Crackers Family รักรสซ่า...ครอบครัวหรรษา x 3²

ตอนที่ 3 : 2.รักรสซ่า...ท้าทายเพื่อนพี่ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 พ.ค. 52


/> /> />

เจ้าชายอัศวิน:::

 

อัพค่ะอัพ อัพแล้วรีบเผ่นไปปั่นลูคัสต่อ

รักแฟนนิยายทุกท่าน ขอโทษที่ดองนานนะคะ

 

 

2.

รักรสซ่า...ท้าทายเพื่อนพี่ชาย

บนโต๊ะอาหาร แน่นอนว่าคนที่ลำบากใจที่สุดจะเป็นใครอื่นใดไม่ได้นอกจากต้นข้าว เธออึดอัดกับทีท่าเป็นมิตรของสมาชิกในครอบครัวที่มีต่อคนแปลกหน้าอันขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนใหม่ของพี่ชายคนโต

อ้าว คุยกันมาตั้งนาน...แม่เลยลืมถามชื่อเลย ว่าแต่พ่อหนุ่มชื่ออะไรล่ะลูก ผู้เป็นแม่ถาม

มูนไชน์ครับมิสซิสเลโอนาร์ด เด็กหนุ่มยิ้มให้เธออย่างสุภาพ

มูนไชน์ ชื่อเพราะดีนะฮยอนจุงคนมองชอบอกชอบใจหันไปบอกสามี

นั่นสิ ความหมายดีด้วย จริงไหมต้นข้าว คนเป็นพ่ออยากแหย่ลูกสาว

ก็งั้นๆ แหละค่ะ เด็กสาวไม่ยอมรับทั้งยังเบ้ปากใส่

หมอนี่เกิดคืนพระจันทร์เต็มดวงครับแม่

ฮยอนจุนวางส้อมลงอธิบายอย่างเอาเป็นเอาตาย

พ่อกับแม่เขาเป็นจิตแพทย์ทั้งคู่เลย น่าจะส่งต้นข้าวไปรักษากับเขาได้

โห...ไม่เลวนี่ พ่อคิดว่าไง ต้นกล้าหันไปถามสามี

พ่อเห็นด้วย เขาพยักหน้าตอบ

แต่คนที่ไม่พอใจที่สุดกลับเป็นต้นข้าว

พ่อคะแม่คะ พูดแบบนี้ได้ยังไง หนูงอนพ่อกับแม่แล้ว พี่ฮยอนจุนก็ด้วย น้องตัวเองไม่ได้ป่วยทางจิตเสียหน่อย จะได้ส่งไปให้ใครบางคนรักษา

คำตัดพ้อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมโต๊ะได้เกือบจะทั้งหมด หากไม่ติดอยู่ที่ว่าน้องสาววัยสองขวบของพวกเขากำลังจะหลับคาถ้วยข้าวละก็อาจจะนับได้ว่าทั้งหมดเลย มูนไชน์มองดูเด็กสาวขี้งอนแล้วอดยิ้มไม่ได้ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเพื่อขัดใจเธอเหมือนคนอื่นๆ เพราะแค่นี้เจ้าตัวก็ทำหน้าหงิกจนหาวิธีรักษาได้ยากแล้ว

ที่สำคัญ... ฮยอนจุนเสริมต่อ มูนไชน์และครอบครัวกำลังจะย้ายมาอยู่คฤหาสน์หลังถัดจากบ้านเราไปนี่เอง

จริงเหรอจ้ะ ต้นกล้าถาม

จริงครับมิสซิสเลโอนาร์ด

เรียกว่าแม่เฉยๆ ก็ได้จ้ะ

เธอบอกเด็กหนุ่ม ลุกขึ้นมาอุ้มลูกน้อยออกจากเก้าอี้เด็กแล้วกอดไว้แนบอก แม่หนูน้อยตัวเล็กกรนครอกอย่างสบายไม่เกรงใจแขกร่วมโต๊ะ

น้องชอบหลับบนโต๊ะอาหารน่ะ ขอโทษทีนะจ้ะ

ไม่เป็นไรครับ...แม่

เคร้ง!

