ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 23 : ตอน รักตั้งแต่แรกเห็น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61





   






ตำหนักเย็น


            ต้องรออยู่ที่นี่...อีกนานแค่ไหนกัน ร่างบางเรือนผมน้ำตาลที่กำลังนั่งเรียวเล็บและฝ่ามือที่ตนถนุถนอมมานาน  เริ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบอันไม่พึงประสงค์ 

 


            บ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก...เรเชล หญิงร่างบอบบางที่กำลังนั่งสาวเรือนผมสีบลอนต์อ่อนของตนเองกล่าว  

           


            ทำพูดดีไปเถิดคาร่าผู้เสนอความคิดทั้งหมดคือเจ้านี่หน่า  หญิงนาม เรเชล เอ่ยพลางหัวเราะจนน้ำเสียงขึ้นปลายจมูก  ทำให้หญิงที่นั่งสงบมานานอย่าง คาร่า ถึงกับมองตาขวางด้วยความไม่ชอบใจ

 


            ข้าแค่เสนอความคิด  แต่พวกเจ้าเป็นผู้ควานหาของพวกนั้นมาถวายมิใช่รึ  เจ้านำพัดวี  ส่วนเจ้าก็นำบรั่นดีมาให้พระหมื่นปีเสวย  ฉะนั้นข้าบริสุทธิ์!! ”

 


            “ หึ เรเชลแค่นหัวเราะในลำคอ  ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากใส่คุณหนูร่างบางด้วยทีท่าเปิดเผย

 


            หยุดแซะกันไปมาเสียที...อย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งในนี้นั่นแหละที่เป็นอสรพิษ หญิงผมดำขลับที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งเอ่ยก่อนจะปรายสายตามองแวมไพร์สาวทั้งสองตนด้วยท่าทีระแวดระวัง  นัยน์ตาพราวของคุณหนูแห่งรัชเชรดปราดสายตามองไปยังนัยน์ตาของคุณหนูแห่งโจนส์ที่กำลังแสยะยิ้มเยาะกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่มีใครยอมใคร  ความหลักแหลมที่เคลือบไปด้วยจริตและริษยากำลังทำให้สงครามแห่งการแย่งชิงเริ่มดุเดือด  มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่จักได้ทุกอย่างที่ปรารถนาไปครอบครอง!

 

 

เบิกตัวผู้ต้องหา!!!!

 



            กึกกึกกึก   ครืดดดดด....แอ๊ดดดดดดดด

 

เสียงกร้าวที่ดังอยู่นอกแนวรั้วของตำหนักเย็นที่ที่เอาไว้กักขังผู้ต้องคดีระดับสูงถูกปลดโซ่ตรวนและข่ายผนึกจนเกิดเสียงสนั่น  เหล่าสตรีวรรณะสูงที่ตกเป็นจำเลยค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นมาสำรวมท่าทีอย่างโฉมงามที่งามสง่า  มีพลทหารร่างกำยำเข้ามากำกับพวกนางทั้งสามตนให้ก้าวออกไปจากตำหนักเย็นด้วยสีหน้าขลึงขลัง  พอฝีเท้าก้าวโผล่พ้นกรอบประตูบานหนา  นัยน์ตาคมของบุพผางามทั้งสามพลันตื่นตะลึงกับสัมผัสชวนน่าขนลุก...

 


มีไอปีศาจระดับสูงที่น่าเกรงขาม....

 

ดวงใหญ่ถึงสองดวงในเวลาเดียวกัน!?

 


ไม่ต้องให้นายทหารระดับชั้นต่ำถวายรายงานว่าใครเสด็จมาเยือนพวกนางถึงถิ่นที่  เหล่าคุณหนูผู้เพรียบพร้อมทั้งสามตระกูลก็จำต้องทรุดกายถวายความเคารพ  เมื่อสัมผัสได้เห็นว่าชายที่ยืนประทับอยู่ตรงหน้าเป็นผู้ใด!!!

 


ถวายบังคมเพคะฝ่าบาทและองค์ชาย  เสียงหวานเอื้อเอ่ยก่อนที่ทรุดกายจนติดพื้นไม่คิดจะถอนตัวขึ้นมายืนในท่าตรง 

 


พอได้แล้ว...ลุกขึ้นเถิด เสียงทุ้มกังวานขับขาน  ไม่มีน้ำเสียงแห่งความพิโรธตามที่พวกนางได้ยินคำกล่าวขานว่าจอมราชันย์องค์ปัจจุบันยามที่กริ้วนั้นโมโหร้ายจนทหารอกสามศอกยังนึกขยาด  แต่น้ำสุรเสียงเมื่อกลับทุ้มกังวานจนนุ่มหูพิลึก  เมื่อได้ยินคำกล่าวดังนั้นเหล่าคุณหนูหน้ามนมองหน้าไปกันไปมาก่อนจะขานรับโดยพร้อมเพรียงกัน

 


ขอบพระทัยเพคะ  ทันทีที่ค่อยๆหยัดกายขึ้นยืนในท่าสำรวม  สายตาหวานของแวมไพร์สาวก็จำต้องตะลึงกับสิ่งที่เห็น  พระพักตร์ขององค์จอมราชันย์ช่างดุดันและคมคายมากนัก!

