ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 22 : ตอน เดิมพัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    20 เม.ย. 62



จาริส  คาร์เตอร์

ข้ายังไม่เคย...ลงเดิมพันแพ้เลยสักครั้งเดียว 



            ขณะที่ทหารที่ลาดตระเวรอยู่ป้อมรอบนอกของรั้วกำแพงวังหลวง  เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาเสียจนไม่มีผู้ใดได้ไหวตัวทัน  แต่ทว่าเสียงสายลมที่เสียดสีจนเกิดคลื่นความถี่ต่ำ  กำลังทำให้นายทหารฝึกหัดที่รักษาการณ์อยู่ที่ป้อมหน้าผละกายออกจากขบวนแถวแล้วตัดสินใจไปตรวจตารอบบริเวณเพื่อเช็คความเรียบร้อย  เมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่สลักไว้กลางหลังบนผ้าคลุมก็ทำให้นายทหารหน้าใหม่ถึงกับปาวร้องด้วยความตื่นตระหนก!!

 

 

ใช่แล้ว  สัญลักษณ์รูปโล่เป็นตราประทับที่อยู่กลางแผ่นหลัง

 

คือเครื่องหมายสำคัญขององค์รักษ์ระดับสูง

 

ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ตนที่จะได้รับตราเครื่องหมายแสนทรงเกียรติแบบนี้!!!

 

 

            “ อ๊ะ!!  นั่นมัน...นั่นมัน ท่านเคอร์แชต!?

 

 

ไม่ผิดแน่  สัญลักษณ์นั่น!!! // จริงด้วย หน้าแบบนั้นใช่แน่เลยว่ะ!!!! ” เสียงปาวร้องผสมปนความตื่นเต้นและดีใจตีกันมั่วไปหมดจนทำให้นายทหารชั้นผู้น้อยตนอื่น ๆต่างแห่มาร่วมชุลมุนกันยกใหญ่  เนื่องจากอยากเห็นนายทหารมากฝีมือระดับชั้นแนวหน้าให้เป็นบุญตาสักครั้งนึง!

 

 

พรั่บบบบบบบบ

 


            “ โห สุดยอดดดด!!!! //  ใช่จริง ๆด้วย!!! ”

 

            เคอร์แชตเลิกผ้าคลุมที่สวมทับอยู่ออกเล็กน้อย  ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆให้นายทหารนับสิบผู้ที่กำลังยืนมุงดูเข้าด้วยแววตาระยิบระยับ  เสียงฮือฮาของกองผลัดเปลี่ยนเวรเริ่มอื้ออึงมากขึ้น  เมื่อพวกเขาเห็นว่าเพียงเสี้ยววินาที จู่ ๆร่างสูงผมประกายทองก็โผล่ขึ้นมายืนอยู่แนวรั้วกำแพง  ทั้งที่เมื่อครู่กำลังเดินอยู่บนริ้วถนน!!? ชายผ้าคลุมปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดโชยก่อนจะกระโดดลงมาหาเหล่าทหารกล้าที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยรอบนอกวังหลวงด้วยทีท่าเป็นมิตร

 

            “ ทหารรักษาระเบียบหน่อย :) ” เมื่อได้ยินคำเตือนอันหวังดีจากนายทหารรุ่นพี่ก็ทำให้เหล่าทหารหน้าใหม่ที่ตื่นตายวายเต้นรีบตั้งขบวนลาดตระเวรใหม่ด้วยความพร้อมเพรียง!

 

 

            “ ขออภัยขอรับ!!! // ขออภัยขอรับ!!! ” นายทหารนับสิบขานกันเป็นเสียงเดียวก่อนจะยืนตั้งขบวนด้วยความเรียบร้อยดังเดิม 

 

 

ตั้งใจทำงานล่ะ...ร่างสูงผมประกายทองยกยิ้มก่อนจะพยักหน้าเชิงขอตัว  แล้วใช้สปิริตแวมไพร์หายไปจากที่ที่ตนยืนอยู่โดยที่แม้แต่แวมไพร์ด้วยกันยังจับทางไม่ถูกเลยว่าท่านเคอร์แชตหายวับไปทางไหน?!!

