกิดผมเหยียบเบรกไม่ทัน คงได้ทับมันตายอยู่ตรงนี้แล้ว

คุณหนูลิยาน่าห์คะ ขึ้นรถเถอะค่ะหญิงรับใช้ที่คงเป็นพี่เลี้ยงของเธอเรียก พร้อมดึงข้อแขนเล็กๆนั่นกลับไปขึ้นรถ

แต่เราทำให้เขาตกใจและได้รับบาดเจ็บนะคะ หล่อนแย้งอย่างคนมีมนุษยธรรม

อย่าไปสนใจพวกเด็กจรจัดพวกนี้เลยครับคุณหนู ค่ำแล้วรีบกลับบ้านดีกว่า ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นห่วง

แต่หล่อนกลับแข็งขืนดึงดันไว้ มองเขาอย่างสำรวจตรวจตรา ก่อนจะถอดกำไลข้อมือออกมายื่นให้เขา

ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เธอตกใจ ฉันไม่มีเงินมาด้วยหรอก...นี่คงจะพอเป็นค่าทำแผลเธอได้

วูตูมองสิ่งที่เด็กหญิงยื่นให้อย่างตื่นตะลึง กำไลข้อมือนั่นเป็นทองสลักเสลาสวย เขาสั่นหน้าดิก

ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก

ฉันให้เธอ...และเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธน้ำใจของฉันนะ หล่อนบอก พร้อมยื่นมือเล็กมาดึงมือเขาไปอย่างไม่คิดรังเกียจ คลี่มือดำปี๋ด้วยฝุ่นนั่นแบออก แล้วยัดเยียดกำไลอันนั้นใส่ในมือเขา รอยยิ้มบนดวงหน้าเล็กเวลานั้น ช่างสว่างไสวยิ่งกว่าดวงดาวทั้งท้องฟ้า เขายืนตะลึงนาน...จนเธอเดินกลับไปขึ้นรถ

วูตูมองจนร่างเล็กนั่นขึ้นรถไปแล้ว เสียงคนขับบีบแตรดังใส่ เขาสะดุ้งโหยงกระโดดหลบข้างถนนๆ รถยุโรปคันโตที่คำรามเสียงดังคันนั้นจึงแล่นฉิวผ่านหน้าไป ความมืดรอบกายกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นพระจันทร์กำลังอยู่กลางฟ้า และทอดแสงนวลอ่อนโยนเหมือนรอยยิ้มของหล่อนคนนั้นไม่ผิดเพี้ยน

วูตูก้มลงมองกำไลทองคำในมือย่างตื่นตะลึงไม่หาย

ความจริงเขาไม่อยากขายมันเลย...ของที่ระลึกชิ้นเดียวจากเด็กผู้หญิงใจดีคนนั้น แต่เพราะความจำเป็น เขาจึงต้องใช้มันเพื่อแลกกับค่ายาและค่าอาหาร ที่สามารถเลี้ยงชีวิตเขาและแม่ให้รอดตายมาได้อีกนานนับเดือน

และเขาก็สืบเสาะหานางฟ้าใจดีอยู่หลายเดือน จนกระทั่งรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของเศรษฐีท่านหนึ่ง

เด็กชายตัวผอมในเสื้อผ้าชุดใหม่เดินเรียบๆเคียงๆอยู่ที่รั้วของคฤหาสน์ใหญ่โต มองยอดโดมทองของคฤหาสน์โอ่โถงข้างใน แล้วนึกหน้านางฟ้าใจดีของเขา บ้านหลังนั้นกำลังจัดงานใหญ่โตอยู่

รถคันหรูคันแล้วคันเล่าแล่นเข้าไปข้างใน เขาได้ยินชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาชื่นชมวาสนาของหล่อน ที่ได้หมั้นหมายกับลูกชายของท่านชีคอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน ผู้ชายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุดของซาดัสในอนาคต

วิมานในอากาศของวูตูล่มสลาย...นางฟ้าของเขาสูงสุดเอื้อมถึง หล่อนมีคู่หมายเป็นคนที่เขาไม่มีวันจะแข่งวาสนาด้วยได้ แต่กระนั้นความปรารถนาที่จะได้เห็นหน้าหล่อนอีกครั้งก็ยังอยู่

หลายเดือนต่อมา เมื่อไม่อาจยื้อชีวิตมารดาจากโรคร้ายได้ ชีวิตนี้ของเขาไม่เหลืออะไร นอกจากนางฟ้าในใจเท่านั้น วูตูหาหนทางให้ได้ใกล้ชิดหล่อนอีกครั้ง ลู่ทางเดียวก็คือพาตัวเองก้าวไปข้างหน้า เขาไปสมัครเป็นทหาร ฝึกฝนการต่อสู้จนอยู่ในชั้นแนวหน้า

และเมื่อทางกองทัพแห่งซาดัส ประกาศคัดเลือกทหารฝีมือดีเพื่อเป็นผู้ติดตามชีคอิรัมย์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน รัชทายาทแห่งซาดัส เขาจึงรีบคว้าโอกาสนั้น แม้ต้องผ่านบททดสอบทรหดมากมายจนแทบเอาชีวิตไม่รอด

สุดท้ายเขาได้กลายเป็นผู้ติดตามชีคอิรัมย์ ได้พบนางฟ้าในใจอีกครั้ง ในฐานะภรรยาของเจ้านาย คนที่เขาดื่มน้ำสาบาน ปฏิญาณว่าจะปกปักรักษาเท่าชีวิต

ท่านวูตู

ภาพอดีตตรงหน้าพร่าเลือนหาย เมื่อได้ยินเสียงเรียก และเมื่อหันไปดูก็พบซูล่าสาวใช้ของชีคคาลิยาน่าห์เดินเข้ามาหา

