เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 6 : มิอาจห้ามใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 พ.ค. 53

 

ตอนที่ 6

 

 

ริ๊นซ์มาหาชีคอิรัมย์ถึงคฤหาสน์แต่เช้า เพื่อจะแจ้งข่าวเรื่องม้าอาหรับหลายตัวที่สั่งซื้อไปนั้นมาถึงหลายวันแล้ว แต่ชีคหนุ่มยังไม่ได้ลงไปดูเลย

เมื่อเห็นใบหน้าสหายต่างศักดิ์เหมือนไม่ได้หลับนอนมาถึงคืน ยังความแปลกใจให้ฟริ๊นซ์อยู่ไม่น้อย เพราะชีคอิรัมย์ไม่ได้เพิ่งเข้าหอใหม่เช่นชีคอัมรินห์เสียหน่อย

เป็นอะไรท่าน ดูเพลียๆเหมือนไม่ได้นอน

ชีคอิรัมย์พยักหน้า เขาไม่ได้นอนทั้งคืน มันหงุดหงิดงุ่นง่านใจ พอตัดใจจะมาทำหน้าที่สามีที่ดีเสียหน่อย เมียก็เกิดไม่ให้นอนด้วยขึ้นมาเสียดื้อๆ ค่ำคืนที่ผ่านมา เขาก็เอาแต่คิดมากมายหลายเรื่อง

เจ้าเอามันไปส่งที่คอก สั่งคนเลี้ยงให้ดูแลแล้วใช่มั้ย?

เรียบร้อยแล้วท่าน ม้าพวกนี้มาถึงหลายวันแล้ว ผมนึกว่าท่านอยากไปทดสอบฝีเท้าเอง ก็เลยมาแจ้ง เห็นพักนี้ว่างๆ จะหาข้ออ้างไปโรงพยาบาลอีก ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรแล้ว

ดวงตาขุ่นเหลือบมามองฟริ๊นซ์ ทั้งหมดกี่ตัว

สี่ตัวครับ

ฉันสั่งไปสี่ตัวเลยหรือ?

ใช่...ท่านบอกว่าสั่งให้เป็นของขวัญชีคอัมรินห์กับชีคคาด้วยนี่

ดวงตาคมหรี่ลงครุ่นคิด การไม่ได้พักผ่อนเมื่อคืน อาจจะพลอยทำให้เขาเบลอจนจำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง

ผมเลยมาแจ้งท่านให้ลงไปดูว่าจะเลือกตัวไหนไปให้ชีคอัมรินห์

ชีคอิรัมย์ยิ้ม เมื่อนึกหาเหตุออก ม้าจะถูกใจก็ต้องให้เจ้าของเลือกเองสิ

ฟริ๊นซ์ทำหน้าเข้าใจ งั้นผมจะโทร.แจ้งท่านอัมรินห์ให้มาเลือกม้า

แต่น้ำเสียงเข้มขัดขึ้นมาเสียก่อน ไม่ต้อง...เอาทั้งสี่ตัวไปส่งที่บ้านของอัมรินห์...ข้าจะไปเยี่ยมน้องชายเสียหน่อย เข้าหอมาสามคืนแล้ว จะเป็นยังไงบ้างว่าแล้วชีคอิรัมย์ก็เดินนำหน้าลงคฤหาสน์ไป ในขณะที่ฟริ๊นซ์ทำหน้างงงัน

ก็จะไม่ให้เขางุนงงได้ยังไงกัน ในเมื่อชีคอิรัมย์ทำราวกับไม่ได้เจอชีคอัมรินห์มาเนิ่นนานเหลือเกิน ทั้งๆที่พบหน้ากันอยู่ทุกวัน เขาเริ่มไม่เข้าใจสหายต่างศักดิ์มากขึ้นทุกขณะเสียแล้วสิ

 

อย่าเพิ่งลุกซี่ ยังเช้าอยู่เลย มือใหญ่ฉวยเอวบางรั้งให้กลับมานอนแนบแผ่นอกกว้างอีกครั้ง

ปางนภัทรทำเสียงเข้มใส่คนออดอ้อน ไม่เช้าค่ะ สายแล้ว เธอตอบอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เมื่อจมูกโด่งคมเฝ้าจุมพิตแก้มปลั่งอย่างไม่มีเบื่อ

ตั้งแต่แต่งงานกันมาสามวันสามคืน ไม่เคยมีวันไหนที่จะตื่นลงไปรับประทานอาหารแต่เช้าซักวัน เธอเกรงว่าคนรับใช้ทั้งหลายจะนินทาเอาได้...ทั้งๆที่ในห้องหอนี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นซักหน่อย นอกจากคนช่างออดอ้อนจะตัดพ้อเธอที่ให้เขาต้องอดทนรอมาหลายวันแล้ว...ช่วยไม่ได้เมื่อเขาอยากไปรับปากคุณย่าเธอเอง ปางนภัทรเองก็อยากพิสูจน์ความอดทนของเขาอยู่เหมือนกัน...ที่ว่ารัก...ที่ว่าอดทนรอได้นั่น...จะสำเร็จซักกี่วัน