 

 

            “ สมฉายา ท่านเคอร์แชตก้าวพริบตา จริงๆ!!!  // โหย  ตัวจริงหล่อชะมัดยาก

 

 

ตึก  ตึก  ตึก  ตึก


 

            ไม่ได้กลับมาสะนานเลยแหะ....ร่างสูงประกายทองเปรยกับตนเอง  ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบบริเวณท้องพระโรงอันแสนเงียบสงัดด้วยความคิดถึง  เขาจำต้องหยุดใช้สปิริตแวมไพร์ทันทีเมื่อเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน  และเมื่อเดินมาได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องพบกับนายทหารระดับสูงสองนายที่กำลังตรวจตราหยุดยืนคาราวะตามหน้าที่

 


โอ้ว  กลับมาแล้วเหรอเคอร์แชต // เหมือนจะล่ำขึ้นรึเปล่า?

 


นิดหน่อยขอรับ ร่างสูงเอ่ยพลางฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับนายทหารรุ่นพี่  ก่อนจักขอตัวเข้าไปยังด้านในเพื่อรายงานตนกับจอมราชันย์ว่าเขาได้เดินทางมาถึงเป็นที่เรียบร้อยและรายงานข่าวที่ไปสืบมาเป็นการส่วนพระองค์   เคอร์แชตเดินหาฝ่าบาทอยู่นานโข  จนกระทั่งเขาเดินมายังห้องทรงงานที่ที่ฝ่าบาทชอบคลุกตัวอ่านกองฎีการ้องเรียนอยู่ที่นี่จนเกือบสว่าง  แต่ทว่าสิ่งที่ได้พบก็คือร่างสูงผมน้ำตาลแกมเข้มที่กำลังยืนคุมเข้มไม่ให้มีใครเข้าไปรบกวนองค์เหนือหัวที่ประทับอยู่ด้านใน

 


หื้ม...ไอปีศาจแบบนี้? ฟรานซิสที่กำลังยืนอิงกำแพงอยู่ด้านนอกถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมาดูว่า ฝีเท้าที่กำลังดังไล่เข้ามาคือชายคนที่เขานึกเอาไว้รึเปล่า  ทันทีทีเห็นเรือนผมทองเป็นประกายของชายที่กำลังสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับเริ่มออกแรงวิ่งมาหาราวกับจักเข้ามาโผกอด  ฟรานซิสที่กำลังยืนอยู่ก็ถึงกับก่นด่าอยู่ในใจ

 

พับผ่าสิ...ใช่จริงๆสะด้วย!!


 

พี่ฟรานซิสสสสสสสสสสสสส!!!!!!!!! ”  ความเป็นเด็กชายตัวน้อยๆแสนกวนบาทาเริ่มผลิดอกขึ้นมาทันใดที่ได้เห็นพี่ชายที่ตนสนิทและคลุกคลีมานาน  ยามที่ต้องปฏิบัติภารกิจเวลาอยู่ข้างนอกเคอร์แชตแทบไม่ได้ปลดปล่อยความติ๊งต๊องในฉบับของตนเองเลยสักนิด  หากเทียบกันแล้วเห็นจะมีเพียงพี่ฟรานซิสสและพี่จาริสเท่านั้นที่เขายอมให้เห็นตัวตนที่จริงแท้

 


นั่นประไร....แหกปากมาแต่ไกลเหมือนเดิม

 

 

หมับบบบบ!!!!



และแน่นอนพอเห็นใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของอีกฝ่าย  ฟรานซิสก็ถึงกับเอามือขึ้นมากุมขมับ  ท่าวิ่งชวนขนลุกที่กำลังจะวิ่งปี่เข้ามาก่อนพร้อมกับทำปากจู๋ยู่คล้ายกับจะจุมพิต  ทำให้ฟรานซิสถึงกับต้องง้างฝ่ามือขึ้นมากางกั้นจนไม่สนเลยว่าหน้าของเคอร์แชตจะมีสภาพเป็นเช่นไร

 

อุ๊บบบบบบบบบ!!! อี่อานอิดอ่อยยยยย!!!!! ” (พี่ฟรานซิสปล่อยยยยย)


