[The Gang #9] The Dark Side of the Moon : พระจันทร์ด้านมืด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,497 Views

  • 93 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    29

    Overall
    2,497

ตอนที่ 4 : Auction [ ประมูล ?! ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    30 ต.ค. 61


บทที่ 3

Auction

"ฉันไม่ได้บ้า!!!!"

"โอเค ที่ผ่านมาฉันไม่โกรธ เขาว่ากันว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา"

"ฉันไม่ได้บ้า!!!!"

"เธอเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำด้วยหรือไง พูดแค่ครั้งเดียวฉันก็ได้ยินแล้ว"

แม็กนั่มว่าด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเริ่มมองหาที่กลับรถบนทางหลวงเส้นหลักที่รถติดหนักหน่วงจนเกือบลืมทางกลับหอพัก ที่สำคัญคือหมอนี่ไม่ได้พูดเล่นเพื่อกวนตีนฉันแน่นอนที่ว่าจะพาฉันไปโรงพยาบาลบ้า จากสายตา น้ำเสียง และท่าทางทุกอย่างทำให้ฉันรู้ว่ามันพูดจริง และมันก็ทำจริงซะด้วย ฉันมองซ้ายขวาหน้าหลังอย่างว้าวุ่นใจ รู้สึกเสียใจชะมัดที่ดันบอกไอ้บ้านี่เรื่องยัยนั่น โอย ยิ่งคิดก็ยิ่งงงไปกันใหญ่ ตอนนี้ฉันอาจจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ

"ฉันไม่น่าบอกนายเลย..." ฉันพูดเสียงอ่อนแล้วถอนหายใจ "น่าจะรู้ว่ายังไงนายก็ไม่มีทางเชื่อ"

"ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ..." แม็กนั่มตอบ ฉันเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

"จริงเหรอ ??”

ฉันอ้าปากค้าง

"อืม..." เขาพยักหน้ารับ "การที่เธอจะยอมรับว่าตัวเองเห็นภาพหลอนหรือมีปัญหาทางจิต..."

"ฉันไม่ได้บ้า!!!!"

ฉันตะคอกขัดใส่เขาอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดที่แม็กนั่มสามารถทำตัวราวกับว่าเข้าอกเข้าใจฉันแล้วเปลี่ยนไปเป็นผู้ชายทุเรศคนเดิมได้ภายในเวลาไม่ถึงวินาทีเท่านั้น หมอนี่มีพรสวรรค์ในด้านการทำหน้านิ่งและกวนตีนคนอื่นเหลือเกินจนฉันอยากจะถอดรองเท้าแล้วปาใส่หน้าหมอนั่นเพราะอับจนด้วยคำพูดที่จะก่นด่าเขาเต็มที แต่ก็ลืมไปว่าฉันไม่ได้ใส่รองเท้านี่นา แถมไอ้ถนนบ้านี่ก็เหมือนกัน รถติดไม่ขยับมาเกินกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ฉันพาลโมโหใส่ทุกอย่างเพราะไม่อาจจะต่อปากต่อคำกับหมอนั่นได้ ทุกอย่างขวางหูขวางตาไปหมดแม้กระทั่งผมแตกปลายของตัวเองที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยสักนิด

นี่มันก็เกือบห้าทุ่มแล้ว ฉันติดอยู่ในรถกับหมอนี่มากี่ชั่วโมงแล้ว

เฮ้อ ฉันถอนหายใจเฮือก พยายามไม่มองหน้าหมอนั่น

เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องบางสีดำที่วางไว้ในช่องใส่ของใกล้ๆ กับเกียร์สั่นครืด เสียงเพลงที่เปิดกระหึ่มในรถหยุดลง

แม็กนั่มกดรับสายทันทีจากแผงคอนโซลหน้ารถ เสียงจากปลายสายดังออกมาจากลำโพงในรถให้ฉันได้ยินด้วยเพราะเขาต่อโทรศัพท์มือถือตัวเองให้เล่นเพลงผ่านเครื่องเสียงในรถของเขา ฉันกอดอกตัวเองแล้วเบือนหน้าเบะปากใส่เมื่อหมอนั่นส่งสายตาบอกเป็นคำสั่งกลายๆ ให้ฉันหุบปากเงียบในขณะที่เขารับสายจากใครก็ตามที่โทร.มาหา

"ไอ้สัส ไหนบอกว่าเจอกันที่เดิม ที่เดิมพ่อง คนอื่นมากันครบหมดละเหลือแค่มึงคนเดียว"

"...แล้ว?"

