[The Gang #9] The Dark Side of the Moon : พระจันทร์ด้านมืด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,496 Views

  • 93 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    28

    Overall
    2,496

ตอนที่ 5 : Connection [ การเชื่อมต่อ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 พ.ย. 61


บทที่ 4

Connection

"บอกฉันมาสิว่าส่วนไหนของประโยค 'เธอจะต้องอยู่ในนี้จนกว่าฉันจะมารับ' ที่เธอไม่เข้าใจ???"

"นายขังฉันไว้ในห้องน้ำชาย!"

"แล้ว?"

"นาย ขัง ฉัน ไว้ ใน ห้อง-น้ำ-ชาย!!"

เท้าของแม็กนั่มกระแทกเบรคดังโครมลั่นจนรถหยุดเอี๊ยดนิ่งสนิททันทีจนฉันเกือบหัวทิ่มทะลุกระจกออกไปนอกรถหากว่าไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยไว้ ขอบคุณพระเจ้าทุกพระองค์ที่หมอนี่เลือกที่จะสติแตกกลางถนนในเวลาหลังเที่ยงคืนแบบนี้ จึงไม่มีใครที่สามารถสาปส่งชื่นชมบรรพบุรุษของหมอนี่ที่อยู่ๆ ก็เบรครถกระทันหัน หรือกรณีที่ร้ายกว่านั้นคือถ้ารถคันไหนสักคันวิ่งตามหลังมาและเบรคตามไอ้คนอารมณ์แปรปรวนนี่ไม่ทันล่ะก็... ไม่อยากจะคิด ฉันคงได้ทะเลาะกับหมอนี่ต่อในสวรรค์

(หรือไม่ก็นรก... ซึ่งดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่าเมื่อนึกถึงนิสัยของเขาและกรรมที่ก่อร่วมกันมา)

"รำคาญนักก็ปล่อยฉันทิ้งไว้ที่นี่เลยก็ได้ กลางถนน กลางทางด่วนแบบนี้" ฉันว่าแล้วเบะปากใส่ "เอาเลยสิ!!"

"หึ..." แม็กนั่มหัวเราะในคอเสียงเบาแล้วหันมามองฉันด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่ชวนให้ขนลุกพรึ่บพรั่บไปทั่วตัวโดยเฉพาะหลังคอที่เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างเสียวสันหลัง นี่เป็นครั้งแรกที่เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ หลังจากที่ทำท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์รำคาญฉันมาตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่อยู่ด้วยกัน "ฉันจ่ายค่าตัวเธอไปตั้งห้าล้าน คิดเหรอว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ"

"ฉันไม่ได้ขอให้นายประมูลฉันมาสักหน่อยนะ!" ฉันรีบโพล่งขึ้นทันทีอย่างตะกุกตะกัก

"เหรอ..." เขาถามกลับอย่างเย็นเยียบ "งั้นฉันเอาเธอไปคืนแล้วกัน เธอจะได้กลับไปกับคนที่ให้ราคารองลงมา"

"ไม่!!!!" ฉันร้องห้ามทันทีด้วยน้ำเสียงลนลาน "มะ ไม่ได้นะ ห้ามนายทำแบบนั้นเด็ดขาด!!"

"เธอนี่มันโง่หรือเซ่อหรือทั้งโง่ทั้งเซ่อกันแน่???" แม็กนั่มหันมาถามแล้วเริ่มเหยียบคันเร่งรถตรงไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดใจเต็มที หลังของฉันแนบติดเบาะหนึบด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ได้แต่หลับตาปี๋ ภาวนาให้ฉันถึงที่หมายโดยที่ร่างกายยังคงอยู่ครบทุกส่วน แม็กนั่มส่งเสียงหัวเราะต่ำๆ "ฉันจ่ายไปเยอะนะ เงินเกือบทั้งเดือนของฉันเลยนะรู้ไหม เพราะงั้นคืนนี้ฉันไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก และเธอก็สมควรโดนแล้ว... ฉันบอกให้อยู่ในห้องน้ำนั่นก็ไม่ยอมอยู่ แถมยังทะเล่อทะล่าไปโผล่บนเวทีประมูล เธอคิดว่าเธออยู่ในละครน้ำเน่าหรือไงที่จะมีคนช่วยไว้ได้ตลอดน่ะ ตอนเย็นก็เหมือนกัน ที่เธอวิ่งออกไปแบบนั้น... "

"แล้วนายจะทำอะไรฉันล่ะ จำได้ไหม!!" ฉันแหวขึ้นเสียงดังลั่น "ฉันยอมโดดตึกเลยลงไปเลยซะยังดีกว่า!!!"

