Finding Prince หนึ่งคนที่ใช่ หัวใจบอกว่ารัก

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 เลสเตอร์สแควร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 พ.ย. 52

พ่อมดช่างเพ้อ:::

 

บทที่ 1 เลสเตอร์สแควร์

ต้นเดือนสิงหาคม ค.ศ. XXXX

อีกแค่สามชั่วโมงเท่านั้นที่ฉันจะต้องไปขึ้นเครื่อง เพราะมัวแต่ไปเดินตะเร็ดเตร็ดเตร่อยู่นาน และความไม่รู้จักเตรียมการล่วงหน้าทำให้ฉันต้องมาวิ่งพล่านตามหาเครื่องนุ่งห่มดีๆ จากกองเสื้อผ้าอันมหึมาที่ฉัน (คิด) ว่าไม่ดีตรงหน้า แล้วฉันก็คว้าได้กระโปรงยีนส์สั้นๆ มาพร้อมกับเสื้อยืดอีกหนึ่งตัวสำหรับใส่ขึ้นเครื่อง โดยมีแม่มายืนจังก้าเกาะกรอบประตูมองหน้านิ่วคิ้วขมวดบ่นนั่นบนนี่ไปเรื่อยเปื่อย แต่ฉันกลับให้ความสนใจกับสิ่งอื่นมากกว่า

กล้อง!

สิ่งอื่นที่ฉันกำลังหมายถึงคือกล้องถ่ายรูป

นี่โชคดีนะที่เป็นฤดูร้อนถึงได้ใส่กระโปรงสั้นๆ พวกนี้ได้ เรานี่จริงๆ เลยจะทำอะไรไม่รู้จักเตรียมการล่วงหน้านะ

หนูเตรียมแล้วนะแม่ หนูหมายถึง...เฉพาะสิ่งที่จำเป็นมากๆ เท่านั้น

ฉันเถียงข้างๆ คูๆ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองผิด และไอ้สิ่งที่จำเป็นมากๆ ในที่นี้ฉันกำลังหมายถึงพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน บัตรประกันสุขภาพในต่างประเทศ เอกสารสำคัญๆ บางอย่าง และก็เงิน! สิ่งเหล่านี้ฉันมักจะเตรียมการล่วงหน้าไว้สามเดือนก่อนวันออกเดินทางจะมาถึงเสมอ แต่ด้วยความที่ว่าฉันเป็นหญิงสาววัยยี่สิบสามที่ไม่ค่อยกินเส้นกับการจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเท่าไหร่นัก จึงต้องมาคึกคักเป็นพิเศษและง่วนอยู่กับการจัดเก็บข้าวของภายในสามชั่วโมงก่อนเครื่องบินจะออก

เจอแล้วแม่

ฉันรีบมุดเข้าไปใต้โต๊ะเขียนหนังสือที่มีลังกระดาษซ่อนอยู่ ตรงไปยังตำแหน่งที่กล้องถ่ายรูปตัวโปรดนอนแอ้งแม้งอยู่ในลังนั้น ซึ่งเดาว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนฉันอาจจะเอามันมาซ่อนลูกสาววัยสามขวบของเพื่อนแม่ที่นี่ พอซ่อนแล้วฉันก็ลืมมันไปเสร็จสรรพเพราะไม่มีโอกาสได้ใช้เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมสอบมาราทอน กล้องที่ว่านั้นเป็นกล้องของพานาโซนิค รุ่น DMC-FZ18 สีเงินที่ฉันกับพ่อช่วยกันหารสองช่วยชาติกวาดต้อนมาครอบครองได้ก่อนวันคริสต์มาสในวินาทีเฉียดฉิวด้วยราคา 300 ยูโร และมันก็ทำงานได้ดีเยี่ยมสมราคาจริงๆ (แพงนะนั่นสามร้อยยูโร)

ขิมไปแล้วนะ เดี๋ยวจะถ่ายรูปสวยๆ จากลอนดอนมาฝาก

เมื่อเก็บข้าวของที่ต้องการยัดใส่กระเป๋าจนครบแล้ว ฉันจึงลากกระเป๋าตรงเข้ามากอดหญิงวัยกลางคนร่างเล็กอย่างรู้สึกห่วงนิดๆ แต่ห่วงลอนดอนมากกว่าในตอนนี้

ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ แล้วก็อย่านอนดึก อย่าหักโหมให้มากนัก