 


 พวกเจ้ายืนกรานว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์สินะ....”  ร่างสูงไม่พูดเปล่าพลางสาวเท้าเข้ามาหาสตรีวรรณะสูงทั้งสามตนจนเกือบประชิดตัว  นายทหารที่กำกับผู้ต้องหาและทหารองครักษ์ได้แต่ยืนกลืนน้ำลายเมื่อเห็นว่าสายพระเนตรของฝ่าบาทสงบนิ่งจนน่าขนลุก 

 


“………………..” ร่างบางของคุณหนูทั้งสามตระกูลใหญ่ก้มหน้าลงต่ำไม่มีใครกล้าหือ  หรือแม้แต่จะปริปากตอบคำถามเมื่อครู่เลยสักผู้เดียว

 


ข้าถาม....พระสุรเสียงเริ่มดังขึ้นเมื่อพระองค์ได้รับแต่ความเงียบงัน  องค์จอมราชันย์โน้มพระพักตร์ลงไปใกล้หมายจะคาดคั้นให้ผู้ร้ายตัวจริงแสดงทีท่าพิรุธ  แต่ทว่ายามที่สายลมจางๆที่พัดผ่านเส้นพระเกศากลิ่นหอมติดจมูกก็ทำให้ร่างบางที่พระองค์กำลังทอดพระเนตรมองรู้สึกกระอักกระอ่วนจนฮึดกล้าประจันหน้าตอบคำถาม

 


เพคะ พวกเรา....ยืน...ยัน  เช่นนั้น”  หญิงงามนาม เรเชล ตัดสินใจเงยหน้าขึ้นไปตอบคำถาม  แต่ทว่าทันทีที่ได้สบกับสายพระเนตรอันแข็งกร้าว  ความเด็ดเดี่ยวที่สัมผัสได้  พระพักตร์อันหล่อเหลาและความคมคายในการเนื้อเสียง  กำลังทำให้หญิงที่เคยเหย่อหยิ่งพลอยระทวยจนเข่าแทบจะอ่อนลงไปกองกับพื้น  น้ำเสียงอันมาดมั่นและยโสในตนเองพลันละลายหายไปจนสิ้น  เมื่อได้เห็นจอมราชันย์ผู้พิชิตมหาสงครามใหญ่ในระยะเผาขน

 


ตึกตัก....ตึกตัก...

 


นี่น่ะหรือ....จอมราชันย์แคสเปี้ยน

 

รูปงามและองอาจเกินกว่าที่ฝันเอาไว้เสียอีก   เรเชลนึก


 

งั้นจงพิสูจน์ให้ข้าเห็นซิ...  พระสุรเสียงตรัสด้วยความเด็ดเดี่ยว  แต่ทว่าเมื่อนางจดจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาคมที่ทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

 


พาพวกนางไปไตร่สวน  เมื่อจอมราชันย์เอื้อนเอ่ย  ทำให้พลทหารที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ต้องหาส่งสัญญาณให้พวกนางก้าวเดินไปยังวังกลาง 46 ห้องที่ที่จะทำหน้าที่พิพากษาคดีในครั้งนี้ทันที  เมื่อเห็นเหล่าผู้ต้องหากังถูกนำตัวไปพิจารณาคดีต่อ  ร่างสูงจึงตัดสินใจผละออกมาโดยหมายจักไปรอฟังผลลัพธ์อีกทีในภายหลัง 

 


จะไม่อยู่ฟังคำพิพากษารึพะยะค่ะ....คำกล่าวของอนุชาทำให้จอมราชันย์พลันชะงัก  ก่อนจะหันหน้ากลับมามองชายผู้เป็นน้องที่กำลังยืนปั้นหน้าบึ้งจนริมฝีปากตึงใส่เขาด้วยแววตาคุกรุ่น

 