"อ้อเหรอ งั้นทำไมไม่โดดลงไปเลยล่ะ ทำไมวิ่งหนีไปซอยเวรนั่นให้ฉันต้องลำบากตามไปช่วยเธออีก"

แม็กนั่มสวนกลับอย่างหงุดหงิด คำพูดที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งรำคาญและเอาแต่ใจทำเอาฉันสะอึก

"นี่... นาย... ตกลงว่าอยากให้ฉันตายไปจริงๆ เหรอ ?"

ฉันถามด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบแหบแห้ง หมอนั่นหันมามองด้วยสายตาระอา ก่อนจะส่ายหัว

"...ฉันหมดคำพูดจะพูดกับเธอจริงๆ" แม็กนั่มว่าแล้วเอามือกุมขมับในขณะที่เหยียบคันเร่งมิดจนแผงคอนโซลบอกความเร็วที่ 200 กว่าๆ กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว ทว่าภายในรถกลับเงียบและนิ่งมากจนฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าหมอนี่กำลังพาฉันซิ่งไปสู่นรกอยู่รอมร่อ ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วจิกเบาะไว้แน่น แม็กนั่มหันมากลอกตาใส่ท่าทางสติแตกของฉันเมื่อเห็นความเร็วของรถ "...อย่าแกล้งทำเป็นขี้ขลาดได้ไหม ไม่เห็นเหมือนเธอคืนนั้นสักนิด ตกลงว่ามีคนฆ่าเธอแล้วสวมรอยเธอจริงๆ ใช่ไหม? หรือเอาหัวไปกระแทกส้วมจนความจำเสื่อมไปแล้ว"

"ต้องให้บอกอีกสักกี่ครั้งว่า..."

"หยุด ฉันรู้แล้วว่าเธอจะพูดอะไร หยุดพูดเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะประสาทกินจริงๆ"

อ้าว... แล้วที่เป็นอยู่นี่ยังไม่เรียกว่าประสาทอีกเหรอ แล้วถ้าประสาทกินจริงๆ จะขนาดไหน

ฉันแอบคิดในใจแล้วกอดอกแน่น คนอย่างหมอนี่นี่มัน... นายขับรถอยู่แท้ๆ จะทำอะไรฉันได้!!

นาย...”

ทว่าเมื่อฉันอ้าปากกำลังจะพูด ทว่าหมอนั่นยื่นมือข้างหนึ่งที่เคยจับพวงมาลัยออกมาห้ามไว้ก่อน

"หยุดพูดได้แล้ว..." หมอน่ันพูดขึ้นโดยไม่มองหน้าฉัน ริมฝีปากบางขยับแผ่วเบาเป็นคำพูดที่แสนโหดร้ายเย็นชาเหมือนอย่างทุกที มือข้างหนึ่งของหมอนั่นยื่นออกมาแล้วชี้ที่ริมฝีปากของฉัน นิ้วเรียวแตะสัมผัสริมฝีปากของฉันเพียงแค่เสี้ยววินาทีโดยไม่ได้ตั้งใจก่อนที่เจ้าของของมันจะดึงมือตัวเองกลับไป ทว่าในพริบตานั้น ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือข้างหนึ่งของฉันยกขึ้นปิดปากตามคำสั่งเขาอย่างว่าง่ายไร้สติราวกับโดนสะกดจิต "….ฉันจ่ายเงินซื้อเธอมาตั้งห้าล้าน ช่วยทำตัวมีคุณภาพให้สมกับราคาค่าตัวหน่อย... ส่วนปาก ฉันอยากให้เธอใช้ทำอย่างอื่นมากกว่า"

ฉันหลุดออกจากห้วงภวังค์ทันที

ถ้าไม่ติดว่าจับหัวหมอนี่โขกกับพวงมาลัยรถแล้วฉันจะต้องตายไปกับเขาด้วย ฉันคงทำไปแล้ว



"ไปอาบน้ำ"

"ฉันไม่นอนกับนายแน่นอน"

"ฉันบอกว่าให้ไปอาบน้ำ ไม่ได้ให้ไปแก้ผ้าแล้วมาหาฉัน ให้ตายเถอะ ทำไมต้องให้ฉันพูดซ้ำสองรอบด้วย"

