เล่ห์ร้าย สายใยสวาท

ตอนที่ 34 : สะกดสายตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 เม.ย. 61



“แน่ะ”

 

คุณแม่ใจร้ายแยกเขี้ยวใส่ลูกชาย ที่หน้าจ๋อย ตะกายไปนั่งตักพี่ชายอย่างหาที่พึ่ง ดวงตาเขียวปั๊ดเลยมองไปถึงใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้ของเขาด้วย

 

“เห็นไหมคะว่าคุณกำลังจะทำให้ตาภีมเสียคน”

 พ้อขึ้นมาอย่างเหนื่อยใจ

 

ใบหน้าหล่อเหลาเพียงยิ้มๆ ไม่ว่าอะไร ทานข้าวตังต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย

 

“ข้าวตังหน้าตั้งฝีมือป้าแจ่มอร่อยไม่เคยตก”

 เอ่ยชมขึ้นมาเมื่อความอร่อยทำเอาทานเพลินจนหมดจาน

 

“ใครว่าคะ คุณบัวเป็นคนทำต่างหาก”

 คุณแม่บ้านที่ไปเอาสำรับชุดใหม่มาเสิร์ฟแก้ความเข้าใจผิด

 

“ใช่ค่ะ รวมถึงขนมวุ้นกรอบกับอาลัวนี่ด้วย”

ต้นหอมเสริม ชื่นชมหญิงสาวที่ทำขนมไทยอร่อยๆ ให้ทานทุกวัน

 

คนกำลังเคี้ยวเพลินตวัดสายตา กลับมามองเจ้าของฝีมือเลิศรสอย่างไม่น่าเชื่อ

 

“คุณบัวเธอให้ช่วยชิมว่าผ่านหรือเปล่า? คุณฤทธิ์ว่าไงคะ?”

 

ภูวฤทธิ์เปลี่ยนท่านั่งแสนสบาย กลับมายืดหลังตรง

 

“ก็ใช้ได้”

 เขาแบ่งรับแบ่งสู้

 

“ป้าว่าอร่อยทีเดียวเลยล่ะค่ะ”

 

“ใช่ค่ะ อร่อยมาก อย่างนี้รับรองว่าต้องมีคนสั่งจนทำไม่ทันแน่ๆ”

 

บัวชมพูยิ้มอย่างดีใจ ที่หลายเสียงช่วยการันตีฝีมือ เพราะถ้ามันอร่อยก็น่าจะขายได้ เธอเองจะได้มีรายได้ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

 

“แหม! บัวจะตัวลอยเพราะต้นหอมชมนี่แหละ ยังไม่ทันจะได้เอาไปฝากขายเลย จะขายได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้”

 

ภูวฤทธิ์ชะงักมือที่หยิบของอร่อยเข้าปาก

“คุณจะทำขนมขายหรือ?”

 

“ค่ะ ดิฉันว่าจะลองทำเอาไปฝากขายที่ร้านกาแฟที่ปั๊มน้ำมันหน้าปากซอย เห็นเขามีขนมหลายอย่างเลยลองถามดู เขาบอกยินดีรับฝากขายค่ะ”

ร้

านกาแฟที่ว่านั่น  เจ้าของเป็นผู้ชาย ท่าทางหน้าหม้อใช่ย่อย...ภูวฤทธิ์นึกตะหงิดๆ ในใจ

 

“คุณมีเวลาว่างขนาดไปหากาแฟดื่มนอกบ้านด้วยหรือไง?”

เสียงถามขุ่นนิดๆ

 

“พอดีพี่ธันวา เอ่อ! นายตำรวจที่เราเคยเจอที่สถานีตำรวจน่ะค่ะ เขานัดพบฉันที่นั่นเมื่อสองวันก่อน”

 

เจ้าผู้กองหนุ่มนั่นเห็นเงียบหายไป ให้เขาโล่งใจ นี่แอบดอดไปพบกันแล้วหรือ? และเวลาที่เขาไม่อยู่ เธอทำอะไรที่ไหนกับใครบ้าง?