พอครบเจ็ดวัน ก็ถึงกำหนดเปิดโรงพยาบาลพอดี...เราไม่มีโอกาสจะนอนกอดกันตื่นสายๆอย่างนี้อีกแล้วนะ คำตัดพ้อออดอ้อนทำให้เธอหัวเราะออกมาเบาๆ เงยหน้ามองดวงตาคมที่ส่งแววออดอ้อนมา พอชีคอัมรินห์ผงกศีรษะจะขโมยจูบ มือเล็กก็รีบจับจมูกโด่งเขาไว้ก่อน

แต่ฉันก็ต้องกลับมานอนในอ้อมกอดคุณทุกคืนอยู่ดีนี่คะ ว่าแล้วโยกจมูกโด่งไปมา

ชีคอัมรินห์ทิ้งศีรษะกลับไปนอน รั้งร่างบางกอดแนบแน่นไม่ยอมปล่อย

สัญญานะว่าจะไม่เห็นงานสำคัญไปกว่าผม

คนถูกเรียกร่ำคำสัญญายิ้มกว้าง เมื่อคนไม่เคยเอาแต่ใจกลับเรียกร้องเอาคำสัญญาเอาแต่ใจตัวเอง ชีคอัมรินห์คนสุขุมนุ่มลึก เป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผลหายไปไหนหนอ เหลือแต่เด็กชายช่างอ้อน ออดๆเรียกร้องเอาโน่นเอานี่กับเธอ

ฉันไม่เห็นอะไรสำคัญไปกว่าคุณทั้งนั้นแหละค่ะ

คำตอบถูกใจทำให้ชีคหนุ่มยิ้มกว้าง มือใหญ่ประคองแก้มนิ่ม ผงกหัวขึ้นมอบจูบแสนหวานเนิ่นนานก่อนจะถอยห่าง

ชื่นใจจัง

ปางนภัทรหน้าแดงซ่าน บอกตัวเองว่าจะไม่ตามใจเขาอีกแล้ว เพราะมันพาจะข้ามเส้นเลยเถิดเสียทุกที ถึงชีคอัมรินห์จะสะกดใจห้ามความปรารถนาได้ แต่หัวใจหวิวไหวสั่นรัวของเธออาจจะทำให้หน้ามืด ลงมือปลุกปล้ำเขาเสียเองได้ ขืนมาปลุกปั่นอารมณ์ให้เคลิบเคลิ้มเตลิดเปิดเปิงไปบ่อยๆ

ดวงตาคมวาวและดวงตากลมแววหวานผสานกัน ส่งสายตาเชื่อมบอกความรู้สึกที่เปี่ยมล้นในหัวใจ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แก้มเนียนนุ่มหลงใหล เช่นเดียวกับฝ่ามือเล็กของเธอที่ไล้ลูบแก้มสากไปด้วยหนวดเคราบนใบหน้าเข้มคม

แรงมหาศาลดูดดึงใบหน้าทั้งสองให้โน้มลงไปชิดกัน จมูกโด่งคมแตะที่จมูกเล็กโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มและริมฝีปากได้รูปแตะสัมผัส กำลังจะบอกความรักความสิเน่หาที่เปี่ยมล้นต่อกันอีกหน

หากเสียงที่หน้าประตูไม่ดังขึ้นมาเสียก่อนเหมือนระฆังหมดยก เธอและเขาอาจจะโรมรันกันอย่างไม่อาจห้ามแรงปรารถนา

ท่านชีคคะ...ชีคาเจ้าเขา เสียงเรียกดังต่อมาทำให้เธอและเขาหยุดชะงักงัน หันไปมองที่ประตูห้องพร้อมกัน

ปกติไม่มีใครกล้ามาปลุก ด้วยรู้ดีว่าอยู่ในช่วงหวานชื่นของคู่หนุ่มสาว แม้จะนึกหงุดหงิด แต่ทั้งสองร่างก็ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว

ชีคอัมรินห์เดินไปเปิดประตูห้อง กำลังจะถามไถ่ แต่พอเห็นร่างสูงใหญ่ของคนใบหน้าเดียวกันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง ก็อึ้งงันชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง ท่านพี่

พี่มาขัดความสำราญของเจ้ารึเปล่า? สอบถามน้องชาย หากสายตาแลเลยเข้าไปในห้องนอน คนที่เขาอยากเห็นหน้าตาเหรอหราตามออกมา พอปะหน้ากัน ดวงตากลมใสก็ขับแววเคืองขุ่นเข้าใส่ทันที

เปล่าครับท่านพี่ ผมกับปรางกำลังจะลงไปอยู่พอดี ชีคอัมรินห์ว่า หันไปดึงร่างคนอยู่เบื้องหลังมายืนเคียงข้าง ดวงตาคมไล่ขึ้นลงกลอกสำรวจเห็นแต่งกายเรียบร้อยกันดี แต่เสื้อผ้ายับย่นพอจะเดาได้ว่าอาจจะยังไม่ได้เริ่ม ลอบยิ้มในใบหน้า เก็บเสียงหัวเราะไว้ในลำคอ