ช้อนส้อมกระแทกขอบจานเสียงดัง

ได้ลูกชายใหม่แล้ว เดี๋ยวต้นข้าวก็กลายเป็นหมาหัวเน่า เด็กสาวประชด

ต้นข้าว ฮยอนจุงดุลูกสาวหน้าเคร่ง งอนแต่พองาม ไม่ใช่เกินพอดี

คุณพ่อน่ะ ไม่เห็นต้องทำหน้าดุใส่ต้นข้าวเลย

เด็กสาวสะบัดหน้าหนี ก็ดันสบตากับมูนไชน์โดยบังเอิญ บังเอิญที่เขาจ้องเธออยู่พอดี เด็กหนุ่มไม่ยอมหลบหน้า เด็กสาวก็เชิดคอใส่อย่างอวดดี แม้จะรู้สึกอายแต่เธอไม่ยอมเสียฟอร์มต่อหน้าเขาเป็นแน่

พี่คบกับพี่ฮยอนจุน นิสัยเหมือนกันแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ คำถามของเด็กสาวเล่นเอาพี่ชายกลืนข้าวไม่ลง

ยัยต้นข้าว เธอถามอะไรอย่างนั้นฮะ ฮยอนจุงเงยหน้าขึ้นมาจ้องน้องสาว แล้วทำไมเพื่อนฉันจะต้องมาเหมือนฉันด้วย

ก็ใครจะไปรู้ล่ะ พวกเจ้าชู้เพลย์บอยเหมือนกันถึงจะเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ ต้นข้าวเชิดหน้าขึ้นสูง คนเป็นพ่อเป็นแม่มองแล้วกุมขมับ แต่พี่ชายเธอกลับเลิกคิ้วสูงยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

หากเพื่อนฉันเป็นเพลย์บอยเหมือนกับฉัน ก็ไม่เกี่ยวกับแกไม่ใช่เหรอ แกจะเดือดร้อนไปทำไม

ฉันจะได้ระวังตัวเอาไว้ ไม่เข้าไปอยู่ใกล้ๆ เพื่อนพี่ไง

คนว่าก็ว่าไป แต่คนถูกพาดพิงก็เอาแต่นิ่ง จากที่คนเป็นพ่อเป็นแม่เครียดจนสติแทบแตก ถึงขั้นอยากเอาสก็อตเทปมาแปะปากลูกสาวก็กลายเป็นว่าสงบลงบ้าง เมื่อทีท่าของชายหนุ่มไม่ได้แสดงความอึดอัดหรือเดือดร้อนอะไร เขายังนั่งกินอย่างสบายๆ กรอกตามองบทสนทนาโต้ตอบอันเผ็ดร้อนระหว่างเพื่อนและน้องสาวของเพื่อนอยู่เป็นระยะๆ

หวังว่าการกินอาหารมื้อนี้จะไม่ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดนะจ้ะ ต้นกล้าถามอย่างกังวล

มูนไชน์ยิ้มให้เธอแล้วส่ายหน้า

ไม่หรอกครับ ผมชินแล้ว

เพราะเขาเชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงเลยชินยังไงล่ะคะคุณแม่ เสียงเล็กแทรกมา

ฮยอนจุงเอียงหัวเล็กน้อยแล้วยิ้มกรุ่มกริ่มให้ลูกสาวสุดที่รัก

ดูเหมือนลูกสาวเราจะอยากโดนลงโทษ เธอว่า...เราไม่ได้ลงโทษลูกๆ มานานเท่าไหร่แล้วนะ เขาทำท่าคิดหันไปทางภรรยา

