ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 36 : ตอน บททดสอบขั้นที่ 1 (3) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    20 เม.ย. 62







        

           ตอนนี้เหล่าแวมไพร์สาวพร้อมทั้งตัวเราเองกำลังยืนสลับช่องไฟกันและกัน  สกุลโจนส์และดีแลนยืนอยู่แถวด้านหน้าโดยเว้นช่องไฟไว้ให้เรากับสกุลรัชเชรดที่หยุดยืนอยู่ด้านหลังได้มีโอกาสแสดงตัวตนอยู่บ้าง  จากบทสนทนาเมื่อครู่นี้ก็พอจะจับใจความได้ว่า ผู้หญิงผมน้ำตาลท่าทางจองหองนั่นกับผู้หญิงผมดำท่าทางนิ่ง ๆ คนนี้ดูจะไม่ลงรอยกันสักเท่าไร  ส่วนผมบลอนต์ก็ดูลื่นไหลไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเป็นพิเศษนัก 

 

นี้สิน ะเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิง

 

เป็นดั่งสุภาษิตที่เขาเปรียบเปรยว่า

 

 มารยาหญิงนั่นร้ายกาจเสียยิ่งกว่าศัตรูในสนามรบ...

 

          ฉันยืนคอยอยู่ในท่ายืนหลังตรงอยู่ได้ระยะนึง  ก็มีบางสิ่งวูบไหวด้วยความเร็วสูง  ทันทีที่แสงแห่งอรุณเฉิดฉายจนดวงอาทิตย์ขึ้นมาเกินครึ่งดวง...ทุกสิ่งอย่างที่อยู่ตรงหน้าก็ปรากฏภาพของเหล่าขุนนางท่าทางที่ปั้นหน้าเคร่งขรึมตั้งแต่วัยกลางคนไปจนถึงวัยอาวุโสที่กำลังยืนทักทายกันไปมาอยู่ตรงลานระเบียงใหญ่ที่อยู่สูงถัดขึ้นไปจากพวกเรา  พวกเขาพูดคุยอะไรกันก็ไม่ทราบ  แต่ไม่วายชายตาลงมามองพวกเราสี่ตนที่หยุดยืนถวายความเคารพด้านล่างกันอย่างไม่หยุดฝีปาก  แววตาพวกเขาดูตระหนกและมองลงมาราวกับไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก  และในเวลาที่ไล่เลี่ยกันนัยน์ตาหวานก็พลันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อหางตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างโปร่งแสนคุ้นตาที่เพิ่งเข้ามาด้วยมาดที่มักคุ้น 

 

ท่านพี่มากับใครกันนะ

 

รึว่าจะเป็นคนจากสกุลใหญ่?

 

          แม้ใจอยากจะปาวร้องขานชื่อ  แต่ทว่าเมื่อสายตาเจ้ากรรมเหลือบไปเห็นว่าพี่ชายไม่ได้มาตัวคนเดียว  กลับกันตรงกันข้ามท่านพี่เดินขนาบมาพร้อมแขกที่แต่งกายเต็มยศแบบเดียวกันถึงสามตน  เหล่าขุนนางทั้งหลายปี่ออกไปต้อนรับพร้อมกับแลกเปลี่ยนหัวข้อสนทนากันอย่างไม่วางปาก  ในขณะที่เธอทำได้เพียงแค่ยืนรอว่าพิธีแห่งการคัดเลือกนั้นจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่  พวกเธอต้องยืนเหยียดหลังตรงพร้อมกับคอยฉีกยิ้มราวกับการประกวดนางงาม

 

 โอ๊ยยยยย เมื่อยปากจะแย่แล้ว 

 

จะเริ่มก็รีบ ๆเถอะค่ะ 

 

แม่จะได้แพ็คกระเป๋าแล้วเดินทางกลับสักทีนึง!!!

