ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 50 : ตอน รอได้(2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62



แคสเปี้ยน

 

มีซิ...มีแน่ คำตอบที่ได้กลับมายิ่งทำให้หญิงผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลังถึงกลับคิดไม่ออกไปไม่เป็น  ว่าบัดนี้จอมราชันย์กำลังทรงคิดจะทำสิ่งใด หรือว่ามีแผนการอะไรที่จะหยิบยกขึ้นมาทำให้เหล่าขุนนางอาวุโสที่เคร่งในขนบธรรมเนียมยอมรับในตัวตนของบุตรีแห่งสกุลคาร์เตอร์!?

 

ร่างสูงเห็นว่าบัดนี้บทเสวนาดำเนินมาเนิ่นนานพอสมควรจึงร้องตะโกนเพรียกหาข้ารับใช้คนสนิทของพระหมื่นปีที่เขาเพิ่งมีกระแสรับสั่งให้ยืนรออยู่นอกเรือนรับรอง

มิลล่า..มิลล่า!! ”

 

เพคะ! เพคะฝ่าบาท...มิลล่ามาแล้วเพคะ  

 

เจ้าพาพระหมื่นปีไปพักผ่อนเสียจวนจักได้เพลาเสวยพระโอสถแล้ว...เมื่อทรงมีพระบัญชาโดยตรงพระนางจึงจำต้องค้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนโดยมีมิลล่าคอยประคับประคองร่างอยู่ไม่ห่างกาย  สีหน้านิ่วของพระหมื่นปีหลังจากผละกายออกมาจากเรือนรับรองได้เพียงไม่กี่ช่วงตัวทำให้มิลล่าคนสนิทที่ติดตามรับใช้ใกล้ชิดสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

 

พระหมื่นปีเพคะ...มีเรื่องใดกวนพระทัยรึเพคะ? คำถามของข้ารับใช้คนสนิททำให้พระหมื่นปีเหลือบสายตาไปมอง  ก่อนจะถอดถอนลมหายใจกรุ่นออกมาจากโพรงจมูกแล้วบ่ายเบี่ยงด้วยการพูดอ้อม ๆ

 

การขับเคลื่อนของเครื่องจักร ถ้าฟันเฟืองสักตัวนึงถูกทำลายลง  เจ้าคิดว่าเครื่องจักรนั้นจักเป็นอย่างไรต่อหื้ม...มิลล่า

 

น่าจักขับเคลื่อนต่อมิได้เพคะ สาววัยกลางคนขานรับแบบงง ๆ นึกไม่ออกว่าปัญหาที่ทำให้พระหมื่นปีหนักพระทัยคือฟันเฟืองของอะไรกัน?  ยิ่งฟังนางก็ยิ่งงงแต่ก็ยอมปลงใจขานรับไปทั้ง ๆ ที่ยังมิทันได้กระจ่างแจ้ง

 

 นั่นแหละ ถูกต้อง...หรือต่อให้โชคยังช่วย  ผลลัพธ์มันก็คงไม่ต่าง ฟันเฟืองถ้าหามาทดแทนได้ไม่ลงล็อคเข้ารูปเข้ารอยฟันเฟืองตัวเก่า  ต่อให้เดินเครื่องจักรต่อไปสุดท้ายแล้วต่อให้เดินเครื่องต่อได้ก็คงไปได้ไม่ไกล  บทสรุปที่ได้ก็คือพัง...สกุลใหญ่หายไปทั้งที  ดุลอำนาจที่เคยเป็นฐานมั่นคงของแคสเปี้ยนเองก็คงต้องระส่ำระส่ายบ้างเป็นประปราย  มีสกุลน้อยใหญ่อีกไม่น้อยที่หนุนหลังและภักดีให้กับสกุลโจนส์  ใช่ว่าจะคัดเลือกและพิจารณาสกุลใหม่ที่จะขึ้นมารับตำแหน่งแทนสกุลเก่าแก่ได้โดยง่าย  ความนัยของพระหมื่นปีถูกซุกซ่อนอยู่ในทุกอณูประโยค  แม้นคนของเธอจะขานรับและเออออไปด้วยสีหน้าที่ยังงุนงง  แต่นั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดี...