ขอโทษทีนะ เห็นว่าสายแล้วยังไม่ลงไปกัน คิดว่าคงตื่นกันนานแล้ว...พอดีพี่ซื้อม้าให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของเจ้า ไม่รู้ว่าจะถูกใจตัวไหน เลยเอามาให้เลือก เขาแจ้งธุระที่บอกว่าทำให้ต้องเสียมารยาทมายืนอยู่ที่นี่

ของขวัญจากท่านพี่ ไม่ว่าสิ่งไหนผมก็ชอบทั้งนั้นแหละครับ

ชีคอิรัมย์อมยิ้ม สายตาเลื่อนไปมองหน้าเจ้าสาวของน้องชาย แต่เมียนายอาจจะไม่ชอบ เธอน่าจะไปเลือกม้าด้วยตัวเอง

คนได้รับของขวัญด้วยทำหน้าประหลาดใจ แต่ฉันขี่ม้าไม่เป็นนี่คะ จะเอามาทำไมกัน?

ไม่เป็นก็ควรจะหัดไว้ อยู่กลางทะเลทรายอย่างนี้ ม้าและอูฐคือพาหนะที่จำเป็นต้องใช้

ชีคอัมรินห์รั้งเอวบางให้เดินตามหลังพี่ชายที่ก้าวนำหน้าลงไปเบื้องล่าง เพื่อพาไปเลือกม้าที่ซื้อให้เป็นของขวัญงานแต่ง เป็นธรรมเนียมประเพณีอย่างหนึ่งของซาดัสที่จะให้ของขวัญวันสมรสคู่บ่าวสาวเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางและใช้ชีวิต แต่ชีคอิรัมย์เลือกม้าแทนอูฐ เพราะคงได้ใช้ประโยชน์มากกว่า

แต่รถก็ขับบนทะเลทรายได้ เธอแย้ง

รถน้ำมันหมดกลางทาง ก็ไปต่อไม่ได้

ม้าถ้าหมดแรงกลางทะเลทราย ก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกัน ปางนภัทรเถียง ชีคหนุ่มทั้งสองหันมามองหน้าเธอ

หาน้ำหาหญ้าให้ม้ามันกิน ง่ายกว่าจะขุดน้ำมันกลางทะเลทรายมาเติมรถก็แล้วกัน ชีคอิรัมย์ว่าฉุนๆ เมื่อความหวังดีถูกตีรวนปฏิเสธเสีย

ถึงขี่ไม่เป็นก็หัดไม่ยาก อัมรินห์ชำนาญขี่ม้า ให้สามีคุณหัดให้ ไม่นานก็ขี่ได้เอง ว่าใส่อย่างฉุนๆ ก่อนจะเดินนำลงไปข้างล่าง ชีคอัมรินห์แอบลอบถอนหายใจอีกหนึ่งคำรบ หลังจากการปะทะคารมหมดไปหนึ่งยก

จะมีวันไหนที่ภรรยาและพี่ชายเขาจะหันหน้ามาคุยกันดีๆบ้างไหม...คนกลางตัวต้นเหตุอย่างเขาพลอยอึดอัดใจและรู้สึกผิด เมื่อคนที่รักทั้งสองต้องมาบาดหมางขัดแย้งกันอย่างนี้

หวังว่าคงไม่ต้องรอจนวันเขาสิ้นลมหรอกนะ...ชีคอัมรินห์แอบคิดอย่างอ่อนใจ

 

ทุ่งหญ้าเขียวขจีบริเวณด้านหลังคฤหาสน์ทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

ปางนภัทรชอบเปิดหน้าต่างมายืนดูความเขียวสดชื่นที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจสบายตา รู้ว่าต้องใช้กำลังคนและกำลังทรัพย์อยู่ไม่น้อยในการจะสร้างและรักษาสีเขียวขจีท่ามกลางทะเลทรายร้อนแล้งแห้งผากไว้

ตอนแรกเธอคิดแค่ว่าบ้านของเธอมีสนามหญ้ากว้าง...ตอนนี้เพิ่งรู้ว่า ทุ่งหญ้านี่เอาไว้สำหรับขี่ม้าด้วยอีกอย่างหนึ่ง

ชีคอัมรินห์เป็นนักขี่ม้าตัวยง เธอเห็นเหรียญและถ้วยรางวัลที่วางไว้คู่กับรูปถ่ายมีเกือบทุกมุมของคฤหาสน์ท่านชีคอารีฟ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้แข่งคนเดียว พี่ชายฝาแฝดก็เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมทีมและอยู่ในความสำเร็จนั่น

สรุปว่าฝาแฝดทั้งคู่เก่งกาจในการขี่ม้า ความสามารถของพวกเขามีมากหลากหลายจนเธอนึกทึ่ง

คุณชอบตัวไหน? ชีคอิรัมย์ถามขึ้นมา เมื่อเห็นเธอพิจารณามองม้าสี่ตัวที่มาใหม่ในคอกอยู่นาน

