[The Gang #9] The Dark Side of the Moon : พระจันทร์ด้านมืด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,497 Views

  • 93 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    29

    Overall
    2,497

ตอนที่ 8 : Incomparable [ เทียบไม่ติด ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    15 พ.ย. 61


บทที่ 7

Incomparable

"มะ แม็กนั่ม ขอเจอแม็กนั่มหน่อยค่ะ"

"เธอ..."

เพื่อนของแม็กนั่มมองฉันที่ยืนค้ำเข่าหอบหายใจหนักอยู่หน้าห้องเรียนของเขาด้วยสีหน้างุนงง เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วมองฉันก่อนจะชะเง้อเข้าไปมองในห้องผ่านประตูกระจกใสแล้วเดินหายเข้าไปข้างใน ฉันได้แต่ยืนรอที่หน้าห้องเรียนของเขา แม็กนั่มมาเรียนแล้วแน่ๆ แต่ฉันได้แต่หวังว่าคนอื่นๆ (เช่น เพื่อนของแม็กนั่ม)คงไม่ได้รับข้อความบ้าๆ นั่นด้วย เท่าที่รู้ตอนนี้คือเพื่อนผู้ชายของฉันทั้งห้องมองฉันด้วยสายตาเชิญชวนให้ฉันขึ้นเตียงด้วยทุกนาทีจนฉันไม่อาจจะนั่งเรียนต่อไปในห้องเรียนได้อีกต่อไปโดยที่ไม่สติแตกไปซะก่อนได้อีกแล้ว

ต่อมา ร่างสูงของแม็กนั่มเปิดประตูออกมา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเจ้าของเขายังคงเหมือนเดิมไม่มีผิด

ร่างใหญ่ก้าวออกมาที่ทางเดินหน้าห้องเรียนพร้อมกับปิดประตูแล้วมองฉันนิ่ง ใบหน้าดูดีหมดจดหากแต่เต็มไปด้วยโทสะที่แปลความหมายได้ว่าถ้าไอ้การที่ฉันอุตส่าห์ถ่อมาถึงห้องเขาแต่กลับไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่จะต้องคุยด้วย เขาอาจจะจับฉันโยนลงไปจากอาคารเรียนชั้น 5 นี่ก็ได้ และฉันสาบานได้ว่าเขากล้าทำจริงๆ ไม่ได้แค่ขู่ด้วยสายตาแน่นอน ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ในขณะที่ดวงตาเรียวใต้คิ้วขมวดมุ่นมองฉันนิ่ง

"เธอจำไม่ได้หรือไงที่..."

"ยัยน่ันส่งข้อความชวนผู้ชายทุกคนไปนอนด้วย" ฉันกระซิบแทรกขึ้นบอกเขา "ยัยน่ันตั้งใจจะแก้แค้นฉัน!!"

"ยัยนั่นเป็นร่างก๊อปปี้ของเธอ..." แม็กนั่มพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเหมือนทองไม่รู้ร้อน

"แล้ว??"

"มันก็เป็นเรื่องของเธอไง" เขาว่าแล้วหันหลังหนี แต่ฉันรีบคว้าหลังเสื้อของเขาไว้ได้ก่อน

แม็กนั่มหันมาถลึงตามองฉันที่บังอาจทำการกระทำอันแสนอุกอาจต่อหน้าเพื่อนๆ ของเขาที่เริ่มจับตามองเราสองคนด้วยสีหน้าฉงน คงไม่มีใครคิดหรอกว่าแม็กนั่มที่แสนจะสูงส่งและเย่อหยิ่งกลับถูกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือหน้าตาอะไรในโรงเรียนฉุดกระชากลากถูกได้ขนาดนี้ มือข้างที่คว้าจับเสื้อของเขาสั่นระริกในขณะที่ดวงตาขุ่นมัวของเจ้าของเสื้อมองต่ำลงมาที่มือของฉันด้วยความไม่พอใจ

"ถ้าไม่ใช่เพราะที่นายทำลงไป เมื่อคืน... ยัยนั่นก็คงไม่โกรธแบบนี้!!!"

ฉันว่าแล้วกำอกเสื้อนักเรียนของเขาแน่นจนยับย่น

ไม่รู้ว่าเพราะแม็กนั่มหล่อ หรือเพราะฉันเสียงฉันดังเกินไป หรืออะไรก็แล้วแต่... ทว่าตอนนี้ เพื่อนร่วมห้องของแม็กนั่มเริ่มโผล่หัวมองผ่านประตูกระจกแล้วเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจโดยไม่คิดจะปิดบังสักนิด ให้ตายเถอะ นะ นะ นั่นมันลูกชายของรัฐมนตรีที่ออกโทรทัศน์บ่อยๆ นี่นา... พระเจ้าช่วย ฉันก็พอรู้อยู่หรอกนะว่าโรงเรียนนี้มันสุดแสนจะไฮโซ ห้องของฉันเองก็มีพวกคุณหนูมากกว่าครึ่งถึงจะเป็นห้องเกือบท้ายๆ ส่วนแม็กนั่มน่ะเป็นเด็กจากห้องเทพๆ ห้องที่มีแต่นักเรียนเกรดพรีเมี่ยมของโรงเรียน

ใบหน้าหล่อตวัดสายตาคมหันไปมองเพื่อนร่วมห้องอย่างหงุดหงิดที่โดนจ้อง หากแต่เขาไม่พูดอะไรออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นบางด้วยความโกรธที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นทีละน้อย ร่างสูงสะบัดมือของฉันออกก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ เดินออกมา ทำให้ฉันต้องวิ่งเหยาะๆ ตามเขาไปด้วย

"ขะ ขอโทษ" ฉันว่าแล้วรีบออกวิ่งตามแม็กนั่มไปตามทางเดิน "นี่ ขอโทษนะ ฉันไม่น่าระเบิดใส่นายเลย"

"ฉันได้ยินชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว"

แม็กนั่มว่าด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะผลักฉันเข้าไปในห้องน้ำชายแล้วปิดประตูปังจนพื้นสั่นสะเทือน

นายมีปมอะไรในใจกับห้องน้ำชายรึเปล่าเนี่ย!!!