จ้าแม่

ยิ้มให้แม่อีกครั้ง แม้ว่าแม่จะไม่อยากยิ้มตอบเลยก็ตาม แต่ก็พอจะสังเกตเห็นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของแม่ตอนเดินลงบันไดบ้านมา เลยขยิบตาให้แม่อย่างทะเล้นตอนถอยรถมาจอดหน้าบ้าน โบกมือให้ท่านอีกครั้งแล้วจึงออกรถไป

 

ฉันจอดรถทิ้งเอาไว้ที่โรงจอดรถใกล้สถานีย์รถไฟ แล้วรีบวิ่งรอดอุโมงค์เพื่อข้ามไปขึ้นรถไฟอีกฝั่ง ซึ่งมันจะนำพาฉันไปยังสนามบินคาร์ลสรัว บาเด็นของประเทศเยอรมนี (Karlsruhe-Baden, Germany) อันเป็นสถานที่จอดเครื่องบินของสายการบินไรอันแอร์ที่เหล่านักประหยัดสามารถชื้อตั๋วราคาถูกเพื่อจะนำพาตัวเองไปเที่ยวตามเมืองหลวงและเมืองสำคัญๆ ของประเทศอื่นภายในยุโรปได้โดยไม่รู้สึกเสียดายค่าเครื่องบินย้อนหลัง และฉันก็เป็นส่วนหนึ่งในคนจำพวกนั้น

ตอนนี้ฉันกำลังจะบินไปหาเพื่อนคนไทยที่เคยติดต่อกันทางจดหมายที่อาศัยอยู่ในลอนดอน เพื่อตามเก็บประสบการณ์ พล็อตนิยายและช่องทางทำมาหากินในอนาคต เผื่อมีอะไรๆ น่าสนใจ เพราะรู้สึกว่าฉันจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพึงพอใจในประเทศเยอรมนีสักเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปีดีดักแล้ว

อาจจะเป็นเพราะความฝันแต่วัยเยาว์ ที่มักบอกอยู่เสมอว่า ถ้ามีโอกาส สักวันฉันจะต้องเอาเท้าไปเหยียบลงบนแผ่นดินของประเทศอังกฤษให้ได้ และตอนนี้ฉันยังรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย กับโอกาสที่มาถึงตัวฉันสักที และชีวิตภายในหนึ่งเดือนที่ฉันจะเอาตัวไปลอยแพไว้ที่อังกฤษ จะดำเนินการไปแบบไหนกันนะ ได้แต่ภาวนาว่าไอ้ความฝันวัยเยาว์บ้าๆ นี่จะไม่เล่นงานฉันจนสาหัสเป็นพอ แต่อย่างว่าแหละนะมันจะมีอะไรสาหัสสากรรจ์ไปได้มากกว่าการย้ายที่เรียนปุ๊บปั๊บแบบตั้งตัวไม่ติดชนิดต้องเลื่อนชั้นจากเกรดเก้าลงไปเรียนชั้นอนุบาลใหม่เหมือนอย่างที่ผ่านๆ มาอีกล่ะ

อย่างน้อย...ตอนนี้ฉันก็เลือกทางเดินชีวิตเอง!

 

ฉันกำลังมองหาที่นั่งหมายเลข 23 จนทั่วซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเลย นี่แค่เริ่มต้นเดินทางก็มีเรื่องทำให้ตาลายเสียแล้วสิ อย่างนี้ฉันจะรอดไหม

หลังจากมองวนไปรอบๆ ได้สักพัก ในที่สุดฉันก็เจอหมายเลขนั้นสักที แต่ยังไม่มีโอกาสเดินเข้าไปนั่งเพราะมีชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำร่างโตกำลังทารุณกรรมเป้ของเขาโดยการจับมันยัดเข้าไปในช่องเก็บกระเป๋าเหนือเบาะอย่างไร้ซึ่งความปราณี ระหว่างที่รอฉันจึงกวาดมองนั่นมองนี่เพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อย เมื่อทางว่างแล้วจึงเดินตรงเข้าไปที่นั่น แล้วก็พบว่าเขานั่งลงบนที่นั่งของฉัน

เอ้...อืม...พ่อคนนี้ หน้าตาก็ดี ทำไมเซ่อจังน้า ฉันจะแกล้งโง่ไม่บอกแล้วนั่งลงข้างๆ กำลังนึกตรึกตรองดูว่าฉันควรจะบอกเขาหรือไม่บอกดี แต่ถ้าหากมีคนมาไล่ตะเพิดฉันจากที่นั่งที่ฉันกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ ฉันจะไม่หน้าแตกบนเครื่องบินนี่หรือเลยหรือ ไม่ได้ๆ ฉันจะปล่อยเลยตามเลยไปไม่ได้

ฉันต้องบอกเขา!