"...ไอ้สัสรีบมาเถอะ" เพื่อนของเขาว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใจดังออกมาจากลำโพง

เออ กูเหาะได้กูเหาะไปแล้ว” แม็กนั่มสวนกลับไปอย่างรำคาญใจ

ขี้ประชดประชันเหลือเกินพ่อคุณเอ๊ย ฉันคิดในใจแล้วแอบเบะปากใส่ร่างสูงข้างๆ

"หรือว่า... มึงติดสาวเหรอวะ?" เพื่อนของเขาถามกลับมา ฉันอดสะดุ้งเฮือกไม่ได้

แม็กนั่มเงยหน้ามองฉันด้วยแววตาระอาแวบหนึ่ง ก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเป็นสัญญาณให้เงียบ

"เออ กูอยู่กับแม่มึงเนี่ย" เขาตอบเพื่อนกลับไปอย่างเย็นชาแล้วกดวางสายทันที

ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก ล้อเล่นกันแรงเป็นบ้าพวกนายเนี่ย

เสียงเพลงดังขึ้นต่อจากเมื่อกี้นี้ เขาถอนหายใจแล้วเกาหัวเบาๆ อย่างหงุดหงิด มองฉันสลับกับถนนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด เอาล่ะ โอกาสของฉันที่จะไปให้พ้นๆ จากหมอนี่มาถึงแล้ว โอกาสเดียวเท่านั้นที่ฉันจะสามารถหลุดพ้นจากบ่วงเวรบ่วงกรรมของฉันกับเขาที่ดูเหมือนจะยิ่งรัดแน่นขึ้นทุกขณะ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วขอพรจากผีป่าเทวดาประจำเกาะกลางถนนตรงหน้า

"เอ่อ... นายจะจอดให้ฉันลงตรงนี้แล้วเดินกลับก็ได้นะ" ฉันว่าแล้วกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ "ฉันไม่อยากจะรบ..."

"เธอจะไปกับฉันด้วย..." แม็กนั่มว่าแล้วมองหน้าฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า "และหยุดพูดไปเลยจนกว่าฉันจะอนุญาตให้เธอพูดได้ ฉันต้องใช้สมาธิกับการขับรถ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ไปสายแบบนี้ เพราะงั้นนั่งเงียบๆ สำนึกผิดไปซะจนกว่าฉันจะพูดด้วย"

ใบหน้าหล่อสั่งฉันด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเย็นชาและน่าหมั่นไส้จนฉันกำมือแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่พูดอะไรอีก ยากเหลือเกิน โธ่เอ๊ย เขาถอนหายใจเบาๆ ใส่ฉันอย่างรำคาญใจ ก่อนจะหันกลับไปมองถนนตรงหน้าอีกครั้ง ในขณะที่ฉันอยากจับหัวมันโขกกับพวงมาลัยให้ดั้งโด่งๆ นั่นยุบเข้าไปถึงท้ายทอย

ฉันทำเวรกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอกับคนอย่างหมอนี่กันนะ...



"เธอจะต้องอยู่ในนี้จนกว่าฉันจะมารับ"

"นะ นี่มันห้องน้ำชาย..."

"ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เธอพูด"

"นี่มันห้องน้ำชาย!!!!"

แม็กนั่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเบือนหน้าหนี เม้มริมฝีปากสะกดกลั้นอารมณ์ราวกับว่าฉันกระตุ้นต่อมโมโหของเขาเข้าอีกแล้ว ฉันรู้ว่าฉันพูดไม่ได้จนกว่าหมอนี่จะอนุญาต แต่การที่เขาจับฉันมาขังไว้ในห้องน้ำชายในผับใจกลางเมืองแบบนี้มันเกินไปแล้ว!!! ฉันไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นอะไรมากนักหนากับการที่ได้ยินประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ เขาทำหน้าราวกับว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายทุกครั้งที่ฉันพูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่นี่มันเกินไปแล้ว

"ฉันมีธุระต้องทำ ธุระที่พาเธอไปด้วยไม่ได้" แม็กนั่มว่าแล้วเกาท้ายทอยตัวเอง "...แล้วฉันก็รู้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน"

"นี่มันห้องน้ำชาย..."

"จันทร์เจ้า..."

"นี่มัน ห้อง-น้ำ-ชาย!"

โครม!!!!!

ฝ่ามือของแม็กนั่มกระแทกโครมเข้ากับผนังด้านหลังของฉัน เสียงกระแทกดังลั่นสั่นสะเทือนเข้าไปถึงตับไตไส้พุงเช่นเดียวกับผนังห้องน้ำที่สั่นกึกๆ จนฝุ่นร่วงลงมาจากเพดาน แผงอกของเขากระแทกเข้าใส่ฉันจนล้มลงนั่งบนชักโครก สายตาของร่างที่ยืนค้ำอยู่เหนือหัวมองฉันอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ ยิ่งกว่าภูเขาไฟปะทุ

โอเค โอเค ฉันยอมรับว่าฉันผิดเองที่ดันไปแหย่พูดซ้ำๆ ใส่หมอนี่ แต่มันก็เพราะว่าฉันเองก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกันนี่นาที่โดนหมอนี่ตะคอกเอาๆ ทั้งที่ตัวเองก็เป็นคนบอกเองด้วยซ้ำว่าเราไม่รู้จักกัน คนไม่รู้จักกันควรจะทำตัวไร้มารยาทใส่กันขนาดนี้เลยหรือไงกันหา ???

