Crackers Family รักรสซ่า...ครอบครัวหรรษา x 3²

ตอนที่ 4 : 3.รักนี้ป่วนหัวใจ [Part I]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 พ.ค. 52


href="file:///C:\Users\media\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_filelist.xml" /> href="file:///C:\Users\media\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_themedata.thmx" /> href="file:///C:\Users\media\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_colorschememapping.xml" />

เจ้าชายอัศวิน:::

         อดไม่ไหวค่ะ เพราะแฟนนิยายน่ารัก น่าหักคอเสียเหลือเกิน เอ้ย ไม่ใช่ (นาตด้านมือออกอีกแล้ว) 555 ล้อเล่นนะคะ แหม...คนแต่งดีใจค่ะมีคนติดตาม เลยรีบมาอัพ >_< มาเร่งกันยิกๆ จนนั่งตูดไม่ติดแล้วค่ะ

3.

รักนี้ป่วนหัวใจ [Part I]

หลังจากก้าวขาลงจากรถเมล์ปุ๊บ พี่ชายฉันก็แยกไปหลีสาวปั๊บ ยืนเต๊ะท่าหล่อเอาหลังพิงเสาไฟฟ้า ถ้าฉันไม่กลัวบาปกรรมนะ ฉันจะสาบให้เสาไฟหักลงมาฟาดหัวเพื่อลงโทษเสียให้เข็ด ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเขาจะจีบผู้หญิงแล้วเขี่ยทิ้งเพื่อเอาโล่หรือแม้แต่ทำลายสถิติโลกรึยังไง ถ้าหากวันใดวันหนึ่งโดนทิ้งเสียบ้างแล้วฉันจะหัวเราะเยาะให้ดู

กรี๊ดดด ไหนเอามาดู

ฉันดูด้วย

กลุ่มเด็กผู้หญิงห้องบีระริกระรี้ตัดหน้าฉันไป เสียงแหลมอย่างกับนกแก้ว มิหนำซ้ำยังเหยียบเท้าฉันอีกต่างหาก

กรี๊ดดด นี่เหรอแฟนใหม่เธอ เด็กผู้หญิงหัวเปียคนหนึ่งถามขึ้นท่าทางตื่นตาตื่นใจ

คนถูกถามเชิดคอขึ้นสูงอย่างกับยีราฟ พร้อมยืนยันอย่างมั่นอกมั่นใจเต็มปากเต็มคำว่า

ใช่ นี่แหละแฟนใหม่ฉัน

ชื่ออะไรเหรอ เด็กผู้หญิงหัวฟูแหวกเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

อยากรู้มากใช่ไหมว่าแฟนฉันชื่ออะไร คนที่เคยถูกเพื่อนรุ่ม จีบปากจีบคอถามคนอื่นๆ

เพื่อนของเธอพยักหน้ารับรัวๆ ทีเรื่องพวกนี้ล่ะอยากรู้กันนัก แต่ถ้าหากสอบถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แน่นอนว่าไม่มีใครตอบได้ (และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ตอบไม่ได้เหมือนกัน ก็เรื่องน่าปวดหัวแบบนั้นใครจะอยากจำล่ะ จริงไหม)  

แฟนของฉันชื่อ...

แฟนของเธอชื่อ...

เขาชื่อ...เขา... เธอทำท่าลังเลกวนประสาทเพื่อน

ชื่ออะไรเล่าสโนวไวท์ บอกมาเร็วๆ สิ พวกเรารอฟังไม่ไหวแล้วนะ พวกผู้หญิงสามสี่คนพากันเขย่าแขนแม่นางเอกในเทพนิยายอย่างน่าหมั่นไส้

แฟนใหม่ฉันชื่อ...ซารางแฮแหละเพื่อนๆ

กรี๊ดดด ซารางแฮ เขาน่ารักจังเลย

ซารางแฮ ซารางแฮ...ขณะที่คนอื่นๆ ต่างพากันตื่นเต้นดีใจร่วมกับยัยนางเอกในเทพนิยายเมื่อได้ยินชื่อนี้ แต่ฉันรู้สึกเหมือนโดนฟาดเข้ากลางหลัง มันเจ็บปวด ทรมาน กดดันจนหน้ามืดตามัว ทำไมนะ...เราถึงต้องเป็นญาติกัน ทำไมนะ...ทำไมฉันไม่เป็นคนอื่นไปเลย และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก่อนฉันจะจากไป ฉันรู้สึกแหวะท่าทางของผู้หญิงพวกนี้มาก

ตุ๊บ! ตั๊บ!

ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ เสียงทุ้มบอกกล่าวขอโทษขอโพย แต่ฉันไม่ได้เงยหน้าขึ้น เป็นอะไรรึเปล่า

ฉันส่ายหน้าตอบแล้วเดินเข้าห้องเรียน ตรงไปยังโต๊ะของตัวเอง ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่รู้สึกหนักใจ

ต้นข้าว สบายดีไหมจ้ะ

มูนนี่ แม่เพื่อนสนิทตัวดีวางมือขาวเรียวยาวของเธอลงบนไหล่ฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองดูเส้นผมสีดำเงาเป็นประกายกับแก้มสีชมพูหวานของเพื่อนแล้วส่ายหน้า เธอยังยิ้มสดใส กล่าวต่อไปอย่างไม่ใส่ใจว่า

เธอรู้ไหมว่าเมื่อวานคุณพ่อซื้ออะไรให้ฉัน

ต้นไม้ ฉันตอบเซงๆ

ถูกเผ่ง มูนนี่ปรบมือลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างฉัน นอกจากนั้นแล้ว...ฉันยังมีเซอร์ไพรส์อีกเรื่องหนึ่งจะบอกเธอ คฤ...

มูนนี่ ฉันแทรกขึ้นมาก่อนที่มูนนี่จะมีโอกาสได้พูดจบ

ขอโทษที่เสียมารยาท แต่ฉันเพิ่งนึกอะไรได้ และแน่นอนว่าเมื่อฉันกำลังนึกอะไรฉันต้องรีบพูดมันออกไป ก่อนที่ฉันจะลืมมันเสียก่อนจะมีโอกาสได้พูดอีกครั้ง หรือจะว่าไปฉันเป็นคนที่ค่อนข้างเก่งในด้านลืมในสิ่งที่ต้องการจะพูดนั่นเอง

เธอมีพี่ชายชื่อขึ้นต้นด้วยมูนที่พ่อและแม่เธอไปทำหล่นไว้ที่ไหนรึเปล่า

“Of course I do” มูนนี่ยิ้มหน้าบานไม่ได้มีทีท่าขัดใจพี่ชายฝาแฝดของฉัน ไม่ได้เจอกันมาแปดชาติได้

คราวนี้ฉันหูผึ่งรอฟัง หวังว่าโลกมันคงไม่ได้กลมจนเกินไปนะ และอีกอย่าง ไอ้คำว่า แปดชาติ มันเป็นคำพูดประจำตัวของฉันนะยะ แต่เฮ้ย! พี่ชายฝาแฝดของมูนนี่ ก็หมายความว่าเขาต้องเกิดในวันเดียวกัน จะไปเป็นเพื่อนกับพี่ชายฉันได้ยังไง และแน่นอนว่าเด็กผู้ชายเกรดเก้าต้องไม่มีใครตัวสูงโย่งอย่างกับเสาไฟแน่ๆ เพราะอย่างเพื่อนในห้องฉันยังเตี้ยกว่าฉันอยู่เลย  

พี่ชายฝาแฝดของเธอ

ใช่แล้ว พี่มูนลิท นั่นไงมาโน่นแล้ว สงสัยจะตรงดิ่งมาจากบ้านคุณอา

เธอชี้ไปยังเด็กหนุ่มผิวสีขาวหน้าตาหมิ่นเหม่คลับคล้ายคลับจนดูเกือบจะเหมือนคนที่นั่งอยู่ข้างกายฉันทุกระเบียบนิ้ว แต่มองตาเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่แฝดร่วมไข่ เขากำลังเดินเข้ามาในห้อง ผมเรียบติดหนังหัว ใส่ชุดสูทสีดำมีเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน ผูกไทเป็นระเบียบราวกับว่าเขาเพิ่งกลับมาจาก งานเลี้ยงวันชิงหมาเกิดของหมู่คนรวยก็ไม่ปาน

แต่หมอนี่สูงว่าฉันนี่หน่า ช่างเป็นไปได้!