เออคุณคะ ฉันก้มตัวลงนิดๆ ชายหนุ่มกำลังปรับที่นั่งเคยมองออกไปนอกหน้าต่างหันกลับมาจ้องหน้าฉันทันที

หล่อจัง!

คิ้วหนาดกดำ ตาสีน้ำเงินเด่นสวยมีเสน่ห์ ริมฝีปากสีชมพูเข้มอายุราวๆ เออ...ฉันเดาไม่ออก จมูกโด่งเป็นสัน วู๊...สเป๊กฉันเลย เขามาจากรัฐไหนนะ

คุณมีอะไรรึเปล่าครับ

ฉันที่เพิ่งเผลอ้าปากค้างอยู่ครู่ใหญ่ถูกปลุกจากภวังค์

คุณนั่งที่ผิดค่ะ หมายเลข 23 มันเป็นที่นั่งของฉันค่ะ ในที่สุดก็เค้นคำออกมาได้ อ้า...โล่ง แต่ดูคนตรงหน้าสิขมวดคิ้วจนเป็นปม น่ารักจังเลย!

เออ...คือ...บัตรที่นั่งของผมมันก็...

ว่าแล้วก็ชะโงกมองหาหมายเลขเบาะจ้าละหวั่น มือล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงอย่างร้อนรนเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เขาดูเป็นธรรมชาติดีนะ แม้ว่าสีหน้าเขาจะไม่ได้แสดงอารมณ์เดือดร้อนก็เถอะ (ตกลงฉันจะมายืนวิจารณ์เขาให้มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาล่ะคราวนี้)

คือของผมก็หมายเลข 23 เหมือนกัน เขาว่า

เอ๊ะ เป็นไปได้ไง ฉันก้มลงมองดูบัตรที่นั่งอยู่ในมือ ทำไมเลข 2 กับเลข 3 มันสลับที่กันล่ะ อันที่จริงเลขสองมันต้องมาก่อนเลขสามไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มัน...

ต๊าย! ฉัน...อ่านจากด้านหลังมาด้านหน้า ไอ้การอ่านแบบเยอรมันมักทำให้ฉันสับสนเสมอ

ไหนผมขอดูบัตรคุณหน่อยได้ไหมครับ

โอ้ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรีบชักตั๋วเก็บไปซ่อนไว้ด้านหลังทันที ยิ้มให้เขาตาใสแจ๋วก่อนบอก คุณนั่งตรงนี้เถอะ เดี๋ยวฉันไปหาที่นั่งใหม่ก็ได้ค่ะ ตั๋วถูกก็อย่างนี้แหละอิอิ

ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมไปหาที่นั่งอื่นได้ เขาเตรียมตัวลุกขึ้น แต่ฉันถือวิสาสะดันเขากลับลงตามเดิม

ขอโทษค่ะ พอดีฉันไม่ค่อยชอบนั่งแถวนี้อยู่แล้ว ฉันจะไปหาที่นั่งใกล้ๆ ห้องน้ำ ตรงนั้นคงมีที่ว่าง หรือไม่ก็ไปขอความช่วยเหลือจากแอร์โฮสเตสอีกที เชิญคุณนั่งต่อไปเถอะนะคะ เสร็จแล้วก็รีบจ้ำอ้าวหนีหน้าร้อนฉ่า ท่าทางแปลกใจของเขายังหลอนฉันอยู่เลย

พอมาถึงที่นั่งหมายเลข 32 ฉันก็รีบนั่งลงแล้วรื้อหมวกออกมาสวมบังหน้าไม่ให้เขารู้ เพราะฉันดันซวยนั่งติดห้องน้ำจริงๆ เสียด้วย ท่าทางวิตกจริตบวกกับหมวกที่สวมใส่ผิดฤดูกาลทำให้คนแก่ที่นั่งอยู่ข้างๆ มองมาที่ฉันอย่างไม่ไว้ใจ ฉันเลยมองตอบกลับไปเชิงบอกว่า หนูเกิดที่ทวีปเอเชียค่ะ ค่อนข้างขี้หนาว (แม้ว่านี่มันหน้าร้อนอย่างนั้นเหรอ?) แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ก็ยังรู้สึกอายไม่หาย ฉันจึงปิดตาลงและอธิฐานให้สองชั่วโมงผ่านไปไวๆ