 

นาน ๆจักเจอกันสักที  ทำตัวให้ข้าไม่หนักใจหน่อยจักตายรึไรหา  ไอ้เด็กบ้า!!! ”

 


อ้ออ้าอิดอึ๋งงงงงง   (ก็ข้าคิดถึงงงงงงงง)



หึ่ย  ขนลุกชะมัด!!!! ” สบถคำจนเสร็จ  ร่างสูงผมน้ำตาลก็ผลักหน้าของอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกจากตัวก่อนจะเช็ดฝ่ามือที่เพิ่งจับหน้าเคอร์แชตเมื่อครู่ขึ้นมาขยี้กับแขนเสื้อ  เพื่อทำความสะอาดราวกับกลัวราคี

 

โถ่  ขอสักฟึดสองฟึดก็ไม่ได้!!!! ”

 


โอ้ะ  เก็บแก้มไว้ให้นางโลมกัดยังจะดีเสียกว่า !!! ”  เมื่อบทสนทนาของสองแวมไพร์ที่ชอบถกกันเริ่มดังขึ้น  จู่ๆทั้งสองก็พลันสงบศึกลงและมองเข้าไปยังนัยน์ตาของกันและกันราวกับรู้ความหมาย  ทั้งคู่หุบปากเงียบกริบกันอยู่ชั่วอึดใจ  ก่อนที่เคอร์แชตจักเป็นฝ่ายพูดประเด็นสำคัญขึ้นมาเสียเอง


 

พี่จาริส...รับตำแหน่งจริงๆสินะ คำถามที่พ่นออกมาราวกับไม่ต้องการคำตอบ  ทำให้แม้แต่ฟรานซิสเองที่รู้จักมักจี่และคลุกคลีกันมานานยังพลอยใจหายไปด้วย


 

ตามนั้นนั่นแหละ

 


เห้ออออ....เหงาชะมัด  เวลาที่ไม่มีพี่จาริสคอยปรามเราทั้งคู่

 


...........................ร่างสูงผมน้ำตาลเข้มไม่พูดอะไร  ทำเพียงแค่แหงนหน้ามองเพดานด้านบน  เมื่อเขารับรู้ว่าเคอร์แชตกำลังพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ

 


พี่ฟรานซิสแล้วสรุปว่าฝ่าบาทเลือกใครขึ้นมารับตำแหน่งแทน....

 


โถ่เอ๊ย เจ้าเด็กโง่  คิดว่าใครจะรู้พระทัยฝ่าบาทได้ดีนอกจากจาริสกันเหล่า!!!! ” ฟรานซิสพูดพลางยืดอกแล้วก็กำชับชุดหุ้มเกราะของตนเองด้วยท่าทีผ่าเผย 


 

อี๋!!!  ไม่อยากให้พี่ขึ้นตำแหน่งพระราชมนูเลยให้ตายสิ!!! ”

 


ให้มันน้อยๆหน่อยเถิดเจ้าเด็กลามปาม! ”

 


ขอรับ ขอรับ ขอรับบบบบบบ

 


ให้ตายสิ...ฟรานซิสสบถก่อนจะดึงถุงมือดำขึ้นมาสวมทับทีละข้าง  โดยที่เคอร์แชตก็โยงเข้าสู่ประเด็นอื่นที่ตนยังคงค้างคา


 

แต่องครักษ์รักษาพระองค์ต้องมีสามตนไม่ใช่เหรอท่านพี่....แล้วยังงี้ฝ่าบาทจักเลือกผู้ใดขึ้นมาล่ะ



เห็นว่าทรงทาบทาม วัลแคน จากหน่วยลับอยู่น่ะนะ  ไม่รู้ทางนั้นจักตอบตกลงรึไม่

 


วัลแคนนักล่าฆ่าหัวแวมไพร์ผู้นั้นน่ะนะ!!!!! ”

 


เออ!!! ก็มีอยู่วัลแคนเดียวไหมล่ะเจ้างั่ง!! ” พอได้รับคำด่าจากรุ่นพี่เคอร์แชตก็เลยพยักหน้าเออออ  เพราะจากเท่าที่ทราบมานายทหารนามว่า วัลแคน  ก็มีฝีมือไม่ใช่เล่นๆ  ขณะที่บทสนทนากลับมาสู่ความเงียบอีกครั้ง  แต่แล้วชายหูไวก็ได้ยินเสียงโน้ตดนตรีแว่วขึ้นมากลางอากาศจนเคอร์แชตต้องขมวดคิ้ว!?


