Finding Prince หนึ่งคนที่ใช่ หัวใจบอกว่ารัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 ผู้หวังดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 พ.ย. 52

พ่อมดช่างเพ้อ:::

        

ขอบคุณแฟนนิยายทุกท่านที่ติดตาม (ยิ้มและโบกมืออย่างนางสาวไทย) และแสดงความเห็นให้นะคะ >_< วันนี้ว่าจะยังไม่อัพแต่แอบเห็นใจคนน่ารัก คนน่ารักเลยอดอัพนิยายให้ไม่ได้ (ออกแนวนอกเรื่อง พอดีว่าวันนี้คนแต่งป่วยนิดหน่อย ไปตากฝนเป็นนางเอกนิยายมาเลยเป็นหวัด ก็เลยเดินโซเซมาจมอยู่หน้าเวป แล้วก็อยากจะอัพนิยายจนอดไม่ได้ ---> เกี่ยวกันไหม 555)

            ขอบคุณอย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ

 

 

บทที่ 2 ผู้หวังดี

ในที่สุดฉันก็มายืนอยู่หน้า Photographers’ Gallery ที่ด้านหน้าเต็มไปด้วยรถตู้หลากหลายสีสันประมาณสามสี่คัน อีกทั้งยังมีราวกั้นมาขวางปิดทางเข้า Gallery ที่ฉันต้องการจะเข้าชมอีกด้วย ผู้คนที่อยู่รอบๆ นั้นทำหน้าตาจริงจังเหมือนกำลังจะไปออกรบ ทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นในแกลเลอรี่รึเปล่า ฉันยืนมองได้สักระยะจึงเห็นตากล้องคนหนึ่งกระโดดลงมาจากรถตู้คันสีแดงแล้ววิ่งผ่านประตูเข้าไปในนั้น

คุณเป็นนักท่องเที่ยวเหรอ

อือ ฉันครางขณะชะเง้อคอมองไปยังเบื้องหน้าอย่างสนอกสนใจ มือยังเกาะราวกั้นอยู่

วันนี้ข้างในมีงานถ่ายแบบน่ะ คุณเข้าไปไม่ได้หรอก ไปหาที่ใหม่เถอะ

เอ๊ะ! ใครมายืนคุยกับฉันเนี่ย

ฉันหันไปมองบุคคลที่ยืนเอาศอกตั้งชันกับราวกั้นมือค้ำคางมองมาทางฉันด้วยสีหน้ายิ้มๆ โดยมีแว่นตาดำท่าทางราคาแพงปิดบังแววตาของเขาอยู่ หลังจากเราจ้องมองกันอยู่ครู่ใหญ่เขาก็เริ่มก้มหน้ามองฉันตั้งแต่เท้าแล้วไล่มาจนถึงหัว ฉันรีบใช้นิ้วสางผมที่กระเซิงให้อยู่ทรงและเรียบตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

เป็นพวกแบ็คแพ็คเกอร์?” น้ำเสียงแฝงคำถาม ฉันเห็นคิ้วเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย มาจากไหนล่ะ

เขาเป็นพวกนักต้มตุ๋นรึเปล่านะ นึกยังไงเข้ามาคุยกับฉันเนี่ย มีคนบอกว่าพวกมิจฉาชีพมักแต่งตัวแฝงกายมากับพวกคนหน้าตาดีๆ ได้เช่นกัน และคนตรงหน้าก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้ชายที่ฉันคิดว่าหน้าตาดีเอาการ แม้แว่นตาจะบดบังนัยต์ตาของเขาอยู่ก็เถอะ แต่หากเขาเป็นคนประเภทนั้นจริง ฉันก็กำลังจะซวยอีกน่ะสิยิ่งไม่มีอะไรจะให้อยู่ด้วย

ว่าไงล่ะ คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยนะ

โดนทวงคำตอบจนได้

ประเทศเยอรมนีค่ะ

ผมคิดว่าคุณมาจากเอเชียเสียอีก ก็สีผมคุณ...

