ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 35 : ตอน บททดสอบขั้นที่ 1 (2) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    20 เม.ย. 62



 เรเชล โจนส์


ขณะที่ท้องนภาในยามค่ำคืนกำลังถูกเงามืดกลืนกินอยู่นั้น  เลือดบริสุทธิ์ที่แล่นอยู่ภายในกายสาวก็พลันสำแดงเดช  พระโลหิตไร้มลทินกำลังกัดกินความเป็นมนุษย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในร่างของอัปสรที่กำลังหลับใหล  ความฝันที่เคยหลอกหลอนพลันถูกปลดผนึกให้เจ้าของเรือนร่างหวนกลับคืนมายังความฝันประหลาดในวัยเด็กอีกหน  ร่างอรชรพลันร้อนลุ่มจนเหงื่อชุ่มไปทั่วร่าง....ร่างกายที่เคยเป็นมนุษย์กำลังตอบสนองโลหิตเข้มข้นที่กำลังคลุ้มคลั่งจากด้านในเพื่อพัฒนาขีดกำจัดของผู้ที่ได้ดื่มด่ำในรสเลือดชั้นสูง....

 

กรรซ์  กรรซ์ ท่ามกลางความมืดทมิฬ มีดวงตาสีแดงกล่ำกำลังจดจ้องราวกับสัตว์ร้ายที่รอจังหวะที่จะขย้ำเหยื่อเต็มไปหมด

 

ความเย็นเหยียบที่ฉาบอยู่โดยรอบกำลังทำให้ตัวฉันพอจักมีสติอยู่บ้าง...

 

ฝันนี้อีกแล้วเหรอ? 

 

เมื่อมีสติได้ดังนั้นความฝันใฝ่ที่เคยน่ากลัวก็เปลี่ยนผันมาเป็นความกล้าให้หญิงสาวเดินหน้าต่อ...  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลดูแกร่งขึ้น  แม้จักรู้สึกหวาดหวั่นกับเสียงขู่คำรามในลำคอของสัตว์ร้ายนับร้อยที่เร้นตัวอยู่ในความมืดมิดก็ตามที  เมื่อเห็นความกล้าไร้ซึ่งความกลัวในแววตา  เหล่าอสูรร้ายที่จับจ้องอยู่ก็ปลีกกายหลีกทางให้สาวเจ้าเห็น  ใช่แล้ว  ผู้ใหญ่อกสามศอก  บ่ากว้างท่าทางอาจองคนนั้นกำลังยืนหันหลังให้เรา...

 

หอมจัง...กลิ่นอะไร

มาจากผู้ชายคนนั้นงั้นเหรอ....?

 

ข้อมือเล็กพลันบีบแน่นเพื่อสะกดความกลัว  หนนี้จะต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันที่ทำให้เรากลับมาฝันร้ายซ้ำ ๆ ซาก ๆอยู่ได้!!!!

 

หึ หึ....มาทางนี้ซิ  เสียงหัวเราะรวนดังขึ้นในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนหรือเบือนหน้ามาหา  ร่างบางวิ่งพรวดพราดหมายจะดึงท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่ายให้หันมา  แต่ทว่าฝ่ามือของเธอกลับคว้าได้แค่ความว่างเปล่า?!

 

หมับ!!! หวืดดดดดด?!

 

นายเป็นใคร!!.....อ๊ะ!! หายไปไหนแล้ว?  

 

ทางนี้... เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับกลั๊วหัวเราะราวกับกำลังขบขัน  เสียงพูดเมื่อครู่พร่ำบอกมาอยู่ทางนี้ ๆอยู่ได้!!!  เสียงสะท้อนก้องกังวานจนฉันจับจดไม่ถูกว่าอีกฝ่ายซ่อนกายของตนเองในทิศไหนกันแน่!!!

 

ทางนี้ต่างหากเล่า...

 

บ้าชิบ!!!  ทำไมไวยังงี้นะ!!! อยู่ไหนกันแน่!!!?

 

 

ต้องการอะไรจากฉะ.....?! ” 

 

หมับ!!!!