 

ตึ่ง   ตึง  ตึ้ง

 


            หื้ม..เสียงดนตรี?! ” ร่างสูงผมประกายทองหันมาจ้องรุ่นพี่ตาเขม็งเมื่อเห็นว่าเสียงดนตรีที่ตนเองได้ยินนั้นดังมาจากภายในห้องทรงงานของฝ่าบาท  

 

ก็อย่างที่เจ้าได้ยินนั่นแหละ ฟรานซิสตัดบทก่อนจะกลับมายืนกอดอกรักษาการณ์อยู่ด้านนอกโดยไม่คิดจะตอบคำถามอะไรอีกต่อไป

 


ดนตรีเชียวนะ!!!!?  ฝะ...ฝ่าบาทน่ะนะทรงดนตรี!!!!เคอร์แชตตะโกนจนเสียงหลงเมื่อพบว่า  องค์เหนือหัวที่ทรงบ้างานเสียยิ่งสิ่งใด  กำลังบรรเลงเสียงดนตรีแสนเสนาะอยู่อย่างสำราญฤทัยอยู่ในห้องส่วนพระองค์!?  ท่าทีที่แหกปากของเคอร์แชตทำเอาฟรานซิสถึงกับถลึงตามองเพื่อให้หุบปาก  แต่ทว่าพอเขาเห็นว่าชายที่กำลังหยุดยืนอยู่ด้านหลังเคอร์แชตเป็นใครก็ทำเอาถึงกับไปไม่เป็น

 

องค์ชายแดเนียล // องค์ชาย เมื่อเห็นว่าพี่ฟรานซิสหน้าซีดเป็นกระดาษชายรุ่นน้องจึงหันหลังกลับไปมองแล้วก็ถึงกับตกใจทรุดกายถวายความเคารพแทบไม่ทันการ!


 

จริงด้วย....พี่ข้าน่ะหรือทรงดนตรี?   พระสุรเสียงกลั๊วหัวเราะขององค์ชายดังขึ้น  พร้อมกับปาดสายพระเนตรลงมามองนายทหารทั้งสองที่ทำหน้าที่ถวายความปลอดภัยด้วยแววตาลุ่มลึก

 


“……………………” ทั้งสองตนไม่ขานรับ  มีเพียงสายตาเขม็งของฟรานซิสที่หันไปดุเคอร์แชตที่ดันปากมากไม่เข้าเรื่องด้วยสีหน้าเป็นจริงเป็นจัง  ร่างโปร่งไม่รอช้าเมื่อเห็นจังหวะจึงรีบสาวเท้าหมายจักเข้าไปในห้องส่วนพระองค์ของพระเชษฐา  แต่ทว่าร่างสูงผมน้ำตาลแกมเข้มก็ขยับมาขวางทางเขาไม่ให้เข้าไปด้านใน

 

ขออภัยพะยะค่ะองค์ชาย....แต่ฝ่าบาทรับสั่งไว้ว่า ไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนในยามนี้

 

 

แม้แต่ข้าก็ห้ามงั้นเรอะ ฟรานซิส

 

 

องค์ชาย..อย่าทำให้พวกกระหม่อมลำบากใจเลยพะยะค่ะ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยืนกราน  ความอดทนขององค์ชายแดเนียลก็เริ่มหมดลง

 


ถอย-ไป-เสีย สุรเสียงที่กัดพระทนต์ดังกรอดพร้อมกับสีพระพักตร์ที่เริ่มแสดงถึงความเกรี้ยวกราด  แต่กระนั้นฟรานซิสเองก็ยังไม่ยอมผละถอยออกไปจากบานประตู

 


