Vampire Phantom แค้นรักอันตรายนายแวมไพร์เจ้าเล่ห์

ตอนที่ 9 : บทที่ 7 ท่านเอิร์ลผู้ตกอับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 พ.ค. 62



บทที่ 7 ท่านเอิร์ลผู้ตกอับ

 

ฉันวิ่งออกมาข้างนอกในวินาทีเฉียดฉิว เพราะก่อนหน้านี้มัวแต่ยืนตระหนกตอนเห็นรอยจูบของหลุยส์บริเวณต้นคอจากกระจกเงา พอมาเจอสมาชิกในครอบครัวฉันยืนออกันอยู่ในสวนฉันก็รีบหักหลบเดินหนีไปทางอื่น ถอดริบบิ้นที่ผูกติดกับชุดอีกข้างที่เหลือออกมา อีกข้างหนึ่งฉันได้ใช้ทำเป็นเชือกผูกหน้ากากให้หลุยส์ไปแล้ว ฉันพันริบบิ้นไว้รอบคอเพื่อปกปิดรอยจูบนั่นทั้งที่ยังเดินอย่างไม่สามารถหยุดพักได้ จนกระทั่งเดินชนสิ่งกีดขวางเข้าอย่างจัง

ตุบ!

“ขอโทษค่ะ”

“พี่ลิล” สิ่งกีดขวางที่ว่าคือน้องชายคนเล็กสุดของบ้านเรา ท่าทางเหนื่อยหอบของเขาเหมือนคนที่เพิ่งจะวิ่งหนีอะไรมา เสียงของเขาเปลี่ยนไปจนฉันแทบจำไม่ได้

“ดีแลน ทำไมเสียงเราเป็นแบบนั้น” ฉันมุ่นคิ้วมองเขาอย่างสงสัย ลดมือลงจากคอเพราะไม่อยากให้เขาสงสัยว่าทำไมฉันถึงต้องเอามือมาง่วนอยู่บริเวณนั้น น้องชายฉันใช้ผ้าเช็ดหน้ารองมือเอาไว้ก่อนจะยัดนิ้วเข้าไปในปากแล้วดึงบางสิ่งบางอย่างออกมา ลักษณะเหมือนเหงือกปลอม

“ที่ดัดเสียง” เขาบอก

“แล้วเรามาทำอะไรที่นี่” ฉันถามขณะสำรวจดูชุดที่เขาสวมใส่อย่างไม่เรียบร้อย เสื้อเชิ้ตที่ติดกระดุมเอาไว้ลวกๆ แถมผิดตำแหน่งอีกด้วย ทั้งชายเสื้อยังหลุดรุ่ยออกจากนอกกางเกง เนกไทที่ผูกไว้บิดเบี้ยวไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งผิดกับความเป็นคนเจ้าระเบียบอย่างเขาโดยสิ้นเชิง

“ผมมาหาวาเลนเซีย” เขาบอกโดยไม่ต้องใช้เวลาหยุดคิด น้ำเสียงของเขากลับมาปกติเหมือนเคยหลังจากเจ้าเหงือกปลอมนั่นไม่ได้อยู่ในปากแล้ว ฉันเองก็น่าจะรู้นะว่าน้องชายฉันคงไม่ตามหาใครอื่นนอกจากวาเลนเซีย

“นี่คงจะรีบเปลี่ยนชุดพ่อบ้านให้กลายเป็นสุภาพบุรุษแต่เวลาไม่พอสินะ สภาพถึงได้ออกมาแบบนี้” ฉันติดกระดุมเสื้อให้เขาเสียใหม่ ก่อนจะผูกไทให้เป็นระเบียบ “เราวิ่งมารึไง”

“ครับ...ผมวิ่งมา” เขาหันไปทางห้องกระจก ที่ตอนนี้ผ้าม่านได้ปิดลงอย่างมิดชิด “คนอื่นๆ ไปรวมตัวกันที่ไหนบ้างครับ”

“อยู่ในสวนหน้าอาคารน่ะ”

“แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่ครับ”

“เออ...มาเดินเล่นน่ะจ้ะ”

“เดี๋ยวผมขอตัวไปตามหาวาเลนเซียก่อนนะ ผมอยากดูให้แน่ใจว่าเธอออกมาข้างนอกแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ก่อน” ฉันยิ้มเจือนให้น้องชายที่สีหน้าเริ่มวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นไปทุกที

หมับ!