 

 จู่ๆ ภูวฤทธิ์ก็อยากรู้ขึ้นมา เพราะเข้าใจมาตลอดว่าบัวชมพูอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน แต่แท้ที่จริงกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย

 

ดวงตาคมแอบและเหลือบมองใบหน้าสวย ผิวของบัวชมพูขาวอมชมพูนิดๆ หน้าใสไม่ต่างจากสาวรุ่น ผมยาวสีดำสนิทแนบไปกับศีรษะทุยสวยได้รูป เขายอมรับว่าเธอเป็นคนสวย และมีเสน่ห์ชวนมอง

 

เสน่ห์ของมารดาน้องชายไม่เพียงดึงดูดผู้ชาย แต่สามารถกวาดหัวใจคนในบ้านได้ด้วย อย่างป้าแจ่มที่ไม่ชอบหน้าในตอนแรก หากว่าเวลานี้ดูจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แววตารักใคร่เอ็นดูไม่ต่างจากมีให้เขา

 

“คุณอยากทำงานงั้นหรือ?”

 

“ค่ะ ฉันอยากหาอะไรทำตอนที่ตาภีมไปโรงเรียน จะได้ไม่เหงา”

 

“แล้วคุณเรียนจบอะไรมาล่ะ?”

 

ถามโดยไปไม่ได้คาดหวังคำตอบ เมื่อเธอมาเป็นภรรยาของนายภูมิชาติ ตั้งแต่อายุสิบแปด อย่างมากสุดก็น่าจะจบมัธยมปลาย

 

“ฉันจบบัญชีค่ะ”

หญิงสาวบอกคณะและมหาวิทยาลัยที่จบมา ทำให้ภูวฤทธิ์อึ้งไป

 

“คุณเพิ่งเรียนจบหรือ? แล้วเอาเวลาที่ไหนไปเรียน...ไม่ต้องเลี้ยงนายภีมหรือไง?”

 

“ฉันมีป้าอุไรช่วยดูแล แต่ถ้าไม่มีเรียนฉันก็จะเลี้ยงลูกเองค่ะ”

 

ภูวฤทธิ์ไม่เคยรู้เรื่องนี้ เพราะเขาไม่สนใจที่จะรู้ คิดเอาเองว่าบัวชมพูคงทำตัวเป็นคุณนาย เกาะบิดาเขากินสบายไปวันๆ มีอะไรอีกหลายอย่างที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้

 

“ที่บริษัทกำลังต้องการเจ้าหน้าที่บัญชี”

 

คนที่ป้อนขนมลูกเงยหน้ามามองเขา ดวงตาดำขลับใสแจ๋วมองอย่างตื่นเต้นนิดๆ

 

“แต่ฉันไม่เคยมีประสบการณ์นะคะ จบมาก็ยังไม่ได้ทำงานที่ไหน”

 

“ก็ไม่เป็นไรนี่ เพราะที่บริษัทก็มีพนักงานหลายคนที่ชำนาญงาน ดูท่าคุณจะเป็นคนเรียนรู้งานไว และอีกอย่าง ทำงานในบริษัทของครอบครัว ก็ดีกว่าไปทำงานกับคนอื่น”

 

คำพูดว่า บริษัทของครอบครัว ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เพราะเท่ากับว่าชายหนุ่มได้รับเธอเข้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวเขาแล้ว

 

บัวชมพูยิ้มออกมาอย่างดีใจที่ได้ยินแบบนั้น เพราะมันเท่ากับเขายอมรับความรู้ความสามารถและไว้วางใจในตัวเธอระดับหนึ่ง

 

“คุณฤทธิ์พูดจริงใช่ไหมคะ?”

 

“ผมดูเหมือนเป็นคนชอบล้อเล่นหรือไง?”

