ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 51 : ตอน จับตาดู (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62



ร่างแกร่งทอดน่องเดินพรวดพราดไปยังหอสมุดที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางวังหลวงอันโอ่อ่าห์  เหล่าทหารหาญที่ทำหน้าที่ควบคุมคนเข้าออกพลันรีบคุกเข่าถวายความเคารพก่อนจะรีบเปิดประตูบานใหญ่ให้ทันที  ฟรานซิสได้รับพระบรมราชานุญาตให้ตามเสด็จเข้าไปด้านในเพียงลำพัง   หอสมุดเก่าแก่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงฝีเท้าพลันสะท้อนไปมาอยู่ในอากาศ  แสงไฟจากเชิงเทียนนับร้อย ๆ ถูกจุดขึ้นเมื่อเขตอาคมดำเนินไขกลเรียงรายไปตามลายทางทันทีที่มีผู้เข้ามาแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของหอสมุดที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ ความรู้  ตลอดไปจนถึงการจดบันทึก

 

ฝ่าบาทมีธุระอะไรที่นี่ในเพลานี้กันนะ?

 

            ฟรานซิส...ข้าได้ยิน ร่างแกร่งเอ่ยตำหนิเมื่อเขารู้สึกว่าพระราชมนูคนสนิทชอบเผลอเรอคิดอะไรต่อมิอะไรในใจบ่อยเกินไปเสียจนเคยตัว

 

            ขออภัยพะยะค่ะ ข้าแค่สับสนและโง่เขลาจนมิอาจตามความคิดของฝ่าบาทได้เท่ากับพระราชมนูคนก่อน... ร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มเอ่ยตำหนิตนเองเชิงตัดพ้อ  ลึก ๆ แล้วเขาเองก็อดเปรียบเทียบและอิจฉาในความฉับไว  ไหวพริบและความสามารถที่หลากหลายด้านของจาริสไม่ได้ 

 

            เจ้าเองก็มีความสามารถฟรานซิส...อย่าได้นึกตำหนิตนเองเลย

 

            พะยะค่ะฝ่าบาท...ถ้ามิเป็นการล่วงล้ำมากจนเกินไป  ฝ่าบาททรงเสด็จมาที่หอสมุดนี้ทำไมหรือพะยะค่ะ

 

            คำตอบ...

 

คำตอบ?

 

          พระราชมนูทำได้เพียงแค่ยืนนิ่วหน้าก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างเอาไว้ด้านหลัง  โดยไม่ไปยืนเกะกะขวางทางจอมราชันย์ที่กำลังเยื้องย่างขึ้นไปยังขั้นบันไดเพื่อเสด็จไปยังชั้นสองของหอสมุดกว้าง

 

พรึ่บบบบ...หมับ!

 

ไอปีศาจสีดำทมิฬมืดที่อัดแน่นอยู่ในสายโลหิตจะค่อย ๆ ถูกรีดเคร้นให้ขึ้นมาบนฝ่ามือหนาจะค่อย ๆ ถูกบางอย่างดูดเอาพลังที่เอ่อล้นนั้นให้หายไปพร้อมกับการปรากฎโฉมของสิ่งผู้ที่เป็นเจ้าของเรียกเคร้นให้มาหา  ฝ่ามือแกร่งจับด้ามดาบก่อนจะตั้งสรรพอาวุธคู่พระทัยเอาไว้แน่นพลางเรียกขานชื่อของดาบที่มีวิญญาณปีศาจชั้นสูงสถิติอยู่ข้างใน

 

เวนอส

 

          หึ  ไม่ได้เรียกหาข้าเสียตั้งนานเลยนะเจ้าหนู...

