ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 52 : ตอน จับตาดู (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62



แอชตัน  คอนเนอร์

 เสียงพรึ่บพรับบนเตียงกว้างของร่างยังคงส่งเสียงดังอยู่เป็นเนือง ๆ จนกระทั่งแวมไพร์สาวผู้นอนอยู่บนพื้นจำต้องถือวิสาสะลุกขึ้นมานั่งก่อนจะหันไปถามหญิงสาวผู้เป็นนายที่นอนพักฟื้นด้วยน้ำเสียงเจือไปด้วยความเป็นห่วง

 

นอนมิหลับหรือเจ้าคะคุณหนู

 

อืม  นิดหน่อย  ข้าทำให้ตื่นหรือ...ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงอุบอิบ  ในขณะที่ช่วงตัวนั้นยังคงนอนราบไปกับพื้นเตียงปุยนุ่ม  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลเหลือบมองรอยฟกช้ำที่ยังคงขึ้นสีกล่ำขึ้นเป็นจ้ำ ๆ ที่ใช้เวลาในการสมานตัวล่าช้ากว่าทุกที

 

ปวดตามเนื้อตัวหรือเจ้าคะ...ให้ข้านวดประคบให้อีกสักหน่อยดีรึไม่เจ้าคะข้ารับใช้สาวลุกกูรีลุกพรวดพราดพลางคลานเข่ามายังเตียงใหญ่เพื่อเช็คอาการให้อีกสักหน

 

ไม่ต้องหรอก ข้า...ข้าแค่นอนไม่หลับ ร่างบางกัดฟันสู้ทนกับความเจ็บปวดจากรอยถากที่ครูดไปกับพื้นสนามและแผลมากมายที่ได้มาจากการประลองพลางยอมบอกความจริงเพียงส่วนหนึ่ง  ก่อนจะตัดสินใจตะแคงข้างหันหลังให้กับแมร์รี่เพื่อเลี่ยงการตอบคำถาม 

 

กลิ่นเลือด...?

 

เวรแท้ ๆ แผลฉีกอีกแล้ว

 

            แม้นร่างบางจะพยายามปกปิดด้วยการใช้มืออีกข้างกดผ้าพันแผลเล็กแผลน้อยที่ติดอยู่ตามช่วงตัวให้มั่นหมายให้กลิ่นคาวคละคลุ้งนั้นหยุดลอยจนฟุ้งไปตามอายอากาศ  แต่ทว่าเหมือนเจ้าตัวยิ่งออกแรงกดคลึงมากเท่าไหร่  ปากแผลที่ควรจะสมานตัว...ก็ยิ่งปริแตกออกมากเท่านั้น  ราวกับความสามารถในการฟื้นตัวนั้นล่าช้าจนข้ารับใช้เริ่มทันสังเกตเห็น  แม้นจะไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์โดยแท้แต่กำเนิดแต่ว่า...ความสามารถในการสมานตัวก็ไม่น่าจะช้าถึงขนาดนี้?!

 

พี่แมร์รี่นอนเถิด...  เสียงหวานขานคำสั่งก่อนจะพลิกตัวไปด้านตรงกันข้ามเพื่อพยายามข่มเปลือกตาที่หนักอึ้งให้หลับลงเสียที  แต่ทว่าความเงียบที่สงัดก็ทำให้สาวเจ้ารับรู้ถึงแรงหายใจของใครอีกคนที่หลับนอนเป็นเพื่อนคลายความหวาดกลัวดังถี่ขึ้นและแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน  ร่างอรชรตัดสินใจเพรียกขานชื่ออีกฝ่ายด้วยใจที่ฉงนก่อนจะหันมาเห็นท่าทางของอีกฝ่ายที่บัดนี้กำลังมองธอด้วยแววตาหยาดเยิ้มเป็นที่สุด!

 

นัยน์ตาของพี่แมร์รี่กำลังหยาดเยิ้ม

 

ท่าทางที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับกลิ่นอายคาว ๆที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

 

อาการที่กำลังจะกรีดกรายเรียวนิ้วจนกรงเล็บเริ่มงอก...

 

นี่มันสัญญาณแห่งอันตราย!!