ข้าต้องออกพระราชโองการใหม่ให้เสร็จน่ะสิ....ที่เหลือฝากเจ้าด้วยก็แล้วกัน รอยยิ้มที่แสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากบาง ๆของชายผู้เป็นพี่  ทำให้ร่างโปร่งผมบลอนต์ทองกำฝ่ามือจนเห็นสันหมัดที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ   

 


องค์ชายพะยะค่ะ.....ลูคัสออกปากกระซิบกระซาบ  เมื่อเห็นว่าองค์ชายกำลังจักสำแดงกิริยาอันไม่เหมาะสมต่อหน้าเหล่าทหารหาญ  ร่างโปร่งจึงเบือนหน้ากลับมาเล็กน้อยแล้วคลายกำปั้นเมื่อครู่ออกโดยพลัน

 


ข้ารู้หน่า....”  องค์ชายแดเนียลกำลังจักมุ่งหน้าไปยังวังกลาง 46 ห้อง แต่ทว่าเสียงโหวกเหวกที่ดังไล่หลังมาทำให้เขาตัดสินใจหันขลับกลับไปมอง  มีหนึ่งในสามของตระกูลขั้วอำนาจเมื่อครู่ทรุดกายล้มพับในขณะที่กำลังเดินทางไปยังประตูทิศใต้ของวังกลาง 46 ห้อง  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์พลันพินิจมองก่อนจะสาวเท้าเข้าไปดูสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น

 

แพทริเซีย!!!  แพทริเซีย!!!! ” คาร่าตะโกนโหวกเหวกด้วยความตกใจที่เห็นใบหน้าซีดเผือกของอีกฝ่าย  ที่ทีแรกเธอเดินนำอยู่ด้านหน้า แต่ทว่าจู่ ๆก็ทรุดกายล้มลงโดยไม่มีสาเหตุ  พลทหารที่กำกับอยู่ด้านหลังรั้งท่อนแขนของนางเอาไว้ทำให้ไม่สามารถเข้าไปพยุงร่างของอีกฝ่ายที่ยังทรุดกายล้มอยู่ได้!!

 


เป็นอะไรอีกเหล่า...รีบ ๆลุกขึ้นเสียที คุณหนูเรเชลที่เดินนำหน้าอยู่หัวขบวนหันกลับมาด้วยใจที่หงุดหงิดเต็มทน  เพราะหากยิ่งยืดเยื้อก็ทำให้สถานะของเธอตกต่ำและต้องกลับไปจมปลักอยู่ที่ตำหนักเย็นอีกหน!

 


คุณหนูรัชเชรดลุกขึ้นมาได้แล้วขอรับ! ” พลทหารที่ถือตรวนที่ล่ามข้อเท้าของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ 

 


อั่กกกกก....โฮกกกกก แต่ทว่าเสียงที่ขานตอบกลับมาก็คือเสียงไอกระอักพร้อมกับกลิ่นคาวคลุ้งที่นางกำลังสำรอกออกมาทางปาก!

 


อาการแบบนี้!!? // กรี๊ดดดดดดดดดด!!!! // ตามหมอหลวงเร็ว!!!!!! ” เสียงหวีดร้องเริ่มดังก้องไปจนทั่วเมื่อเห็นว่าคุณหนูรัชเชรดเริ่มดิ้นพล่านไปมาด้วยทีท่าทุรนทุราย  ชุดของผู้ต้องหาสีขาวดุจปุยสำลีเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือด 

 


เลือดดดด....// กรรซ์!!!! ” กลิ่นคาวฟุ้งขจรกระจายไปจนถ้วนทั่วบริเวณ  ความคาวหวานกำลังจุดกระตุ้นความดิบเถื่อนของสัญชาตญาณนายทหารชั้นต่ำให้เกิดแรงกระหาย!!!

 

 

ฉึบบบบบ....ฉับบบบบ!!!?

 

หยุดประเดี๋ยวนี้!!! ห้ามผู้ใดขยับเข้ามาใกล้นางทั้งนั้น!!! ”  พระสุรเสียงกร้าวขององค์ชายดังขึ้น  ทำให้เหล่าแวมไพร์ที่กำพลังจะสติหลุดพลันไม่กล้าขยับฝ่าเท้าเข้ามาใกล้!!!  คมดาบที่ทำจากเงินแท้ที่เหล่าองครักษ์รักษาพระองค์ชักออกมาจากฟักดาบทำให้พวกเขายืนนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน

 


อึก...อึก....แรงสั่นน้อย ๆทำให้องค์ชายแดเนียลทรุดกายแกร่งของตนเองในท่านั่งยอง  ก่อนจะชอนต้นคอของอีกฝ่ายขึ้นมาในวงแขน  ใบหน้าหวานค่อย ๆชอนสายตาขึ้นมามองเขาด้วยสายตาอ่อนล้า  พร้อมกับไอสำรอกเลือดจากช่องท้องอีกระรอกหนึ่งจนชุดฉลองพระองค์เปรอะไปหมด