 

อย่าพูดมาก...ข้าไม่ได้เรียกเจ้ามาโดยเปล่าประโยชน์

          ร่างสูงเอ่ยปรามในใจเมื่อเห็นว่าเวนอสชักเริ่มล้ำเส้นเขามากจนเกินขอบเขต  เสียงกลั๊วหัวเราะดังก้องอยู่ในโสตประสาทแด่ผู้ที่เป็นเจ้าของที่มันเลือกเพียงลำพัง  ฝ่ามือหนาที่ยังว่างอยู่ค่อย ๆ จรดเรียวนิ้วแล้วบรรจงรูดไปตามคมดาบสีเงิน  เหลี่ยมคมจัดของดาบในตำนาน ๆ พลันครูดและเฉือดเฉือนเอาเนื้อหนังบางส่วนออกเผยให้เห็นซึ่งของเหลวสีแดงแกมเข้มจัดที่กำลังไหลพาดผ่านตัวดาบปีศาจชั้นสูงไปอย่างช้า ๆ  ไปตามร่องสลักจนกระทั่งของเหลวสีเข้มก็หลอมรวมตัวกันลงไปกองรวมกันจนกลั่นตัวหยดลงอาบลงบนพื้น   และแล้วพลังมืดที่ร่างสูงยอมแลกทั้งไอปีศาจและโลหิตบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในกายก็ค่อย ๆ แสดงอิทธิฤทธิ์ตามเจตจำนงค์  ของเหลวสีกล่ำค่อย ๆ เผยดวงตาสีแดงฉานกำลังจับจ้องไปยังผู้ใช้ราวกับรอคำสั่งที่ต้องการให้ถ่ายทอด...นี้เป็นหนึ่งในวิธีนึงที่ประหยัดเวลา  หอสมุดมีหนังสือ คัมภีร์และม้วนเอกสารเรียงรายเป็นทิวสูงเท่าภูเขาเหล่ากา  จะให้ควานหาของที่เขาต้องการกว่าจักเจอคงจะให้เวลายาวยืด  แต่วิธีการนี้ก็ถือว่ามีความเสี่ยงในการเรียกใช้สูงตามผลลัพธ์ที่ได้  และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฟรานซิสแทบจะไม่ค่อยเห็นฝ่าบาทเรียกใช้หนึ่งในความสามารถนี้ของเวนอสเลย...

 

            หาคัมภีร์โบราณเกี่ยวกับการข้ามขีดจำกัดทางสายเลือดมาให้ข้า...ไป! ”

 

กรั่กซ์  กรั่กซ์  กรั่กซ์!!!

 

เจ้าของเหลวสีเลือดร้องงึมงำก่อนจะแยกส่วนและแบ่งตัวเองออกเป็นส่วนเล็ก ๆ จากนั้นก็กระจัดกระจายไปคนละทิศละทางถ้วนทั่วทั้งหอสมุดอันกว้างใหญ่  เชิงเทียนที่เคยสว่างค่อย ๆ ดับวูบไปตามความเหลวที่ถูกเคลื่อนพาดผ่าน!  รอยเลือดส่วนเล็กส่วนน้อยเหล่านั้นเคลื่อนที่ฉึบฉับไปมาด้วยความว่องไวจนแม้แต่สายตาของแวมไพร์แทบจะจับทางมันแทบจะไม่ทัน!   

 

กึก ๆ กรั่กซ์ ๆ กึก ๆๆ  กรั่กซ์ กรั่กซ์!!!

 

            ฝ่าบาท!  ทางซ้ายพะยะค่ะ!! ” ฟรานซิสกู่ร้องเรียกด้วยความตื่นตาตื่นใจที่เห็นว่าต้นเหตุของเสียงอันน่ากระตุกกระตักนั่นกระโดดโหยงเหยงไปมาพร้อมกับคัมภีร์เล่มหนาที่ฝุ่นและหยากไย่เกาะจนหนาเต๊อะ!   เสียงหวีดร้องดังขึ้นจนสะท้อนก้องมายังจุดที่ร่างสูงหยุดยืนอยู่จนได้  สายลมหวืดใหญ่พัดผ่านร่างพร้อมกับรอยเลือดส่วนเล็กส่วนน้อยที่แตกกระจายไปในคราแรกนั้นกลับมายังจุดแรกเริ่มเดิมที่มันถือกำเนิดโดยพร้อมเพรียงโดยมีสิ่งของที่ผู้ใช้ต้องการให้ควานหาอยู่นั้นกลับมาด้วย

 