ทว่าฉันยังไม่ทันจะได้พูดออกมา หมอนั่นกลับผลักฉันจนชนกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหินอ่อน แขนทั้งสองข้างกางกั้นไว้ไม่ให้ฉันหนี ร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของเขาที่เป่ารดอยู่บนหน้าผาก ร่างกายของฉันแข็งนิ่งด้วยความหวาดหวั่น ดวงตาเข้มกราดมองฉันด้วยสีหน้าโกรธจัด

"ฉะ ฉันขอโทษ..." ฉันว่าแล้วพยายามหลบตา "ขอโทษนะที่ทำแบบนั้น ฉันสาบานเลยว่าจะไม่ทำอีก!"

"นั่นครั้งที่สามและสี่" แม็กนั่มว่าแล้วหลับตาลง หายใจเข้าก่อนจะลืมตาขึ้นมองฉันอีกครั้ง "คุยกับยัยนั่นสิ"

ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างงุนงง ก่อนเอียงคอมองและกระพริบตาปริบๆ ใส่

"ว้ายยย เขาอยากคุยกับฉันด้วยล่ะ!!!"

หากแต่เสียงในหัวของฉันตอบกลับมาทันทีราวกับว่ารอวินาทีนี้อยู่พอดี ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ รู้สึกแค้นใจที่ไม่อาจสัมผัสได้ก่อนว่ายัยนั่นตั้งใจจะทำลายชีวิตฉันในโรงเรียนแทนการแก้แค้นเรื่องเมื่อคืนนี้ด้วยข้อความนั้น ทั้งที่เราควรจะเชื่อมต่อกัน แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเลย ฉันกลับปล่อยให้เรื่องมันเกิดขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วฉันอาจจะหยุดยัยนั่นไว้ก็ได้หากว่าฉันรู้ว่ายัยนั่นวางแผนอะไรไว้ ชีวิตของฉันอาจจะไม่ต้องมาถึงขั้นวิกฤติขนาดนี้...

"ว่าไง?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นแล้วพยายามก้มมองฉัน "ติดต่อได้ไหม?"

"... อือ..." ฉันว่าแล้วก้มหน้าหลบสายตาแม็กนั่ม "ยัยนั่นดีใจที่นายอยากคุยด้วย"

"แต่จะดีใจมากกว่าถ้าแม็กนั่มอยากจะทำอย่างอื่นที่ใช้ปาก แต่ไม่ต้องคุย"

ฉันกำมือแน่น ทั้งโกรธและอาย อายจนกระดากปากไม่กล้าพูด แต่ก็ต้องบอกเขา

"ยัยน่ันบอกว่าจะดีใจมากกว่าถ้านายทำอย่างอื่น... ทะ... ที่ใช้ปาก แต่ไม่ต้องคุย"

คิ้วเข้มของเขาเลิกขึ้น รอยยิ้มบางคลี่ระบายบนริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะใช้นิ้วเชยคางของฉันให้เงยขึ้นมองสบตากับเขาอย่างรำคาญ ดวงตาเข้มมองเข้ามาราวกับจะสื่อให้ถึงอีกคนที่โลดแล่นอยู่ในหัวของฉัน ฉันรู้ว่าเขาต้องการจะยั่วโมโหยัยนั่น ฉันอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่ฉันคนนี้ แต่เพราะเขาอยู่ตรงนี้ต่อหน้าฉัน คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือฉันคนนี้ ไม่ใช่ยัยนั่นเลยสักนิด

นี่มัน... เหมือนเกมที่ยังไงฉันก็มีแต่จะแพ้

ใบหน้าและดวงตาที่ทรงพลังตรงหน้ากำลังสูบเอาพลังทั้งหมดไปจากร่างกายของฉันที่ค่อยๆ ร้อนผ่าวขึ้นทีละนิดจนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู ฉันเบือนหน้าหนีหากแต่มือใหญ่คว้าจับฉันไว้ได้ก่อน นิ้วเรียวเชยคางของฉันให้เงยหน้าขึ้นมองเขา... แม็กนั่มจะรู้ไหมว่าการกระทำทุกอย่างของเขากำลังทำให้กำแพงในใจของฉันสั่นสะเทือน ทุกการสัมผัสแค่เพียงจากปลายนิ้วเปรียบเสมือนไฟฟ้าแรงสูงที่ช็อตเข้าใส่กลางใจอย่างจัง

"ยัยตัวขี้ก๊อป ได้ยินไหม?" แม็กนั่มถามแล้วเอียงคอมอง "ฟังฉันให้ดีๆ นะจันทร์เจ้าตัวปลอม"

เขาไม่ได้มองฉัน เขาไม่ได้มองฉัน ท่องไว้ จันทร์เจ้า... อย่าเขิน อย่าอาย อย่าหวั่นไหว

"ได้ยิน"

"ยัยนั่นฟังอยู่" ฉันตอบเสียงสั่นๆ "พูดต่อสิ"

"จูบเมื่อคืนเป็นไง ?"

ฉันแทบสะอึกกับคำถามของเขา หน้าสั่นไปหมด ฉะ ฉะ ฉันควรตอบเขาไหม

....

"...มะ ไม่ตอบ" ฉันกระซิบบอกเสียงเบาหลังจากที่ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่เขาเรียก

"ฉันทำเธออารมณ์ค้างใช่ไหม คงหิวมากสินะถึงหมดหนทางขนาดที่ส่งข้อความหาผู้ชายทั้งโรงเรียนแบบนั้น"

ฉันเบิกตามองกว้างเท่าไข่ห่าน มองเขาด้วยตาที่โตจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า มือและเท้าเย็นวูบวาบไปหมดอย่างหวาดหวั่นและสะพรึงกลัวกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่นี้ อะ อะ อะไรนะ??? ยัยบ้านั่นส่งข้อความทุเรศนั่นกับรูปตัวเองหรือจริงๆ ก็คือรูปของฉันนั่นแหละให้กับผู้ชายทั้งโรงเรียนจริงๆ เหรอ!!! แสดงว่าสีหน้าแปลกๆ ของเพื่อนเขาเมื่อก่อนหน้านี้ก็คือ... ไม่นะ ไม่จริง แล้วถ้ารูปนั่นหลุดไปจนถึงพ่อแม่ของฉันล่ะจะเกิดอะไรขึ้น ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัดก็เถอะแต่มันก็... ไม่นะ ฉันจะทำยังไงดี!!!

"จริงเหรอ???!" ฉันเผลอหลุดปากถามเสียงดัง แม็กนั่มกลอกตาใส่แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ฉันเข้าไปอีก

"ฉันจะบอกอะไรให้นะ..." น้ำเสียงของแม็กนั่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ในขณะที่ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้

"..."