หลายปีแล้วนะ ตอนนี้ลูกเราอายุเท่าไหร่แล้วน้า...สิบห้า ก็ประมาณ...สิบปีแล้วฮยอนจุงที่เราไม่ได้ลงโทษลูกๆ ของเรา เห็นทีจะต้องไปรื้อกฏประจำบ้านออกมาใช้อีกแล้วแหละ ต้นกล้าเล่นบ้างทำท่าขึงขัง

ต้นข้าวเห็นท่าทางของพ่อกับแม่แล้วรู้สึกเสียวสันหลังวาบ มันไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยสักนิดหากพ่อและแม่ของเธอเริ่มต้นเล่นเกมจิตวิทยาบนโต๊ะอาหารที่อาจจะกลายเป็นสงครามจิตวิทยาในไม่ช้า

หรือไม่ก็...ลูกก็ลองคบกับพี่เขาดูสิจ้ะ จะได้รู้ว่าเขาเป็นยังไง

แม่คะ แม่พูดเล่นใช่ไหมคะ เด็กสาวโพล่งออกมา ลุกขึ้นตึงตัง พี่ชายของเธอหัวเราะร่า เช่นเดียวกันกับคนเป็นพ่อ ส่วนมูนไชน์เอาแต่นั่งยิ้ม

แม่พูดเล่นจ้ะ นั่งลงได้แล้ว...ลูกก็รู้นี่คะว่าไม่ควรดูถูกพี่เขา ว่าแล้วก็ลุกขึ้นหันไปทางสามี รบกวนนายช่วยจัดการทางนี้ด้วยนะ ฉันต้องพาต้นหลิวไปนอนก่อน

ถ้างั้นหนูขอตัวไปทำการบ้านต่อนะคะพ่อ

ได้จ้ะ แต่หลังจากที่เราเก็บโต๊ะอาหารนะ วันนี้เวรหนูทำความสะอาดครัวนี่คะ ฮยอนจุงบอกลูกสาว ซึ่งเด็กสาวไม่ได้พอใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

เดี๋ยวผมช่วยยัยตัวแสบนะครับพ่อ ฮยอนจุนเสนอตัว

ก็ตามใจ

 

ขณะที่ฉันกำลังเก็บจานเข้าเครื่อง พี่ชายฉันที่เสนอตัวเข้ามาช่วย ได้ลากเพื่อนชายของเขาเข้ามาเอี่ยว สองคนนั้นคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย หรือจะว่าไปคนคุยคือพี่ชายฉันเสียมากกว่า เพราะเพื่อนเขาแทบจะไม่พูดอะไรเลย มีแต่เขี่ยเศษอาหารลงถังขยะแล้วยิ้มให้พี่ฉันหน่อยๆ หรือบางครั้งฉันก็เผลอหันไปเจอรอยยิ้มปริศนานั้นบ้าง หงุดหงิดชะมัด ฉันเดารอยยิ้มนั่นไม่ออกเลย โรคจิตรึเปล่าตานี่

แต่ก่อนน้องสาวฉันน่ารักมาก

พี่ฮยอนจุนเริ่มลามปามเข้าถึงเรื่องฉัน แต่ก็อย่างที่เขาพูดนั่นแหละ ฉันรู้ว่าฉันเคยน่ารักมาก แต่ตอนนี้มันเป็นอดีตไปแล้ว

แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เพราะว่าน้องฉันเพิ่งโดนกีดกันเรื่องความรัก เพราะดันไปรักกับลูกอาเข้าได้

พี่ฮยอนจุน ฉันแผดเสียงใส่อย่างหัวเสีย พี่พูดแบบนี้ได้ไง ฉันจะฟ้องพ่อ

อ้าว! จะเป็นไรไป ฉันก็แค่พูดความจริง พี่ฮยอนจุนยักไหล่หน้าตาเฉยไม่สะทกสะท้านและน่าถีบ