 

ฐานมั่นของเจ้ามิได้สมบูรณ์เช่นเดิมโอรสข้าแล้วเจ้าจักทำเยี่ยงไร

 

ถ้ามิเลือกสตรีที่มาเสริมอำนาจบารมีให้บังลังค์ของเจ้ามั่นคง

 

แล้วเจ้าจะจัดการกับความกระด้างกระเดื่องที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าได้อย่างไรกัน

 

ข้าเองก็อยากจะเห็นด้วยตาของข้าเอง 

 

ดูซิว่าเจ้าจะสรรหาวิธีการใดมาทำให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ยอมรับในจุดตำหนิดวงใหญ่ที่นางมีกันแน่...


          พระหมื่นปีนึกก่อนจะหันไปคลี่ยิ้มกว้างให้กับข้ารับใช้คนสนิทด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ในขณะที่มิลล่านางกำนัลคนสนิททำได้เพียงแค่หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเออออไปตามน้ำ

 

เอ่อ..เพคะ  นั่นสิเพคะ

 

ณ  เรือนรับรอง

 

พวกเจ้าออกไปควบคุมด้านนอกเรือนรับรองเสีย   ถ้ามิใช่พระบรมวงศาสนุวงศ์ข้ามิต้องการให้ผู้ใดเข้าพบในเพลานี้  คำประกาศิตจากองค์เหนือหัวทำให้ราชองครักษ์ประจำพระองค์นั้นต่างพยักหน้าก่อนจะถวายคำนับและออกไปด้านนอกตามพระกระแสรับสั่ง

 

พะยะค่ะ // พะยะค่ะ

 

ฟรานซิส...เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน พระสุรเสียงทุ้มกังวานตรัสสวนขึ้นมากลางอากาศ  ทำให้ฝีเท้าของชายผมสีน้ำตาลเข้มพลันชะงักฝีเท้าของตนเองลงก่อนจะสาวเท้าเข้ามารับใช้องค์เหนือหัวในระยะประชิดขึ้น  ก่อนจะขานรับเมื่อเห็นว่าราชองครักษ์ตนอื่น ๆ ผละกายออกไปด้านนอกเรือนรับรองตามพระบัญชากันจนหมดสิ้นแล้ว

 

พะยะค่ะฝ่าบาท

 

แวมไพร์ต่ำศักดิ์จะเพิ่มขีดความสามารถได้มากขนาดไหน  ถ้าได้ดื่มเลือดบริสุทธิ์  

 

คำถามนี้...รึว่าฝ่าบาทจะทรงสนพระทัย

 

เรื่องการประหารที่จะเกิดขึ้น ณ ลานทับทิมเดือด?

 

ส่วนใหญ่เท่าที่ข้าเห็น...ดื่มเพียงครั้งเดียวความสามารถก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณแล้วพะยะค่ะ  

 

          แล้วถ้าสองล่ะฟรานซิส... คำว่าเท่าทวีคูณทำให้แสงแรกแห่งความหวังของชายมาดขรึมถูกจุดประกายจนนัยน์ตาสีบลอนต์เทานั้นแพรวพราวเป็นประกายจนร่างสูงเผลอตรัสถามพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

 แวมไพร์ที่ไหนจะโชคดีได้ดื่มเลือดบริสุทธิ์ได้ถี่ถึงเพียงนั้น

 

 แค่สักครั้งยังหาโอกาสดื่มได้ยากเย็น!!

 

นับภาษาอะไรกับโอกาสที่จะได้ดื่มกินถึงสองหรือว่าสามครั้ง!! 

 

นี้ฝ่าบาทกำลังตรัสถึงเรื่องอะไรกันแน่!! 

