ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 27 : ตอน คนรอก็ท้อเป็น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    20 เม.ย. 62




     ซินเซีย  โอเซียนเรสซี่
องค์ราชินีแห่งแดนเมอร์เมเดีย
  

            เมื่อมาส่งคุณหนูเซล่าและเอ่ยขอโทษขอโพยท่านลอร์ดและคุณหญิงไวต์เป็นการเรียบร้อยที่มาส่งแก้วตาดวงใจของพวกท่านจนเกือบสว่าง  ร่างสูงเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังโตโดยมีชายวัยกลางคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามเปิดประตูรถม้าปีศาจแล้วขับเคลื่อนรถประจำตระกูลออกไปทันที  ร่างสูงวางท่อนแขนแกร่งของตนเองพลางเท้าปลายคางมองทิวทัศน์โดยรอบ  แวมไพร์วรรณะกลางเริ่มเตรียมตัวตั้งข้าวของ  บ้างก็เปิดร้านค้าเพื่อเตรียมต้อนรับแขกน้อยใหญ่ที่จะแวะเวียนเข้ามาในแต่ละวัน  ใบหน้าคมทอดมองก่อนจะปลงกับภาพลักษณ์โดยรอบด้วยความเบื่อหน่าย  ความสวยงามที่คล้ายกับน้ำตาลที่เคลือบอยู่บนขนมของพวกมนุษย์  ช่องว่างระหว่างชนชั้นมีมากเกินไปจนเขาเองก็แทบจะขจัดรอยแยกเหล่านั้นออกไปไม่หมด  ไม่รู้จักแก้ปัญหาปากท้องของเหล่าแวมไพร์วรรณะต่ำอย่างไรให้ฝ่าบาทคลายความกังวล

 

ฝูงชนที่นี่อยู่อย่างสุขสบายเสียจริง

 

ผิดกับชุมชนที่อยู่ตรงตะเข็บชายแดนที่แล้งแค้นและทุรกันดารนัก

 

คงต้องไปตรวจทานความเป็นอยู่ของที่นั่นสักหน่อยแล้ว....

 


ป๊อก  ป๊อก  ป๊อก


 

            “ ไปนอร์ทเธเวียส าจากชายสูงศักดิ์ที่ประทับอยู่ด้านในทำให้ชายผู้ติดตามและสารถีหันหน้ามามองก่อนจะรับฟังคำสั่งระต่ำอย่างไรให้ฝ่าบาทค  เสียงเคาะบนหลังคาจากชายสูงศักดิ์ที่ประทับอยู่ด้านในทำให้ชายผู้ติดตามและสารถีหันหน้ามามองก่อนจะรับฟังคำสั่งการ  สารถีที่ทำหน้าที่กระตุกสายที่คล้องคอม้าปีศาจอย่างเป็นจังหวะเพื่อเปลี่ยนทิศทางไปยังจุดหมายตามที่นายน้อยต้องการจะเดินทางไป จาริสอ่านจดหมายลับที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมด้านใน  พลางพินิจข้อความสำคัญที่เคอร์แชตเขียนรายงานและทูลถวายต่อฝ่าบาทโดยตรงด้วยแววตาพิจารณา  นัยน์ตาคมกวาดมองด้วยอักษรที่เป็นรหัสลับไปมาพลางลูบไล้เรียวนิ้วไปมาราวกับใช้ความคิด  เป็นไปตามที่เขาและองค์เหนือคาดการณ์เอาไว้ว่าหากปัญหาและความขัดแย้งในพื้นที่นี้  หากยังไม่รีบแก้ไขคงจักเกิดการก่อจลาจลในอีกไม่ช้าแน่  และแล้วคำตอบที่ได้ก็เป็นดังนั้นจริง ๆ เสียด้วย



มีการปล้นสะดม  เหล่าวรรณะกลางถูกฆ่าโดยไม่ทราบตัวคนก่อถี่ขึ้น

 

และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ...มีการซ่องสุ้มกองกำลังเพื่อทำการณ์อะไรบางอย่าง

 

อะไรกันนี่  แม้แต่เคอร์แชตก็ยังสืบสาวไม่ถึงตัวการเช่นนั้นหรือ

 

แสดงว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังกองกำลังพวกนี้เป็นแน่

 

            “ มีมากถึงหลักร้อยเชียวหรือ....? ” ร่างสูงพ่นลมหายใจเย็นของตนเองออกอย่างหนักอก  ดูเหมือนว่าเขาจะต้องสะสางเรื่องยุ่งยากเหล่านี้ด้วยตนเองเสียแล้ว   ร่างสูงทอดมองข้อความในจดหมายก่อนจะจุดประกายไฟเล็กแล้วเผาข้อความลับเหล่านั้นทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานที่มีอยู่ในมือ  นัยน์ตาสีไข่มุกทำทอดมองเปลวไฟที่ค่อย ๆ เผาผลาญกระดาษจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว

