ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 28 : ตอน นี่คือคำตอบ? 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    20 เม.ย. 62


จาริส คาร์เตอร์

เราทั้งสองต่างรู้คำตอบดีตั้งแต่แรก...
แล้วเจ้ายังจักคาดคั้นจากข้าอีกไปทำไมกัน ซินเซีย



ดีโน่และแซมซัสทหารองครักษ์รักษาพระองค์เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกที่เห็นองค์หญิงของพวกเขาจุมพิตชายแปลกหน้าเพื่อต่อชีวิตให้  ร่างกายของแวมไพร์ตนนั้นตอบสนองด้วยลมหายใจเฮือกใหญ่ที่ถูกเติมเต็ม   แต่ทว่าดวงตายังคงปิดแน่นไร้การรับรู้  แซมซัสดูมีสติที่สุดเจ้าตัวรีบดำลงไปใกล้ชั้นปะการังเพื่อเด็ดกิ่งของปากะรังหลากสีขึ้นมาเป่าเป็นฟองอากาศ  หมายจักช่วยทุ่นแรงองค์เหนือหัวของเขาอีกแรง 

 

อย่าได้นึกเสียพระทัยภายหลังนะพะยะค่ะ แซมซัสกล่าวเตือน  ก่อนที่องค์ยิ้มจะคลียิ้มอ่อนให้ด้วยความตื้นตัน  ดีโน่เองก็ไม่รอช้ารีบว่ายไปพยุงท่อนแขนของอีกฝ่ายขึ้นมาพาดที่คอ แล้วโอบช่วงเอวของชายไร้สติดำดิ่งลงไปยังถ้ำใต้น้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด  ทั้งสามพาชายแปลกหน้าขึ้นเทียบกับพื้นถ้ำได้ในที่สุดก่อนที่จักทุ่มกำลังทำการดึงธนูที่ปักคาอยู่ตรงช่วงไหล่ของอีกฝ่ายออกด้วยความทุลักทุเล  ร่างกายที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำกำลังทำให้ชายนิรนามผู้นี้ห่อแขนของเขาหากันพลางสั่นระงมไม่หยุด   ใบหน้าหวานเอื้อมฝ่ามือขึ้นไปทาบพลางสะดุ้งโหยง เมื่อพบว่าร่างกายที่ควรจักเย็นเหยียบของแวมไพร์กลับร้อนดุจดั่งเปลวไฟของดวงสุริยันต์ในยามส่องแสง

 


ร้อนจี๋เลย! ดีโน่ทำเยี่ยงไรดี?! ”

 


คงต้องถอดใจแล้วปล่อยให้สิ้นใจอยู่ที่นี่แล้วพะยะค่ะ

 


ดีโน่!!! ” เสียงหวานตอกกลับด้วยความไม่พอใจที่คนของเธอพูดจาอะไรไม่ระวังปาก  แซมซัสเห็นองค์หญิงทรงกริ้วเลยรีบกระทุ้งศอกปรามเพื่อนชายของตนเองด้วยน้ำเสียงกระซิบ

 


เจ้านี่มันปากมิมีหูรูด // โอ๊ย ข้าเจ็บนะ!! ”

 


ร่างบางกวาดสายตาไปรอบบริเวณก็พบแต่สิ่งที่ยิ่งทำให้ชายผู้นี้เหน็บหนาว  ผนังถ้ำแห่งนี้ต่อให้ใช้ฟองอากาศไล่น้ำออกไปก็ยังเต็มไปด้วยความชื้น  จะใช้สัตว์น้ำแถวนี้ก็มีแต่จำพวกที่เป็นเหมือก  รึไม่ก็เป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยเสียอีก  รึจักใช้สาหร่ายหรือหญ้าทะเลมาห่อกายหนา ๆ เพื่อให้รู้สึกอุ่นขึ้นดี  ชายตรงหน้าจักรู้สึกทุเบาบ้างรึเปล่าก็ยังมิรู้  แถมรอยแผลฉกรรจ์นี่ก็ยังไม่ฟื้นตัวเลยสักนิดจักทำอย่างไรดีนะ

 

แข็งใจหน่อยก็แล้วกัน

 


            ร่างสูงเดินทางมาถึงทะเลสาบนอร์เทสก็ล่วงเลยแก่เวลา  จนดวงจันทราคล้อยไปจนเกือบกลางหัว  รถม้าถูกชายผู้เป็นถึงผู้นำตระกูลสั่งให้หยุดรออยู่ด้านอก  ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเท้าสามขุมเข้าไปด้านในเพียงลำพัง  ฝีเท้าแกร่งเหยียบย่ำผืนหญ้าเขียวขจีพลางสูดดมกลิ่นอายของบุพผางามที่เขาโปรดปรานเนื่องจากมันคือกลิ่นกายประจำตัวของใครบางคน  ชายเสื้อคลุมที่ทำจากหนังอสูรชั้นเยี่ยมพริ้วไปตามแรงเคลื่อน  ฝ่ามือแกร่งเอื้อมสัมผัสเปลือกไม้เก่าแก่ของต้นสนที่มีอายุมากกว่าอายุไขเขาของถึงสามเท่าตัวด้วยความคะนึงถึง  เรื่องในตอนนั้น...จำได้เพียงว่า  ยามที่ข้าหลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นของอัปสรอะไรสักอย่างหอมกรุ่นอยู่ที่ปลายจมูกอยู่ตลอดเวลา  พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอหญิงสาวแปลกหน้านอนอิงกับก้อนหินอยู่เคียงข้าง  นายทหารท่อนล่างเป็นหางปลาพลันแหกปากโวยวายจนหญิงผู้นั้นตื่น  เมื่อข้าฟื้นจึงได้รู้ว่าหญิงหน้าตาสละสลวย  เส้นผมสีฟ้าทะเลครามคือผู้มีพระคุณ  บาดแผลที่แขนขวาไม่มีวี่แววฟื้นตัว  ทำให้ข้ายังมีอาการทรง ๆเนื่องจากพิษไข้และความชื้นที่มากเกินไป  ครั้นจักว่ายขึ้นไปพักรักษาตัวด้านบนก็มิรู้ว่าเจ้าพวกนอกกฏหมายนั่นจักอยู่ในระแวกนั้นเพื่อควานหาตัวข้าอีกรึเปล่า  จึงจำใจต้องพักรักษาตัวกับพวกนางเงือกต่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แม้นอาหารที่พวกเขาสรรหามาให้จักมีแต่ของที่ข้าไม่อยากกลืนมันลงคอเลยก็ตามที

 


หนนี้เป็นปลาหน้าตาพิลึกงั้นรึนี่?