 

ร่างอรชรได้แต่หันขวับซ้ายแลขวาไปมาราวกับกำลังจะเสียสติ  ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ไร่วี่แววของเจ้าของเสียงที่เรียกขาน  เอวบางกำลังกระสับกระส่ายอยากจะได้คำตอบจนเผลอมีช่องโหว่  สัมผัสเย็นยะเหยียบจากปรายนิ้วของอีกฝ่ายที่โอบจากด้านหลังแล้วใช้ฝ่ามือเชยปลายคางเธอให้เงยหน้าขึ้นมามองในระยะเผาขน  กลิ่นหอมอ่อน ๆที่โชยเข้าจมูกมากำลังทำให้ร่างอรชรใจเต้นโครมครามจนแทบบ้า  กรอบหน้าคมคายของชายปริศนากำลังทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก!!! 

 

โครงหน้าแบบนี้  สันจมูก เรียวคิ้ว ริมฝีปาก และกลิ่นอายหอมจาง ๆแบบนี้

 

 ดวงตาสีแปลกและสีหน้าแบบนี้

 

นี้มัน  แคสเปี้ยน ?

 

  นัยน์ตาคมทอดมองลงมาด้วยแววตาอ่อนโยน  พลางแสยะยิ้มจาง ๆที่มุมปาก  เสียงแหบกระเส่าเพียงไม่กี่คำกำลังเขย่าดวงใจดวงน้อยให้สั่นสะท้าน

 

          เจ้าไงล่ะที่ข้าต้องการ...ดาริน  คาร์เตอร์

 

(สะดุ้งโหยง!!)

 

          เฮือออกกกก!!!! แฮ่ก...แฮ่ก.... แรงสะดุ้งพร้อมกับสีหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อทำให้สาวเจ้าได้สติหลุดจากฝันประหลาดที่บทสรุปสุดท้ายไม่ได้จบลงอย่างที่เคยเป็น  แมร์รี่แวมไพร์สาวที่ฟุบหลับอยู่เคียงข้างพลันบีบฝ่ามือของเธอพร้อมสีหน้าตื่นตระหนก

 

คุณหนู  คุณหนูเจ้าคะ....ฝันร้ายรึเจ้าคะ?

 

แฮ่ก...ไม่รู้สิ

 

แน่ใจนะเจ้าคะคุณหนู....

 

(หงึก ๆ ) ฝ่ามือหนาบอกปัดพลางกุมขมับของตนเองเพื่อใช้ความคิดชั่วครู่  ผ้าซับเย็นยะเหยือกถูกกดลงมาที่กรอบหน้าด้วยน้ำหนักที่แผ่วเบา 

 

เช่นนั้น  ข้าไปเตรียมน้ำให้อาบชำระนะเจ้าคะ... แมร์รี่ดูงุนงงอยู่ครู่นึงก่อนจะไม่ได้ซักไซร้อะไรให้มากความ  ข้ารับใช้สาวลุกพรวดขึ้นไปเปิดม่านระบายอากาศให้ถ่ายเทมากกว่าเดิม  ก่อนจะเทน้ำลงในอ่างแช่ตัวเพื่อเตรียมปรนนิบัติให้คุณหนูท่านพร้อมสับก่อนถึงกำหนดเวลา

 

ฝันอะไรของเราเนี้ย 

 

รึเป็นเพราะจิตเราว้าวุ่นอยู่กับหมอนั่นมากจนเก็บมาผสมโรงกันแบบนี้นะ

 

          เอวบางได้แต่ขบคิดหาเหตุผล  ก่อนที่ปล่อยร่างกายอันเปลือยเปล่าแช่ลงในอ่างน้ำทรงสูง  เรือนผมสีแสรดถูกชะล้างอย่างประณีตพร้อม ๆกับร่างสมส่วนที่แมร์รี่ค่อย ๆทำหน้าที่ทำความสะอาดจรดทุกกระเบียดนิ้ว  มินานนางกำนัลหนึ่งถึงสองตนก็เอ่ยปากขออนุญาตนำเครื่องราชและชุดแต่งองค์สำหรับการทดสอบก็ดังขึ้น