แต่พี่กำลังเล่าเรื่องครอบครัวให้คนอื่นฟังนะ

คนอื่นที่ไหน นี่มูนไชน์ เพื่อนฉัน พี่ฮยอนจุนชี้นิ้วเข้าหาตัว และอีกอย่าง...ทุกคนที่ฉันได้แนะนำให้พ่อแม่ได้รู้จัก ไม่นับว่าเป็นคนอื่น

พี่ก็เล่าเรื่องของพี่ไปสิ ทำไมจะต้องเล่าให้เขาฟังด้วย

โอเคๆ ฉันไม่เล่าก็ได้ พี่ฮยอนจุนยกมือขึ้นยอมแพ้

ลองเล่าต่อดูสิ ฉันจะโยนมีดใส่เลยคอยดู

แม้ตอนนี้ฉันจะไม่ได้เสียใจมากนักเกี่ยวกับเรื่องซารางแฮ (ย้ำว่าแค่ตอนนี้นะ แต่ฉันอาจจะรู้สึกขมขื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้) เพราะถึงยังไงเราก็เป็นญาติกัน มันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่ดี แต่ฉันก็ยอมรับว่าฉันยังรู้สึกเจ็บอยู่ เราเคยรักกันมาก แต่สุดท้ายก็รู้ว่าเราสืบทอดสายเลือดเดียวกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่มีความรู้สึกดีต่อผู้ชายคนไหนอีกเลย ความก้าวร้าวในตัวฉันก็เริ่มทวีพูลเพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่ฉันก็พยายามควบคุมตัวเองให้มากที่สุด ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนควบคุมฉันเอง แบบนั้นจะเลวร้ายกว่ามาก เหมือนกับเรื่องของซารางแฮยังไงล่ะ

ฉันไม่ได้รู้สึกเกลียดพี่ชาย แค่จะพูดดีหวานๆ ด้วยเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ ส่วนนิสัยทุบตีนี่ฉันก็เป็นมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว พี่ชายฉันก็โดนประจำ เพียงแต่หลังๆ เขากวนประสาทฉันมากหน่อยเท่านั้น แต่ฉันก็รู้นะว่าพี่เขารักฉันมากพอๆ กับความชอบกวนประสาทฉันนั่นแหละ

สักพักพี่ฮยอนจุนก็เดินออกจากครัวไป ฉันเลยต้องอยู่ในห้องครัวกับพี่มูนไชน์สองต่อสอง อากาศไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่นัก เพราะฉันรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจและคิดว่ากำลังจะตายในอีกไม่ช้า เขาไม่พูดอะไร แค่เดินวนเวียนไปมาอยู่ใกล้ๆ จัดเก็บข้าวของอย่าง แสนรู้ เกินความจำเป็น ราวกับว่าอาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นชาติได้ มันยิ่งทำให้สายตาฉันอดกรอกกลิ้งไปมามองตามเงาของเขาไม่ได้ แล้วก็รู้สึกว่าเขากำลังมาหยุดอยู่ข้างหลังฉัน จ้องฉันด้วยสายตาแบบไหนก็ตามที่ฉันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยหลังเพราะไม่มีตาอยู่ตรงนั้น หรือบางทีเขาอาจจะถือมีดเอาไว้ เมื่อฉันหันกลับไปเขาก็จะแทงมันลงตรงกลางหัวใจ

ต้นข้าวครับ

พรืบ!

ฉันสะดุ้งเฮื้อกแล้วรีบหันกลับไปจ้องเขาตาโต พี่มูนไชน์ยืนจ้องฉันอยู่ด้วยสายตาแน่นิ่ง ในมือถือแก้วลายหมีขั้วโลกกระโปรงแดงลายสก็อตเอาไว้

ดืมนี่ก่อนดีไหมครับ เขายิ้มหน่อยๆ ฉันยื่นมือออกไปรับอย่างงกๆ เงิ่นๆ ดื่มนมอุ่นๆ จะได้หายเครียด