 

โทษฐานของท่านเจ้าเมืองนอร์ทเธเวียสที่ปล่อยปละจนเรื่องราวยุ่งยาก

 

สกุลคาร์เตอร์คงจักนิ่งเฉยต่อไปอีกมิได้เสียแล้ว

 


            ฝ่ามือแกร่งขยับข้อมือจนเกิดเสียงดังอยู่ในข้อต่อ  กรงเล็บและแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารกำลังพรั่งพรูออกมาตามสัญชาตญาณที่ถูกปิดตายมาหลายร้อยปี  แหวนประจำตระกูลวาววับเป็นประกายเมื่อแสงแรกแห่งอรุณฉายฉาดมาจนเกิดลำแสงจรัตสี  นัยน์ตาที่สะท้อนแต่ความว่างเปล่าพลันยกยิ้มอย่างชายเลือดเย็น  ภายใต้หน้ากากทางสังคมที่ฉาบด้วยหน้าตา  ฐานะ อำนาจและความมั่งคั่ง  แต่จริงแล้วที่คือสิ่งที่อยู่ใต้หน้ากากที่ตระกูลคาร์เตอร์ปกปิดและรับช่วงสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น  เพรชฆาตที่คอยสะสางทุกอย่างให้ราชวงศ์  เงามืดที่คอยปกป้องและกำราบทุกอย่างที่มาก่ำกาย



ป๊อก  ป๊อก  ป๊อก


 

แมกซ์  คนของเราพร้อมแล้วรึยัง  

 

ขอรับ  รอเพียงคำสั่งของนายน้อยเท่านั้นขอรับ

 

ดี  คืนนี้คงต้องกินกันหนักเสียหน่อย  ร่างสูงแสยะยิ้มเหยียดเมื่อได้ฟังข้อความที่น่าอภิรมย์  ความโหดร้ายที่ในโลกมืดเมื่อได้ยินสกุลนี้จำต้องขยาดผวา  สกุลต่อท้ายที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากเกี่ยวข้อง  ความเหี้ยมอำมหิตที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด  ทำให้สกุลเราเป็นที่โจษจัณฑ์ว่าฝีมือการต่อสู้และความเด็ดขาดนั้นเฉียบแหลมราวกับเป็นนักฆ่ามือฉมังมาตั้งแต่แรกเกิด

 


ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ก็คงจักช่วยมิได้ 

 

คงต้องสอนบทเรียนให้ท่านเจ้าเมืองได้เรียนรู้หน่อยกระมัง 

 

ว่าถ้าเรื่องถึงมือคาร์เตอร์จนต้องลงมาสะสางด้วยตนเองเช่นนี้แล้ว

 

ผู้ที่ก่อปัญหาให้ราชวงศ์มันจักเป็นเช่นไร



หัวค่ำ


            ขณะที่แวมไพร์ที่ทำการอารักษ์ขาป้อมปราการกำลังประมาท  เนื่องมาจากความปล่อยปละละเลยของเจ้าเมืองนอร์ทเธเวียสที่เอาแต่ดื่มด่ำกับสุราและนารีที่อยู่ด้านใน ผลพลอยได้ที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ไหวตัวเท่าทันก็คือกองกำลังที่ทำการลาดตระเวรวางกำลังอย่างหละหลวมมานานจนเคยเป็นวิสัย  สายตาคมกวาดมองพลางนับจำนวนก่อนจักส่งสัญญาณมือให้ทหารใต้อาณัติของเขาทำการลอบเข้าฐานที่มั่นไปด้านในเพื่อกำราบการปกครองที่มีผู้นำที่ไม่ได้ความ 

 

            “ อื้อออออ!!? // อุ๊บส์!!!! ”

 

ฉึกกกกก  ฉึกกกกกก  ฉึกกกกกกก

 

เสียงดาบเสียดสีไปกับอากาศและความเงียบเฉียบ  ร่างของนายทหารที่รับใช้หันมาฮึดสู้ค่อย ๆ ทยอยล้มตายไปกองกับพื้น  ไม่มีเสียงกรีดร้องให้เจ้าเมืองได้ไหวตัวทัน  แถมเพลานี้สายลมก็ยังหนุนหลังเขาอีกต่างหาก  กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะคลุ้งอยู่ด้านในกลับถูกพัดจนขจรกระจายหายไปจนสิ้น  ทำให้ป่านฉะนี้ชายที่อยู่ด้านในเองปราสาทหลังใหญ่ก็ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวถึงความตายที่กำลังเข้ามาจ่ออยู่ที่ต้นคอของตนเอง

 

หมับ!!! พรึ่บ  พรั่บ!!!?