 

ความปรารถนาของฉันเป็นจริง พอฉันลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ค้นพบว่าตัวเองลงมาอยู่ที่สนามบินลอนดอนเกท-วิกค์เสียแล้ว จึงรีบเดินออกไปข้างนอกอย่างรู้สึกตื่นเต้น เหมือนกับว่าตัวเองก้าวลงเหยียบบนสวรรค์ชั้นเจ็ดก็ไม่ปาน แล้วจัดการบันทึกภาพสถานที่ต่างๆ เอาไว้ทันใด ก่อนจะตรงไปยังสถานีย์จอดรถบัสแล้วยืนบื้ออยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ถึงตัดสินใจได้ว่าจะนั่งรถคันไหนเพื่อจะนำพาฉันไปยังสถานีย์รถไฟใต้ดินใกล้ๆ

หลังจากลงรถมาฉันก็เกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเอาเป็นแกะน้อยในเมืองใหญ่ที่กำลังหลงทาง แม้ว่าป้ายสถานีย์จะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแล้วก็ตามที ฉันเลยสูญเสียเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงสำหรับทำความเข้าใจกับภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยจะคุ้นหู และพยายามทำตัวให้รับรู้อยู่เสมอว่า ถ้าฉันก้าวขึ้นไปบนรถไฟแล้วสถานีย์ต่อไปที่ฉันจะลงจะต้องเป็นกรีนพาร์คเพียงเท่านั้น เพื่อที่ฉันจะได้เปลี่ยนต่อรถไฟจากที่นั่นไปเลสเตอร์สแควร์

ตอนนี้เราก็มานั่งสวดมนต์กันว่าฉันจะฟังออกไหม  

การเปลี่ยนรถไฟจากสถานีย์กรีนพาร์คดำเนินไปได้สวยเหมือนมีพรมแดงมาปูทางเอาไว้ให้ ที่เหลือรอลุ้นกันต่อไป

...Leicester Square”

เฮ้ย!”

พรึบ!

ฉันลุกพรวดมายืนรออยู่หน้าประตูอย่างเร่งรีบจนกระเป๋าสะพายหลุดออกจากไหล่ ฉันตะกายมันกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน เมื่อกี้เกือบจะเคลิ้มหลับไปเสียแล้ว พอสะดุ้งขึ้นมาแล้วรู้สึกเหนื่อยเป็นบ้าเลย เมื่อมองเงาตัวเองในกระจกก็รู้สึกว่าเหมือนโดนจับจ้อง ฉันจึงรู้ว่าท่าทางกับเสียงอุทานเมื่อก่อนหน้านี้มันต้องเปิ่นมากแน่ๆ

เมื่อรถไฟจอดสนิทฉันก็รีบเผ่นออกมาทันที แต่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนจึงแกล้งวนเสาอยู่สองสามรอบแล้วถ่ำมองว่าคนอื่นๆ เขาไปทางไหนกัน จากนั้นจึงค่อยแกล้งแอบตามหลังเขาไปจนกระทั่งออกมาโผล่หน้ารับอากาศของวันที่ท้องฟ้าสดใสเป็นใจต้อนรับฉันเสียเหลือเกิน

ณ บริเวณที่ขึ้นชื่อว่าเลสเตอร์สแควร์ดึงดูดความสนใจจากฉันได้ไม่น้อย ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดอยู่ที่ร้านๆ หนึ่งเพราะใบหน้าอันหล่อเหลาเอาการของนายแบบที่ติดอยู่บนกระดาษแผ่นโตคู่ โดยมีน้ำหอมขวดสีดำตั้งอยู่ข้างๆ

เขามีดวงตาสีเขียวโดดเด่นแม้จะอยู่ในระยะไกล ทำให้ฉันอดใจไม่ไหวที่ข้ามถนนไปยืนเกาะขอบกระจกมองดูรูปภาพที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยความหลงใหล และถึงแม้ว่าในภาพขอบตาของเขาจะถูกเขียนไว้ด้วยสีดำ แต่ฉันรับประกันได้เลยว่า...หากฉันไม่ได้ตาถั่วจนเกินไป พ่อหนุ่มคนนี้ต้องหล่อไม่เลวเลย

