มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 25 : จะเข้มงวดไปไหน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    29 เม.ย. 63



     พสุธาขับรถกอล์ฟจนเลยเขตของโฮมสเตย์ ในที่สุดก็เข้ามาในเขตพื้นที่ทำไร่ที่มองเห็นพื้นที่ขนาดใหญ่แบ่งเป็นแปลงๆ ตามพืชพันธุ์ เขาหยุดรถเพื่อชี้ให้พระพายดู

     “หนึ่งในกิจกรรมของแขกที่มาพักในโฮมสเตย์ของเราก็คือการเก็บผัก และที่คุณเห็นอยู่ตรงนี้คือแปลงผักที่เราปลูกไว้สำหรับแขกที่มาพักในโฮมสเตย์”

     “ให้แขกเก็บผักเหรอ! น่าสนุกดีจัง” พระพายชะเง้อมองแปลงผักแล้วยิ้มอย่างตื่นเต้น

     “ไม่ใช่แค่เก็บครับ แต่ต้องปรุงกินเองเป็นอาหารมื้อเย็นด้วย”

     คราวนี้เธอหันไปทำตาโตใส่พสุธา “หา ปรุงอาหารกินเองด้วยเนี่ยนะ”

     “ใช่ เราอยากให้แขกที่มาพักที่นี่ได้สัมผัสชีวิตแบบชาวบ้านจริงๆ ถ้าให้ปลูกผักอาจใช้เวลานานเกินไป เราก็เลยมีกิจกรรมเก็บพืชผลที่กินได้แล้วนำไปปรุงอาหารด้วยตัวเอง เราสร้างโรงครัวที่มีขนาดใหญ่มากพอเพื่อให้บ้านทุกหลังมาทำอาหารกินเองได้ หรือถ้าทำแล้วนำมาแบ่งปันกันได้ก็ยิ่งดี แต่ห้ามไม่ทำอะไรเลยแล้วรอกินอย่างเดียว”

     “แต่... ฉันทำอาหารไม่เป็นเลยสักอย่าง ขอล้างจานแทนได้ป่าว ตอนเข้าค่ายฉันก็ทำหน้าที่นี้จนคล่องเลยนะ”

     พสุธากลั้นยิ้มแล้วส่ายหน้า ไม่ใช่เป็นการปฏิเสธแต่เพราะระอาใจมากกว่า เขาไม่ตอบคำถามของเธอแล้วขับรถแล่นต่อไปยังโรงเลี้ยงไก่ จากนั้นก็ชี้เข้าไปที่ในนั้น

     “ทำอาหารไม่เป็น อย่างน้อยก็น่าจะเจียวไข่เป็นบ้าง คุณเดินมาเก็บไข่ที่นี่ได้เลย อยากเก็บกี่ฟองก็ได้ถ้ากินไหว”

     “ตายจริง กฎอะไรแปลกๆ ก็ไม่รู้ นี่ถ้าฉันอยากกินไก่ ต้องไปจับมาเชือดเองไหมเนี่ย” พระพายอุทาน

     “ไม่ขนาดนั้น ทุกวันเราจะมีเนื้อสัตว์สองชนิดให้แขกของเราเตรียมอาหารได้ตามใจชอบ อาจเป็นหมูหรือปลาหรือไก่ก็ได้ แต่อย่างอื่นต้องทำเองครับ”

     “ตายล่ะ สงสัยได้กินไข่เป็นเดือนแน่” พระพายพึมพำ

     “อาหารง่ายๆ อย่างผัดผักหรือผัดกะเพราก็ทำไม่เป็นหรือไง”

     หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ

     ความรู้สึกหนักใจก่อตัวอีกครั้งที่เผลอรับปากดูแลลูกสาวของหัวหน้า ตั้งแต่เปิดไร่มายังไม่เคยรับรองแขกแบบนี้มาก่อน คนที่ตัดสินใจมาพักที่ไร่พสุธา โฮมสเตย์ รู้แต่แรกแล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไร เขามองมือไม้บอบบางและขาวสะอาดสะอ้านของพระพาย ดูแววแล้วคงไม่เคยแม้แต่หยิบจับมีดมาหั่นผัก เห็นทีเธอคงได้กินแต่ข้าวไข่เจียวไปทั้งเดือน

     อย่าไปใจอ่อนอีกเป็นอันขาด ใครอยู่ไม่ได้ก็กลับไปสิ ที่นี่ไม่มีบริการพิเศษให้หรอก พสุธาคิดพร้อมกับแล่นรถกอล์ฟไปจอดใต้ต้นไม้

     “เอาล่ะ ถึงเวลาจ่ายตลาดแล้ว ลงไปได้แล้วคุณพาย”