ฉันกระชากผ้าเช็ดตัวจากมือหมอนั่นแล้วก้าวเข้าห้องน้ำอันใหญ่โตโอ่อ่า แน่นอนว่าใหญ่กว่าห้องของฉันในหอพักสองห้องรวมกันซะอีก ปากฉันอ้าค้างเมื่อเห็นอ่างหินอ่อนทรงกลมขนาดใหญ่ติดกับผนังที่เป็นกระจกใสมองออกไปข้างนอกได้ทั้งบาน ไอน้ำผุดลอยขึ้นบนผิวน้ำเรียบราวกระจก กลีบดอกไม้บางเบาที่ลอยอยู่บนผิวน้ำส่งกลิ่นหอมจางๆ ยิ่งเชิญชวนให้หย่อนร่างกายลงไป ยิ่งเมื่อเทียบกับห้องที่หอพักของฉันแค่มีน้ำประปาเย็นๆ ไหลจากก๊อกลงในถังให้ใช้ขันตักอาบก็บุญโขแล้ว น้ำอุ่นตรงหน้าจึงเปรียบเหมือนพรจากสวรรค์ที่ฉันภาวนาถึงมาตลอด ฉันไม่รอช้ารีบถอดเสื้อผ้าวางกองไว้บนพื้นแล้วแหย่เท้าลงไปในอ่างน้ำอุ่นด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่เจอกับเรื่องบ้าๆ บอๆ มาทั้งวัน

"ฉันไม่ชอบน้ำอุ่น"

"หะ???"

"ร้อนจะตาย อาบไปได้ไง"

"ใครน่ะ?!!"

"เธอคุยกับใคร?!"

เสียงตะโกนลั่นดังมาจากข้างนอก เสียงของแม็กนั่ม ฉันสะดุ้งเฮือกในอ่างน้ำอุ่นด้วยความตกใจ เสียงผู้หญิงเมื่อกี้นี้มันเสียงของฉันชัดๆ หัวใจเต้นหนึบหนับอย่างน่าอึดอัดใจจนแทบจะหายใจไม่ออก ฉันกลืนน้ำลายแล้วมองไปรอบๆ ห้องน้ำหินอ่อนสีขาวที่โอ่โถง แต่ไม่มีใครสักคนนอกจากฉัน วัตถุสิ่งเดียวที่ส่งเสียงนอกจากระบบน้ำวนในอ่างคือเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศที่พ่นไอน้ำออกมาพร้อมกับกลิ่นเดียวกันกับกลิ่นของแม็กนั่ม

"คิดในใจสิ ยัยโง่"

ใครน่ะ...

"ฉันเอง ยัยโง่"

ใครล่ะยะ!

"เธอนั่นแหละ จันทร์เจ้า"

นะ นี่ ฉันคุยกับตัวเอง ฉันเป็นบ้าอย่างที่หมอนั่นว่าจริงๆ แล้วใช่ไหม

"ไม่ เธอไม่ได้บ้า แม็กนั่มก็ไม่ได้บ้า ไม่มีใครบ้าทั้งนั้นแหละ ส่วนเธอน่ะโง่จังเลย เฮ้อ เมื่อไหร่..."

เดี๋ยวนะ มีตัวฉันอีกคนโผล่มาจากไหนไม่รู้ ฉันไม่ช็อคตายไปซะก่อนก็บุญแค่ไหนแล้ว!!!

"ตายก็ดีสิ..."

เสียงนั้นว่าก่อนจะกลายเป็นเสียงหัวเราะเย็นๆ แหลมๆ ของฉันเอง เพียงแต่ว่าฉันไม่มีทางหัวเราะได้ร้ายกาจแบบนั้นแน่นอน ความฉงนพะวงในใจยังคงก่อตัวท่วมท้นในขณะที่ฉันนั่งเหม่อมองกลีบดอกไม้ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ฉันค่อยๆ จุ่มหน้าลงไปในน้ำแล้วหลับตา กลั้นหายใจ ก่อนจะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจเมื่อความรู้สึกจั๊กจี้พุ่งเข้าเล่นงานที่ฝ่าเท้าจนร้องดีดดิ้นพล่านในอ่างน้ำวนหินอ่อนจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ฉันเริ่มสำลักน้ำที่ท่วมเข้ามาในจมูกปากและกำลังไหลลงไปในปอด

"เป็นบ้าอะไรของเธอน่ะ???"

ไอ้บ้าาา อย่าเข้ามานะ!!!!

ฉันคิดในใจทั้งที่ตัวเองกำลังจะจมน้ำตายอยู่แล้ว เดี๋ยวสิ... นี่มัน... มันคล้ายกับตอนนั้น...