พี่ชายเธอ ฉันอ้าปากค้าง

พี่ชายฝาแฝดของฉัน พ่อกับแม่ส่งเขาไปอยู่โรงเรียนประจำใกล้บ้านเก่าคุณอา เพราะว่าพี่ฉันต้องการเรียนดนตรี เขาเพิ่งกลับมาได้สามสี่วันนี่เอง เรื่องมันยาวเอาไว้ว่างจัดๆ ฉันจะเล่าให้เธอฟังแล้วกัน

ท่าทางของมูนนี่ยังเฮฮาไม่เสื่อมคลาย

แล้วทำไมเขาต้องแต่งตัวเหมือนกับจะไปเข้าโบสถ์แบบนั้นด้วยเล่า นี่มันโรงเรียนรัฐบาลนะไม่ใช่โรงเรียนเอกชน ใครๆ เขาก็ใส่ชุดลำลองกันทั้งนั้น

ฉันกระซิบถาม มองดูสาวๆ เกือบครึ่งห้องดึงปีกเทพธิดาแรดบกออกมาติด บินรี่ไปตอมพี่ชายฝาแฝดของมูนนี่

เขาเป็นคนเจ้าระเบียบและคลั่งดนตรีมาก ความใฝ่ฝันของเขาคืออยากเป็นได้แบบโมซาร์ททั้งที่เขาไม่มีความเป็นอัจฉริยะอยู่เลย ได้ข่าวว่าเพลงที่เขาเล่น แทบจะฆ่าคนฟังได้ทั้งเป็น เพราะมันห่วยแตกสุดจะหาคำมาบรรยาย การแต่งกายได้ดูดีน่านับถือคือความสามารถเพียงอย่างเดียวที่เขามีอยู่ คุณพ่อเคยบอกว่าถ้าหากจับเขาส่งเข้าประกวดแต่งตัวหล่อคงต้องคว้ารางวัลตุ๊กตาก้นทองตูดเบี้ยวมาแน่ๆ ฮ่าๆ

พอถึงตรงนี้เราสองคนก็หัวเราะออกมา เข้าใจคิดนะพ่อของมูนนี่เนี่ย รางวัลตุ๊กตาก้นทองตูดเบี้ยว ฉันได้ยินแล้วมองเห็นภาพแบบไม่ต้องใช้ความพยายามเค้นจินตนาการเลย แต่อย่างว่าแหละนะ แม้เขาจะไม่มีความเป็นอัจฉริยะทางด้านดนตรีเหมือนโมซาร์ท แต่เขามีความเป็นอัจฉริยะในด้านการแต่งตัวให้เหมือนลูกอภิมาหาเศษขยะ เอ้ย อภิมหาเศรษฐีให้สาวๆ มารุมล้อมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ขอโทษครับ ผมขอตัว

มูนลิทปลีกกายจากวงล้อมหญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาพวกเรา

ทำไมไม่เตือนฉันล่วงหน้าก่อนว่าห้องเรียนเรามีผู้หญิงเยอะขนาดนี้

เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หลังจากที่เทพธิดาแรดบกกว่าครึ่งห้องย้อนกลับไปนั่งที่ แต่มิวายพวกหล่อนยังส่งสายตาหวานฉ่ำแช่มชื่นเหมือนมีใครเอาน้ำหวานน้ำผึ้งเทใส่มาให้ และเมื่อฉันก้มมองดูเท้าเขา จึงพอเดาได้ว่าเขาอาจจะเป็นคนๆ เดียวกันกับที่ฉันชนเมื่อก่อนหน้านี้

นี่คงจะเป็นต้นข้าวสินะ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ

คว้ามือฉันไปแล้วก้มหน้าลงจูบ ฉันหันไปทำหน้าเหรอหราใส่มูนนี่

คาสโนว่ารึเปล่า

ไม่รู้เขาสิ มูนนี่ยักไหล่ส่ายหน้า

 

