มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 6 : อาพสุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

 

พสุธา?

พสุธา... เพื่อนของพ่องั้นเหรอ เธอจำไม่ได้ว่าพ่อมีเพื่อนชื่อนี้ ขณะที่กำลังจะอ้าปากถามว่าเขาเป็นใคร วสันต์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายตามหมายเลขที่หาเจอในสมุด แล้วรอสายเรียกอยู่สักพัก

“ฮัลโหล ฮัลโหล... เอ่อ ขอพูดสายกับพสุธาครับ...” เงียบไปราวสองสามวินาทีก็ร้องออกมาด้วยความยินดี “เฮ้ย... พสุ! นี่ฉันเอง พี่วสันต์ จำได้ใช่ไหม... แกเป็นไงบ้างแล้วล่ะ… ใช่ สามปีแล้วเนอะ ป่านนี้แกเป็นชาวไร่เต็มตัวไปแล้วล่ะสิ นึกภาพไม่ออกเลยว่าสถาปนิกหนุ่มหล่อสำอางอย่างแกจะขุดดินปลูกผักยังไง...”

สถาปนิก... เพื่อนสถาปนิกของพ่อคนไหนนะที่หันไปทำไร่ไถนา พระพายนั่งฟังการสนทนาต่อไป ได้ยินวสันต์เล่าเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นกับพระพายกับอดีตคู่หมั้นอย่างรวบรัดแล้วสรุปตบท้ายว่า

“...ที่โทร.มาหาแกเพราะฉันอยากให้หนูพายเก็บตัวเงียบที่ไหนสักแห่ง ไม่อยากให้ไอ้ครอบครัวคู่หมั้นเฮงซวยกดดันเธอเข้าพิธีแต่งงาน แต่นึกไม่ออกว่าจะมีที่ไหนที่เมียเก่าฉันจะตามไม่เจอ... ว่าแต่ตอนนี้ไร่ของแกเป็นรูปเป็นร่างแล้วหรือยัง จะเป็นไรไหมถ้าจะฝากลูกสาวให้ไปอยู่ด้วยสักพัก... อะไรนะ... แกทำอะไรที่นั่นนะ ฮัลโหลๆ ไม่ได้ยินเลยพสุ ไร่ของแกทำไมนะ...เปิดให้คนมาพักด้วยเหรอ... อ้อ งั้นก็ดีสิ ทำเป็นรีสอร์ตงั้นเหรอ...หา? อีกทีสิ เป็นรีสอร์ตแบบไหนนะ... ฮัลโหลๆ สัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีเลย พสุ... ฮัลโหล...ฮัลโหล”

พระพายฟังเสียงวสันต์พูดสลับกับส่งเสียงฮัลโหลเป็นช่วงๆ จนสายตัด เขาต้องต่อกลับไปอีกหลายครั้งกว่าจะคุยกันได้อีก แต่ดูเหมือนสัญญาณยังคงไม่ค่อยดีเหมือนเดิม หลังจากติดๆ ขัดๆ อยู่สักพักจนกระทั่งไม่มีเสียงรบกวน วสันต์ก็รีบสรุปรวบรัดตัดบททุกอย่างอย่างรวดเร็ว

“ตกลงฉันฝากลูกสาวฉันไปอยู่กับแกพักหนึ่งได้ใช่ไหมพสุ ไม่มีปัญหาแน่นะ งั้นรบกวนแกหน่อยเถอะ... โอย ขอบคุณมากๆ จะเป็นไรไหมถ้าขอส่งน้องพายไปพรุ่งนี้เลย... ได้เหรอ! แล้วน้องพายจะเดินทางไปไร่ของแกยังไง... ลงเครื่องที่สนามบินเชียงรายแล้วแกจะไปรับ ได้เลย ตามนั้น...ขอบคุณมากนะพสุ”