            นัยน์ตาคมทอดมองตัวอักษรแวร์พิกแบบโบราณที่สลักอยู่ด้านหนาก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาคว้าสิ่งที่ต้องการขึ้นมาถือพลางใช้ลมหายใจเฮือกนึงเป่าเอาขี้ฝุ่นขี้ผงที่เกาะจนหนาเตอะนั้นออกไปอย่างลวก ๆ เรียวนิ้วจรดไล้ไปตามเนื้อหาและคำสำคัญ ๆที่เขากำลังควานหาด้วยการกวาดสายตาไล้มองแบบไว ๆ จนกระทั่ง...ตัวอักษรตัวหนาที่โผล่อยู่ในบรรทัดที่สาม วรรคที่สิบสอง  หน้าที่สองร้อยหนึ่ง  ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวกไปวนมาด้วยความระส่ำระส่ายจำต้องหยุดฝีเท้า  ทันทีที่เห็นตัวอักษรสีแดงที่กล่าวถึงผลกระทบในการข้ามขีดจำกัดความสามารถแวมไพร์

 

            การดื่มกินเลือดข้ามชั้นวรรณะในเผ่าพันธุ์ตนเอง  ร่างกายของผู้ดื่มจะมีการตอบสนองต่อปริมาณและความบริสุทธิ์ตามกำลังเลือดที่ได้รับ  ตามจำนวนครั้งที่ทำการดื่มกินเลือดข้ามชั้นวรรณะ  มักมีการตอบสนองผ่านทางความรู้สึก, สัมผัส , ไอปีศาจ , ร่างกาย  ตลอดไปจนถึงอุปนิสัยที่อาจเปลี่ยนสภาพไปชั่วคราวหรือถาวรแล้วแต่ตัวบุคคล....

คำเตือน:    ทั้งนี้ความเสี่ยงของการพยายามในการจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางสายเลือดก็  คือ  ผู้ที่ทำการดื่มกินเลือดของผู้มีวรรณะบริสุทธิ์จะมีสภาวะขั้นในตอนต้น ได้แก่ อาการคลุ้มคลั่งมิอาจควบคุมสติและการกระหายของตนได้  เมื่อทำการดื่มกินเลือดบริสุทธิ์เข้าไปเป็นจำนวนมาก ๆ อาจทำให้มีบุตรยากหรือมิอาจมีบุตรได้ในที่สุด....

 

คลุ้มคลั่ง...

 

ควบคุมสติและการกระหายมิได้

 

นี่รินแสดงสัญญาณเตือนขั้นต้นตั้งนานแล้วนี้...

 

            ไม่จริง...ริน...ไม่   ตัวอักษรสีแดงที่ปรากฏอยู่บนกระดาษสาสีน้ำตาลที่เก่าไปตามกาลเวลาจนแทบจะขาดแล่ไม่ขาดแล่ทำให้ร่างสูงที่เคยหยัดยืนอยู่ด้วยความสง่าถึงกลับแข้งขาอ่อนเปรี้ยจนฟรานซิสที่หยุดยืนอยู่มิไกลห่างรีบถลาเข้ามาประคองวงแขนของฝ่าบาทด้วยสีหน้าตาตื่นที่จู่ ๆ พระองค์ก็เกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น!

 

ตุบ...ตุบ  ตุบ!

 

            สีพระพักตร์ที่เคยเคร่งขรึมนั้นถอดสีซีดจนแทบจะไม่เห็นเส้นเลือดที่เคยฝาดเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อีกต่อไป  ฝ่ามือทั้งสองข้างของฝ่าพระบาทสอดประสานกันอยู่ที่หน้าพระพักตร์ก่อนที่พระองค์จะทรุดกายลงนั่งบนขั้นบันไดที่อยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าวด้วยสีหน้าที่เครียดจัดจนถึงขนาดกลับออกแรงเหวี่ยงคัมภีร์โบราณเล่มดังกล่าวจนกระแทกเข้ากลับชั้นหนังสือและล่วงหล่นลงมาโดยที่ยังกางอยู่ที่หน้าเดิมที่องค์เหนือหัวเคยเปิดเอาไว้ราวกลับต้องการตอกย้ำความผิดพลาดและบทลงทัณฑ์ที่ร่างสูงริทำผิดกฎมณเฑียรบาลของราชวงศ์ที่สงวนปฏิบัติสืบเนื่องกันมาหลายชั่วโคตร...