 

            “ วางอาวุธ!!! //  ก้มหน้าลงไปให้ติดพื้น!! ” เสียงกึ่งตวาดดังลอดออกมาจากชายที่สวมหน้ากากที่ปิดไว้ครึ่งใบหน้า 

 

เคร้งงงง  ตุบบบบ  เคร้งงงง!!

 

ยอมแล้วขอรับ // ไว้ชีวิตด้วยเถิด เสียงครวญเจือสั่นระริกดังขึ้นเมื่อเห็นการสังหารเพื่อเข้าปราบนอร์ทเธเวียสอย่างไร้ปราณี   ทหารที่ทำการอารักษ์ขายอมคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจักทิ้งอาวุธที่ครอบครอง  เสียงฝีเท้าที่ลอบเข้ามาของเหล่าชายฉกรรจ์ฝีมือเยี่ยมกว่าห้าสิบตนได้ทำการโอบล้อมและสังหารกำลังทหารของอีกฝ่ายจนสามารถควบคุมป้อมปราการและตัวปราสาทได้สำเร็จลุล่วง!!  ทหารใต้อาณัติทำการกดหัวและดัดท่อนแขนให้ใบหน้าแนบจรดกับพื้นอิฐ  เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาเป็นจังหวะเนิบนาบ  ทำให้ชายที่เป็นหัวหน้าอารักษ์ขาพลันเบิกตากว้างด้วยความตะลึง!!  ชุดสีทมิฬและแหวนตราสัญลักษณ์ที่สวมทับอยู่ที่เรียวนิ้วชี้ของชายตรงหน้า   

 

ความเย็นเหยียบที่สัมผัสได้และแววตาแบบนี้

 

ไม่ผิดแน่ 

 

นี่คือ...ตะ ตะ ตระกูลคาร์เตอร์ที่เขาเลืองลือ!!!?

 

            นัยน์ตาสีดำทมิฬที่ดำสนิทจนเกือบจักเป็นสีของไข่มุกดำทอดมองสภาพสะบักสะบอมของพลทหารมากฝีมือที่บัดนี้สภาพกับดูไม่ได้  ความสั่นเทาของร่างกายบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าแวมไพร์ที่ถืออาวุธพวกนี้สุขสบายมานานจนลืมแม้แต่การข่มใจกลัวแล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้!  

 

            “ ใครเป็นหัวหน้านายทหาร...เสียงทุ้มจงใจเว้นวรรคให้ขาดห้วง  ก่อนที่ทหารของเขาจักทำการกดอีกฝ่ายจนเจ้าตัวรับรู้ถึงคำตอบในประโยคเมื่อครู่

 

             ...จับมันเงยหน้าขึ้นมา ฝ่ามือหนาเสยเส้นผมสีมืดของตนเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนจักกำชับถุงมือหนังของตนเองพลางเอ่ยคำสั่ง

 


หมับบบบบบ!!!!  กึกกกกก!!!!

 

อั่กกกกก....อึก ชายผู้เป็นหัวหน้าอารักษ์ขาพลันสบถด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกชายฉกรรจ์ทึ้งเส้นผมของเขาให้เชยหน้าที่โชกไปด้วยเลือดขึ้นมามองตามคำสั่ง  ร่างสูงโน้มลงไปเล็กน้อยเมื่อปลายจมูกของเขาสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นฉุนบางอย่างที่กำลังติดอยู่ที่เสื้อผ้าของอีกฝ่าย

 

หึ  มีแต่กลิ่นของเหล้ารัม จาริสเอ่ยพลันกระตุกยิ้มเหยียด  เจ้าพวกเศษสวะพวกนี้ต้องยกซดสักกี่ขวดกันถึงทำให้กลิ่นของสุราฉุนจนติดตามอาภรณ์และชุดเกราะได้ !!!!

 


มีแวมไพร์นับพันนับหมื่นต้องอดอยากและทุกข์ยากรอการช่วยเหลือ

 

แต่พวกมันกลับกอบโกยเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตนเอง

 

และสุขสำราญอยู่ในปราสาท  โดยไม่แม้นแต่จักฟังคำวิงวอนของประชาชนที่อยู่ด้านนอก!

