Vampire Phantom แค้นรักอันตรายนายแวมไพร์เจ้าเล่ห์

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 ราชาจิ้งจอกกับหญิงสาวผู้อารี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 พ.ค. 62

บทที่ 8 ราชาจิ้งจอกกับหญิงสาวผู้อารี

 

ขณะที่เราทั้งคู่ยังประชันสงครามสายตาอยู่นั้น ฉันก็ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเสียก่อน ไม่ใช่เพราะยอมปราชัยแต่ประการใด แต่เป็นเพราะอุณหภูมิรอบกายที่กำลังลดต่ำลงอย่างประหลาด โดยเริ่มต้นมาจากฝั่งซ้ายมือของฉันในตอนนี้ ภายใต้หมอกควันสีขาวมีกลิ่นอายของเวทมนตร์ซึ่งฉันเอาก็ไม่คุ้นเคยกับมันเท่าไรนัก จากนั้นหลุยส์ก็ปล่อยฉันลง ก่อนจะเดินผ่านฉันไปเงียบๆ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะการโต้ตอบที่เราเรียกว่าปกติเลยสักนิด เพราะปกติเขาอาจจะพูดอะไรต่อไป พร้อมแสดงสีหน้าไร้ความรู้สึกหรือไม่สะทกสะท้าน แต่ตอนนี้เขาทำให้ฉันรู้สึกผิดมหันต์อีกครั้ง ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเพราะแผลใจ แล้วเวลาที่หลุยส์รู้สึกหดหู่ เขาจะรู้ไหมนะว่าบรรยากาศภายในตัวห้องบอลรูมกำลังเปลี่ยนไป บรรยากาศที่อาจรวบรวมความเป็นอันตรายเอาไว้

“หลุยส์” เมื่อฉันเอี้ยวตัวหันไปมองหาเขา กลับเห็นเพียงความว่างเปล่าท่ามกลางสายหมอกสีขาว ฉันยืนลังเลกับทิศทางที่แตกต่างอย่างไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไงดี เพราะอีกทางหนึ่งที่เราจากมาเราน่าจะหาดีแลนเจอได้ แต่หลุยส์ดันเดินไปอีกทางที่จะทำให้ฉันและน้องไกลห่างกันไปอีก

เธอลังเลไม่ได้ลิลี่...เพราะเธอมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเขา

ฉันรีบตามไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วก็รู้สึกเหมือนมีเมฆก้อนใหญ่ลอยตามฉันมาด้วย เมฆที่ก่อตัวจากกลุ่มหมอกสีขาวก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นสีเทา ส่งเสียงร้องโหยหวนเหมือนวิญญาณร้ายที่หิวกระหาย

ลิลี่ คลีฟ เจ้าหญิงคนสวยของคฤหาสน์รังรักแห่งคลีฟ

เสียงนั่นดังก้อง ที่สำคัญมันเอ่ยชื่อฉัน

เธอรู้สึกผิด ที่ทำให้พ่อหนุ่มคนนั้นเจ็บปวดอีกแล้ว ฮ่าๆๆ เขาช่างเป็นคนโชคร้ายจัง ที่ปล่อยให้ความหึงหวงเข้าใจผิดทำให้ตัวเองต้องสูญเสียคนรักแรกให้กับพี่ชายของเธอ ตอนนี้เจ้าตัวก็ยังเสียใจไม่หาย แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าไม่สนใจอะไร ทั้งที่เขาสนใจ และตอนนี้เขาก็กำลังคิดที่จะแย่งเธอไปจากคนในหมู่บ้านต้องคำสาป พรากเธอกับคนรักเพื่อแก้แคนพี่ชายของเธอ...แล้วแดเนียล พ่อหนุ่มผู้ไร้เดียงสาคนนั้นก็จะต้องเจ็บปวด ประวัติศาสตร์กำลังจะเดินย่ำซ้ำรอยเดิม แดเนียลของเธอจะต้องอกหัก เพราะวันหนึ่งเธอจะต้องกลายเป็นของหลุยส์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นทั้งกาย...และหัวใจ...