ทว่าเสียงประตูเปิดออกกระแทกผนังดังปัง พร้อมกับร่างสูงของแม็กนั่มที่โผล่พรวดเข้ามาพร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดที่เป็นเอกลักษณ์แต่ผสมปนมาด้วยความตกใจ ฉันยังคงจั๊กจี้ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างอย่างรุนแรงโดยไม่มีเหตุผลในขณะที่หมอนั่นโผล่พรวดเข้ามาในขณะที่ฉันกำลังเปลือยอยู่ในอ่าง ฉันทั้งกรี๊ดและก่นด่าหมอนั่นอย่างหยาบคายที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้มือช้อนร่างของฉันขึ้นมาจากอ่างน้ำด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับว่าฉันไม่ได้กำลังแก้ผ้าโทงๆ อยู่แบบนี้

ใบหน้าของฉันแดงซ่านไปถึงหู แดงจนทั้งตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพูด้วยความอับอายขายหน้า

"หยุดกรี๊ดได้แล้ว ฉันเห็นเธอแก้ผ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว เห็นอีกครั้งจะเป็นไรไป ทำเป็นอายไปได้"

เขาตะคอกใส่ในขณะที่อุ้มฉันไว้ในวงแขนแข็งแรง หัวใจของฉันเต้นแรง ทั้งโกรธและกลัว

เป็นสิโว้ย เป็น! เป็น! ใครแก้ผ้าให้แกดูกันห๊ะ ใคร!!! ใครจะยอม!!

ทุ ทุ ทุเรศ ทุเรศศศศที่สุดดด ฉันอยากจะข่วนหน้าหล่อๆ ของมันให้แหกยับเยิน แต่จำต้องใช้มือข้างหนึ่งปิดหน้าอกไว้ด้วยความเขินอายเช่นเดียวกันกับมืออีกข้างที่ปิดบังด้านล่างไว้ อายจนจะบ้า อายจนผิวหนังทั้งร่างกายเปลี่ยนจากสีชมพูอ่อนๆ เป็นสีแดงไปแล้ว แม็กนั่มก็ยังได้แต่มองแล้วเบือนหน้าหนีกลั้นขำในขณะที่ฉันโคตรอับอายกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตที่เกิดขึ้นวันนี้ หมอนั่นวางฉันลงบนเตียงในห้องนอนของเขาแล้วเปิดลิ้นชักตู้ในห้องเก็บเสื้อผ้าของเขาที่อยู่ถัดออกไปจากห้องนอน

"เอาไป" แม็กนั่มว่าแล้วโยนชุดคลุมอาบน้ำผ้าซาตินบางๆ สีขาวให้ฉันที่นั่งชักสีหน้าเกลียดชังใส่เขา "...อ้อ หรืออยากจะแก้ผ้าก็ตามใจ?"

ฉันคว้าไว้ทันทีแล้วรีบห่มชุดคลุมอาบน้ำปิดบังผิวหนังที่ควรอยู่ใต้ร่มผ้าไว้ หากแต่ชุดคลุมบ้านั่นแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผ้าที่บางเบาเย็นเยียบเจอกับผิวที่เปียกชุ่มน้ำก็แนบลงกับผิวหนังของฉันจนต้องใช้มือทั้งสองข้างปิดบังร่างกายเอาไว้อยู่ดี หมอนั่นหันมายิ้มเย็นอย่างพึงพอใจในผลงานตัวเอง... ฉันได้แต่พูดอะไรไม่ออก ทั้งยังโกรธจนน้ำตาคลอ

"คนลามก! โรคจิต!" ฉันตะคอกด่า "ทุเรศ หน้าด้าน เลวทราม ต่ำช้า บ้ากาม!!"

"เออ ถ้านิยามคนดีของเธอคือปล่อยให้เธอจมน้ำตายในคอนโดฯ ฉันล่ะก็ ฉันยอมเป็นคนชั่ว... ดีกว่าให้เธอตายคาห้องฉันแล้วกลายเป็นผีสิงที่นี่ตลอดไป สงสารคนที่ต้องซื้อต่อจากฉัน เขาคงได้ทุบทิ้งทั้งตึกแน่ๆ" แม็กนั่มว่าแล้วยิ้มเย็นเยาะเย้ย ฉันกำเนื้อผ้าเนียนยางของชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่เปียกชื้นแน่นจนข้อนิ้วเป็นสีซีด "ฉันซื้อเธอมา คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอตายก่อนจะได้ใช้ของที่ซื้อมางั้นเรอะ???"

"ฉันไม่ใช่สินค้านะ!!"

"ใช่ ตั้งแต่วินาทีที่เธอขึ้นไปบนเวทีนั่น และฉันก็จ่ายเงินซื้อเธอมาแล้ว" เขาว่าด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ฉันกำมือแน่นด้วยความกลัวและโกรธ ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะเขา ถ้าหากว่าหมอนี่ไม่พาเธอไปที่น่ัน ไม่ขังเธอไว้ในห้องน้ำชาย เธอก็คงไม่ต้องหนีออกมาและตกอยู่ในที่นั่งแบบนี้ โลกนี้มันเป็นอะไรกันนะ โลกนี้มีผู้หญิงมากมายที่พร้อมจะยอมนอนกับเขาโดยที่เขาไม่ต้องเสียเงินเลยสักแดงด้วยซ้ำ แต่คนที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงสุดชีวิตกลับเป็นฉันคนนี้!!!!