ทำไม สีผมฉันทำไม? หลังจากมองปากเขาอยู่นานฉันอยากจะถามต่อเมื่อเขาหยุดไปเสียดื้อๆ

พอดีฉันเป็นคนไทย ที่ย้ายไปอยู่เยอรมนีอีกทีน่ะค่ะ ตอนนี้ฉันคิดว่าคงต้องไปแล้วแหละค่ะ ยินดีที่ได้...พบคุณนะคะ

หันหลังให้อย่างด่วนจี๋ ก่อนที่ฉันจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวแล้วจะยืนอยู่ที่นี่ต่อไป ซึ่งเดาได้เลยว่าคงนานกว่าจะปลีกตัวออกห่างจากตรงนี้ได้หากเขาทำให้ฉันรู้สึกติดใจขึ้นมา ฉันยิ่งเป็นพวกชอบคุยอยู่ด้วยสิ เวลาได้คุยแล้วฉันไม่สนหรอกว่าจะเป็นคนรู้จักหรือแปลกหน้า ฉันจะพูดจนน้ำไหลไฟดับหาที่จบสิ้นไม่มี แต่สำหรับวันนี้ฉันขอเวลาเป็นส่วนตัวก่อนแล้วกัน

เช่นกันครับ

เสียงทุ้มสุขุมทำให้ฉันไม่อยากเดินต่อไป จนยกมือขึ้นมาตบแก้มตัวเองเบาๆ เตือนสติ แล้วจึงก้มหน้าก้มตามองดูแผนที่ พยายามใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับถนนสายต่างๆ ที่ฉันต้องเดินผ่านหากต้องการจะไปที่แกลเลอรี่อื่น

 

ครึ่งวันที่เหลือของฉันหมดไปกับการเดินชมผลงานของลีโอนาโด ดาวินชี ไมเคิลแองเจโล วินเซ็นต์ ฟาน ก็อกฮ์ และอื่นๆ ภายใน National Gallery หรือที่ฉันเพิ่งนึกเป็นภาษาไทยออกว่า หอศิลป์แห่งชาติช่างกว้างใหญ่ไพศาลจนฉันเกือบจะไม่สามารถนำชีวิตกลับออกมาจากที่นั่นได้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งบนขอบบ่อน้ำพุที่อยู่แถวทราฟัลการ์สแควร์ มองดูสิงโตตัวใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากฉันไปไม่มากนัก

สิงโตตัวนั้นกำลังนอนนิ่งไม่ไหวติงให้เด็กน้อยปีนไต่โดยมีพ่อแม่คอยถ่ายรูปให้เป็นระยะ ระหว่างนั่งพักอยู่นั้นก็คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าไอ้สิ่งที่เห็นว่าใกล้ตาในแผนที่มันเป็นอะไรที่ไกลตีนมาก นอกจากนั้นฉันยังมัวแต่นึกประหลาดใจตัวเองอยู่นานจนเพลินโดยไม่รู้ตัวว่าท้องฟ้ามืดครึ้มขึ้นเรื่อย

ไฟรอบด้านถูกเปิดขึ้นเรืองแสงสีเหลืองส้มและดูสวยงามตระการตาไปอีกแบบ แต่ที่โดดเด่นเกินสิ่งอื่นใด  คงหนีไม่พ้นหอศิลป์แห่งชาตินั่น บรรยากาศว่างเปล่าโหวงเหวงพิกลเมื่อผู้คนเริ่มลดลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้หายเกลี้ยงไปเสียทีเดียว

ฉันถอนหายใจรอบที่นับครั้งไม่ถ้วนออกมาอีกอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะกระโดดลงมายืนบนพื้นเพื่อเก็บภาพหอศิลป์เอาไว้ แล้วเดินมุ่งหน้าย้อนกลับไปที่เลสเตอร์สแควร์อันพลุกพล่านไปด้วยผู้คน