สรุปว่า...พี่ชายที่ว่าของมูนนี่นั้นหมายถึง มูนลิท ที่เข้ามาเรียนกับพวกเราหมาดๆ ส่วนคนที่ชื่อ มูนไชน์ นั้น ฉันลืมถามเธอไปเลยว่าใช่พี่ชายเธอรึเปล่า แต่หากมูนนี่ไม่ได้เอ่ยถึง ก็คงไม่ใช่พี่ชายแน่ๆ อันที่จริงมันก็น่าคิดนะว่าอาจจะใช่ เพราะขนาดพี่ชายฝาแฝดแท้ๆ เธอยังไม่เล่าให้ฉันฟังเลยจนกระทั่งวันนี้ ในทางกลับกัน...ถ้าฉันไม่ได้สับสนและวิตกจริตเกินไปฉันคิดว่า...พี่มูนไชน์อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเพื่อนรักคนเดียวของฉันที่เหมือนจะไม่รู้จักกันเอาเสียเลย ถึงยังไงก็ตามที ฉันก็คงต้องไปขอบคุณเขาอยู่ดีเรื่องที่ช่วยแปลศัพท์ให้ฉันรอดตายไปได้หนึ่งวัน ต้องย้ำด้วยนะ! ว่าที่ฉันกำลังจะทำนี้เป็นเพราะฉันเป็นคนดีมีมารยาทงาม กตัญญูรู้คุณเลยต้องตอบแทน

แค๊ก แค๊ก อะแฮ่มๆ ฉันเคลียร์ร่องคอ

ซึ่งดูเหมือนว่าเสมหะจะจงใจเพิ่มปริมาณมากเกินพิกัดผิดเวล่ำเวลา แห่กันขึ้นมาอุดตันอยู่ที่คอหอยฉันนี่

ขอบคุณนะคะ สำหรับเรื่องเมื่อวาน พี่ทำให้ฉันรอดตายไปอีกหนึ่งวัน

ข่มขืนหรือขมขื่นมันคงจะดูไม่แตกต่างไปเลยทันทีหากฉันจะต้องพูดประโยคที่กล่าวออกไปเมื่อครู่นี้ต่อคนๆ นั้น อ้าย...มันเลวร้ายและขมขื่นพอๆ กับผู้หญิงที่โดนข่มขืนนั่นแหละน่า ฉันไม่ได้พูดจาหวานๆ มานานเท่าไหร่แล้ว สามเดือนเต็มนะสามเดือนเต็ม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคำพูดของฉันมันก็ ขวานผ่าซาก ดีๆ นี่เอง พูดขอบคุณสุภาพๆ หวานๆ หยดย้อยแบบเมื่อครู่นี้ ฝันไปเถอะ! ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ไม่ได้ผลหรอก! ต่อให้ใครเอาน้ำผึ้งพระจันทร์สักพันตันมากรอกลงคอหอยฉันก็ไม่มีทางทำให้ฉันพูดอะไรแบบนั้นได้แน่ๆ

ฉันเป็นคนดี ฉันจะทำได้

ฉันบอกกับตัวเองอย่างนั้น แล้วจ้ำอ้าวตรงไปยังตึกเรียนของพี่ฮยอนจุน ลองทวนประโยคที่คิดเอาไว้

ขอบคุณนะคะที่ช่วยแปลศัพท์ให้ ไม่ใช่สิ ไม่จำเป็นเลยสักนิด

/> /> />

ประจวบเหมาะกับที่ฉันหยุดพอดี มองออกไปเบื้องหน้าเห็นพี่มูนไชน์กำลังยืนคุยกับผู้หญิงที่มีทรงผมเหมือนเกลียวคลื่นเป็นลอนยาวสีน้ำตาล หุ่นราวกับนางแบบ เธอสวมกระโปรงสั้นเหนือเข่ามานิดหน่อย มีเรียวขาสวยขาวยาวเหมือนคลีบปลาปิลันย่า...แล้วก็บลาๆๆ พอกันที...จบๆ เลิกพากย์ได้แล้ว

 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #16 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 / 10:09
    พี่นาตคะ มาอัพไวๆน้า
    กำลังสนุกเลย อิอิ
    #16
    0
  2. #15 >>night_girl<< (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 / 06:00
    เม้น&โหวตคร่า >.<
    ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครน้อ??~
    อยากรู้จังเลย
    พี่นาตรีบมาต่อนะคะ
    (กดดันเล็กๆน้อยๆส่งท้ายค่า ><)
    555+
    #15
    0