ถึงตอนนี้ฉันล่ะอยากจะสาดนมร้อนๆ ใส่หน้าเขาเลย แต่ระงับสติเอาไว้ได้จึงวางแก้วลงบนโต๊ะได้ทันการพอดิบพอดี

ขอบคุณนะคะสำหรับความห่วงใย แต่ต้นข้าวไม่ชอบดื่มนมค่ะ

ฉันหันกลับมาขบเคี้ยวเขี้ยวฟันถลึงตาใส่เครื่องล้างจาน แทบจะกำมีดหั่นสเต็กจนบิดเบี้ยวได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุของการสร้างอารมณ์บูดเน่าให้ฉัน ทั้งยังเสนอหน้ามาช่วยเก็บจานให้อีกด้วย

โมโหมากๆ ระวังตัวจะระเบิดนะ เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆ ถ้าเขาไม่ออกไปไกลๆ ฉันอาจจะระเบิดจริงๆ ก็ได้

นี่พี่กำลังจะเยาะเย้ยข้าว หรือว่าสมน้ำหน้าล่ะคะ

ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง

ควับ! ฉันหันไปจ้องหน้าเขา

ถ้าไม่ใช่ ก็ออกไปจากตรงนี้ที ไม่เช่นนั้นต้นจะไม่รับประกันความปลอดภัย

ดูเหมือนเขาจะไม่กลัว ทั้งยังค่อยเอื้อมมือเข้ามาใกล้ฉัน ฉันรู้สึกตกใจแต่ขยับถอยหลังไม่ได้เพราะติดเครื่องล้างจาน มือใหญ่กำข้อมือฉันเอาไว้แน่น แล้วพยายามคลี่กำปั้นฉันออก เขาหยิบมีดสเต็กวางลงบนอ่างแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าวางบนฝ่ามือตรงช่วงบริเวณบาดแผล ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วดึงสมุดเล่มเล็กๆ ออกมาพร้อมปากกาแล้วก้มหน้าลงจดอะไรขยุกขยิก ขณะที่ฉันกำลังยืนอึ้งมองดูเลือดที่อยู่ในมือ

โอ้พระเจ้า...ฉันน่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ

เมื่อเขาจดเสร็จ เขาก็เดินออกจากห้องครัวไปโดยไม่พูดอะไร พอถึงตรงนี้ฉันก็นึกขึ้นได้ว่า...ฉันอยากฆ่าเขาให้ตายชะมัด

 

ตอนกลับมาที่ห้อง ฉันก็เจอกับพี่ชายผู้แสนดีตั้งคำถามด้วยหน้าชื่นตาบานเหมือนถูกหวยว่า เป็นยังไงบ้าง ประหนึ่งว่าการที่ฉันอยู่กับเพื่อนเขาสองต่อสองเป็นเรื่องน่ายินดีเหลือเกิน

พี่เอาเพื่อนพี่มาที่บ้านเพื่อสังเกตพฤติกรรมของฉันใช่ไหม ฉันเท้าสะเอวใส่ แต่ไม่ต้องหวังหรอกนะว่าพี่ชายฉันจะแสดงทีท่าตกอกตกใจ ยากนักจะค้นหาคำๆ นี้บนใบหน้าของจอมเพลย์บอยอย่างพี่ฮยอนจุน

ว่ะ มูนไชน์ทำงานยังไงวะเนี่ย ยังไม่ทันข้ามวัน น้องสาวฉันก็รู้เสียแล้ว

พี่รู้ไหมว่าเขาทำให้ฉันโกรธ จนเผลอกำมีดจนบาดเจ็บ ฉันยกมือให้พี่ฮยอนจุนดู ผ้าเช็ดหน้าของเขายังอยู่บนนั้น ฉันอยากจะโยนมันทิ้งแต่เอาไว้หลังจากนี้แล้วกัน ไม่ช้านานหรอก