“ลิลี่” ดีแลนวางมือลงบนไหล่ฉันเบาตอนที่ฉันกำลังจะก้าวขา “หลุยส์เขาไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับพี่ใช่ไหม”

“มะ...ไม่หรอก” ...มันยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น “อย่ากังวลเลยนะ ไปตามหาวาเลนเซียเถอะ” ฉันแกะมือน้องชายออก ก่อนจะบีบเบาๆ เขายึกยักสำรวจดูฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ริบบิ้นพี่สวยดีนะ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าเอาพันรอบคอแล้วก็ไม่เลวเหมือนกัน”

“อ้อ...เอาไว้ว่างๆ พี่จะออกแบบให้คนรักเราบ้าง” คำกล่าวของฉันทำให้แก้มของดีแลนที่อาบไปด้วยเม็ดเหงื่อขึ้นสี พลางเจ้าตัวยังรีบหันหน้าหนีเหมือนพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่าง

“ผมไปก่อนนะครับ” เขารีบออกตัว

ฉันลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจที่สามารถทำให้ดีแลนเลิกสนใจความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับฉันได้ พอแหงนหน้าขึ้นก็เห็นพระจันทร์สีเงินเด่นหราอยู่กึ่งกลางท้องฟ้า พระจันทร์ดวงเดียวกันกับที่หลุยส์เหม่อมองเมื่อก่อนหน้านี้ตอนที่มันยังไม่ทันเคลื่อนตัวขึ้นมาสูงถึงจุดที่กำลังสถิตอยู่

“พระจันทร์สวยนะ”

น้ำเสียงของเขาแว่วอยู่ในหูของฉัน

“ผมไม่ได้มองพระจันทร์มานานเท่าไรแล้วนะ”

ตอนนั้นฉันประหลาดใจเป็นอย่างมากที่คนอย่างเขาจะให้ความสนใจกับพระจันทร์

“คุณว่ากระต่าย...”

ประโยคที่เขายังไม่ทันมีโอกาสต่อให้จบ ทำไมถึงได้ตามมาหลอกหลอนในวินาทีนี้ ฉันบอกตัวเองว่าไม่ได้อยากรู้เลยสักนิดว่าเขาจะพูดอะไร พลางส่ายหน้าไปมาขณะที่ยกมือขึ้นมาโอบกอดหัวไหล่ตัวเองไว้แน่น ไม่อยากจะคิดถึงหลุยส์ ไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าทำไมฉันถึงยังรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ จากเขาที่เคยเป่ารดลงมาบริเวณต้นคอ รวมถึงการจูบดูดดื่มของเขาที่กระทำลงไปราวกับว่าเจ้าตัวเห็นฉันเป็นของหวานเลิศรส

“คุณมันบ้า” พอสบถแล้วฉันก็รีบสาวเท้าเดินย้อนกลับไปหาทุกคน

เมื่อมาถึง ฉันเห็นเซอร์คัสกับลูคัสส่งอลิซาเบธและนิชาขึ้นไปบนเกวียนอย่างเร่งรีบด้วยสีหน้าวิตกกังวล ท่านพ่อกับท่านแม่แสดงท่าทีเหมือนต้องการจะคะยั้นคะยอให้พี่ชายทั้งสองให้ขึ้นเกวียนไปกับทั้งหญิงสาวสองคนด้วย แต่พวกเขาดื้อดึงทั้งยังจะเดินตรงเข้าไปหาดีแลนที่ยืนหน้าเครียดอยู่ท่าเดียว พอฉันเห็นว่าท่านแม่ร้องไห้ก็รู้สึกได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ

“ท่านแม่” ฉันรีบวิ่งเข้าไปหา “พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นคะ”

“วาเลนเซีย...” เซอร์คัสหันมามองสีหน้าวิตก “...กับหลุยส์ ยังไม่ออกมาจากห้องบอลรูม”

“หลุยส์” หัวใจฉันหล่นไปอยู่แทบเท้า “วาเลนเซีย”