มาใหม่ในรุ่งเช้าเถิดพะยะค่ะ...องค์ชาย เคอร์แชตออกเสียงอีกตน  โดยคอยหูตาไวเข้าไว้เผื่อองค์ชายคิดจักใช้กำลังฝ่าเข้าไปโดยพละการ

 


มิเช่นนั้นข้าน้อยเองก็ไม่มีทางเลือก! ” เมื่อเจ้าตัวออกปากเตือนเป็นครั้งสุดท้าย  พร้อมกับเตรียมชักอาวุธที่เหน็บอยู่ตรงเอวเพื่อเตรียมความพร้อม

 

 กล้าดีอย่างไรถึงหันดาบใส่องค์ชายแดเนียล!!! ” นายทหารนามลูคัสที่ติดตามรับใช้องค์ชายแดเนียลมาด้วยก็เตรียมออกโรงพลางออกปากด่ากราดแวมไพร์ทั้งสองตนที่คิดจักชักอาวุธใส่ท่านแดเนียลที่สืบเชื้อสายพระบรมวงษานุวงศ์!!  แต่ทว่าองค์ชายเจ้าอารมณ์ก็ออกปากตวาดลั่นแทนการใช้กำลังเข้าหักกับทหารองครักษ์

 

เอาซิ...แทงข้า  ร่างสูงผมบลอนต์ทองเอ่ยพลางสาเว้ทาเข้าไปประชิดตัวกับฟรานซิสที่กำลังจะชักอาวุธ  ด้วยสายพระเนตรที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยว 

 

“…………..!!!! // องค์ชาย!!!? ” ทำเอาทั้งลูคัส  เคอร์แชตหรือแม้แต่ฟรานซิสเองถึงกับไปไม่เป็นที่เห็นองค์ชายเล่นไม้นี้เพื่อให้ได้เข้าไป!!

 


หมับบบบ!!?

 

ช้าอยู่ใยเหล่า...รีบๆแทงสะสิ!! ”  ร่างสูงผมบลอนต์ทองไม่พูดพร่ำกลับกำชับฝ่ามือหนาของอีกชายที่จับปลายดาบขึ้นมาจรดที่ต้นคอ  แล้วจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของฟรานซิสที่กำลังลังเลอยู่ยกใหญ่  ไม่นึกไม่ฝันว่าเจ้าชายแดเนียลจะบ้าดีเดือดได้ถึงขนาดนี้!

 

พอแล้วฟรานซิส...ให้แดเนียลเข้ามา  เมื่อทั้งหมดทั้งมวลได้ยินพระกระแสรับสั่งที่ขานออกมาจากด้านใน  ก็ทำให้ฟรานซิสผละถอยออกไปแล้วเก็บคมดาบลงไปในฝักดาบดังเดิม  เสียงหัวเราะพลางกระตุกยิ้มเย้ยขององค์ชายแดเนียลทำให้ฟรานซิสได้แต่กัดฟันกรอดที่ทำอะไรไม่ได้  และปล่อยให้องค์ชายเข้าไปด้านในเพียงพระองค์เดียวตามที่ฝ่าบาทบัญชา

 

เสียงแอ๊ดของประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกและปิดผนึกลงอย่างเรียบร้อย  ร่างสูงผมบลอนต์ทองแสยะยิ้มที่ตนเองได้อภิสิทธิ์จากลูกบ้าเมื่อครู่  เขาทอดน่องเดินเข้ามานึกว่าพระเชษฐาจักประทับอยู่ที่โต๊ะทรงงานแต่ทว่าก็พบแต่เก้าอี้พำนักอันว่างเปล่า  แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงโน้ตดนตรีแว่วมาแต่ไกลก็ทำให้ใบหน้าคมสะบัดขวับหันกลับไปมอง  เสียงบรรเลงที่เล้ดลอดผ่านช่องกำแพงทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้ว  ฝ่ามือหนาทาบลงบนกำแพงห้องที่ที่เป็นที่เปลี่ยนชุดฉลองพระองค์ของเสด็จพี่ฯด้วยแววตาจับสังเกต 

 

หากพินิจมองดี ๆก้อนอิฐตรงนี้...เรียงสลับไปมาด้วยรูปแบบพิกลนัก

 

ห้องลับเหรอ!?