 

          ขออนุญาตเจ้าค่ะ // ขออนุญาตเจ้าค่ะ

 

          ชุดอาภรณ์ถูกพาดอยู่บนท่อนแขนของนางกำนัลทั้งสองพร้อมกับเครื่องประดับที่เป็นตราประจำตระกูลคาร์เตอร์  ทันทีที่ฉันถูกซับกายที่ชุ่มไปด้วยน้ำเมื่อครู่จนแห้งสนิท  นางกำนัลแวมไพร์อีกสองตนก็เข้ามาจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องและจัดการทำผมเพร้าเพื่อแบ่งเบาภาระของข้ารับใช้สาว  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลเหลือบมองเสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยความวิจิตร  บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และไลฟ์สไตล์ประจำตระกูลเธอได้เป็นอย่างดี  ทั้งการตกแต่งลายฉลุของผ้า ไปจนถึงการจับจีบฝีเย็บต่าง ๆ  ถึงสีที่อยู่บนเดรสยาวตัวนี้กลับแสดงถึงความเรียบง่าย แต่เรียบหรูตามวิสัยของท่านพี่และคุณหญิงท่านที่ชอบ นัยน์ตาหวานกวาดมองรอบตัวเพื่อไล้มอง 

 

          ชุดนี่ของตระกูลเราสินะ


          ใช่แล้วเจ้าค่ะ...ท่านจาริสบอกว่าคุณหนูควรใส่ชุดที่มีสีสันเจ้าค่ะ พี่แมร์รี่ขานตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบนใบหน้า  เจ้าตัวรู้สึกอิ่มเอมเมื่อนึกถึงใบหน้าเคร่งขรึมของนายท่านที่กำชับช่างตัดเย็บประจำตระกูลว่า  ชุดที่ได้ขอสีสันสดใสดูสว่างวาบมาแต่ไกล...  ดูจากความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อย  ทำให้แวมไพร์สาวที่รับใช้ตระกูลคาร์เตอร์มาได้สักระยะยังแอบอมยิ้มในความละเมียดของนายน้อยที่แลดูเอ็นดูคุณหนูของเธออย่างดีราวกับเป็นน้องสาวแท้ ๆที่คลานตามกันมาตั้งแต่เกิด

 

ท่านพี่งั้นเหรอ...ผิดคาดแหะที่ครั้งนี้เราไม่ต้องใส่เดรสสีทึม

 

ช่วงบนเป็นผ้าซีทรูสีเขียวมิ้นท์อ่อนประดับด้วยลวดลายปักเย็บรูปดอกไม้สีสดตั้งแต่ไหปลาร้าไปจนถึงข้อมือ  ในขณะที่ช่วงล่างมีผ้าสีเขียวมิ้นแกมเข้มยาวจนไปกองอยู่ที่พื้นกว้าง  นางกำนัลที่ใส่เครื่องประดับให้เสร็จก็ก้มตัวลงไปจับชายกระโปรงให้สยายออกเป็นจีบ

 

          ข้านึกว่า  พิธีคัดเลือกต้องใส่ชุดที่ราชสำนักจัดหาให้เสียอีก

 

 

          การทดสอบครานี้  ทั้งจอมราชันย์ เจ้าชาย และแขกผู้ใหญ่มากันครบองค์ประชุมเจ้าค่ะ...ฉะนั้นแต่ละตระกูลก็ต้องแต่งให้งามเป็นพิเศษ

 

เอ๊ะ? เจ้าชายงั้นเหรอ? 

 

          จอมราชันย์มีพระโอรสด้วยเหรอ....?