 

 

แรงโทสะที่กำลังทำให้เลือดในกายที่เคยไหลเย็นร้อนจนแทบจักทะลัก  การล้มตายโดยไม่จำเป็นและปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มชนที่พวกเขาเรียกขานและสรรเสริญ  กลับกินอย่างอิ่มพลีและอ้วนฉุราวเป็นหมูในคอก  ส่วนพวกทหารกล้าก็ไม่มีปากมีเสียงกลับสำราญและไขว่คว้าความสุขบนความมั่งคั่งของนายตนเองอยู่ได้!!! ทั้ง ๆ ที่ฝ่าบาทเองก็ให้เวลาแก้ตัวมาตั้งเกือบร้อยปี!!!!  แล้วเพลานี้มันจักมาสำนึกได้อะไรเอาป่านฉะนี้กัน!!!

 

โผว๊ะ!!!!!?

 

โฮกกกกก!! อั่ก  อั่ก...”  ลูกเตะที่กระแทกใบหน้าอีกฝ่ายที่ยังสะลึมสะลืออยู่พลันไอกระอักสวนออกมาเป็นเลือดและฟันหนึ่งซี่ที่หลุดออกมาจนต้องคายทิ้ง

 

“…………….”  รอบบริเวณพลันเงียบสกัดเมื่อเห็นชายมาดขรึมเดือดดาดให้พวกเขาได้เห็นจนถึงขั้นลงมือระบายโทสะด้วยตนเอง  สายตาที่มองลงมานั้นช่างไร้ความปราณี  ความเหี้ยมที่สัมผัสได้ผสานกับจิตสังหารที่กำลังเอ่อล้น  ทำให้ชายที่เพิ่งถูกซัดจนไม่มีแรงจะหยัดยืนรีบกระเสือกกระสนคลานต้อย ๆไปหาชายผู้เป็นผู้นำคนใหม่ของตระกูลคาร์เตอร์ด้วยความกลัวตาย

 

นะ นะ นายท่าน...ไว้ชีวิตด้วย

 

พะ  พะ  พวกข้าแค่....อึ่ก...ทำตาม....คะ คะ คำสั่งของท่านลอร์ดเควิน

 

ฝ่าบาทประทานงบหลวงให้พวกเจ้ามากกว่าทุกหัวเมืองที่ได้รับ  หมายให้เป็นหูเป็นตาและจัดการปัญหาความแล้งแค้นที่ทุรกันดารแห่งนี้

 

แต่ดูเหมือนว่าข้าจักได้คำตอบของเรื่องนี้สะแล้ว...ร่างสูงเอ่ยพลางยกยิ้มที่ริมฝีปากอย่างคนเลือดเย็นก่อนจักเดินออกไปจากลานกว้างโดยไม่ฟังคำวิงวอนที่กำลังร้องขอด้วยความคร่ำครวญ

 

นายท่าน  นายท่านคาร์เตอร์ได้โปรด  //  ข้ายังไม่อยากตาย //  ไว้ชีวิตด้วย

 

คำสั่งที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก  เพชฌฆาตทั้งหลายที่อยู่ ณ ลานกว้างของปราสาทหลังโตก็ทำการปลิดชีพเหล่าทหารหาญที่ถูกชุบเลี้ยงราวกับหนูที่โตอยู่ในท่อ  จนเสียงครวญขอชีวิตพวกนั้นเงียบหายไปพร้อมกับเสียงดาบที่ดังฉับ ฉับ  ฉับ คล้ายกับเสียงของดนตรีที่บรรเลง

 

ฉึกกกกกกกกกกกก   ฉับบบบบบบบบบบ!!!!

 

            “ อั่กกกกกก //  อึ่กกกกกก

 

            บัดนี้ไม่มีทหารใดในปราสาทแห่งนี้เหลือรอดชีวิตอีกแล้ว  มีเพียงสายลมในยามค่ำคืนอันเงียบสงัดที่กำลังโบกกลิ่นอายแห่งความคาวคลุ้งและความโสมมที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้จนชายผู้มีหน้าที่สะสางรู้สึกรังเกียจเจียนจวนจักอ้วกออกมา  ฝีเท้าแกร่งสะท้อนก้องไปมาทันทีที่รองเท้าหนังเหยียบจรดลงบนพื้นหินอ่อนลายสลักที่เรียงรายตามทางกว้าง  นัยน์ตาคมทอดมองไปยังคนของตนเองที่ทำการควบคุมเหล่าข้ารับใช้ที่ขวัญผวาและรวมกระจุกกันอยู่ด้านล่าง  จนกระทั่งเสียงวับจากการใช้สปิริตแวมไพร์ดังขึ้นเผยให้เห็นชายผู้หนึ่งที่รอคำสั่งการจากเขาอยู่

 

            เจ้านั่นอยู่ไหน

 