 

          สาวเจ้าบ่นอุบอิบอยู่ภายในใจ ก่อนที่จะชอนสายตาขึ้นไปมองท่านพี่ของตนเองเป็นระยะ ๆ  ไม่นานนักในที่สุดสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นก็ทำให้พวกเขาหันมาสบตากันจนได้  นัยน์ตาของชายมาดสุขุมเหลือบมองไปยังน้องสาวที่ส่งสายตาไปยังปลายเท้าที่ใส่ส้นสูงพลางทำหน้ายู่ ก่อนจะส่ายหัวน้อย ๆราวกับบอกเป็นนัยว่า เจ้าตัวชักจะเมื่อยเต็มแก่  ชายมาดขรึมหัวเราะหึ ๆในลำคอที่เห็นความงอแงของดารินนั้นยังคงมีอยู่ในตัวด้วยความอ่อนใจ  ไม่ว่าจะโตเป็นสาวขนาดนี้แล้วก็มิวายยังขี้ฟ้อง  และทำตัวติดแจเขาราวกับเป็นเด็กหญิงตัวน้อยไปได้  ทันใดนั้นสัญญาณของกลองก็กระหน่ำดังขึ้นเป็นจังหวะขับขาน  เหล่าแวมไพร์ที่อยู่ในที่นี้เริ่มหยุดการเสวนาและหยุดการใช้เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจลงอย่างรู้หน้าที่  แวมไพร์ทุกผู้ที่อยู่ตรงลานระเบียงยืนเรียงรายหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่เหล่าคุณหนูที่หยุดยืนอยู่ด้านล่างจะมีทีท่าประหม่าเกิดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงกลองที่ดังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

 

ไม่มีการขยับไหว  ไร้ซึ่งสุ่มเสียงสนทนาอื่นใด

 

รึว่าเสียงกลองที่ขับขานอยู่ตอนนี้....

 

จะเป็นสัญญาณการมาเยือนของจอมราชันย์?!

 

          เสียงรัวกลองเร้ามาจนถึงจังหวะตึงสุดท้ายยิ่งเขย่าหัวใจให้เต้นกระหน่ำแรงมากขึ้น  มีขุมพลังงานก้อนใหญ่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่ทำให้เรารู้สึกมวนท้องแปลก ๆ...และแล้วริ้วขบวนสุดท้ายของแขกคนสำคัญของงานก็เดินทางมาถึงลานพิธีกว้างที่ที่จะใช้ทำการทดสอบผู้ที่เหมาะสมแก่การขึ้นดำรงตำแหน่งพระสนมเอก  ทันใดนั้นร่มถือคันใหญ่ที่มหาดเล็กตามเสด็จพลันค่อย ๆเผยร่างสันทัดแสนองอาจให้สาวเจ้าได้ยลถึงชุดฉลองพระองค์สีรัตติกาลที่กำลังวูบไหวไปตามแรงลมที่โบกสะบัด  เรือนพระเกศาสีดำในยามคืนค่ำยามต้องแสงสุริยันจนทอแสงกลับกลายเป็นสีบลอนต์เทาแกมเข้มจัดที่กำลังย่างเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าคมสันแสนคุ้นตานัก  สันจมูกโด่งได้รูปพร้อมกับนัยน์ตาสีแปลกที่แลดูเยือกเย็นแถมดุดัน  คิ้วโก่งหนาโค้งมนจนทำให้ใบหน้าของเขาคมคายอย่างน่าประหลาด  ริมฝากที่มักเรียบตรึงจนดูเป็นชายโลกส่วนตัวสูงเสียเกินกว่าใครจะเข้าถึงตัว...ชายคนนั้นที่เจอกันบนโลกมนุษย์  ชายคนนั้นที่ช่วยเธอไว้ถึงสองครั้งสองครา  ผู้ชายเสียงทุ้มติดแกมกระเส่าชนิดที่ทุกครั้งที่คุยด้วยเราจะต้องเผลอใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่เสมอ  ร่างสูงสันทัดกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ชายผมบลอนต์ทองคนนั้นที่หาเรื่องเราในคฤหาสน์ของท่านพี่!!? เมื่อชายมากอำนาจทั้งสองพระองค์เสด็จเข้ามายังสถานที่และสัญญาณของกลองรัวจนจบลง ชายทั้งสองก็ได้รับการถวายความเคารพจากเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่  รวมไปถึงท่านพี่ที่กำลังทรุดกายต่ำลงในท่าชันเข่า!!!