 

          มิใช่เจ้าค่ะ  เจ้าชายเป็นพระอนุชาแท้ ๆของจอมราชันย์เจ้าค่ะ นางกำนัลที่กำลังจับไรผมสีเด่นของร่างบางเอ่ยพลางก้มหน้าง่วนกับกิจในมือของตนเองต่อ

 

          แล้วครานี้...พระบรมวงศานุวงศ์มากันกี่ตนงั้นรึ

 

          คุณหนูดารินเจ้าคะ  ถามอันใดเช่นนั้นล่ะเพคะ  พระบรมวงศานุวงศ์ ไวแอตเทนเจอร์ ตอนนี้ที่มาได้ก็มีอยู่ผู้เดียวเจ้าค่ะ แมร์รี่เอ่ยแย้งเมื่อเห็นว่าคุณหนูท่านเอ่ยถามเรื่องที่คุณหญิงท่านเคยเอ่ยปากพร่ำสอนตอนอยู่คฤหาสน์ไปหนนึงแล้ว  แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูดารินจะไม่ได้ใส่ใจรับฟังเลยแม้แต่น้อย  เมื่อจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องครบครันตามหน้าที่  นางกำนัลก็ผายมือให้สาวเจ้าเดินตามพวกนางไปยังริ้วขบวนที่มีนายทหารร่างกำยำรอรับการมาเยือนอยู่ด้านหน้าตำหนักใหญ่

 

เฮือกกกกกก !!!  น่ะ...นามสกุลนั่น 

 

ยังงี้ก็แสดงว่า แคสเปี้ยน เป็นน้องชายแท้ ๆของจอมราชันย์น่ะซิ!!!!

 

ฐานที่ทำร้ายแวมพร์วรรณะสูงกว่า  โทษคืออะไรนะพี่แมร์รี่   แม้เจ้ตัวจะเดินตามหลังมาได้หลายขุมก็มิวายกระสับกระส่ายหัวไปถามเรื่องกฏมณเฑียรบาลที่ครั้งนึงข้ารับใช้สาวเอ่ยเอื้อนเอ่ยให้เธอฟัง

 

นี่มิใช่เวลามาตอบคำถามนะเจ้าคะคุณหนูดารินก็  ถามอันใดมิเห็นเข้าท่าเลยเจ้าค่ะ แมร์รี่พึมพำบ่นเสียงอุบอิบเมื่อจู่ ๆ คุณหนูท่านก็คาดคั้นถามสิ่งมิเป็นสิริมงคลตั้งแต่รุ่งสาง

 

ตอบมาเถอะ  เผื่อเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อคืนอีกข้าจักได้ใช้...เอ่อ  อ้างกฎนี้ไง  ร่างอรชรพยายามตะล่อมพร้อมหยิบยกเหตุผลอันมีน้ำหนักขึ้นมาเสริม

 

คุณหนู  ไหนบอกจักมิทำอีกเช่นไรล่ะเจ้าคะ!!? หูยยยย ข้ามิเอาด้วยแล้วนะเจ้าคะ  หัวใจจักวายตายเจ้าค่ะ

 

แค่สมมติ  สมติน่ะสมมติ!!! ”

 

สมมติ คืออันใดเจ้าคะ?

 

ก็เผื่อเกิดขึ้นไง...แบบคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า เผื่อเกิดขึ้นจริงจักได้แก้ไขถูก


“ (=__=^  ) ใยต้องคาดการณ์เหตุการณ์ร้าย ๆไว้ล่วงหน้าด้วยเจ้าคะ  ข้าน้อยมิเห็นจักเข้าใจเลย?

 

พี่แมร์รี่…!!! ” เสียงหวานเอ่ยแกมตวาดเมื่อเห็นว่าแมร์รี่ข้ารับใช้สาวเอาแต่ซักไซร้จนมากความ

 

เจ้าค่ะ ๆ ก็ถ้าแวมไพร์ตนใดถือวิสาสะทำร้ายแวมไพร์ที่อยู่วรรณะสูงกว่า  โทษสถานหนักคือ  ประหาร สถานเดียวเจ้าค่ะ เมื่อทราบถึงคำตอบ  ภาพซ้ำของเมื่อคืนค่ำก็ฉายซ้ำย้อนกลับไปกลับมาราวกับมีคนกำลังกลอหนังม้วนเก่าให้แล่นอยู่ที่เดิมหมายจะตอกย้ำความนัยที่ร่างแกร่งเคยเอ่ยปาก

 

       “ ดาริน  คาร์เตอร์....แล้วเจ้าจักต้องได้ชดใช้ให้ข้าแน่ ” เสียงทุ้มที่เอ่ยพร้อมแย้มริมฝีปากขึ้นจนกลายเป็นแสยะยิ้มรับกับนัยน์ตาที่สะท้อนถึงความเจ้าเล่ห์แกมร้ายกาจนั่น...