"ไหนบอกว่าเราไม่รู้จักกัน..." ฉันสวนกลับออกไปในที่สุดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา กรามขบเข้าหากัน กัดฟันกรอดแล้วเงยหน้าสบตาหมอนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิต แม้จะกลัว แต่เสียงกระซิบเบาๆ ที่แปลกประหลาดในใจช่วยให้ฉันเริ่มที่จะเอาชนะความกลัวคนตรงหน้าไปได้ทีละนิด ...หมอนั่นก็คน แกก็คนเหมือนกัน แกไม่ได้ด้อยกว่าหมอน่ันสักนิด... ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแล้วกำมือแน่นเรียกพลังให้กับตัวเอง "…พ่อแม่นายน่ะ... พ่อแม่นายสอนให้คุยกับคนไม่รู้จักแบบนี้เหรอ แม็กนั่ม ?"

ร่างสูงมองฉันราวกับจะสูบเลือดกินเนื้อกันให้ตาย พระเจ้าช่วย คืนนี้ฉันคงถึงฆาตแน่ๆ ทว่าเสียงโทรศัพท์สั่นจากในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ได้ช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันเงยหน้าถอนหายใจอย่างโล่งอก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดหวั่นว่าเขาจะจับฉันกดน้ำในส้วมตายเพราะความพิโรธโกรธเคืองของท่านผู้ยิ่งใหญ่แม็กนั่มที่ไม่สามารถรับฟังอะไรที่ระคายหูอันสูงส่งของเขาได้แม้แต่น้อย

แม็กนั่มกัดฟันกรอด แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาฟังแนบหู(อันสูงส่ง) สายตายังคงจ้องมองฉันนิ่งอย่างคาดโทษ ก่อนจะกดวางสายอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ตอบอะไรกลับไปยังปลายสายที่โทร.หา

"เธอรอดไปได้อีกหนแล้วนะ" หมอนั่นว่า "รอทีนี่ ห้ามไปไหน ห้ามถาม ห้ามตอบ ห้ามคุยกับใครทั้งนั้น"

"อีตาบ้า ฉันจะไปคุยกับใครได้เล่า นายเล่นขังฉันไว้ใน..."

ห้องน้ำชาย...

แม็กนั่มมองหน้าฉันเขม็งก่อนที่ฉันจะทันพูดจบ

...โอเค ไม่พูด... ไม่พูดก็ได้(โว้ย)



ปังๆๆๆๆ

"มึงเข้าไปตายในห้องน้ำหรือไงวะ???"

โอ๊ยยย ถ้าน้ำในชักโครกลึกพอที่ฉันจะฆ่าตัวตายได้ฉันคงยอมตายไปแล้ว ไม่ทุกข์ทนดมฉี่คนอยู่แบบนี้หรอก!!

ฉันได้แต่เดินวนในห้องน้ำเหมือนหนูติดจั่น

เสียงทุบประตูยังคงดังขึ้นทุกห้านาที และเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้ใครบ้างข้างนอกที่สาปส่งฉันที่อยู่ข้างในห้องน้ำและล็อคตัวเองขังมานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว ไอ้คนที่ขังฉันไว้ก็ไม่ยอมโผล่หัวมาสักที จะออกไปตอนนี้ก็คงไม่ดีแน่ ฉันเป็นผู้หญิง พูดให้ถูกคือเด็กผู้หญิง ถ้าเปิดประตูผางออกไปเจอผู้ชายหื่นขี้เมาโรคจิตแบบไอ้ห้าคนเมื่อตอนเย็นจะทำยังไง สู้ทนนั่งดมฉี่ในห้องน้ำนี่ยังปลอดภัยซะกว่า

ไอ้แม็กนั่ม จำไว้เลยนะ แค้นนี้ฉันจะไม่มีวันลืม สักวันฉันจะเอาผ้าอนามัยใช้แล้วแปะหน้าผากนาย ฮึ่ม!

ฉันเริ่มใจเสียเมื่อเสียงทุบประตูด้านนอกดังยาวกว่าเดิม แรงกว่าเดิม และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ประตูเริ่มสั่นจนเหมือนจะหลุดออกมา ฉันยืนเบียดกับผนังด้านหลังสุดชีวิต

"มึงไม่ออกมากูจะเข้าไปลากมึงออกมาละนะ ไอ้เวรนี่!!!"