          ทันทีที่มหาดเล็กเก็บร่มคันใหญ่พลางสาวถอยหลังไปประจำที่  เหล่าคุณหนูทั้งสามตนก็พร้อมใจกันย่อลำตัวคาราวะค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นราวกับจะรอจนกว่าชายตรงหน้าเราจะลงไปประทับนั่งลงเก้าอี้แห่งบังลังค์ตัวใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่ ณ จุดสูงสุดของลานพิธี  พร้อมกับชายผมบอนต์ทองเป็นประกายคนนั้นที่ทรุดกายลงนั่งประทับลงบนเก้าอี้บังลังค์ขนาดย่อมที่อยู่ต่ำกว่าถึงห้าขั้นด้วยสีหน้าขรึมพอ ๆกัน  ฉันทำอะไรไม่ถูก แม้จะถวายคำนับเออออไปตามคุณหนูตรงหน้า  แต่ทว่าการที่แคสเปี้ยนประทับนั่งลงบังลังค์อันใหญ่ตรงนั้น...ราวกับฉันเห็นถึงวาระสุดท้ายของตนเองที่กำลังจี้อยู่ที่ต้นคอ!!!

 

นี่มัน...อะไรกัน

 

งั้นที่แอชตัน และท่านพี่เรียกว่า ฝ่าบาท ฝ่าบาท

 

ก็หมายถึง แคสเปี้ยน เป็นจอมราชันย์น่ะซิ?!

 

(T___T) หมอนั่นมันกระตุกยิ้มแปลก ๆด้วย

 

ฮือออออ  ทำไมเราถึงได้อายุสั้นยังงี้นะ!!!

 

 

          เสร็จสิ้นการถวายความเคารพอันแสนยิ่งใหญ่  หญิงที่ยืนอยู่ ณ เบื้องล่างพลันเบิกสายตากว้างด้วยความตื่นตะลึงกับคำตอบที่ได้ด้วยสีหน้าที่ยิ้มไม่ออก  นัยน์ตาคมทอดมองลงไปยังสตรีนางหนึ่ง  ผู้ที่เขาอยากจะยลโฉมหน้าและรอคอยวันนี้มาโดยตลอด เมื่อสายตาคมพยามจะไล้สายตามองก็พบว่า สาวน้อยตรงหน้าเอาแต่ลุดหน้าต่ำไม่ชอนสายตาขึ้นมาทอดมองเลยแม้แต่น้อย 


อะไรกัน...ข้าสู้อุตส่าห์เฝ้ารอวันที่จะได้มองเจ้าเต็มสองตาแบบนี้


ต่อหน้าเหล่านางในและขุนนางเฒ่าถึงเพียงนี้แท้ ๆ 


หึ  แต่ดูสีหน้าของเจ้าสิ...ดวงใจข้า


ทำสีหน้าตื่นราวกับข้าจักสั่งประหารเจ้าเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้อย่างนั้นแหละ


          ร่างสูงนึกพลันเคลือบรอยยิ้มเมื่อเขาทอดมองเห็นสีหน้าดังนั้นที่ซีดเป็นไก่ต้มของสาวเจ้าที่แลดูจะทำตัวไม่ถูกไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้  แต่ทว่าสายพระเนตรก็กวาดมองไปรอบบริเวณที่เห็นสีหน้าของเหล่าขุนนางเก่าที่ยังดักดานทำงานอยู่ในรั้ววังที่แสดงสีหน้าตระหนกเมื่อได้เห็นอิสตรีจากสกุลคาร์เตอร์ที่เหมือนกับมนุษย์สาวผู้เป็นผู้ปลดพันธนาการของเขาครั้นเมื่อนานมาแล้วด้วยสีหน้าและท่าทางในรูปแบบเดียวกัน  


ผิดคาดที่มาแต่หนนี้  


แดเนียล อนุชาแห่งข้ากลับนั่งปิดปากเงียบไม่ยอมหยิบยก


การตรวจสอบเลือดบริสุทธิ์ขึ้นมาใช้ในการพิพากษาเฉกเช่นครั้นการประชุมใหญ่  


ใจคงอยากจะต้านข้าและขัดขวางมิให้นางเป็นพระสนมเอกของข้าอยู่หลายขุมนัก....


แต่ถ้าทักท้วงเช่นนั้นความเสี่ยงที่นางจักต้องโทษสถานหนักก็จะยิ่งเพิ่มหนักเข้าไปอีก....


มิมีเจตนาที่จักเขี่ยดารินโดยใช้ความตายอย่างนั้นหรือ?


แดเนียล...นี้เจ้ารักนางมากถึงขนาดนี้เชียวงั้นรึ? 