 

                 ฝ่าบาท....รึว่า พระราชมนูถึงกลับเข้าใจกระจ่างแจ้ง แสดงว่าคืนนั้นพวกเขาไม่ได้จมูกเฝื่อนหรือว่าหูฝาดคิดไปเองจริง ๆ ด้วย!  แสดงว่าเรื่องที่พระองค์ทรงตรัสปาว ๆอยู่ในตอนนี้มิใช่เหตุบังเอิญหรือว่าแคลงใจสงสัยเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เลยสักนิด!!  เขาเพิ่งจะได้เห็นถึงความต่างในชั้นเชิงของทั้งองค์เหนือหัวและลอร์ดจาริสที่วางกลเม็ดเอาไว้หนาแน่นขนาดไหน  ความรู้สึกจุกจนพูดไม่ออกที่รับรู้ว่าพระองค์ทรงเดิมพันสูงเหลือเกิน  เพื่อแลกกับการกลับมาของนางในดวงใจที่พระองค์เฝ้าถวิลหามานานนับพัน ๆ ปี

 

 ข้าเข้ามาขัดจังหวะรึไม่พะยะค่ะ... เสียงทุ้มต่ำของแขกหน้าใหม่ทำให้บทสนทนาลับที่เคยพูดคุยกันจำต้องหยุดชะงักไปกลางคัน  โดยที่พระราชมนูจำต้องขยับตัวเพื่อให้เชื้อพระวงศ์ทั้งสองพระองค์ได้สบสายตากันได้อย่างถนัดตา  แม้การมาเยือนของพระอนุชาจะไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับร่างสูงที่ประทับรออยู่ในเรือนรับรอง  แต่เขาก็ปรายสายตามองไปยังฟรานซิส  เจ้าตัวพยักหน้ารับเชิงเข้าใจความนัยพลางผละถอยเพื่ออาสาไปเอาเครื่องดื่มที่จุอยู่ในขวดคริสตัลขวดใหญ่เข้ามาถวาย

 

ได้ยินไปมากแค่ไหนกัน  


               ร่างสูงนึกก่อนจะผายมือเชิงอนุญาตให้ชายผู้มีศักดิ์เป็นน้องนั่งลงตรงเก้าอี้ข้าง ๆ ตัว

 

                สักแก้วไหม...? ร่างสูงไม่พูดเปรยเปล่ากลับชูแก้วทรงสูงที่ปริ่มไปด้วยของเหลวสีเข้มจัดขึ้นมาเพื่อเชื้อเชิญ


 ไวน์?

 

ไม่น่าเชื่อว่าเพลานี้เสด็จพี่ยังจะมีอารมณ์ดื่ม


ดื่มฉลองให้กับสิ่งใดหรือพะยะค่ะ? น้ำเสียงติดทะเล้นเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้จอมราชันย์ตอบอย่างขอปัดไปทีพลางคาดคั้นเอาคำตอบโดยที่ร่างสูงเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า  ชายเจ้าสำราญที่อดีตเคยเคล้าแต่สุราและนารีมาอย่างเจนจัดเช่นแดเนียล  มีหรือที่จะปฏิเสธได้

 

ข้าแค่อยากดื่ม...ตกลงว่าไง  

 

หึ ๆ  รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ ชายผู้เป็นน้องหัวเราะรวนพลางใช้เรียวนิ้วเย็น ๆ กระดิกไปยังฟรานซิสพลางแบมือรับแก้วใสทรงสูงแล้วเขย่าถ้วยแก้วบนฝ่ามือไปมาอย่างช้า ๆ เชิงสั่งให้ฟรานซิสรินไวน์รสเลิศลงไว ๆ  เสียงกริ๊งของแก้วทรงสูงชนกันจนดังกริ๊ง! 