 


กึก กึก  ครืดดดดดดดดดด!!!  กึก!!

 

            เหอะ...ห้องลับ  ทางลับเยอะแยะไปหมดวังหลวงเนี้ย เจ้าชายแดเนียลบ่นกับตนเอง  เมื่อเพิ่งทราบว่าตลอดระยะเวลาที่เขาดำรงตำแห่งรักษาการณ์แทนท่านพี่และได้มีโอกาสได้ใช้ห้องทรงงานที่นี่  กลับไม่เคยรู้เลยว่ามีกลไกห้องลับแอบซ่อนเอาไว้   ร่างสูงเดินเข้ามายังห้องมืดที่เป็นห้องลับขนาดกลางพลางกวาดสายตาสำรวจไปรอบบริเวณ  ท่านพี่กำลังนั่งอยู่ที่เปียโนหลังใหญ่พร้อมกับจรดปลายปากกาขนอีกาดำไปมา  ส่วนมืออีกข้างก็ไล่โน้ตไปมาแล้วก็สลับกลับไปจดๆเขียน ๆลงบนแผ่นกระดาษ

 

หึ...อารมณ์ดีถึงขนาดนั่งแต่งเพลงเลยรึ!?

 

            “ กำลังแต่งเนื้อร้องและทำนองให้ผู้ใดกันล่ะท่านพี่...

 

            “ ไม่รู้สิ...ร่างสูงผมบลอนต์เทาเอ่ยรับอย่างส่งๆก่อนจะขยับเรียวนิ้วไล่ตัวโน๊ตที่กำลังสร้างท่วงทำนองไปมา  เมื่อเห็นว่าการอ้อมค้อมของตนไม่สามารถดึงความสนใจจากชายผู้เป็นพี่ได้  องค์ชายเลยตัดสินใจเอ่ยประเด็นสำคัญที่เขาจัดมาเคลียร์ออกไปตรง ๆ

 

            อ่อ ใช่...คืนก่อนข้าเพิ่งไปร่วมสังสรรค์งานฉลองรับตำแหน่งของตระกูลคาร์เตอร์ และแน่นอนปฏิกิริยาที่ตอบโต้นั้นได้ผล 

 

            “…………………..”

 

            “ สิ่งที่ทำให้ข้าทึ่งนั่นคือ จู่ ๆ ตระกูลคาร์เตอร์ก็รับบุตรสาวบุญธรรม  แวมไพร์ที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาเสียอย่างนั้น...”  ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาแล้วเอาท่อนแขนแกร่งของตนเองเท้ากับขอบข้างของเปียโนพลางสบสายพระเนตรกับพระเชษฐาด้วยแววตาจับพิรุธ

 

            “ แล้วอย่างไร....จู่ ๆท่านพี่ก็ชะงักมือที่กำลังง่วนอยู่ไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะขานรับแบบขอไปที

 

            ทั้งท่าทาง  น้ำเสียง  สีตา รูปร่าง และกลิ่นอายคล้าย ซาเลียน่า เสียยิ่งกว่าแป้นพิมพ์! ”

 

            “……………………” ร่างแกร่งตัดสินใจวางปลายปากกาลงก่อนจักชอนสายตาขึ้นไปมองชายผู้เป็นน้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 


เป็นช่วงที่จาริสเองก็ไปทำภารกิจลับบนโลกมนุษย์  เป็นช่วงที่ท่านพี่เองก็เสด็จประพาสไปพักผ่อนพอดิบพอดี  ช่างเป็นอะไรที่จักประจวบเหมาะเสียยิ่งกว่าถูกจับวาง  ท่านพี่ว่าเช่นนั้นไหม? ร่างสูงผมบลอนต์ทองโน้มลงไปหาพี่ชายด้วยแววตานิ่งพลางแค่นหัวเราะในลำคอของตน  แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้กลับมาคือ แววตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มที่แสยะออกจนเห็นคมเขี้ยวของแคสเปี้ยนเสียอย่างนั้น!?