               เมื่อร่างแกร่งคิดได้ดังนั้น  ความหึงหวงก็บังตาจนเจ้าตัวรีบยกฝ่าพระหัตถ์กว้างขึ้นเชิงให้สัญญาณพร้อมส่งพระสุรเสียงก้องปาวร้องเจ้างานที่เป็นหัวเรือหลักในการจัดพิธีคัดเลือก

 

          ขุนนางฮิวต์...


          “ พะยะค่ะ ฝ่าบาท ” ขุนนางเจ้าของชื่อขยับก้าวขึ้นมาด้านหน้าพลางค้อมตัวถวายรับใช้  


            เริ่มพิธีได้แล้ว...


          พระสุรเสียงสิ้นลง  ขุนนางที่ถือพัดขนนกอันใหญ่นามว่า ฮิวต์ ผู้นั้นก็ค้อมศีรษะลงอย่างมีจริต  ชื่อนั่นเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ท่านพี่เคยเปรยกับเราเอาว่า  ไว้เนื้อเชื่อใจได้สินะ?  แต่จากการดูตามลวดลายปักทอบนเสื้อผ้าและของประจำกายที่เป็นพัดขนาดพอดีมือที่ทำจากบนนกอะไรสักอย่าง  รวมถึงจริตจะกร้านคงจะเป็นขันทีที่มีหน้าที่คัดกรองนางกำนัลที่จะเข้ามาถวายตัวในรั้วในวัง   เจ้าของผู้เป็นกรรมการกลางพลันสาวเท้าขึ้นมาด้านเพื่อถ่ายทอดบททดสอบขั้นที่หนึ่งที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นด้วยสีหน้าคลี่ยิ้ม

 

          ขอต้อนรับคุณหนูทั้งสี่อย่างเป็นทางการอีกครั้งขอรับ....ข้า  ฮิวต์  เลออนฮาร์ด เป็นหนึ่งในกรรมกลางที่จักทำหน้าที่ดำเนิน พิธีคัดเลือก และดูแลพวกท่านไปจนกว่าจักเสร็จสิ้นการทดสอบ...

 

          “ กรรมกลาง คือ ผู้ที่มีอำนาจในวังชั้นในทั้งหมด  จักทำหน้าที่ดำเนินการ  ตรวจสอบความเรียบร้อยของงานและดูแลเหล่าคุณหนูจากสกุลใหญ่ไปจนจบขอรับ  หากขาดเหลือหรือต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมในระหว่างการทดสอบ  กรุณาเรียกหาแค่กรรมการกลางเท่านั้นนะขอรับ...และเพื่อให้การทดสอบในครั้งนี้โปร่งใส  ข้าจักขออุบรายชื่อขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มีส่วนในการตัดสินความเหมาะสมของพวกท่าน....

 

          “ และถ้าทางราชสำนักจับได้ว่ามีการฉ้อฉล หรือ มีการมอบสินบนเกิดขึ้น  ทางกรรมกลางอย่างข้าจักดำเนินการลงอาญาฯหลวง  และขอตัดสิทธิ์การคัดเลือกพร้อมทั้งลงบัญชีดำท่านผู้นั้นมิให้เข้ารับราชการภายในราชวงศ์นะขอรับ....มีผู้ใดในทีนี้มิได้ยินเงื่อนไขสำคัญเมื่อครู่บ้างขอรับ? เมื่อพูดมาจนถึงช่วงสำคัญ  สีหน้าที่เคยเคลือบรอยยิ้มก็พลันหุบลงพร้อมกับยกพัดขนนกคู่ใจขึ้นมาอังไว้ที่ใบหน้าก่อนที่สายตาที่แสดงทีท่าเป็นมิตรนั้นจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อพูดถึงการทุจริต

 

มิหน่า...ท่านพี่ถึงบอกว่าเป็นคนที่ไว้วางใจได้

 

เพราะเจ้าตัวมิชอบการทุจริต  ติดสินบน หรือรับส่วยใต้โต๊ะนี่เอง...

 

 

          “ เช่นนั้น  บททดสอบขั้นที่หนึ่งในครั้งนี้ก็คือ......!!!!! ”

 

ตึง ตึ้ง ตึ่ง ตึ้ง ตึ่ง ตึง ตึง ตึง ตึง!!!