 

รูปร่างอะไรน่าแหยะชะมัด

 

ขารึแขนของมันก็มิรู้พันกันไปมาชวนน่าสะอิดสะเอียด

 

กลิ่นคาวชวนแหวะนี่คืออะไร แล้วไอ้ก้อนกลม ๆนี่คืออะไร

 

ให้ตายซิ  ข้าอยากกลับบ้าน!!

 

แต่แขนข้าก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จักยกขึ้นเลยเสียด้วยซ้ำ!!!


 

            หญิงสาวเห็นทีท่าที่เจ้าตัวทำหน้าตาเลิ่กลั่กพลางเอานิ้วจิ้ม ๆ เจ้าปลาหมึกที่เธอหามาให้ด้วยทีท่าหวาดระแวง  เจ้าตัวเลยพึ่งคิดได้ว่าอาหารที่พวกนางจัดสรรน่าจักไม่ค่อยถูกปากแวมไพร์ตรงหน้าสักเท่าใด

 


            ข้าหาให้เจ้าได้เท่านี้  รสชาติอาจจักแย่สักหน่อย  แต่เจ้าทนอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นแหละ คำพูดถนอมน้ำใจขององค์หญิง  ทำให้ราชองค์รักษ์ชักไม่สบอารมณ์  ที่หญิงสูงศักดิ์ของพวกเขาต้องระหกระเหินหาข้าวหาปลาค้างคาวพิการตนนี้มาได้ทุกค่ำเช้าแถมมันยังมีทีท่าไม่ค่อยปลื้มกับอาหารในแต่ละมื้อเสียด้วย?!

 


            “ ข้ากินได้ จาริสได้ยินดังนั้นจึงตกปากรับคำอย่างไม่อิดออด  แต่ในใจจักรู้สึกขยะแขยงสิ่งมีชีวิตหน้าตาพิกลพิการนี่ก็ตาม  ฝ่ามือหนาจำใจคว้าเจ้าสัตว์แขนขาหยุบหยับขึ้นมาพลางหลับตาปี๋  ก่อนจักกล้ำกลืนฝืนกระเดือกลงไปในลำคอ  แม้รสชาติที่สัมผัสได้จักทำให้เขารู้สึกอยากจะคายมันออกมาเต็มกลืนก็ตาม!!! 

 


            หญิงตรงหน้ามาหาข้าแค่วันละสองครั้งเท่านั้น  แต่ในทุก ๆ ครั้งจักพยายามหว่านล้อม หรือไม่ก็ใช้คำถามตะล่อมหมายจักทราบชื่อเสียงเรียงนามของข้าให้จงได้  และแน่นอนชายหัวไวเยี่ยงข้าไม่แม้นแต่จักปริปากบอกไป  ถึงจักเป็นผู้มีพระคุณ  แม้นจักอยู่ต่างเผ่าพันธุ์  ก็มิได้แปลว่าภายภาคหน้าเมื่อพวกนางทราบชื่อและสกุลของข้าไปแล้ว  จักไม่หันเหมาเป็นศัตรูกันในภายหลังเสียเมื่อไหร่  ข้าพักฟื้นโดยที่อาการฟื้นตัวดำเนินไปอย่างเชื่องช้า  กว่าจักพอมีกำลังแหวกว่ายสายธารากว้างใหญ่แห่งนี้เพื่อขึ้นไปขอความช่วยเหลือด้านบนก็พบว่าข้าพักฟื้นอยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้กินเวลามานานนับแรมเดือนได้ 

  


             จักไม่บอกชื่อข้าเลยรึไร ”  ภาพของหญิงที่ช่วงบนโผล่พ้นน้ำสีครามพลางยิ้มเจื่อนด้วยความเหนื่อยใจที่การตื้อถามของเธอนั้นใช้ไม่ได้ผลกับชายนิรนามตรงหน้าเลยสักนิด

 


            “ ……………… ” ร่างสูงหยุดฝีเท้าที่หยัดกายขึ้นมาจากผืนธาราก่อนจักหันไปหาหญิงสาวผู้เป็นผู้มีพระคุณด้วยแววตานิ่งงัน 


 

แค่บอกชื่อ...คงมิเป็นไรหรอกมั้ง  จาริสนึก

 


            ใจแข็งจริง ๆ ข้ายอมแพ้แล้ว  ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน องค์หญิงแห่งเมอรืเมเดียตัดใจจำยอม  พลางเอี้ยวตัวไปหมายจักกระโจนลงสู่เบื้องล่างโดยไม่คิดจักใช้คำพูดใดถ่วงเวลาของอีกฝ่าย  แต่ทว่าเสียงทุ้มต่ำนุ่มชวนน่าฟังก็เอ่ยบางอย่างออกมา  จนแม้แต่นายเงือกที่อารักษ์ขายังถึงกับผงะ

 


            จาริส...ข้าชื่อว่า  จาริส ”  รอยยิ้มแสนอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าที่มักแสดงเรียบเสมออยู่เสมอ  คล้ายกับดวงใจขององค์หญิงถูกฉุดกระชากเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มที่เหยียดกว้างจนเห็นคมเขี้ยวที่แย้มออกด้วยความจริงใจ  นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่รักษาเจ้าตัวมา...นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นชายผู้นี้ยิ้มให้?