ปางนภัทรเพ่งพินิจ มองม้าอาหรับตัวโตที่สูงท่วมหัวแล้วนึกหวั่นเกรงว่าจะปีนขึ้นขี่หลังมันยังไงไหว ดวงหน้าเล็กๆส่ายไปมา   ไม่ชอบซักตัวค่ะ ฉันขี่ม้าไม่เป็น เธอย้ำ นึกเกรงรูปร่างสูงใหญ่ และท่อนขาเรียวกล้ามเนื้อเด่นชัดนั่น

แต่ยังไงคุณก็ต้องหัด ให้อัมรินห์หัดให้ เขาขี่ม้าเก่ง คำแนะนำกึ่งคำสั่งและแฝงแววข่มขู่อยู่ในที

ปางนภัทรตาขุ่น เงยหน้าขวับมองคนตัวโตกว่า ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องฝึกเลยซักนิด

ใครจะไปคิด วันหนึ่งม้าอาจจะเป็นพาหนะเดียวที่คุณมี ดังนั้นคุณจำเป็นต้องหัดขี่ให้เป็น เขาย้ำเสียงเข้ม

บ้าอำนาจในหัวของปางนภัทรโพล่งดัง จับจ้องดวงตาขุ่นอยู่ที่ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเช่นเดียวกับสามีเธอ ชีคอัมรินห์ยังไม่กล้าออกคำสั่งอย่างนี้กับเธอเลย แล้วชีคอิรัมย์นึกว่าตัวเองเป็นใครกัน ดวงตาคมของเขาจับจ้องที่ใบหน้าเธอ ไม่ยอมแพ้ต่อความดื้อดึงเช่นกัน

คุณชอบตัวนี้หรือปราง ชีคอัมรินห์เข้ามาถาม เมื่อเห็นเธอยืนหยุดอยู่หน้าม้าขนสีน้ำตาลไหม้ตัวสูงใหญ่

ปางนภัทรส่ายหน้าดิก ฉันไม่อยากขี่ กลัวตกลงมาค่ะ

ชีคอัมรินห์จับมือเธอ ยิ้มกว้าง มองตาหวาน มีผมเป็นครู จะปล่อยให้คุณตกม้าได้ยังไง ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเถอะ แล้วลงมาหัดขี่ม้ากัน แล้วคุณจะต้องชอบ ว่าแล้วชีคอัมรินห์ก็ดึงแขนเธอเพื่อขึ้นไปเปลี่ยนชุดให้ดูทะมัดทะแมง

แม้จะแข็งขืนดึงดันไว้ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะสู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้ ถึงได้ปลิวตามมือเขาไป

ชีคอิรัมย์หัวเราะหึๆในลำคอ จนฟริ๊นซ์มองหน้าอย่างแปลกใจ ชอบใจอะไรหรือท่าน?

คนถูกถามไม่ยอมตอบ ยื่นฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ม้าตัวที่เขาเลือกให้ปางนภัทรแล้ว และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วย

ฟริ๊นซ์มองท่าทางแปลกๆของชีคอิรัมย์ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมาคอยตามป่วนคู่แต่งงานใหม่ด้วย เขาเดาความรู้สึกไม่ออกจริงๆ

 

ปางนภัทรหน้าหงิก อยู่ในชุดทะมัดทะแมงที่ชีคอัมรินห์คะยั้นคะยอให้ใส่ แล้วลากร่างเล็กกลับลงมาที่สนามหญ้าที่มีม้าสี่ตัว และผู้ชายสองคนรออยู่ ม้าพวกนี้ตัวโต จะขึ้นขี่ได้ยังไง?

ชีคอัมรินห์เหยียบโกลน ก่อนกระโจนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าท่าทางคล่องแคล่ว เหยียดหลังตั้งตรงสง่างาม

ปางนภัทรแหงนหน้ามองคอตั้ง ภาพเขาในยามนี้ช่างงดงามสง่าน่าประทับใจนัก

ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า ขึ้นมาสิปราง

มือเล็กๆของเธอยื่นไปหาเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ ทุลักทุเลน่าดูกว่าจะขึ้นไปอยู่บนหลังได้ ม้าเริ่มเดินขยับเมื่อมีแรงกระตุ้น ทำให้ไม่ง่ายเลยซักนิด แต่อยู่ดีๆ ปางนภัทรก็รู้สึกตัวเองลอยหวือ เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ไปนั่งบนหลังม้าหน้าชีคอัมรินห์เสียแล้ว

ใบหน้าเหรอหรางงงันมองกลับลงไป แล้วก็เห็นว่า เป็นฝีมือพี่ชายเขา ที่อุ้มเอวเธอตัวลอยส่งให้น้องชาย

ใบหน้าของปางนภัทรแดงซ่านขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครสนใจ เมื่อชีคอิรัมย์และฟริ๊นซ์ต่างก็กระโดดขึ้นม้าของตัวเองย่างเหยาะเข้ามาใกล้ ก่อนที่ม้าทั้งสามตัวจะถูกขับควบทะยานไปข้างหน้า

เธอกรีดร้องดังอย่างตกใจ ขดตัวซุกอยู่กับอกของคนที่เป็นปราการอยู่เบื้องหลัง เสียงชีคอัมรินห์หัวเราะเบาๆ ก้มลงมากระซิบข้างหู ไม่ต้องกลัวหรอกนะปราง ผมคอยดูแลคุณอยู่ตรงนี้