ฉันค่อนข้างชอบสีผมของเขานะ สีน้ำตาลแก่ตาสีเขียวชวนหลง ทำหน้าขรึมดูเท่จนฉันต้องอดเลียนแบบทีท่าเขาไม่ได้ทั้งยังดูเงาตัวเองในกระจก แต่ก่อนที่การเดินทางมาลอนดอนจะไร้สาระไปมากกว่านี้เพราะฉันมัวแต่วิจารณ์ความหล่อของผู้ชายบนรูป ฉันจึงรีบล้วงลงไปในกระเป๋าเพื่อหาเบอร์โทรของลินดา

ฮัลโหล ลินดาเหรอ นี่ขิมนะ

เวรล่ะสิ ขิมเหรอ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ลินดาอุทานกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วไม่น่าจะรู้สึกสบายใจเอาเสียเลยสำหรับฉัน

ตอนนี้ฉันถึงเลสเตอร์สแควร์แล้วนะ เธอมาถึงแล้วเหมือนกันใช่ไหม นี่เธอรู้ไหมว่าฉันหัวใจจะวายตายอยู่หลายครั้งแล้วกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ ฉันหัวเราะฝืดๆ เมื่อเดินมาถึงลอนดอนอินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์[1]แต่แล้วไม่เจอลินดายืนอยู่ตรงนั้นตามที่นัดหมาย

ขิม ฉันต้องขอโทษด้วยที่ไปพบเธอตอนนี้ไม่ได้ ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะ คือว่าแฟนฉันเขาถูกรถชน เธอหาที่พักใกล้ๆ แถวนั้นก่อนได้ไหม แล้วพรุ่งนี้ฉันจะรีบไปหาเธอเลย

อะ อ้อ เหมือนโดนฝาหม้อฟาดผลั่วะเข้าที่ข้างแก้มจนรู้สึกชาไปทั้งหน้าก่อนจะฝืนบอกต่อไป อ้า อืมโอเค แล้วเรา...ค่อยเจอกันพรุ่งนี้นะจ้ะ แล้วก็...

ลินดารีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยถ้อยคำที่ฉันจับใจความไม่ทันก่อนที่ฉันจะได้พูดจบแล้ววางสายไป ตอนนี้ฉันเลยรู้สึกเหมือนถูกลอยแพอย่างสมจริง ทำอะไรไม่ถูกนอกจากกระพริบตาปริบๆ ยืนเอาหลังพิงตู้โทรศัพท์ แล้วคืนนี้ฉันจะไปพักที่ไหนดีล่ะ ฉันไม่ได้เตรียมเงินมาไว้สำหรับค่าเช่าโรงแรมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วยสิ เพราะที่ได้มาก็แค่ค่ากินค่าที่เที่ยวแบบเฉียดตาย

เอาล่ะ...ฉันมาแบบประหยัด ถูกทอดทิ้งตั้งแต่วันแรกที่มาถึงได้อย่างน่าประทับใจ ทำไมรู้สึกหดหู่แบบนี้นะ? แน่นอนสิว่าฉันต้องหดหู่มันเป็นความรู้สึกที่ถูกต้องและเข้ากับสถานการณ์แบบนี้ที่สุด ฉันคงจะต้องเดินวนอยู่แถวนี้จนกว่าจะถึงเช้าถ้าไม่เหนื่อยจนล้มพับตายไปเสียก่อน ถ้าแม่รู้เรื่องนี้มีหวังยอมรับไม่ได้แน่ๆ แต่ฉันคงไม่บอกหรอก ถ้าบอกไปแม่ต้องเค้นคอฉันให้จ่ายค่าเช้าห้องแน่ ลอนดอนนะลอนดอนมาวันแรกก็เล่นงานเราจนได้

ฉันเดินไปตามศูนย์การค้าต่างๆ และพยายามจดจำเส้นทางที่จะได้ย้อนกลับไปที่เดิม เริ่มเหนื่อยขึ้นมาแล้วสิ จึงตัดสินในเดินกลับไปที่ร้านขายน้ำหอม ยืนเอาหลังพิงกระจกข้างพ่อหนุ่มบนแผ่นกระดาษรูปหล่อนั่น พอยืนอยู่ได้สักพักฉันก็เดินต่ออีกแล้ว ชีพจรลงเท้าจริงๆ เดินเข้าไปในพาร์ค พอผ่านร่างที่ใช้ผ้าคลุมหัวนั่งราบอยู่กับพื้นข้างทาง มีแก้วน้ำเปรอะเปื้อนตั้งอยู่ตรงหน้าแล้วฉันก็ต้องวนกลับมาอีกรอบ