 


            “  ข้าต้องไปแล้ว...ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือ ”  ร่างสูงหยัดกายของตนเองขึ้นพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้รู้สึกตน  กว่าองค์หญิงเงือกจักรู้สึกองค์  แวมไพร์หนุ่มก็สาวเท้ากลับเข้าไปในป่าใหญ่หลายขุมนัก


 

            ข้าซินเซีย!!!  แล้วเจอกันนะจาริส!!! อย่าลืมล่ะ!!!! ” เสียงหวานตะโกนก้องพร้อมกับกลิ่นของดอกบัวที่พัดโชยมากับสายลม  ใบหน้าคมบ่ายหน้าหันไปมอง  สายตาของหญิงชายผสานเข้าหากันพร้อมกับความสั่นไหวที่ไม่มีใครไหวตัวทัน  หลังจากนั้นข้าและนางก็มักจักมาพบกันที่นี่เสมอ  แม้นจักนาน ๆ ครั้งก็ตามที  แม้นจักไม่เคยมีการนัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า  แต่นับตั้งแต่สิ้นมหาสงคราม  ข้าก็มิมีหน้ากลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย  จนกระทั่งได้เห็นดวงจันทราเสี้ยวที่ลอยเคว้งอยู่บนฟากฟ้า 

 


ถ้าข้าได้เจอนางเข้าล่ะก็...

 

ข้าจักทำหน้าอย่างไรกันนะ

 

หึ  หึ  นึกไม่ออกเลยจริง ๆ

 

ประโยคแรกที่ข้าจักพูดคุยด้วยจักเป็นอะไรกัน?

 

ให้ตายซิ  นี่ข้าเพ้ออะไรอยู่? 

 

ไม่ได้โผล่มาที่นี่ตั้งนาน...

 

คิดว่านางจักยังแวะเวียนมาเที่ยวเล่นที่นี่รึไรกัน?!!  

 

ข้านี่มัน....

 


ตูมมมมมมมม  ซ่าส์   ตูมมมมมมม

 

            เป็นไปไม่ได้...  นัยน์ตาสีไข่มุกดำเบิกกว้าง  เมื่อพบว่าสิ่งที่วาวสะท้อนกระทบเข้ามาหาเขาบนท้องน้ำของทะเลสาบนอร์เทสที่อยู่อีกไม่ไกลนั้นคืออะไร  เสียงกระโดดพลางกระโจนไปมาบนผิวธาราทำให้สองฝีเท้ารีบก้าวฉับ ๆ หมายจักไปที่หมายด้วยใจที่โลดแล่น  เสียงหัวใจพลันเต้นตึกตักอย่างบ้าคลั่ง  ในขณะที่ภาพแห่งห้วนความทรงจำเหล่านั้นกำลังไหลผ่านเข้ามาราวกับไม่มีวันจบสิ้น!

           

แกร๊กกกกก!?

 

          เสียงคล้ายกับมีฝีเท้าเหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งที่ดังอยู่ไม่ไกลทำให้การเล่นน้ำของสาวเจ้าหยุดการกระทำทุกอย่างของตนเองลงโดยฉับพลัน!!

 

  รึว่าจะเป็น....!!!  

 

               “ คิดไปเองเหรอเนี้ย....” พระสุรเสียงขององค์ราชินีตรัสถามขึ้นลอย ๆ ก่อนจะหยัดแขนทั้งสองข้างของตนเองกับโขดหินที่ทรงประทับอยู่เพื่อทำให้ตัวของตนลอยขึ้นเล็กน้อย  ทีท่าที่ดูชะแง้แลมองทั้งซ้ายแลขวาขององค์ราชินีแล้วหันกลับมานั่งคอตกอยู่ที่ริมธารทำให้นายทหารรักษาพระองค์หน้าใหม่ถึงกับไปไม่เป็น  

 

             ฝ่าบาททรงรอผู้ใดอยู่งั้นเหรอ แซมซัส ร่างโปร่งผมสีมรกตหันหน้าไปหาร่างสูงผมสีพลัมด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ

 

             ข้าเองก็อยากรู้อยู่เหมือนกัน  ” นายทหารที่อารักษ์ขาองค์ราชินีอยู่ในระยะไกลเอ่ยขึ้นราวกับบอกปัดอย่างขอไปที  แต่ทว่าสายตากร้าวก็คอยสำรวจไปรอบ ๆด้วยใจที่อยากเห็นว่า  ใครกันที่ทำให้องค์ราชินีของเขามานั่งคอยเก้ออยู่ที่นี่ได้เป็นเวลานานสองนาน

 


นี่เป็นการรอ...ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ?

 

หึ หึ  ข้าเลิกนับไปตั้งนานแล้วนี่หน่า

 

แต่ทว่าก็ยังมารอชายคนนั้นอยู่ที่นี่อยู่ได้

 

แล้วครั้งสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่กัน?

