ตอนที่ 7 : New Moon [ เดือนดับ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    9 พ.ย. 61



บทที่ 6

New Moon

"ขอเวลาฉัน..."

"เธอ..."

"แม็กนั่ม อย่ามายุ่งกับฉัน!"

ฉันผลักหมอน่ันออก ก่อนจะวิ่งออกมา ล็อคตัวเองไว้ในห้องน้ำแล้วยืนพิงผนังนิ่ง มือทั้งสองยังคงสั่นเทาเช่นเดียวกับร่างกายที่สั่นสะท้าย ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติให้มั่นคง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบในห้องน้ำ เอาเป็นว่าตอนนี้ปัญหาระหว่างฉันกับแม็กนั่มไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลอีกต่อไป อย่างน้อยหมอนั่นคงไม่หาว่าฉันเป็นบ้าหรือพยายามพาฉันไปโรงพยาบาลบ้าอีกแล้ว

ทว่า... ฉันควรจะดีใจไหมที่เรื่องหนึ่งจบไป เรื่องใหญ่ดันกว่าเข้ามาแทน ฉันทึ้งผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด

"ว้ายตาย... อุตส่าห์ช่วยแท้ๆ จะโกรธทำไมจ๊ะ?"

เสียงของฉันดังขึ้นในหัว นังบ้านั่น นังแรดนั่น โอ๊ยยย!!!

ช่วยบ้าบออะไร!! เอาร่างกายฉันออกไปให้ห่างๆ จากโปเต้เดี๋ยวนี้เลย!!!

"...ก็โง่แล้ว ถึงหมอนี่จะไม่หล่อเท่าแม็กนั่ม แต่ก็พอแก้ขัดไปได้สักพัก"

อย่าเอาร่างฉันไปทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นนะ!!!

"แหมๆ เธอนี่น้า มองโลกในแง่ร้ายซะจริงเลยน้า~ เดี๋ยวเธอก็รู้เองแหละว่ามันดียังไง ทำไมคนอื่นถึงได้คลั่งหมอนี่กันนัก ครั้งก่อนน่ะเธอดันสลบอยู่ที่โรงพยาบาลเลยไม่รู้สึกตัว ครั้งนี้แหละเธอจะต้องติดใจ คิ... ทำเป็นดิ้นไปเถอะ แม็กนั่มน่ะใช่ว่าจะอ่อยได้ง่ายๆ นะ โอกาสมีอยู่แล้วก็รีบคว้าไว้เถอะ ส่วนของที่เธอต้องใช้ก็อยู่ในลิ้นชักข้างเตียง ตอนเปิดระวังเจอของดีอย่างอื่นเข้าล่ะ ฮิๆ แต่เธออาจจะชอบก็ได้ ? แล้วก็ของแม็กนั่มน่ะไซส์..."

ฉันไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น และถ้าเธอยังไม่รีบเอาตัวฉันออกมาจากที่นั่น ฉันจะ...

"จะทำอะไรเหรอ?? จะแทงตัวเองหรือไง? ถึงฉันจะตาย แต่เธอก็ต้องตายด้วย อย่าลืมสิ"

ปัง!!!!

ประตูห้องน้ำเปิดผางออกมา เสียงมือจับประตูสีเงินหลุดออกและกระแทกลงกับพื้นหินเย็น ฉันหันหลังขวับไปด้วยความตกใจ แม็กนั่มยืนนิ่งอยู่ที่บานประตู หายใจหอบ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ดวงตาคมเรียวจ้องมองฉันอย่างงุนงง เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้เย็นชาและหงุดหงิดใส่ฉัน ร่างสูงมองฉันเขม็งอย่างไม่อยากจะยอมรับความจริง แหงล่ะ ใครมันจะไปเชื่อ เขาตกใจแค่นี้ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับฉันตอนที่รู้เรื่องและเกือบสติแตก

"คิ... โชคดีนะ"

"หยุด!!!"

แม็กนั่มผงะเมื่อฉันเผลอตะคอกออกมาเสียงดัง ฉันส่ายหน้าแล้วโบกมือไล่หมอนั่น แต่เขากลับยืนที่เดิม

"ฉันไม่ได้พูดกับนาย" ฉันบอกแม็กนั่มแล้วใช้มือกุมหัวตัวเอง "หยุดนะ หยุดเลย"

ฉันร้องห้ามอีก เริ่มรู้สึกว่าตัวเองใกล้เสียสติเข้าไปทุกที

"เดี๋ยวก็รู้ว่ายังอยากจะหยุดอยู่ไหม..."

เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนเหมือนกระซิบอยู่ข้างใบหู เสียงที่บางเบาและจางหายเหมือนถูกพัดพาให้หายไปตามลม ฉันชันเข่าขึ้นแล้วซบหน้าตัวเองลงกับเข่าตัวเอง ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกอ่อนแอไร้พลังและไม่อาจจะทำอะไรได้ ก็เพราะฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายัยบ้านั่นทำอะไรอยู่ที่ไหน รู้เพียงแค่ยัยนั่นอยู่กับโปเต้ แล้วโปเต้อะไรนั่นอยู่ที่ไหนกันฉันก็ไม่รู้ บ้าเอ๊ย!!! ฉันกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ เล็บจิกเข้าไปในเข่าจนเป็นรอยแดง

ทำยังไงดี

ฉันไม่รู้ว่าระหว่างการที่ตัวฉันอีกคนไปทอดกายถวายตัวให้โปเต้ถึงที่แบบนั้น กับการที่ได้รู้สันดานที่แท้จริงของผู้ชายคนนั้น โปเต้... คนที่ฉันเชื่อว่าเข้าหาฉันเพราะอยากจะเป็นเพื่อนฉันจริงๆ อะไรจะแย่กว่ากันแน่... อย่างน้อยแม็กนั่มก็พูดถูก เขาอาจจะร้ายกาจ แต่เขาก็ไม่ได้โกหกฉัน แต่โปเต้... หมอนั่นกลับ...