            ลอร์ดเควินอยู่ชั้นสามกับนางโลมอีกสองตนขอรับ ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในอาณัติของตระกูลคาร์เตอร์ค้อมคำนับก่อนจักทำการถวายรายงาน   นัยน์ตาคมเหลือบหางตาไปเห็นคุณหญิงที่กำลังนั่งปะปนอยู่กับเหล่าข้ารับใช้พลางโอบปลอบขวัญบุตรธิดาของตนเองให้ตั้งสติ  ทั้ง ๆที่ตนเองยังสั่นด้วยท่าทางขวัญเสียอยู่แท้ ๆ 

 

            “ นายท่านขอรับ....เสียงเพรียกของทหารกล้าผู้ติดตามเอ่ย  ทำให้ชายหน้าคมเดินจ้ำขึ้นบันไดวนไปยังชั้นสามเพื่อจัดการกับเป้าหมายสุดท้ายที่ถูกทหารหาญรวบตัวเอาไว้  

 

ตึก  ตึก  ตึก  ตึก 

 

ในที่สุดร่างสูงก็เยื้องย่างมาจนถึงห้องนอนสุดโอ่อ่าห์ของท่านลอร์ดเควินที่มีสภาพพุงปลิ้น มิหนำซ้ำยังไม่ได้สวมอาภรณ์ใด ๆเพื่อปกปิดของสงวน  ชายสูงศักดิ์ที่มากอำนาจแห่งนี้ บัดนี้เหลือเพียงความล่อนจ้อนที่เปลือยเปล่าที่กำลังอวดเปล่งอำนาจที่มี  พลางพร่ำวาจาออกคำสั่งกับคนของเขาโดยที่ยังไม่มีสำเหนียก 

 

            ปล่อยข้านะเจ้าพวกต่ำตม!!! พวกเจ้าเป็นคนของใครห๊ะ!!!! ข้าเป็นใครมิรู้รึไร!!!!  ข้าลอร์ดเควิน ตรองค์เล่  ผู้เป็นเจ้าเมืองของนอร์ทเธเวียสนะเว้ย!!!!! ”


            “  ออก-ไป เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น  ทำให้นางโลมสองตนที่ไร้อาภรณ์อยู่ส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นกลัวก่อนจะวิ่งสวนออกไปทันทีด้วยความรักตัวกลัวตาย

 

ขวับ!!?

 

            “ ทะ ท่านลอร์ดโรเบิร์ต  คาร์เตอร์?  ชายวัยกลางคนที่ทะนงในอำนาจของตนพลันอุทานด้วยความตกใจ  ก่อนที่เสียงโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่จักเงียบหายลงไปในลำคอ

 

            เอ๊ะ...มิใช่นี่หน่า? 

 

            “ ลอร์ดโรเบิร์ตนั่นมันบิดาข้า....ข้าคือ จาริส คาร์เตอร์ ต่างหาก

 

            “ จาริสงั้นเรอะ!! ทำกับข้าเยี่ยงนี้หมายความว่าอย่างไร!!!?  ข้าจักกราบทูลต่อฝ่าบาทและจักแจ้งความนี้ถึงท่านพ่อของเจ้าด้วย!!! ”

 

            “ หึ หึ หึ ”  ร่างสูงหัวเราะรวนสวนขึ้นมา  รอยยิ้มที่แสยะอย่างร้ายกาจกำลังทำให้ชายที่ปีกกล้าขาแข็งตรงหน้าพลันรู้สึกขนหัวลุก  แต่ทว่าก็ยังทำใจสู้และปากกล้าไม่เกรงกลัวต่อแวมไพร์ที่เยาว์กว่าตน!

 

            “ กฎมณเฑียรบาล มาตราที่ 103 ห้ามมิให้แวมไพร์ต่ำศักดิ์และวรรณะกว่าถือสิทธิ์ทำร้ายผู้ที่อยู่สูงชั้นกว่า!!! ข้าขอสั่งให้พวกเจ้าจับมัน!!!!  ยืนทำอะไรอยู่เหล่า!!!  จับมันเซ่!!!! ”

 

            “ เลิกพล่ามได้แล้วลอร์ดเควิน! เจ้ารู้อยู่แก่ใจดีว่าข้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด ร่างสูงไม่พูดพร่ำทำเพลง  เขาหยิบดาบคู่ใจที่เหน็บไว้ของตนเองขึ้นมาแล้วกำชับด้ามดาบแน่นเพื่อเตรียมสำเร็จโทษสถานหนักแก่ชายตรงหน้า

 

            “  ขะ ขะ ข้ามิได้ทำอันใดผิดต่อองค์เหนือหัว และมิได้ผิดต่อกฎมณเฑียรบาลเลยสักแดง!!! เจ้าจักมาสำเร็จโทษอุจอาจข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!!!?  ข้าอยากเข้าเฝ้าฝ่าบาท!!! ปล่อยข้า!! ”

 

            “ น่าเสียดายที่โอกาสนั้นคงไม่มาถึง

 


ฉึกกกกกกกกกกกกกก!!!!

