เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 33 : ชัดเจน ผ่านเลนส์ตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    4 เม.ย. 61

 

 

 

เลกซัส แอลเอส 460 แล่นปราดมาจอดหน้าบันไดทางขึ้นตึกหลังใหญ่ของบ้านอัครเดชาชาญ

 

ภูวฤทธิ์เปิดประตูด้านคนขับ แล้วก้าวลงมาอย่างรีบร้อน

 

วันนี้มีประชุมที่บริษัท แต่เขาดันพลาดลืมเอารายงานสำคัญที่นั่งทำอยู่ทั้งคืนไปด้วย  จึงต้องกลับมาเอา และอาจจะแวะทานข้าวมื้อเที่ยงเสียที่บ้าน เพื่อความสะดวกรวดเร็วไม่ให้เสียเที่ยวที่กลับมา

 

ร่างสูงก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนเดินเข้ามาในตัวบ้าน ที่กลับเงียบเชียบผิดปกติ ป้าแจ่มที่เคยอยู่ประจำบนตึกใหญ่ในเวลากลางวันหายไปไหนไม่รู้ อาจจะกำลังตั้งโต๊ะอาหารกลางวัน เขาไม่มีเวลาสนใจ เมื่อรีบเร่งขึ้นบันไดวนไปชั้นบน เพื่อหยิบรายงานที่กลับมาเอา

 

“ยังไม่ทันแก่เลย ลืมได้ยังไง”

บ่นกับตัวเอง เมื่อเห็นว่าแฟ้มรายงานที่สรุปเสร็จเมื่อคืนนี้ วางอยู่บนโต๊ะทำงานที่เดิมของมันเรียบร้อยดี

 

พลันก็ได้ยินเสียงหัวเราะสดใส พร้อมกับเสียงตีน้ำป๋อมแป๋มดังมาจากสระน้ำด้านล่าง ร่างสูงขยับเข้าใกล้หน้าต่างอีกนิดหนึ่ง เพื่อจะได้มองเห็นได้ถนัด

 

ในสระน้ำเกลือใสแจ๋ว สะท้อนกระเบื้องปูพื้นสระว่ายน้ำสีฟ้าสดใส คนในบ้านที่เขาสงสัยว่าหายไปไหนกันหมด ทั้งป้าแจ่ม หนุงหนิง และต้นหอม รวมตัวกันอยู่ที่ชุดเก้าอี้ริมสระน้ำ กำลังส่งเสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮากันทีเดียว

 

อ้อ...มาอยู่กันที่นี่นั่นเอง และเมื่อชะโงกหน้าไปอีกหน่อย ก็เห็นบัวชมพูกับภีรภัทรที่กำลังลอยคออยู่ในสระ

 

“เที่ยงแล้วนะคะคุณภีม มาพักทานข้าวก่อนเถอะค่ะ”

 ป้าแจ่มเรียกเด็กชาย ที่กำลังเล่นสนุกสนาน

 

“ผมยังไม่หิว...ยังไม่ทานครับ”

 

“ปากซีดหมดแล้วนะลูก ขึ้นกันเถอะ”

 เสียงหวานเอ่ยชวนเด็กชาย ที่นอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังดีดตัวว่ายน้ำหนี โดยมีห่วงยางเป่าลมคล้องที่แขนทั้งสองข้างเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ

 

“ไม่เอา...ไม่เอา”

 บทเจ้าตัวเล็กจะดื้อขึ้นมา คนเป็นแม่ก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน

 

“ตาภีม...แม่ไม่รักแล้วนะ”

บัวชมพูข่มขู่ลูกชาย

 

“แม่บัวไม่รัก แต่พี่ฤทธิ์รัก”

ไอ้ตัวร้ายลอยหน้าลอยตาว่า

 

“พี่ฤทธิ์ก็ไม่รัก”

 

แน่ะ เธอบังอาจตอบแทนเขา

ภูวฤทธิ์ยิ้มขำกับการทะเลาะกันของสองแม่ลูก

 

“ไม่จริง พี่ฤทธิ์รักหนู” นายภีมเถียงคอเป็นเอ็น

 

“ไม่รักหรอก เด็กดื้อ ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่...ไม่มีใครรักหรอกนะ”

 คนทนฟังอยู่นานนึกสนุก รีบก้าวเท้าเร็วๆ ลงบันไดไปข้างล่าง เดินผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อไปที่สระน้ำ เสียงของภีรภัทรเจี๊ยวจ๊าวดังลั่นบ้านทีเดียว

 

เจ้าหนูขึ้นจากสระว่ายน้ำมาแล้ว และวิ่งหนีมารดาที่กำลังไล่จับ ตรงมายังเขา

 

“พี่ฤทธิ์”

 ดวงตากลมดำเป็นประกาย ร้องเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่ชาย พร้อมโผเข้ามาใส่ ภูวฤทธิ์ไม่ได้ระวังตัว ร่างจ้ำม้ำเปียกปอนกอดเข้าที่ต้นขาของเขาเต็มรักเพื่อใช้เป็นที่กำบัง

 

“เฮ้ๆ นายภีม”

คนไม่ได้ตั้งตัวโวยเล็กๆ ที่พลอยเปียกปอนไปด้วย แต่เมื่อเงยหน้าเห็นมารดาของน้องชายในชุดว่ายน้ำวันพีชสายคล้องคอแบบกระโปรงสีชมพู ที่แม้ว่าจะไม่ได้ดูโป๊เปลือย แต่ก็ทำให้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของหญิงสาวชัดเจน

 

ร่างเล็กที่เขาเคยคิดว่าบอบบางผอมเพรียวในทุกครั้งที่เห็น กลับดูได้สัดส่วนในชุดที่สวมใส่ตอนนี้ ทรวงอกกลมขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป เอวคอดเล็ก รับกับสะโพกผาย...ดูน่ารักเซ็กซี่นิดๆ

 

“คุณฤทธิ์”

 บัวชมพูชะงักฝีเท้า หยุดยืนตรงหน้าเขา แก้มของหญิงสาวเป็นสีะเรื่อ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจ้องมองเธออยู่ สายตาของเขาดูร้อนแรงเหมือนกำลังติดประกายไฟและลุกวูบวาบเสียจนทำให้แก้มของเธอยิ่งร้อนเห่อเข้าไปอีก

 

 

“อ้าว! คุณฤทธิ์ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”

 

ป้าแจ่มที่นำทีมสองสาวหนุงหนิงและต้นหอมหัวเราะร่วนอยู่ข้างสระ ถามอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นชายหนุ่ม

 

ภูวฤทธิ์แก้เก้อที่จ้องมองหญิงสาวตาไม่กะพริบโดยอุ้มน้องชายขึ้นมา พร้อมเดินไปหาป้าแจ่ม ที่นี้เขาเลยเปียกไปทั้งตัวทีเดียวจะโทษนายภีมก็ไม่ได้แล้ว

 

“พอดีผมลืมรายงานการประชุมไว้น่ะครับ เลยกลับมาเอา กะว่าจะมาหาข้าวเที่ยงทานด้วย แต่ไม่เห็นใครอยู่บนตึกสักคน”

 

“ก็พากันมาเชียร์คุณภีมว่ายน้ำกันค่ะ วันนี้มื้อเที่ยงป้าไม่ได้ทำกับข้าว มีแต่ข้าวตังหน้าตั้งกับยำมะม่วงกินเล่นกัน คุณฤทธิ์จะรับด้วยไหมคะ เดี๋ยวป้าจะไปเตรียมให้”

 

“ครับ”

 เขาผงกหน้ารับในทันที

 

“ไปๆ ไอ้หนุงหนิง ไอ้หอม ไปช่วยกันเตรียมสำรับให้เจ้านาย มัวหัวเราะงอหายกันอยู่ได้”

 ป้าแจ่มชักชวนสองสาวให้ลุกไปด้วย ตอนนี้ภีรภัทรและบัวชมพูกลายมาเป็นขวัญใจคนในบ้านแล้ว

 

ภูวฤทธิ์วางน้องชายลงบนเก้าอี้ริมสระน้ำ เพิ่งรู้ว่าเปียกไปทั้งเสื้อและกางเกง บัวชมพูคว้าเอาเสื้อคลุมมาสวมทับชุดว่ายน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

“แล้วคุณต้องกลับไปทำงานอีกไหมคะ?”

 เธอถามเมื่อได้ยินว่าเขากลับมาเอาของเท่านั้น

 

ใบหน้าคร้ามผงก นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วหยิบข้าวตังหน้าตั้งที่จัดวางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาทานแก้หิว บนนั้นยังมีวุ้นกรอบกับขนมอาลัวสีสวยกลิ่นหอมอบควันเทียนอยู่ด้วย

 

“แต่เสื้อผ้าคุณเปียกหมดแล้ว”

 

“อื้ม! เดี๋ยวทานเสร็จค่อยขึ้นไปเปลี่ยน”

 ว่าพร้อมเคี้ยวข้าวตังที่เต็มปากกร้วมๆ ตามด้วยขนมไทยทั้งสองอย่างที่รสชาติดีทีเดียว ไม่รู้ป้าแจ่มไปซื้อมาจากไหน

 

“แล้วคุณล่ะทานอะไรแล้วหรือ?”

 

ลอบมองใบหน้าขาว ผมยาวสลวยที่ถูกรวบเป็นมวยหลุดลุ่ยระตามกรอบหน้า พราวน้ำยังจับชัดเจน แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไปสักหน่อย แต่ก็ยังคงความสวยชวนมอง

 

“ยังค่ะ พาตาภีมมาหัดว่ายน้ำตั้งแต่ตอนสิบเอ็ดโมงแล้ว”

เธอว่ามองลูกชายจอมดื้อตาเขียว

 

“ว้า! น่าเสียดายจัง ถ้าไม่ต้องกลับไปทำงาน พี่จะเล่นน้ำเป็นเพื่อนนายนะเนี่ย”

ว่าแล้วก็ยื่นมือไปโยกศีรษะเล็กทุยที่คลุมไปด้วยเส้นผมหมาดชื้นของเจ้าตัวเล็กที่เป็นสีสันของบ้าน

 

“จริงหรือครับ...วันหลังพี่ฤทธิ์สอนหนูว่ายน้ำป๋อมแป๋มนะครับ”

 

คนกำลังตักจ้วงข้าวตังเงยหน้าชะงักมองหญิงสาว

 

“อ้าว! แล้วไม่ให้แม่บัวสอนแล้วหรือ?”

 

“ไม่เอา แม่บัวไม่ใจดีเหมือนพี่ฤทธิ์”

 ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น