จากนั้นก็ผ่านไปใหม่ แล้วก็ถอยหลังกลับมา ล้วงลงไปในกระเป๋ามีเศษเงินอยู่บ้างฉันจึงยืนกัดฟันอยู่ครู่หนึ่งแล้วย่อเข่าลงนั่งมือก็เอื้อมไปหย่อนเหรียญลงในแก้วนั้น ใจบุญนะเนี่ยฉัน ขนาดไม่ยอมเช่าห้องอยู่ก็ยังอุตส่าห์ให้เงินขอทาน แท้จริงแล้วก็อธิฐานไปด้วยแหละว่าให้เจอแต่สิ่งดีๆ แต่จะว่าไปแล้วขอทานบ้านนี้ไม่ยักตัวเหม็นแฮะ ออกจะหอมเตะจมูกอีกต่างหาก ทั้งที่ดูมอมแมมเหมือนไปคลุกถ่านมา ทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้แล้วนั่งมองอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วจ้องหน้าฉันผ่านแว่นตาดำขนาดยักษ์นั่น

“I’m sorry”

ลุกพรวดพราดจนเกือบจะชนกับคนเดินเท้าที่ผ่านไปผ่านมา ขณะที่เอาแต่จำอ้าวไปข้างหน้าฉันยังอดไม่ได้ที่จะเอี้ยวตัวกลับไปมอง เขายังจ้องตอบกลับมาตีหน้านิ่ง ทำให้ฉันเห็นว่าขอทานไม่ใช่คนแก่ เกิดเขาไม่พอใจที่ฉันไปจ้องเขาแบบนั้นขึ้นมาล่ะ อึ๋ย...

จะโดนตามฆ่ารึเปล่าเนี่ย ฉันทำท่าขนลุกอย่างห้ามไม่ได้ ยกมือขึ้นมาปิดหูปิดตาก่อนจะกัดฟันเดินเข้าไปข้างในตึกลอนดอนอินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์ของเลสเตอร์สแควร์ แล้วขอความช่วยเหลือเรื่องรายละเอียดที่พักถูกๆ

สรุปได้ว่าที่พักที่ถูกที่สุดดันอยู่ระหว่างพิคคาดิลลี่เซอร์คัสและโซโฮซึ่งฉันต้องจ่ายคืนละสิบสี่ปอน หากต้องการที่ซุกหัวนอนในค่ำคืนนี้ ส่วนแถวนี้นะเหรอพระเจ้าจอร์ช คืนละร้อยปอนด์อัพ ถ้าฉันถลุงเงินไปแบบนั้นคงอยู่ได้ไม่เกินสามวัน และเมื่อกี้ฉันก็เกือบจะหมดเงินไปกับการซื้อลอนดอนพาส[2] เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนลดเมื่อต้องการจะเข้าไปชมสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงต่างๆ ในลอนดอน แต่บังเอิญฉันดันได้ข้อมูลเกี่ยวกับสิบรายการยอดฮิตสำหรับแบ็คแพ็คเกอร์จากลอนดอนอินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์มาเลยคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อมันให้เงินกระเป๋าหายหดร่อยหรอไป

                                        

วันที่สองที่ฉันอยู่ในลอนดอน ฉันกำลังยืนรอลินดาอยู่ที่เดิมตามที่นัดไว้เมื่อวันก่อน ตอนนี้ใครๆ อาจจะสงสัยว่าเมื่อคืนฉันค้างที่ไหน ฉันคงต้องตอบว่าเป็นที่ไหนสักแห่งที่เสียเงินน้อยกว่าสิบสี่ปอนด์ เพราะฉันยังกัดฟันยอมเสียเงินมากกว่านั้นไม่ได้ และที่นั่นก็คือห้องน้ำของไอริสผับที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดนัดมากนัก และจะบอกว่าตั้งแต่มาถึงฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลย ตอนนี้หากจับฉันไปนั่งข้างขอทานคนเมื่อวานผู้คนคงคิดว่าฉันนี่แหละที่ต้องการเศษเงินจากพวกเขาแทนที่จะเป็นขอทานคนนั้น เพราะฉันกลิ่นแรงกว่าเขาเสียอีก แรงจนไม่กล้าเข้าไปซื้อขนมปังในร้านค้าใกล้ๆ เลย แถมยังต้องพยายามเดินตีตัวออกห่างจากผู้คนอีกด้วย

