มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 5 : หนีสิ รออะไร!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 เม.ย. 63



เมื่อกลับถึงบ้าน อรุณีก็รีบขับรถออกจากบ้านอีกครั้งเพื่อไปนวดกระชับผิวหน้าตามนัดหมายไว้ และทันทีที่แม่คล้อยหลังออกจากบ้าน พระพายก็กระโดดขึ้นรถของตัวเองบ้างแล้วขับออกไปหาพ่อที่อยู่ไกลออกไปเกือบครึ่งชั่วโมง

ชายวัยกลางคนผมสีเทาดกหนายืนรออยู่ที่หน้าประตูรั้วเหล็ก เมื่อเห็นรถคุ้นตาแล่นมาจอดหน้าบ้าน หนวดเหนือริมฝีปากขยับพร้อมรอยยิ้ม แม้รูปร่างสัดทัดนั้นเริ่มลงพุงบ้างแล้ว แต่เขายังคงดูสมาร์ทด้วยบุคลิกเฉพาะตัวของสถาปนิก ทั้งแว่นตากรอบหนาสีดำ เสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงผ้าฝ้ายสีเทา

พระพายก้าวลงจากรถแล้วโผเข้ากอดวสันต์แน่น เมื่ออยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของพ่อ ความรู้สึกปวดร้าวราวกับหัวใจสลายดูจะบรรเทาลงและแทนที่ด้วยความรู้สึกสบายอกสบายใจว่า อย่างไรเสียบนโลกนี้ก็ยังเหลือใครสักคนที่จะต้องอยู่ข้างเดียวกับเธออย่างแน่นอน

หญิงสาวนั่งยกเข่าขึ้นกอดหมอนอิงอยู่บนโซฟากลางบ้าน ทุกครั้งที่ไม่สบายใจ พระพายจะต้องกลับมาเยือนบ้านน้อยหลังเก่าที่เธอเติบโตมา แม้ว่าทุกวันนี้ฐานะความเป็นอยู่ของวสันต์ยังห่างไกลจากคำว่าเศรษฐี แต่ถือว่าในวัยห้าสิบห้าของเขามีความมั่นคงในชีวิตแล้ว ทุกวันนี้เขายังคงเป็นเจ้าของบริษัทบ้านปูสถาปนิกแห่งเดิมที่ก่อร้างสร้างตัวเมื่อยี่สิบปีก่อนตอนที่พระพายเพิ่งห้าขวบ ช่วงห้าปีแรกกิจการรุ่งเรืองทำกำไรดีมาก พระพายจำได้ว่าตอนนั้นพ่อซื้อรถหรูให้แม่ขับและไปเที่ยวยุโรปกันทุกปิดเทอม จากนั้นพิษเศรษฐกิจก็เล่นงานหนักหน่วงจนกิจการขาดทุนยับ ปัญหาถาโถมเข้ามาซ้ำเติมเมื่ออรุณี แม่ของพระพายทนรับสภาพความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้ แม้ว่าสุดท้ายวสันต์สามารถกอบกู้บริษัทจนกลับมามั่นคงได้อีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถกอบกู้ชีวิตแต่งงานกลับคืนมาได้ตามเดิมอีกต่อไป

“หนูพายฟังพ่อนะลูก ถ้ารักชีวิต อย่าคิดแต่งงานกับไอ้เอ็ดดี้หน้าหม้อนั่นเป็นอันขาด พ่อไม่อยากให้หนูต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”

พระพายก้มหน้าเช็ดน้ำตา “แล้วหนูจะไปทำอะไรได้ล่ะพ่อ แม่รับปากกับทางบ้านเอ็ดดี้แล้วว่าอีกสามวันงานนี้ก็ต้องเกิดขึ้นเหมือนเดิม”

“แม่ของลูกนี่ยังคงเห็นแก่เงินไม่แปรเปลี่ยนเลยนะ” วสันต์ส่ายหน้าระอา

“อันที่จริงแม่แค่หวังดีกับพาย อยากให้พายมีเงินเยอะๆ จะได้ไม่ลำบาก แต่พายไม่อยากได้เงินด้วยวิธีแบบนี้เลยค่ะ”