"เธอ..." เสียงของแม็กนั่มดังขึ้นข้างๆ แววตาประหลาดใจหายไปแล้ว เหลือเพียงความเย็นชาเหมือนอย่างทุกที

ฉันเบือนหน้าหนีจากใบหน้าหล่อด้วยความสะเทือนใจเพราะพอจะเดาได้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไปจากนี้ สิ่งสุดท้ายที่ต้องการตอนนี้คือคำพูดตอกย้ำซ้ำเติมจากปากเขา นี่มันเรื่องของฉัน ฉันเจ็บและเครียดมากพอแล้ว ฉันไม่ต้องการให้เขามาย้ำซ้ำรอยแผลอีกครั้งให้มันเจ็บไปมากกว่าเดิมหรอก...

"ฉัน... ขอโทษ"

คำพูดแผ่วเบาหลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ

ร่างสูงค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้างฉันบนพื้นห้องน้ำหินอ่อนสีขาวนวลที่ราบเรียบและเย็นเยียบพอๆ กับมือทั้งสองข้างของฉันตอนนี้ ฉันหันมองด้วยความแปลกประหลาดใจ ทะ... ทั้งที่เขาน่าจะซ้ำเติมแท้ๆ แต่เขากลับขอโทษ ขอโทษเนี่ยนะ ไม่สมเป็นนายเลย... ฉันได้แต่มองหมอนั่นตาปริบๆ อย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ พยายามที่จะไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวฉันอีกคนกำลังพยายามทำ... ทุเรศ โสโครกสิ้นดี ฉันส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกไป ถ้าฉันไม่คิดถึงมันล่ะ ฉันยังจะรู้สึกไหม หรือฉันจะต้องสลบไปเท่านั้นถึงจะไม่รู้สึกอะไร

ฉันหันไปมองขอบอ่างน้ำอุ่นที่ปลายเท้าอย่างใช้ความคิด หรือฉันควรจะเอาหัวโขกกับขอบอ่างให้สลบดีเพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกตอนที่ยัยนั่นกับโปเต้ทำอะไรบัดสีบัดเถลิงกันสองคน แต่ก็โอกาสที่ฉันจะตายคาที่หากโขกแรงเกินไป และฉันยังไม่อยากตาย ดังนั้นความคิดที่จะเอาหัวโขกกับห้องน้ำก็มีอันต้องตกไป

"ฉันรู้ว่านายยังไม่เชื่อ" ฉันพูดขึ้นแล้วมองไปยังเทียนหอมที่จุดไว้ "เชื่อสิ ฉันใช้เวลาสามวันกว่าจะทำใจได้"

"ฉัน... รู้ว่าทุกอย่างมันแปลกๆ เธอไม่ใช่เธอในคืนนั้นที่ฉันเจอ แต่... ฉันจะเชื่อเธอตั้งแต่แรกได้ยังไง..."

"อือ ถ้าฉันเป็นนาย ฉันก็คงไม่เชื่อเหมือนกันนั่นแหละ..." ฉันว่าด้วยเสียงแหบแห้งแล้วกอดเข่าตัวเอง ก่อนจะซุกหน้าลงระหว่างเข่าทั้งสองข้างแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้อย่างหมดหวังซึ่งทุกสิ่งทุกสิ่งในโลกใบนี้ ไม่มีอะไรช่วยฉันได้อีกแล้ว และวันนี้คงจะเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉัน "แต่... นาย... เอาคำขอโทษนายคืนไปเถอะ"

แม็กนั่มหันมามองฉันด้วยสีหน้าแปลกใจ ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดอีกครั้ง

"เธอ... ไม่โกรธฉันเลยเนี่ยนะ ? ทั้งๆ ที่ฉันทำกับเธอขนาดนั้น ถ้าเธอหนีไม่ทัน เธออาจจะเสร็จฉันไปแล้วก็ได้ ถ้าไอ้โปเต้ไม่โทร.มาขัด ป่านนี้เธอก็..." แม็กนั่มพูดแล้วมองหน้าฉันอย่างไม่พอใจ ท่าทางและอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดของเขากำลังทำให้ฉันงงน้อยๆ คิ้วเข้มเหนือดวงตาสีเข้มที่แสนเกรี้ยวกราดขมวดมุ่น "เธอยกโทษให้ฉัน... ทั้งที่ฉันทำตัวต่ำทรามกับเธอขนาดนั้น ?"