“ไม่จริง มันจะไม่เกิดขึ้น” ฉันหยุดวิ่งแล้วหันไปมองดูกลุ่มเมฆที่บัดนี้กลายเป็นสีดำและก่อตัวเป็นกลุ่มใหญ่กว่าเดิม มันลอยอยู่เบื้องหน้าและเหนือหัวของฉัน

มันจะไม่เกิดขึ้น เป็นวิธีหลอกตัวเองที่ใสซื่อและไร้เดียงสา เธอหลบหนีโชคชะตาของตัวเองไม่ได้หรอก ยกเว้นเสียแต่ว่าเธอจะรับความช่วยเหลือจากเรา เจ้าหญิงคนสวย เรามีวิธีจะช่วยให้เธอสมหวังในรักกับแดเนียล พ่อสุภาพบุรุษจอมขี้เล่นคนนั้น แล้วเราจะกำจัดหลุยส์ออกไปจากชีวิตของพวกเธอ ตลอดไปและตลอดกาล แต่เรามีข้อแลกเปลี่ยน...

“ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น” ฉันถอยหลังกรูดแล้วก็สะดุดขาตัวเองจนเสียหลัก “กรี๊ดดดดดด”

ตุบ!

“โอ๊ย...” ฉันครางเพราะความเจ็บปวดเนื่องมาจากข้อเท้าแพลง พลางแหงนหน้ามองกลุ่มเมฆแล้วถลกกระโปรงขึ้นเพื่อดึงไม้กายสิทธิ์ที่เสียบไว้กับถุงน่องที่มีขนาดยาวขึ้นมาแค่ครึ่งต้นขา ก่อนจะหลับหูหลับตาชี้ไม้กายสิทธิ์ไปข้างหน้า พึมพำเวทมนตร์คาถาสลายกลุ่มเวทมนตร์จนเกือบจะสำเร็จหากไม่มีเสียงใครดังขึ้นมาเสียก่อน

“คุณเป็นแม่มดหรือ จะเสกผมให้กลายเป็นเจ้าชายกบรึไง”

เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นหลุยส์ยืนยิ้มที่มุมปาก ในมือถือดาบสีเงินที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้มีไว้ในครอบครองเอาไว้อยู่ ก่อนที่สายตาแหลมคมจะกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าของฉันแล้วไล่ไปตามลำตัวก่อนจะค่อยๆ ลามปามไปจนถึงขาอ่อนพลางเลิกคิ้วสูง

“คุณมาได้ยังไง” ฉันพยายามสะกดอารมณ์เพื่อสอบถามเขาอย่างมีเหตุผลพลางดึงชายกระโปรงให้คลุมขาเอาไว้จนมิด เหลือบไปเห็นว่ากลุ่มเมฆนั้นได้หายไปแล้ว

“ผมได้ยินเสียงคุณ ตอนวิ่งไปหยิบดาบนี่” เขาชูดาบขึ้นอวด “ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาต่อหน้าต่อตาได้อย่างน่าประหลาดใจ ราวกับเวทมนตร์”

ดาบที่เขาถือ...เป็นดาบของเจ้าชายแวมไพร์ ที่ครั้งหนึ่งมันควรจะเป็นของลูคัสพี่ชายคนที่สองของฉัน แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่เจ้าชายแวมไพร์อีกต่อไปแล้ว

“ผมก็เลยวิ่งมาทางนี้ เลยมาเจอคุณนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น” เขาย่อตัวลงนั่งชันเข่าอยู่เบื้องหน้าฉัน ก่อนจะวางมือลงบนข้อเท้าฉันอย่างอ่อนโยน “ดูเหมือนใครบางคนจะบาดเจ็บ ไม่รู้เดินยังไง”