"ฉันไม่ได้เต็มใจจะขึ้นไปบนเวทีนั่นให้นายประมูลมาสักหน่อย" ฉันว่าแล้วถอยออกมา "แล้วฉันก็ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ ที่นี่ด้วยซ้ำ!"

"เออ ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะจ่ายเงินห้าล้านแลกกับเธอหรอก" เขาว่าแล้วกลอกตามองฉันอย่างหน่ายๆ

"อ้อ นายคงตั้งใจจะไปหิ้วคนอื่นกลับมางั้นสิ?" ฉันถามกลับ "ทำไมนายไม่เลือกคนอื่นล่ะ"

"ก็ฉันไม่ได้ไปที่น่ันเพื่อจะไปร่วมการประมูลบ้าๆ นั่นสักหน่อย ฉันแค่..." เขาสวนกลับมาอย่างเริ่มมีโทสะน้อยๆ แล้วจึงหยุดปากไปก่อนที่จะพูดจบ ดวงตาที่เข้มอยู่แล้วยิ่งส่องประกายแรงกล้าที่ทำให้ฉันอึดอัดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก "ฉันไม่ต้องจ่ายเงินให้ใครมานอนด้วยหรอก ฉันไม่ต้องทำ และไม่จำเป็นเลยสักนิด ถ้าเธอใช้หัวคิดหน่อยก็น่าจะคิดได้ก่อนที่จะพูดออกมา และอีกอย่าง ฉันไม่ใช้ของร่วมกับใครหรอก ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ผู้หญิงหรือของใช้ ก็ไม่ทั้งนั้น..."

คำพูดของหมอนั่นทำให้ฉันสะอึกเล็กๆ อะไรกันนะ ความหยิ่งทระนงนั่น...

"แล้วนายไปที่น่ันทำไม?" ฉันถามอย่างไม่นึกหวังว่าเขาจะตอบหรอก อย่างน้อยก็คงพอซื้อเวลาได้

"ฉันไปทำธุระกับพวกเดอะแก๊ง..." เขาพูดแล้วหยุดชะงัก มองฉันนิ่ง "แต่มันไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย"

ฉันนึกเจ็บจี๊ดใจในคำพูดหยิ่งยโสโอหังของเขาที่นอกจากจะดูถูกคนอื่นแล้วยังดูถูกผู้หญิงเหมือนของใช้

"งั้นถ้านายไม่ต้ังใจจะไปประมูลฉันมา นายก็ปล่อยฉันไปสักทีสิ" ฉันว่าแล้วมองเขาอย่างหงุดหงิด

"ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะเสียเงินหลายล้านไปโดยเปล่าประโยชน์เหมือนกันน่ันแหละ"

ร่างสูงพูดก่อนจะเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังคลานถอยหลังกรูด

"นะ นายจะทำอะไรฉัน!!" ฉันกระแทกเสียงใส่แล้วขยับตัวหนีออกให้ห่างจากเขาอีก

แม็กนั่มมองฉันอย่างขบขันแล้วใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับชายชุดคลุมอาบน้ำฉันไว้ไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้อีก

"ผิดแล้ว..." เขาว่าแล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ในขณะที่แผ่นหลังของฉันชนกับหัวเตียง หัวใจของฉันเริ่มเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธและกลัวจนตัวสั่น หยดน้ำจากปลายผมร่วงลงกระทบกับที่นอนนุ่มใต้ร่างพร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่แตะลงบนริมฝีปากของฉัน "คนที่ต้องทำคือเธอต่างหาก ฉันจ่ายไปเยอะ ฉันไม่ควรจะต้องทำอะไรให้เธออีกแล้ว เพราะงั้นต่อจากนี้ไปไม่ว่าฉันจะสั่งอะไร เธอก็ต้องทำตามที่ฉันบอก อย่างเช่นตอนนี้... ฉันสั่งให้เธอหยุดพูด"

"ฉันจะ..."

"จำครั้งสุดท้ายที่เธอขัดคำสั่งของฉันได้ไหม? จำได้รึเปล่าว่าใครเป็นคนช่วยเธอจากการประมูลนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ป่านนี้เธอคงอยู่กับไอ้แก่พุงโรที่ไหนก็ไม่รู้ไปแล้ว และมันคงไม่ได้ปล่อยให้เธอพูดมากอย่างที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้" แม็กนั่มใช้นิ้วแตะริมฝีปากที่สั่นเทาของฉันแล้วดันขึ้นปิดไว้ก่อนที่ฉันจะทันพูดต่อ ไอ้หมอนี่มันโรคจิตชัดๆ "...เธอไม่เชื่อเหรอ อยากลองดูก็ได้นะ ฉันจะพาเธอไปส่งให้กับคนที่เสนอราคารองจากฉัน..."