...ก็รู้ตัวนี่นา

"นายทำไปเพราะนายคิดว่าฉันเป็นฉันอีกคนนี่" ฉันว่าแล้วหันไปทำปากยื่นมองเขา "นายไม่รู้ ฉันจะไปโทษนายได้ยังไงกัน"

หมอนั่นมองฉันแล้วถอนหายใจ สีหน้าสิ้นหวัง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวจิ้มหน้าผากของฉันอย่างแรงจนเกือบหงายหลังลงไปนอนกับพื้น

"ยัยบ้า!!! มองฉันแล้วตั้งใจฟังให้ดีๆ" เขาแหวใส่แล้วใช้มือใหญ่จับใบหน้าของฉันไว้ในมือ พร้อมกับเขย่าเบาๆ ราวกับพยายามจะเรียกสติของฉันให้กลับมา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องฉันนิ่ง "ฟังนะ ถ้าเธอไม่อยากจะ เออ... นอนกับไอ้เวรโปเต้ล่ะก็ ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์บังคับเธอ ที่ฉันทำไปทุกอย่างน่ะผิดมากเกินกว่าที่เธอจะอภัยให้ได้ด้วยซ้ำ เธอควรจะโกรธฉัน เข้าใจไหม... มันคือสิ่งปกติที่คนอื่นเขาทำกัน!!!"

ฉันไม่กล้าตอบอะไร ได้แต่มองหน้าเขานิ่งอย่างอึ้งๆ นี่เขากำลังโกรธฉันที่ไม่ยอมโกรธเขางั้นเหรอ...

ถึงคำพูดจะกระโชกโฮกฮากสมกับเป็นเขาก็เถอะ แต่ลึกๆ แล้ว... ลึกๆ แล้ว... เขาเองก็... เป็นคนดี

ใช่ไหม ?

"แต่ฉันลืมไปว่าเธอไม่ปกติ"

ขอถอนคำพูดเมื่อกี้ยังทันไหม

ฉันแยกเขี้ยวใส่หมอนั่น อยากจะเตะยอดหน้าของเขาให้หน้าหงายแล้วจับกดน้ำในอ่างน้ำอุ่นนั่นเป็นบ้า แม็กนั่มยิ้มเย็นๆ เมื่อเห็นฉันเปลี่ยนจากท่าทางซึมเศร้าราวหมาหงอยเป็นหงุดหงิดใส่เขาได้แล้วในที่สุด หรือว่านี่จะเป็นวิธีในการแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์ของเขากันนะ หรือว่าเขาเองก็แสดงออกในวิธีของเขามาตลอดโดยที่ฉันไม่เคยสังเกตเห็นเลย...

วิธีการแสดงออกของเขาคือทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ... เนี่ยนะ

"นายเองก็... โอ๊ะ..."

ความรู้สึกบางอย่างพุ่งเข้าเล่นงาน ยัยบ้านั่น... ใช่แน่ๆ

ฉันนั่งนิ่งตัวแข็ง ม่านตาเบิกกว้าง แม็กนั่มมองฉันด้วยสีหน้างุนงงอีกครั้ง

"เป็นอะไรอีก??" เขาถามทันทีเสียงเข้ม

"ปะ... เปล่า"

ทว่าเสียงตอบเขากลับไปกลับสั่นสะท้านจนแตกพร่า ต่อให้เป็นคนโง่แค่ไหนก็ไม่มีทางเชื่อหรอกว่าฉันสบายดี และแม็กนั่มเองก็ไม่ใช่คนโง่ ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีเป็นดุดันในขณะที่มือข้างหนึ่งจับต้นแขนของฉันไว้แน่น สายตาเย็นเยียบทั้งสองข้างพยายามคาดคั้นให้ฉันคายความจริงออกมา

"จะบอกฉันดีๆ ไหม ?" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว บังคับขู่เข็ญฉันผ่านสายตาท้ังคู่อีกครั้ง

"ฉัน..." ฉันว่าเสียงสั่นแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เล็บจิกลงไปในเข่าจนเลือดซึมออกมาจากรอยแผลเล็กตามแนวเล็บ แต่ต้องทนไม่แสดงอาการออกมา เมื่อความรู้สึกแปลกๆ รุกล้ำร่างกายจนไม่อาจนั่งเฉยได้ ใจของฉันสั่น หัวใจเต้นถี่รัวด้วยความหวาดหวั่น อย่าว่าแต่จะพูดเลย แค่จะทรงตัวนั่งยังทำแทบไม่ได้ แม็กนั่มมองฉันอย่างงุนงงก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งจับไหล่ของฉันไว้ไม่ยอมให้ฉันร่วงลงไปบนพื้น "ฉัน... กับฉันอีกคน เราเชื่อมถึงกัน..."

"ยังไง ???" เขาถามแล้วมองฉันอย่างงุนงง "อธิบายหน่อยสิ ยัยบ้า!"

ดูสภาพของฉันหน่อยสิไอ้คนบ้า!! ฉันคิดในใจแล้วจิกเล็บลงไปในเนื้อ หวังว่าความเจ็บจะกลบความรู้สึกแปลกๆ วูบวาบในร่างกายได้ เหงื่อเย็นไหลซึมทั่วตัว แต่กลับรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนร่างกายกำลังจะหลอมละลายเป็นไอ มือทั้งสองข้างของฉันกำแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวในขณะที่ร่างสูงของแม็กนั่มที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนเป็นใบหน้าของใครอีกคนหนึ่ง

ฉันหลับตาปี๋ เงยหน้าขึ้นกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสัน ส่วนแม็กนั่มบีบต้นแขนของฉันแน่นยังกับว่ามันจะช่วยได้

"ฉันอีกคนรู้ว่าฉันกำลังทำอะไร... ส่วนฉันเอง... กะ ก็รู้สึกถึงทุกอย่าง... ทุกอย่างที่ยัยน่ันทำ..."