เดินเข้าไปในสวนก่อนจะนั่งลงบนม้านั่งที่ตั้งอยู่ติดกับต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ในสวน แล้วก็อดมองหาขอทานคนที่ฉันให้เงินเมื่อวันก่อนอย่างห้ามไม่ได้ แต่น่าเสียดายเหมือนกันที่เขาไม่อยู่ตรงนั้น นับเป็นโชคร้ายของฉันไปที่ไม่มีเพื่อนเลย ตอนแรกคิดว่าถ้าหากเบื่อจัดๆ อาจจะไปหาซื้ออะไรมาแล้วไปนั่งกินกับเขาแล้วนะเนี่ย

มองหาอะไรอยู่เหรอครับ

ฉันกำลังมองหาขอทานที่ฉันเพิ่งให้เงินไปเมื่อ...

ควับ!

ฉันตอบคำถามเหมือนพวกประสาทเลื่อนลอยอีกแล้ว แต่ดูเหมือนจะบังเอิญเป็นการใหญ่ ที่เจ้าของคำถามคือคนๆ เดียวกันกับที่ฉันเจอเมื่อตอนเช้าที่โฟโตกราเฟอร์แกลเลอรี่

ขอผมนั่งด้วยคนได้ไหม พอดีเพิ่งเดินมาเหนื่อยๆ

ฉันผยักหน้ารัวๆ ทำอะไรไม่ถูกแล้วขยับให้เขาจนเกือบจะตกที่นั่ง โชคดีเอามือเกาะพนักพิงไว้ได้ทัน แต่โชคร้ายที่คนอยากนั่งกับฉันกลับเห็นภาพดังกล่าว ที่สำคัญฉันดันเหลือบไปเห็นว่าเขาพยายามกลั้นหัวเราะ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอายจนหน้าร้อนผาวขึ้นมา

คุณชื่ออะไร

แล้วคุณล่ะ ฉันย้อน มองไปด้านหน้าก่อนบอกต่อไปว่า บอกชื่อคุณมาก่อน แล้วฉันจะบอกว่าฉันชื่ออะไร

ผมชื่อ... เขาเอามือค้ำที่นั่งพล่างยกไหล่ขึ้น หดคอต่ำนิดนึงก่อนจะหันมาทางฉันแล้วถอดแว่นตาดำออก อเลน

อเลนเหรอ?

คุณดูดีมากเลยตอนไม่ใส่แว่น ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงเดินหนีคุณไปได้เมื่อเช้านี้ และอีกอย่างริมฝีปากคุณทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

คุณยังไม่บอกชื่อผมเลยนะ โดนทวงจนได้ มัวแต่จ้องนานไปหน่อย ใบหน้าเขาสึกกร่อนบ้างรึยังเนี่ย

พิชฎาค่ะ ฉันละล้ำละลักตอบ

อือ พิชฎา เขาครางฮึ่มในลำคอแล้วถามต่อ คุณพักที่ไหน

ถ้าถามว่าเมื่อคืนพักที่ไหน ก็คงตอบว่าห้องน้ำในผับไอริสค่ะ แต่คืนนี้น่ะเหรอ...ไม่มี

โรงแรมใกล้ๆ นี่แหละค่ะ ฉันโกหก

ปากจะเล็กเท่ารูเข็มไหมน้า ก็เรื่องน่าอายแบบนั้นใครจะอยากเล่าล่ะ

อ้อ... เขายิ้มที่มุมปากเลิกคิ้วสูง

โรงแรมใกล้ๆ นี่ฉันจ่ายได้ที่ไหนกันเล่า ถ้าจ่ายได้ฉันคงไม่ใส่ชุดเก่านอนในห้องน้ำของผับหรอกน่า แล้วเขาทำไมต้องมองฉันแบบนี้ด้วยนะ