 

          “ การแสดงความสามารถต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาทขอรับ...!!!! ”

 

แปะแปะ  แปะแปะ  แปะแปะ

 

อ๋อ...ที่แท้ก็ให้แสดงความสารถ

 

เป็นหัวข้อพื้น ๆตามที่พี่แมร์รี่เคยบอกเราไว้จริง ๆ ด้วย

 

เอาเถอะ  แสดงอะไรที่เรามีทักษะที่ไม่โดดเด่น หรือเก่งกาจก็น่าจะพอ

 

ถ้าไม่ทำให้ท่านพี่ขายหน้าจนเกินเหตุ  แต่ก็ไม่ได้เลิศเลอเกินหน้าใครมากนัก

 

อีกประเดี๋ยวก็ถูกตัดสิทธิ์เองนั่นแหละ

         

          ในการแสดงนั้นจะขออนุญาตไล่ไปตามขบวนเกี้ยวประจำตระกูลที่เดินทางมาถึงวังหลวงนะขอรับ โอ๊ะ ! นี่คือลิสที่แต่ละสกุลส่งมาให้กรรมกลางได้รับทราบนะขอรับ  ข้าจักขอเปิดสาร์นตรงนี้เพื่อให้ทุกท่านเป็นสักขีพยานนะขอรับ และแล้วนางกำนัลชั้นผู้น้อยก็ค้อมตัวไปรับสาร์นที่ม้วนอยู่จากมือของลอร์ดประจำสกุลใหญ่  แล้วรีบนำมาให้ขุนนางฮิวต์ที่ยืนอยู่ ณ เบื้องหน้าได้เปิดผนึกออก

 

เอ๊ะ? เมื่อกี้ขุนนางฮิวต์ว่าอะไรนะ

 

ลิสที่แต่ละสกุลส่งมา….!?

 

ลิสอะไร  ทำไมเราไม่เห็นรู้เรื่อง!!!!

 

นี่เราไม่ได้เลือกการแสดงความสามารถเองอย่างงั้นเรอะ...!!!

 

          “ คุณหนูเรเชล ถวายการเล่นดนตรี คุณหนูแพทริเซีย ถวายการแต่งกลอน คุณหนูคาร่า ถวายการร่ายรำ  และคุณหนูดาริน  ถวายพระบรมสาทิสลักษณ์ ขอรับ....

 

          “……………!!!!! ”

 

ขวับบบบบ?!!!!

 

พระบรมสาทิสลักษณ์ หมายถึง  การวาดภาพเหมือนของพระมหากษัตริย์ นี้...!!!

 

รึว่า...หีบใบใหญ่ที่จุไปด้วยเครื่องวาดเขียนเทือกนั้น

 

แท้ที่จริงแล้วท่านพี่มิได้ใจดีให้เรามาใช้ฆ่าเวลาเล่น!!

 

แต่ต้องการให้เราวาดรูปถวายต่อหน้าจอมราชันย์ต่างหาก!!!!!

 

ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!  

 

ท่านพี่......!!!!!!!

 

          เมื่อสาวเจ้ารับรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของชายผู้พี่ ก็รีบค้อนขวับชอนสายตาเกรี้ยวกราดขึ้นไปมองชายมาดขรึมที่นั่งอยู่ด้านบนทันที!!!  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลที่เคยสุกสกาวกำลังกร้าวไปด้วยความกรุ่นเคือง  ทำเอาลอร์ดจาริสที่นั่งอยู่เงียบ ๆ พอเห็นสายตาพิฆาตรที่มีเปลวไฟลุกโชกช่วงอยู่ในแววตาของหญิงผู้น้องฉายขึ้นมาก็พลันหลุดขันในลำคอเล็กน้อย


ดูสีหน้าและแววตาของเจ้าซิ  รินเอ๋ย...

 

เจ้าคงจะเคลืองพี่น่าดูเลยซิ...ที่รู้ทันเจ้าไปเสียทุกเรื่องแบบนี้

 

          หื้ม?  ขบขันอะไรกันลอร์ดจาริส...ลอร์ดสเตนาร์ท ร่างสูงผิวเข้ม  ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณหนูเรเชลเอ่ยพลางขมวดคิ้ว  ก่อนจะหันไปหาชายมาดขรึมที่หัวเราะรวนในลำคอด้วยความสงสัย  

 

          ฮ่า...นั่นสินะ  ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ชายมาดขรึมเลี่ยงคำตอบ  ก่อนจะเบือนหน้าลานกว้างที่บัดนี้  การแสดงของคุณหนูรายแรกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับสายตาคมของเหล่าขุนนางนับร้อยที่จับจ้องไปยังจุดจุดเดียวกัน