 

รึว่าประโยคสุดท้ายที่หมอนั้นเอ่ยเมื่อคราวนั้นจะหมายถึง...

 

ถ้าเจอกันหนหน้าจะกราบทูลต่อฝ่าบาท?!!!!

 

ตายแล้วรินเอ๊ยยยยยยยยยยยยย!!!!!!  ทำไมเรื่องโง่เนี้ยถนัดนัก!!!

 

แคสเปี้ยนเป็นน้องชายแท้ ๆกับจอมราชันย์นี่เอง!!!

 

T__T ท่านป้าอุตส่าห์กำชับนักกำชับหนาว่า อย่าก่อเรื่อง

 

ฮืออออออออออ!!!! ทำไงดี  ใช่สิ!!!


เราต้องหาทางหนีการประจันหน้า!!!

 

ข้า  ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลย...ปะ ปวดท้องมากเลย  อูยยยยย  โอ๊ยยยยย ร่างบางที่กำลังเยื้องย่างออกจากตำหนักใต้ไปได้มินานก็พลันเอาฝ่ามือทั้งสองข้างกุมอยู่ที่ช่องท้อง 

 

คุณหนูดาริน? // เป็นอะไรไปรึเจ้าคะ?? น้ำเสียงโอดครวญที่ดังอยู่ด้านหลังพร้อมกับสีหน้าโอดโอยจะเป็นจะตายทำให้เหล่านางกำนัลที่นำขบวนอยู่พลันหันมาด้วยสีหน้าตระหนกทำอะไรไม่ถูกเป็นยกใหญ่

 

พาข้ากลับไปพักเถิด...ข้าปวดจริง ๆ ใครก็ได้ โอยยยยย  ปวดเหลือเกินร่างอรชรแสดงสีหน้าเหยเกก่อนจะเดินเซไปคว้าท่อนแขนของแมร์รี่ข้ารับใช้คนสนิทเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ

 

เป็นดั่งที่ท่านจาริสและคุณหญิงคาดไว้จริง ๆด้วย....ว่า คุณหนูจักต้องอ้างการปวดหัว เป็นไข้ ปวดแข้ง ปวดขา หรือไม่ก็ปวดท้อง  แมร์รี่มิได้เอ่ยออกมาจนจบประโยค  แต่สีหน้าที่คลียิ้มรับพร้อมกับแววตาที่จับพิรุธทำให้ร่างอรชรเผลอขมวดคิ้วเป็นปมโดยลืมสิ้นซึ่งความเจ็บปวดที่แสดงออกเมื่อครู่ไปชั่วขณะ

 

“ ????? ”

 

อ้าว  มิปวดท้องแล้วรึเจ้าคะคุณหนู (^    ^)”

 

(สะดุ้ง)!!!

โอ๊ยยยยยย ปวดดดดด  ทหารอยู่ไหน....ตามหมอให้ข้าที  ทรมาณเหลือเกิน....

 

หมับ!!!?

 

          “…………..!!!? ” หญิงร่างเล็กพลันสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ ๆ สาวใช้คนสนิทก็เปลี่ยนมาจับท่อนแขนของเธอกึ่งประคองชนิดที่แน่นเสียจนเหมือนกับจะไม่ยอมปล่อยให้เธอปลีกวิเวกออกไปจากริ้วขบวนที่กำลังเดินหน้าไปยังลานพิธีอันสำคัญ

 

หึ หึ  งั้นไปลานพิธีกันเจ้าค่ะ....ที่นั่นมีหมอหลวงฝีมือดีนับสิบตนรออยู่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู 

 

“ (=____=^    ) เอ่อ...คือ

 