 


เจ้าจักไม่เป็นไร....ข้าให้สัญญา เมื่อเห็นร่างของหญิงกำลังสั่นระริกและดิ้นพล่านอยู่ตรงหน้า ทำให้ร่างโปร่งชอนร่างอันบอบบางของนางขึ้นมาในอ้อมแขน ก่อนจักเปรยขึ้นน้ำเสียงนุ่มนวล พลางใช้ฝ่ามืออีกข้างลูบไล้เรือนผมสีดำสลวยแสนมีน้ำหนักของอีกฝ่ายเพื่อปลอบขวัญ   

 


หน้าแบบนี้  เส้นผมสีนี้...


เจ้าชายแดเนียลงั้นเหรอ?

 


แพทริเซียพยามเพ่งสายตามองถึงการกระทำอันไม่น่าเชื่อว่าจักได้เห็นกับตาของตนเอง  สัมผัสอันอ่อนโยน  น้ำเสียงที่แผ่วเบา และแววตาที่มองมาอย่างจริงใจ...ทำให้องค์ชายแดเนียลไม่รู้สึกพระองค์เลยว่ากำลังช่วงชิงดวงใจของหญิงที่ไม่เคยมีชายหน้าไหนพิชิตได้ด้วยการกระทำของตนเอง

 


พวกเจ้าพาคุณหนูอีกสองตระกูลไปไตร่สวน...! ” สายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความชิงชังฉายแสง ก่อนจะบัญชาเหล่าพลทหารที่กำกับผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ด้วยน้ำเสียงตวาดลั่น

 


พวกหม่อมฉันมิได้ทำสิ่งใดเลยนะเพคะ!! // องค์ชาย ได้โปรด!!! ” หญิงงามอีกสองตนพลันโวยวายเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้ากำลังทำให้พวกนางตกที่นั่งลำบาก!!

 


พะยะค่ะ! ”

 


ลูคัสตามหมอหลวงมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! ” องค์ชายแดเนียลรวบร่างที่กำลังจักไร้สติของหญิงสาวขึ้นมาในอ้อมแขนก่อนจักหันไปสั่งการกับทหารคนสนิทด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลจนถึงขีดสุด  นึกหวั่นเกรงว่าเขาจักช่วยนางผู้นี้ไว้ไม่ได้  เช่นเดียวกับที่เขาช่วยเสด็จฯแม่ของเขาไว้ไม่ทันการ!

 


ได้เดี๋ยวนี้เลยพะยะค่ะ!! เมื่อได้ยินดังนั้นร่างแกร่งขององค์ชายก็หายวับไปกับสายลมพร้อมกับคุณหนูตระกูลรัชเชรดที่กำลังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง 



 ณ  ห้องประชุมใหญ่

 


            ฝ่าบาท....ฝ่าบาทพะยะค่ะ!! ” เสียงเพรียกจากพลทหารที่วิ่งหน้าตั้ง  ทำให้เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เพิ่งหัวเสียงกับข้อมติในองค์ประชุมถึงกับมีน้ำโหมากกว่าเดิมที่เห็นทหารชั้นหางแถววิ่งปี่เข้ามายังเขตหวงห้าม 

 


            อะไรกัน  ปล่อยให้ผ่านเข้ามาได้อย่างไร!!! ทหาร!!! ” ท่านราชครูออกปากเรียกทหารรับใช้ใกล้บริเวณ  เพื่อให้จัดการกับพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง  เหล่าทหารหาญมากฝีมือเพียงแค่พยักหน้ารับคำสั่งเพียงแค่เสี้ยววิก็รวบตัวแวมไพร์ผู้สามหาวจนหน้าทิ่มลงไปกองกับพื้น!!!  เสียงครวญครางจากการถูกดัดข้อมือไพร่หลังจนเกือบจักหัก  ทำให้ท่านราชครูพึงพอใจก่อนจะหันไปทูลถวาย

 


            “ เห็นทีคงจักต้องจัดระเบียบให้เข้มงวดมากกว่านี้แล้วพะยะค่ะ

 


            “ ข้าก็คิดเช่นนั้น....”  จอมราชันยืเอ่ยเสริมอย่างเห็นด้วย  ก่อนจะปรายสายพระเนตรนิ่งงันลงไปมองทหารผู้น้อย

 