แล้วท่านหญิงล่ะ? เขาถามเสียงดังอย่างไม่พอใจ ที่ซูล่ากล้าทิ้งนายสาว

ท่านหญิงรอพบท่านมุสตาฟาอยู่ เธอต้องการความสงบเพื่ออธิษฐานขอพรต่ออัลเลาะห์ ซูล่าตอบ

ดวงตาลึกของวูตูมองเขม้นไปที่ยอดวิหารทาฮีร่าร์อย่างนึกห่วงใย แต่เพราะได้รับคำสั่งให้รออยู่ที่นี่ เขาจึงไม่อาจฝืนคำสั่งนั้นได้

 

ชีคอิรัมย์เดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ไม่สุขเลยแต่เช้า จึงชวนฟริ๊นซ์ออกไปโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่จะเปิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาเดินสำรวจโรงพยาบาลจนจะครบสองรอบแล้ว ก็ยังหงุดหงิดใจไม่หาย

เป็นอะไรท่าน ทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยดีนี่นา ฟริ๊นซ์ถามสหาย เมื่อเห็นท่าทีหงุดหงิดใจเปิดเผย

ดวงตาคมกลอกมองไปรอบๆ ก่อนพยักหน้าเห็นพ้องด้วยว่า ที่นี่เรียบร้อยดี พร้อมสำหรับเปิดอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ไม่รู้สิ...พอโรงพยาบาลนี้เสร็จ ข้าก็เหมือนคนไม่มีอะไรทำ

ฟริ๊นซ์มองชีคอิรัมย์ประหลาดใจ งานของท่านตั้งมากมาย ข้าได้ยินว่าท่านหญิงซาตินหาฤกษ์มงคลงานแต่งได้แล้ว ท่านน่าจะไปเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวฟริ๊นซ์กระเซ้า อยากเห็นรอยยิ้มอิ่มสุขบนใบหน้าอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะทำให้ชีคอิรัมย์ยิ่งหงุดหงิดใจขึ้นอีกเป็นเท่า

บอกผมแต่เนิ่นๆนะท่าน จะได้เตรียมตัดชุดหล่อใส่ทัน

ชีคอิรัมย์หันมามองตาขุ่น หากคิดว่าแต่งงานสนุกนัก ทำไมถึงทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยลอยชายเล่าสหาย

คนถูกสรรพยอกเหมือนโดนบังคับจับกรอกยาถ่าย ส่ายหน้าดิกสถานเดียวอ่อนใจ ก็คนที่เราอยากแต่งด้วย เค้าไม่อยากแต่งกับเรานี่ท่าน

หัวอกเดียวกันในหัวชีคอิรัมย์ร้องดัง แต่ก็พูดออกมาไม่ได้

แหม้! นึกแล้วก็อิจฉาท่านอัมรินห์อยู่เหมือนกัน ข้าวใหม่ปลามัน เวลานี้คงซาบซ่านหัวใจ มองอะไรๆเป็นสีชมพูไปเสียหมด ฟริ๊นซ์ถูไม้ถูมือ นึกอยากแต่งงานขึ้นมาครามครันเหมือนกัน ติดที่ว่ายังหาเจ้าสาวไม่ได้เท่านั้น

ดูสิ...วันๆคงขลุกอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน โรงพยาบาลนี่ชีคคาท่านอัมรินห์จะมาทำงานแท้ๆ ก็มีแต่ท่านอิรัมย์มาตรวจตราความเรียบร้อย

ภาพที่ฟริ๊นซ์ว่า ฉายวับวุ่นวายอยู่ในหัวจนมึนงงไปหมด ชีคอิรัมย์สะบัดหัว ส่ายหน้า เหมือนจะขับไล่ไอ้ภาพบ้าๆของจินตนาการสุดกู่ที่ทำให้หัวใจของเขาวุ่นวายหงุดหงิดออกไป แต่ก็ดูไม่เป็นผล จึงหันไปหาสหาย

นั่นสินะฟริ๊นซ์ บอกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร.ออกไป รอคอยสัญญาณอยู่ครู่หนึ่ง ปลายสายก็มีคนรับ        

ทำอะไรอยู่หรือน้องชาย ถึงได้รับโทรศัพท์ช้านัก ถามเสียงเข้มราวจับผิด

ไม่รู้ว่าปลายสายตอบเช่นไร แต่ชีคอิรัมย์พูดแต่คำว่า ดี...ดี...ดี...

ตอนนี้พี่อยู่ที่โรงพยาบาลของเรา...เจ้าน่าจะมาดูแลบ้าง งานยังค้างหลายอย่างไม่เรียบร้อย

ฟริ๊นซ์เลิกคิ้วสูง ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม หันไปมองรอบกาย อะไรหรือที่บอกว่าไม่เรียบร้อย

เขาไม่รู้อีกเหมือนกันแหละว่าปลายสายตอบว่ายังไง แต่เห็นชีคอิรัมย์ยิ้มอย่างสมใจ ก่อนจะพับโทรศัพท์เก็บ ผิวปากอย่างอารมณ์ดี เดินชมโรงพยาบาลอย่างมีความสุข

ฟริ๊นซ์มองคนอารมณ์ดี ที่ผิดไปจากครู่นี้ลิบลับ ราวกับคนละคนก็ว่าได้ สงสัยว่าสหายของเขาอารมณ์ดีเรื่องอะไรกัน

 

เสียงฝีเท้าแม้เงียบกริบซักเพียงไหน แต่ก็ทำให้คนที่ก้มหน้าคุกเข่าอธิษฐานนั่นได้ยิน เพราะภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้น