มาเจ้าค่ะ ไปหาหมอหลวงกันเถิดเจ้าค่ะ....เดินขบวนต่อได้เลยเจ้าค่ะ   แมร์รี่คลี่ยิ้มอย่างรู้เท่าทันก่อนจะหันไปหาเหล่านางกำนัลหลวงที่ดูงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น 


สุดท้ายแล้วตัวเราก็ถูกกึ่งลากกึ่งจูงมายังลานโล่งแจ้งแสนกว้างใหญ่ที่บัดนี้ผืนฟ้าที่เคยฉาบด้วยสีดำกำลังถูกแสงแห่งอรุณละเลงให้เป็นแสงสีทองขึ้นทีละนิดเผยให้เห็นร่างสมส่วนที่แวมไพร์สาวกำลังยืนตะหง่านอยู่ ณ ใจกลางลานกว้างด้วยท่วงท่างามสง่า  เบื้องหน้าขั้นบันไดนับร้อยที่ไล่ระดับจนกลายเป็นที่สูงเนินขึ้นไปจนเห็นบังลังค์กว้างที่อยู่ ณ จุดสูงสุด  เมื่อได้กลิ่นอายหอมประหลาดของแขกหน้าใหม่สตรีวรรณะสูงทั้งสามตนก็ค่อย ๆเบือนหน้าได้รูปของตนเองมายังริ้วขบวนสุดท้ายที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงด้วยสีหน้าและแววตาที่แตกต่างกัน  ชุดอาภรณ์และเครื่องประดับที่อยู่บนเรือนร่างบ่งบอกถึงสถานภาพทางการเงินและอำนาจของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีว่ามิมีใครในที่นี้สามารถสะกดสายตาให้ห่างไปจากพวกนางได้เลย 

 

แม่เจ้าโว๊ยยยยย  ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ ๆ ยิ่งเห็นเลยว่าต่างกับเราลิบลับ

 

ทั้งทรวดทรงองเอวนี้คอดเว้าชนิดที่ไม่รู้ว่ามีไส้รึเปล่า

 

หน้าอกหน้าใจก็ใหญ่บะลึ่มหึ่ม  


ตัดภาพมาที่เราที่พอเทียบกันแล้วกลายเป็นกระดานไม้ดี ๆ นี่เอง (– “ –)  

 

ผู้หญิงผมบลอนต์ดูลุคคุณหนูอ้อนแอ้นแบบในตัวการ์ตูนที่ดูบอบบาง

 

ส่วนยัยผมน้ำตาลนี้ก็เอาแต่มองเราด้วยหางตาชนิดที่จิกเสียยิ่งกว่าไก่  


ลุคดูเอาแต่ใจและเหวี่ยง ๆชอบกล

 

ส่วนคนสุดท้ายดูนิ่ง ๆ เหมือนพวกน้ำนิ่งไหลลึกเลยแหะ...

 

บรรยากาศโคตรอึดอัดเลย...โอย  อยากจะบ้าตาย

 

เรือนผมสีบลอนต์อ่อน คือ คุณหนูคาร่า  จากสกุลดีแลนเจ้าค่ะ....เรือนผมสีน้ำตาลอ่อน คือ คุณหนูเรเชล จากสกุลโจนส์ และเรือนผมสีดำ คือ คุณหนูแพทริเซีย  จากสกุลรัชเชรดเจ้าค่ะ....แสดงความเคารพด้วยนะเจ้าคะ  พวกนางอาวุโสกว่าคุณหนูตั้งเกือบพันกว่าปีเจ้าค่ะ เมื่อเห็นคุณหนูดารินกำลังค่อย ๆก้าวเท้าสามขุมเข้าไปทีก้าวแวมไพร์สาวที่เป็นผู้ติดตามก็กระซิบกระซาบแนะนำชื่อเสียงเรียงนามของคุณหนูตระกูลให้ให้ร่างอรชรได้รู้จักทีละตนพลางแนะนำการแนะนำตัวที่ควรสร้างความประทับใจแรกด้วยการนอบน้อม

 