อ้าวเวรกรรมแล้วไง ฉันเริ่มเหงื่อตก เหงื่อเย็นไหลบ่าเป็นสายน้ำเมื่อฉันเริ่มรู้สึกว่าไม่มีทางไหนเลยที่ฉันจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ ทำไงดีล่ะ ทั้งผนังและประตูห้องน้ำนี่ก็ใช่ว่าจะแข็งแรงเลยสักนิดเดียว ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วมองประตูห้องน้ำที่สั่นคลอนอย่างเวทนา โธ่เว้ย ถ้ามันจะอ่อนแรงขนาดนั้น หมาเห่าใส่สักครั้งคงพังแล้วมั้งเนี่ย แล้วข้างนอกนั่น... ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่ามีคนตั้งกี่คนที่พร้อมจะหักคอฉันจิ้มน้ำพริก แม่ขา ช่วยด้วย แงงง ใครก็ได้ช่วยที

ฉันจนปัญญาจนต้องขึ้นไปยืนคิดบนชักโครก มองหาลู่ทางหนี ชักโครกตัวเองลงส้วมไปเลยดีไหมนะ

"จ๊ะเอ๋!!! เฮ้ย ผู้หญิง!!!!"

กรี๊ดดดดดดด จ๊ะเอ๋แม่แกสิ๊!!!!

ฉันกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจเมื่อ 'หัว' ของผู้ชายคนหนึ่งโผล่ออกมาจากช่องว่างใต้ประตูห้องน้ำ เสียงหวีดร้องของฉันทำให้ทุกคนเงียบกริบ ก่อนจะกลายเป็นเสียงฮือฮาและตามมาด้วยเสียงของคนที่พยายามจะพังประตูจากด้านนอก บ้า บ้าไปแล้ว เพราะไอ้แม็กนั่มคนเดียวเลยที่ทำให้ชีวิตฉันซวยหยำเปแบบนี้ ฉันกรี๊ดจนแทบจะหมดเสียง ยืนบนชักโครก แผ่นหลังแนบติดผนังจนแทบจะหลอมรวมกับกระเบื้องห้องน้ำด้านหลังไปแล้ว โอ๊ย ประตูหนอประตู ช่วยแข็งใจทนอีกหน่อยเถอะ

ปัง!! ปัง!!! โครม!!!

นั่นไง ฉันพูดไม่ทันขาดคำ ล็อคประตูกระเด็นหลุดกระแทกกับผนังห้องน้ำพร้อมกับเสียงประตูที่ดีดผางเปิดออก เสียงดังสนั่นสะเทือนโลกา ในขณะที่ฉันยืนด้วยขาข้างเดียวกระโดดดึ๋งๆ บนฝาชักโครกเพราะทำอะไรไม่ถูก ผู้ชายเกือบสิบยืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำของฉันเป็นแถวยาว น้ำอุ่นๆ คลอในเบ้าตาของฉันที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ ดวงตาทุกคู่มองตรงมาที่ฉันอย่างอึ้งๆ กับภาพตรงหน้า...

"นะ ชุดนักเรียนเหรอเนี่ย..."

"น่ารักซะด้วย"

"แอบอาจารย์มาเหรอวะ??"

"บ้า คอสเพลย์ไง มึงไม่รู้จักเหรอ ควาย"

โอ๊ย คอสเพลย์บ้านแกสิ้!!!

คอสเพลย์คือการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครจากการ์ตูนและภาพยนต์ต่างๆ มีที่มาจากประเทศญี่ปุ่น...

แต่ที่แน่ๆ คือฉันไม่ได้คอสเพลย์ โอ๊ยยยย พวกนายจะจินตนาการบรรเจิดเกินไปแล้ว แงงง

ใบหน้าของฉันบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว หัวใจเต้นแรง หน้าซีด มือสั่น ทำยังไงดี ฉันจะทำยังไงดี สายตาเกินกว่าสิบคู่มองตรงมาอย่างหื่นกระหายอย่างไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิด ดวงตาของฉันเริ่มร้อนผ่าว น้ำอุ่นๆ เอ่อคลอในขึ้นมาจนแทบจะกลั้นไม่อยู่ในขณะที่ใจนึกโกรธแม็กนั่มขึ้นมาจนอยากเดินเข้าไปหาแล้วต่อยหน้าหมอนั่นสักครั้งทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้เพื่อไปต่อยหน้าหมอนั่นได้ยังไง

"น้อง เด็กเสิร์ฟ มีสาวคอสเพลย์อยู่ในห้องน้ำชาย!!!" เสียงผู้ชายคนหนึ่งว่าแล้วเรียกผู้ชายคนหนึ่งในชุดบริกรที่ยืนอยู่ไม่ไกลให้เดินเข้าหามาเขา ฉันอ้าปากค้าง เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว “มาเร็วๆ สิวะ เดินช้าจริงนะมึงเนี่ย!!!”

ร่างสูงของเด็กเสิร์ฟคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะมองฉันอย่างงุนงง สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม

"มะ... ไม่ใช่นะ!!" ฉันแหกปากตะโกนใส่ “ฉันไม่ใช่พวกคอสเพลย์อะไรนั่นนะ ฉันแค่...”