“เราแยกทางกับเขาเมื่อไหร่ลิลี่ เกิดอะไรขึ้น เขาทำอะไรเรารึเปล่า เราถึงได้ทิ้งเขาเอาไว้ในนั้นคนเดียว” ลูคัสตรงเข้ามาหาฉัน มือไม้ของเขาหยิบจับแขนฉันขึ้นมาดูเหมือนจะหารอยขีดข่วน

“พี่คะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลิลแค่ออกมาก่อนเขาก็เท่านั้น” ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ต้องโกหกทุกคน แต่ฉันเสียใจยิ่งกว่าที่ตอนนี้หลุยส์ยังติดอยู่ในนั้น และนั่นก็คือสาเหตุที่ฉันไม่อยากให้พูดอะไรออกไปให้คนในบ้านต้องรู้สึกไม่ดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“เราต้องพาหลุยส์กับวาเลนเซียออกมา” พี่ลูคัสเอ่ยเสียงเครียด

“ลูกรัก ปล่อยให้พ่อเขาเป็นคนเข้าไปเถอะลูก พวกเราไม่ควรจะปล่อยให้แฟนไปรออยู่ที่คฤหาสน์เพียงลำพังนะ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ที่สำคัญพวกเธอไม่มีเวทมนตร์ด้วย” ท่านแม่เตือนพี่ชายทั้งสองคน

“แต่วาเลนเซีย” เซอร์คัสเอ่ยขึ้น

“ผมจะเข้าไปพาเธอมาเอง” ดีแลนว่า

“วาเลนเซียควรอยู่กับแดเนียลนี่” ฉันประสาทเสียขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงตรงนี้ “ทำไมเธอไม่ออกมาพร้อมเขา”

“ลิลี่ วาเลนเซียไม่ได้อยู่กับแดเนียลก่อนถึงเวลาเที่ยงคืน แดเนียลเต้นรำกับผู้หญิงคนอื่น”

“นายหมายความว่ายังไงกันดีแลน” ลูคัสทักขึ้น

“เรื่องมันยาว เดี๋ยวผมค่อยเล่าให้พวกพี่ฟังภายหลังได้ไหม ตอนนี้พี่กับพี่ เซอร์คัสพาท่านพ่อท่านแม่แล้วก็แฟนของพวกพี่กลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง” ดีแลนรีบบอกแล้วหันมาทางฉัน “พี่ก็ด้วย”

“เราจะเข้าไปในนั้นยังไงตัวคนเดียว” ลูคัสว่า

“เขาจะไม่เข้าไปที่นั่นตัวคนเดียวอย่างแน่นอน เพราะลิลจะเข้าไปพร้อมกับดีแลนด้วย” ฉันโพล่งออกมา

“ลิลี่” ท่านแม่ร้องเสียงสูง “หนูจะเข้าไปในนั้นทำไม”

“แม่คะ ลิลเป็นต้นเหตุทำให้หลุยส์ติดอยู่ที่นั่น”

“ฉันเป็นต้นเหตุทำให้หลุยส์มาที่หมู่บ้านแห่งนี้ เพราะฉะนั้นฉันจะเข้าไป” ลูคัสประกาศบอก

“ไม่มีใครเป็นต้นเหตุอะไรทั้งนั้น ดีแลน...ถ้าลูกอยากเข้าไปช่วยวาเลนเซีย ก็ควรจะเข้าไป ส่วนเซอร์คัส ลูคัส กลับไปเฝ้าบ้าน พาแม่กลับไปด้วย พ่อจะเข้าไปเอง” ท่านพ่อออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาอีกเลย

“แล้วลิลี่ล่ะครับท่านพ่อ” เซอร์คัสหันมาทางฉัน

“ลิลี่จะอยู่กับพ่อ” ท่านพ่อบีบไหล่ฉันไว้แต่พอหลวม

“มาเถอะครับท่านแม่” ลูคัสประคองท่านแม่ขึ้นเกวียน เซอร์คัสจึงกระโดดขึ้นตามไปด้วย สักพักเกวียนก็ถูกลากออกไปจากบริเวณนี้

“ลิลี่” มือใหญ่ของท่านพ่อประคองหน้าฉันไว้ “พ่อรู้ว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจ บอกพ่อได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อไม่ต้องการให้หนูต้องมาแบกรับอะไรเอาไว้แบบนี้ เพียงเพราะห่วงพี่เขาหรอกนะ บอกพ่อมาสิลูก”