 

          “ ? ” เมื่อเจ้าของคำถามไม่ได้ซึ่งคำตอบที่ต้องการ  ทันใดนั้นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็ปรายสายตาลงไปยังลานกว้างที่อยู่ด้านล่าง เพื่อลอบมองแขกหน้าใหม่ที่มีสีผมโดดยิ่งกว่าเรเชลด้วยแววตาลุ่มลึก

 

          ขณะที่ร่างอ้อนแอ้นของหญิงวรรณะสูงกำลังถวายเสียงดนตรีด้วยท่วงท่าที่งามสง่า  เรียวนิ้วที่กดคลึงสายดีดของเครื่องดนตรีช่างไพเราะจับจิตจนแม้แต่เหล่าขุนนางชั้นผุ้ใหญ่จำต้องพยักหน้ารับพึงพอใจในความสามารถ  ไม่นานนัยน์ตาสีบลอนต์เทากรอกสายตาไปมาด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะเอนแผ่นหลังพิงพำนักเก้าอี้ของตนเองเพื่อนั่งฟังแบบผ่าน ๆ โดยที่เส้นผมสีบลอนต์ทองนั้นสยายไล้อยู่ตรงช่วงบ่ากว้าง 

 

คงเป็นเพราะข้าสำมะเลเทเมาเคล้านารีที่แดนใต้มามาก

 

บัดนี้ถึงได้เบื่อหน่ายเสียงดนตรี การรำร่าย และเครื่องประทินผิวเสียแล้วกระมัง 

 

          นัยน์ตาของเจ้าชายแสดงความหน่ายจนเต็มกลืน  ทันทีที่เสร็จสิ้นเสียงดนตรีที่ขับขานเสียงปรบมือชอบใจก็ดังเป็นพัลวัน  ใบหน้าได้คมสันเหลือบสายตาลอบมองกรอบหน้าของเสด็จพี่ที่ไม่ได้แสดงสีหน้าว่าชอบหรือไม่ชอบการแสดงเมื่อครู่  เมื่อเห็นดังนั้นเจ้าชายจึงได้แต่ภาวนาให้การทดสอบแสนน่าเบื่อนี้จบโดยเร็ว  ไม่นานนักรายต่อไปก็สำแดงความสามารถด้วยการประพันธ์กลอนอันแสนคมคายของคุณหนูแพทริเซีย

 

                             “…แสงจันทร์ทาบทาพาใจเศร้า            

            หรือใจเราพาให้จันทร์นั้นหม่นหมอง
           จันทร์เฉิดฉายละไมแสงยามต้องมอง              
           แต่ในคลองน้ำตาจันทร์พร่ามัว


                       ใต้จันทร์เสี้ยวเกี่ยวใจจนฉีกขาด            

             ใต้ดาวดาษจันทร์ทอแสงสลัว
             ใต้จันทร์เพ็ญใจข้ายังนึกกลัว                        
             สั่นระรัวร้อนรนเพราะไกลจันทร์...  ”

 

          บทกลอนสัมผัสนอก สัมผัสใน แอบแฝงเคลือบไปด้วยความนัยที่สวยหรูคมคายจนเผลอสะกิดใจชายเจ้าสำราญอย่างเจ้าชายแดเนียลให้หันเหมาหาอยู่ชั่วครู่นึง  ร่างแกร่งในชุดฉลององค์สีนิลเรียบรายจ้องมิวางสายตา  มีเพียงความเงียบปกคลุมจนทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นอึดอัดไปครู่นึง  ก่อนที่ฝ่ามือหนาของเจ้าชายจะปรบมือชื่นชมในศิลป์อักษรที่ถูกขับขานเมื่อครู่พลางหันไปหาพระเชษฐาที่ประทับอยู่บนบังลังค์ใหญ่  

 

          กลอนนั่นเพราะจริง ๆใช่ไหมพะยะคะ...เสด็จพี่  

 

แปะแปะ  แปะแปะ  แปะแปะ

 