            เคอร์แชต เพียงแค่องค์เหนือหัวเรียกหา  ชายผู้ดำรงตำแหน่งองครักษ์รักษาพระองค์ที่อายุอานามน้อยที่สุดถึงกลับหันมายกยิ้มให้ฟรานซิส  จนเจ้าตัวมองค้อนขวับกลับมายกใหญ่  ร่างโปร่งเดินดิ่วไปยังทหารที่ถูกจับกดอยู่ที่พื้นพร้อมกับชักดาบคู่ใจขึ้นมาวางพาดที่ต้นคอรอคำบัญชา

 


            ทีนี้ว่าธุระของเจ้ามาสะสิ เคอร์แชตมองด้วยหางตาพร้อมกับน้ำเสียงเด็ดขาดที่หนักแน่น  คมดาบที่ทำขึ้นจากเงินแท้กำลังจรดลงต้นคอของอีกฝ่ายจนชายที่นอนรอความตายรับรู้ถึงความคมของปลายอาวุธ

 


            อาญามิพ้นเกล้าฯ...ผะ...ผะ  ผู้ต้องหาถูกลอบวางยาเช่นเดียวกับพระหมื่นปีหนึ่งตนพะยะค่ะ



            “ เป็นคะ...คะ  คุณหนูตระกูลรัชเชรด พะยะค่ะฝ่าบาท!!! ” 

 

 

  ขวับ  ขวับ  ผ่างงงง!!!?

 

            “  งานนี้จักปิดเรื่องวุ่นวายนี้มิดหรือ!!!? //  ใครกันนะที่มันชักกล้าเหิมเกิมได้มากถึงเพียงนี้!!!  //   ใช่แล้ว  ช่างไม่เกรงกลัวฟ้าดินเลย!!!   ” สิ้นคำกล่าวรายงานเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนางเฒ่าก็โวยวายกันให้จ้าละหวั่น  มีเพียงจอมราชันย์ ท่านพระราชครู  และนายทหารระดับสูงบางรายเท่านั้นที่ยืนประทับนิ่ง

 


 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน 

 

ตำหนักเย็นมีการวางกำลังแน่นหนา...

 

  แม้แต่อาหารการกินแก่ผู้ต้องครหาเอง ก็ยังได้รับการอารักษ์ขาเป็นอย่างดี

 

ใยถึงเกิดการลอบสังหารภายในวังหลวงได้ง่ายถึงเพียงนี้

 


            “ ฝ่าบาท...”  พระราชครูเรียกขานจอมราชันย์ที่เป็นศิษย์รักด้วยน้ำเสียงนิ่ง  ร่างสูงผู้เป็นจ้าวดินแดนหันกลับไปก่อนจะยกยิ้มบาง ๆแล้วตอบรับความนัยนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 


ข้าก็คิดเช่นนั้น... คำเปรยที่รู้ความนัยกันอยู่เพียงลำพัง 


ระวังองค์ด้วยพะยะค่ะ  มีเกลือเป็นหนอนโขนัก   ฟรานซิสหันมากระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  ร่างสูงจึงเบือนหน้าไปหานายทหารคนสนิทด้วยสีหน้าและแววตาที่รู้กันอยู่ภายใน 

 


            “ เคอร์แชตถอนดาบได้แล้ว... แต่แล้วกลิ่นคาวอันน่ารัญจวนก็โชยมาตามแรงลมจนชายหน้าคมถึงกับละสายตาไปมอง  ปลายดาบที่จ่ออยู่ที่ต้นคอของทหารชั้นผู้น้อยทำให้เขาตัดสินให้ทหารองครักษ์ลดดาบลง

 


            “ พะยะค่ะ แวมไพร์ผมทองพยักหน้ารับก่อนจะจัดการเก็บดาบของตนเองลงฟักดาบแล้วเดินกลับมายืนอารักษ์ขาข้างพระวรกายจอมราชันย์ดังเดิม

 

            “ เรื่องที่ลงมติในวันนี้ก็ถือเป็นไปตามนั้น  ส่วนเรื่องนี้ห้ามมิให้ผู้ใดแพร่งพรายข่าวออกไปเป็นอันขาด  ข้าจักตั้งหน่วยสืบสวนข้อเท็จจริงเอง...คงมิมีผู้ใดในที่นี้คัดค้าน? จอมราชันย์ตรัสถามแกมบังคับ  ทำให้เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจมากนัก  แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าขัดพระทัยฝ่าบาทอยู่ดี  เมื่อเห็นว่าทุกฝ่ายเห็นชอบจอมราชันย์สายสงบถึงปลีกพระวรกายผละออกไปพร้อมกับทหารคู่พระทัยสองตนที่ติดตามรับใช้ 