เมื่อสาวเจ้าได้ยินดังนั้นถึงจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นมาคุที่ไม่ได้แสดงความเป็นมิตรฉายแสงตั้งแต่แรกพบก็ทำให้ร่างบางจำต้องย่อตัวพลางค้อมศรีษะลงต่ำกว่าเพื่อแสดงความคาราวะ


ถวายความเคารพเจ้าค่ะ....ข้าดาริน  คาร์เตอร์

 

หึ บังอาจนักที่คิดจักยืนเทียบรัศมีพวกข้า...เจ้าแวมไพร์วรรณะต่ำ ในขณะที่ร่างบางยังแนะนำตัวยังมิทันได้จบประโยคดี  เสียงเสียดสีก็ดังสวนขึ้นในทันควันพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกจากจมูกอย่างมีน้ำโห

 

มิเอาหน่า  ท่านพี่เรเชลก็....เจ้าพี่อย่าได้ถือสานางเลยเจ้าค่ะ นางคงเผอเรอลืมตนไปว่าเป็นบุตรีบุญธรรมของสกุลใหญ่แล้ว  จักเปลี่ยนอะไร ๆในตัวได้กระมัง คาร่าพยายามปราม  แต่ก็มิวายชำเลืองมองด้วยคำเหน็บแนมแกมดูถูกอีกฝ่ายเช่นกัน  นึกรังเกียจอีกฝ่ายที่เป็นแค่หนูในท่อแต่กลับมีโชคได้เข้ามายังพิธีคัดเลือกตำแหน่งพระสนมเอกอย่างง่ายดายจนน่าหมั่นไส้นัก

 

“…………..”  ร่างบางมิได้แสดงถ้อยคำหรือสีหน้าโต้ตอบ  ทำเพียงแค่ยืนสดับรับฟังเงียบ ๆ ในขณะที่ปลายเท้าของเธอเองก็ยังมิขยับถอยออกจากจุดที่เดิม 

 

ถ้าเจ้าริขึ้นมายืนเทียบเสมอชั้นกับข้าอีกล่ะก็....ข้าจักเอาเลือดเปื้อนราคินของเจ้าออกเสีย แวมไพร์วรรณะสูงผู้หยิ่งผยองเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเจือโทสะ

 

หึ  คิดว่ากลัวรึไง!!


คำนึงก็วรรณะ  คำสองก็เลือดอีก!!!

 

ตบเซ่!!! แน่จริงก็ตบบบบ!!!!

 

คนจริงเขาไม่พูดเยอะหรอกเว้ย  เจ็บคอ  ดารินนึก

 

“……………” สาวเจ้ามิตอบโต้ทำเพียงแค่ยิ้มจาง ๆพลางชอนสายตาแล้วหยักคิ้วสู้อีกฝ่ายด้วยความสงบเงียบแทน  ทีท่าแปลกประหลาดจากหญิงตรงหน้าที่ไม่มีทีท่าเจียมกะลาหัว  ยิ่งเพิ่มแรงคุกรุ่นให้กับหญิงตรงหน้าที่เป็นคุณหนูประจำตระกูลใหญ่มาตั้งแต่กำเนิดให้ยิ่งโหมกระหน่ำเปลวเพลิงที่สุมอยู่ในทรวงให้ลุกหือขึ้นเป็นเท่าทวี!

 

มองข้าด้วยตาแบบนั้นทำไม...นังเลือดโสโครก เรเชลเอ่ยพลางกัดฟันกรอดพลางเหยียดยิ้มด้วยสายตาน่าเกรงขาม บัดนี้มือไม้ที่อยู่ข้างตัวนั้นแทบจะเก็บอาการอยากจะตบหญิงตรงหน้าที่เอาแต่ตีหน้านิ่งทำมิรู้ร้อนรู้หนาวผู้นี้ให้รู้จักเจียมถึงสถานะของตนเองเสียเนื้อสั่นสะท้าน

 

ท่านพี่เรเชล...ใจร่ม ๆเจ้าค่ะ คาร่าพูดพร่ำไปตามมารยาท แต่มิได้จะเข้ามาหักห้ามเป็นจริงเป็นจัง  แม้นางกำนัลอยากจะปี่เข้ามายับยั้งแต่ทว่าวรรณะและศักดิ์ของพวกนางหลายชั้นนัก  ขือสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปปรามยังมิวายโดนโทษสถานจาบจ้วงล่วงเกินเบื้องสูงเป็นแน่