 

จวบจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยาม  ฟรานซิสก็ยังคอยปรนนิบัติเติมเครื่องดื่มให้กับองค์เหนือหัวทั้งสองพระองค์อยู่มิได้ขาด  ใบหน้าของจอมราชันย์ที่เคยเคร่งขรึมและมักจะเก็บอาการก็เริ่มสำแดงอาการกรึ่มออกมาให้เห็น  ส่วนเจ้าชายแดเนียลนั้นก็เอาแต่หัวเราะรวนเป็นระรอกออกมาอย่างไม่ขาดจังหวะ


 เสด็จพี่! วันรุ่งพรุ่งนี้เสร็จจากลานทับทิมเดือดแล้ว...ถือโอกาสนี้เสด็จประพาสสักหน่อยดีรึไม่พะยะค่ะ  ” เสียงทะเล้นเปรยพลางยิ้มกริ่ม  หัวข้อที่พูดทาบทามทำให้จอมราชันย์แสยะยิ้ม

 


ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง...


อยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาตามภาษาเสือหนุ่ม


หรือคิดจะใช้จังหวะนี้สานสัมพันธ์กับใครบางคนกันเล่า  แคสเปี้ยนนึก


              

เอาซิ...”  ร่างสูงลอบยิ้มก่อนจะยกแก้วทรงสูงขึ้นมาจิ๊บและลิ้มลองรสไวน์  เมื่อเสด็จพี่เห็นดีเห็นงาม  ในใจชายเจ้าสำราญก็ถึงกลับร้องพร่ำในดวงจิตเลยว่าเยี่ยมยอด!!   ดีแล้วที่เออออและร่วมดื่มด่ำกับสุรากับเจ้าพี่  สังสัยฤทธิ์ของสุราคงจะสำแดงเดชเต็มที่แล้วมิเช่นนั้นคงไม่เห็นดีเห็นงามกับข้าโดยง่าย!


นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้ามิได้ร่วมดื่มกับฝ่าบาทเป็นการส่วนพระองค์เช่นนี้ แบบนี้มันต้องดื่มอีก  ฮ่ะฮะฮ่า ๆ  ฟรานซิสเติมหน่อย!!   

 

พะยะค่ะ ” ฟรานซิสขานรับพลางหยิบขวดไวน์ขึ้นมาบริการให้ใหม่

 

ฮึ ฮึ ฮึ จอมราชันย์หัวเราะในลำคอสวนพร้อมฉีกยิ้มก่อนจะยื่นแก้วทรงสูงให้ฟรานซิสเติมจนแก้วเกือบปริ่มไปด้วยไวน์  ขวดคริสตัลขวดใหญ่เรียงรายอยู่ด้านล่างนับ ๆ ดูแล้วตอนนี้ก็ปาไปเกือบสิบขวดเห็นจะได้

 

แด่แผนการณ์อันแยบยลที่จับหนูร้ายได้หมดทุกตัว!! ดกหมดพะยะค่ะ  ดกหมด ดกหมด ดกหมด!! ” เสียงเชียร์ให้ยกกระดกรวดเดียวทั้งแก้วดังขึ้นพร้อมกับคำพูดปลุกเร้า  ทำให้ร่างสูงผู้มาดขรึมไม่ได้ร้องขัดทำตามคำเยินยอก่อนจะซัดของเหลวบาดคอลงไปทีเดียวจนกลายเป็นแก้วเปล่า ๆ

 

ฟรานซิสเติมให้ฝ่าบาทอีก! เติมอีก!!  

 

เอ่อ...พะยะค่ะ ฟรานซิสค่อนข้างหนักใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคอทั้งสองพระองค์จึงจำใจต้องรินไวน์ให้กับจอมราชันย์ใหม่อีกหนทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะรินไปให้หยก ๆ

 

ได้ผลเกินคาด...

 

เจ้าพี่คออ่อนอย่างที่เราคิดจริง ๆด้วย!!  