 

            จอมราชันย์สาวเท้าเดินไปยังวังกลาง  เคอร์แชตที่เดินช้าสุดก็กวาดสายตามองไปด้านหลัง เห็นว่าสมาชิกใหม่ที่ได้รับการอนุมัติแล้ววันนี้  เดินรั้งท้ายห่างไกลอยู่หลายขุมจึงตัดสินใจไปกระตุกชายเสื้อของฟรานซิสเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นผู้ออกปากเรียก

 

            “  วัลแคนรีบเดิน!!! ” ร่างสูงผมน้ำตาลเข้มออกปากก่อนจะปรายสายตาดุ  ใบหน้าคมได้รูปภายใต้หน้ากากครึ่งเสี้ยวที่สวมปิดช่วงครึ่งหนึ่ง  คงเป็นเพราะเขาอยู่หน่วยลับมานานหูตาจึงค่อนข้างไวในการจับสังเกต 
  เพียงชั่วพริบตาเมื่อครู่นั้นเขาเห็นกลุ่มขุนนางที่กำลังยืนจับกลุ่มเสวนาบางประการ  แม้นอยากจะลองสะกดปากว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน ก็จำยอมละสายตาออกไปดูท่าทางน่าสงสัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ร่างสูงผมสีซีดนาม วัลแคนได้แต่นึกเสียดายก่อนจะหันมาเร่งฝีเท้าของตนเอง



ณ  ตำหนักใต้ 


            หมอหลวงฝีมือดีถูกเชิญตัวให้มาทำการรักษาและถอนพิษอย่างเร่งด่วน  ผู้ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดถูกกันให้อยู่ด้านนอกเพื่อป้องกันการปนเปื้อน  เพราะทางราชสำนักยังคงสกัดพิษที่ถอนพิษร้ายนี่ได้เพียงแค่สามในสี่ส่วนเท่านั้น  ชายชราที่ถวายการรักษาองค์พระหมื่นปีรีบวางกระเป๋าตำรับยาเฉพาะตนลงข้างเตียงผู้ป่วย  เรียวนิ้วจับจรดวัดแรงดันปีศาจพลางสัมผัสจุดสำคัญที่เจ้าตัวสำรอก  แต่ทว่ารอยริ้วที่ขึ้นตามคมหน้าก็พลันเลิกเรียวคิ้วด้วยความฉงน  อาการทั้งหมดที่เขาตรวจอยู่มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลนี่มันมีแค่แผลที่ถูกกัดจนเกิดแผลฉกรรจ์ในช่องปากเฉยๆ!?

 


            “ นางมิได้โดนพิษ  นี่มันก็แค่....อึกกกก!!? ” หมอหลวงที่ทำการรักษาอยู่ถึงกับเซถลาไปตามแรงดึงที่ฉุดกระชาก!!!  เรือนผมสีดำที่เคยม้วนตึงถูกสยายออกเมื่อผู้เป็นเจ้าของถอนปิ่นปักผมอย่างมาแล้วล็อคข้อมือของอีกฝ่ายไว้หนึ่งข้างเพื่อไม่ให้ขัดขืน!! กลายเป็นว่าเขาถูกกระชากแล้วบังคับให้หันหลังไปอีกฝั่งเป็นที่เรียบร้อย   

 


พรั่บบบบบบ  หมับบบบ  ชิ้งงงงง!!!!?

 


            “ ชู่วววววว์  อย่าเพิ่งกระโตกกระตาก....ข้ามิได้คิดจักฆ่าท่าน เสียงใสเอ่ยขึ้นในขณะที่ลมหายใจยังกรุ่นไปด้วยความคาว  รอยยิ้มแสยะยกพร้อมกับจรดเรียวเข็มซ่อนไว้ในปิ่นปักผมขึ้นมาชี้ ณ ตำแห่งหัวใจของชายผู้เป็นหมอหลวง เมื่ออีกฝ่ายค้นพบข้อเท็จจริงเข้าจนนางไม่มีทางเลือก

 


            คุณหนูรัชเชรด  รู้รึไม่ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ คือ การหลอกลวงเบื้องสูง...โทษหนักสถานใด ชายผู้อยู่ในรั้ววังหลวงมานานบ่ายหน้าไปกระซิบเมื่อย้ำเตือนอีกฝ่ายที่กำลังหลอกทุกผู้ว่าถูกลอบวางยาพิษ  ทั้งๆที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น!

 


            “ รู้ซิ...