หลังจากวางหูแล้ว วสันต์ก็หันมาบอกลูกสาว “พสุบอกว่ายินดีให้ลูกไปพักที่ไร่ของเขาได้ ตอนนี้ที่เขาเปิดทำที่พักอะไรสักอย่าง น่าจะเป็นรีสอร์ตนั่นแหละ ดีเหมือนกัน ลูกจะได้มีที่พักเป็นเรื่องเป็นราว เดี๋ยวหนูพายรีบโทร.จองตั๋วเครื่องบินเลย เขาบอกว่าจะรับลูกที่สนามบินพรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรง”

พระพายหัวหมุนติ้วตามไม่ทันที่พ่อสรุปอย่างรวดเร็ว “ดะ...เดี๋ยว ช้าๆ ค่ะพ่อ! ตกลงหนูต้องไปเชียงรายหรือคะ ที่นั่นคือที่ไหน และใครคือพสุ”

“พสุธาเคยเป็นสถาปนิกที่บริษัทพ่อ หนูน่าจะเคยเห็นเขาบ้างนะ ตัวสูงๆ หล่อๆ ท่าทางขรึมๆ หน่อย”

สมัยยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย พระพายจะไปที่บริษัทบ้านปูสถาปนิกของวสันต์ตอนเย็นวันศุกร์เพื่อจะได้กลับไปนอนบ้านพ่อวันเสาร์อาทิตย์ จำได้แค่ว่าที่ทำงานมีแต่สถาปนิกหนุ่มๆ เต็มบริษัท แต่จำไม่เคยได้เลยว่าใครเป็นใคร

“นึกไม่ออกค่ะ พ่อมีรูปของเขาไหม”

วสันต์หันไปเปิดตู้เพื่อรื้อหาของเพิ่มเติมแล้วดึงอัลบัมรูปถ่ายออกมาเล่มหนึ่ง เขาพลิกเปิดหารูปอยู่สักพัก จากนั้นก็ยื่นอัลบัมให้พระพายพร้อมไปชี้ไปที่ภาพถ่าย

หญิงสาวชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วเห็นว่าเป็นภาพถ่ายงานแต่งงาน ภาพนั้นวสันต์ยืนอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยบ่าวสาวคู่หนึ่ง

“คนนี้ไงพสุ จำได้รึยัง” วสันต์ชี้ไปที่เจ้าบ่าว

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งและผอมเพรียวในสูททักซิโด้ แม้ว่าค่อนข้างผอมจนโครงหน้าเด่นชัดจนเห็นร่องข้างโหนกแก้มและสันที่ขากรรไกร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีจนเรียกได้ว่าหล่อคมคาย เขาสวมแว่นตากรอบบาง หวีผมเสยขึ้นเปิดหน้าผาก ผิวพรรณขาวสะอาดมาดเนี้ยบเหมือนคุณชาย เป็นผู้ชายตัวสูงมากเพราะวสันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ สูงแค่ไหล่ของเขาเท่านั้น

“หนูได้ยินพ่อบอกว่าเขาเป็นเพื่อนพ่อ หนูคิดว่าเป็นรุ่นลุงซะอีก แต่นี่เขาดูไม่แก่เลยนะคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ พสุเป็นลูกน้องของพ่อ ปีนี้น่าจะสามสิบห้าสามสิบหกได้”

“ทำไมพ่อถึงส่งหนูไปอยู่กับเขาล่ะ” พระพายเงยหน้าขึ้นถาม

“พ่อรู้จักพสุธาดีพอสมควรเพราะเขาเป็นสถาปนิกที่บริษัทอยู่ตั้งห้าหกปี เป็นคนดี ไว้ใจได้ เขาเองก็นับถือพ่อมาก ถึงกับขอให้พ่อช่วยเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชายเพื่อสู่ขอแฟนให้เขาตอนแต่งงาน พอดีว่าพ่อแม่ของพสุเสียไปแล้วทั้งคู่ ญาติผู้ใหญ่ก็ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ แล้วฝ่ายหญิงก็เร่งรัดให้รีบแต่งเพราะท้องแล้ว พสุก็เลยมาขอให้พ่อช่วยทำหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายชายให้”

พ่อเป็นผู้ใหญ่สู่ขอให้ภรรยาให้กับอาพสุนี่เอง ที่แท้ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แสดงว่าทั้งคู่น่าจะสนิทกันพอสมควร