“ท่านพ่อคะ ให้หนูเข้าไปหาหลุยส์เถอะนะคะ หนูเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาติดอยู่ในนั้น”

“ลิลี่ ลูกยังไม่ได้ตอบคำถามพ่อเลย”

“หนูเตะเขา หนูรำคาญเขาก็เลยเตะน้องชายเขาไป เลยไม่ทันได้คิดว่าเขาอาจจะออกมาที่นี่ไม่ได้”

“พี่เตะหลุยส์หรือ” ดีแลนแสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะหันไปทางท่านพ่อ “ท่านพ่อครับ อีกสามนาทีประตูจะปิด”

“ลิลี่จะเข้าไปกับลูก พ่อจะรออยู่ข้างนอก”

“ขอบคุณค่ะท่านพ่อ” ฉันกระโดดกอดคอท่านพ่อเอาไว้แน่น “หนูรู้สึกผิดจริงๆ...”

...ที่ไม่สามารถบอกเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านพ่อและสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวรับฟังได้ แต่ฉันพร้อมที่จะรับผิดชอบปัญหาทั้งหมดนี้จริงๆ นะ จากหัวใจเลย

“อะไรที่มันจะทำให้ลูกสบายใจขึ้น พ่อก็ยอมทั้งนั้น เข้าไปข้างในเถอะ พ่อจะรออยู่ข้างนอก” ท่านพ่อกอดฉันตอบ “ระวังตัวด้วยนะ สาวน้อยของพ่อ”

“พี่ลิล เราต้องไปแล้ว”

“ลิลี่” แดเนียลโผล่มาตอนที่คุณพ่อปล่อยตัวฉันพอดี “ผมดีใจที่คุณอยู่ที่นี่ ผมได้ยินข่าว...”

“แดเนียล ฉันต้องเข้าไปในนั้นก่อน ไว้คุยกันวันหลังนะคะ” ฉันตัดบท

“เข้าไปทำไม” เขาขมวดคิ้ว “ตอนนี้เป็นเวลาต้องห้ามนะลิลี่”

“แดเนียล” ท่านพ่อดึงแขนแดเนียลเอาไว้ตอนที่ฉันถอยห่างจากเขามา ฉันเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงก่อนจะหันหน้าหนี ไม่อยากจะสบกับดวงตาคู่นั้นที่กำลังฉายแววฉงนกึ่งแปลกใจ

“พี่ลิล” ดีแลนกระชับมือฉันเอาไว้

เราสบตากัน ดวงตาของดีแลนฉายแวววิตกพอๆ กับฉัน

“ทุกอย่างจะต้องราบรื่นไปด้วยดี แต่พี่ไม่น่าไปเตะน้องชายเขาเลย หากมันจะทำให้พี่ลำบากขนาดนี้”

“ก็เขาชอบกวนประสาทพี่นี่นา” ฉันเล่าอย่างรู้สึกผิดไม่น้อย

“ผมดีใจ...ที่เขาไม่ได้ทำอะไรพี่” เขายิ้มแล้วพาฉันวิ่งผ่านประตูเข้าไปข้างใน

ฉันเม้มปากเป็นเส้นตรงขณะมองด้านหลังของน้องชายด้วยสายตาหดหู่เต็มทน ฉันกำลังโกหกทุกคน...เพื่อปกป้องเขาอย่างนั้นหรือ

ลิลี่ นี่มันไม่ใช่เธอเลยนะ...

...เธอแค่ไม่ต้องการให้คนในบ้านเป็นห่วง

...เธอไม่ต้องการเปิดโอกาสให้หลุยส์ได้ทำลายความสุขของคนอื่น

แล้วความสุขของเธอล่ะ...