ลิยาน่าห์เงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาเต็มไปด้วยความฉงน เพราะแทนที่จะเป็นท่านมุสตาฟา กลับเป็นหญิงชราในชุดดำแต่งกายมิดชิด ลักษณะคล้ายพวกยิปซี

ดวงตาเรียบเฉยคู่นั้นมองมาที่หล่อน พร้อมกับเอ่ยเสียงแหบพร่า ท่านมุสตาฟาไม่อยู่

ไม่อยู่หรือคะ? หล่อนทวนคำด้วยความประหลาดใจ ไม่อยู่แต่เหตุไฉนถึงปล่อยให้หล่อนรอคอยอยู่นาน

นางคงอ่านความสงสัยออก จึงสอบถาม เจ้ามาขออะไรกับอัลเลาะห์หรือ?

เอ่อ... ลิยาน่าห์อึกอัก ฉันจะมาขอลูกค่ะ

นางยิปซีนิ่งเงียบ มองหญิงงามตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ย ยื่นมือเจ้ามาให้ข้าสิ

ดวงหน้างามสนเท่ห์ใจ เลิกคิ้วสูง

ยื่นมาสิ นางย้ำ ลิยาน่าห์จำต้องยื่นมือออกไปให้ มือเหี่ยวย่นนั่นคว้ามือหล่อนหมับบีบเบาๆ

ถามมา...เรื่องที่เจ้าอยากรู้

ลิยาน่าห์เต็มไปด้วยความฉงนฉงาย

ถามมา นางย้ำน้ำเสียงยะเยียบเย็น

เอ่อ...ฉันจะมีลูกมั้ยคะ?

ดวงตาที่หลับนิ่งของหญิงชราเบิกโพลง ก่อนจะส่ายหน้า ลูกจะนำความตายมาสู่เจ้า

ร่างบางสะดุ้งจนไหล่กระตุก หน้าตาตื่นตระหนก รีบดึงมือตัวเองออก แต่นางกลับจับแน่นไม่ยอมปล่อย

หญิงสูงศักดิ์เอ๋ย...เจ้ากำลังมีเคราะห์หนัก...จงเชื่อข้า...เชื่อข้า...

ขนหล่อนลุกซู่กรูเกรียวทั้งร่าง พยายามสะบัดมือเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของหญิงชรา

อย่าให้ใครได้สมรักกับเจ้า...จงถือศีลบริสุทธิ์จากนี้ไปจนกว่าจะครบหนึ่งเดือน แล้วทุกข์หนักนั้นจักคลาย

ลิยาน่าห์เบิกดวงตาโพลง คำทำนายทำให้หล่อนหวาดกลัว นิ่งค้างชะงักงันอยู่เนิ่นนาน ไม่รู้ว่าหญิงชราปล่อยมือหล่อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อได้สติอีกครั้ง ภายในวิหารก็ว่างเปล่าร้างไร้ผู้คน ยิปซีผู้ลึกลับคนนั้นหายไป

ดวงหน้างามเหลียวขวับซ้ายขวามองรอบตัว...วิหารศักดิ์สิทธิ์เงียบสงบวังเวงจนน่าใจหาย ร่างบางรีบหมุนตัวกลับ แล้ววิ่งออกไปภายนอก...หล่อนกลัว...หวาดกลัวเหลือเกิน

คำทำนายของยิปซีผู้นั้น ดูเหมือนกำลังลุกไล่กวดหล่อนมาติดๆ จนแผ่นหลังเย็นวาบ บอกว่าหล่อนไม่อาจหนีพ้น

 

เกิดอะไรขึ้นท่านหญิง วูตูและซูล่าถาม เมื่อเห็นลิยาน่าห์วิ่งหน้าตาตื่นมาที่รถ

ชีคคาคนงามของชีคอิรัมย์กะพริบตาปริบๆ สะบัดหน้าขับไล่ความหวาดกลัวออกจากหัวใจ

ปละ...เปล่า...ฉันอยากกลับบ้านแล้ว ว่าแล้วหล่อนก็รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งอยู่บนรถ ดวงตายังเบิกโพลงไม่หาย

วูตูและซูล่ามองหน้ากันอย่างงงๆ ก่อนจะหันกลับไปมองที่สุเหร่า ไม่เห็นความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น พวกเขาจึงขึ้นรถตามคำสั่งของเจ้านาย ก่อนที่วูตูจะค่อยๆขับรถโฟล์วิลชนิดใช้บุกฝ่าทะเลทรายมุ่งหน้าออกจากบริเวณวิหาร

ลิยาน่าห์ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก รู้สึกปลอดภัย เมื่อเข้ามาอยู่ในรถที่กำลังจะแล่นออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์อัลเลาะห์

วูบหนึ่งที่รถกำลังจะแล่นออกประตู หล่อนหันกลับไปมองดูเหมือนถูกเรียกร่ำด้วยมนต์สะกด ภาพหญิงยิปซีชุดดำคนนั้นกำลังมองหล่อนมาจากปากประตู

ความกลัวที่ทุเลาเบาบางไป วาบเย็นกลับมาเกาะไปทั่วทั้งร่าง

สายตาของนางมองมาที่หล่อน ลิยาน่าห์เห็นริมฝีปากสีแดงคล้ำนั่นขมุบขมิบเหมือนจะบอกบางอย่าง และคำพูดของนางยิปซีก็ดังก้องให้เธอได้ยินแต่เพียงลำพัง

เจ้ากำลังมีทุกข์หนัก อย่าให้ใครได้สมรักกับเจ้า..จงถือศีลบริสุทธิ์จากนี้ไปจนกว่าจะครบหนึ่งเดือน