ถ้าอย่างนั้นน้องสาวฉันยิ่งน่าจับส่งไปอยู่กับมูนไชน์ใหญ่เลย พี่ฮยอนจุนปรบมือหนึ่งครั้งมองดูมือข้างที่บาดเจ็บของฉัน ทำหน้าตาพึงพอใจ แต่ฉันกลับรู้สึกฉุนและระอา

หมายความว่ายังไง

ก็เธอเริ่มบ้าแล้วน่ะสิ ส่งไปอยู่กับมูนไชน์ ให้เขาช่วยรักษา บ้านนั้นมีจิตแพทย์ตั้งสองคนเชียวนะ ส่วนตามูนไชน์ก็ลูกจิตแพทย์ เขาเก่งพอและรู้ว่าจะจัดการกับน้องสาวฉันได้ยังไง

หมายความว่ายังไง

เฮ้ย! นี่ฉันมีน้องโง่ตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่ฮยอนจุนทำท่าล้อเลียน แต่ฉันยกไหล่ขึ้นสูงเหมือนหมาพองลมเวลาโกรธหรือต้องการจะขู่ใคร

พี่อ่ะ ชอบยั่วโมโหฉันอยู่เรื่อย

พอถึงตอนนี้พี่ฮยอนจุนก็หัวเราะชอบใจ เดินเข้ามากุมไหล่ฉันเอาไว้ ก่อนจะยกขึ้นมาตบหัวฉันเบาๆ ก้มหน้าลงมาในระดับสายตาฉันเพราะพี่ชายฉันตัวใหญ่มาก สูงอย่างกับต้นโอ๊คแปดพันปี

ฉันล้อเล่นน่า เดี๋ยวแกก็ระเบิดพอดีๆ เขาไปนอนพักผ่อนให้สบายไป อย่าคิดมากน่า

ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องไป ฉันเลยรีบจ้ำเท้าเข้าห้องไปเหมือนกัน บึ่งตรงไปยังหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเปิดขึ้น ศัพท์จิตวิทยา ในบทเรียนภาษาอังกฤษอันแสนโหดร้าย ทำไมฉันต้องเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับวงการแพทย์ด้วยนะ บ้าชะมัด! เสียฟอร์มด้วย ทำไมฉันถึงไม่เก่งเหมือนพี่ จะได้ไม่ต้องไปถามมันอยู่บ่อยๆ หรือแม้กระทั่งวันนี้ ฉันยังเผลอไปถามเพื่อนพี่เพราะคิดว่าเป็นพี่ชายตัวเองอีกต่างหาก

น่าอายจริงๆ  เอ๊ะ

ฉันก้มลงเก็บกระดาษที่ปลิวหล่นลงไปใต้โต๊ะขึ้นมาแล้วถึงกับชะงัก นำมันมาวางทาบลงบนหนังสือดูแล้วก็แทบจะอดดีใจโลดเต้นไม่ได้ คำศัพท์ยากๆ ถูกแปลเอาไว้เพียบพร้อมสำหรับเชื่อมโยงกับประโยคอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย อย่างน้อยๆ คืนนี้ฉันก็ไม่ต้องรู้สึกปวดหัวเพราะกลัดกลุ้มเหมือนคนอยากฆ่าตัวตายไปอีกหนึ่งวันแล้วกัน 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #14 >>night_girl<< (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 / 20:57

    รออยู่ค่ะ ^-^
    (การกดดันนักเขียนคือหน้าที่ของเรา 55)

    #14
    0
  2. #13 fene_sun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2552 / 20:17
    มาอัพพี่นาต มาอัพ แอ๊มรออยู่ ^^
    #13
    0
  3. #12 ขนมจีบ+ซาลาเปา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2552 / 10:17
    พี่นาตคะ ไม่รู้ว่าต้นข้าวหรือหนูจะเป็นโรคจิตก่อนกันแน่
    ถ้ามีหมอน่าตาดีแบบนี้รักษาหนูก้อยอมเป็นนะคะ
    (ท่าทางจะบ้าไปแล้วจริงๆ)
    #12
    0