ฉันหลับตาตอบด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วงเป็นท่อนๆ

ทว่าแม้กระทั่งหลับตา สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่ความมืดอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นใบหน้าของใครคนหนึ่งที่ฉันจำได้แม่น คนที่ฉันกินข้าวและหัวเราะด้วยเมื่อตอนเที่ยง ใบหน้าของโปเต้ที่ใกล้ชิดเข้ามาซะจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เป่ารด สัมผัสของมือที่ลูบไล้ผิวหนังอ่อนนุ่มที่อยู่ใต้เสื้อผ้าทำให้ฉันขนลุก เสียงครางเบาๆ ของฉันที่ไม่ได้ออกมาจากปากฉันดังขึ้นในหัวราวกับจะตอกย้ำชัยชนะที่เหนือกว่าและยิ่งย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางทำอะไรเพื่อที่จะหยุดมันได้เลย ฉันกำมือแน่น เผลอกำชายกระโปรงโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นถี่ราวกับว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

"อย่าบอกนะว่ามันกำลัง..."

"ฉัน... ต้องหยุดสองคนนั้น... ต้องหยุด... ให้ได้"

ฉันว่าแล้วคว้าจับแขนของแม็กนั่มไว้แน่นทั้งๆ ที่ยังหลับตา เหงื่อเย็นชื้นไหลซึมเต็มตัวจนเสื้อนักเรียนเปียกโชกแนบสนิทกับผิว ฉันเอื้อมมือเปะปะไปคว้าสาบเสื้อของคนข้างๆ ไว้แล้วกำแน่น ความรู้สึกเข้มข้นดุเดือดวูบวาบราวกับกำลังตกลงจากที่สูงในร่างกายยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดสลับกับเสียงครางเบาๆ ของตัวเองและโปเต้ดังขึ้นตลอดเวลาในหัว

ภาพของแม็กนั่มตรงหน้าช่างเลือนราง เลือนรางซะจนภาพของโปเต้ในหัวยังชัดเจนสมจริงมากกว่า ฉันพยายามลืมตาแล้วมองใบหน้าของคนตรงหน้าไว้ ฉันต้องอยู่กับความจริง ต้องปิดกั้นภาพและความรู้สึกของสองคนนั้นให้ได้ ฉันต้องทำได้สิ นี่คือร่างกายของฉัน... ทว่าแม้จะปลอบตัวเองสักเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล แม้ว่าพื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าจะเย็นเยียบสักเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างอุณหภูมิที่ร้อนระอุของสองคนในหัวฉันได้เลย

"ช่วยด้วย..." ฉันกระซิบกับแม็กนั่มเสียงสั่นๆ ภาวนาให้ตัวเองหมดสติไปสักทีจะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก

"ฉันจะช่วยเธอได้ยังไง??" เขาถามแล้วเขย่าตัวของฉันเบาๆ "บอกฉันมาสิ ฉันจะได้ช่วยเธอได้"

"ช่วยที..." ฉันย้ำอีกครั้งกับแม็กนั่มที่บีบต้นแขนทั้งสองของฉันไว้ รู้สึกเหมือนใกล้จะหมดสติ

ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัวจนควบคุมไม่ได้ เหงื่อเย็นไหลจนเปียกโชกไปทั้งตัว

"ตั้งสติสิยัยบ้า... มองตาฉันไว้" แม็กนั่มว่าแล้วจ้องเข้ามาในดวงตาฉันเขม็ง

ฉันพยายามมอง เห็นเพียงแต่ใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพบุตรที่กำลังตะคอกใส่ฉันด้วยโทสะราวกับปีศาจ

แม็กนั่มสบถออกมาด้วยความโกรธที่ฉันยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ บ้าเอ๊ย... ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันได้ยินทุกอย่างที่เขาพูด ฉันเข้าใจนายทุกอย่างแต่ไม่อาจจะตอบสนองกลับไปได้ทุกอย่างเพราะหัวของฉันกำลังร้อนเป็นไฟ ฉันอยากทำตามที่นายสั่ง แต่... ใบหน้าของโปเต้ในหัวหลอกหลอนแม้ว่าดวงตาทั้งสองเบิกกว้างมองแม็กนั่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ตรงหน้า ฉันส่ายหัว กรอบหน้าเปียกชุ่มด้วยเหงื่อในขณะที่กำอกเสื้อของแม็กนั่มไว้แน่น ราวกับว่าหมอน่ันจะเป็นที่พึ่งได้

มือที่แข็งเหมือนคีมของแม็กนั่มบีบต้นแขนของฉันแน่นจนเจ็บ แต่ความเจ็บไม่ช่วยอะไร

ดวงตาสีเข้มมองฉันอย่างขุ่นมัว ร่างใหญ่ร้อนผ่าวด้วยโทสะที่แผ่ออกมา

"ฉัน... จะไม่ปล่อยให้ไอ้โปเต้ชนะหรอก"