มือบางยกขึ้นปิดริมฝีปากเผยอที่ไม่อาจเปล่งเสียงร้องออกมาได้ กอดกายที่หนาวสั่นด้วยความกลัวไว้แน่น

วูตูกับซูล่าที่นั่งหน้าทั้งคู่ ไม่มีใครเห็นความหวาดกลัว...และเห็นในสิ่งที่หล่อนได้เห็น

วิหารนี้เขาว่าศักดิ์สิทธิ์นัก แล้วเรื่องที่หญิงยิปซีคนนั้นพูด...จะเชื่อถือได้หรือไม่...ลิยาน่าห์ไม่รู้ แต่หล่อนกลัวอย่างเหลือเกินกับคำทำนายอันน่าสะพรึง ที่เขย่าขวัญสั่นประสาท ณ ยามนี้

 

ปางนภัทรตามชีคอัมรินห์มาที่โรงพยาบาลด้วยอย่างงงงัน

ตั้งแต่ก่อนงานแต่งงานแล้ว ทั้งสถาปนิกและวิศวกรผู้ควบคุมงานเข้าไปแจ้งกับชีคอัมรินห์ ต่อหน้าเธอว่า งานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ดี...โรงพยาบาลใหม่ของซาดัส พร้อมเปิดให้บริการได้ตามกำหนด

เธอยังวุ่นวายติดต่อแพทย์หลายคนที่เคยฝึกงานร่วมกันที่โรงพยาบาลในลอนดอน เผื่อใครจะสนใจมาขุดทองทำงานที่เชดัสย่าห์ ซึ่งท่านชีคแห่งซาดัสยอมจ่ายค่าจ้างแพงลิบลิ่ว แม้แต่เมริสาเองก็ออกปากว่าสนใจ เพราะจะได้อยู่ใกล้เพื่อนรัก หากไม่โดนทักท้วง และติดสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าชายมาฬิส

เมริสามีกำหนดเข้าพิธีอภิเษกสมรสในเดือนหน้า หลังจากบิดพลิ้วคู่หมั้นหนุ่มมาหลายเพลาแล้ว

เรื่องร้ายที่เจ้าโจรอาการ์จับตัวเธอและเมริสาไป ใช่ว่าจะเลวร้ายเสียทั้งหมด อย่างน้อยมันก็เป็นบทพิสูจน์ความรัก และทำให้เกิดงานวิวาห์ขึ้นถึงสองคู่

เธอยังจำห้วงเวลาอุ่นใจวาบวินาทีที่เห็นชีคอัมรินห์ตลบผ้ากระโจมบุกเข้าไปช่วยเธอกลางชุมนุมโจร บาดแผลที่หัวไหล่โชกเลือด บอกว่าเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือเธอ...หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ปางนภัทรตัดสินใจเมื่อใคร่ครวญคิดทบทวนดีแล้วว่า...ในชีวิตนี้จะหาใครที่รักเธอได้อย่างบริสุทธิ์ใจเท่าเขาอีก....เขายอมเจ็บตัว...ยอมเจ็บปวดเพื่อรักษาเกียรติให้เธอ...ยอมสละชีวิตตัวเอง เกียรติและอำนาจ เพียงเพื่อจะได้รักกับเธอ

ชีคอัมรินห์ขอเพียงแค่ความรัก...ไม่มาก และไม่น้อยไป หัวใจแม้ยังสับสน แต่คนที่ดีที่สุดเป็นเขาแน่ เธอจึงไม่ลังเลใจที่จะตัดสินใจแต่งงาน เพราะไม่ว่าช้าหรือเร็ว ก็คงต้องเป็นชายผู้นี้อย่างแน่นอน...แล้วเธอยังจะรอใครอีกเล่า

อะไรหรือท่านพี่ที่ว่ายังไม่เรียบร้อย ชีคอัมรินห์ถามอย่างสงสัยไม่แตกต่าง

ชีคอิรัมย์เดินนำเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน ชี้ไปที่ซิงค์น้ำ ใครเป็นคนเลือกแบบก๊อกน้ำ?

ฉันเองค่ะ ทำไมหรือคะ? ปางนภัทรถามอย่างสงสัย บวกไม่ใคร่พอใจ

ทำไมถึงไม่ใช้ของซาดัส เซนิทารี่ แวร์ เขาหมายถึงยี่ห้อเครื่องหมายการค้าที่อยู่ในกลุ่มซาดัสอินดัสทรี่ ซึ่งเป็นสินค้าในเครือซาดัส ยูนิเวอร์แซลที่สกุลมาห์จาบีนเป็นเจ้าของ

ฉันเห็นว่าก๊อกน้ำแบบนี้เหมาะกับการใช้งานมากกว่า และของซาดัส เซนิทารี่ แวร์ ไม่ได้ผลิตแบบนี้ออกมา

ชีคอิรัมย์พยักหน้า ถ้าอย่างนั้นคุณน่าจะเสนอไปที่ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เขาออกแบบให้เหมาะกับการใช้งาน เราจะได้มีสินค้าครบวงจรด้วย เอ่ยเชิงแนะนำ ก่อนจะเดินสำรวจตรวจตราต่อ

แล้วกระเบื้องปูพื้นนี่ล่ะ ทำไมไม่เลือกแกรนิตแบบสวยๆซึ่งแข็งแรงและทนทานกว่า ของเรามีตั้งหลายแบบให้เลือกโรงพยาบาลของมาห์จาบีนต้องการความโอ่อ่าและดูดีทันสมัยเทียบชั้นโรงพยาบาลเอกชนห้าดาวของต่างประเทศ หน้าคนถามนิ่วนิดๆ

ฉันเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานมากกว่าความสวยงาม...กระเบื้องแกรนิตมันวาวดูสวยแข็งแรงก็จริง แต่ไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับปูพื้นที่ต้องใช้สอยอเนกประสงค์หลายอย่างในโรงพยาบาล

ชีคอิรัมย์พยักหน้า เหลียวมองรอบกาย หาเรื่องติติงต่อไป หลอดไฟทางเดิน ติดตั้งห่างกันอย่างนี้ มันจะสว่างเพียงพอหรือ แล้วใช้แบบประหยัดไฟรึเปล่า?