 

พะ  พี่แมร์รี่

 

อ่า  หอม  หอมมาก ๆ เสียงพึมพำที่ดังขึ้นในลำคอทำให้ร่างบางรับรู้ทันทีว่าบัดนี้สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์และภักดีของเธอกำลังหลุดภวังค์ไปกับกลิ่นคาวเลือดเป็นที่เรียบร้อย  ไร้คำสุภาพที่ต่อท้ายประโยคเชนทุกทีที่สนทนา  ไร้ซึ่งความเคารพและยำเกรงเฉกเช่นทุกครั้ง  เหลือเพียงแววตาแห่งความกระหายและเสียงหอบกระเส่าที่เคล้าไปมา  ข้ารับใช้กำลังใช้เรียวลิ้นโลมเลียริมฝีปากด้วยความอยากจนเต็มประดา  ไม่นึกไม่ฝันว่าความหวานที่เชื้อเชิญอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นจะจุดกระตุ้นความดิบเถื่อนได้มากขนาดนี้  ร่างบางค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นและลงจากเตียงนอนของตนอย่างช้า ๆ แผ่นหลังได้รูปแนบชิดไปกับผนังกำแพงพลางค่อย ๆ ขยับเรือนกายออกไปด้วยความเนิบนาบ  หมายจะใช้จังหวะทีเผลอใช้สปิริตแวมไพร์ไปยังบานประตูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  แต่ทว่าครั้นจะหันหลังให้อีกฝ่ายที่กำลังกลายเป็นแวมไพร์กระหายเลือดแล้ววิ่งพรวดพราดออกไป  ไม่แคล้วคงโดนกระโจนใส่จากด้านหลังเป็นแน่...ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้  สติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!  เสี้ยววินาทีถ้าพลาดท่าเราคงได้ทั้งแผลเก่าแผลใหม่คงจนเหวอะหวะไปหมดทั้งตัวแน่

 

            หอมจริง ๆ...ครานั้นเลือดของท่านยังไม่หอมหวนชวนให้น่าหม่ำถึงเพียงนี้...

 

            แมร์รี่ ถอยไป! ข้าสั่งให้เจ้าถอยหลังไปให้ห่างจากข้า! ” ร่างบางรีบรวบกระโปรงผ้าละนินสีน้ำครามขึ้นมาบนมืออย่างลวก ๆ ก่อนจะออกเสียงตะเบ่งจนสุดเสียงเพื่อออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว! แต่ทว่าเลือดบริสุทธิ์สูงที่เจืออยู่ในร่างของนางกำลังยั่วยวนให้ข้ารับใช้สาวตนนั้นไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะจนหัวเราะรวนออกมาราวกับปีศาจร้ายที่ยามหิวกระหายจนไส้แทบขาดก็มิอาจแยกแยะว่า อะไรคือนาย  อะไรคือบ่าว หล่อนรับรู้เพียงว่ากลิ่นคาวหวานนั้นกำลังชวนเชิญให้เออยากจะดื่มด่ำและสูบมาเชยชิมให้ปริ่มอุราเท่านั้นเอง!

 

          ถอยให้โง่หรือ!  กรรซ์!!!!!” เสี้ยววินาทีที่ความกระหายดำเนินมาจนถึงขีดจำกัด  แวมไพร์สาวก็ใช้แรงทั้งหมดที่ตนมีพึงกระโจนจู่โจมอีกฝ่ายด้วยความบ้าคลั่ง!!!  ร่างอรชรล้มทั้งยืนแต่ก็มีสติพอที่จะใช้มือทั้งสองข้างล็อคข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ไม่ให้กรงเล็บสีทมิฬมืดของอีกฝ่ายขีดข่วนจร่างกายต้องหลั่งเลือดเพิ่มไปมากกว่าเดิม!!!  ฝ่าเท้าทั้งสองข้างยันร่างกระหายเลือดจนกลิ้งเกลือกม้วนต้วนไปอีกทาง  อีกฝ่ายออกแรงกวาดข้าวของภายในห้องนอนล้มระเนระนาดจนเกิดเสียงคึกโครม!