 


               ร่างบางออกแรงเอี้ยวปลายมัจฉาของตนเองไปกับผืนน้ำจนผืนธาราสาดกระเซ็นออกจากกัน  แรงกระเพิ้มที่เกิดจากแรงสั่นไหวทำให้บุพผาที่งอกเงยอยู่ริมธารสลัดกลีบดอกของตนเองจนลอยเคว้ง  กลิ่นของอัปสรพลันลอยคลุ้งไปตามอากาศที่หนาวเหน็บ  จนหญิงร่างเล็กรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่โหมเข้ามากระทบร่างของตนเอง  ใบหน้าหวานได้รูปเหลือบไปมองรอบบริเวณอีกครั้งก่อนที่จะปรายตามองเรียวแขนของตนเองที่เริ่มแตกระแหงทีละน้อย อันเนื่องมาจากเธอนั่งตากสายลมมานานจนผิวพรรณตามเนื้อตัวเริ่มขาดความชุ่มชื้น  เจ้าตัวตัดสินใจกระโจนลงผืนน้ำแล้วปล่อยตนเองให้ลอยเคว้งไปตามสายน้ำอันเย็นเหยียบ  เส้นพระเกศาสีฟ้าทะเลเรืองรองสะท้อนก้องกับแสงสะท้อนของดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องน้ำ  ดวงตาคู่สวยทอดมองพลางวาดเรียวแขนของตนเองหมายจะไขว่คว้าดวงจันทราที่ลอยอยู่บนสายธารา  แต่ทว่าไม่ว่าจะพยายามคว้าอย่างไรก็มีเพียงสายน้ำที่ไหล่ผ่านเรียวนิ้วได้รูปของตนเอง

     

 

                   ข้ารอคำตอบจากเจ้าอยู่นะ  จาริส  

 


นัยน์ตาคมได้แต่ทอดมองด้วยความรู้สึกนับล้านที่กำลังสับสน  ร่างแกร่งที่ซ่อนเร้นกายอยู่ใต้ร่มเงาของต้นสนขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าหลากหลาย  มันสุขจนล้นปริ่มเมื่อเห็นว่านางยังคงรอและมั่นคงต่อตัวข้ามากขนาดไหน  แต่ทว่าใจนึงเขาก็รู้สึกรวดร้าวจนทำได้แค่ปิดงำความรู้สึกนี้อยู่ในความมืดมิด  ดวงใจที่แข็งแกร่งนี้...กำลังแหลกสลายเมื่อเห็นว่านางอันเป็นที่รักทำสีหน้าหดหู่และแววตาละห้อยกับการรอคอยที่ไม่รู้วันคืน  ใบหน้าคมได้แต่แสร้งยิ้มอ่อนนึกสมเพชกับความโอนเอนของตนเองที่ได้มาเห็นโฉมนางกับตา  ความเด็ดขาดที่เคยมีกลับมลายสิ้นจนไม่เหลือหลอ 

 


ใช่แล้ว...ข้ามิกล้า 

 

มิกล้าหมายจักหักความสัมพันธ์

 

ข้าอ่อนไหวและสั่นสะท้าน...

 

ใยถึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้นะจาริสเอ๋ย...

 

เจ้ามันคือแวมไพร์ชั้นต่ำผู้โง่เขลา....

 

ที่ริอาจจักเอื้อมคว้าดวงจันทราที่ลอยเด่นมาไว้ในครอบครอง

 

ช่างโง่เง่าและเห็นแก่ตนจนน่ารังเกียจจริง ๆ

 

ซินเซีย....

 


            นัยน์ตาสีไข่มุกดำแอบชำเลืองมองร่างของหญิงสาวที่กำลังลอยคออยู่บนท้องน้ำด้วยสีหน้าหดหู่  ระยะห่างที่ไกลกันเพียงไม่กี่ร้อยก้าว  แต่ทว่าตัวข้ากลับรับรู้ได้ถึงความไกลห่างที่ข้ามิอาจเอื้อมไปถึง...  ร่างแกร่งได้แต่เอนศีรษะอันหนักอึ้งของตนเองไปกับเปลือกไม้ด้วยทีท่าอ่อนแรง  นัยน์ตาคมปิดเปลือกตาของตนเองแน่นเพื่อตั้งสติอีกครา  ใบหน้าคมคายเบือนหางตาไปยังท้องน้ำอันกว้างใหญ่ของทะเลสาบแห่งนี้อีกครั้งก่อนที่จะดึงชุดคลุมลงมาปิดใบหน้าแล้วตัดสินใจไม่ก้าวเข้าไปหานางผู้นั้นที่กำลังรอคำตอบจากปากของเขาอยู่

 



เฟี้ยวววววว   เฟี้ยววววว

 

            ดั่งกับฟากฟ้ายินยอมแด่ดวงใจสองดวงที่มั่นคงต่อกันและกัน  สายลมเฮือกใหญ่พลันแปรเปลี่ยนทิศหอบโกยกลิ่นอายปีศาจของชายหนุ่มพัดพาไปหานางผู้นั้นที่กำลังตั้งตารอคอย  ร่างอรชรที่กำลังลอยเคว้งพลันสะดุ้งเมื่อเรียวจมูกสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นอายที่ติดจมูกจนเธอต้องสะบัดใบหน้าไปยังต้นทาง  มีใครบางคนสวมชุดทับมิดชิดกำลังย่างก้าวออกไปจากบริเวณนี้ 

 


รูปร่างแบบนั้น...

 

กลิ่นนี้...

 

รึว่า....!!!

 


            “ ช้าก่อน....รอเดี๋ยว! ” หญิงสาวนางเงือกใจโลดแล่นจนดวงใจทะลุออกจากอก  เจ้าตัวรีบดำผุดดำว่ายไปจนเรียวแขนได้รูปเกาะเกยอยู่ที่เนินหินที่อยู่ไม่ไกลด้วยทีท่าร้อนรน  ฝ่ามือเล็กรีบร้อนแตะสร้อยมุกที่ตนเองสวมอยู่ที่พระศอด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น  นัยน์ตาสีสุกสกาวมองชายผู้นั้นที่กำลังย่างสามขุมฉับ ๆ ห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ

 