“แต่หมอนี่จะมีนิสัยห้วนๆ แปลกๆ หน่อยนะ ท่าทางหยิ่งๆ ไม่ค่อยรับแขก ผู้ชายในบริษัทไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เพราะหมอนี่เพราะนิ่งขรึมจนเย็นชา จะว่าไปบุคลิกขรึมๆ แบบนี้น่าจะมีเสน่ห์สำหรับผู้หญิงเพราะหมอนี่มีสาวๆ มาทักมาหาที่บริษัทเป็นประจำ แต่ป่านนี้ไอ้พสุคงถอดเขี้ยวเล็บไปแล้วล่ะเพราะเจ้าสาวในรูปนั่นกำลังท้องลูกของเขาอยู่ พอแต่งงานปั๊บก็ลาออกจากบริษัท บอกว่าอยากกลับไปทำไร่ที่เชียงรายและตั้งใจว่าจะเลี้ยงลูกให้โตที่โน่น”

“จากสถาปนิกหันมาทำไร่เนี่ยนะคะ แปลกจังเลยนะพ่อ”

“ใช่ เขาเรียนต่อด้านการทำฟาร์มที่ออสเตรเลียหลังเรียนจบสถาปนิกน่ะ ป่านนี้ลูกไอ้พสุน่าจะสองขวบกว่าได้แล้วมั้ง คงวิ่งเล่นอยู่ในไร่สมใจแล้ว”

วสันต์เก็บของเข้าที่พร้อมกับลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน “ตกลงตามนี้นะ หนูพายรีบกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าซะ พสุธาบอกว่าพรุ่งนี้จะไปรับลูกสนามบินเชียงรายตอนเที่ยงตรง”

“แล้วอาพสุเขาจะรู้เหรอคะว่าหนูเป็นคนไหน”

“เขาบอกว่าจำน้องนิสิตคนที่มานั่งรอพ่อทุกเย็นวันศุกร์ได้”

พระพายนึกไล่เรียงตามลำดับเวลา พสุธาลาออกจากบริษัทได้สามปี แสดงว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอ ตอนนั้นยังเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย หวังว่าสามปีคงไม่ทำให้พระพายเปลี่ยนไปมากนักจนเขาจำเธอไม่ได้ และต้องเคว้งคว้างกลางสนามบินที่เชียงราย

“พรุ่งนี้เช้า ลูกเรียกแท็กซี่ให้มารับก่อนแม่ตื่นนะ แล้วออกจากบ้านไปเงียบๆ ระวังอย่าให้ถูกจับได้ล่ะ” วสันต์ช่วยลูกสาววางแผน

“แต่หนูเป็นห่วงพ่อจัง ถ้าแม่ตื่นมาไม่เจอหนู จะต้องมาตามอาละวาดถึงบ้านนี้แน่ๆ”

“ก็คงมาวุ่นวายกับพ่อได้ไม่กี่วันหรอก อาทิตย์หน้าพ่อก็ต้องบินไปญี่ปุ่นเพื่อร่วมทำหนังสือตามรอยสถาปนิกญี่ปุ่นกับทีมงานทางโน้นอยู่หนึ่งเดือนเต็ม ลูกก็กบดานอยู่ที่เชียงรายให้สบายใจจนกว่าพ่อจะกลับมานะ อย่าเผชิญหน้ากับแม่และครอบครัวไอ้เอ็ดดี้ตามลำพัง ถ้าถึงตอนนั้นแล้วปัญหายังไม่จบ คราวนี้พ่อจะออกโรงจัดการเอง”

************************

จะหนีไปหาอาพสุแล้ว

พายจะจำหน้าได้มั้ยนะ


สนใจสั่งซื้อเล่มได้ที่เพจศิวารินทร์

https://www.facebook.com/lovenovel.writer/

นิยายเรื่องนี้มีโปรร่วมกับสัปดาห์หนังสือที่บ้านของ MEB ด้วยนะคะ

 ดาวน์โหลด ebook ในราคาพิเศษได้เลยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น