 

            แฮ่!!!! ” เมื่อเห็นว่าดวงตายังคงแดงฉานเต็มไปด้วยแรงแห่งความกระหายที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้สติกลับคืน  ร่างบางก็จำต้องใช้ไม้แข็งเพื่อปกป้องตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

          อย่าไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น...แม้แต่แมร์รี่เองก็ด้วย

 

ร่างอรชรนึกถึงเสียงทุ้มต่ำที่เคยพร่ำสอนและเข้าใจคำพูดประโยคดังกล่าวอย่างถ่องแท้ก็วันนี้  เรียวนิ้วบางเลิกชายกระโปรงชุดนอนของตนเองจนเห็นต้นขาขาวนวลที่มีสายรัดสีดำซุกซ่อนอาวุธประจำตัวไว้ด้านในสุดของโคนต้นขา 

 

          ถ้ายังพูดไม่รู้เรื่องเห็นทีข้าคงไม่มีทางอื่น... ร่างบางกำอาวุธในมือตนจนแนบแน่นรับรู้ถึงความรู้สึกนับล้านที่ทำให้แขนข้างถนัดนั้นหนักอึ้งเพียงไร  ใจอีกเสี้ยวนึงก็นึกถึงวันวานและความดีงามของข้ารับใช้สาวที่ปรนนิบัติเธอมาอย่างดีมิมีขาดตกบกพร่อง  เว้นเสียแต่วันนี้..คงเป็นเพราะปากแผลหลายจุดที่ยังไม่สมาน  กลิ่นคาวหวานที่อับอวลก็คงทำให้อีกฝ่ายนั้นขาดสติขึ้นมาจนได้

 

            แฮ่!!! ” ทันทีที่เอวบางตัดสินใจหยิบอาวุธออกมาถือดันใดนนั้นส่วนของดาบที่ลับจนคมกริบก็สะท้อนรับกับแสงแห่งดวงจันทร์ ความเจิดจ้าทำให้แวมไพร์สาวที่กำลังขาดสติกระหยี่ยิ้มย่องพลางส่งเสียงร้องในลำคอเชิงไม่เกรงกลัวกับอาวุธอันกระจ้อยหร่อย  ก่อนจะพุ่งกระโจนจู่โจมนายหญิงของตนเองทั้ง ๆ ที่ร่างกายนั้นขาดสติ!!  ร่างบางล้มทั้งยืนพลางต้องใช้วงแขนทั้งสองข้างกันกรงเล็บของอีกฝ่ายที่ถลาเข้ามาหมายจะตะครุบด้วยไปในตัว  ดีตรงที่แขนข้างถนัดที่กำอาวุธนั้นได้จังหวะและอยู่วงในทำให้สาวเจ้าสบโอกาสและใช่วนที่คมจัดนั้นเฉือนเอาเนื้อหนังตรงช่วงริมฝีปากของอีกฝ่ายไปได้ส่วนหนึ่ง!!!


ฉึกกกกกกกกกกกกก

 

          อ๊ากกกกกกกกก  อ๊ากกกกกกกกกกกก!!! ” เสียงหวีดร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ดิ้นพล่านด้วยความทุรนทุรายไปมาอยู่บนพื้น  แต่การถูกจู่โจมซ้ำ ๆ แม้จะทำได้เพียงแค่หลบหลีกแต่ปัดการโจมตี  แต่ก็ทำให้บาดแผลที่เกือบจะสนิทดีนั้นก็ปริแตกไปอีกหลายส่วน  ของเหลวสีข้นค่อย ๆไหลเยิ้มออกมาจากต้นแขนข้างซ้าย...ร่างบางได้แต่ขบริมฝีปากของตนเองแน่นรับรู้ถึงความเจ็บปวดอันเนื่องมาจากบาดแผลฉีกขาดได้เป็นอย่างดี  แม้นจะใช้มืออีกข้างขึ้นมากดเพื่อหยุดเลือด  แต่มันก็ไม่ทันการแล้วแผลที่เกิดจากการประลองฝีมือกับเรเชลนั้นปริแตกจนเลือดนั้นไหลอาบไปทั่วแขนข้างซ้ายอันเนื่องมาจากการโจมตีเมื่อครู่

 

แหมะ  แหมะ  แหมะ

            เสียงทิ้งตัวของของเหลวเหนียวหนืดเรียกความสนใจให้กับแวมไพร์สาวผู้กำลังติดอยู่ในภวังค์ให้หยุดดิ้นทุรนทุราย  กลิ่นอายหอมหวนนั้นชวนเชิญให้เธอเชยชิมมากขึ้นเป็นเท่าทวี...กลิ่นหอมหวนน่ารัญจวนนี้มีความเข้มข้นของสายเลือดบริสุทธิ์เจือปนอยู่!