ดวงตาที่หลับปี๋ค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เธอเองกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า บนหลังม้าที่ควบฝีเท้าหนักแน่น สายลมเย็นปะทะใบหน้า ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ ครู่ใหญ่ต่อมาก็เริ่มชิน

ลองจับสายบังเหียนดูสิ เขาแนะ

อย่าปล่อยมือนะคะ เธอย้ำ แล้วทำตามคำบอกของเขา

ปล่อยตัวตามสบายนะปราง อย่านั่งหลังแข็งทื่อไม่งั้นคุณจะปวดหลัง เสียงกระซิบบอกมาพร้อมกับสายลมเย็นแผ่ว ความรู้สึกอุ่นใจทำให้ปางนภัทรเลิกเกร็ง

ทำให้รู้สึกว่าคุณเป็นหนึ่งเดียวกับม้า แล้วคุณจะรู้จังหวะว่าต้องควบคุมมันยังไง

เธอพยักหน้าเบาๆเข้าใจ ปล่อยตัวเองตามสบาย คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของม้า แล้วก็ขับเคลื่อนมันไปข้างหน้า ไม่รู้สึกว่ายากอย่างที่คิดแต่แรก...แต่นั่นแหละ เธอมีชีคอัมรินห์เป็นปราการเบื้องหลัง คอยปกป้อง จึงคลายความกลัวลงไปหมดสิ้น

ม้าสามตัววิ่งมาไกลทดสอบฝีเท้าไปจนถึงหมู่ต้นไม้ใหญ่เขียวขจี ชีคอิรัมย์และฟริ๊นซ์ที่มาถึงก่อน รั้งสายบังเหียน บังคับม้าให้ย่างเหยาะหยุดที่ใต้ต้นไม้ ก่อนที่พวกเขาจะกระโดดลง ปล่อยให้ม้าและเล็มหญ้าสีเขียวจากต้นเปลี่ยนรสชาติแทนหญ้าที่คอกม้าซึ่งคนเลี้ยงไปเกี่ยวมาให้

ชีคอัมรินห์มาถึงทีหลัง ไม่กล้าจะควบม้าเร็วนัก เพราะยังต้องคอยดูแลปางนภัทร และอยากให้เธอทำความคุ้นเคยกับม้า ขจัดความกลัวออกไปจากใจเธอเสียก่อน จึงค่อยฝึกให้เธอหัดขี่ ถึงเวลานั้น เธอต้องชอบการขี่ม้าเหมือนเขา

ชีคหนุ่มมองไปยังอนาคตข้างหน้า...เห็นภาพที่เขาได้ขี่ม้าเคียงคู่ไปกับเธอบนทุ่งกว้าง ฟังเสียงหัวเราะสดใส รอยยิ้มสวยฉายความสุข เคียงคู่กัน

เมื่อมาถึงใต้ต้นไม้ ชีคอัมรินห์จับเอวเล็กทำท่าจะอุ้มลง แต่ปางนภัทรสั่นหน้า เริ่มคุ้นชินและชอบที่จะอยู่บนหลังม้าบ้างแล้ว เขาจึงกระโดดลง และจูงสายบังเหียนเพื่อฝึกให้ม้าเดิน โดยมีปางนภัทรควบคุม

ไงครับชีคคา ติดใจแล้วสิ ฟริ๊นซ์ถาม เมื่อเห็นท่าปางนภัทรจะชอบม้าสีน้ำตาลไหม้ตัวนี้เสียแล้ว

ดวงหน้าใสอมยิ้ม พยักหน้า สนุกดีเหมือนกันค่ะ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้

ท่าชีคอัมรินห์จะเป็นครูฝึกชั้นเยี่ยมจริงๆ ฟริ๊นซ์ยกนิ้วให้ คนที่ยิ้มลูบหัวเจ้าม้าแสนเชื่องที่ปางนภัทรกำลังขี่

มันชื่ออะไรครับท่านพี่

เรียกมันว่าเจ้าบราวน์ตามสีขนมัน ชีคอิรัมย์ตอบ

ม้าอาหรับน่าจะมีชื่ออาหรับบ้าง

ก็ลองให้เจ้าของตั้งดูสิ เขาแนะ

ชีคอัมรินห์เงยหน้าถามปางนภัทร เธอทำหน้าเหรอหรา ม้าตัวนี้เป็นของฉันเหรอคะ? ถามด้วยสีหน้าดีใจเหมือนเด็กได้ของขวัญถูกใจ ทั้งที่เมื่อครู่ใหญ่ยังปฏิเสธเอาเป็นเอาตายหัวเด็ดตีนขาดอยู่เลยแท้ๆ

เธอก้มตัวลงเพื่อให้มือบางแตะลูบไล้ที่หัวมันแผ่วเบา ชื่ออะไรดีล่ะเจ้าบราวน์

ท่วงท่าอ่อนโยนอาทรนั่น ทำให้ชีคอิรัมย์มองเพลิดเพลินอย่างลืมตัว

ฉันตั้งชื่อมันว่าบราวนี่ก็แล้วกันนะคะ เรียกง่ายขึ้น แต่คล้ายชื่อเดิม มันจะได้ไม่สับสน เสียงใสปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ ทุกคนอมยิ้ม เห็นพ้องด้วยอย่างไม่มีขัด ม้าควรจะตั้งชื่อด้วยเจ้าของ จึงไม่มีความเห็นใด