“ฉันตามหาคุณ” ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อาจเก็บซ่อนแววตาและความรู้สึกห่วงใยปนกังวลเอาไว้ได้อีกต่อไป

“ฟังดูน่าภูมิใจจัง” เจ้าตัวยิ้มออกมาราวกับว่าเมื่อก่อนหน้านี้เราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แต่ฉันกำลังกัดฟันแน่นด้วยสองเหตุผล หนึ่ง...หมั่นไส้หลุยส์และความภาคภูมิใจของเขา สอง...ก็เพราะบริเวณข้อเท้าที่คุณหมอจำเป็นพยายามจะรักษาให้มันดีขึ้น แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแปลบจนหายใจไม่ทั่วท้อง

หมับ!

“ฉันเจ็บนะคะ...หลุยส์” ฉันเอื้อมมือไปกุมต้นแขนอีกข้างเขาเอาไว้แน่น

“เส้นพลิก คุณเดินยังไงกัน ผมแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่าคนที่ระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาอย่างคุณจะปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บได้” มือใหญ่นวดข้อเท้าฉันเบาๆ อาการเจ็บปวดเริ่มบรรเทาขึ้นเรื่อยๆ

“ก็แค่เดินถอยหลัง แล้วสะดุดขาตัวเองก็เท่านั้น” ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเฉมองไปทางอื่น “ก่อนหน้านี้...คุณเดินหนีฉันไปทำไมคะ”

หลุยส์หยุดชะงัก ราวกับตัวเขาเองก็หยุดหายใจไปด้วย ฉันค่อยๆ หันกลับมาแล้วก้มหน้าลงต่ำเพื่อที่จะได้มองดูว่านัยน์ตาคู่สีฟ้าครามจะฉายแววแบบไหน แล้วในที่สุดมันก็ถูกตวัดกลับมาสบตาฉันเมื่อเจ้าของหันหน้ามาเล็กน้อย

“แค่อยากอยู่ห่างๆ คุณสักพัก ก่อนที่ผมจะอดใจไม่ไหว” เขายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

ฉันไม่กล้าถามต่อว่าเขาจะอดใจไม่ไหวเพราะเรื่องอะไร ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างหนืดคอ ปล่อยให้คนตรงหน้าหัวเราะในลำคออย่างขบขัน

“ฉันทำให้คุณโกรธอีกแล้วใช่ไหม”

“คุณทำให้ผมโกรธ เจ็บปวด และเสียใจจนไม่น่าให้อภัย”

คิดว่าจะถูกเขากวนประสาทกลับมาเสียอีก แต่ดูเหมือนกับว่าเขาเหนื่อยจนไม่คิดจะทำตัวซ่าแบบนิ่งขรึมตามสไตล์ใส่ฉันอีกแล้ว เขาคงรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“ฉัน...ขอโทษ แต่ทำไมคุณถึงหนีมาไกลนัก” ฉันบอกอย่างสำนึก หลุยส์เงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“เพราะตอนที่ผมจากคุณมา ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรตามผมอยู่ มีเสียงครวญครางคอยยื่นข้อเสนอบางอย่างให้ผมอยู่ตลอดเวลา เลยพยายามเดินหนีไปเรื่อยๆ แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็จากคุณมาไกลแล้ว จนกระทั่งมาเจอดาบ ก็เลยคิดว่าจะนำมันมาใช้เพื่อป้องกันตัว ไม่คิดด้วยซ้ำว่าคุณจะตามมาทั้งยังซุ่มซ่ามหกล้มหกลุกจนขาแพลง”

“เสียงครวญครางคอยยื่นข้อเสนออย่างนั้นหรือ เหมือนกับที่ฉันได้ยินเลย”

“วาเลนเซียก็ได้ยิน” เขาบอกอย่างจริงจังขณะถอดโบว์ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจีบระบายบริเวณคอเสื้อออกมาพันรอบข้อเท้าฉัน “เสียงนั่นเสนออะไรให้คุณ”