 

          แฮ่...เลือด  เลือดบริสุทธิ์! ” อีกฝ่ายตั้งยันอยู่ในท่าคลานพลางไล้สายตาไปมอยังหยาดหยดเลือดที่กำลังกระจัดกระจายไปตามลายพื้นราวกับของล้ำค่าที่ทั้งชีวิตนี้โอกาสที่จะได้ดื่มกินเลือดของแวมไพร์วรรณะสูงนั้นมิได้มีมาเยือนให้เธอได้คว้าโอกาสทองเช่นนี้บ่อย ๆ  มันรีบคลานและใช้เรียวลิ้นโลมเลียตามลายพื้นโดยไม่สนซึ่งศักดิ์ศรี  สภาพน่าสมเพชเวทนาทำให้ร่างบางได้แต่นึกสลดใจด้วยใจที่ปวดหนึบ 

 

นี้สินะที่ท่านพี่ต้องการจะเตือน...

 

เป็นเพราะมีเลือดบริสุทธิ์เจือปนอยู่ในร่างเรานี้เอง 

 

ถึงได้ำชับว่าไม่ให้ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

ข้าไม่ได้อยากจักฆ่าเจ้าเลยจริง ๆ

         

เลือด!!! เอาเลือดนั่นมาให้ข้าอีก!!!! แฮ่!!! ” สิ้นเสียงคำขู่ของแวมไพร์สาว  ร่างบางก็สลัดเลือดที่อาบแขนของตนเองไว้จนทั่วทุกอณูห้องเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อ  และนั่นดูเหมือนจะดึงความสนใจจากอีกฝ่ายได้มากโขเลยทีเดียว เสียงตึกตักที่ดังอยู่รอบนอกคงเป็นฝีเท้าของทหารที่รักษาการณ์อยู่ด้านหน้าตำหนักที่คงรับรู้ถึงสัญญาณความผิดปกติ   ซึ่งที่ควรทำในตอนนี้คือถ่วงเวลาให้มีทหารดาหน้าเข้ามาเพื่อช่วยเหลือเรา  หรือไม่เราก็ต้องตัดสินใจชิงลงมือเพื่อความอยู่รอด

 

โครมมมม เพล้งงงงงง เพล้งงงงงงงงง!!

            เสียงบางอย่างกระโจนเข้ามาจากระเบียงผ่านประตูกระจกของห้องรับรองที่อยู่ด้านนอก  เรียกความสนใจให้กับปีศาจที่กำลังกระหายได้รับรู้ถึงแรงจิตสังหาร  บรรยากาศรอบกายตอนนี้ราวกับกำลังติดลบ  แสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทำให้เห็นเงาตะคุ่ม ๆ ของแขกที่ไม่ได้ถูกรับเชิญ  ไม่รู้ว่าตัวที่อยู่ตรงหน้าราในตอนนี้คือตัวอะไร  แต่จากที่แสงจันทร์สาดเข้ามาเพียงเสี้ยวนั้นทำให้พอจะเดาได้ว่า ตอนนี้กำลังมีสัตว์สี่เท้าตัวมหึมาดวงตาสีเหลืองอำพันกำลังเยื้องย่างเข้ามาภายในห้องรับรองด้วย 

 

ขวับบบบ!!?

 

          กรรซ์!!! ” แวมไพร์สาวรับรู้ถึงอันตราย  เธอรีบตะกายปลีกวิเวกไปอีกทางพลางส่งเสียงขู่ให้อริทางสายเลือดนั้นถอยห่างออกไปไกล ๆ !

 

ทำไมกลิ่นสาบแรงขนาดนี้!

 

นั่นมัน...ตัวอะไรน่ะ

 

            นัยน์ตาสีฟ้าทะเลได้แต่ตะลึงงัน  เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่กำลังคืบคลานและจดจ้องไปยังพี่แมร์รี่ราวกับจักฆ่าให้ตายคาคมเขี้ยวนั้นคือตัวอะไรกันแน่!  ข้อเท้าเล็กเห็นจังหวะเหมาะที่จะค่อย ๆ ปลีกตัวผละถอยออกไปจึงค่อย ๆ สาวหลังถอยห่างออกไปอย่างเชื่องช้า  แต่ทว่าปลายเท้าของเธอก็ดันไปเหยียบโดนเศษของแจกันที่แตกกระจัดกระจายเนื่องมาจากการสู้ฟัดในยกแรกเข้าเสียนี้!  กลิ่นคาวพลันขจรกระจายขึ้นมาอีกหน  นั่นเป็นเหตุให้แวมไพร์สาวนั้นละสายตามาจากอริทางสายเลือดก่อนจะพุ่งกระโจนหมายสูบเลือดสูบเนื้อตามสัญชาตญาณ!!! 