คำถามเหล่านี้ เขาสามารถถามสถาปนิกผู้ออกแบบและวิศวกรได้ ปางนภัทรเชื่อว่าคนอย่างชีคอิรัมย์คงได้คุยกับพวกเขามาก่อนหน้าที่โรงพยาบาลจะสร้างจนเสร็จเสียอีก

ด้านบนของแผงหลอดไฟ มีแผ่นสะท้อนแสงและลดความร้อน ช่วยกระจายแสงสว่างได้ทั่วถึงค่ะ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งถี่ยิบ แต่ก็ให้แสงสว่างเพียงพอ และช่วยประหยัดไฟ

ชีคอิรัมย์ยิ้มพอใจกับคำตอบฉะฉานของเธอ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าคุณเป็นหมอ ผมคงจะนึกว่าคุณเป็นวิศวกรหรือสถาปนิกเสียอีกนะ คำกล่าวเหมือนจะชม แต่รอยยิ้มของเขาทำให้ปางนภัทรแน่ใจว่า ที่เรียกเธอและสามีให้รีบออกมานี่ มันเหมือนหาเรื่องแกล้งกันชัดๆ

ฉันคิดว่าตอนที่เขาก่อสร้าง คุณเองก็ได้มาดูแลควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด มีข้อสงสัยอะไรทำไมไม่ถามวิศวกร หรือโฟร์แมนที่ควบคุมงานเอาล่ะค่ะ

ชีคอิรัมย์แอบยิ้มกับน้ำเสียงขุ่นใจ คงจะหงุดหงิดที่เขาเรียกออกมา ขัดเวลาหวานชื่นกันล่ะสิ เขาหมุนตัวกลับ แล้วเดินนำหน้าไป เพราะนี่เป็นโรงพยาบาลของมาห์จาบีน และคุณเองก็เป็นคนของมาห์จาบีน ที่ต้องคลุกคลีอยู่ที่นี่มากกว่าใครๆ ผมคิดว่าคุณควรจะทำความรู้จักที่นี่ให้ดีทุกซอกทุกมุม

ชีคอัมรินห์เองก็งงงันกับพี่ชายไม่น้อย เขา ปางนภัทร และฟริ๊นซ์ เดินตามชีคอิรัมย์ไปอย่างไม่เข้าใจ สงสัยว่าพี่ชายเกิดนึกสนุกอะไรกันหนอถึงได้หาเรื่องมารวนเอากับปางนภัทร ซึ่งไม่ค่อยจะกินเส้นกันอยู่แล้ว

ยิ่งเมื่อเห็นหน้างอง้ำ ดวงตาเคืองขุ่นของภรรยา คนกลางอย่างเขา ทำได้เพียงถอนหายใจพรวดๆอย่างเดียว ไม่รู้จะประสานรอยร้าวความบาดหมางขุ่นเคืองใจระหว่างทั้งสองอย่างไรดี

ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะชีคอิรัมย์ทำเพื่อเขาด้วยเจตนาดี ไม่เช่นนั้นเขาเองก็คงไม่มีทางพิชิตหัวใจของปางนภัทรได้ แต่กลับกลายเป็นสร้างความขุ่นเคืองให้ทั้งคู่แทนเสีย

 

พี่กวนเวลาส่วนตัวของนายสินะ เขาถามชีคอัมรินห์ที่นั่งจิบคาวาเป็นเพื่อนกัน เมื่อปางนภัทรขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ

ไม่หรอกครับท่านพี่

แต่ดูท่าเมียนายไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

ชีคอัมรินห์ยิ้มในหน้า ผมเห็นด้วยกับที่ท่านพี่ว่า ปรางต้องมาทำงานที่นี่ เธอควรจะรู้จักที่นี่ให้ดีกว่าใคร

ชีคอิรัมย์ยิ้มพอใจ พยักหน้าช้าๆ ที่น้องชายฝาแฝดไม่เคยขัดใจเขา นึกว่ามีเมียแล้วจะเอาแต่ตามใจเมียเสียอีก

ในขณะที่ชีคอัมรินห์เองก็พลอยปลอดโปร่งโล่งใจด้วย สายตาของคนอื่นๆ เหมือนเกราะป้องกันชั้นดี ที่จะช่วยให้เขาไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับปางนภัทร

ขืนอยู่ใกล้ชิดเธอตลอดเวลา เห็นความน่ารัก มีแรงเสน่หาในใจอยู่เป็นทุน ยากที่จะอดทนและหักห้ามใจเสียจริง

ดีแล้วที่พี่ชายฝาแฝดเรียกเขาออกมา...ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จะใช้เวลาที่มีเหลือเฟือทำอะไร เพราะหัวใจมันสั่งแต่ให้ไปใกล้ๆเธอ ห้ามตัวก็ไม่ไหว ห้ามใจก็ไม่ทันทุกที