ทันทีที่เขาพูดจบ ริมฝีปากร้อนบดขยี้กดทับลงมาอย่างรุนแรงและเร่าร้อน

ภาพของโปเต้ในหัวหายวับไปภายในวินาทีนั้นราวกับปาฏิหาริย์ แผ่นหลังของฉันชนเข้ากับพื้นกำแพงหินอ่อนของห้องน้ำที่เย็นเยียบ ทว่าไม่กล้าขยับตัวหนี ได้แต่นั่งนิ่งตัวแข็ง พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงกว่าเดิม ความรู้สึกที่รบกวนใจในหัวเมื่อครู่ได้สลายไปเพราะสัมผัสที่เข้มข้นรุนแรงกว่ามากจากคนตรงหน้า... ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างสูง ทุกประสาทสัมผัสที่เคยสับสนกลับมาโฟกัสกับคนตรงหน้าอีกครั้ง กลิ่นของน้ำหอมของเขาที่คุ้นเคยยิ่งเด่นชัดและเย้ายวนปลุกความรู้สึกบางอย่างในร่างกายให้ตื่นขึ้นมา รสชาติขมๆ ของอะไรบางอย่างที่ติดปลายลิ้นช่วยเรียกให้สติของฉันกลับคืนมาเต็มร้อยในที่สุด

ฉันไม่เคยจูบใครมาก่อนในชีวิต... ฉันไม่เคยรู้เลยว่าต้องทำยังไง... ฉันไม่เคยคิด ไม่เคยฝันถึงเลยด้วยซ้ำ

แม็กนั่มจับแขนทั้งสองข้างของฉันตรึงไว้กับผนังเย็นๆ อุณหภูมิที่เย็นจัดของหินอ่อนยิ่งทำให้สัมผัสร้อนจัดจากริมฝีปากร้อนของเขาชัดเจนยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า ในช่วงเวลาแห่งความสับสนและงุนงง สมองของฉันอื้ออึงและมึนไปหมด แทบจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ราวกับร่างกายกำลังลอยอยู่ในความว่างเปล่าที่เงียบงันและเป็นนิรันดร์ และโลกทั้งใบก็มีเพียงแค่เขากับฉัน ริมฝีปากของเขากำลังหลอมละลายทุกระบบความคิด สติ และสมองของฉันให้วอดวายยับเยินไม่เหลือชิ้นดี และฉันกำลังจะขาดหายใจตายจากจูบที่รุนแรงและดุเดือดด้วยโทสะของเขา

มือทั้งสองข้างของฉันผลักหน้าอกของหมอนั่นออกก่อนจะเบี่ยงใบหน้าหนีแล้วสูดอากาศเข้าปอด

แม็กนั่มใช้นิ้วจับคางของฉันให้เงยหน้าขึ้นสบตามองกับเขา... ใบหน้าของฉันที่แดงก่ำและร้อนผ่าว

"ถ้าเธอฟังอยู่... เธอ... จันทร์เจ้าอีกคนน่ะ"

"..."

"ไอ้โปเต้ก็เป็นได้แค่ขนมพอให้หายหิว แต่ไม่ช่วยให้เธออิ่มหรอก"

"เอ่อ..." ฉันมองหน้าเขาด้วยความงุนงงเล็กๆ เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่าเขากำลังพูดถึงอะไรกันแน่

"ถ้าเธอหิวมากขนาดนั้นก็มาหาฉันสิ" ใบหน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้แล้วกระซิบบอก

"มะ แม็กนั่ม!!!" ฉันแหวใส่หมอนั่นแล้วพยายามปิดปากเขา "พอ พอเลย!!"

"บอกหมอนั่นสิว่าฉันไปแน่..."

หากแต่... เสียงของฉันตอบกลับมาอย่างเกรี้ยวกราดจนเห็นได้ชัดว่าจูบเมื่อครู่ที่ดุเดือดรุนแรงของแม็กนั่มได้ทำลายกิจกรรมทุกอย่างระหว่างยัยนั่นกับโปเต้เข้าอย่างจัง โทสะที่เดือดพล่านในร่างกายของยัยนั่นแผ่มาถึงฉันด้วยเช่นกัน หัวใจของยัยน่ันที่เต้นแรงจนแทบจะปริแตกออกเต็มไปด้วยความเคียดแค้นพยาบาทในขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม็กนั่มด้วยใบหน้าที่แดงซ่านด้วยความอาย

ฉันกัดริมฝีปากของตัวเองที่ยังคงร้อนวาบจากสัมผัสเมื่อครู่นี้

"ยัยนั่นบอกว่า... ฉันไปแน่"

ฉันทวนคำพูดให้แม็กนั่มฟัง หมอนั่นยิ้มเย็นแล้วพยักหน้าอย่างสะใจ ก่อนจะใช้มือจับคางของฉันเชยขึ้น

"ดี... เพราะฉันจะทำทุกอย่างให้เธอต้องคุกเข่าขอร้องแทบเท้าฉันเพื่อแลกกับสิ่งที่เธอต้องการ..."