"จูบของฉันที่เธอรู้สึกจากความรู้สึกของยัยนี่น่ะเทียบไม่ได้กับของจริงเลยสักนิด"

ร่างสูงเอนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดลงบนแก้ม อุณหภูมิของร่างกายของเขาที่ทาบทับลงมา แผงอกแข็งที่กดแนบสนิทอยู่กับร่างกายถ่ายทอดความร้อนผ่าวที่มีเพียงเสื้อผ้าบางๆ กางกั้นเอาไว้ หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง แรงจนเจ็บ แรงจนกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าฉันใจเต้นไปกับคำพูดของเขาที่สื่อถึงคนอื่น

ฉันต้องตายแน่ ฉันตายแน่ๆ

"ว่าไง..."

"มะ ไม่ตอบ..." ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเมื่ออีกร่างหนึ่งของฉันไม่ส่งสารอะไรตอบกลับมาเลยสักนิด

"คิดถึงจูบของฉันอยู่รึไง?"

เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาที่ใบหู น้ำเสียงและคำถามที่ทำเอาหัวใจของฉันเกือบระเบิดตู้ม

ลมหายใจแผ่วเบาแต่ร้อนระอุที่เป่ากระทบบนใบหูเรียกความรู้สึกของการถูกบดขยี้อย่างรุนแรงบนริมฝีปากเมื่อคืนให้หวนกลับมาอีกครั้ง ทุกสัมผัสชัดเจนสมจริงยิ่งกว่ากลิ่นอับชื้นของห้องน้ำในตอนนี้เสียอีก ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว ทำตัวไม่ถูกแม้รู้ว่าจริงๆ แล้วเขากำลังพูดกับฉันอีกคนที่ไม่ใช่ฉันคนนี้ก็เถอะ แต่มันก็... ฉันกำมือแน่น เม้มริมฝีปาก พยายามที่จะมองอย่างอื่นที่ไม่ใช่ริมฝีปากบางๆ ของเขาตรงหน้า พยายามเบือนหน้าหนีจนเขาต้องใช้มือจับใบหน้าของฉันตรึงไว้ให้สบตากับเขา

"มองฉัน..."

เขาไม่ได้บอกฉัน เขาไม่ได้บอกฉัน...

ฉันท่องไว้ในใจในขณะที่ดวงตาทั้งสองร้อนผ่าวอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ

"เธออยากจะนอนกับผู้ชายทั้งโลกก็เชิญ แต่จำไว้อย่างหนึ่งนะ..."

"..."

"ไม่มีใครเทียบฉันได้หรอก..."

"..."

"ไม่มีใครทำให้เธอรู้สึกได้เหมือนกับที่ฉันทำ"

"..."

"ไม่มีทาง..."

ในขณะที่แม็กนั่มพูด ริมฝีปากของเขาแทบจะประกบทับกับริมฝีปากของฉันอยู่แล้ว ลมหายใจแผ่วเบาแต่ร้อนระอุเป่ารดลงยิ่งทำให้ฉันเริ่มเข้าสู่ภวังค์ที่ไร้สติ ดวงตาทั้งสองข้างของฉันหลับสนิท ก้อนเนื้อในหน้าอกเต้นรัวแรงอย่างอัดอั้นจนแทบจะระเบิดเปรี้ยงแตกกระจายกลายเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น หน้าอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลงเพราะหอบหายใจเหนื่อยหลังจากที่กลั้นใจมานานอย่างไม่รู้ตัว มือและเท้าเย็นเยียบไปหมดในขณะที่แม็กนั่มยังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็นได้เช่นเดิม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เย็นชาดุจหมาป่าระบายที่มุมปากราวกับพึงพอใจที่เห็นฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัวแบบนี้

เสียงในหัวของฉันหายไปแล้ว หายไปนานมากจนฉันเกือบจะดีใจแล้ว ถ้าหากว่า...

"เธอต้องทำยังไงก็ได้ให้แม็กนั่มยอมนอนกับฉัน"

ไม่!!!

"งั้นก็เตรียมตัวสนุกได้เลยยัยโง่ ฉันจะไปนอนกับผู้ชายทั้งโรงเรียนให้สะใจไปเลยก็แล้วกัน..."

"ไม่ได้!!!!" คราวนี้ฉันกรีดร้องปฏิเสธออกมาเสียงดังจนแม็กนั่มมองฉันอย่างอึ้งๆ

ฉันจะกินยานอนหลับ ฉันจะทำให้ตัวเองสลบไป ยังไงก็ได้ ขอแค่ฉันไม่ต้องรู้สึกอะไรแบบนั้น!!!

"ว้าาา แย่จัง... งั้นฉันจะถ่ายคลิปเก็บไว้ด้วยแล้วกันเผื่อว่าเธออยากจะดูเป็นที่ระลึกทีหลัง"

ยัยนั่นพูดจบ การเชื่อมต่อระหว่างเราสองคนถูกตัดฉับไปโดยอัตโนมัติ แขนขาทั้งสองข้างของฉันอ่อนเปลี้ยหมดแรงจนแทบจะพาร่างร่วงล้มลงกับพื้นหากว่าแม็กนั่มไม่คว้าเอวของฉันไว้ก่อน ฉันไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงกับคนตรงหน้าตรงนี้ดี ถึงแม้ว่าการตอบโต้กลับของเขาจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก แต่เขาก็เป็นคนเดียวที่รู้เรื่อง คนเดียวที่เชื่อฉัน และอาจจะเป็นคนเดียวที่อาจจะช่วยฉันได้ในตอนนี้ เขาแค่คนเดียวเท่านั้น... บ้าเอ๊ย... ทำไมต้องเป็นเขาด้วย

ฉันเงยหน้ามองแม็กนั่ม ก่อนจะหลุบตาลงต่ำด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่บอกไม่ถูก

"นายไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย" ฉันว่าแล้วก้มหน้านิ่ง น้ำอุ่นคลอในดวงตา "ยัยนั่นบอกว่าจะไปนอนกับคนทั้งโรงเรียน"

"..." เขาเลือกที่จะเงียบต่อไป ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแล้วพูดต่อเสียงเบา

"ฉันจะหยุดยัยนั่นได้ยังไง ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ายัยนั่นอยู่ที่ไหนทำอะไรตอนนี้ บางที... ยัยนั่นอาจจะอยู่กับผู้ชายคนอื่นแล้วก็ได้"

"ไม่มีทางหรอก..." แม็กนั่มว่าด้วยน้ำเสียงเย็นชาปนรำคาญ ร่างสูงโน้มหน้าหล่อเหลาลงมาหา สายตาทั้งคู่ฉาบด้วยความเยาะเย้ยปนสะใจที่ทำให้ฉันขนลุกวูบ แม็กนั่มตรงหน้าไม่ต่างอะไรจากปีศาจเลยสักนิด ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่อีกรอบในขณะที่รอยยิ้มเหยียดระบายที่มุมปากของเขา "เดี๋ยวยัยนั่นก็ต้องมาหาฉัน..."