               แดเนียลนึกก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าฟรานซิสยังยืนเป็นมารขวางคำอยู่ข้าง ๆ เขาจึงจำต้องมอบหมายงานให้มันออกไปทำด้านนอก  เริ่มตะล่อมถามสิ่งที่อยากรู้


ฝ่าบาทเริ่มพระพักตร์แดงกล่ำเชียว..ฟรานซิส  เจ้าไปหาผ้าชุบน้ำเย็น ๆ มาหน่อยไป

 

ก็ท่านเล่นยอให้ฝ่าบาทยกหมดแก้ว เดี๋ยวหมดแก้ว เดี๋ยวหมดแก้ว เสียขนาดนั้น

 

จะไม่ให้ฝ่าบาทเมาจนกรึ่มขนาดนี้ได้ที่ได้อย่างไรกัน  ฟรานซิสบ่นอยู่ในใจ

 

รอสักครู่นะพะยะค่ะฝ่าบาท พระราชมนูรายงานเชิงขอพระบรมราชานุญาต  ก่อนที่พระหัตถ์กว้างจะยกขึ้นมาเชิงว่าให้รีบไปจัดการให้เรียบร้อย  เมื่อร่างสูงผมบลอนต์ทองเห็นว่าไม่มีมารมาขวางคอ  กระบวนการตะล่อมถามก็กำลังจะได้ฤกษ์ออกโรง  แต่ว่า


“ แดเนียล ” เสียงทุ้มกึ่งกังวานขานเรียกชื่อพลางลอบยิ้มจาง ๆ รวมทั้งใบหน้าที่เริ่มยิ้มแย้มมากขึ้นจนผิดวิสัย  ใบหูสีซีดที่เริ่มขึ้นสีจัดตามฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เขาคะยั้นคะยอให้ดื่ม

 

พะยะค่ะ เจ้าชายแดเนียลขานรับก่อนจะตั้งหน้าตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ!   แต่ทว่า...

 

 ที่เจ้ามอมเหล้าข้ามาตั้งนานสองนานนี้เพื่ออะไร...  นัยน์ตาคมมองลอดผ่านเรียวนิ้วที่ยกกระดกดื่มของเหลวรสพร่าก่อนจะฉีกยิ้มกริ่มด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดกลั้วหัวเราะ

 

งามไส้  ถูกจับไต๋ได้แล้วรึเนี่ย!?  


               “ ฮ่ะฮะฮ่า ๆ มอมเมิมอะไรกัน...ฝ่าบาท 


               “ จักให้ข้าเชื่อรึว่าเจ้ามาก็เพื่อร่วมดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าเฉยๆงั้นเหรอ...ฮ่ะฮะฮ่า  ไม่มีทางหน่า  ไม่มีทาง...ร่างสูงเริ่มไล้สายตาจนสังเกตความผิดปกติ  ชายมาดขรึมและรักษาอากัปกิริยาให้อยู่ในความสุขุมนุ่มลึกอย่างเจ้าน่ะหรือ?  จะปล่อยให้ตนเองเผลอเรอแสยะยิ้มด้วยสีหน้าและแววตาหยาดเยิ้มแบบนี้  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเมาได้ที่อยู่แน่ ๆ ทำให้เจ้าชายแดเนียลเล็งเห็นซึ่งโอกาสทองที่จะล้วงความลับ!!

          

             “ ข้าก็แค่อยากจะดื่มเป็นเพื่อนฝ่าบาทเฉย ๆ  แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆแล้ว ที่จริงข้าก็มีเรื่องจักทูลถามอยู่เหมือนกันพะยะค่ะ...ว่าช่วงที่ฝ่าบาทประพาสแล้วทิ้งภาระกิจกราชการเอาไว้ให้ข้ากำกับดูแลชั่วคราวนั้น  ฝ่าบาทเสด็จประพาสที่ไหนหรือพะยะค่ะ  โลกมนุษย์หรือพะยะค่ะ?  