น้ำเสียงของเขาทรงพลังและแข็งกร้าวจนขนบนต้นคอของฉันตั้งชัน เย็นวาบไปทั้งแผ่นหลังเหมือนใครสักคนสาดน้ำเย็นจัดใส่ น้ำลายในปากเหนียวหนืดไปหมด ฉันหวาดกลัวดวงตาดุดันตรงหน้าที่เคลือบแฝงไปด้วยความบ้าคลั่งดุเดือดรุนแรง ไม่อาจห้ามสายตาเจ้ากรรมไม่ให้มองริมฝีปากบางที่ขยับเบาๆ เป็นคำพูดนั้นได้เลย หัวใจพาลแต่จะนึกไปถึงจูบเมื่อครู่นั้น สัมผัสที่ร้อนผ่าวยังคงระอุอยู่บนริมฝีปากไม่จางหาย

"และวินาทีที่เธอคิดว่าเธอได้สิ่งที่ต้องการจากฉันแล้ว ฉันจะทำให้เธอจะได้รู้ว่านรกที่แท้จริงเป็นยังไง..."



"เธอทำอะไรของเธอน่ะ??"

"เอ่อ... อาหารเช้า...?"

"...เห็นตาฉันไหม?

"..."

"ตาฉันยังไม่บอดและใช้งานได้! เออ ฉันรู้ว่ามันคืออาหาร แต่เธอจะทำไปทำไม เดี๋ยวก็มีคนเอามาเสิร์ฟ!"

แม็กนั่มตะคอกใส่ฉันในขณะที่ฉันกำลังทอดไข่เจียวอยู่ในครัวของเขา ครัวที่มีอุปกรณ์การทำอาหารเพียบพร้อมทุกอย่างแต่กลับดูเหมือนจะมีไว้เพียงเพื่อประดับคอนโดฯ ของเขาเท่านั้น เครื่องครัวราคาแพงสะท้อนแสงไฟเงาวับหากแต่กลับไม่เคยถูกใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ที่ฉันรู้ก็เพราะมีด เขียง หม้อ กระทะ ฯลฯ ทั้งหลายแหล่ ยังมีป้ายราคาและซีลพลาสติกหุ้มไว้ทุกชิ้น แม็กนั่มกลอกตาใส่ฉันอย่างไม่พอใจในขณะที่เดินไปที่เครื่องชงกาแฟข้างๆ แล้วกดเปิดเครื่อง ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งเล่นโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ในห้องครัวระหว่างที่รอเครื่องชงกาแฟทำงาน

เมื่อคืนนี้ฉันได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงยิ่งให้นอนค้างคืนที่คอนโดฯ ของแม็กนั่มได้อีกครั้งหลังจากที่หมอนั่นไม่ยอมให้ฉันกลับไปห้อง ไม่ว่าจะหัวเด็ดตีนขาด คุกเข่าขอร้องยังไงเขาก็ไม่ยอม จนสุดท้ายฉันได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม อย่างไรก็ตาม คอนโดฯ ของแม็กนั่มก็ไม่ได้เลวร้าย แหงแหละ ถ้ามีการจัดอันดับคอนโดฯ ที่แพงที่สุดในไทย ที่นี่คงติดหนึ่งในสามอันดับแรกสบายๆ และต้องขอบคุณความยิ่งใหญ่อลังการของคอนโดฯ ที่มีห้องนอนอย่างน้อยสามห้อง ฉันจึงไม่ต้องทนนอนร่วมเตียงกับหมอนี่

"ถ้าเกิดไอ้โปเต้มันอารมณ์ค้างแล้วตามไปข่มขืนเธอถึงหอจะทำยังไง ??"

และนั่นคือคำถามของเขาเมื่อคืนที่ทำให้ทุกเหตุผลที่ฉันเตรียมจะเถียงดับสลายไปในทันที

ทั้งที่เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว... ไอ้คนบ้าข้างๆ ที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ตอนนี้อันตรายกว่าโปเต้ล้านเท่า

ไม่ใช่ว่าเขาห่วงฉัน ฉันรู้ว่าทุกอย่างที่เขาทำไปก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงและตัวเอง แม็กนั่มทำเป็นไม่รู้จักฉันที่โรงเรียนเพราะฉันไม่ใช่พวกนักเรียนแถวหน้าที่โปรไฟล์เลอเลิศระดับลูกท่านหลานเธอ หรือทายาทเจ้าของบริษัทใหญ่ที่เดินกระทบไหล่กันทั่วทั้งโรงเรียน คงจะมีแต่พวกนั้นเท่านั้นที่เขาจะคบหาสมาคมด้วย ฉันเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เคยไม่มีตัวตนในโรงเรียนจนกระทั่งวันที่ยัยบ้านั่นโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ยัยตัวฉันอีกคนนั่นที่สร้างเวรให้ฉันต้องรับกรรม ตอนนี้ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยคิดว่าเขานอนด้วยเท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์อื่นใดที่เชื่อมโยงกัน

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันเข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่าความแตกต่างระหว่างชนชั้นทางสังคม...

ฉันคิดในใจในขณะที่ตักไข่เจียวใส่จาน ระหว่างนั้นหม้อหุงขาวก็ดีดพอดี

"ทำอะไรน่ะ?" แม็กนั่มว่าแล้วยื่นหน้าข้ามไหล่ฉันมาดูไข่เจียวในจาน "นั่น... คือไข่เหรอ?"