ชีคฝาแฝดและฟริ๊นซ์นั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่แผ่กิ่งใบกว้างขวาง ลมเย็นของฤดูหนาวพัดแรง มองปางนภัทรที่ดึงสายบังเหียนฝึกบังคับม้าเดินไปเดินมาด้วยความเพลิดเพลิน

ชีคอัมรินห์เลือกม้าสองตัวตามที่พี่ชายให้ ท่านพี่เตรียมงานแต่งงานไปถึงไหนแล้วครับ เขาชวนสนทนา

คนกำลังสบายใจหน้าเครียดขึ้นมา ท่านแม่เป็นคนตระเตรียมเรื่องนั้นทั้งหมด เจ้าก็รู้หน้าที่พี่แค่เป็นเจ้าบ่าว เขากล่าวราวกับไม่ยินดียินร้ายกระตือรือร้น ถือกิ่งไม้เล็กๆขีดเขียนตัวอักษรอารบิกบนพื้นไปมา

ฟังแล้วผมอยากแต่งแทนท่านเสียจริง ฟริ๊นซ์กระเซ้าท่าทีเฉยชาของเจ้าบ่าวที่ไม่เห็นเนื้อเต้นเลยซักนิด

ท่านพี่ทำเหมือนกับถูกบังคับให้แต่งงาน สีหน้าชีคอัมรินห์ไม่สบายใจ เพราะหนึ่งในเจ้าสาวครั้งนี้ คืออดีตคู่หมั้นของเขา ไม่แน่ใจว่าชีคอิรัมย์เต็มใจรับไดย่าเพื่อหมั้นหมายอีกคนหรือเปล่า...แต่เพราะเป็นคำมั่นสัญญาแห่งสองตระกูล และเพื่อจะเปิดทางให้ความรักของเขาด้วย เท่ากับว่าตอนนี้พี่ชายสามารถเลือกเจ้าสาวได้อีกแค่คนเดียวเท่านั้น

ไยพูดอย่างนั้นล่ะน้องชาย ทั้งไดย่าและซาติน ล้วนเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม น่ารักอ่อนหวาน คำบอกนั้น เหมือนปลอบใจตัวเองมากกว่า

ก็หน้าตาท่านไม่ได้ชื่นบานดีใจแม้แต่นิด

พี่เคยแต่งงานมาแล้วนี่นา...ทุกสิ่งในโลกล้วนไม่ตื่นเต้นเท่าครั้งแรกหรอก

แล้วพี่ลิยาน่าห์เป็นอย่างไรบ้าง? ชีคอัมรินห์ถามอย่างนึกห่วงใยถึง

พี่ชายฝาแฝดถอนใจ เมื่อนึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา เลยไม่มีใครกล้าถามต่อ

แต่งงานมีเมียหลายๆคนนี่ก็ดีเหมือนกัน โอกาสมีลูกก็จะมากขึ้น และถ้าได้ทายาทของซาดัสรุ่นต่อไปจากท่านพี่ เห็นทีท่านพ่อคงจะวางมือเสียที ชีคอัมรินห์กล่าวปลอบใจพี่ชาย

ในขณะที่คนชักม้าเดินไปมาเริ่มนิ่วหน้านิด ส่งสายตาขุ่นมามองสามี...ก็เรื่องอะไรไปสนับสนุนให้มีเมียหลายๆคน

ผู้หญิงบ้านนี้เมืองนี้ในสายตาผู้ชาย มีหน้าที่แค่สนองตัณหา และมีค่าแค่เป็นแม่พันธุ์ผลิตลูกหรือไร...คิดแล้วก็ให้อ่อนใจ และสั่งตัวเองให้เลิกคิดวุ่นวายใจเสียดีกว่า ยังไงเธอก็ไปเปลี่ยนแปลงจารีต ประเพณี สิ่งที่พวกเขาได้รับปลูกฝังสืบทอดต่อกันมาเป็นพันๆปีไม่ได้

ลมหนาวพัดหวีดหวิวแรงจนกิ่งไม้ไหวเอน สามหนุ่มที่นั่งใต้ต้นไม้เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงอย่างเกรงว่ากิ่งไหนจะร่วงลงมาใส่หัว และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ระวัง ชีคอิรัมย์ที่สายตาไวนัก กระโจนผลักน้องชายให้พ้นวิถีที่กิ่งไม้แห้งท่อนเขื่องจะตกใส่ กระนั้นเขาก็โดนกระแทกเข้าอย่างจังที่หัวไหล่

กิ่งไม้ที่ตกเสียงดัง ยังผลให้ปางนภัทรสะดุ้งโหยงตกใจ เช่นเดียวกับเจ้าบราวนี่ที่ยกขาคู่หน้าตะกุยตะกายอากาศ เมื่อถูกชักสายบังเหียน พร้อมเท้าเล็กสะเปะสะปะกระแทกเข้าที่สีข้าง มันก็กระโจนวิ่งเตลิด พร้อมกับเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของคนบนหลังมันไปด้วย

ปราง ชีคอิรัมย์เงยหน้าขึ้นมาทันเห็น ร้องตะโกนสุดเสียง ไวเท่าความคิด เขารีบลุกพรวดกระโจนขึ้นหลังม้าสีดำที่และเล็มหญ้าเพลินอยู่ ควบกวดตามหลังเจ้าบราวนี่ไป

ฟริ๊นซ์ที่ยังคลุกฝุ่นเพราะหลบกิ่งไม้ที่ร่วงลงมาใส่ ฉุดแขนชีคอัมรินห์ให้ลุกขึ้น สองคนพุ่งไปที่ม้าตัวที่เหลืออยู่ เจ้าม้าตกใจนึกว่าจะถูกทำร้ายก็วิ่งเตลิดหนีไปอีกทิศหนึ่ง ทั้งสองวิ่งไล่กวดมันแต่ก็ไม่ทันฝีเท้าว่องไวนั่น ได้แต่ยืนมองตามหลัง หันกลับไปมองอีกทิศทาง ชีคอิรัมย์กำลังไล่กวดม้าบราวนี่ที่ปางนภัทรขี่ไปไกลลิบแล้ว

สีหน้ากังวลห่วงใย ทำได้เพียงวิ่งตามไปห่างๆ ทิ้งระยะไกลโขนัก เขาได้แต่ภาวนาขอให้เธอปลอดภัย อย่าเป็นอะไรเลย

 

มือที่กำสายบังเหียนเลื่อนหลุดไปแล้ว สติของเธอกระเจิดกระเจิงจนไม่ทันตั้งตัวได้ ร่างบางทำได้เพียงหมอบตัวต่ำกอดคอเจ้าบราวนี่ไว้แน่นอย่างตกใจ

ใจเย็นๆนะปราง ก้มตัวต่ำไว้ กอดม้าไว้ให้แน่นๆ เสียงตะโกนสั่งก้องจากเบื้องหลัง

ลมข้างหูหวีดหวิวฟังน่าหวาดเสียวนัก ร่างเล็กสะท้อนขึ้นลงตามแรงกระโจนของฝีเท้าม้า ขนเรียบลื่นสีน้ำตาลของเจ้าบราวนี่เป็นอุปสรรคในการยึดเกาะให้มั่น สองมือของเธอไขว่คว้าหาที่พึ่งพิงเป็นสามารถ แต่ก็ดูไม่อาจต้านแรงกระโดดควบไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายได้

เกาะไว้นะปราง เกาะไว้แน่นๆ เสียงนั้นใกล้เข้ามา เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ห่างเธอแค่ไหน แต่บราวนี่ก็พาเธอวิ่งไปข้างหน้าไม่ยอมหยุด ขาและตัวเธอหลุดจากหลังม้ามาห้อยต่องแต่งอยู่ข้างตัวมันแล้ว และ อีกไม่กี่อึดใจ เธอคงถูกสะบัดตกม้าและอาจจะถูกมันเหยียบซ้ำก็ได้ สติของเจ้าบราวนี่ตอนนี้ คงเหลือน้อยนิดพอๆกับเธอ

มือเล็กที่เกี่ยวเกาะขนมันแปลบแน่น เริ่มเลื่อนหลุดลงมา ดวงตากลมหลับปี๋ทั้งความกลัวและหวาดเสียว

ในวินาทีที่สุดปลายมือเธอจะคว้าตัวม้าได้ รู้สึกร่างตัวเองปลิวคว้างอยู่ในอากาศ ถูกกระชากเข้าหาความอุ่นวาบที่กอดรัดปกป้องไว้ เสียงสะท้อนของหัวใจเต้นดัง พร้อมเสียงกระซิบที่ข้างหู

ไม่เป็นไรนะปราง...คุณปลอดภัยแล้ว

ปางนภัทรไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในเสี้ยววินาทีแห่งชีวิตนั้น การหลับตาปี๋ และกำลังกลัวสุดขีดทำให้เธอพลาดอะไรไป แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกที ตอนนี้เธออยู่บนหลังม้า ในอ้อมอกของเขา หน้าเล็กๆซุกกับอกกว้างนั้นแน่นๆ กอดเกาะรัดไว้ อย่างหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก

ฉันกลัว...ฉันกลัวเหลือเกินค่ะ เธอไม่อาจห้ามน้ำตาไว้ได้

จมูกโด่งคมกดลงที่ศีรษะเล็กๆที่ซุกอยู่อกเขาปลอบประโลม ไม่ต้องกลัว...ผมมาช่วยคุณแล้ว ผมยอมไม่ให้คุณเป็นอะไร?