...มันไม่สำคัญอะไร เธอยังมีความสุขดีทุกอย่าง แค่โดนก้าวก่ายจากคนนอกมากก็เท่านั้น

ฉันส่ายหัวแล้วพยายามจดจ่อกับสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ในตอนนี้

 

หมอกสีขาวครอบคลุมพื้นที่จนแทบจะมองไม่เห็นทาง ไอเย็นโอบกอดร่างของพวกเราเอาไว้ท่ามกลางห้องบอลรูมอันกว้างขวาง ดีแลนกุมมือฉันเอาไว้แน่น

“ทำไมหมอกหนาขนาดนี้นะ” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด “ผมไม่เคยเห็นหมอกแบบนี้มาก่อน”

“พี่ก็สงสัยเหมือนกันว่ามันมาจากไหน”

“เวทมนตร์ วงเวทแห่งตราสัญลักษณ์ที่สลายตัวหลังจากเที่ยงคืนอาจจะทำให้เกิดหมอกควันได้ แต่ผมไม่เคยเห็นครั้งไหนหนาขนาดนี้มาก่อน ผมใจไม่ดีเลยพี่ลิล”

“นี่หมายถึงความผิดพลาดที่เรากลัวอยู่รึเปล่าดีแลน”

“ใช่ ยิ่งผมกลัวและพยายามหลีกเลี่ยงมากเท่าไหร่ สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นอยู่ดี”

“เขาสองคนต้องไม่เป็นไร” ฉันบอกเขา

“เราต้องไปที่กลางฟลอร์เต้นรำ วาเลนเซียอาจจะยังอยู่ที่นั่น” ดีแลนเอ่ยอย่างจริงจัง

“ยังอยู่ที่นั่น...” ฉันขมวดคิ้ว

“เพราะเธอเต้นรำอยู่ที่นั่นตลอดเวลา”

“ดีแลน” ฉันดึงน้องชายเอาไว้ “เรารู้ได้ยังไงว่าวาเลยเซียอยู่ที่นั่นตลอดเวลา”

น้องชายฉันหันกลับมามองหน้าฉันจริงจังก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า...

“เพราะก่อนหน้านั้นผมเต้นรำอยู่กับเธอตลอดเวลา”

“หมายความว่ายังไง” ฉันยกมือขึ้นมากุมอก “ก็เราเพิ่งมาจากบ้านไม่ใช่หรือ”

“ผมปิดบังไม่ให้เธอรู้ ปลอมตัวเป็นอัศวินแห่งฟาร์มารีน แลกคู่เต้นรำกับแดเนียล แล้วผมก็เต้นรำกับเธอจนกระทั่งจบงาน ก่อนจะหนีเธอไป”

“ทำไมถึงได้ทำอะไรแบบนี้นะ น้องชายพี่” ฉันมองเขาอย่างสลด เมื่อเห็นว่านัยน์ตาคู่สีฟ้าน้ำทะเลฉายแววเศร้าหมองระหว่างเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฉันฟัง

“พี่ก็รู้ว่าวาเลนเซียไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่” เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่น “มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรามีความสุขกับค่ำคืนนี้ได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงหนึ่งคืนในชีวิตก็ตาม”

ดีแลนชอบวาเลนเซียมาตลอด สิ่งนี้ฉันรู้เป็นอย่างดี แต่อย่างที่เขาบอก...วาเลนเซียมักอารมณ์เสียกับดีแลนเกือบจะตลอดเวลา เธอไม่เคยรู้เลยว่าน้องชายของฉันรักเธอมากขนาดไหน และฉันก็ไม่คิดจะบอกด้วย เพราะเรื่องแบบนี้จะดีเสียกว่าหากพวกเขาเป็นคนเอ่ยปากบอกซึ่งกันและกันเอง

“ลิลี่” ดีแลนกุมมือฉันเอาไว้แน่น “อย่าบอกวาเลนเซียนะ ว่าคืนนี้ผมเคยเป็นใคร ผมรู้ว่ามันอาจจะเป็นการกระทำที่ดูเหมือนคนขี้ขลาด แต่ผมขอแค่ได้เห็นเธอมีความสุขก็พอ”

“แล้ววาเลนเซียมีความสุขไหม”

“เธอมีความสุขกับอัศวินแห่งฟาร์มารีนของเธอดี แต่ไม่ใช่ดีแลน คลีฟ”

ฉันรู้สึกหดหู่ ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเรากันแน่ ไม่ว่าจะเรื่องความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากระหว่างดีแลนและวาเลนเซีย ทั้งคนแปลกหน้ายังมาติดอยู่ในห้องบอลรูมในเวลาต้องห้ามแบบนี้