 

 และแล้วทันทีที่ร่างสูงเอ่ยประโยคนั้นเป็นคำสุดท้าย  ปลายอาวุธก็เสียบทะลุร่างอ้วนท้วมของอีกฝ่ายจนมิดด้าม  เสียงไอกระอักจนชุดคลุมสีโปรดของเขาเปรอะไปด้วยคราบโลหิตอันน่ารังเกียจจนได้  แววตาที่ความหวาดกลัวของชีวิตผสมผสานกับความเครียดแค้นของอีกฝ่าย  ทำให้ชายเลือดเย็นทำได้แค่จดจ้องและมองวาระสุดท้ายของแวมไพร์ตรงหน้าที่แรงดันปีศาจภายในร่างกำลังค่อย ๆ บุบสลายและหายไปในที่สุด  เหลือเพียงร่างอันไร้วิญญาณของชายที่ถูกราชวงศ์ตราหน้าว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง  ร่างสูงชักปลายอาวุธของตนเองออกจากร่างอันไร้วิญญาณก่อนจักหันไปหยิบชายผ้านวมที่วางระเกะระกะไม่เป็นทิศเป็นทางเพื่อเช็คคราบโลหิตที่เกรอะกรังอยู่ที่อาวุธ  คราบเลือดที่เลอะทำให้ชายผู้สูงศักดิ์ถอดเปลื้องมันแล้วรับชุดคลุมผืนใหม่จากแมกซ์  ชายผู้ติดตามที่กลายเป็นคนสนิทของเขาที่คอยรับใช้  ฝีเท้าแกร่งเยื้องย่างออกจากห้องพร้อมกับทหารส่วนหนึ่งที่ลงมาอารักษ์ขา  เหล่าข้ารับใช้ที่นั่งก้มหน้าต่ำลงพื้นได้แต่นั่งสั่นระรัวราวกับลูกนก  ฝีเท้าแกร่งสาวเท้าไปหาคุณหญิงที่กำลังดันลูกสองตนของตนเองให้ไปหลบอยู่ด้านหลังแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาของนักสู้

 

 จนกว่าลอร์ดน้อยจักเติบโตจนถึงวัยอันเหมาะสม  หวังว่าคุณหญิงจักเตรียมตัวเขาให้พร้อมเมื่อเวลานั้นมาถึง

 

ละ  ลอร์ดน้อยอย่างนั้นหรือ? คุณหญิงท่านเอ่ยทวนก่อนจักปรายตาไปมองบุตรชายคนเล็กที่ถูกพี่สาวของเขาโอบปลอบขวัญอยู่ด้านหลังของแม่

 

ข้าหวังว่าคุณหญิงจักจำได้จนขึ้นใจว่า  ค่ำคืนนี้ที่นี่ถูกกองโจรปล้นและได้ถือวิสาสะลอบสังหารทหารกับสามีของท่านจนสิ้น 

 

ฮึก ฮึก ฮือ ฮือ....นี่คือประสงค์ของท่านงั้นหรือ? คุณหญิงท่านสะอึกสะอื้นทันทีที่ร่างสูงยัดของล้ำค่าที่ห่อด้วยถุงผ้าชั้นดี ก่อนจักหยัดกายลุกขึ้นยืน  ฝีเท้าแกร่งพลันชะงักเมื่อได้ยินคำถามนั้นลอยขึ้นมา  ชายหน้าคมบ่ายหน้ามองด้วยหางตาก่อนจักกำชับผ้าคลุมของตนเองเพื่อปกปิดทุกอย่างให้มิดชิดดังเดิม

 