        เพราะมากเลยล่ะ....พระสุรเสียงทุ้มขานกลับโดยที่แววตานั้นยกยิ้มตามไปด้วย  สีหน้าและแววตาจดจ้องกันไปกันมาอยู่ชั่ววูบนึง  ทำให้ชายเจ้าสำราญหันกลับมาพิงพำนักของตนเองที่ดูเหมือนว่าการยั่วประสาทในครั้งนี้จะไม่มีผลอะไรกับแคสเปี้ยนเลยแม้แต่น้อย

 

          “...แต่ว่ามันจักดีหรือพะยะค่ะ  ที่พระองค์ปรบมือชอบใจแบบนี้? ลูคัสเอ่ยถามพลางกระซิบเมื่อเขาเห็นบทสนทนามิสู้ดีเมื่อครู่

 

          “ มิเห็นต้องกังวัลนี่ลูคัส....ดีเสียอีกที่ข้าจักได้มีสกุลใหญ่หนุนหลังเพิ่ม ”  คำตอบจากเจ้าชายที่ดูจักไม่สะทกสะท้านกับกลอนบอกความรู้สึกที่อีกฝ่ายขับขานผ่านตัวอักษร  ทำให้ลูคัสรู้สึกหนักอกยิ่ง  แม้นครั้งนี้จอมราชันย์จักมิได้ทรงกริ้วหลังจากได้ยินคำประพันธ์เมื่อครู่ก็ตาม...แต่ว่าการเปิดตัวว่าพึงใจให้กับเจ้าชายซึ่ง ๆหน้าแบบนี้  มันจะส่งผลดีจริง ๆงั้นหรือ?!!

           

          เอ่อ...ฝ่าบาท? เสียงของฟรานซิสเอ่ยอย่างอัดอั้นเมื่อไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบนี้  แต่ทว่าผิดคาดที่องค์เหนือหัวของเขาดูสงบเงียบมากกว่าที่คิด

 

          เงียบก่อนฟรานซิส...

 

          “ พะยะค่ะ

 

          พระสุรเสียงแกมดุดังขึ้นทำให้พระราชมนูคนใหม่จำต้องสงบปากสงบคำและยืนอยู่เคียงข้าง ร่างสูงมิได้โกรธาหรือมิชอบใจกับการกระทำเมื่อครู่  แต่เมื่อเห็นสีหน้าของลอร์ดบารอนเองก็มิสู้ดีที่ได้ยินกลอนเมื่อครู่ที่ถูกขับขาน  หรือแม้แต่สีหน้าของขุนนางที่ฟรานซิสเคยบอกว่าหนุนสกุลรัชเชรดอยู่ก็มีสีหน้าซีดเซียวมิแพ้กัน 

 

แสดงว่าความปรารถนาของนางที่ถูกส่งผ่านมาพร้อมกลอนเมื่อครู่นั้นเป็นของจริง....

 

          จอมราชันย์มิได้ทรงกริ้วที่เห็นหญิงต้องการกำลังส่งคำตัดพ้อถึงอนุชาของเขาเลยแม้แต่น้อย  ในทางกลับกันชายมากขรึมรับรู้พลางลอบยิ้มให้ความนัยที่ซ่อนเร้นผสมกับความคิดอันแยบยลที่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้

 

บทกลอนเมื่อครู่นั้นไพเราะจริง ๆ

 

ถ้าแต่ตีความหมายดี ๆ และช่างสังเกตอีกสักนิด...

 

จะเห็นว่ากลอนเมื่อครู่มิได้แต่งให้ข้า....

 

หึ หึ หึ  เข้าใจแล้ว  เจ้าปรารถนาเช่นนี้สินะ  แพทริเซีย...

 

เห็นทีว่า เจ้าก็ดูเป็นตัวเลือกที่ดีเกินกว่าที่ข้าคิดเอาไว้...

 

        

__________________________________________________________________________________

  Writter: เอาแล้ว  เมื่อแพทริเซียบอกเป็นนัย ๆว่า หมายปองเจ้าชายอยู่  นางออกตัวเบอร์แรงขนาดนี้  แล้วแคสเปี้ยนเราจะทำยังไงนะ?  แดเนียลจะทำยังไง? แล้วใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในวังหลวง  รอติดตามกันเอาเด้ออออ  จุ๊บ >3<

      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:43
    Happy​newyearน้าไรท์อยู่ด้วยกันไปนานๆน้้าา😘❤️💞
    #87
    1
    • #87-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 36)
      1 มกราคม 2562 / 01:30
      HNY มีความสุขมากๆน้า :)
      #87-1