หากใบหน้าเล็กก็ยังซุกหน้าร่ำไห้สะอึกสะอื้นอยู่แนบอกเขา...หากไม่มีหน้าที่ต้องขี่ม้าไปด้วย เขาคงจะโอบกอดปลอบโยนเธอแล้ว แต่ตอนนี้ชีคอิรัมย์ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ นอกจากบังคับม้าให้วิ่งช้าลง จนเปลี่ยนเป็นย่างเหยาะเพื่อให้เธอคลายความกลัว จนมันหยุดนิ่ง

ปางนภัทรเงยใบหน้านองน้ำตาขึ้นมองเขา ริมฝีปากอิ่มสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำ ความตกใจยังไม่คลาย

นิ้วมือแกร่งเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกให้คนขี้แยอย่างสงสาร ไม่ต้องกลัวนะคุณปลอดภัยแล้ว ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบอบบางแนบอก ลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจเธอ

กลิ่นกายนี้...แม้จะคุ้นชิน...แต่เขาไม่ใช่

ปางนภัทรเงยหน้าขวับขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำตื่นตระหนก

ดวงตาที่ทอดมองมาเหมือนกัน รอยยิ้มที่มอบให้เธอเหมือนกัน...ทุกสิ่งเหมือนกัน...แต่เขาไม่ใช่

เห็นพราวน้ำตาราวกับจะหยด หัวใจของเขาแทบจะขาดตาม ฝ่ามือใหญ่โอบประคองแก้มนวลแดงระเรื่อ มองริมฝีปากสั่นระริกแล้วห้ามหัวใจด้วยความยากลำบาก

ในเวลานี้ อำนาจแห่งหัวใจมีมากเกินกว่าจะควบคุมสติ มือใหญ่เชยคางมนให้เงยหน้า เมื่อสายน้ำตาเริ่มเหือด กลีบปากหยักคมกำลังจะประทับลงไปเพื่อปลอบใจปลอบขวัญ ริมฝีปากร้อนผ่าวกำลังแตะที่กลีบปากเธอ

ไม่ได้นะเสียงร้องห้ามปรามดังจากในหัว ร่างของปางนภัทรผงะห่าง

ชีคอิรัมย์ เธอเรียกชื่อเขาเสียงดัง ดวงตากลมเบิกโพลง

เขาได้สติ มองสีหน้าตระหนกตกใจของเธอ กล้ำกลืนความหวามล้ำที่ผลักดันที่ทำให้เกือบทำอะไรไปโดยลืมตัว

หากดวงตาคมยังมองใบหน้านวลใสที่ใกล้จนลมหายใจสายร้อนผ่าวสัมผัสถึงกัน หลุบดวงตาต่ำลง ต่างอึกอักพูดไม่ออกก่อนนิ่งนานไป หัวใจสองดวงเต้นด้วยจังหวะถี่กระชั้น...งงงันว่าแรงดึงดูดมหาศาลที่เกือบห้ามไม่ทันนั่นเกิดขึ้นได้ยังไงกัน

อัมรินห์กับฟริ๊นซ์รออยู่ใต้ต้นไม้ พวกเขาตามเรามาไม่ทัน ชีคอิรัมย์เอ่ยประโยคนั่นหลังเงียบไปนาน นึกเสียดายเวลาที่จะใกล้ชิดกัน ก่อนจะตัดใจชักสายบังเหียนบังคับม้าให้กลับไปยังทิศทางเดิม

หัวใจของเขาเต้นแรงจนเธอได้ยิน เช่นเดียวกับหัวใจของเธอในยามนี้

เมื่อกี้ชีคอิรัมย์กำลังจะทำอะไรกัน...เธอไม่กล้าคิดว่าเขากำลังจะจูบเธอ...มันจะเป็นไปได้ยังไง...ในเมื่อฐานะในตอนนี้เธอเป็นภรรยาของน้องชายเขา...ชีคอิรัมย์จะไม่ทำอย่างนั้น...เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น

ในเมื่อเริ่มต้น เขาพาเธอมาที่นี่ ก็เพื่อให้ชีคอัมรินห์...ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

มิใช่หรือ?...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #136 aoistar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 02:18
    ตามมาตั้งแต่ภาคแรก...น่าสงสารอ่ะ..รักกันไม่ไม่อาจอยู่รวมกันได้
    #136
    0
  2. #43 Aulfafa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 22:13

    อยากไปขี่ม้าบ้างจังเลย

    #43
    0
  3. #42 SN piercensean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 09:28
    Awn... my poor handsome...
    Nice ja you have a good weekend naka take care
    #42
    0
  4. #41 chapu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 09:55
    อืม เริ่มสงสารชีคอิรัมย์ แล้วชิ ฮิฮิ ฮิ  ยกปรางให่อิรัมย์ดีใหม
    อ้อ  (เปลียนนเราเป็นปรางดีไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า  คิดไปได้)  ตอนี้เห็นใจ
    ชีคแล้วง่ะ  5555
    #41
    0
  5. #38 อนัญญา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 10:28
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าชีคอิรัมย์จะเป็นพระเอกมากกว่าชีคอัมรินห์ รักยุ่งอีรุงตุงนังกันจริง ๆ
    #38
    0
  6. #37 dekbanna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 10:06
    ท่านชีคอิรัมย์กำลังทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่นะจ๊ะ ปัญญาหัวใจยากนักที่จะเข้าใจ
    #37
    0