"เอ่อ งะ... งั้นผมก็ต้องส่งตัวคุณให้กับตำรวจนะครับ ผับนี้ห้ามเด็กอายุไม่ถึงเข้านะครับ แล้วคุณก็ใส่ชุดนักเรียน..."

เด็กเสิร์ฟคนนั้นว่าแล้วมองฉันอย่างลำบากใจ ฉันมือสั่น ตัวสั่น ปากสั่นจนพูดไม่ออก ถ้าฉันบอกไปว่าเป็นนักเรียนจริงๆ หมอนี่ก็จะส่งตัวฉันให้ตำรวจ และนั่นหมายความว่าจะเรื่องจะไปกันใหญ่ยิ่งกว่าใหญ่ แต่ถ้าฉันบอกไปว่าฉันแต่งคอสเพลย์ชุดนักเรียน... ฉันคิดในใจแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกกับสายตาผู้ชายหื่นนับสิบตรงหน้า ที่แย่ยิ่งกว่าคือนอกจากจะหื่นแล้วพวกเขายังเมาจนแทบจะยืนไม่อยู่...

เรื่องมันคงจะไปกันใหญ่ยิ่งกว่า!!!

"ตกลงว่าไงครับ?" เด็กเสิร์ฟคนนั้นถามฉันอีกครั้งด้วยสีหน้าลำบากใจ “ผมคงต้องแจ้งให้...”

"ฉัน..." ฉันพยายามทำเสียงที่สั่นเทาให้เป็นปกติ "ฉัน ฉันแต่งคอสเพลย์ชุดนักเรียนค่ะ..."

เด็กเสิร์ฟคนนั้นยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วยื่นมือให้ฉัน

"ดีครับ งั้นผมจะพาไปขึ้นเวที"

เวที... ?



"ครับ สำหรับรายการต่อไปก็จะเป็นการประมูล..."

หะ อะไรนะ???

ฉันถึงกับสปริงตัวลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากหลังเวที ใช่ เด็กเสิร์ฟคนนั้นพาฉันมาที่ห้องแต่งตัวหลังเวที นั่งรวมกับคนอื่นที่แต่งตัว... เอ่อ ใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันกับฉัน ผิดกันตรงที่ว่ากระโปรงนักเรียนของฉันยาวเกินมาตรฐานของสาวๆ ในห้องนี้มากจนน่าใจหาย ก็เพราะกระโปรงของพวกหล่อนแต่ละคนสั้นจนแก้มก้นโผล่ออกมาเซย์ไฮกับชาวโลก และสิ่งที่แปลกอีกอย่างนอกจากชุดนักเรียนที่สั้นจนฉันใจหายทุกครั้งที่พวกเธอเปลี่ยนท่านั่งก็คือใบหน้าที่ฉาบหนาด้วยเครื่องสำอางที่ทำให้ปูนฉาบผนังยังต้องอายนั่น...

ทว่าไม่มีใครเปิดโอกาสให้ฉันถาม ทุกคนต่างสนใจแต่เรื่องของตัวเอง ก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์และเครื่องสำอางในมือ และนั่นเป็นสัญญาณที่บอกกลายๆ ว่าฉันไม่ควรยุ่งเรื่องคนอื่นมากนัก

"เมื่อคืนได้ราคาไม่ดีเลย" ผู้หญิงคนหนึ่งเปรยๆ ขึ้น "อยากได้กระเป๋าใหม่ละเนี่ย เริ่มมีคนหิ้วซ้ำ น่ารำคาญ"

"หึ คืนนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกน่า" ผู้หญิงอีกคนว่าแล้วปรายตามองที่ฉันด้วยหางตาอย่างไม่พอใจนัก "ยิ่งมีปลาสดๆ ใหม่ๆ มาแบบนี้ ลูกค้ายอมทุ่มมากกว่าของเก่าๆ เหี่ยวๆ แบบแกอยู่แล้ว"

อะไร ปลาสดคืออะไร นี่คน คนเป็นๆ นะ มีบัตรประชาชนด้วย คำนำหน้าคือนางสาว ไม่ใช่ปลาบึก

ฉันไม่มีโอกาสได้ถาม เมื่อผู้หญิงพวกนั้นถูกเรียกให้เดินออกไปหน้าเวทีทีละคนผ่านม่านสีดำที่กั้นไว้ พวกเธอหายไปและไม่กลับเข้ามาอีก เหลือเพียงฉันกับผู้หญิงอีกคนที่ถึงแม้จะแต่งหน้าหนามากแต่ก็สวยมากเช่นกัน เธอคนนั้นไม่พูด ไม่ยิ้ม ไม่สนใจ ทำตัวราวกับฉันไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำ สายตาของเธอเอาแต่จับจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ ฉันตัดสินใจที่จะเอ่ยปากถาม แต่...