 


            “ แล้วใยถึงทำ....อึก!! ”

 


            “ หุบ-ปาก เมื่อแผ่นหลังรับรู้ถึงความคมของแร่เงินบริสุทธิ์ที่จรดอยู่ที่แผ่นหลัง ณ ตำแหน่งหัวใจก็ทำเอาหมอหลวงนึกรักตัวกลัวตายยอมหุบปากแต่โดยดี

 


            “……………”

 


            แวมไพร์ที่ตายแล้วย่อมพูดมิได้....ท่านหมอหลวง เสียงหวานกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วพลางกดแรงอาวุธที่ถืออยู่เพื่อย้ำให้อีกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า

 


            “……….!!! ”

 


            “ แต่มิต้องห่วงไปหรอกท่านหมอหลวง  หากท่านช่วยรัชเชรดไว้สักหน...ตระกูลเราจ่ายหนี้คืนให้แน่นอน มิมีบิดพลิ้ว คารมณ์เชิญชวนบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม  ก่อนที่จักโยนถุงสีทึมที่ซุกซ่อนเอาไว้ในช่องสวาทออกมาแล้วโยนออกไปให้อีกฝ่ายได้ยล

 

 


ฟุบ  ตุบบบบ

 

            ถุงสีทึมที่โยนมาตรงหน้าพลันคลายปมเผยให้เห็นของล้ำค่าที่ถูกเก็บไว้ด้านใน  ชายผู้เป็นหมอหลวงมานานถึงกับเบิกตากว้างเมื่อพบว่าสินบนที่คุณหนูผู้นี้จ่ายเพื่อให้เขาปิดปากนั้นมีราคามากขนาดไหน!!?

 


            “ เล็บของกรินฟิน  อสูรครึ่งอินทรีย์ครึ่งสิงโตในแดนแฟร์รี่ !!? ”  อสูรในตำนานที่แทบจักนับจำนวนได้ในแคว้นต่างแดนเช่นนี้  คุณหนูแห่งรัชเชรดผู้นี้กลับมีไว้ในครอบครอง!!

 


 “ ถือเป็นสินน้ำใจเล็กน้อยจากข้า

 


ข้า...ข้า หมอหลวงที่รับใช้ราชวงศ์มานานพยายามจักปฏิเสธ  แต่ทว่าราคาของของที่ว่านั้นกำลังทำให้เขาไขว่เขว้จนเกินกว่าจะบอกปัดออกไปโดยง่าย

 


ถ้าท่านมิรับไว้  ข้าคง...หญิงสาวแสร้งทำทีเป็นพูดจาเชื่องช้า  เพื่อขู่ให้อีกฝ่ายเข้าใจความนัยที่นางแอบแฝง และแน่นอนผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้นางพอใจเป็นอย่างยิ่ง

 

คะ คะ แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะขอรับ!! ” เมื่อได้ยินคำตอบรับ  ร่างอรชรก็ปล่อยข้อมือที่ล็อคหมอหลวงเอาไว้ด้วยความว่าง่าย  เมื่อตนได้ซึ่งอิสระจึงรีบถลาออกห่างจากหญิงอันตรายตรงหน้าพลางรีบไปเอื้อมคว้าสินบนแล้วซุกลงในกระเป๋าเพื่อปกปิดทุกอย่างมิให้มีผู้ใดล่วงรู้ร่างบางรีบรวบมวยเรือนผมด้วยปิ่นปักผมดังเดิมก่อนจะหยีให้ผมเพร้ากระเซอะกระเซิงเช่นตอนที่ถูกอุ้มมาที่นี่

 


นี่คือยาระงับแรงดันปีศาจขอรับ...โปรดทานเอาไว้เพื่อให้ทุกอย่างสมจริงยิ่งขึ้น



หมับ!!



“ อึก...อึก ” เม็ดยาอัดเป็นเม็ดกลมถูกหยิบยื่นมาให้โดยง่าย  นัยน์ตาหวานทอดมองก่อนจะจรดหยิบขึ้นมาใส่ปากแล้วกลืนลงไปโดยไม่ลังเล  ผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยาชั้นเลิศทำให้นางแน่นหน้าอกขึ้นมาเรื่อย ๆจนชักจักหายใจลำบากราวกับผู้ที่สูญเสียพลังปีศาจไปจริง ๆ 