เป็นไงบ้างชีวิตแต่งงานของนาย

ชีคอัมรินห์ยิ้มกว้างเท่าความสุขในเวลานี้ ดีครับท่านพี่

มีเมียคนเดียวนี่นะ...เสียชื่อชีคหนุ่มเจ้าสำราญแห่งมาห์จาบีนหมดท้ายเสียงเขาหัวเราะเยาะความคิดตัวเองต่างหากที่ช่างหาเรื่องกวนใจทั้งคู่ ราวกับเด็กไม่รู้จักโต

ชีคอัมรินห์หัวเราะเสียงดัง หากเอ่ยว่าเป็นชายหนุ่มเจ้าสำราญ น่าจะเป็นพี่ชายของเขาเพียงคนเดียวมากกว่า

ปรางเป็นความสุขทั้งหมดในชีวิตของผม...มีเธอคนเดียวผมไม่เคยต้องการใครหรืออะไรอีกเลย

เลี่ยนเสียงในหัวใจค้านทักท้วง แต่เมื่อคิดถึงความน่ารักของน้องสะใภ้ และนิสัยส่วนตัวของชีคอัมรินห์ ชีคอิรัมย์ก็เชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

หรือที่เขาร้อนรนทุรนทุรายใจอย่างนี้ เพราะความไม่รู้จักพอของตัวเองกันแน่

 จริงๆที่ท่านพี่เรียกผมมานี่ ไม่ได้แค่อยากให้มาดูความเรียบร้อยของโรงพยาบาลหรอกใช่มั้ยครับ

ชีคอิรัมย์ถอนใจ เมื่ออีกฝ่ายกล่าวเหมือนรู้ทัน พี่คิดถึงนายอัมรินห์...ไม่รู้เหมือนกันสิ...แต่พี่เคยคิดว่าเวลาต้องการตัวนาย อยากพบ...จะพูดคุยปรึกษากับนายได้ตลอดเวลา แต่พอนายแต่งงานไป มันทำให้พี่รู้สึกว่าเราห่างเหินกัน แม้เพียงไม่กี่วันก็เถอะ

ชีคอัมรินห์มองหน้าพี่ชาย ยิ้มกว้าง ท่านพี่ก็ไปเยี่ยมผมที่บ้านได้ทุกเมื่อนี่ครับ แม้จะแต่งงานแล้ว แต่ผมก็ยังเป็นน้องท่านพี่ ยังต้องช่วยงานท่านพี่ และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อส่งเสริมตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งซาดัสของท่านพี่ไปตราบจนสิ้นลมหายใจ แววตาแน่วแน่ยืนยันคำพูด ชีคอิรัมย์คลายสีหน้าเคร่งเครียด ยื่นมือไปแตะบ่าของน้องชาย

ขอบใจมากอัมรินห์

ขอบใจผมทำไมกันท่านพี่ นี่เป็นหน้าที่ของผม เราเป็นยิ่งกว่าพี่น้อง เกิดจากไข่ใบเดียวกัน เคยใช้หัวใจดวงเดียวกัน หัวใจของเราสองคนเคยเต้นไปพร้อมๆกัน หากเอ็มบริโอ*(เอ็มบริโอเริ่มหลังจากการปฏิสนธิจนกระทั่งสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 8)ไม่แยกออกจากกัน ผมกับท่านพี่ก็จะเป็นเหมือนหนึ่งคนๆเดียวกัน ความสุขหรือทุกข์ของท่านพี่ เป็นความสุขความทุกข์ของผมเช่นเดียวกัน...และถึงแม้ในเวลานี้ ไข่ฟองนั้นจะแยกเป็นคนสองคน เราจะมีคนละชีวิต มีหัวใจคนละดวง แต่ทั้งหมดของหัวใจและชีวิตของผมก็ยินดีจะมอบให้ท่านพี่...หากท่านต้องการ

ชีคอัมรินห์กล่าวมาจากหัวใจ...เขารู้สึกเช่นนั้นมาตั้งแต่จำความได้ ทุกครั้งที่มองหน้าพี่ชายฝาแฝด เหมือนกับเขาได้เห็นตัวเอง เวลาทุกนาทีที่เติบโตมาด้วยกัน ชีวิตของเขาทั้งสอง ดั่งเหมือนหนึ่งคนๆเดียวกัน เจ็บด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน สุขด้วยกัน ความรู้สึกรัก และเทิดทูนจึงเปี่ยมล้นในดวงใจ และก็เชื่อมั่นว่า ความรักที่ชีคอิรัมย์มีให้ต่อเขา ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเช่นกัน

ดวงตาของชีคอิรัมย์ มองน้องชายฝาแฝดอย่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก เขาเชื่อมั่นในคำพูดนั่น ด้วยมันผ่านการพิสูจน์จากประสบการณ์เฉียดตายของชีคอัมรินห์มาหลายครั้งหลายหน...และจนครั้งสุดท้ายที่เขาสาบานกับตนเองว่า จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกแน่นอน

ชีคอัมรินห์ยอมสละแม้ชีวิตเพื่อเขา...แล้วเขาเล่า จะมัวอิจฉาริษยาน้องชายอยู่ทำไม...ความสุขทั้งชีวิตของชีคอัมรินห์ ....ชีวิตที่ว่ายินดีมอบให้เขา คือปางนภัทร

โชคชะตาของเขาและอัมรินห์นั้นแตกต่าง...เมื่อโชคชะตากำหนดให้เขามาเป็นรัชทายาทแห่งซาดัส ให้ต้องรักษาคำสัตย์สัญญาหมั้นหมาย...ไม่สามารถเลือกดวงใจให้กับตัวเองได้...เขาควรจะยอมรับ