คำถามกวนๆ ชวนหาเรื่องนิดๆ ทำเอาใบหน้างามค้อนขวับ

 

“เดี๋ยวคุณช่วยเอาหลักฐานการศึกษา และเอกสารต่างๆ ที่จะใช้สมัครงานมาให้ผมก็แล้วกัน ผมจะได้เอาไปให้ฝ่ายบุคคลพิจารณา”

 

“ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวฉันไปหยิบให้นะคะ ฝากคุณฤทธิ์ไปวันนี้เลยจะได้ไหม?”

ท่าทางกระตือรือร้นยินดีทำให้เขายิ่งประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าบัวชมพูจะอยากทำงานถึงขนาดนี้

 

“คุณมีเอกสารสมัครงานเตรียมพร้อมเลยหรือ?”

 

“ค่ะ...ก่อนที่จะพาตาภีมมาพบคุณ ฉันก็ไปสมัครงานไว้หลายที่บ้างเหมือนกัน แต่บริษัทส่วนมากอยากได้คนมีประสบการณ์ด้วย ฉันเลยยังไม่ได้ทำงานที่ไหน”

 

เรื่องที่ได้ยินทำให้ภูวฤทธิ์พอใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าหญิงสาวไม่ใช่ชอบพวกงอมืองอเท้ารอคอยโชคชะตา หรือหวังจะเกาะลูกกิน

 

“ตาภีม เดี๋ยวแม่มานะลูก คุยกับพี่ฤทธิ์ไปก่อน”

หญิงสาวโอบแก้มบุตรชายมาหอมฟอด ก่อนจะรีบเร่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อไปหยิบเอกสารมาให้ภูวฤทธิ์

 

แว่บหนึ่งเขานึกอิจฉาเจ้าน้องชายที่นั่งทานขนมอย่างเอร็ดอร่อยนัก

 

“อร่อยมากหรือไงนายภีม?”

 

“ครับ แม่บัวทำขนมอร่อยๆ หนูชอบกินหลายอย่างเลย”

 

“แม่บัวทำขนมเป็นหลายอย่างเลยหรือ?”

 

“ครับ หนูชอบขนมกล้วยกับวุ้นกะทิที่แม่บัวทำที่สุดเลย”

เจ้าหนูร่ายเมนูโปรดของตัวเองเสียงจ้อยๆ เป็นอีกหนึ่งข้อมูลใหม่ที่เขาไม่เคยรู้

 

“คุณฤทธิ์จะเอาไปทานเป็นอาหารว่างที่บริษัทด้วยไหมคะ ตอนนี้เลยเที่ยงมาแล้วนะคะ เดี๋ยวกลับไปประชุมไม่ทัน” ป้าแจ่มถามอย่างเป็นห่วง

 

ภูวฤทธิ์พลิกนาฬิกาดู เห็นว่าเขามัวโอ้เอ้เพลิดเพลินนานเกินไปแล้ว จนขี้เกียจจะกลับไปทำงาน แต่ว่าประชุมของผู้บริหารสำคัญกว่า

 

“บัวชมพูทำไว้เยอะเลยหรือครับป้า ถ้าได้ก็ดีเหมือนกัน ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อย เจ้าตัวยุ่งนี่ทำทั้งเปียกทั้งยับหมดเลย”

ว่าพร้อมกับลุกขึ้นยืน จับศีรษะเล็กทุยคลุมด้วยเส้นผมหยิกเปียกชื้นของไอ้ตัวยุ่งโยกไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะก้มลงหอมแก้มข้างเดียวกับที่แม่ไอ้หนูหอม

 

แก้มป่องนุ่มน่าฟัดเสียจริงๆ เมื่อครู่นี้ริมฝีปากอิ่มสวยของแม่นายภีมประทับลงไปตรงนี้...เขาเองกำลังประทับรอยทับตรงนั้น...จุดเดียวกับริมฝีปากของเธอ คิดๆ แล้วก็อมยิ้มออกมา...กลีบปากสวยน่าจูบ...นี่เขากำลังคิดทะลึ่งอะไร

 

ภูวฤทธิ์ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินกลับขึ้นตึกเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปทำงานเสียที

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น