"อะไรทำให้นายมั่นใจได้ขนาดนั้น..."

"เพราะฉันไม่เคยจูบยัยนั่นเลยสักครั้งเดียว..."

"บ้าน่า แล้วคืนนั้น..."

ฉันเบิกตากว้าง เคยมั่นใจมาตลอดว่ากิจกรรมบนเตียงที่หมอนี่กับยัยตัวปลอมร่วมกันทำ ต้องรวมถึงการจูบด้วยแน่ๆ แต่ แต่จากคำพูดของแม็กนั่มเมื่อกี้... แน่นอนว่าเขาไม่ได้โกหกหรอก แต่ แต่ มะ... มันจะไม่รวมได้ยังไงล่ะ ฉันหมายถึงการจูบน่าจะเป็นอะไรที่พื้นฐานและเบสิกสุดๆ ก่อนที่คนสองคนจะ... อือ ทำอะไรกันไม่ใช่เหรอไง

ทว่าสายตาที่มองฉันเขม็งตรงหน้ากลับสั่นคลอนความเชื่อมั่นเต็มประดาของฉัน มะ ไม่จริงน่า...

"หึ อย่ามาตลก ฉันไม่จูบผู้หญิงที่ฉันแค่นอนด้วยแก้เซ็งหรอก..."

คำพูดของเขาทำให้ฉันเผลอมองริมฝีปากของเขาโดยอัตโนมัติ ใบหน้าแดงซ่าน ถ้าอย่างนั้น... แล้วฉันล่ะ

แล้วเมื่อคืนนี้... ที่เขา... ไม่นะ... จริงเหรอ ใช่เหรอ... ไม่มั้ง

ฉันยืนนิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่งด้วยความตกใจปนกับ... ฟุ้งซ่าน ? ความคิดมากมายตีกันในหัวในขณะที่เจ้าของคำพูดที่ทำให้สมองของฉันปั่นป่วนกลับไม่แสดงท่าทีรับผิดชอบอะไรก็ตามที่หลุดออกมาจากปากเขาเลยสักนิดเดียว เขาที่ยืนนิ่งอย่างเย็นชาหยิ่งยโสโอหังเหมือนอย่างปกติตรงหน้าทำให้ฉันได้แต่พยายามกล้ำกลืนเก็บความรู้สึกหน่วงๆ นั้นไว้ในใจ ลืมมันไปซะ เขาแค่ทำไปเพื่อช่วยฉันจากนังมารหัวขนตัวปลอมนั่น

ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแล้วมองเขานิ่งก่อนจะตัดสินใจกลั้นใจถามออกไป

"นะ... นายคิดว่าแค่จูบจะเรียกยัยนั่นมาได้จริงๆ เหรอ... นายมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ"

"ได้สิ ทำไมจะไม่ได้" เขาว่าแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ นิ้วมือเรียวแตะลงบนริมฝีปากของฉัน "...ขนาดเธอที่พยายามทำเป็นใจแข็งแทบตายยังวิ่งโร่มาหาฉันเลย ทั้งที่ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำนับจากจูบตอนนั้น”

ฉันปัดนิ้วเขาทิ้งด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาสยบความกลัวไปจนหมด กัดริมฝีปากแน่นเพราะไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรดี ทั้งโกรธทั้งกลัว ทั้งหมั่นไส้ท่าทีหยิ่งยโสโอหังถือดีวางก้ามของคนตรงหน้า อยากจะต่อยหน้าหล่อๆ นั่นแหละเกินหลังจากที่เขาช่างกล้ากวนฝ่าเท้าเหลือเกินในเวลาที่ไม่ควรแบบนี้

"ยัยนั่นแทบจะตรงข้ามกับฉันทุกอย่างนะ! ละ แล้วนาย... นะ แน่ใจได้ยังไงว่ายัยนั่นจะหลงจูบของนาย???"

"ถ้ายัยน่ันไม่ชอบ งั้นก็แปลว่าเธอชอบเหรอ?" เขาถามแล้วเลิกคิ้วให้อย่างเจ้าเล่ห์

ฉันอ้าปากค้าง ตาโตเบิกกว้าง เริ่มพูดติดอ่าง เพิ่งจะรู้ตัวว่าได้ปล่อยไก่ออกไปทั้งเล้า

"มะ มะ ไม่ คือ แบบ แบบว่า คือ... !@#$!" คำพูดของฉันขลุกขลักกระอึกกระอักไปหมดจนไม่เป็นประโยค

แม็กนั่มเบือนหน้าหนีกลั้นขำ สิ่งที่คล้ายๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขาทำให้ก้อนเนื้อในหน้าอกสะดุดตีลังกาอีกครั้ง ม่านตาของฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจซะยิ่งกว่าเห็นอะไรทั้งหมด หากว่านี่เป็นคนอื่น ฉันคงไม่แปลกใจ ฉันคงไม่สนใจด้วยซ้ำ หากแต่คนที่อยู่ตรงหน้าคือเขา แม็กนั่ม มนุษย์ที่อาจจะไม่เคยยิ้มเลยสักครั้งในชีวิตนี้ ฉันอ้าปากค้าง หัวใจเต้นถี่รัวในขณะที่สมองมึนตื้อไปหมดกับรอยยิ้มที่ลบเลือนความบาดหมางในใจทุกอย่างให้จางหายไป

รอยยิ้มที่จุดประกายให้โลกสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นรอยยิ้มของปีศาจที่อยู่ตรงหน้านี่...