“นั่นแหละ หนูคิดถูกแล้วล่ะ และให้ตายยังไงพ่อจะไม่ยอมให้มีงานแต่งเกิดขึ้นอย่งาแน่นอน”

“พ่อจะไปคุยกับทางบ้านเอ็ดดี้หรือคะ” พระพายทำหน้าประหลาดใจ เพราะวสันต์กับครอบครัวของอดิศรแทบไม่เคยคุยกันเกินสิบประโยค

“เสียเวลาคุย ทำให้เจ้าสาวหายตัวไปเลยง่ายกว่า”

คราวนี้พระพายถึงกับเบิกตากว้าง “พ่อหมายถึง... ให้หนูหนีงานแต่งน่ะเหรอ”

“แล้วลูกคิดว่าพ่อแม่ของไอ้เอ็ดดี้กล้าพอที่จัดงานโดยที่ไม่มีเจ้าสาวหรือเปล่าล่ะ”

“บ้านนั้นศักดิ์ศรีค้ำคอจะตาย คงไม่ยอมเสียหน้าหรอกค่ะ แต่พ่อจะให้หนูหนีมาอยู่บ้านพ่อเหรอ อาทิตย์หน้าพ่อก็จะบินไปญี่ปุ่นตั้งเกือบเดือน ยังไงแม่ก็ลากตัวหนูกลับไปได้อยู่ดี”

“จะหนีทั้งทีต้องอย่าให้ถูกจับได้สิ ไปต่างประเทศใกล้ๆ นี้เลย ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลย์ หลบไปช้อปปิ้งให้สบายใจแล้วค่อยกลับ”

“แต่พาสปอร์ตของหนูอยู่ที่บ้านเอ็ดดี้ หนูให้เขาเก็บไว้เพราะเราจะออกเดินทางไปฮันนีมูนทันทีหลังแต่งงาน ถ้าหนูขอพาสปอร์ตคืน เขาต้องรู้แน่ว่าหนูเตรียมหนีงานแต่ง จะไปทำเล่มใหม่ก็ไม่ทันแล้ว”

“ถ้าหนีไปอาศัยอยู่บ้านญาติๆ ของพ่อล่ะ”

“แม่คงตามบุกไปสำรวจทุกบ้านจนหาหนูเจออยู่ดีล่ะค่ะ พ่อก็รู้ว่าคนอย่างแม่มีความพยายามเยอะแค่ไหน”

สถาปนิกวัยกลางคนนั่งลูบหนวดตัวเองไปมา เป็นท่าทางที่บ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิด ไม่กี่นาทีต่อมาเขาลุกขึ้นจากโซฟา พระพายชะเง้อมองตามหลัง เห็นเขาเดินผลุบหายเข้าไปในประตูห้องทำงานส่วนตัวจึงเดินตามเข้าไปบ้าง

เธอเห็นวสันต์นั่งลงที่โต๊ะทำงาน สวมแว่นสายตายาวพลางคุ้ยหาของกุกกักในลิ้นชัก สักพักเขาก็หยิบสมุดโทรศัพท์เล่มเก่าออกมาเปิดพลิกหาหมายเลขที่จดไว้ ดูเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับคนรุ่นใหม่อย่างพระพายที่ไม่เคยจดเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของใครบนกระดาษ

“พ่อรู้แล้วว่าจะให้ลูกไปอยู่ที่ไหน คงไม่มีใครหาลูกเจอแน่เพราะพ่อเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนเหมือนกัน” เขาพูดพลางลากนิ้วไปตามหน้ากระดาษที่จดชื่อกับหมายเลขโทรศัพท์ “อ้า อยู่นี่เอง...”

“พ่อจะโทรหาใครคะ”

“พสุธา”


*****************

 สนใจสั่งซื้อเล่มได้ที่เพจศิวารินทร์ 

https://www.facebook.com/lovenovel.writer/

ดาวน์โหลด ebook 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น