            “ ฝ่าบาท!!!  จักเสด็จไปไหนพะยะค่ะ!? //  อย่าขึ้นบกในยามนี้พะยะค่ะ!!! มันอันตราย!!! ” แซมซัสและดีโน่รีบแหวกว่ายมาหานายเหนือหัวด้วยทีท่าร้อนรน  แต่ทว่าองค์ราชินีแห่งท้องทะเลกลับไม่ฟังคำห้ามปรามของนายทหารองครักษ์เลยสักนิด  แสงจ้าของสร้อยมุกสำแดงเดชเปลี่ยนหางปลาให้กลายเป็นขาสองข้าง  ส่วนเกล็ดและครีบแสนเงางามเปลี่ยนเป็นกระโปรงผ้าฉลุสีอ่อนที่ปกปิดท่อนล่างของตนเอง  ขาที่ไม่ได้ใช้การมานานทำให้ร่างอรชรทุลักทุเลอยู่นานกว่าจักยืนหยัดได้ด้วยตนเอง  ท่อนแขนที่เคยขาวผุดผ่องกลับเปื้อนไปด้วยคราบโคลนเนื่องมาจากเธอใช้แขนทั้งสองข้างหยัดกายที่ล้มลุกไม่รู้กี่รอบให้ยืนขึ้นมาแล้วเกาะเกี่ยวลำต้นไม้ใหญ่เพื่อประคองตัว   นัยน์ตาหวานกวาดสายตามองด้วยความร้อนใจ  ก่อนที่จักเห็นร่างแกร่งที่กำลังเดินห่างออกไปจนเกือบจักพ้นสายตา

 


            เดี๋ยว....ช้าก่อน!!!  รอข้าก่อนซิ!!!! ” คล้ายกับเสียงใสนั้นส่งไปไม่ถึงชายคนดังกล่าว  เสื้อผ้าอาภรณ์ปกคลุมมิดชิด  แผ่นหลังกว้างที่เยื้องย่างออกไปโดยที่ไม่คิดจักหันกลับมามอง

 


จาริส  ต้องใช่จาริสแน่ๆ!!

 


            “ อั่กซ์....เสียงครวญเล็ดลอดออกมาจากไรฟัน  เมื่อความรู้สึกชาแล่นขึ้นมาจนเท้าทั้งสองข้างจำต้องหยุดชะงักลง  ฝ่ามือได้รูปกำแน่นจนกลายเป็นหมัดเล็ก ๆ  เพราะอยู่ในร่างครึ่งปลาและไม่ได้ใช้งานร่างจำแลงนี้เลย...เธอเลยก้าวตามไม่ทัน  นายทหารอีกสองตนเองก็ทุลักทุเลกับการกลายสภาพ  แม้นเสียงเพรียกของแซมซัสกับดีโน่จักดังไล่มาอย่างไม่ขาดสาย  แต่สายตาหวานคู่นี้ก็กลับทอดมองไปยังแผ่นหลังสีทมิฬของใครบางคนที่กำลังห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ  จู่ ๆ น้ำตาก็รื้นขึ้นมาจนมิอาจกักเก็บไว้  ความคิดถึงที่สั่งสมมานานพลันพรั่งพรูผสานกับความน้อยใจและความโศกศัลย์จนทำให้องค์ราชินีแห่งท้องทะเลหลั่งน้ำตาจนอาบพวงแก้มทั้งสองข้าง 

 


ไกลเหลือเกิน....ทำไมมันช่างไกลขนาดนี้

 

ทั้ง ๆ ที่ข้าก็เห็นเจ้ายืนอยู่ตรงหน้า....

 

แต่ข้าก็เอื้อมมือคู่นี้ไปไม่ถึงเจ้าสักทีนึง

 


ร่างบางพยายามเดินเกาะต้นสนไปเรื่อย ๆ ด้วยท่อนขาที่ยังคงสั่นระริก  ร่างแสนบอบบางพลันสั่นสะท้านเมื่อรับรู้ถึงความเหน็บหนาวที่มาจากน้ำค้างในยามค่ำคืน  ช่างเย็นเหยียบจนดวงใจเธอรวดร้าวเกินจักทานทน

 


ทุกครั้งที่ก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว....

 

จาริสจักต้องถอยห่างออกไปจากข้าหนึ่งก้าวเสมอ....

 

ทำไมล่ะ...ทำไม? 

 

 

หวืดดดดดดดดดดดดด!!!?

 

            ข้าให้เจ้าหยะ.....อ๊ะ!!!!!! // ฝ่าบาท!!!? // ฝ่าบาท!!!? ”  นายเงือกทั้งสองตนก้าวไปไม่ถึงตัวฝ่าบาทได้ทันการณ์!!  ทั้งสองตกตะลึงจนดวงใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม  เมื่อเห็นองค์ราชินีก้าวพลาดจนพระวรกายขององค์เหนือหัวค่อย ๆเสียหลักล้มลง  พวกเขาก้าวไปไม่ถึงตัวฝ่าบาท!!!  อีกมินานศีรษะของท่านซินเซียคงกระแทกลงบนหินโสโครกที่อยู่ไม่ห่างจากโคนต้นไม้ใหญ่แน่!!!!    ขณะที่เสียงกู่ร้องจนก้องผืนป่ากว้างดังสะท้อนไปจนทั่ว  องค์ราชินีของพวกเขากลับหลับตาพริ้มน้อมรับชะตากรรมของตนเองอย่างมิคิดจักหลีกหนี   เสียงที่ไม่เคยคิดแม้นจักเปล่งร้องขอความช่วยเหลือทำให้ชายแกร่งมิอาจทานทนเมินเฉยทำทีเป็นเย็นชาได้อีกต่อไป  เพียงเสี้ยววินาทีที่ร่างอันบอบบางราวกับแจกันที่กำลังจักร่วงหล่นลงพื้น  ฝ่ามือหนาแสนเย็นเหยียบก็คว้าร่างอันเกือบเปลือยเปล่าของสาวเจ้าเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนได้ทันท่วงที  ก่อนที่แจกันใบนี้จักบุบสลายและแหลกลานลงไปต่อหน้าต่อตาเขา  การใช้สปิริตแวมไพร์ชั้นสูงเพื่อวับกายของตนเอง  จากจุดนั้นมายังจุดนี้ด้วยความเร็วระดับนั้นทำให้ชุดคลุมที่เคยอำพรางใบหน้าอันโดดเด่นถูกเลิกออกไปยังท้ายทอยของตนเองโดยปริยาย