ไม่ใช่...นี่คือความเมตตาของฝ่าบาทต่างหาก


รถม้าที่จอดเทียบอยู่ด้านหน้าค่อย ๆ รับชายผู้เป็นผู้นำในค่ำคืนนี้ขึ้นราชรถ  แมกซ์ขึ้นนั่งเทียบเคียงกับสารถี  ก่อนที่ชายฉกรรจ์ที่เข้าร่วมภารกิจลับนี่จักหายวับไปกับอากาศอย่างไร้ร่องรอย  ฝ่ามือหนาปลดชุดคลุมที่อำพรางใบหน้าออกก่อนจะเอนกายอิงเบาะพำนักพิงด้วยความเหนื่อยอ่อน  กลิ่นสาบของโลหิตที่เคยหอมหวนกลับอบอวนอยู่รอบกายจนเขารู้สึกพะอืดพะอม  ภารกิจสะสางและปัดเป่าทุกสิ่งอย่างเพิ่งจักเริ่มต้นขึ้น  นึกภาพไม่ออกเลยว่าท่านพ่อทำงานอยู่ภายใต้เงามืดแบบนี้ได้นานถึงขนาดนี้ได้อย่างไร  นึกเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านพ่อถึงอยากจักลามือจากเรื่องนี้เต็มทน  เพราะต้องเห็นภาพแห่งการสูญเสียและการฆ่าฟันแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาล่ะสินะ  เสียงกรีดร้องและเสียงวิงวอนขอชีวิตพวกนั้นยังจิกอยู่ในหัวทุกค่ำคืน  ทุกครั้งที่ล้มตัวนอนก็ยังมีภาพและเสียงโหยหวนเหล่านั้นตามมาหลอกหลอนอยู่ทุกวี่วัน  เป็นเหมือนคำสาปและบทลงโทษจากฟากฟ้าที่ประทานมาพร้อมกับอำนาจและความมั่งคั่งที่คาร์เตอร์ได้รับ  ฝ่ามือหนากระตุกดึงถุงมือสีมืดของตนเองก่อนจะปาทิ้งลงบนพื้นวางเท้า แสงสีเงินที่สาดผ่านม่านของตัวราชรถคันหรูทำให้ร่างสูงยกเรียวนิ้วแกร่งกรีดชายผ้าเพื่อชมทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอก

 

คืนนี้...เป็นคืนจันทร์เสี้ยวรึเนี้ย?

 

ข้าไม่ได้ไปที่นั่นมานานแค่ไหนแล้วนะ

 

 

ป๊อก  ป๊อก  ป๊อก

 

            ขอรับ นายน้อย? สารถีที่ได้ยินเสียงเคาะจากด้านในตัวรถม้าชะโงกไปทางหน้าต่างเพื่อรับคำสั่ง   ชายหนุ่มรอคำสั่งจากร่างสูงอยู่นานกว่าที่ความเงียบงันในยามค่ำคืนจักถูกทำลายลง  เมื่อร่างสูงตัดสินว่าจักแวะไปที่ที่นึงก่อนกลับคฤหาสน์ของตนเอง

 

            ไปทะเลสาบนอร์เทส

 

เอ๊ะ...ที่นั่นมัน

 

ที่ที่เจอนายน้อยครั้นยังเยาว์นี่หน่า? 

 

แมกซ์ชายผู้ติดตามได้แต่ขบคิดแต่ก็มิได้พร่ำอะไรออกไป  หวนนึกถึงความหลังครั้งเมื่อนานมาแล้ว  ตอนที่นายน้อยยังมิได้รับใช้และติดตามฝ่าบาท  เรื่องราวอันเป็นตราบาปของเขาที่เผลอเรอปล่อยให้นายน้อยห่างสายตา  ท่านลอร์ดโรเบิร์ตพลิกแดนดินออกตระเวนหาท่านจาริสอยู่นานหลายเดือน  จนคนของนายท่านไปพบนายน้อยที่ท่อนแขนห่อด้วยสายคล้องและผ้าพันแผลที่โอบไปจนถึงหัวไหล่กำลังนั่งจุ่มเท้าอยู่ที่ริมทะเลสาบนอร์เทส และพากลับคฤหาสน์ประจำตระกูลในที่สุด 

 

ทำไมนายน้อยถึงอยากกลับไปที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้ายกันนะ?

 

            ขณะที่คนสนิทคิดว่าที่นั่นคงเต็มไปด้วยความโหดอำมหิตย์สำหรับแวมไพร์ตัวน้อยผู้หนึ่งที่โชคร้ายไปประสบพบเจอ   แต่ทว่าที่นั่นกลับเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ซ่อนไปด้วยความอบอุ่นของหญิงผู้นึงที่มาจนบัดนี้เขาก็มิเคยลืมเลือน  หากวันนั้นข้าไม่ซุกซนออกไปโลดโผนเวหาและหนีห่างจนไกลตาของแมกซ์ล่ะก็   ข้าก็คงไม่ถูกพวกนอกกฎหมายไล่ล่าหมายจักจับตัวไปเรียกค่าไถ่  ถูกธนูลูกใหญ่เท่าหอกหนาปักอยู่ที่ปีกขวาจนเสียการทรงตัวจมดิ่งทิ้งตัวหายไปในความเย็นเหยียบของท้องน้ำแห่งทะเลสาบนอร์เทส  ตอนนั้นนึกว่า คงต้องมาจบชีวิตที่นั่นเป็นแน่  แต่ทว่าระหว่างที่สติกำลังพร่าเลือน  ความเจ็บปวดที่ฉาบอยู่ที่ปีกขวาทำให้ข้ามิอาจแหวกว่ายขึ้นไปบนผิวน้ำเพื่อหายใจ  ความปวดร้าวที่เจ็บจวนเจียนจักขาดใจกำลังทำให้เรี่ยวแรงที่จะรั้งเปลือกตาไว้ยังแทบจะไม่มีเหลือ   มีบางสิ่งกำลังวูบไหวไปมาอยู่ใต้ท้องน้ำ

 

นั่นมันตัวอะไรน่ะ?