"ไข่เจียวหมูสับ..." ฉันบอกแล้วมองเขาอย่างงุนงง "ทำหน้ายังกับของแปลก"

"แปลกสิ ก็ฉันไม่เคยกิน" แม็กนั่มว่าแล้วเปิดประตูหยิบแอปเปิ้ลออกมากัด "ไม่เห็นจะมีใครเคยทำให้กิน"

ฉันเบิ่งตากว้างเท่าไข่ไก่เบอร์ 0

"นายเกิดมาตั้งสิบหกปีแล้ว ต้องเคยกินไข่เจียวบ้างสิ ไม่เคยสั่งอาหารในร้านตามสั่งหรือไง ???"

"ฉันไม่ชอบกินอาหารร่วมห้องกับคนอื่น..." เขาว่าโดยไม่มองแล้วยักไหล่

ฉันแอบเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้

อะไรมันจะขนาดนั้นนนน พ่อคุ๊ณ... พ่อแม่เลี้ยงมายังไงเนี่ย เท้าสองข้างเคยเหยียบดินบ้างไหม หืม ?

"...โอเค งั้นฉันไปกินในห้องน้ำก็ได้" ฉันว่าแล้วหยิบจานใส่ข้าวขึ้นมาแล้วหั่นแบ่งไข่เจียวใส่จานด้วยช้อนสีเงิน

แม็กนั่มคว้าแขนของฉันไว้ก่อนที่ฉันจะทันเดินเข้าไปในห้องน้ำ ฉันเงยหน้ามองเขาที่ถือแอปเปิ้ลไว้อีกมือหนึ่ง

"นั่งกินตรงนี้แหละ ... กินให้ฉันดูก่อน ถ้าเธอกินแล้วไม่ตาย ฉันจะได้กินด้วย"

เขาพูดจบแล้วกดไหล่ให้ฉันนั่งลงบนเก้าอี้สูงคู่กับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสำหรับทานอาหารในห้องครัว ฉันพ่นลมหายใจเบาๆ ด้วยนึกเกลียดคำพูดของหมอนี่จริงๆ แทนที่จะพูดให้มันดีๆ หน่อยก็ไม่ได้... เฮอะ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อคืน ฉันคงยังคิดว่าเขาปากหมาไร้กาลเทศะอยู่เหมือนเดิม แต่ขอบคุณพระเจ้า... เพราะเรื่องเมื่อคืนทำให้ฉันรู้ว่าไอ้บ้าตรงหน้านี่มีวิธีแสดงอารมณ์ที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป อย่างเช่นตอนนี้ เฮ้อ... ฉันแอบเบะปากแล้วตักข้าวพร้อมกับไข่เจียวใส่ปาก

แม็กนั่มยืนค้ำโต๊ะจ้องฉันนิ่งเกือบหนึ่งนาที หนึ่งนาทีที่สายตาคมคู่นั้นทำเอาใจฉันสั่น สั่นไปจนถึงมือที่จับช้อน

ถ้าฉันล้มลงไปชักดิ้นชักงอกระแด่วๆ บนพื้น หมอนี่จะทำยังไงนะ...

"...ไม่ตายจริงๆ ด้วย"

เขาว่าแล้วเดินไปหยิบจานใส่ข้าวที่เพิ่งหุงสุกใหม่มานั่งกินกับไข่เจียวข้างๆ ฉัน

ฮึ่ย เกลียดมันจริงๆ เลยเฟ้ยยยยยย ไอ้คนนิสัยไม่ดี!!!

ฉันคิดในใจแล้วจ้วงข้าวเข้าปาก



"จริงๆ เหรอ นั่นเธอจริงๆ เหรอจันทร์เจ้า"

"แหม เห็นเงียบๆ ขี้อายแบบนี้ไม่น่าจะกล้าทำอะไรแบบนั้นเลยนะ"

"พูดเรื่องอะไรกัน??"

ฉันถามแล้วขมวดคิ้วด้วยความงุนงงหลังจากที่ถูกเพื่อนๆ ผู้ชายกรูกันเข้ารุมล้อมในวินาทีแรกที่ก้าวเข้าห้องเรียน หลายคนในนั้นไม่เคยคุยกับฉันมาก่อนเลยสักครั้งเดียวตั้งแต่ที่ฉันเข้าเรียนที่นี่ แต่กลับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังฉันราวกับว่าเรารู้จักกันมานานแรมปี ฉันพยายามแหวกฝูงเพื่อนๆ เพื่อเข้าไปวางของที่โต๊ะเรียน ก่อนจะนั่งลงแล้วตั้งสติ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดลงเหมือนพายุกำลังจะเข้า

อืม... พายุกำลังจะเข้าจริงๆ นั่นแหละ

ฉันคิดในใจแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก

กลุ่มเพื่อนร่วมห้องผู้หญิงของฉันยืมล้อมรอบโต๊ะไว้ ปิดทุกทางไม่ให้ฉันหนีไปไหนได้นอกจากบินขึ้นข้างบนเท่านั้นซึ่งฉันทำไม่ได้แน่นอน หัวใจของฉันเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นใบหน้าเคียดแค้นของแต่ละนางที่จ้องฉันเขม็งพร้อมที่จะตบฉันให้หัวหลุด หนึ่งในนั้นคือโมเมหัวหน้าห้องของฉันเอง เธอเป็นคนสวย เรียนเก่ง รวย อะไรก็ดีไปหมด คนแบบนั้นไม่เคยลดตัวลงมาคุยกับฉันนอกจากว่าจะมีเหตุจำเป็น อย่างเช่นเหตุวันนี้เป็นต้น

"ดังสมใจแล้วสิ นังร่าน" หัวหน้าห้องพูดแล้วยืนกอดอกมองฉันด้วยหางตา

"อะไรนะ?"