“  ฤทธิ์ยาจะคงสภาพได้แค่หนึ่งวันเต็ม...แล้วข้าจักมาถวายยาอีกหนในวันรุ่งขึ้นขอรับ ” ร่างอรชรค่อยๆหยัดกายของตนเองล้มลงไปนอนนิ่งดังเดิมพลางพยักหน้าเข้าใจและให้หมอหลวงผู้นั้นออกไปแต่โดยดี สาวเจ้าทำทีเป็นหลับตาพริ้มราวกับคนป่วยที่ยังมิได้สติ  ทันทีที่เสียงฝีเท้าของหมอหลวงค่อ ยๆไกลออกไปเรื่อย ๆ  สาวเจ้าที่ปั้นแต่งเรื่องทั้งหมดลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่แผนการของตนบรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ  นัยน์ตาคมพลันหลับตาพริ้มด้วยความอ่อนล้าตามฤทธิ์ยาที่เพิ่งกลืนลงไป

 


ดีแค่ไหนที่สายของตระกูลมารายงาน


ถึงแผนชั่ว ๆของเรเชล โจนส์ที่คิดจักป้ายสีข้าให้มีราคิน

 

หน็อย  ทำทีเป็นเสนอให้ข้าซื้อพัดวีจากพ่อค้าคนกลาง

 

ที่ไหนได้ก็คิดจักให้ข้าเป็นแพะรับบาป

 

นังอสรพิษ!! นังงูพิษในคราบผู้ดี!!

 


            คิดจักหันดาบใส่คนของตระกูลรัชเชรด  ยังเร็วไปอีกร้อยปี...        

 


หึ หึ  มิเคืองกันนะเรเชล...ร่างบางได้แต่แค่นหัวเราะอย่างสะใจ  เมื่อนึกถึงสีหน้าของอีกฝ่ายที่มิรู้จะดิ้นหลุดจากกับดักที่นางตลบหลังกลับยังไงพ้น  ความรู้สึกคุ้มร้อนคุ้มหนาวจากการถูกยาสลายพลังปีศาจไปเริ่มสำแดงเดช  ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มหายใจแรงและถี่มากขึ้นตามยาชั้นเลิศที่หมอหลวงเป็นผู้จ่าย  เรือนกายบอบบางพลันขยับพลิกตัว  ก่อนที่จักเอื้อมจับสัมผัสอันแสนอ่อนโยนที่ติดตึงจนเจ้าตัวยังรู้สึกชาวาบขึ้นมาที่ดวงใจ  หญิงแกร่งที่ไม่เคยรู้จักคำว่าการถูกดูแลกำลังไหวสั่น...ดวงใจที่เต้นอยู่ในอกพลันสะท้านอย่างบ้าคลั่งครั้นนึกถึงแววตาทอแสงอ่อนและน้ำเสียงทุ้มนุ่มของเจ้าชายแดเนียลที่ลดองค์ลงมาช่วย 

 


ทั้งๆที่สั่งให้นายทหารตนอื่นพาข้าไปทำการรักษาแทนก็ย่อมได้ 

 

แต่องค์ชายก็เลือกที่จักเปรอะคราบเลือดและช่วยข้าด้วยพระองค์เอง

 

ช่างสุภาพบุรุษยิ่งนัก...

 

เอ๊ะ...รึว่านี่ข้า

 

กำลังมีความรัก!?

 


            เมื่อรับรู้ความรู้สึกของตนเองนัยน์ตาดำพลันวาวระยับ  ริมฝีปากอวบอิ่มพลันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตนเอง  ที่บัดนี้หน้าหวานเริ่มขึ้นสีจนเกือบจักแดงกล่ำ  ความประทับใจเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือแผนการทั้งหมดกำลังทำให้คุณหนูรัชเชรดเขว้ออกไปจากเป้าหมายสูงสุดที่เคยหมายตาเอาไว้

 

 ความปรารถนาในคราแรกคือขึ้นดำรงตำแหน่งพระสนมเอกของจอมราชันย์...

 

แต่บัดนี้ข้ามิอยากได้เสียแล้ว 

 

อยากเป็นชายาเอกขององค์ชาย  ชายารองก็ได้  ขอแค่ได้เคียงคู่ 

 

ถ้าสำเร็จล่ะก็...ค่อยชิงบังลังค์แล้วมอบให้เจ้าชายแดเนียลทีหลังก็ยังได้!

 

เพลานั้นตัวข้าก็ได้อยู่เคียงคู่องค์ชาย และตระกูลรัชชเชรดก็อยู่บนฐานอำนาจสูงสุดเช่นกัน...!!

 


            องค์ชาย...รอหม่อมฉันก่อนนะเพคะ แพทริเซียเอื้อนเอ่ยก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความสุขล้น  ใบหน้าหวานหลับพริ้มตามความแรงของยาที่กำลังทำให้นางอ่อนแอลงชั่วขณะ  


 

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #38 wawawow555 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 19:09
    เวลาผู้ญร้ายนี่น่ากลัว
    #38
    0