 

            ร่างสูงผมสีน้ำตาลเข้มเพิ่งเคยเห็นจอมราชันย์ถึงกลับเสียศูนย์จนเซหลักไปมากขนาดนี้ก็นึกแคลงใจสงสัย  ขอให้คำตอบที่ขบคิดไว้ในใจและคำถามแปลก ๆ ที่เคยเสวนากันในเรือนรับรองนั้นอย่าได้มีความจริงอันน่าโหดร้ายไปมากกว่านี้เลย...คำเฝ้าภาวนาของพระราชมนูก็กลับไม่สำแดงผลเมื่อเขาถือวิสาสะหยิบคัมภีร์เล่มหนาขึ้นมาและอ่านข้อความเดิมที่ฝ่าบาทเคยกางหน้าเดิมค้างเอาไว้ด้วยใจที่ชาวาบพอ ๆ กับพระองค์

 

            ฝ่าบาท...คืนนั้น  หรือว่าพระองค์!? ”

 

            “…ใช่ ร่างแกร่งที่ทรุดกายอยู่ตรงขั้นบันไดนิ่งอึ้งไปนานหลายอึดใจก่อนที่ความผิดพลาดและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเขากำลังย้อนกลับมาให้เขาได้แต่ตำหนิตนเองที่ขลาดเขลาเบาปัญญาและชะล่าใจทำเรื่องโหดร้ายต่อนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่น่าให้อภัย! 

 

ข้าทำร้ายนางด้วยมือคู่นี้อีกแล้ว...

 

ข้าทำให้นางต้องเจ็บปวดทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกแล้ว...

 

เสด็จพ่อ...ข้าควรทำอย่างไร?

 

ข้าควรต้องทำอย่างไรพะยะค่ะ

 

ข้าแค่อยากให้นางได้ชีวิตนิจนิรันดร์


และครองคู่กับข้าไปจวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตเท่านั้น...

 

ข้ามิได้หมายใจให้นางต้องเผชิญกับเรื่องร้ายเชนนี้ในอนาคต...

 

เสด็จพ่อ...ข้ามืดบอดพะยะค่ะ...

 

ตอนนี้ข้ากำลังมืดบอด

 

ฝ่าบาทอาจจักมีหนทางก้ไขก็ได้พะยะค่ะ...ขนาดปัญหาของต้นไม้แห่งชีวิต  วิทยาการใหม่ที่พระองค์ให้โอกาสให้ชาวเราศึกษาและนำมาประยุกต์ยังสามารถสร้างเลือดพลาสม่าอัดเม็ดที่ทดแทนผลพลาสม่าของต้นไม้แห่งชีวิตได้เลยพะยะค่ะ  เรื่องนี้จริง ๆ แล้วอาจจักยังพอมีหนทางแก้ไขก็เป็นได้ ฟรานซิสพยายามสรรหาคำปลอบประโลมโดยหมายให้ความทุกข์ระทมในดวงหทัยของฝ่าบาทได้พอทุเลาลง  แต่เมื่อเห็นจอมราชันย์เอาแต่นั่งประสานมือและกุมขมับของตนเองจนมีแต่เสียงแห่งความเงียบสงัดก็ยิ่งทำให้ดวงใจของพระราชมนูที่เป็นพระสหายของพระองค์มาตั้งแต่ครั้นทรงพระเยาว์นั้นเจ็บปวดไม่แพ้กัน...

 

จวนจักเช้ารึยัง...

 

อีกหกชั่วยามก็จักได้เวลาเสด็จไปยังลานประหารพะยะค่ะ...ฝ่าบาท

 

ถ้ายังไม่รีบหาทางแก้

 

 อาการของรินจะแย่และกำเริบหยักข้อยิ่งกว่าครั้งก่อนแน่

 

            ฟรานซิส...มีแค่เจ้ากับข้าเท่านั้นที่รู้

 

พะยะค่ะฝ่าบาท  แล้วจักให้บอกกับลอร์ดจาริสโดยตรงหรือไม่พะยะค่ะ?