แปะ แปะ  แปะ  แปะ


            หึ  หึ  ที่แท้ที่เจ้ามาเนี้ย...ก็เพื่อถามข้าเรื่องนี้รึไร   อ๋อย...ที่เจ้าหายหัวกลับไปคลุกอยู่ที่แดนใต้ได้เป็นปี ๆ ข้าเคยไปซักไซร้เอาความกับเจ้าไหมห๊ะแดนนี่ ”  ฝ่ามือหนาแตะไปที่ใบหน้าคมสันของชายผู้เป็นน้องพลางตบตรงช่วงโหนกแก้มสาก ๆ จนเกิดเสียงแปะเบา ๆ แบบเน้น ๆงสี่ทีพลางกลั๊วหัวเราะด้วยความชอบอกชอบใจ

              

แดนนี่...?

 

ท่านพี่เรียกข้าว่า แดนนี่ งั้นเรอะ!


 ฝ่าบาท  ฝ่าบาท...ตอบข้ามาก่อนว่าพระองค์เสด็จไปที่นั่นหรือไม่พะยะ...หื้ม??”   ร่างสูงถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อชายที่เพิ่งจะใชช้ฝ่ามือเย็นชืดของตนเองตบที่หน้าเขาเบา ๆ เชิงหยอกล้อนั้นกลับนั่งเอนกายพิงพำนักนิ่งไปเสียเฉย ๆ!  


“ ....zZ  ”  


                ฝ่าบาท!  ฝ่าบาท...!!! (โบกมือซ้ายขวา) ” พอลองโบกไม้โบกมืออยู่ด้านหน้าพระพักตร์ก็พบว่า ร่างสูงมาดขรึมที่ดึงหน้าขลึงขลังเมื่อสักครู่นั้นเข้าสู่โหมดนิทราไปเป็นที่เรียบร้อย!

 

                “ …..zz ” ไร้ซึ่งวี่แววการตื่นตัวของจอมราชันย์อีกต่อไป  เหลือเพียงร่างองอาจที่ยังคงนั่งประทับนิ่งคล้ายกับปิดเปลือกตาลงเพื่อพักสายตาเฉย ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ของสุรา  ความโล่งใจก็พลันรื้นขึ้นมาจนชายผู้เป็นน้องถึงกลับใจชื้น!

 

กะจะลอบถามความลับเรื่องดาริน คาร์เตอร์!


ดันมาเมาจนหลับไปเองเสียนี้!!! โถ่เว้ย! 


 “ บ้าจริง ๆเลย... ” ร่างสูงผมบลอนต์ลอบถอนหายใจออกมาจากอกเฮือกใหญ่เมื่อรู้ว่าประโยคอันตรายเมื่อครู่ที่อีกฝ่ายพ่นออกมาเป็นเพราะฤทธิ์ของสุรา  ไม่ใช่เพราะเขาถูกลอบอ่านใจอีกหน  นัยน์ตาคมกวาดมองไปยังพื้นด้านล่าง...ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ ในความคออ่อนของพระเชษฐาของตนเอง


โดนมอมด้วยไวน์แค่สิบกว่าขวดก็หลับไปเสียแล้ว

 

เสด็จพี่นะเสด็จพี่   




แอ๊ดดดดดดดด

           ทันใดนั้นเสียงบานประตูของเรือนรับรองก็ดังขึ้น  ทำให้ร่างสูงที่ยังมีสติหลงเหลืออยู่นั้นรีบกวักมือให้พระราชมนูคนสนิทของจอมราชันย์กูรีกูจอกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาโดยไว 


          อ่ะฟรานซิสเจ้ามาก็ดีเลยเรียกพวกองครักษ์ตนอื่น ๆที่ยืนอยู่ด้านนอกให้เข้ามาด้วย...ให้มันช่วยพาฝ่าบาทไปพักที่ห้องบรรทมเถิดไป...