ในขณะที่คนหน้าเหมือนกันอีกคน พร้อมและยินดีที่จะสนับสนุนส่งเสริมเขาในทุกทาง อัมรินห์ไม่เคยอิจฉาเขา...เขาควรจะเสียสละผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นดวงใจ เพื่อให้ดวงใจอีกดวงหนึ่งของเขาได้ครอบครอง...ไม่ใช่สิ...เขาไม่ได้เสียสละ เขาไม่ได้สูญเสีย แต่เธออยู่ในความครอบครองของเขา...ในจิตวิญญาณของอัมรินห์ จิตวิญญาณที่เป็นหนึ่งเดียวกับเขาต่างหาก...อัมรินห์สมควรได้รับ...เขาทั้งสองคู่ควรกันเป็นที่สุดแล้ว

ฝ่ามือแกร่งของทั้งสองจับกันมั่น ดวงตาคมเหมือนอย่างเดียวกัน มองเชื่อมประสาน สื่อคำสัญญาไปถึงหัวใจ ที่กำลังแผ่กำจายไปยังสายเลือดทุกหยาดหยดในกาย...เป็นพันธสัญญาที่ยิ่งใหญ่แห่งสายเลือดสกุลมาห์จาบีน

ปางนภัทรเดินกลับมาทันเห็นภาพอันน่าซาบซึ้งใจนั่น เธอมองภาพนั้นนิ่งอยู่นาน ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆออกมา

 

ลิยาน่าห์ยังอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย กับคำทำนายของยิปซีลึกลับคนนั้น

 เจ้ากำลังมีทุกข์หนัก อย่าให้ใครได้สมรักกับเจ้า...จงถือศีลบริสุทธิ์จากนี้ไปจนกว่าจะครบหนึ่งเดือน

คำพูดของนางก้องสะท้อนดังอยู่ในหัวอย่างไม่อาจขับไล่ไปได้

หล่อนควรจะเชื่อนางดีไหม?

เรื่องราวนั่นเกิดขึ้นในวิหารศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การยำเกรง แต่หนึ่งเดือนที่ต้องรักษาศีลบริสุทธิ์ เท่ากับหล่อนต้องละทิ้งหน้าที่ภรรยา และในเดือนหน้า ชีคอิรัมย์ก็จะมีภรรยาเพิ่มมาอีกสองคน ถึงเวลานั้นความเสน่หาในตัวหล่อนจะยิ่งลดน้อยลง เวลาที่ชีคอิรัมย์เคยมีให้ต้องถูกแบ่งไป หล่อนเหลือเวลาแค่เดือนเดียวที่จะเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของเขา

ควรเชื่อถือ หรือไม่ควรใส่ใจ

เป็นอย่างไรบ้างลิยาน่าห์ ไปพบท่านมุสตาฟามาเจ้าสบายใจขึ้นบ้างไหม? คำกล่าวทักทายของชีคอิรัมย์ทำให้ลิยาน่าห์ที่นั่งแปรงผมด้วยท่าทางเหมือนไร้ชีวิตสะดุ้ง

เป็นอะไร? เขาถามเมื่อเห็นท่าทางตกใจของเธอ ฝ่ามือใหญ่บีบหัวไหล่สองข้าง มองเงาสะท้อนชีคคาคนงามในกระจกเงา ผสานสายตา ข้าทำให้เจ้าตกใจเช่นนั้นหรือ...ขวัญอ่อนจริงๆเมียข้า ว่ากึ่งขบขัน กริยาตัวสั่นเทาสะท้านของหล่อน ราวกับเด็กสาวเพิ่งเคยพานพบประสบการณ์รัก

มาเถิดขวัญเอ๋ยขวัญมาลิยาน่าห์...ให้ข้ารับขวัญเจ้า ดวงตาแพรวพราวที่มองมา พร้อมถ้อยคำอ่อนหวานทำให้ลิยาน่าห์ประหลาดใจ

ชีคอิรัมย์ตะกองกอดร่างบางที่หอมหวานไปทั้งตัวไปยังเตียงนอน เขารู้สึกผิดคิดได้ ตั้งใจจะชดเชยให้กับลิยาน่าห์ ให้กับค่าความรัก ความซื่อสัตย์ของหล่อน

จมูกคมคลอเคลียแก้ม พร้อมถาม ท่านมุสตาฟาว่าอย่างไรบ้าง

ลิยาน่าห์อึกอัก ไม่กล้าเล่าว่าหล่อนไม่พบท่านมุสตาฟา แต่กลับพบหญิงยิปซีนางหนึ่งที่ทำนายชะตาให้กับหล่อน

แล้วที่ขอพรเจ้าอยากได้ลูกหญิงหรือลูกชาย

ลูกจะนำความตายมาสู่เจ้า ร่างเล็กในอ้อมกอดสะดุ้งโหยงอีกครั้งเมื่อนึกถึง ดูเหมือนคำพูดของนางยิปซีชราตามมาคอยหลอกหลอนหล่อน

ชีคอิรัมย์เห็นลิยาน่าห์ตกใจอย่างผิดปกติถึงสองครั้ง เขาจับไหล่บอบบางให้หันมา ดวงตาคมกวาดมองใบหน้านวลที่ซีดเซียวขาว แตะฝ่ามือที่หน้าผาก

เป็นอะไรลิยาน่าห์ เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมถึงขวัญอ่อนเช่นนี้...ใบหน้าซีดเซียวราวกับไม่สบายถามอย่างสงสัย ตัวไม่ร้อน แต่กลับเย็นเฉียบ