“เสนอวิธีกำจัดคุณ” ฉันบอกด้วยโทนเสียงปรกติ

“โอ้...น่ากลัวจัง แสดงว่าคุณอยากกำจัดผมสินะ แล้วเขาบอกคุณว่าไงบ้าง”

“ยังไม่ได้บอกค่ะ เพราะฉันไม่คิดจะรับข้อเสนอจากพวกเขา ไม่ว่ามันจะวิเศษขนาดไหนก็ตาม ฉันขอกำจัดคุณด้วยวิธีของตัวเองจะดีเสียกว่า” ฉันทำปากกล้าไปอย่างนั้น แท้จริงแล้วยังไม่รู้เลยว่าจัดการเขายังไง แล้วอยู่ดีๆ หลุยส์ก็ยิ้มออกมา ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่เพียงแค่เจ้าเล่ห์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันฉายแววอบอุ่นชื่นชม ราวกับว่าเขากำลังชื่นชมอะไรอยู่สักอย่าง

“เขาเสนออะไรให้คุณ” ฉันอยากรู้ หลุยส์เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันพลางหรี่ตาลง ขยับร่างเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือไว้บนเอว

“เสนอวิธีที่ทำให้ผมได้ครอบครองคุณ” ริมฝีปากคู่สวยคลี่ยิ้ม ฉันเบิ่งตากว้างตัวแข็งทื้อ ขยับเขยื่อนไปไหนไม่ได้ “แต่ผมไม่รับข้อเสนอ เพราะผมชอบวิธีที่จะจัดการกับคุณด้วยตัวเองเสียมากกว่า”

หน้าฉันร้อนผาว ไม่ว่าเรื่อง ชอบจัดการอะไรๆ ด้วยตนเอง ที่เขาพูดออกมาจะเหมือนความคิดของฉันโดยบังเอิญหรือเขาจงใจ แต่มันก็ทำให้ฉันอดประหลาดใจไม่ได้ที่เราสองคนมีอะไรคล้ายคลึงกัน ท่ามกลางความแตกต่างหลายๆ อย่าง จนฉันเกือบจะลืมคำเตือนของเสียงกระซิบนั่นไปเลยทันที ว่าแท้จริงแล้วหลุยส์มาที่นี่เพียงเพราะต้องการจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือสำหรับการล้างแค้น แล้วก็ดูเหมือนกับว่าแผนการของเขาจะสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง เพราะตั้งแต่เขามาถึง เราแทบจะไม่เคยกระดิกตัวออกห่างกันเลยยกเว้นเวลาเข้านอน ฉันไม่สามารถนำสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองไปบอกเล่าให้ใครฟังได้ เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะปกป้องไม่ให้พี่ชายรู้สึกกังวลกับอะไรอีก มันจึงไม่ต่างอะไรกับชัยชนะขั้นพื้นฐานสำหรับหลุยส์ แต่หากคิดอีกแง่มุมหนึ่ง เสียงนั่นอาจจะต้องการปั่นหัวฉัน หรือไม่ก็ปั่นหัวหลุยส์ เพราะถ้าหากมันพยายามที่จะหยิบยื่นข้อเสนอให้กับทั้งสองฝ่าย รอวันที่ใครคนใดคนหนึ่งตอบตกลง แล้วมันก็จะทวงผลตอบแทนที่พวกเราไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่ามันจะเป็นอะไรได้บ้าง นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หวังดีเขาทำกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

“นั่นเป็นสาเหตุ...ที่ทำให้คุณยิ้มรึเปล่าคะ” ฉันอยากรู้...ว่ารอยยิ้มเมื่อก่อนหน้านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

“คุณหมายถึงอะไร” เขาตีหน้าไขสือ

“อะไรทำให้คุณยิ้มแบบเมื่อก่อนหน้านี้ รอยยิ้มของคุณเปลี่ยนไป”