 

เมื่อการประกาศสงครามเย็นขนาดหย่อมกำลังถูกจุดฉนวนโดยผู้มาเยือนหน้าใหม่ที่ดูมิได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย  แววตาสีฟ้าประกายแสงนั้นกลับสำแดงถึงความกล้าของเลือดนักสู้ที่ซ่อนเร้นอยู่นัยน์ดวงตา  เหมือนกับตาของท่านจาริสเลย 

 

ชุบเลี้ยงน้องบุญธรรมได้เหมือนราวกับแป้นพิมพ์ขนาดนี้เชียวรึนี้

 

...น่าสนใจ น่าสนใจนัก แพทริเซียนึกพลางคลี่ยิ้ม

 

ขวับ!!!

 

          อ๊ะ!!! คาราวะท่านพี่บารอน ลอร์ดลอเรนซ์ ลอร์ดเสตนาท์  และลอร์ดจาริสเจ้าค่ะ เสียงอุทานพลางแสดงสีหน้าตระหนกของสตรีที่ยืนนิ่งอยู่ดังขึ้นพลางย่อลำตัวลงไปถวายความเคารพบุคคลสำคัญที่เยื้องย่างเข้ามาจากลานพิธีใหญ่  ทำให้แวมไพร์สองตนที่กำลังยืนหันหลังพลางด่ากราดอยู่ถึงกับหลุดสีหน้าซีด

 

(สะดุ้งโหยง!!!)

 

          แพทริเซีย  เจ้าเล่นบ้าอะไร!!! // ....ให้ตายซิ  ข้าตกใจหมด  เสียงตวาดของเรเชลและคำอุทานของคาร่าที่ยืนหันหลังหาเรื่องน้องเล็กจากสกุลคาร์เตอร์นั้นโหวกเหวกขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าหงุดหงิดที่ตนเองเผลอหลุดสะดุ้งโหยง  ก่อนจะหันขวับกลับมาเจอแต่ความว่างเปล่าจนอ้าปากเหวอไปหลายหวืด 

 

          หึ  หึ  หึ  ข้าแค่ซักซ้อมการถวายความเคารพของข้าอยู่ดี ๆ  พวกเจ้าจักมาโวยวายใส่ข้าได้เยี่ยงไรกัน? เสียงหัวเราะขบขันในลำคอของสตรีวรรณะสูงผมดำขลับเป็นมันสยายเส้นผมเหยียดตรงของตนเองให้ไปอยู่ด้านหลัง  ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นมาจากท่าย่อตัวคาราวะพลางแก้ต่างอย่างขอไปที

 

          หึ่ย!!!  // ............  เรเชลสบถ ส่วนคาร่าเองก็พ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างขัดใจ ก่อนที่ทั้งคู่จักพากันถอยล่นไปยืน ณ ตำแหน่งเดิมของตนเอง  เหลือเพียงแวมไพร์วรรณะสูงอีกตนที่อายุน้อยที่สุดในที่นี้  ที่ยังคงยืนนิ่งมิยอมขยับมายืนเรียงแถวหน้ากระดานเช่นคุณหนูตนอื่น ๆ

 

          “ ใกล้ได้เวลาที่แขกผู้ใหญ่และขุนนางจักเข้ามาแล้วนะ   ดาริน...เจ้าเองก็มายืนประจำที่ข้าง ๆ ข้าได้แล้ว หญิงสาวมาดนิ่งเอ่ยก่อนจะปรายสายตายิ้มน้อย ๆหันมาทางเราอย่างเป็นกัลยาณมิตร

 

เมื่อกี้เราตาฝาดไปรึเปล่านะ

 

หญิงที่ชื่อ แพทริเซียอะไรนั่น

 

เหมือนกำลังพยายามช่วยเราจากความอึัดอั้นเมื่อครู่นี้เลย....


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น