"เกือบทำตัวดีแล้วนะ เจ้าแมวน้อย" เขาว่าแล้วใช้มือใหญ่ลูบหัวของฉันอย่างแผ่วเบาจนผมบนหัวยุ่งเหยิง ดวงตาทั้งสองของฉันเบิกค้างและสติได้หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว... นะ นี่ฉันกำลังฝันไปรึเปล่า ก็... ก็คนที่สูงส่งซะอย่างแม็กนั่ม... คนอย่างเขาเนี่ยนะจะลูบหัวของฉันด้วยความเอ็นดูที่ผ่านออกมาจากน้ำเสียง ไม่เชื่อ ไม่จริงหรอก หากแต่สัมผัสของน้ำหนักมือที่กดลงมาแผ่วเบา และความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่นั่นกำลังบอกฉันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความจริงและฉันไม่ได้คิดไปเอง "...ชอบถามอะไรไม่คิด ใช้เวลาที่เหลือคิดไปยาวๆ แล้วกัน"

"เวลาอะไร???"

รอยยิ้มปีศาจระบายบนใบหน้าของคนตรงหน้า ก่อนที่ร่างสูงจะผละออกไปจากฉันอย่างรวดเร็วราวกับหายตัวได้แล้วปิดประตูห้องน้ำดังโครมใหญ่จนผนังสะเทือนเลือนลั่น ทว่าทั้งๆ ที่ล็อคอยู่ข้างในแท้ๆ แต่หมอนั่นกลับทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่สามารถเปิดประตูห้องน้ำได้ไม่ว่าจะถีบ ต่อย กระแทก หรือทำอะไรก็ตามด้วยแรงอันน้อยนิด ฉันชักไม่แน่ใจว่าความผิดอยู่ที่ที่ประตูห้องน้ำโรงเรียนนี้ที่แข็งแกร่งเกินไป หรือผิดที่ฉันเองที่อ่อนแอซะจนประตูยังต้องมองเหยียดแรงๆ ใส่ฉันหากว่ามันมีชีวิต

ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นเย็นๆ ของห้องน้ำแล้วถอนหายใจ มือทั้งสองข้างกุมหัวใจที่ยังคงเต้นกระหน่ำไว้

สาบานเลยว่าถ้าจัดการยัยตัวก๊อปปี้ได้เมื่อไหร่ ฉันจะฆ่าแม็กนั่มให้ตายตามไปด้วยเลย!



แต่ทุกอย่างก็เป็นจริงอย่างที่หมอนั่นว่า นอกจากความรู้สึกโกรธเป็นระยะๆ ของยัยนั่นที่ฉันสัมผัสได้ ก็ไม่มีการกระทำอื่นใดอีก หลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำชายได้แล้ว(แม่บ้านกำลังจะเข้ามาทำความสะอาดพอดี) ฉันได้แต่นั่งเท้าคางมองออกไปนอกห้องเรียนอย่างเบื่อๆ แม้ในใจยังนึกแปลกใจว่าทำไมพวกเพื่อนๆ ในห้องฉันถึงไม่เข้ามายุ่งด้วยอีก ทั้งๆ ที่ตอนเช้าต่างคนต่างก็ชุลมุนวุ่นวายจนแทบจะฆ่าฉันตายแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเงียบกริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ว่ายัยโมเมหัวหน้าห้องของฉันจะเหลือบมองมาด้วยสายตาอาฆาตเป็นระยะๆ ก็เถอะ

เสียงออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น หัวใจของฉันเต้นอย่างลิงโลดขึ้นมาทันใดที่จะได้รีบไปให้พ้นๆ จากที่นี่

มือทั้งสองข้างรีบกวาดของใช้เครื่องเขียนปากกาสมุดดินสอเก็บลงใส่กระเป๋าเป้ให้เร็วที่สุด ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายยังไงก็ช่าง ฉันจะรีบกลับหอไปนอนโง่ๆ แล้วลืมเรื่องทั้งหมดไปให้ได้ ไอ้ห้องของแม็กนั่มก็สบายดีอยู่หรอก แต่ถึงยังไงมันก็ห้องของหมอนั่น และเพราะฉันเป็นพวกหัวโบราณเอามากๆ การที่ผู้หญิงคนเดียวไปนอนห้องผู้ชายสองต่อสองนั่น ถึงฉันจะได้นอนแยกห้องกันกับหมอนั่นก็เถอะ ยังไงมันก็ไม่ควรอยู่ดี

"หึ..." เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากเหนือหัวดังขึ้น ฉันเงยหน้ามอง ขนบนต้นแขนลุกชัน โอ้ไม่...

ยัยโมเมหัวหน้าห้อง ฉันเม้มริมฝีปากแล้วก้มหน้าทำเป็นเก็บของบนโต๊ะเรียนต่อ ทั้งที่แทบจะไม่มีอะไรให้เก็บ

ซ่า!!!

น้ำเย็นๆ จากขวดสาดเข้าใส่ใบหน้าของฉัน น้ำเย็นๆ ที่หกราดรดสมุด หนังสือ ปากกา ดินสอ เครื่องเขียน กระเป๋าเป้และชุดนักเรียนของฉันเปียกโชก ฉันกำมือแน่นด้วยความโกรธแล้วเงยหน้ามองคนตรงหน้า ท้องปวดมวนไปหมดอย่างไร้สาเหตุ อาจจะเป็นเพราะโทสะที่ดิ้นเร่าในตัวแต่ไม่อาจแสดงออกมาได้ มือทั้งสองข้างสั่นเทาด้วยความโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ โมเมมีพวกที่คอยให้หลังอยู่มากมาย ฉันมองไปรอบๆ เพื่อนร่วมห้องคนอื่นที่ทำเป็นไม่สนฉันที่นั่งเปียกโชกอยู่คนเดียวในห้องเรียนตอนนี้... เสียงหัวเราะเย้ยหยันหลุดออกจากปากคนตรงหน้าเบาๆ ด้วยความสะใจที่เห็นฉันในสภาพน่าสมเพชแบบนี้

มือเล็กของโมเมกระแทกขวดน้ำที่ว่างเปล่าลงบนโต๊ะของฉัน ก่อนจะโน้มหน้าลงมาหา

"ตายยยยยยยล่ะ เธอทำห้องเรียนเปียกเละเทะเลยนี่!" เสียงดังลั่นของโมเมตะคอกใส่หน้าจนฉันต้องหลับตาแล้วเบือนหน้าหนีน้ำลายที่กระเซ็นฟอด นิ้วเรียวดีดเป๊าะส่งสัญญาณให้สมุนที่ยืนอยู่รอบๆ เดินกอดอกเข้ามาล้อมฉันไว้ด้วยสีหน้าสะใจที่ได้เห็นฉันเปียกเป็นลูกแมวตกน้ำ "ใครเป็นเวรทำความสะอาดวันนี้กลับบ้านได้เลยนะจ๊ะ ใครที่ทำห้องสกปรก ก็ต้องรับผิดชอบเอง... เข้าใจไหมจ๊ะ? จันทร์เจ้า..."