 


ตึกตัก   ตึกตั่ก   ตึกตัก   ตึกตั่ก

 


            นัยน์ตาสีดำทมิฬสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าสกาวในระยะเผาขน  สัมผัสที่โอบอุ้มร่างบางอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลยิ่งทำให้ดวงใจของร่างอรชรพองโต  เมื่อเห็นว่าชายที่ช่วยเธอไว้คือใครที่เธอเฝ้ารอคอยมาช้านาน  รอมานานมาก...นานเสียจน จู่ ๆ น้ำตาทั้งสองข้างมันก็พรั่งพรูออกมาโดยที่ยังไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากเลยสักประโยคเดียว  นัยน์ตาคมพลันทอแสงอ่อนเมื่อเห็นหญิงอันเป็นที่รักของเขากำลังกันแสง โดยที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมานานเกือบสองพันปี

 


ข้าทำให้นาง....ร้องไห้อีกแล้วรึนี่

 


            ฝ่ามือหนาอยากจักเอื้อมไปสัมผัสและลบรอยน้ำตานั้นให้หมดสิ้น  แต่ทว่าท่อนแขนของเขาก็แบกภาระจนหนักเสียจน  เขาไม่กล้าทำให้หญิงสูงศักดิ์ตรงหน้ามีแม้แต่รอยขีดข่วน  ท่อนแขนแกร่งรวบตัวอันเบาหวิวของสาวเจ้าขึ้นมาในอ้อมแขน  ก่อนจักเดินไปส่งยังทะเลสาบนอร์เทสที่เจ้าตัวจากมาด้วยสีหน้านิ่งสงบ  นายเงือกทั้งสองตนผงะไปมิใช่น้อยที่เห็นว่าชายที่โผล่พรวดมาอย่างปุบปับคือ จาริส คาร์เตอร์  ชายที่เป็นถึงมือขวาของจอมราชันย์อันเรืองชื่อลือชาจนหนาหูว่า  ฉลาดหลักแหลมแยบยลและเด็ดขาดเพียงไร  แวมไพร์หง่อยเบี้ยในวันนั้นกลับเป็นชายชาตรีที่องอาจจนเขายังต้องยอมรับในฝีมือในเพลานี้   รึว่าบุคคลปริศนาที่องค์ราชินีเขาเฝ้าตั้งตารอมาตลอด  คือ  ชายผู้นี้งั้นรึ!!?

 


 ฝีเท้าแกร่งย่างก้าวไปยังผืนน้ำอันกว้างใหญ่ด้วยความมั่นคงโดยที่ไม่มีประโยคถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับเธอเลยสักคำเดียว  ร่างสูงกำลังจักทรุดกายชันเข่าลงยังแอ่งน้ำตื้น  แต่ทว่าท่อนแขนเล็กก็โอบรัดที่ต้นคอของอีกฝ่ายด้วยทีท่าที่ขัดขืนไม่ยอมความแต่โดยดี!!

 


ไม่

 


ฝ่าบาท เสียงทุ้มเห็นความดื้อดึงของสาวเจ้าที่ออกแรงพยศและล็อคต้นคอของเขาเอาไว้เสียแน่นและซบใบหน้าลงบนบ่ากว้างอย่างเอาแต่ใจให้เห็นเป็นหนแรกก็ถึงกับผงะ  พลางลอบถอนลมหายใจออกมาเฮือกนึงด้วยความเหนื่อยอ่อน 

 


ข้าบอกว่าไม่   แล้วหยุดใช้คำราชาศัพท์กับข้าเสียที!!! ข้ามิใช่องค์ราชินีของเจ้า!! ” นัยน์ตาสีฟ้าสกาวพลันเอ่ยแกมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด  เมื่อเห็นว่าเงือกสาวแสนบอบบางในวันนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้   จาริสก็เบาใจและมิได้ขัดพระทัยองค์ราชินีแห่งเมอร์เมเดียตามพระประสงค์ของเจ้าตัว


 

  บนบกอันตรายโขนัก....อย่าประทับอยู่ที่นี่นานนักเลยพะยะค่ะ เสียงทุ้มหูเอ่ยเกลี่ยกล่อม  แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีแต่ความเงียบอันน่าใจหาย

 


“………………….”

 


ซินเซีย ”  ร่างสูงจึงจำต้องเรียกขานชื่อต้นของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อน  และแน่นอนไม้นี้ใช้ได้ผลกับสาวเจ้าเสียด้วย

 


สาบานมาก่อนว่า  ถ้าปล่อยข้าแล้ว....เจ้าจักยัง....ไม่ไปไหน...”  เสียงหวานเอ่ยกระอ่อมกระแอมอย่างแผ่วเบา  แต่ทว่าแววตาคู่สวยกับวิงวอนคำขอนั้นออกมาอย่างชัดเจน

 


พะยะค่ะ  ข้าสัญญา  ชายหน้านิ่งจึงพยักหน้ารับคำร้องขอนั้นแต่โดยดีทำให้นางเงือกสาวยอมทำตามอย่างว่าง่าย  ร่างสูงโน้มลงไปด้านล่างให้ต่ำมากพอที่จักวางร่างอันบอบบางของสาวเจ้าลงบนท้องน้ำได้อย่างเชื่องช้า  และแล้วนางเงือกสาวก็จำยอมปล่อยมือที่รั้งต้นคอของอีกฝ่ายไว้แล้วค่อย ๆ คืนร่างที่แท้จริงของตนเองดังเดิม....เมื่อเห็นว่าฝ่าบาทปลอดภัยนายเงือกองครักษ์จึงหยุดอารักษ์ขาอย่างทิ้งระยะเมื่อเห็นได้ชัดว่า  องค์ราชินีของพวกเขามีเรื่องบางอย่างที่จะเสวนากับจาริสเพียงลำพัง  

 

 

หมับ....