     เขาก้าวลงจากรถ เดินไปหยุดที่โต๊ะไม้ต่อง่ายๆ ด้วยไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ บนนั้นมีตะกร้าวางซ้อนกันอยู่สี่ห้าใบพร้อมหมวกฟาง เขาหยิบตะกร้าออกมาส่งให้พระพายใบหนึ่ง

     “อยากกินอะไรก็เก็บใส่ตะกร้าได้เลย คิดซะว่าที่นี่เป็นตลาดสด”

     หญิงสาวรับตะกร้ามาถือเหมือนไม่แน่ใจ “นี่คุณไม่ได้อำฉันเล่นใช่ไหมที่ว่าต้องเก็บผักไปทำอาหาร คือฉันทำอะไรไม่เป็นจริงๆ นะ”

     “มันต้องมีอะไรสักอย่างที่คุณทำเป็นสิ”

     “คือคุณเข้าใจไหม เวลาที่คนอื่นบอกว่าทำอาหารไม่เป็น อาจทำได้แต่ไม่อร่อย แต่สำหรับฉัน คำว่าทำไม่เป็นคือไม่เป็นจริงๆ ไม่ใช่แกล้งพูดออกตัว”

     เขามองหน้าเธอเฉย ราวกับไม่รับฟังคำอธิบาย

     “ฉันจ้างป้ารุ้งที่เป็นแม่ครัวได้ไหม ฉันยินดีจ่ายพิเศษให้แก...”

     “เรื่องนี้เราเคยคุยกันแล้ว จบนะ”

     “งั้นขอให้ฉันทำหน้าที่อื่นแทนทำอาหารได้ไหมล่ะ จะล้างจาน ตั้งโต๊ะ เก็บจาน กวาดพื้น ได้หมดไม่มีเกี่ยง”

     “คุณจะไปแย่งงานเจ้าปอกับเจ้าภูน่ะสิ"

     “เอางี้ละกัน ฉันจะขอให้เด็กในไร่สักคนช่วยขับรถไปตลาดหรือซุปเปอร์ใกล้ๆ ...”

     “กฎของไร่พสุธาไม่อนุญาตให้นำอาหารจากข้างนอกมาปรุง ยกเว้นของกินเล่นเท่านั้น”

     “โอย ให้ตายเถอะ นี่มันไร่หรือโรงเรียนแม่ชีล่ะเนี่ย ทำไมถึงได้กฎหยุมหยิมเยอะเหลือเกิน ถามจริงเถอะ แขกของอาพสุไม่รู้สึกรำคาญบ้างเหรอ” พระพายชักเหลืออด

     “ถ้ารำคาญก็ไม่ต้องมา ที่นี่เราไม่ง้อลูกค้า เพราะแขกที่มาพักที่นี่จะรับรู้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาพักแล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตยังไง ผมไม่อยากคุยโม้หรอกนะ แต่แขกเกือบเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่มาพักที่นี่ครั้งหนึ่ง จะต้องกลับมาอีกหลายครั้งเพราะติดใจกับวิถีธรรมชาติแบบนี้กันทั้งนั้น พวกเขามาที่เพราะอยากสัมผัสการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันที่แสนวุ่นวาย แต่ก็อย่างว่าละนะ คนที่ไม่ได้ตั้งใจมาแต่แรกคงไม่ได้รู้สึกแบบนี้หรอก”

     “แต่ฉันเป็นแขกของอาพสุนะ” พระพายลองงัดไม้ตายอีกครั้ง “ถ้าอาพสุรู้เรื่องนี้ เขาคงมีเมตตา ไม่ปล่อยให้ฉันลำบากทำอาหารกินเองหรอกน่า”

     หญิงสาวยืนนิ่ง รอให้นายดินพยักหน้ายอมตกลง แต่เขากลับมองเธอด้วยแววตาเฉยชาจนถึงขั้นเย็นชา

     “ผมเข้าใจแล้ว เพราะอย่างนี้นี่เองอาพสุของคุณถึงไม่ค่อยอยากบอกเพื่อนฝูงคนรู้จักว่าเปิดโฮมสเตย์ ถ้ายอมผิดกติกาได้คนเดียว จะต้องมีรายต่อๆ ไปตามมาแน่ แค่นี้คุณก็ได้รับสิทธิพิเศษมากพอแล้ว มาถึงที่นี่ คุณต้องลองดูสักครั้งในชีวิตครับคุณพาย” เขาฉวยหมวกฟางใบโตแล้วโปะลงกลางศีรษะให้เธอ “เอ้า ไปจ่ายตลาดได้”


แหม่ๆ ๆ ทำเป็นเข้มนะนายดิน พระพายอย่าไปยอมนะลูก!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น