 

กรรซ์!!!!

            “ (กัด!!!) ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะพุ่งทะยานมาทำร้ายนายหญิงของตนเอง  ฝีเท้าแกร่งที่หยุดยืนอยู่ ณ ฝั่งตรงกันข้ามก็พุ่งกระโจนเข้าไปปกป้องตามสัญชาตญาณของตนเอง!!!ร่างของแวมไพร์ตัวจ้อยนั้นตกอยู่ในขากรรไกรอันแข็งแรงที่ฝังคมเขี้ยวยักษ์อยู่ตรงช่วงไหล่และซอกคอ  เสียงฮึดฮัดในลำคอของสัตว์หน้าขนนั่นดังขึ้นราวกับจะงับและฝังเขี้ยวอยู่บนร่างของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นและไม่มวันปล่อยด้วย!!!

 

            อั่กซ์...ขะ  ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ  แรงพยศและดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนนั้นมลายหายไป  เมื่อความเจ็บปวดจากการถูกคมเขี้ยวของแวร์วูฟกัดและสะบัดร่างของตนไปมานั้นจนเธอแทบจะขาดใจทำให้แมร์รี่  ข้ารับใช้สาวนั้นมีสติและสำนึกผิดในโทษทัณฑ์ที่ตนเองพึงกระทำลงไปด้วยความไร้สติและปล่อยให้ความกระหายเข้าครอบงำ

 

อั่กซ์...คะ คะ คุณหนู...ชะ  ช่วยแมร์รี่ด้วยเจ้าค่ะ..ฮึก  ฮึก ฮือ แมร์ แมร์รี่ยังไม่อยากตาย...เสียงครวญผสานกับความเจ็บปวดนั้นดังระงมจนร่างบางที่ได้แต่ยืนมองอยู่นั้นถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก  ลำคอแห้งเฮือกเมื่อเห็นว่าร่างของพี่แมร์รี่นั้นโชกไปด้วยเลือดและยังคงถูกเจ้าสัตว์หน้าขนนี้ใช้ขากรรไกรกัดและสะบัดจนกระดูกแทบแหลกแค่ไหน

 

กรรซ์!!!!


อ๊า...อั่กซ์  อั่กซ์ เสียงคำรามต่ำพร่าในลำคอดังขึ้นพร้อมกับออกแรงขยี้ร่างของแวมไพร์สาวจนอีกฝ่ายได้แต่ครวญครางด้วยความเจ็บปวด  ขากรรไกรอันแข็งแกร่งกำลังบดขยี้กระดูกช่วงไหปลาร้าของอีกฝ่าให้แตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ อย่างเชื่องช้า  ดวงตาสีเหลืองอำพันนั้นเต็มไปด้วยโทสะและแรงแค้น  ยิ่งเห็นเลือดที่ไหลอาบแขนของผู้เป็นนายแล้วยิ่งให้อภัยแวมไพร์ชั้นต่ำตนนี้ไม่ได้!  มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะชดใช้ความผิดมหันต์ที่บังอาจทำให้นายของเขาต้องเจ็บตัว!!  

 

แสงแห่งดวงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามาให้ร่างอรชรได้เห็นจนถนัดตาว่าสัตว์หน้าขนที่กำลังขย้ำพี่แมร์รี่อย่างไร้ความปราณีนั้นคือสิ่งใด  รูปร่างหน้าตาแบบนี้ดั่งกับหมาป่าเลย...แต่ขนาดของกระโหลก ขากรรไกรและลำตัวนั้นผิดกันลิบลับ!  รึว่าจิตสังหารและดวงตาสีอำพันที่ทำเอาแม้แต่เรายังขาสั่นแบบนี้...รึว่าจะเป็นแวร์วูฟ?!!