"ผู้หญิงที่ทำตัวใสๆ แต่เนื้อในเป็นกะหรี่อย่างเธอน่ะ คิดว่าผู้ชายทุกคนจะโง่เชื่อรึไง?"

"ใช่ๆ ถ้าแฟนของโมเมไม่เอามาให้ดู ป่านนี้ผู้ชายคนอื่นคงหลงกลยัยแรดนี่กันหมด"

ฉันผงะกับคำด่าที่แสนจะต่ำทรามที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแล้วมองไปรอบๆ ด้วยความโกรธปนกับงุนงง มือข้างหนึ่งเกาหัวเบาๆ ตาทั้งสองกระพริบปริบๆ อย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก ก่อนที่กลุ่มผู้หญิงพวกนั้นจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองให้ฉันดูพร้อมกันจนเกือบจะกระแทกเข้ากับจมูกของฉัน ฉันอ่านข้อความสั้นๆ ในหน้าจอโทรศัพท์ที่ใกล้กับฉันที่สุด ข้อความที่ส่งมาจากเบอร์ที่บันทึกไว้ด้วยชื่อของฉันเอง และจากเบอร์โทรศัพท์ของฉันแน่นอนไม่ผิด

'เหงาจังเลยน้า~ เค้าอยากโดนของใหญ่ ใครก็ได้ช่วยหน่อย หอSky Line ห้อง 202

ปล. เค้าไม่ล็อคห้องน้า'

ข้อความนั้นส่งมาพร้อมกับรูปของฉันที่ใส่เพียงกางเกงในตัวเดียวและมือข้างหนึ่งปิดบังหน้าอกไว้

แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ฉัน(คนนี้) แน่ๆ แต่ฉันจะอธิบายให้พวกเธอฟังได้ยังไง!!!!










งื้ออออออ 

จันทร์เจ้า แกจะรอดไหมเนี่ย

แม็กนั่มก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะ ถึงจะแบบว่า ชาตินึงจะโผล่ออกมาสักทีก็เถอะ

มันดีอยู่อย่างคือแม็กนั่มไม่โกหก คือพูดตรงๆ ต่อให้มันรู้ว่าคำพูดของมันจะทำร้ายคนที่พูดด้วยก็เถอะ มันก็พูดนั่นแหละ บอกตรงๆ ไปยังดีกว่าโกหก ทั้งนี้ทั้งนั้น อีแม็กนั่มนี่ความลับเยอะนะคะ คำพูดมันจริงทั้งหมด 100% ก็จริงแต่มันอาจจะพูดออกมาแค่ 50% ไง ที่เหลือไม่พูดออกมา = ไม่ได้โกหก 55555

ส่วนที่เหลือ ก็คงแล้วแต่เวรแล้วแต่กรรมที่จันทร์เจ้าทำมา จะรอดมั้ยอะไรยังไง แล้วแม็กนั่มเองก็ไม่ได้อยากเลี้ยงนางไว้เท่าไหร่หรอกมั้ง ? ปัจจุบันคือช่วยสุดๆ เท่าที่คนใจดำคนนึงจะช่วยได้แล้ว เอาจริงคือช่วยมากเกินคนปกติไปแล้วด้วย 55555 (แล้วคือแบบ คนปกติจะยอมให้คนแปลกหน้าไปนอนในคอนโดเรอะ ต่อให้ดูเป็นผู้หญิงเด๋อๆ ไม่มีพิษภัยแบบจันทร์เจ้าก็เหอะ)

ยังไงก็ขอขอบคุณมากๆ สำหรับทุกเม้นและทุกกำลังใจนะคะ

อ่านแล้ว Passion มาเต็มเลยยย 555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #33 (@Mimaru555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:25

    จันทร์เจ้าอีกคนแสบมากๆเลย5555555 แม็กนั่มนี่ปากร้ายแต่จริงใจพระเอกขี้ซึนนี่เอง5555, ชอบค่ะ อ่านรวดเดียวเลย สนุกกกกกก เรื่องแหวกแนวดี สู้ๆนะคะไรท์

    #33
    0
  2. #32 nyvanida0324 (@nyvanida0324) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 11:56
    งานเข้าแล้วล่ะ จันทร์เจ้า
    #32
    0
  3. #31 IMERNERN (@earnny1424) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 02:06
    ติดงอมแงมเลยค่ะ หนูตามทุกเรื่อง เรื่องนี้เเซ่บสุดๆ 😍
    #31
    0
  4. #30 kunp (@zerer) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:55
    งานหนักแล้วจันทร์เจ้า
    #30
    0
  5. #29 S@DA (@sin4) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:42
    ชอบวิธีเอาชนะของแม็กนั่ม รู้สึกอยากเป็นจันทร์เจ้า55555
    #29
    0