 

การรอคอยลินดาผ่านไปสามชั่วโมง พอฉันโทรกลับไปที่บ้านเธอก็ไม่มีคนรับ ส่วนที่อยู่ฉันก็ลืมเอามา ตอนนี้หัวใจฉันห่อเหี่ยวจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว ชีวิตนะชีวิต

เอาล่ะ! ถ้าอีกสองชั่วโมงลินดายังไม่โผล่ ฉันจะเลิกหวังแล้วไปหาดูอะไรที่ไม่ต้องเสียตั๋วค่าเข้าชมในบริเวณใกล้ๆ นี้จะดีกว่า

และแล้ว...ลินดาก็ไม่มา ฉันเลยสะบัดโบกกระดาษที่อยู่ในมือถอนหายใจออกมาอย่างอดสู ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบคางราวกับมันจะช่วยทำให้ฉันคิดอะไรออกบ้าง

“Top 10 Free Galleries อืม...แกลเลอรีที่เขาบอกว่าอยู่ใกล้สถานีย์รถไฟใต้ดินเลสเตอร์สแควร์มีอยู่สามแห่ง

ฉันกางแผนที่ลอนดอนแผ่หลาบนม้านั่งในสวน มองดูว่าไอ้แกลเลอรี่ทั้งหลายแหล่มันควรจะอยู่ส่วนไหนของพื้นที่เมืองหลวงนี้กันแน่ แห่งแรกคือ National Gallery ตั้งอยู่บนถนน Trafalgar Square อีกที่หนึ่งคือ National Portrait Gallery ตั้งอยู่บนถนน St. Martin’s Place และสุดท้ายคือ Photographers’ Gallery อยู่บนถนน Great Newport จากนั้นฉันก็เล่นจ้ำจี้มะเขือเปาะกับตัวเองและแกลเลอรี่ทั้งสาม และตัดสินใจได้ว่าจะไปที่ Photographers’ Gallery เพราะเขาระบุเอาไว้อย่างแจ่มแจ้งว่าใช้ระยะเวลาแค่ไม่กี่นาทีจากสถานีย์รถไฟ แสดงว่ามันอยู่ใกล้แค่นี้เอง

แต่...ฉันใช้ระยะเวลาหมดไปอีกครึ่งชั่วโมงเพราะเดินหลง ซึ่งนับครึ่งชั่วโมงที่สุดแสนจะอาถรรพ์ ตามหลอกหลอนฉันมากี่วันแล้วก็ไม่รู้ เพราะฉันต้องเสียเวลาครึ่งชั่วโมงไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งทีไร เจอเรื่องไม่ดีทุกที

:::พ่อมดช่างเพ้อ

 

 



[1] London Information Center ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว

[2] The London Pass เป็นบัตรสมาร์ท การ์ดที่สามารถประหยัดได้ทั้งเงินและเวลา สามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบ 1 วัน 2 วัน 3 วัน หรือ 6 วัน และสามารถเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ในลอนดอนได้ฟรีเช่น หอคอยลอนดอน มหาวิหารเซนท์ปอล ล่องเรือในแม่น้ำเทมส์ ควีนส์ แกลเลอรี่ พระราชวังเคนซิงตัน สวนสัตว์ลอนดอน อะควาเรียมและอื่น ๆ อีกมากมาย ราคาเริ่มต้นที่ 12 ปอนด์ต่อวัน และสามารถเข้าชมสถานที่ต่างๆ  ได้อย่างสบายโดยไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋วอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #57 boongkee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2552 / 21:23

    กร๊ากกกกกก น่าสงสารขิม มาวันแรกก็โดนทิ้งเลย

    แล้วลินดานี่มันยังไง ไปอยู่ไหน ไม่คิดจะมาช่วยสักติ๊สเลยรึ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

    #57
    0
  2. #31 realovekill (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 / 20:13

    มาอัพเร็วๆน้า

    กำลังมันส์เลย

    #31
    0