“ไม่...พี่จะไม่บอกใครทั้งนั้น” ...เพราะพี่เองก็มีอะไรปิดบังเราอยู่เหมือนกัน

“พี่ทิ้งหลุยส์ไว้ที่ไหน” น้องชายฉันย้อนกลับมายังหัวข้อสำคัญ

“ฟลอร์เต้นรำรอบนอก ที่ไหนสักแห่ง”

“ดูพี่จะใจร้ายกับเขาจัง”

“ทำไม เราสงสารเขารึไง”

“ท่านเอิร์ลผู้ตกอับ ถูกลิลี่ คลีฟ ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างไว้เบื้องหลังแบบนี้ คงเสียศักดิ์ศรีเขาน่าดู” น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นดีแลนกระแหนะกระแหนใคร แต่เขาคงนึกสมน้ำหน้าหลุยส์อยู่ไม่น้อยที่พูดออกมาแบบนี้

“ภาวนาให้หาพวกเขาเจอเถอะ” ฉันพึมพำเบาๆ พลางหลับตาลง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาดเหมือนกับจะถูกสายหมอกบีบรัด

“พี่ได้ยินเสียงสะอื้นไหม”

เมื่อดีแลนทักขึ้นแล้วหันกลับมา กลุ่มหมอกประหลาดก็คลายออกจากตัวฉัน แต่ฉันก็ยังอดมองมันอย่างแปลกใจไม่ได้ แต่เสียงสะอื้นที่ดีแลนกล่าวถึงดึงดูดความสนใจของฉันจากพวกมัน จากนั้นเราก็มองเห็นร่างอันบอบบางของวาเลนเซียที่นั่งกองอยู่บนพื้น

“วาเลนเซีย” ดีแลนถลาเข้าใส่วาเลนเซียพร้อมประคองไหล่เธอเอาไว้

เมื่อฉันวิ่งเข้าไปหาจึงเห็นว่ามีหลุยส์กำลังยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล จากที่เขาเคยยืนมองเด็กสาวอย่างแน่นิ่ง ก็หันกลับมาทางฉันก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาหน่อยๆ ฉันสบตาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองดูร่างเด็กสาวที่กำลังร่ำไห้สะอื้นเหมือนจะขาดใจอีกครั้ง ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ที่แน่ๆ ความโกรธได้พุ่งมาถึงหัวใจ ไม่อาจห้ามขาของฉันให้พุ่งเข้าใส่หลุยส์ได้เลย

หมับ! ฉันกำข้อมือของหลุยส์ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะออกแรงจูงเขาหลบไปอีกทางที่อยู่ห่างจากดีแลนและวาเลนเซียมามากพอสมควร แต่ฉันไม่สามารถระบุได้ว่าที่ไหน

“คุณนี่ก็แปลกนะ ก่อนหน้านี้ยังตีผมอยู่เลย พอถึงตอนนี้ก็มาฉุดกระชากลากถูอย่างกับผมเป็นเชลยรักของคุณอย่างนั้นละ”

พรึบ! ฉันปล่อยมือเขาทันควัน แล้วหันกลับไปจ้องหน้าเขาตาเขม็ง ก่อนจะหมดความอดทนขึ้นมาเพราะรอยยิ้มยียวนกวนประสาทของเขาอีกครั้ง จนพลั้งมือตบหน้าเขาเข้าไปเต็มแรง

เพี้ยะ!

“คุณเชลยที่รัก” ฉันกัดฟันพูดเชิงประชด “ช่วยบอกฉันที่ได้ไหมว่าคุณทำอะไรกับน้องสาวฉันกันแน่”

ฉันสังเกตเห็นว่าสีหน้าของหลุยส์ไม่ได้แต้มไปด้วยรอยยิ้มอีกแล้ว

หมับ หวืด! มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขน กระชากร่างฉันเข้าหาตัวพลางกอดเอวฉันแน่น ก่อนจะอุ้มฉันขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว โดยที่อีกข้างรวบมือฉันเอาไว้

“คุณคิดว่าผมควรจะทำอะไรเธอล่ะ” เขาเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้