แล้วเธอก็เดินจากไป~ ปล่อยให้วันเวลาดี ๆ เป็นเพียงแค่ฝุ่นลม...

ไม่ช๊ายยยย

ผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกไปเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในที่สุด เหลือเพียงแค่ฉันคนเดียวในห้องนี้...

เสียงโห่ร้องเกรียวกราวดังกระหึ่มจากข้างนอกผิดกับตอนที่คนอื่นๆ เดินออกไป เกิดอะไรขึ้นกันนะ... เพราะเสียงคนอื่นที่โห่ร้องทำให้ฉันแทบจะไม่ได้ยินเสียงพิธีกรเลย หรือว่าจะเป็นการประกวดสาวน้อยในชุดนักเรียน เออ ไม่แน่นะ บางทีฉันอาจจะชนะแล้วได้เงินรางวัลก็ได้ เออ หรือว่าจะเป็นพิธีบูชายัญซาตานเหมือนที่เคยได้อ่านมาในหนังสือการ์ตูน... ความคิดนั้นทำให้เสียงหัวเราะของแม็กนั่มดังขึ้นอีกครั้งในหัว... หมอนั่นคงหัวเราะจนท้องแข็งแน่ถ้ารู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรบ้าๆ อยู่ตอนนี้

ในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ ม่านสีดำตรงหน้าก็แหวกออก ผู้ชายคนหนึ่งในชุดสูทปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไมค์ในมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างของเขากวักเรียกให้ฉันเข้าไปหาด้วยสีหน้าเร่งร้อน ฉันขมวดคิ้วก่อนจะลุกขึ้นไปหาเขาโดยอัตโนมัติ ไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าเขากำลังพาฉันไปเจอกับอะไร

"เธอ ถึงคิวเธอแล้ว ออกไป!!" เขาสั่งแล้วชี้ไปที่ม่านสีดำซึ่งผู้หญิงทุกคนเดินผ่านไปและไม่ได้กลับเข้ามาอีก

ฉันกระพริบตามองเขาปริบๆ

เท้าทั้งทองของฉันก้าวเดินออกไปตามคำสั่งของเขาอย่างงงๆ โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าอะไรที่อยู่หลังผ้าม่านสีดำผืนนั้น อะไรที่ทำให้เกิดเสียงโห่เกรียวจากกลุ่มคนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของประตู ทว่าวินาทีที่ฉันแหวกผ้าม่อนออก และก้าวเท้าเดินออกไปอีกฝั่งหนึ่งของผ้าม่านสีดำทึบแสง แสงสว่างจากสปอตไลท์เหนือหัวส่องสะท้อนเข้าใส่จนตาพร่า ดวงตาทั้งสองบอดชั่วขณะจนมองอะไรไม่เห็นนอกจากเส้นขาวๆ เป็นลำยาวๆ เหนือหัว

หากแต่ทุกสรรพเสียงเงียบกริบเมื่อฉันเดินออกไป

"รายงานตัวสิ" ผู้ชายคนเดิมที่ฉันจำได้ว่าเป็นคนสั่งให้ฉันเดินออกไปยื่นไมค์ให้ฉันรับไว้อย่างงงๆ

"เอ๋ ชื่อเหรอ ? ฉัน... ฉันชื่อจันทร์เจ้า..."

ฉันว่าแล้วกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงจ้าที่ส่องเข้าใส่

ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อพบว่าตัวเองยืนอยู่บนเวทีที่ต่ำกว่าระดับของพื้นที่ส่วนใหญ่ในห้อง เวทีที่เหมือนหลุมลึกที่มืดมิดกำลังทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวไปทั่วทั้งตัว ดวงตาทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดผวา ห้องโถงใหญ่ทรงครึ่งวงกลมที่เต็มไปด้วยผู้คนบนที่นั่งเหมือนอัฒจรรย์ที่ไล่เรียงตามความสูง แสงสว่างย้อนเข้าแยงตาจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้าของใคร มองไม่ออกแม้กระทั่งว่าเป็นชายหรือหญิง ดูเหมือนว่าที่ๆ เดียวที่ไฟส่องถึงคือที่ๆ ฉันยืนอยู่ตอนนี้ หัวใจของฉันเต้นแรงในขณะที่ฉันได้แต่กวาดสายตาเพื่อมองหาแม็กนั่ม คนเดียวที่ฉันรู้จักที่นี่ แต่มีคนจำนวนมากและห้องนี้ก็มืดเกินไปจนฉันไม่อาจระบุตัวใครได้เลย

"อายุ..."