 

ฝ่ามือเล็กเอื้อมขึ้นมาสัมผัสใบหน้าคมที่เย็นชืดของอีกฝ่ายให้หันมาสบตากับเธอโดยตรง  มีเพียงแววตาที่รู้ความรู้สึกเบื้องลึกที่ซุกซ่อนอยู่ข้างใน  ชายปากแข็งที่ไม่เคยปริปากบอกรักเธอด้วยตนเองเลยสักครั้ง หากเธอไม่บีบคั้นจนเจ้าตัวยอมรับและสารภาพ  นัยน์ตาสีไข่มุกดำของจาริสมีแต่ความนิ่งสงบ  แต่ทว่ากลับมีความมืดมนที่มิอาจปิดมิดสะท้อนอยู่ด้านใน  เจ้าแบกภาระอะไรอยู่กันนะ?  ทำไมไม่เล่าให้ข้าฟังบ้าง?  ที่ผ่านมาเจ้าไปอยู่ที่ใด?   แล้วใยจึงไม่มาที่นี่อีกเลยนับแต่สิ้นมหาสงคราม?

 


            ข้ามีคำถามมากมายที่อยากจะถามเจ้า....

 


            “……………”

 


            “ แต่ข้ารู้ดีว่ายิ่งถาม...เจ้าก็ยิ่งปิดปากเงียบเหมือนดั่งเคย ๆ

 


            “……………”

 


            เรา....หนีไปด้วยกันไหม? ร่างบางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังและเว้าวอนให้ร่างสูงอย่าได้ปฏิเสธคำขอนี้จากเธออีกเลย  นัยน์ตาคู่สวยเอื้อมคว้าฝ่ามือสากของเจ้าตัวขึ้นมาซบพลางเกลี่ยกล่อม

 


            “ ???? ” และแน่นอนวูบนึงนั้น...สายตาที่เคยนิ่งสงบกลับวูบไหวอย่างตกตะลึงกับคำชวนที่เขามิเคยคาดฝันถึง  ใบหน้าหวานห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือด้วยซ้ำ  และน้ำเสียงที่เอ่ยราวกับกำลังจักหมดแรงของสาวตรงหน้า  ทำให้ดวงใจอีกครึ่งนึงของเขากำลังเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง

 


หนี...งั้นเหรอ?


 

หนีไปด้วยกันกับนางงั้นเหรอ??

 


            ร่างแกร่งนึกตะลึงกับคำ ๆนี้ที่เขาไม่เคยนึกถึง  นางเป็นถึงองค์ราชินีแห่งเมอร์เมเดียที่แสนสูงศักดิ์นักในแดนมัจฉา  สง่างาม  อ่อนหวาน และเพียบพร้อมเกินกว่าที่เขานึกฝัน....

 


            “ ไปกันเถิดจาริส  ที่ใดก็ได้...ที่ที่มีแค่เพียงเราสอง  จักลำบากแล้งแค้นเพียงใดข้ามิเกี่ยงอันใด...ขอแค่มีเจ้า  แค่เจ้า แค่เจ้าเท่านั้น  ได้โปรด


 

ใจข้าอยากจักตอบตกลง....

 

ใจข้าอ้อนวอนขอแค่เพียงความสุขจากรักในครั้งนี้ได้รึไม่?

 

ใจข้าวิงวอน  เรียกร้อง และร่ำไห้อยู่ภายในอก

 

แต่ตัวข้านั้นรู้คำตอบดีว่า  ไม่มีทางเป็นไปได้....

 


            “ เช่นนั้นข้าขอถามคำถามเจ้าเพียงแค่สองสามคำ....”  ฝ่ามือแกร่งประคองกรอบหน้าผ่องให้เชยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาที่สะท้อนความรู้สึกรวดร้าวและเจ็บปวดไปไม่น้อยไปกว่ากัน  ฝ่ามือเล็กของนางเอื้อมสัมผัสข้อมือของชายตรงหน้าอย่างแผ่วเบาพร้อมกับใจที่ตั้งมั่น

 


            ต้องหนีไปอีกนานเท่าใด ? ”  ดั่งสายอัสนีฟาดผ่าลงมากลางดวงใจทั้งสองให้แหลกละเอียดออกจากกัน  นัยน์ตาสีฟ้าสกาวพราวไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจที่เจ็บจนจุกกับประโยคคำถามเมื่อครู่  นางพูดไม่ออก  ทำได้เพียงแค่ร้องไห้จนตัวงอ   น้ำเสียงที่สะอึกสะอื้นนึกตัดพ้อความเย็นชาที่ชายตรงหน้ามอบให้เธอ  โดยที่ไม่แม้นแต่จักพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่เธอสู้อุตส่าห์ประคับประคองมาตลอด  คำถามของจาริสช่างเสียดแทงและบาดลึกเกินกว่าเธอจักทานทนไหว 

 


            นี่เจ้า....เจ้า  ฮึก ฮือ....ฮึก  ฮึก  ” 

 


            “ เจ้าตอบข้ามิได้สินะ.... จาริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  ช่างเจ็บปวดนัก  ยามที่ข้าเป็นฝ่ายทำให้นางร้องไห้จนไม่มีแม้แต่เสียงที่จักด่าทอ  ปวดร้าวเหลือเกินที่เห็นไหล่ของนางไหวสะท้าน  ข้าอยากดึงนางมาปลอบประโลม  อยากจักสัมผัสและพรมจูบเพื่อปลอบขวัญ....แต่ตัวข้าก็ทำเช่นนั้นไม่ได้เลย

 


เจ้าเคยคิดจักพยายามมีข้าอยู่ในชีวิตของเจ้าสักครั้งรึไม่  ฮือ...ฮือ...