ลิยาน่าห์ส่ายหน้าดิก ไม่กล้าเล่าที่ไปเผชิญพบมา

ชีคอิรัมย์ลูบไล้ปลอบขวัญ ตัวของภรรยาสาวสั่นสะท้าน เขาโอบประคองกอดหล่อนไว้ ก่อนจะค่อยกดร่างบางเอนตัวลงไปบนเตียง เนื้อสาวทั้งหอมทั้งเนียนนุ่ม เมื่อถูกปลุกเร้า อารมณ์เขาก็รัญจวนขึ้นมา

เจ้ากำลังมีทุกข์หนัก อย่าให้ใครได้สมรักกับเจ้า..จงถือศีลบริสุทธิ์จากนี้ไปจนกว่าจะครบหนึ่งเดือน

ถ้อยคำนั้นโพล่งก้องดังขึ้นมาในหัว มือบางทานอกแกร่งและใบหน้าที่กำลังซบซุกลงมาเมื่อรู้ว่าสามีกำลังจะทำอะไร

ยะ...อย่าค่ะท่านชีค

ชีคอิรัมย์ชะงัก เลิกคิ้วสูง ลิยาน่าห์หลบสายตาอึกอัก...เธอกลัวและหวั่นเกรงกับคำทำนายนั่น

มีอะไรหรือลิยาน่าห์? เกิดอะไรขึ้น?ถามอย่างฉงนสงสัยในท่าทีที่แปลกไป

ฉะ...ฉันไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์...ท่านมุสตาฟาบอกว่า ให้ฉันรักษาศีลบริสุทธิ์หนึ่งเดือนค่ะหล่อนก้มหน้าตอบไม่กล้าสบสายตาอีกฝ่าย

ชีคอิรัมย์ชะงัก เลิกคิ้วสูง อะไรนะ? เขาถามเสียงฉุน ในเวลาที่อารมณ์สุนทรีพร้อมร่วมรักกับหล่อน แต่กลับมาถูกขัดขวางกลางคันเสียอย่างนี้ ทำให้หงุดหงิดหัวเสียขึ้นมา

ลิยาน่าห์ก้มหน้า ซ่อนดวงตาวูบวับสับสนอึกอักตอบ

ฉันอยากมีลูกค่ะท่านอิรัมย์ หล่อนกล่าวเสียงสั่น ไม่กล้าเล่าความจริง เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาขอร้อง เรารอคอยกันมานานมากแล้ว...ถ้าจะรอไปอีกซักเดือนหนึ่งคงไม่เป็นไร สายตาอ้อนวอนต่อรอง

ชีคอิรัมย์กลอกตาไปมาอยากบ้าตายเสียจริง มองดวงหน้าของลิยาน่าห์ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ รั้งร่างบางให้นอนลงไป แล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้           

งั้นเจ้าก็นอนเถอะนะ ข้าจะไปทำงานต่อ บอกอย่างตัดใจ ทำท่าจะผละห่าง

ลิยาน่าห์ดึงฝ่ามือใหญ่รั้งไว้ ร่างสูงใหญ่หมุนกายกลับมามอง ก็เห็นดวงหน้าสวยซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำดังจะร้องไห้

ท่านชีคไม่โกรธฉันใช่มั้ยคะ?

เสียงสั่นพร่านั่นเขย่าหัวใจเขา...จนต้องถอนใจ ยิ้มบางๆให้ลูบไล้ฝ่ามือใหญ่ที่ศีรษะเล็กๆปลอบขวัญ

เจ้านอนเสียเถอะ อย่ากังวลใจหรือคิดมากเลย หนึ่งเดือนไม่นานเกินไป ข้ารอได้แม้คนพูดไปจะฟันกรอดก็ตามที

ในใจนึกอยากถามหล่อนว่าเป็นการเอาคืนรึเปล่า กับนับเดือนที่ปล่อยให้ลิยาน่าห์ต้องเปลี่ยวเหงา พอตั้งใจจะทำหน้าที่สามีที่ดีซักหน่อย กลับถูกปฏิเสธเสีย

เขาไม่ได้โกรธ แต่หงุดหงิดใจเสียมากกว่า

ลิยาน่าห์มองตามหลังเงาร่างสูงใหญ่ที่เดินตึงตังออกห้องไป น้ำตาแทบไหลหยด แต่เมื่อคิดถึงว่า เธอต้องทำเพื่อลูกเท่านั้นก็ให้ตัดใจ ข่มดวงตาให้หลับลง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #135 aoistar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 02:02
    และหัวใจทั้ง 2 ก็รักคนคนเดียวกัน
    สงสารลิยาน่าห์..ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น..น่าจะเกี่ยวกับวูตู
    #135
    0
  2. #35 Aulfafa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 16:25


    ชีวิตที่ต้องสู้กันต่อไป

    #35
    0
  3. #33 อนัญญา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 11:25
    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น เรื่องราวชักซับซ้อนซ่อนเงื่อนขึ้นทุกที

    สงสารอิยาน่าห์อ่ะ เป็นคนดีที่น่าสงสารจัง มีสามี ๆ ก็ไม่ค่อยรักใคร่ใยดี แถมจะท้องยังมีคำทำนายน่ากลัวมาขู่ซะอีก

    ยิ่งอ่านยิ่งเห็นใจตัวละครในเรื่องนี้เกือบทุกตัว (ยกเว้นนางร้าย) ไม่มีอะไรลงตัวสักอย่าง เฮ้อ...
    #33
    0
  4. #32 SN piercensean (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 / 05:34
    Nine jaa thanks for upd naka and you take care ner
    #32
    0
  5. #30 dekbanna (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 11:31
    สู้กันต่อไปในความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีแค่เส้นบางบางแบ่งไว้
    #30
    0
  6. #29 qqbc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 08:52

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีดี...เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะจ๊ะ

    #29
    0