ฉันจะทำยังไงถึงจะหนีจากคนทุเรศแบบนี้ได้ ฉันไม่อยากจะรู้จักเขาอีกแล้ว ไม่อยากจะเห็นหน้า ไม่อยากจะ...

"อย่ายุ่งกับฉันนะ" ฉันพูดเบาๆ แล้วพยายามขยับหนีไปด้านข้าง

"เธอจะได้เงินตั้งครึ่งหนึ่งของห้าล้านเลยนะ แต่ก็แน่นอนล่ะว่าหลังจากที่ฉันคอนเฟิร์มกับที่นั่นว่าเธอทำงานเรียบร้อยแล้ว" แม็กนั่มว่าด้วยสีหน้าและรอยยิ้มเย็นแล้วนั่งลงข้างๆ ฉันที่ห่อตัวเองแน่นกว่าเดิมในชุดคลุมอาบน้ำ ใบหูและหน้าของฉันแดงซ่านจนร้อนไปหมด หัวใจของฉันเต้นแรงด้วยความกลัวและโกรธคนตรงหน้าที่สามารถทำอะไรกับฉันก็ได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่งต่อจากนี้ นิ้วเรียวยาวยื่นออกมาจับคอเสื้อชุดคลุมอาบน้ำ ก่อนแทรกนิ้วเข้าสอดไปใต้ชุดคลุม นิ้วเย็นๆ ที่สัมผัสลงบนผิวหนังต้นคอของฉันที่ยังอุ่นจากน้ำร้อนทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกแล้วขยับตัวหนี "...แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี่ เธอรู้ไหมว่าเธอสร้างปัญหาให้ฉันมากขนาดไหน?"

"ไม่นะ..." ฉันว่าแล้วส่ายหน้า ก่อนจะรู้สึกตัวถอยไปจนชนกับหัวเตียงแล้ว "อย่าเข้ามา"

"เล่นละครเก่งเหมือนกันนะ" เขาว่าแล้วยิ้มเยาะ "ฉันนับถือในความพยายามของเธอจริงๆ"

น้ำเสียงท่อนหลังนั้นเต็มไปด้วยความประชดประชัน ฉันกัดริมฝีปากตัวเอง หายใจแรงด้วยความหวาดหวั่น

"ถ้านายเข้ามาใกล้กว่านี้ฉันจะเตะนายนะ" ฉันว่าแล้วจิกเท้าลงกับผ้าปูที่นอนสีดำสนิทแน่น "ฉันพูดจริงนะ"

แม็กนั่มเลิกคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ใช้เข่าพาตัวเองเข้ามาหา ก่อนจะคุกเข่าคร่อมบนร่างกายที่สั่นเทาน้อยๆ ของฉัน ร่างสูงของเขาบังแสงไฟจากโคมไฟสีเหลี่ยมสีขาวนวลบนเพดานเหมือนเมฆพายุฝนที่บังแสงอาทิตย์ไว้ หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความกลัว กลัวจนไม่อาจจะขยับตัวหนี มือทั้งสองกอดอกไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาไปหมด และน้ำใสๆ เริ่มเอ่อคลอในดวงตาทั้งสองข้างที่หลุบตามองต่ำอย่างไร้หนทางหนี

ไม่เอานะ... ไม่ได้นะ มันผิด...

มือใหญ่คว้าต้นคอของฉันไว้ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวค่อยๆ แหวกเสื้อคลุมบางเบาและชุ่มน้ำออกไปในขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาโน้มหน้าลงมาหา ลมหายใจของเขาเจือกลิ่นแอลกอฮอล์และบุหรี่จางๆ ปนกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่ฉันจำได้ดี... ลมหายใจร้อนเป่ารดบนเนินไหล่และต้นคอในขณะที่ร่างของฉันสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่ เสื้อคลุมอาบน้ำที่แสนบางเบาและไร้ประโยชน์ค่อยๆ แผ่ออก เผยให้เห็นเนื้อหนังข้างใน ฉันยังคงกำเสื้อส่วนหน้าอกไว้แน่น แต่ก็หมิ่นเหม่ที่เปิดออกเต็มทีด้วยแรงของเขา

ร้อน... เหมือนทุกอย่างเดือดเป็นไอ เหมือนฉันกำลังหลอมละลาย

"ลองดูสักครั้งแล้วเธอจะจำไม่ลืมจนวันตาย"

"อะ อะไรนะ???" ฉันโพล่งขึ้นอีกอย่างลืมตัว ลืมไปว่าเจ้าของเสียงนั้นที่ดังขึ้นในหัวไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย

แม็กนั่มมองฉันด้วยสายตาแปลกประหลาดราวกับว่าฉันมีหัวที่สองงอกออกมาจากคอ

"ยัยโง่... ผู้หญิงทุกคนในโรงเรียนอยากจะนอนกับแม็กนั่มจะตาย นี่เป็นโอกาสของเธอแล้ว"

ผู้หญิงทุกคนยกเว้นฉันน่ะสิ!!! ฉันตอบกลับไปในใจ

"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ลองดูก็ไม่รู้หรอก"

"ไม่!!!"