 


ข้าเฝ้าภาวนาให้เราสองสมปรารถนาอยู่ทุกค่ำคืน....

 


เจ้าเคยรักข้าจริง ๆ บ้างรึไม่! ”


 

ข้ารัก....รักเจ้ามาตลอด   

 

ข้าทำได้เพียงแค่พร่ำบอกความจริงนี้อยู่ในอก  มือข้าสั่นเทาจนจำต้องกำเอาไว้ไม่ให้ตนเองไขว้เขว่  นางควรเดินไปข้างหน้า  และข้าไม่ควรเห็นแก่ตัวปล่อยให้นางคอยเก้อแบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว  นางสูงเกินกว่าข้ามากนัก  ข้าต่ำต้อยเกินกว่าจะเห็นแก่ตนดึงดวงจันทราให้ลงมาเปื้อนเศษดิน  ให้ดวงจันทราสง่างามอยู่บนฟากฟ้ายังดีกว่าเปื้อนโคลนสกปรกและตกระกำลำบากไปด้วยกัน

 


            ข้ามีคู่หมายแล้ว.... ประโยคสารภาพคำโตหลุดออกมาจากปากชายหน้านิ่ง  ที่แสดงแววตาจริงจังและว่างเปล่าให้เธอได้เห็น  ดวงใจบัดนี้แหลกละเอียดจนกลายเป็นฝุ่นธุลีจากน้ำมือชายที่เธอรักและมั่นคงมาโดยตลอด



            “ นี่คือ...คำตอบของเจ้าสินะ?

 


            “ อย่าคาดคั้นอะไรจากข้าอีกเลย....” ร่างสูงปล่อยมือที่ได้โอบประคองใบหน้านวลอย่างเชื่องช้า  อยากจักหยุดเวลานี้เอาไว้ตลอดไปแต่ก็ทำมิได้  ร่างแกร่งทำเพียงแค่ปิดเปลือกตาที่บัดนี้หางตาของเขาที่กำลังร้อนผ่าวลงอย่างยอมจำนน  ก่อนจะค้อมตัวถวายความเคารพแด่องค์ราชินีผู้สูงศักดิ์เป็นหนสุดท้ายและเดินจากไปอย่างชายที่ไม่มีความรู้สึก  แต่เปล่าเลย  ทั้งสองผู้เจ็บปวด  ดวงใจทั้งสองดวงแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี  ช่วงเวลาเหล่านั้นกำลังไหลเข้ามาอย่างไม่ยอมหยุด  ทั้งรอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ  ความอ่อนหวาน  ความสุขล้น  ช่วงเวลาแสนสำคัญในระยะเวลาสั้น ๆ กำลังทำให้ดวงใจของชายที่เคยเข้มแข็งผู้นึงหมดกำลัง   แสงสว่างสุดท้ายที่เคยหล่อเลี้ยงดวงใจที่ด้านชาบัดนี้  เขากลับ....เขากลับ....ทำให้แสงนั้นต้องมอดดับลงไปพร้อมกับความรู้สึกที่จักไม่มีวันเหมือนเดิม

 

__________________________________________________________________________________

               Writter:  ทุกคนนนนน หายใจเข้าลึกๆเน้ออออ 55555+





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #58 Patima666 (@Patima666) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:59
    นํ้าตาจิไหล สงสารจาริสมาก
    อยากจะตบชีกร่างสับเป็นชิ้นๆอิคุณหนูคู่หมั้นพี่จาริสมั้ง
    สายโหดมาทางนี้
    #58
    4
    • #58-3 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 28)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 09:23
      นางซึนน่ารักดี ไรต์ก็ชอบ แต่คนรออะไรนานๆ นิสัยก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างเป็นธรรมดาเนอะ
      #58-3
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #57 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:24

    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยย จาริสช้านนนนนนนนนนนน ฮืออออ ทำไม ทำไมล่ะลูกกกกกกกกก ทำไมไม่จูบไปเลยยยยยย พูดสิลูกพูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png ไรต์ทำไมทำกันยังงี้

    #57
    1
    • #57-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 28)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 21:20
      โถ่ถังแล้วฉัน กลายเป็นวายร้ายเลย 5555
      #57-1
  3. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:10
    ม่ายยยยยฮือออออจาริสอย่าทำอย่างงี้แงงงงงงอย่าทำร้ายกันอย่างนี้สิไรท์(เริ่มพาล=_=)​ฮืออออออ่านเเล้วสงสารร้องไห้เลยยแงงงงงงงงงง
    #บ้ายบายหมอเรียกพบ!??
    #56
    3
    • #56-1 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 28)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 20:25
      ฮือออออ มากอดคอกันร้องเถอะ สงสารจาริส
      #56-1
    • #56-2 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 28)
      12 พฤศจิกายน 2561 / 20:34
      มาๆ โอ๋ๆๆๆ อย่าเพิ่งร้องลูกกกกกกก โอ๋ไรต์ขอโทษ 5555555
      #56-2
  4. วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:23
    จาริส! เดะจับตีก้นเลยมาแล้วก้ไปหาสิคิดถึงไม่ใช่เรอะไปหาสิ~~🎶
    #ไปหาจิตแพทย์​ก่อน!?
    #55
    2
    • #55-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 28)
      30 ตุลาคม 2561 / 21:33
      รับยาที่ช่อง 3 ค่า
      หยอกๆ5555
      #55-1
  5. วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 19:33
    ไม่นะจาริสอย่าพูดแบบน้านนนนนนนนนนนพูดตามที่ตัวเองรู้สึกสิรักก้คือรักกกก
    *อินเกินอย่าสนใจ????😂😂
    #54
    2
    • #54-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 28)
      30 ตุลาคม 2561 / 20:06
      55555 มันน่าจับจาริสมาตีตูด
      #54-1