ประโยคสุดท้ายยัยน่ันกระแทกเสียงใส่หน้าฉันเต็มๆ ฉันใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำที่ไหลลงมาจากปลายจมูก

"นี่ ฉันไม่ได้ทำสักหน่อย..." ฉันว่าแล้วเงยหน้าสบตากับยัยนั่นที่จ้องฉันเขม็ง

โธ่เอ๊ย แค่นี้น่ะยังเทียบไม่ได้กับสายตาสูบพลังของแม็กนั่มสักนิด!!!

"แน่ใจเหรอ??" โมเมว่าแล้วขมวดคิ้ว เบะปาก "ไหนใครเป็นพยานบ้างว่าจันทร์เจ้าทำน้ำหกทั่วห้องเลย"

"ฉัน!"

"ฉันด้วย!!"

"ฉันก็เห็น!!!"

ยัยพวกบ้า เล่นสกปรกเป็นบ้า

พวกเพื่อนของโมเมที่ยืนอยู่ด้านหลังแย่งกันยกมือขึ้นพูดราวกับว่ากลัวใครจะแย่งพูดก็มิปาน ฉันแอบเบะปากโดยที่ไม่ให้พวกนั้นเห็น เจ็บใจลึกๆ ที่ไม่รู้จักสร้างพรรคพวกไว้ก่อนนี้ เจ็บใจที่เกิดมาเป็นคนไร้ตัวตนแบบนี้... ฉันถอนหายใจเฮือกอย่างปลงๆ ในขณะที่ตัวเริ่มสั่นเพราะความเย็นของน้ำและเครื่องปรับอากาศที่ยังคงพ่นลมเย็นออกมาแม้ว่าจะเลิกเรียนแล้ว มีแค่ทางเดียวที่จะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดคือก้มหน้าก้มตายอมรับซะ เดี๋ยวยัยพวกนี้ก็คงเบื่อไปเอง

หวังว่านะ

"อะ ทำให้สะอาดนะจ๊ะ" เพื่อนของโมเมคนหนึ่งว่าแล้วยื่นไม้ม๊อบถูพื้นให้ฉัน "อุ๊ย วันนี้วันอะไรนะ?? วันศุกร์ใช่รึเปล่า??"

"ใช่จ้า วันศุกร์ อย่าลืมเอาขยะไปทิ้งแล้วก็ล้างถังขยะด้วยนะจ๊ะจันทร์เจ้า" โมเมว่าแล้วยิ้มหวานให้

ตอนที่ฉันคิดว่าตัวเองหมดเวรหมดกรรมกับยัยพวกนั้น ก็เป็นตอนเดียวกันกับที่ใครก็ไม่รู้ในกลุ่มของโมเมที่หยิบเอาถ้วยโจ๊กคัพรสหมูสับจากไหนก็ไม่รู้ขึ้นมา ก่อนจะเทราดลงบนพื้นห้องเรียนให้ฉันเห็นต่อหน้าต่อตา ฉันอ้าปากค้างด้วยความตกใจและโกรธแค้นจนด่าออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก ฉันทำอะไรผิด ฉันก่อกรรมทำเวรอะไรไว้ถึงต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ เพราะยัยนั่นคนเดียวเลยที่ก่อเรื่องให้ฉันต้องซวยแบบนี้

สนุกนักใช่ไหม!! ใช้ร่างฉันทำฉันเดือดร้อนแบบนี้!! อย่างน้อยก็มาช่วยฉันทำความสะอาดห้องหน่อยสิยัยบ้า!

ฉันคิดในใจอย่างขุ่นเคือง หวังว่าจะให้ยัยนั่นได้ยิน แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา



ฉันถอนหายใจ ยืนมองพื้นห้องเรียนที่เงาระยิบระยับราวกับผิวน้ำที่ต้องแสงอาทิตย์ยามเย็น

ในที่สุดก็เสร็จเสียที ฉันเก็บของที่เปียกแฉะลงใส่กระเป๋านักเรียนเพื่อเตรียมกลับบ้าน โรงเรียนในเวลาเกือบหกโมงเย็นแทบจะร้างผู้คน ทั้งเงียบทั้งหลอนจนน่ากลัวว่าผีจะโผล่ออกมาจากซอกใดซอกหนึ่งในตึกเรียน แต่ฉันจะกลัวอะไรกับผี... ผียังเรียกว่าน่ากลัวน้อยกว่าถ้าเทียบกับไอ้ร่างก๊อปปี้ของฉันที่โผล่ออกมาอย่างจับต้นสายปลายเหตุไม่ถูก เจอแบบนี้ให้เจอผีซะยังดีกว่าเยอะ ฉันได้แต่คิดในใจแล้วถอนหายใจเบา มือทั้งสองกำสายสะพายกระเป๋าเป้แน่น

"จันทร์เจ้า"

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง เท้าทั้งสองข้างหยุดกึกก่อนจะหมุนตัวหันไปด้านหลังช้าๆ

คิ้วทั้งสองข้างขมวดมุ่นด้วยความงุนงงเมื่อพบว่าคนที่เรียกชื่อฉันเป็นเพื่อนของแม็กนั่มคนนั้น คนที่ฉันไปเจอเข้าพอดีตอนที่ไปหาแม็กนั่มถึงห้อง เขาเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรบนใบหน้าที่ชวนให้เบาใจลงหน่อย อย่างน้อยเขาก็เป็นเพื่อนคนหนึ่งของแม็กนั่มล่ะนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ฉันก็รู้ว่าจะเอาขวานไปผ่าหัวใครได้ ฉันยืนนิ่งรอให้เขาเดินเข้ามาหา ใบหน้าหล่อภายใต้แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันยิ้มกว้างเมื่อเดินเข้ามาประชิดติดตัวฉัน

ให้ตาย... สมกับเป็นเพื่อนของแม็กนั่มจริงๆ เลย ความหล่อแทบจะสูสีกันด้วยซ้ำ

(แต่แม็กนั่มหล่อกว่าอยู่ดี ถึงจะไม่อยากยอมรับเลยจริงๆ ก็เถอะ)

"ค่ะ?" ฉันถามแล้วกระพริบตามองปริบๆ "มีอะไรเหรอ?"