“ใครจะไปรู้เล่าว่าคุณทำอะไรได้บ้าง” ฉันเผลอเบ้ปากออกมาเพราะความเจ็บจากมือของหลุยส์ที่บีบข้อมือฉันแน่น ยิ่งฉันพยายามดิ้นมากเท่าไหร่มือใหญ่ก็กดร่างฉันแนบแน่นกับตัวเขามากขึ้นเท่านั้น  “ปล่อยฉันลงนะคนบ้าพลัง”

“ผมถามอะไรหน่อยเถอะ...คุณนี่ชอบลงไม้ลงมือเฉพาะกับผมใช่ไหม” เขาจ้องหน้าฉันตาเขม็ง

“คุณไม่ทำตามสัญญา คุณสัญญากับฉันเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้คนในบ้านเดือดร้อนหรือเจ็บปวด และจะไม่แตะเนื้อต้องตัวฉันหากไม่จำเป็น แต่คุณล่วงเกินฉัน แค่นั้นยังไม่พอคุณยังทำให้วาเลยเซียร้องไห้อีก มันทำให้ฉันทนมองคุณเฉยๆ ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว”

“คุณก็เลยตบตีผมเพื่อระบายอารมณ์อย่างนั้นเถอะ” หลุยส์มองฉันด้วยสายตาเย็นชา

“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าคุณทำอะไรลงไป วาเลนเซียถึงได้ร้องไห้ฟูมฟายอย่างนั้น”

“ก็แค่ชี้ทางสว่างให้เธอเท่านั้น ที่เหลือเธอทำตัวเองเองต่างหาก ผู้หญิงที่ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองแบบนั้น ก็ต้องเจ็บปวดอย่างที่คุณเห็นนั่นละ” น้ำเสียงของเขาเย็นชาจนฉันรู้สึกเกร็งไปหมดทั้งตัว

“คนที่ไม่เข้าใจตัวเองต้องเจ็บปวดใช่ไหมคะหลุยส์” ฉันย้อนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “แค่พวกเขาไม่เข้าใจตัวเองเขายังเจ็บปวดไม่พออีกรึไง คุณถึงต้องเข้ามายุ่งวุ่นวายในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของคุณ คุณถึงต้องทำร้ายเธอ”

“ถ้าหากความจริงที่ผมพูดออกไปมันทำให้เธอเจ็บ มันก็ช่วยไม่ได้” เขาเอ่ยหน้าตาย

“คุณพูดอะไรกับเธอ” ฉันถามอย่างร้อนรน

“ผมก็แค่บอกว่าเธอเห็นแก่ตัวจนมองไม่เห็นความรักที่ดีแลนพยายามหยิบยื่นให้ก็เท่านั้นเอง” แม้ว่าดวงตาของหลุยส์จะฉายแววเศร้า แต่ฉันก็ยังคิดว่าสิ่งที่เขาพูดมันร้ายกาจเกินไปสำหรับวาเลนเซีย และนั่นก็เป็นเหตุให้ฉันไม่อาจให้อภัยเขาได้เลย

“คุณช่างไม่มีหัวใจเลยจริงๆ”

“คุณบอกว่าผมไม่มีหัวใจ ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บปวด เมื่อตอนที่พี่ชายของคุณมาแย่งคู่หมั้นผมไป เขาแย่งไปทั้งตัวและหัวใจของเธอ โดยไม่หลงเหลืออะไรเอาไว้ให้ผมเลย” นัยน์ตาสีฟ้าครามอมเทาที่นิ่งสนิทและแข็งกร้าว ฉายแววที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปวดร้าวทำให้ฉันกลืนน้ำลายอย่างหนืดคอ

ฉันโหดร้ายเกินไปไหม...ที่ทำร้ายเขาแบบนั้น

ลูคัสใจร้ายเกินไปรึเปล่า...ที่แย่งอลิซาเบธมากจากเขา

สิ่งที่พวกเราทั้งสองคนได้ทำลงไป ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือ ฉันพูดออกไปโดยไม่คิดว่า เขาไม่มีหัวใจ แล้วการกระทำของฉันที่แสดงต่อเขา มันเรียกว่าการกระทำของบุคคลที่มีหัวใจรึเปล่า

เปล่าเลย...ฉันไม่ได้ให้ความยุติธรรมกับเขาเลย เพราะความอคติจากการกระทำอันบ้าคลั่งของเขา ทำให้ฉันมองเขาในแง่ลบจนไม่ลืมหูลืมตา หรือแม้แต่มองเห็นเลยว่า...เขาเองก็อาจจะเจ็บปวดได้เช่นกัน