 

          “ พะยะค่ะเจ้าชาย ฟรานซิสขานรับก่อนจะส่งซิกให้วัลแคนและเคอร์แชตประคองร่างที่หลับสนิทของจอมราชันย์ออกไปทางด้านหลัง เพราะเกรงว่าภาพพจน์ของฝ่าบาทที่องอาจนั้นจะเสียหายได้  ร่างสูงผมบลอนต์ทองผละกายออกไปด้วยใจที่หงุดหงิดเล็กน้อยจนลูคัสเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

          เจ้าชาย...หงุดหงิดพระทัยเรื่องอะไรหรือพะยะค่ะ

 

          “ หึ  จะให้หงุดหงิดอะไรล่ะสุดท้ายแล้วข้าก็ยังไม่รู้ในเรื่องที่อยากจะรู้น่ะซิ! ”  อุตส่าห์ร่วมวงดื่มสุราตามน้ำ  เพราะเห็นว่าโอกาสทองที่ท่านพี่จะเชื้อเชิญเพื่อดื่มด่ำสุรานั้นไม่ได้มีแบบนี้กันบ่อย ๆ กะจะใช้จังหวะทีเผลอลอบถามเรื่องของดารินเสียหน่อยเจ้าตัวก็ดันเมาแถมยังเอ่ยดักคอเขาเสียจนตกอกตกใจหมดอีก สงสัยต้องขวางทางด้วยวิธีการอื่นสะแล้วแดเนียลนึกพลางก่นด่าอยู่ใจแต่ก็ยอมรามือกลับไปที่พำนักของตนเองทั้ง ๆ ที่การเสียเวลาในครั้งนี้นั้นถือว่าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์!

 

          เมื่อราชองครักษ์หิ้วปีกจอมราชันย์ออกมาจากเรือนรับรองขนาดใหญ่โดยใช้เส้นทางอับเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของพวกทหารเดินเวรยามจนได้ระยะพอประมาณ  ร่างองอาจที่เคยหนักอึ้งจนต้องใช้แวมไพร์บ่ากว้างถึงสองตนหิ้วปีกหามก็กลับกลายเป็นเบาหวิว!?

 

          “ ปล่อยมือออกจากตัวข้าได้แล้ว...

 

          “ อ๊ะ!? // ฝ่าบาท!!? // ฝ่าบาท!! ” ราชองครักษ์ตนอื่น ๆ ร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าร่างที่เคยบรรทมหลับสนิทนิ่งนั้นกลับมายืนสง่าตัวตรงได้อย่างหน้าตาเฉย!

 

          “ ฝะ  ฝ่าบาทรู้สึกพระองค์ตลอดเลยหรือพะยะค่ะ!?  ” ฟรานซิสทูลถามด้วยความรู้สึกที่ยังสับสนและก็ไม่เข้าใจว่าพระองค์จะแสร้งเมาจนผล็อยหลับไปอยู่ทำไมตั้งนานสองนาน!

 

                “ เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง

 

                “ แต่ว่า...เมื่อครู่นี้ !! ”

 

                “ หึ  ฟรานซิส  ไวน์แค่นั้นคิดว่ามอมข้าได้รึ  ถ้าเป็นบรั่นดีก็ว่าไปอย่าง...  ร่างสูงหันมาตอบด้วยรอยยิ้มปนแสยะ  อย่างน้อย ๆ การแสร้งเมาในครั้งนี้ก็ทำให้รู้ว่า  แดเนียลยังไม่ยอมรามือจากเรื่องรินจริง ๆ  แค่ขุนนางชั้นอาวุโสก็ทำให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้ามากพออยู่แล้ว  ยังต้องมาคอยระแวงระวังเรื่องของพระอนุชาอีก  สงสัยข้าต้องรีบจัดการให้ดุลย์อำนาจที่จะต้องเสียไปในวันพรุ่งนี้ให้กลับคืนมาเข้าที่เข้าทางโดยเร็ว!  และหาจังหวะเหมาะ ๆ ประทาน แพทริเซียให้แดเนียลให้ไวเสียแล้วกระมัง   มิเช่นนั้นเจ้านี้ก็จะยังตามราวีเรื่องรินไม่ยอมรามือเสียทีนึง!









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น