 

จาริสน่าจะรู้อาการของดารินอยู่แล้ว...

 

แต่ตอนนี้ยังไม่มีจังหวะเหมาะ ๆ ที่จะเรียกหาเป็นการส่วนตัวเสียด้วยซิ

 

            หลังจากเสร็จสิ้นการประหาร  ข้าอยากจักเสด็จประพาสเยี่ยมเยียนราษฎร์ทั่วราชอาณาจักร  แต่ก่อนหน้านั้น...คงต้องเร่งการประชุมให้แสดงความเห็นชอบต่อสกุลที่เหมาะสมที่จะมารับตำแหน่งแทนสกุลโจนส์  หาจังหวะเหมาะ ๆ ช่วงนั้นก็แล้วกัน

 

            ทราบแล้วพะยะค่ะ

 

            รุ่งขึ้นเจ้าประสานไปยังขุนนางฮิวต์  ให้ทั้งดารินและแพทริเซียตั้งขบวนแถวยืนอยู่หลังเชื้อพระวงศ์ไว้  ข้าอยากจะกันเหนียวเอาไว้ก่อน...

 

            ลานประหารจะนองไปด้วยเลือดบริสุทธิ์ของสกุลโจนส์...เช่นนี้แล้วอาการของนางจักมิถูกกระตุ้นให้กำเริบหรือพะยะค่ะ  ข้าน้อยเห็นว่าควรให้นางอย่าได้อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานการตายเลยน่าจะดีที่สุด...

 

...เจ้าคิดว่าข้ามิอยากทำเช่นนั้นรึไร  แต่นางทั้งสองเป็นสมาชิกของตระกูลขั้วอำนาจจักมิไปร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความอัปยศเห็นทีคงจักเป็นไปมิได้  

 

งั้นให้แอชตันกำกับดูแลดีไหมพะยะค่ะ  อย่างน้อย ๆ ก็ได้แก้ต่างได้ว่าทำหน้าที่คอยอารักษ์ขา...

 

ไอเดียของฟรานซิสนั้นเข้าเคล้าเป็นอย่างมาก

 

แวร์วูฟและแวมไพร์เป็นอริกันทางสายเลือด...

 

ยิ่งมีแวร์วูฟอยู่ใกล้ในระยะเผาขนขนาดนั้น 

 

แวมไพร์หน้าไหนจะยังมีใจกระหายเลือดอยู่อีกบ้าง

 

            ดี  ฝากที่เหลือด้วย สุดท้ายแล้วความคิดนี้ก็บรรเจิดสุดเป็นวิธีการเบื้องต้นที่จะควบคุมความปลอดภัยและติดตามอาการของนางไปได้ในรวดเดียว  หรือที่เรียกว่ายิงนกนัดเดียวได้นกสองตัว!

 

            วางพระทัยได้เลยพะยะค่ะ...! ” พระราชมนูขานรับด้วยความเข้มแข็งก่อนจะผละกายหมายจะไปจัดการสะสางเรื่องราวที่จอมราชันย์ไหว้วานให้ไปทำให้เรียบร้อยก่อนรุ่งสาง

 

            ฟรานซิส...! // พะยะค่ะฝ่าบาท พระสุรเสียงทุ้มเพรียกหาเจ้าตัวที่กำลังจะผละออกไปจากหอสมุดด้วยสีหน้าขรึมดังเดิม  ทำให้เจ้าของชื่อรีบเอี้ยวตัวแล้วเบือนหน้ากลับมาหาองค์เหนือหัวทันที

 

          เก่งมาก... คำสองคำที่ตรัสเชยชมด้วยน้ำเสียงผะแผ่วนั้นบางเบา  แต่ทว่าคำชมนั้นกลับมีความหมายมาก ๆ และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจทำให้ใจของฟรานซิสนั้นมีใจฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น!!  เจ้าตัวฉีกยิ้มก่อนจะค้อมศีรษะถวายความเคารพด้วยท่าทางที่สง่าสมกับคำตรัสชมที่ทรงประทานให้

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #137 mewnarek-2507 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 08:05
    ฟรานซิสนางน่ารักนะ
    #137
    0