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #1221 minny2009 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 22:31
    สมน้ำหน้าหลุยส์ จิงๆ55555555555
    #1,221
    0
  2. #1151 Quart z゙ ice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 16:29

    โรคจิตขนานแท้เลยหลุย

    #1,151
    0
  3. #241 fifteen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 13:52

    อิจฉาอ่ะ
    มีพี่ชายน้องชายคอยเป็นห่วง

    #241
    0
  4. #137 Sarnear (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 13:12
    สะใจง่ะ
    หลุยส์สลบเลย 5555555555
    #137
    0
  5. #132 l3ENOWZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 / 00:57
    แง อ่านไปอ่านมาเริ่มสงสารลิลี่ > <
    หลุยส์เจ้าเลห์สะเหลือเกิ๊น .
    #132
    0
  6. #116 Vampire Angle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2552 / 20:43
    อีฟอ่านของพี่แทบไม่ทันค่ะ ลงไวจัง แต่ไวก้อดีนะคะจะได้อ่านแบบอรมรณืไม่ค้างอ่ะค่ะ สู้ๆนะคะ เปณกำลังใจให้ค่ะ
    #116
    0
  7. #115 seadragon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 20:26
    ไม่เข้าใจตรงที่ลิลี่มีแฟนแล้วแต่ทำไม่ต้องให้ตาหลุยซ์มาจุ้นกะลิลี่ด้วยสงสารแดเนียลอ่ะ,,,,จากคนแอบอ่านมานานแต่โพสให้100คะแนนทุกครั้งนะค่ะ
    #115
    0
  8. #111 boongkee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 19:36

    เอือก!! อ่านตอนนี้อยากจะบอกว่าช็อก มาก ค่ะ !!!

    หลุยส์กล้าเกิ๊น แต่สะใจอ่ะ 555 ไม่สงสารลิลลี่เลยอ่ะพี่ 

    สงสารหลุยส์อ่ะ สงสารมากเลยต้องเจ็บตัวอ่ะ อั๊ย!!!

    เหมือนเด็กขาดความอบอุ่นเลยน่าเก็บไว้เลี้ยง หึหึหึ 

    ส่วนลิลลี่ก็มีนิดๆอ่ะนะ อะแฮ่มๆ 555 

    หลุยส์ก็น่ารักจริงเชียวหัวแตกเจ็บก็เจ็บยังดันทุรังจูบลิลลี่อีก กร๊ากกกกกก

    #111
    0
  9. #110 bunbun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 18:56
    ช่อบบบบบบบบบบหลุย ย ย





    5 55 5 5 555+
    #110
    0
  10. #108 fene_sun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 12:49
    กรี๊ดดดดดดดดดดด >.< ท่านเอิร์ล หื่นเกิ๊น!!!!!!!!!!!!
    #108
    0
  11. #106 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 11:48

    โอ้โห หลุยส์ร้ายหวะ แอบติดเรทด้วย
    อย่างที่พี่นาตบอก
    หล่อ แต่โรคจิต =O=

    #106
    0
  12. #105 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 00:27
    น้องเตย กลับมาอ่านใหม่นะคะ TOT ตอนที่หนูเข้ามาอ่าน
    มันโดนตัดตอนท้ายๆ ประมาณว่าไม่ครบ
    ถ้าจบด้วยเส้น ___________________________
    ตามมาด้วย :::เจ้าชายอัศวิน
    ถึงหมายความว่ามันจบตอนค่ะ TOT
    #105
    0
  13. #103 แมวเหมียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 00:05

    อ๊ากกก O[]O เรทๆๆ เรทมากเคอะ โหะๆๆ ที่เตยบอกว่าสงสารหลุยซ์เมื่อกี้ถือว่าโมฆะนะคะ
    หมั่นไส้..คนอารายเนี่ย ปากว่ามือถึงเชียวพ่อคู้นนนน เค้าคิดอะไรของเค้าอยู่กันแน่ผู้ชายคนนี้

    แต่แอบสะใจลิลี่ซัดผลั่วะ ..ฮ่าๆๆ เจอของจริงแล้วท่านเอิร์ลน้อย

    #103
    0