“เปลี่ยนไปยังไง” เขาเลิกคิ้ว

“มันเจ้าเล่ห์ อบอุ่น แต่แอบแฝงไปด้วยความชื่นชม ฉันดูไม่ผิด...คุณไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนตั้งแต่มาอยู่ที่นี่” ฉันอธิบายอย่างเปิดเผย

“คุณสังเกตวิธีการยิ้มของผมเสียละเอียดถี่ยิบขนาดนี้เชียวหรือ...ลิลี่ คลีฟ”

แววตาของเขาอ่อนโยนเกินกว่าฉันจะทนไม่ให้ใจสั่นได้ไหว ตัวฉันชาไปหมดเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดจมูก แทนที่จะปฏิเสธหรือผลักไสไล่เขาออกห่างจากตัวฉันกลับนั่งนิ่งแม้ในยามที่ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้

“ผมแค่ประทับใจ ที่คุณไม่ตอบรับความช่วยเหลือจากเสียงนั่น เพื่อที่จะหาวิธีกำจัดผมด้วยตัวคุณเองก็เท่านั้น” สายลมอุ่นเป่ารดลงบนริมฝีปากของฉัน “มันทำให้ผมคิดว่า...เราสองคนมีอะไรคล้ายกัน”

“ฉัน...ก็คิดเหมือนกันกับคุณ”

เราอยู่ใกล้กันมาก จนฉันไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเขาจะยิ้มแบบไหน มีเพียงนัยน์ตาสีฟ้าครามอมเทาที่ทอประกายอยู่ใกล้ๆ บ่งบอกว่ากำลังมีความสุข ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม แล้วเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกตัวร้อน เมื่อเจ้าตัวประทับจูบลงมาอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล โดยเริ่มจากริมฝีปากล่างของฉัน ฉันตกใจพฤติกรรมไร้แรงต้านทานและแรงปรารถนาของตัวเองจนไม่สามารถหลับตาลงได้ จึงเหลือบไปเห็นเมฆก่อนใหญ่ที่เคยตามล่าฉันเมื่อก่อนหน้านี้มันย้อนกลับมาอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายที่ต้องการจะจู่โจมคือ...

“หลุยส์” ฉันผละตัวออกออกก่อนจะกดหัวแนบอกพลางกอดเอาไว้แน่น พยายามใช้มือและแขนปิดหูเขาเอาไว้อย่างยากลำบาก เพราะไม่ต้องการให้เขาเห็นในสิ่งที่ฉันกำลังจะทำในวินาทีต่อไปนี้ ก่อนจะเสกเกราะเวทมนตร์คุ้มกันรูปตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลคลีฟขึ้นมา

หลุยส์หยุดนิ่งในท่าเดิมอยู่สักระยะ จากนั้นฉันก็เริ่มรู้สึกได้ว่าวงแขนทั้งสองข้างกำลังคลืบคลานกอดรัดเอวฉันเอาไว้แน่น เป็นต้นเหตุให้หัวใจฉันเต้นแรงจนบอกไม่ถูก เขาทำให้ฉันหมดทางเลือก...จุมพิตมนตรา ที่มีอนุภาพรักษาบาดแผลหรือทำหน้าที่เหมือนยานอนหลับจึงถูกนำออกมาใช้

ฉันก้มลงจูบหลุยส์ที่กลางกระหม่อม มันทำให้เขาคล้อยหลับไปแล้วจริงๆ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #1222 minny2009 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2553 / 22:35