"เธอเป็นบ้าเหรอ???"

แม็กนั่มจับต้นแขนของฉันไว้แน่นแล้วมองหน้าฉันอย่างหงุดหงิดที่ฉันทำเสียอารมณ์ เวรกรรม หมอนี่คงคิดว่าฉันเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ หลังจากที่ได้ยินเริ่มเถียงกับตัวเองเป็นครั้งที่สอง ดวงตาดุมองฉันอย่างงุนงงเป็นที่สุด ยินดีด้วย เพราะนายไม่ได้งงคนเดียว ฉันเองก็งงเต๊กพอกันกับนาย ในสายตานายตอนนี้ ฉันคงไม่ต่างอะไรจากคนบ้าที่เถียงกับตัวเองได้หรอกใช่ไหม และอีกอย่างนะ ฉันบอกความจริงกับไปแล้ว นายไม่ยอมเชื่อฉัน ดังนั้น จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่ฉันจะบอกนายอีกครั้ง

"ฉัน..." ฉันว่าแล้วใช้มือกุมขมับ เสียงนั้นหายไปแล้ว "ฉัน... แค่ปวดหัวนิดหน่อย"

"นี่เธอหมดมุกจะเล่นแล้วจริงๆ จนถึงขั้นต้องแกล้งบ้าแล้วสินะ" หมอนั่นว่าแล้วมองฉันอย่างสมเพช

"อือ ฉันบ้า" ฉันตัดบทอย่างจำใจแล้วเอนหัวพิงกับพนักวางแขนของโซฟา "ฉัน... คงเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ"

"เธอไม่ได้บ้า..."

เลิกเข้ามาในหัวฉันได้แล้ว

ฉันคิดในใจแล้วกระชับเสื้อคลุมก่อนจะชันเข่าขึ้นมากอดด้วยสีหน้าที่ยังคงหวาดผวา แม็กนั่มมองฉันด้วยสีหน้างงยกกำลังสองเมื่อท่าทีของฉันเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังเท้า ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ทั้งเสียงในหัว เรื่องที่โรงเรียน เรื่องที่ผับ เรื่องแม็กนั่ม ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ตลอดชีวิตฉันไม่เคยหาเรื่องใคร พยายามที่จะทำให้ตัวตนของฉันเบาบางที่สุดในโรงเรียนแห่งนั้น เพื่อที่ฉันจะไม่ได้ยุ่งกับเรื่องราวดราม่าทั้งหลายในโรงเรียน แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันอะไรกัน...

ดวงตาของฉันร้อนผ่าว ก่อนที่น้ำอุ่นจะเอ่อคลอแล้วไหลลงมาอาบแก้ม

"หยุดร้องไห้" แม็กนั่มสั่งเสียงแข็ง "เดี๋ยวนี้เลย นี่คือคำสั่ง..."

"ฉันทำให้ไม่ได้" ฉันพูดเสียงเบาโดยไม่มองหน้าเขา "แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำตัวน่ารำคาญ"

เสียงถอนหายใจดังเฮือกดังจากคนตรงหน้าในขณะที่ฉันซุกหน้าลงร้องไห้กับเข่าของตัวเอง

บ้า บ้าที่สุด อ่อนแอที่สุด

"รอเธอหยุดร้องเมื่อไหร่ ฉันจะเอาคืนให้คุ้มราคาแน่"

แม็กนั่มว่าอย่างหมดความอดทน ก่อนจะดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ในวงแขนแข็งแรงแน่น

ไอ้... ทุเรศ ทุเรศที่สุด คนฉวยโอกาสอย่างนายมันน่าทุเรศ... ฉันคิดในใจ ได้แต่คิดในใจเพราะไม่เหลือแรงที่จะดิ้นให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของคนตรงหน้าได้ มือใหญ่ลูบผมของฉันจากด้านหลังอย่างแผ่วเบาในขณะที่ใบหน้าของฉันซุกกับไหล่กว้างแล้วร้องไห้ออกมาจนเสื้อเชิ้ตขาวของเขาเปียกปอน เขาไม่พูดปลอบ ไม่พูดจาอะไรทั้งนั้นจากลูบหัวของฉันอย่างอ่อนโยนแผ่วเบาผิดกับการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาในตลอดทั้งวันนี้

"เห็นไหมล่ะ แม็กนั่มไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดสักหน่อย"

อย่าเข้ามาในหัวของฉัน ฉันไล่เสียงนั้นในใจแล้วหลับตาปี๋

"อย่างน้อย เธอก็ชอบกอดของเขาใช่ไหมล่ะ อบอุ่นและแข็งแกร่ง แต่อ่อนโยน..."