คืนนี้ผมก็พักอยู่โรงแรมใกล้ๆ นี้เหมือนกัน เขาว่าแล้วเอนหลังพิงกับพนักพิงแต่ยังไม่ยอมหันหน้าไปทางอื่นก่อนจะบอกต่อไปว่า ที่นี่คนเยอะทั้งกลางวันกลางคืนเลย

นั่นสิ! แต่ก็ดี ฉันจะได้ไม่เหงา

คุณชอบไหม หรือว่าชอบที่อื่นมากกว่า

ฉันยังไปไม่พ้นจากเขตนี้เลย ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าฉันจะชอบที่นี่มาก และชอบที่อื่นมากกว่า

ฉันเบ้ปาก แล้วเขาก็หัวเราะชอบใจจนเห็นฟันขาว ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไป ฉันเลยนึกคำถามมาถามกลบเกลื่อน

คุณพักอยู่แถวนี้ เคยเห็นขอทานที่นั่งอยู่ตรงนั้นไหมคะ ฉันชี้ไปยังม้านั่งที่อยู่ห่างจากฉันไปประมาณร้อยเมตร

เห็นสิ เห็นจนชินแล้ว เขาตอบอย่างไม่รำคาญ และดูเหมือนว่าเขาจะไม่เบื่อที่ฉันพูดเรื่องนี้ คุณถามทำไมเหรอ

อ้อ ก็เมื่อวานนี้ฉันจ้องหน้าเขาตอนที่โยนเหรียญลงในแก้วน้ำ พอเขารู้สึกตัวก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าฉันใหญ่เลย ฉันอธิบายด้วยท่าทางตื่นเต้น เขาใส่แว่นตาดำคล้ายๆ ของคุณนี่แหละ แต่ใหญ่กว่าและทำให้เขาดูเหมือนตั๊กแตน แต่ฉันไม่ทันได้สังเกตนานขนาดนั้น กลัวเขาจะลุกขึ้นมาบีบคอฉันเสียก่อน โทษฐานมองหน้าเขา

ฉันหัวเราะคิกเมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้

ถามหาเขาแบบนี้จะทวงเงินคืนรึไงครับ

จะบ้าเหรอคุณ ฉันก็แค่ถามหาเฉยๆ

อ้อ...ผมก็คิดว่าคุณจะตามทวงเงินเสียอีก

ไม่ได้อยากได้เงินคืนหรอกค่ะ...

...แค่ขำตัวเองน่ะที่ไปนั่งมองเขานานเพราะตัวหอมเท่านั้น ท่อนนี้ไม่ได้บอกเขาหรอกนะ เดี๋ยวจะโดนหัวเราะเอา น่าขายหน้าจะตาย ก็ฉันมีนิสัยประหลาดแบบนี้เรื่องอะไรจะประจารตัวเองให้คนแปลกทราบได้ล่ะ

คุณไม่รังเกียจเขาเหรอ เขามอมแมมขนาดนั้น ทั้งยังไปนั่งจ้องอยู่ใกล้ๆ อีก

ฉันส่ายหน้าทันที แทบจะไม่รู้จักเลยว่ามีคำๆ นี้อยู่ในหัวฉันด้วย

แปลกนะ ปกติแล้วไม่ค่อยมีใครทำแบบคุณหรอก เขาเอียงหัวก่อนจะก้มมองนาฬิกา ...ผมคงต้องไปแล้ว หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ พิชฎา

เขาลุกขึ้นแล้วยืนมือมาเหมือนต้องการจะจับมือทักทายกับฉัน ฉันส่งมือไปให้เขาพึมพำเบาๆ

ถ้าเรามีโอกาสนะคะ 

ฉันหมายถึง...ถ้าคราวหน้าเจอกัน คุณจะเรียกฉันว่า ขิม เฉยๆ ก็ได้นะ

ต้องมีสิ ถ้าคุณยังมาที่นี่อยู่เรื่อยๆ เขายังอุตส่าห์ได้ยิน

ฉันล่ะอยากจะมุดดินหนีไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด รอยยิ้มที่มุมปากนั่นยิ่งทำให้ฉันอยู่ไม่เป็นสุข ร้อนๆ หนาวๆ เดาไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเขาคิดยังไง

เราปล่อยมือกันและกัน ไออุ่นยังไม่จางหายจนกระทั่งเขาเดินไปจนถึงหัวมุมทางแยกและกำลังจะเลี้ยวเข้าไปยังถนนอีกเส้น ความเย็นปัดเป่าไออุ่นเมื่อครู่ให้จางหายไปและเมื่อร่างสูงถูกบดบังด้วยตึก ฉันจึงอดวิ่งตามไปที่นั่นไม่ได้ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้านขายน้ำหอมและขณะที่กำลังจะหันไปมองหน้าหนุ่มหล่อบนป้ายโฆษณามือหนึ่งก็วางทาบลงบนบ่าทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก

คุณพิชฎาครับ

...เมื่อกี้ฉันกำลังจะวิ่งตามคุณอยู่พอดี เผลอคิดออกมาอย่างนั้นแต่โชคดีที่ไม่พูดออกไป มันคงฟังดูไม่ดีเท่าไหร่ที่จะพูดแบบนั้นฉันจึงบอกไปว่า

คุณทำฉันตกใจ ฉันยกมือขึ้นกุมหน้าอก

คุณมาจากประเทศเยอรมันใช่ไหม

รีบพยักหน้าเป็นคำตอบ

งั้นเราก็พูดภาษาเดียวกัน

พอเห็นฉันทำหน้างงเขาเลยบอกต่อไปว่า

ผมเป็นคนเยอรมัน ถ้าหากมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาผมได้นะ เก็บนี่ไว้ซะ

รู้สึกได้ถึงแรงกดลงบนมือ เขาจ้องหน้าฉันก่อนบอกต่อไปว่า

เผื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ ผมคิดว่าผมต้องรีบไปจริงๆ แล้วละ 

เมื่อเขาจากไป ฉันยืนงงต่ออีกสักพัก ก่อนจะก้มหน้าลงมองดูกระดาษแผ่นเล็กๆ ซึ่งเป็นนามบัตร เมื่อหยิบมันขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ วางอยู่บนฝ่ามือ พอลองกำเข้าหากันจึงสำผัสถึงไอเย็น ฉันจึงก้มลงมองก็เห็นเหรียญสองยูโรที่ด้านหลังมีรูปปราสาทชเวริน มีอักษรสลักไว้เบื้องล่างปราสาทลงมาว่า เมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น[1] นอนแอ้งแม้งอยู่บนฝ่ามือ เป็นเหรียญที่เพิ่งทำขึ้นในปี ค.ศ. 2007 ใหม่เอี่ยมอยู่เลย

ฉันอ่านชื่อเขาบนบัตร อเลน แม็คคาร์ทนี และที่อยู่ที่ฉันไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของลอนดอน มีทั้งเบอร์โทรและอีเมล์เสร็จสรรพเพรียบพร้อมไปทุกอย่าง ผู้ชายหน้าตาดีๆ เดินเข้ามาส่งนามบัตรให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทนนี่มันยังไงๆ อยู่นะ รึว่าเขาจะติดใจผู้หญิงแบบฉันขึ้นมา อ้าย...แค่คิดก็เขินจะแย่อยู่แล้ว พอพลิกดูกระดาษแล้วดูท่าทางเขาจะเป็นคนมีฐานะ หน้าตาก็คุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่เอ้...ด้านหลังมีอะไรเขียนอยู่ด้วย

 

คืนนี้อย่าเข้าไปนอนในห้องน้ำที่ไอริสผับอีกนะครับ มันอันตราย!