    โหสัมบัดสัมนวนจิงๆ

    #1,222
    0
  2. #702 กาแฟ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2552 / 19:05
    กริ๊ดๆๆ >< ท่านหลุยส์นี้ก็.......แกล้งลี่ลีผู้ไร้เดียงสาอยู่ได้ อ๊ายยยยยยยยยยยย ><
    #702
    0
  3. #157 แมวเหมียว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 16:15
    หลุยซ์ช่างสรรหาคำพูดมาบรรยายจนได้นะ เรื่องจูบทางอ้อมเนี่ย โหะๆๆ เอาจนได้จริงๆ ผู้ชายคนนี้ -__-
    แต่อยากรู้จังทำไมลิลี่ดูเหมือนไม่อยากให้หลุยซ์ใส่ชุดเจ้าชายแวมไพร์เลยอ่ะเนี่ย งงๆๆ
    จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #157
    0
  4. #156 จันทราส่องประกาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2552 / 12:58
    อิจฉาลิลลี่อ่า

    แงงงงง ง~

    ><
    #156
    0
  5. #149 Macize (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2552 / 03:39
    สนุกจนอ่านเพลินไปเลย
    ตกใจหมดเลยที่คลิกตอนต่อไปแล้วไม่มี
    พี่ทำให้หนูอารมณ์ค้างงงงงงง
    ช่วยมาอัพต่อด้วยได้โปรดดดดดดT^T
    หลุยสฺแบบได้ใจมากกกกกกกก
    หนูชอบผู้ชายแบบนี้>0<
    ปล.อยากได้ที่คั่นแต่อยู่ต่างประเทศอะ เศ้ราาาาาาาาาาาาาTT0TT
    ปล2.ชื่อคู่หมั้นลิลี่เหมือนคนที่หนูชอบคนล่าสุดเขาพิ่งย้ายกลับบ้านเกิดเขาเอง(ชอบหลายคนจริง)
    อ่านแล้วเศร้านิสัยคล้ายๆกันอีก Y_Y
    #149
    0
  6. #148 AliKA-Sand (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 23:58
    เพลงในหน้านิยายเพราะอ่า~!!
    อ่านเพลิน-ฟังเพลินเลย ^^
    #148
    0
  7. #144 boongkee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 20:08
    อี๋ยยยยยย น่ารักเกิ๊น >O<

    ท่านหลุยส์ปัญญาอ่อน บ้อแบ้ๆ เล่นอะไรอ่ะเป็นเด็กๆไปได้

    เล่นจนลิลลี่หัวเสียได้เจ๋งจริงให้ดิ้นตาย 55

    อ่านตอนนี้แล้วแอบหลอนเล็กน้อยถึงปานกลาง ชุดเจ้าชายแวมไพร์กับเรื่องที่เกี่ยวกับเลือด หึหึหึ

    ปล.หลุยส์น่ารักเสมอ กร๊ากๆ
    #144
    0
  8. #141 Sarnear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 13:25
    หลอกหลอนมากคะ หลุยส์
    #141
    0
  9. #139 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 13:17

    5555 ได้ยังไงกันแหนนิยายเก่าๆเรื่องลูคัสมีเยอะแยะไป~
    แต่นะหลุยซ์นี่ประหลาดดี ง้อผู้หญิงเป็นด้วยหลอ?? 555
    ส่งสัยต้องลุ้นดูตอนต่อไป ฮ่าๆ

    #139
    0
  10. #136 fene_sun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 13:10
    หลุยส์ ถ้าจำไม่ผิด นี่แค่วันแรกนะเออ - -"