"ทำไมกลับบ้านเลทขนาดนี้ล่ะ?" เขาถามแล้วเดินนำออกไป ทำให้ฉันจำต้องก้าวยาวๆ เดินตามเขา

นะ นี่มันเหมือนกลับบ้านด้วยกันเลยแฮะ... ฉันคิดในใจในขณะที่รีบสาวเท้าก้าวตามเขาไปอย่างไม่รู้ตัว

"ฉันต้องทำเวรน่ะ" ฉันว่าแล้วยักไหล่ "...พอดีว่าเพื่อนคนอื่นกลับไปหมดแล้ว..."

"งั้นเหรอ... อืม... นี่ก็จะค่ำแล้ว กลับคนเดียวอันตรายนะ ให้ฉันไป..."

"ไม่ดีกว่าค่ะ" ฉันหยุดกึกแล้วปฏิเสธเขาเสียงแข็ง "ขอโทษนะ แต่ฉันกลับเองได้"

เรื่องของโปเต้ยังคงฝังใจ ฉันจะไม่พลาดง่ายๆ อีกแล้ว

"ไม่เอาน่า เธอคิดว่าฉันเหมือนคนอื่นๆ หรือไง? ไอ้แม็กบอกฉันแล้ว..."

ฉันทำตาโต มองเขาด้วยความงุนงง บะ บอก... บอกแล้ว บอกเรื่องอะไร???

"นายรู้เหรอ??"

"รู้สิ" เขาว่าแล้วยิ้มๆ

"ละ แล้วนายเชื่อเหรอ???"

"ทำไมจะไม่เชื่อล่ะ หืม??"

ฉันกำมือแน่น ไม่อยากจะเชื่อว่าแม็กนั่มจะบอกคนอื่นเรื่องฉัน ทั้งที่เขาไม่น่าจะใส่ใจเรื่องฉันมากขนาดที่เอาไปเล่าให้คนอื่นฟังแท้ๆ แถมเมื่อวันก่อนเขายังทำตัวรังเกียจเดียดฉันท์ขนาดที่ว่าไม่อยากจะอยู่ร่วมโลกกันอยู่เลยด้วยซ้ำ ขนาดมาโรงเรียนตอนเช้าเขายังไม่ยอมมาพร้อมๆ กันกับฉันเพราะกลัวเพื่อนจะรู้เลย แล้ว... แล้วทำไมเขาถึงบอกเพื่อนเรื่องฉันล่ะ ทำไม...

ความคิดบ้าๆ ในหัวกำลังคิดเข้าข้างตัวเองจนน่าละอายใจ ฉันรีบสะบัดหัวไล่ความคิดแล้วเงยหน้ามองเพื่อนของแม็กนั่ม

"ถะ ถ้า... ถ้างั้นก็ขอรบกวนหน่อยนะ" ฉันว่าแล้วกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับมา "...ขอบคุณมากๆ นะคะ"



ฉันหายใจได้อย่างเต็มปอดอีกครั้งเมื่ออยู่ในรถที่กำลังแล่นฉิวบนถนนของฟรังก์... เพื่อนของแม็กนั่มที่สุดแสนจะใจดีดั่งเทพบุตรผุดมาเกิด ใจดีจนน่าใจหาย ใจดีจนฉันสงสัยว่าคนแบบนี้คิดยังไงถึงเลือกคบกับปีศาจอย่างแม็กนั่ม เอาจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ฉันเองก็กลัวแสนกลัวการเดินทางกลับจากโรงเรียนจนถึงหอ กลัวว่าจะโง่เดินตกคลองอีก หรือที่ร้ายกว่านั้น กลัวว่าจะเจอกับผู้ชายที่ได้ข้อความจากยัยนั่น... ฟรังก์ที่โผล่มาแบบนี้จึงไม่ต่างอะไรจากพรที่สวรรค์ประทานมาให้

"นี่ทางลัดเหรอ?" ฉันถามเมื่อเห็นว่าฟรังก์กำลังพาฉันไปนอกเส้นทางเดิมที่ฉันกลับบ้านประจำ

"อื้อ ทางลัด" ฟรังก์ว่าแล้วใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยเบาๆ ตามจังหวะเพลงที่เปิดคลอ

อืม... เพราะเขาขับรถมาโรงเรียน เขาคงรู้ทางดีกว่าฉัน ฉันคิดเองตอบเองในใจแล้วนั่งมองสองข้างทางไปเรื่อง

"บอกตรงๆ เลยนะ ตอนแรกฉันไม่คิดหรอกว่านายจะเป็นคนดี ก็แบบว่า... ดูแม็กนั่มสิ" ฉันเปรยๆ ขึ้น ฟรังก์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ จนฉันเริ่มรู้สึกร้อนๆ ที่ใบหน้า "คือ ฉันไม่ได้หมายความว่าเพื่อนนายไม่ดีนะ นายแค่ดีมาก ดีจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะคบกับหมอนั่นได้ นายกับหมอนั่นนี่เหมือน... เอ... หนังหน้านุ่มๆ กับหนังด้านๆ ที่ตาตุ่มเลย"

ฟรังก์หัวเราะอีกครั้ง หัวใจของฉันสั่นรัว

"จินตนาการบรรเจิดเชียวนะ ไม่ ฉันไม่เหมือนกับแม็กนั่มหรอก ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหรอกถึงคบกันได้"

ฟรังก์ว่าแล้วเปลี่ยนเกียร์ ก่อนจะหักเลี้ยวกระทันหันเข้าซอยหนึ่งที่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่ทางลัดแน่ๆ เพราะซอยที่ว่านั่นโด่งดังอย่างสุดขั้วในเรื่องของโรงแรมม่านรูดและห้องพักชั่วคราว หัวใจของฉันเริ่มเต้นรัวด้วยความกลัว รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงระบายบนริมฝีปากของฟรังก์ ใบหน้าหล่อยังคงมองตามทางข้างหน้าราวกับว่าไม่มีอะไรผิดปกติเพื่อไม่ให้ฉันสังเกตเห็นว่าเขามีพิรุธ ความนิ่งสงบของเขาทำให้ฉันไม่แน่ใจจนกระทั่งตอนที่เขาเลี้ยวรถเข้าไปในที่จอดรถของตึกหลังหนึ่ง ก่อนที่แสงสว่างจะดับหายไปเพราะพนักงานของตึกรูดม่านปิด ฉันกำมือแน่น มองคนข้างๆ ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับกระดาษ

ฉันพลาด พลาดแล้ว หัวใจเต้นรัวจนเจ็บ สมองที่ชาไปหมดพยายามคิดหาทางออก แต่ก็จนปัญญาเต็มที

"ตอนนี้เธอคงรู้แล้วว่าฉันกับแม็กนั่มก็ไม่ได้ต่างกันหรอก" น้ำเสียงของฟรังก์เปลี่ยนไปเป็นเจ้าเล่ห์สุดขั้ว

ที่ผ่านมาเขาโกหกงั้นเหรอ... ทั้งหมดเลยเหรอ... ฉันมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ผิดหวังจนเจ็บหัวใจ

ฉันมันโง่อีกแล้ว โดนหลอกซ้ำสองอีกแล้ว คราวนี้... ไม่มีใครมาช่วยฉันไว้ได้แล้วด้วย

"พาฉันกลับเถอะ ขอร้อง นะ..." ฉันเอ่ยปากขออย่างจนปัญญาเข้าไปทุกที "ขอร้อง..."

รอยยิ้มเย็นระบายบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วใช้นิ้วเรียวแตะมุมปากของฉัน

"อยากรู้นักว่าเธอทำอะไรให้แม็กนั่มมันติดใจขนาดนั้น"

"ฉันไม่ได้..."

ฉันพูดเสียงสั่นเพราะริมฝีปากที่สั่นตั้งแต่หัวจรดเท้า สมองคิดหาทางหนีไม่ออกเพราะไม่เคยคิดไว้ก่อนว่าจะต้องเจอกับอะไรแบบนี้ ดวงตาทั้งสองเริ่มร้อนผ่าวด้วยความกลัวจนทำอะไรไม่ถูก มือควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากระโปรงแล้วหยิบออกมาเพื่อที่จะโทร.ขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้ ทว่าเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั้นเอง ฉันถึงได้รู้ว่าโทรศัพท์ของฉันได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วตั้งแต่ตอนที่โมเมสาดน้ำใส่ฉันในห้องเรียนจนเปียกโชก

เสียงหัวเราะราวกับปีศาจของฟรังก์ดังขึ้นเบาๆ ในขณะที่หมอนั่นใช้หลังมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ

มือที่แข็งเหมือนคีมกระชากข้อมือของฉันลากลงตามเขาไปทางด้านประตูคนขับด้วยแรงมหาศาล

"อื้อหือ หล่อล่ำกล้ามแน่นอะไรขนาดนี้ สมกับที่เป็นเพื่อนแม็กนั่มจริงๆ ฉันอยากเห็นข้างในละเนี่ย"

เสียงในหัวของฉันดังขึ้น เสียงที่เคยเกลียดและพยายามปิดกั้น แต่ในเวลานี้ฉันรู้สึกราวกับได้ยินเสียงสวรรค์

ยัยน่ันเคยช่วยฉันไว้ก่อนหน้านี้ คราวนี้ก็คงไม่ต่างอะไร อย่างน้อยก็มีใครสักคนที่รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ ถึงจะเป็นยัยน่ันก็เถอะ น้ำอุ่นของฉันเอ่อคลอในดวงตาเมื่อรู้สึกว่ายังไงก็ตามฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมียัยน่ันที่ยังอยู่กับฉัน และยัยน่ันเป็นคนเดียวที่จะช่วยให้ฉันพ้นจากความหายนะในครั้งนี้ได้

ขอร้องล่ะ ช่วยฉันด้วย!!

"ว้า... เสียใจจัง แต่คราวนี้ไม่ช่วยนะจ๊ะ ขอให้สนุกล่ะ ฉันจะนอนรอฟินๆ"










ใบ้ให้ว่าฟรังก์เกี่ยวข้องทางสายเลือด(นิดๆ) กับเดอะแก๊งคนปัจจุบันคนนึง ใบว่าให้ดูชื่อ 

แล้วก็... ที่ฟรังก์ทำแบบนี้ก็... อืม น่าตบดี ถึงอินี่จะเป็นเพื่อนแม็กนั่มก็เถอะ แต่แม็กนั่มก็ไม่ได้บอกใครเรื่องจันทร์เจ้า เพราะงั้นตอนนี้ไม่มีคนรู้ไรมากนอกจากเดากันไปเองว่าแม็กนั่มกับจันทร์เจ้าต้องมีไรในกอไผ่แน่ๆ และฟรังก์เองก็ได้ข้อความขี้อ่อยอันนั้นเหมือนกันเหมือนคนอื่นๆ เพราะงั้นมันเลยมองจันทร์เจ้าแบบนี้ และทำแบบนี้

จันทร์เจ้า ไว้ใจคนง่ายเกินไปเหมือนเดิม -____- โง่ไปปะหนู คราวก่อนยังดีรอดโปเต้มาได้อะ ละนี่...

แม็กนั่ม เอ็งก็ช่างหาเรื่องให้จันทร์เจ้าเนอะ จริงๆ แล้วคือเป็นห่วงใช่ปะ แต่ปากนี่มันน่าโดนรองเท้าตบปากสักที edok

(ว่าแต่... ถ้าแม็กนั่มไม่เคยจูบใครที่นอนด้วยกันเฉยๆ for fun มาก่อน แปลว่าแม็กนั่มอาจจะไม่เคยจูบใครเลยปะ ????)

ขอบคุณมากน้าสำหรับคอมเม้น ขอให้ทุกคนชอบเรื่องนี้นะคะ


จุ๊บๆ <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #53 aappss (@ap_rachinicorn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 21:17
    สงสาร ชีวิตอนาจแท้
    #53
    0
  2. #37 Benza_mp (@benza_mp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 19:30
    หนูรอไรท์อยู่นะคะะ อิอิอิอิ
    #37
    0
  3. #36 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 13:38
    จะทำไงกับจันทร์เจ้า2 ดีท่าทางต่อให้รอดไปคราวนี้ ปัญหาน่าจะมาอีกเรื่อยๆ
    #36
    1
    • #36-1 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 8)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 23:27
      ชอบการเรียกจันทร์เจ้า 2 ง่ายดีไม่สับสน ต่อไปจะเรียกบ้าง 5555 ขอบคุณค่ะ
      #36-1
  4. #35 nyvanida0324 (@nyvanida0324) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 14:27

    จะรอดมั้ยน้อ จันทร์เจ้า
    #35
    0
  5. #34 kunp (@zerer) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 13:10
    จันทร์เจ้าเอ้ยยยย
    #34
    0