"เอ๋... สิบห้า เกือบจะสิบหก" ฉันตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจ นี่มันบ้าอะไรเนี่ย

เสียงฮือฮาเกรียวกราวดังจากเบื้องล่างโดยที่ฉันไม่รู้ว่าทำไม ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะยกป้ายสีขาวๆ ขึ้นเหนือหัว

"สำหรับคนนี้ ทางเราขอให้เริ่มต้นที่..."

"ห้าหมื่น"

พิธีคนที่ยืนข้างฉันยังไม่ทันพูดจบ เสียงใครบางคนก็แทรกขึ้นก่อน

"หกหมื่น"

"แปดหมื่น"

"หนึ่งแสน"

เสียงนั้นยังคงดังขึ้นสลับกับป้ายขาวที่ชูขึ้นเป็นระยะๆ จากเบื้องล่าง พิธีกรในชุดสูทดำที่ยืนข้างฉันดูเหมือนจะช็อคจนทำอะไรไม่ถูกไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ฉันเริ่มจะปะติดปะต่อได้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร... มือทั้งสองของฉันยกขึ้นปิดปาก ใบหน้าซีดขาวราวกับเลือดถูกสูบออกไปทั้งหมด แข้งขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่อีกต่อไป นะ นี่มันการประมูลไม่ใช่หรือไง ใช่แน่ๆ พวกเขากำลังประมูล ประมูลตัวฉัน... และไอ้ตัวเลขหลายๆ หมื่นจนถึงหลักแสนนั่นก็คือค่าตัวของฉัน ทุกอย่างเริ่มเข้าท่าเมื่อรวมกับคำพูดของผู้หญิงพวกนั้นเมื่อครู่นี้ ทำไมฉันโง่แบบนี้...

ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อทุกสายตาจ้องตรงมาที่ฉัน ความหวาดกลัวปะทุขึ้นในหัวใจ

เพราะมันแปลว่าไม่ว่ายังไงคืนนี้ฉันต้องกลับไปกับคนที่ให้ราคาสูงที่สุด

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันทำอะไรของฉันเนี่ย ทำไมฉันยังไม่หนี!!!!

"สามแสน"

"สามแสนห้า"

"ห้าแสน"

ราคาล่าสุดของฉันแพงจนน่าขนลุก นั่นมันมากกว่ามูลค่าของทุกสิ่งอย่างที่ฉันมีรวมกันแล้วคูณด้วยสามซะอีก ไม่สิ คูณด้วยสิบยังน้อยไปเลย ฉันกำมือแน่น เริ่มหูอื้อตาลายและคล้ายจะเป็นลมเข้าไปทุกที ภาพตรงหน้าของฉันเริ่มพร่ามัว สมองหยุดการทำงานไปแล้วเพราะทุกอย่างตรงหน้ามากเกินกว่าที่คนอย่างฉันจะรับไหว เสียงเสนอราคาเงียบไปในที่สุด พิธีกรในชุดสูทกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเรียกสติของตัวเองคืนกลับมาอีกครั้งเพื่อทำหน้าที่พิธีกรต่อไปแม้น้ำเสียงจะสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นปนกับกลัวก็ตามที

"ห้าแสนครั้งที่หนึ่ง..."

"แปดแสน"

"หนึ่งล้าน"

เสียงฮือดังขึ้น ทุกคนเริ่มมองหาตนเสียง

"หนึ่งล้านครั้งที่หนึ่ง หนึ่งล้านครั้งที่สอง หนึ่งล้าน..."

"ห้าล้าน"

คราวนี้ทุกคนฮือพร้อมกันแล้วมองหาคนที่กล้าเสนอราคาอย่างก้าวกระโดดขนาดนั้น โอย อย่าว่าแต่คนข้างล่างเลยเถอะ ฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้ยังตกใจจนแทบหงายหลังล้มตึง ตั้งแต่เกิดมาแค่ได้สัมผัสเงินหมื่นก็บุญโขจนไม่กล้าจะล้างมือแล้วด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ที่ยังมีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนแพงๆ ก็เพราะพ่อที่ไม่เคยเห็นหน้าแต่ต้องรับผิดชอบส่งเสียเลี้ยงดูตามกฏหมายส่งเงินให้ทุกเดือนด้วยซ้ำ

"ห้าล้านครั้งที่หนึ่ง ห้าล้านครั้งที่สอง ห้าล้านครั้งที่สาม หมายเลข 17 ชนะการประมูลด้วยราคาห้าล้านครับ"