    คิดถึงคอมอย่างแรง 5555+
    #136
    0
  11. #134 'สายไหม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 / 14:19
    ลิลลี่จะตามทันมั้ยเนี่ย
    5555
    #134
    0
  12. #133 l3ENOWZ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 / 01:03
    หลยุส์มันจะสลัดแดนออกไปจิง ๆ ใช่ไม๊
    สงสารน้องแดน  T o T.
    #133
    0
  13. #128 seadragon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 / 21:51
    พอเข้าใจแล้วค่ะ..พอดีอินมากไปหน่อย แอบหมั่นไส้อีตาหลุยซี่เนี่ยมานานแล้วตั้งแต่ VAMPIRE WICKED อ่ะน่ะแอบสะใจเล็กๆด้วยตอนที่โดนลูคัสแกล้งให้เจ็บใจ 555! ที่จริงเป็นเพราะเริ่มอ่าน vAMPIRE Wicked นี่แหละนะค่ะถึงมาอ่านเรื่องอื่นๆด้วย เป็นคนชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์มานานแล้ว.....เชื่อมั้ยค่ะว่าไม่เคยอ่านนิยายของพี่นาตมาก่อนเลย แต่พอเปิดมาเจอและรู้ว่าจะลบ..ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่3-4วัน ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านชนิดไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลย...เป็นเอามาก...อ่านจบภายใน3วัน ตั้งแต่ตอนแรกยันตอนสุดท้าย..นอนดึกตี2-3ทุกคืน...ใจแทบขาดเลยอ่ะนะ...ชอบลูคัสม้ากกกก..ซาดิสสสดี..เหอๆๆๆๆ..I LOVE ลูคัส...ร้ายแต่ก็อ่อนโยน (จะบอกว่ายิ่งอ่านยิ่งคล้ายแฟนหนูเองอ่ะค่ะ..!!!..อีตานี่เวลาบ้าๆๆขึ้นมาชอบแกล้งหนูเจ็บๆเหมือนลูคัสเลยแต่เวลาดี...ดีใจหายอ่อนโยนไม่เหลือคราบผู้ร้ายเลย....จะบ้าตายปรับอารมณ์ไม่ทันนะค่ะบางที...)เป็นกำลังใจให้นะค่ะ..(^0^)...,มังกรทะเล..
    #128
    0
  14. #127 Kim Seeda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 / 17:26

    กรี๊ด...เขินแทนลิลี่เลยนะเนี่ย หุหุ

    #127
    0
  15. #125 bunbun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 21:37
    หลุย ย ย ย ย ย = =



    555555





    สู้ๆ คิดถึงลูคัส ส ส จัง^^
    #125
    0
  16. #124 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 21:33

    ได้ยังไงห้ะ พี่นาตตตตตตตตตต
    ค้างอีกแล้ว เดียวจับบีบคอ (แหะๆล้อเล่นเดียวถ้าบีบไปไม่มีใครแต่งนิยายสนุกๆอีก TOT)
    เอาเป็นว่ามาอัพอีกไวๆนะคะ

    #124
    0
  17. #123 boongkee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 20:46
    เขียนแค่ ทุ--เร--ศ เอง ทำไมต้องเซ็นเซอร์ด้วย เค้าโกรธเด็กดี << - -?

    แต่หลุยส์มัน ทรุเร--ศจริงๆนะพี่ กร๊ากกๆๆๆๆ เหมาะกับหลุยส์มาก = =

    แฟนเค้าก็มียังไปเกาะแกะ - -
    #123
    0
  18. #122 boongkee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 20:42

    กรี๊ดดดดดดดด น่าอิจฉาลิลลี่อ่า กิสๆ(แกไม่เคยเห็นความชั่วของมันเลยใช่ไหม - -)

    หลุยส์ มากอ่ะ (ไม่รู้จะใช้คำว่าไรแล้ว - -) มือไวจริงๆ จับนู่นนี่ ปากก็ชั่วร้าย 

    พูดแต่เรื่องรักๆไคร่ๆ ทั้งที่เพิ่งจะเจอกันนะเออ 

    จิตใจยังโฉดชั่วอีก!! ไม่แคร์ความรู้สึกลิลี่เลยหรอ อิตาหลุยส์บร้า

    แกจะเห็นลิลลี่เป็นแค่ดอกไม้ริมทางใช่ไหมห๊ะ!!! (เริ่มเห็นความชั่วมันและ น่ากระทืบตืตาบเสียจริงๆ = = )

    แต่ยังไงก็รักอ่ะ กร๊ากกกก(อ้าวอินังนี่ - -)

    #122
    0
  19. #120 แมวเหมียว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 / 16:56
    เพลงหลอนจังเลยอ่ะพี่นาต
    #120
    0