 

อสูรทะเลรึ?

 

บ้าชะมัด...ขยับตัวไม่ได้เลย

 

กลิ่นเลือดของแวมไพร์ชั้นสูงอย่างข้า คงจักเรียกพวกเจ้ามาสินะ...

 

เจ็บจนชา  ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

 

นี่หรืออาการของผู้ที่กำลังจักตาย?

 

ความตายไม่เห็นจักน่ากลัวอย่างที่เราคิด....

 

            ร่างของค้างคาวสีทมิฬที่ถูกธนูคันใหญ่ปักอยู่ที่ปีกกำลังทิ้งดิ่งลงสู่ผืนน้ำไปเรื่อย ๆ  เปลือกตาคู่โตปิดแน่นราวกับไร้สติ  ร่างปีศาจที่เคยจำแลงพลันสลายหายไปเมื่อสติของผู้เป็นเจ้าของร่างด่ำดิ่งสู้ห้วงนิทรา  ของเหลวสีแดงกล่ำที่โชยไปมาทำให้นัยน์ตาสีฟ้าสกาวยอมโผล่หัวออกมาจากโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ใต้น้ำ  ปลายมัจฉาแหวกสายน้ำทวนขึ้นมาหาร่างชายหนุ่มที่หมดสติลอยเคว้งด้วยแววตาพินิจมอง

 

            องค์หญิง! อย่าเข้าไปพะยะค่ะ!!! ” นายเงือกผมสีพลัมที่อารักษ์ขารีบว่ายน้ำตามมาพลางร้องห้ามปราม

 

            “ เงียบหน่าแซมซัส  ชายผู้นี้ถูกทำร้ายมา

 

            “ นี่เป็นน่านน้ำของพวกแวมไพร์พะยะค่ะ  หากพระบิดาของท่านทราบเรื่องว่า ท่านหนีมาเที่ยวเล่นไกลถึงที่นี่ล่ะก็  จักลำบากเอานะพะยะค่ะ ”  นายเงือกสีผมสีมรกตที่ทำหน้าที่อารักษ์ขาเอ่ยเสริม

 

แต่เขากำลังจักตาย...  ร่างของชายผู้นั้นกำลังดิ่งลงสู้เบื้องล่างลึกขึ้นเรื่อย ๆ แต่แล้วนัยน์ตาคู่หวานก็กวาดมอง  ภาพแห่งมนต์สะกดกำลังตราตึงดวงใจที่ไม่เคยมีผู้ใดล่วงล้ำ  ใบหน้าคมสันจนได้รูป  ทั้งจมูก ริมฝีปาก และคิ้วโก่งช่างจัดวางจนชายนิรนามผู้นี้หล่อเหลาเอาการนัก  เส้นผมสีดำขลับพลิ้วไหวไปตามสายน้ำ  ผิวพรรณสีซีดและคมเขี้ยวที่โผล่ออกมาจากโพรงปากทำให้หญิงสาวรับรู้สถานภาพชายตรงหน้าทันทีว่าเป็นแวมไพร์  ฝ่ามือได้รูปกำลังประคองพยุงร่างอันไร้สติของอีกฝ่ายแล้วโน้มลงไปมอบอากาศผ่านทางริมฝีปากเพื่อต่อชีวิตให้

 

__________________________________________________________________________________

               Writter:  ขอขอบพระคุณ  คอมเม้นต์ของ....ที่ทำให้ไรต์ไม่เหงานะคะ ^ ^


[ ไรต์เซฟรูปไม่ได้นะ ไฟล์ไม่ขึ้น ]  คุณ Patima666 (@Patima666

   คุณ Superlemons (@superlemons)


               คุณ moon_lovers (@moon_lovers)

            คุณ ปีศาจรัจติการ (@--Butterfly--)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 19:31
    อุ้ย​

    เค้าเกี่ยวด้วยรึ5555
    #53
    2
    • #53-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 27)
      30 ตุลาคม 2561 / 20:03
      ไรต์ไม่ได้ขอบคุณมาหลายตอนแล้ว อิอิ เลิฟๆนะคะ
      #53-1