เสียงประกาศของพิธีกรถือเป็นที่สิ้นสุดชะตากรรมของฉันในคืนนี้

ไฟที่เคยส่องใส่หน้าฉันเปลี่ยนทิศทางไปอีกทิศทางหนึ่งที่ตรงกันข้ามกัน เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นว่านอกจากหลุมเบื้องล่าง สถานที่แปลกๆ ที่ฉันเคยคิดว่าเป็นผับยังมีชั้นยกพื้นที่ลอยขึ้นยื่นออกมาเหมือนระเบียงและมีรั้วเหล็กกั้นไว้ ที่นั่นเองที่ฉันได้เห็นกับผู้ถือป้ายสีขาว เจ้าของหมายเลข 17 ที่ยืนค้ำกับระเบียงยกพื้นพร้อมกับเพื่อนคนอื่นที่ยืนขนาบข้าง ดวงตาดุทั้งคู่มองหน้าฉันอย่างเย็นชาและหงุดหงิดจากระยะไกลแต่ยังชวนให้เสียวสันหลังวูบวาบไปทั้งตัว ริมฝีปากบางกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นคาดโทษชวนให้ขนบนต้นคอลุกชัน

ร่างสูงโปร่งโยนป้ายในมือให้กับบริกรที่ยืนก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทีหวาดๆ อยู่ไม่ห่างก่อนจะสาวเท้าเดินจากไป

เข่าของฉันอ่อนแรงสั่นพั่บๆ ราวกับจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาชัดเจนเต็มสองตา

คนที่ประมูลฉันไปในราคาห้าล้านบาทถ้วน คือ... เขา...

แม็กนั่ม








จัดไป รูปหล่อ พ่อรวย .....

แม็กนั่มคือคนที่แบบบบ แบบบบบบ เฮ้อออออ หล่อนะแต่นิสัยน่าเกลียดนะเอาจริงๆ แต่ก็คือหล่อมากๆๆๆ ใช่ ขนาดนางเอกเหม็นหน้ามันตายชักยังรู้สึกเลยว่าหล่อแบบหล่อสัส โง้ย 55555555 คือ ผู้ชายแบบนี้ถ้าเจอในชีวิตจริงนี่ก็คงหนีอะ ไม่ยุ่งด้วยหรอก อิอิ (แต่หล่อนะ รวยด้วย... อืม เอาไงดี)

ที่วางไว้ แม็กนั่มจะเป็นคนที่แบบ หล่อ รวย ทุกคนตามใจ เติบโตมาอย่างเจ้าชาย ใช้เงินแบบไม่ต้องคิดเลย พ่อแม่เลี้ยงด้วยเงินนั่นเอง (ก็แทบจะผู้ชายทุกคนในเรื่องปะวะ 5555 แต่ส่วนใหญ่ก็นิสัยไม่แย่แบบอิแม็กนี่นะ) ละทีนี้แม็กนั่มดันจ่ายห้าล้านเอาตัวคุณจันทร์เจ้าออกมา ตายแน่ๆ จันทร์เจ้าเอ๊ยยยยยยยยย มันเอาคืนคุ้มแน่นอนบอกเลย

เรื่องราวของสองคนนี้ก็จะแบบปวดตับหน่อยๆ พยายามไม่ให้เครียดหรือดราม่ามาก ตอนนี้ยังแต่ไม่จบเลยยังลงช้า เดี๋ยวแต่งจบเมื่อไหร่จะลงรัวๆ อาาาาาห์ เห็นเม้นแล้วฟินนนน ยังมีคนตามอ่านหลังจากที่หายไปนานมากกกก ทุกเม้นนนทุกเฟบบบบ น่ารักมาก ขอบคุณมากๆ เลยนะคะสำหรับกำลังใจ <3 ถ้ามีอะไรอยากบอกกล่าวหรือติชมก็บอกได้ตลอดเลยน้า

ด้วยรักส์

decaffeine

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #79 Rockin Heaven (@nawam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:07
    สนุกดรจ้า รอนะคะ
    #79
    0
  2. #18 นุ่งแนท (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 19:07

    ดอาให้ร้องไห้ดราม่าไปเลยค่ะชอบ55555

    #18
    0
  3. #17 iam0912 (@apichaya3344) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 22:47
    ชอบมากกก ติดตามค่า
    #17
    0
  4. #16 Candynista (@candynista) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 22:33
    กลัวตรงดราม่าา55555 ยังไม่หายดราม่าจากเจทสตาร์เลย อันนั้นสุดหนักหน่วง เป็นกำลังใจค่าา ตามทุกเรื่องจริงๆ
    #16
    1
    • #16-1 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 4)
      30 ตุลาคม 2561 / 22:47
      ไม่ขนาดนั้นๆ ที่บอกปวดตับคือประมาณว่า นิสัยพระเอกมันเควี่ยอะ 55555555
      #16-1
  5. #15 S@DA (@sin4) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:35
    จันทร์เจ้าเตรียมตัวไว้เลย ไม่น่ารอดมือน้องแม็ก
    #15
    3
    • #15-1 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 4)
      30 ตุลาคม 2561 / 21:40
      อยากโดนประมูล 5 ล้านบ้าง
      #15-1
    • #15-3 Decaffeine (@caffeine13) (จากตอนที่ 4)
      30 ตุลาคม 2561 / 22:46
      อาจจะโดนจับแทน 5555 จับไป รพ บ้า
      #15-3