ฉันเกลียดหมอนี่ เกลียดมากจนอยากจะ...

"นี่เธอโง่จนไม่รู้จริงๆ เหรอ?"

ฉันไม่รู้... ว่า?

"ฉันรู้สึกสิ่งเดียวกันกับที่เธอรู้สึก ถ้าเธอสุข ฉันก็สุข ถ้าเธอกลัว ฉันก็กลัว... ถ้าเธอเจ็บฉันก็เจ็บ"

เหมือนตอนที่ฉันจั๊กจี้ขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุเมื่อกี้น่ะเหรอ... ฝีมือเธองั้นเหรอ!!!

"ฉันไม่คิดว่าเธอจะโง่ขนาดนี้เลยนะ แต่ก็ใช่... ฉันทำเองแหละ"

งั้นเธอก็รู้สึกเหมือน... เหมือนฉันตอนนี้ รู้สึกถึงแม็กนั่มที่กำลังกอดอยู่งั้นเหรอ...

"เธอคิดว่าฉันโทร.เรียกแม็กนั่มให้มาช่วยเธอทำไมล่ะ คิดว่าทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องบังเอิญเหรอ?"

อะไรนะ...

"ทุกคนรู้กันว่าแม็กนั่มจะไม่นอนกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง"

พูดเรื่องอะไรกัน

"แต่พูดตรงๆ เลยนะ ฉันยังอยากนอนกับแม็กนั่มอยู่ แค่ครั้งเดียวมันไม่พอ"

ก็เรื่องของเธอ

"เพราะความรู้สึกของเราเชื่อมต่อถึงกัน เพราะงั้นเธอก็... ช่วยนอนกับหมอนั่นหน่อยนะ"

อะ... อะ... อะไรนะ???

"แล้วเธอจะติดใจ แค่ครั้งเดียวเอง... น้า~"

นังบ้า!!!!







รีบอัพ วันนี้มีธุระนิดหน่อยเลยไม่ได้ทอล์คยาวเนอะะะ จันทร์เจ้ายิ่งกว่าลูกไก่ในกำมืออีกอะแบบนี้ 555555 ทั้งหมั่นไส้ทั้งอิจฉาอ่ะ หล่อเบอร์นั้นแล้วเป็นชั้นนี่ไม่ปล่อยให้หลุดมือค่า ได้กินแม็กนั่มทั้งที่นี่ยอมเสียเงินห้าล้านให้นางยังคุ้มเลย 5555555 เอาเถอะพ่อคุณทูนหัว ถนอมน้องหน่อยก็แล้วกัน จันทร์เจ้าเพิ่ง 15 ย่าง 16 เองนะ ส่วนแม็กนั่มก็ 17 จ้า

ไทม์ไลน์ในตอนนี้คือสตาร์เป็นหัวหน้าเดอะแก๊ง (ม.6) ค่ะ รุ่นสตาร์อยู่ ม.6 นะ พวกคอปเตอร์จบไปแล้ว แต่ไม่จบเหงาแน่นอน เดี๋ยวแม็กนั่มก็จะย้อนกลับไปให้ดูว่าเกิดอะไรขึ้น และแม็กนั่มเกี่ยวกับคอปเตอร์ยังไงนะคะ ขอบคุณทุกคนมาก จุ๊บๆ ขอให้มีความสุขกับนิยายจ้า~ 

ขอบคุณทุกคนทุกเม้นทุกกำลังใจจึ้กๆ อีกครั้งค่าา ขอให้เอ็นจอยน้าาาาาาา


Decaffeine





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #21 zerer (@zerer) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 12:45
    เพิ่งเข้ามาเห็นว่ามี The Gang

    #9 แล้ว ติดตามเลย ตอนนี้แม็กนั่มมีความอบอุ่นแฮะ
    #21
    0
  2. #20 S@DA (@sin4) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:31
    รู้สึกเริ่มรักแม็กนั่มทั้งๆที่นางร้ายอ่ะ
    #20
    4
    • #20-1 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 5)
      31 ตุลาคม 2561 / 21:41
      ใช่มะนี่ก็รัก 55555
      #20-1
    • #20-4 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 5)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 21:25
      55555555
      #20-4
  3. #19 puiziiza (@puuukalove9) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:20
    จะเกี่ยวข้องกันยังไงน้อ ^^ รอๆๆนร้า
    #19
    0