                                                        จาก...ผู้หวังดี

 

แย่แล้ว! แสดงว่าเขาตามฉันตั้งแต่เมื่อวานสินะ เขาถึงรู้ว่าฉันเข้าไปหลับอยู่ในห้องน้ำของผับไอริส ตายแล้วผู้ชายคนนี้ หล่อไว้ใจไม่ได้จริงๆ ด้วย ตอนนี้เขาจะแอบมองฉันจากมุมใดมุมหนึ่งของเลสเตอร์สแควร์รึเปล่านะ โอ้ยๆ ฉันยอมเสียตังค์ค่าที่พักคืนละสิบสี่ปอนด์ก็ได้

ปล. ฉันเผลอไปเดินเหยียบเท้าเขามารึเปล่า ทำไมเขาถึงได้จับตามองฉันขนาดนี้ แล้วเหรียญสองยูโรมันหมายความว่ายังไง เขาจะให้มันไว้แทนเครื่องรางคุ้มครองฉันจากภัยอันตรายเหรอ เหมือนที่พระเอกในนิยายให้นางเอกรึเปล่านะ แต่ฉันว่าจะเก็บมันไว้ใช้ซื้อขนมปังกินแก้หิวดีกว่าจะเก็บไว้เป็นเครื่องรางคุ้มครองยังฟังดูเวิร์คเสียกว่า

:::พ่อมดช่างเพ้อ



[1] ภาษาเยอรมัน : Mecklenburg-Vorpommern  ภาษาอังกฤษ : Mecklenburg-Western Pomerania
1 ใน 16 รัฐ (หรือในภาษาท้องถิ่น Bundesland) ที่อยู่ ในระบบปกครองแบบสหพันธรัฐของประเทศเยอรมนี มีเมืองเอกชื่อว่า Schwerin อ่านว่า ชเวริน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

142 ความคิดเห็น

  1. #64 boongkee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2552 / 00:13

    กรี๊ดดดดดดด น่ารักมาก >O<

    อายแทนขิม เข้าไปนอนในห้องน้ำ แต่ดันมีหนุ่มหล่อรูเห็นเรื่องน่าอาย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #64
    0
  2. #35 >>Khwanana<< (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 / 11:28
    น่ารักจัง คิคิ

    ตอนนี้กำลังคิดภาพนางเอกเป็นพี่นาต  กร๊ากกกกกกกกกกกกก

    ตั้งแต่พี่นาตเอารูปที่ไปเที่ยวมาไว้ในเรื่องลูคัส

    ตั้งแต่นั้นมา  อลิซาเบธได้แปลงร่างเป็นนาตยาในสายตาเิอิ้นไปเรียบร้อย

    แต่ ณ ตอนนี้  พีี่่ขิมกำลังกลายสภาพเป็นนาตยาอีกครั้ง

    อ๊ากกก ทำไมรูปพี่นาตมันติดตาเยี่ยงเน้ล่ะ(ทั้งๆที่ก็ไม่เห็นหน้านะเนี่ย)

    เหอๆ  ชื่มชมอีกนิด ยอกันอีกหน่อย 

    ภาษาสวยมั่กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    เป็นกำลงัใจให้คร๊าบบบ
    #35
    0
  3. #34 พันดารา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 23:50
    ดูโรแมนติดจังแฮะ >v #34
    0
  4. #33 ►TAnGmoZ◄ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 22:09
    อ่านเพลินมากกกก
    อยากอ่านต่อ >O<
    แต่ไม่อยากกดดัน กร๊าก
    พี่นาตสู้ๆๆ ตอนนี้กลายเป็นติดนิยายในเน็ต -.,-
    ไม่ต้องทำอะไรมันแล้ว ห้าๆ 
    คราวนี้ได้ตัดแว่นจริงๆ -..- แต่ก็ยอมค่ะ!!
    ชอบนางเอกจัง
    ปล. หนูจินตนาการว่าเป็นพี่นาตตลอดเลยอ่ะ >///<
    #33
    0
  5. #32 kikkapooh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 06:17

    น่ารักมากมายค่ะ

    #32
    0