 

อึ่ก...คะ  คุณหนูดาริน...อั่กซ์  ดะ  ได้โปรด...ชะ ชะ ช่วย อั่กซ์!!! ” เมื่อเห็นว่านางยังมีแรงวิงวอนร้องขอชีวิต  แอชตันจึงออกแรงบดขย้ำเหยื่อที่อยู่ ในโพรงปาให้แรงขึ้นจนเหลือเพียงเสียงครางระงมที่ระทมจนเจียรจะขาดใจ!!

 

ร่างบางมองภาพตรงหน้าพลางรู้สึกเวทนาต่อข้ารับใช้สาวที่หากเธอยังขือนิ่งเฉย  แวร์วูฟที่อยู่ตรงหน้าคงได้บดขยี้ร่างของนางจนแหลกเป็นธุลีแน่  

            ข้าซาบซึ้งในความช่วยเหลือของท่าน  แต่ได้โปรดปล่อยนางเถิด...

 

กรรซ์....

(นายหญิง...)

ดวงเนตรสีอำพันหันขวับกลับมาหายังต้นเสียงก่อนจะผสานนัยน์ตานิ่งเชิงกับต้องการคำยืนยันจากปากของเจ้าตัวอีกหน  ร่างบางพยักหน้ารับปนยิ้มเจื่อนทำให้แวร์วูฟร่างยักษ์จำต้องปล่อยง้างขากรรไกรแข็งแกร่งของตนเองและปล่อยให้ร่างของแวมไพร์สาวที่พรุนไปด้วยรอยเขี้ยวนั้นร่วงหล่นลงมาที่พื้นดังตุบด้วยสภาพที่น่าสังเวช 

 

คะ  คุณหนู...ขะ ขอบพระ...คุณ  เจ้าค่ะ.... ดวงเนตรสีอำพันได้แต่เหม่อมองร่างที่ทุลักทุเลคืบคลานไปยังจุดที่คุณหนูดารินหยุดยืนอยู่ด้วยแววตาพิฆาตร  หากว่ามันยังมิรู้จักสำเหนียกในบุญคุณและความเมตตาที่ผู้เป็นนายอุตส่าห์เลือกที่จะให้ไว้ชีวิต  เขาจะสะบั้นคอมันให้ขาดกระเด็นจากนั้นค่อยจ้วงกินดวงใจมันให้ตายคาที่!

 

พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บ!

            เสียงเสียดสีอันเนื่องมาจากการใช้สปิริตแวมไพร์วับมายังจุดเกิดเหตุทำให้ร่างของสตรีวรรณะสูงสะบัดหน้าหันหลังกลับไปมอง  ผู้ที่ถ่อมาถึงนี้ด้วยตนเองคือ มิลล่า  หัวหน้านางกำนัลพร้อมด้วยนายทหารที่ทำหน้าที่อารักษ์ขาสองนายที่ยืนประกับอยู่ด้านหลัง

 

            เรียนเชิญคุณหนูดารินไปกับข้าน้อยทางนี้ก่อนเจ้าค่ะ

 

            แล้วนาง....

 

            คุณหนูดารินอย่าได้กังวล...ปล่อยให้ทางราชสำนักเป็นผู้จัดการเองเถิดเจ้าค่ะ

 

            แต่นางเป็นคนของข้า...ข้ามิประสงค์ให้นางตาย ใครหน้าไหนก็มิมีสิทธิ์

 

แต่เรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้นนี้อยู่ภายใต้ตำหนักใต้อันเป็นอาณาบริเวณของพระหมื่นปี...ข้าน้อยเกรงว่าพระองค์คงจักมิยอมให้จบเรื่องโดยง่ายเจ้าค่ะ

 

เราเถียงมิลล่าไม่ขึ้นเลยจริง ๆ 

“…….”

 

ตอนนี้เลือดของคุณหนูยังคงไหลไม่ยอมหยุด...ข้าเกรงว่าปัญหาที่จะตามมาอาจบานปลายได้  เชิญคุณหนูไปกับข้าน้อยก่อนจักดีว่าเจ้าค่ะ ”  เมื่อเห็นว่าเหตุและผลของมิลล่านั้นสมเหตุและผล  ร่างอรชรจึงจำยอมเดินไปตามทางโดยมีทหารสองตนคอยอารักษ์ขาอย่างใกล้ชิด  เหลือเพียงร่างสะบักสะบอมที่ยังนอนจมกองเลือดพร้อมกับเพชรฆาตรที่นั่งเฝ้ารอทหารของทางราชสำนักมากุมตัวของนางไปไตร่สวน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น