 

ข้าไม่เห็นว่าจักแปลกใจอันใด...ตระกูลคาร์เตอร์ก็มั่งคั่งออกปานนั้น  แถมมีบุตรชายเพียงตนเดียว  จะรับเพิ่มหญิงชายอีกสักสี่ห้าตนก็ยังได้

 


ปังงงงงงงงง!!!  ตึ๋งงงงงงงงงง!!!!



            “ อย่ามาเล่นลิ้นกับข้านะ!!!  ท่านรู้ว่าข้ากำลังหมายความถึงสิ่งใด!!! ” ร่างแกร่งทุบแป้นโน้ตของเปียโนจนเกิดเสียงสะท้อน  เมื่อยกฝ่ามือออกก็พบว่าแป้นที่ใช้บรรเลงนั้นยุบจนเกือบจักหักทั้งแผงเลยทีเดียว  แรงโทสะเมื่อครู่ทำให้ร่างสูงหมุนกายออกจากที่นั่งก่อนจะเฉไฉปัดไปเรื่องอื่น

 

            “ อ๋อ  รึเป็นเพราะว่านางเหมือนกับ ซาเลียน่า มาก....เจ้าถึงได้ถ่อมารบกวนข้าในยามวิกาลเช่นนี้?  

 

            “ หยุดเฉไฉเสียทีแคสเปี้ยน!!!!! ” ร่างสูงผมบลอนต์ชักหมดความอดทนและไม่คิดจะทนรอให้อีกฝ่ายเล่นลิ้นกับตนอีกต่อไป  แต่ทว่าวาจาที่หยาบคายไม่มีทั้งคำสรรพนามที่ถูกต้อง  หรือแม้แต่คำราชาศัพท์กับเขาที่เป็นถึงจ้าวผู้ครอบครองดินแดนทำให้ชายเลือดเย็นเองก็ชักจักหมดความเฉยชาเช่นเดียวกัน

 

            ลองสามหาวกับข้าอีกสักทีสิ....

 


            “…………………………” เมื่อเห็นว่าพระเชษฐากำลังพิโรธของจริง  ก็ทำเอาชายผู้เป็นอนุชาถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะสะบัดหน้าหนีไม่คิดแม้แต่จะปริปากขอโทษ

 

            หึ  เอาเถิด...เจ้าคงถ่อมาถึงที่  เพื่อเสวนากับข้าในยามนี้คงเป็นเพราะ ตระกูลคาร์เตอร์ มีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จักส่งบุตรีในโอวาทมาให้ข้าพิจารณาล่ะสิท่า

 

            “……………!!!!! ” เมื่อร่างสูงผมบลอนต์เทาออกปากด้วยตนเอง  สีหน้าและทีท่าขลึงขลังของชายผู้เป็นน้องก็ยิ่งแสดงอากัปกิริยาไม่สบอารมณ์

 


ใช่จริง ๆเสียด้วย จอมราชันย์อย่างเขากลับหัวเราะในลำคอหึๆไปมาจนเจ้าชายแดเนียลชักจักมีน้ำโห!

 


นั่นแหละที่ข้าจักมาคัดค้าน!!! นางมิได้สืบสกุลมาจากสี่ตระกูลใหญ่โดยตรง  เป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่อยู่ในนามบุตรีบุญธรรมของตระกูลคาร์เตอร์เท่านั้น!!! มิควรคู่กับการพิจารณาตำแหน่งสำคัญอย่างพระสนมเอกของเจ้าพี่เลย!!! ”

 


แหม  ดูเจ้าเป็นห่วงเป็นใยข้าจังเลยหน่า...แดเนียล

 


“ ……………” องค์ชายไม่ตอบอะไร ทำเพียงแค่เงียบและหมายว่าคำกล่าวของตนจักเปลี่ยนใจของท่านพี่ได้  เผื่อว่าหากว่าท่านพี่ไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง  มีเพียงแค่จาริสที่คิดการณ์ใหญ่เพียงลำพัง  ข้อครหานี่ก็จักยิ่งพิสูจน์...แต่หากว่า ถ้าทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่เขาคาดหวังไว้ล่ะก็  แสดงว่าเจ้าพี่คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเบื้องหลัง!

 


กฎมณเฑียรบาล กำหนดเพียงว่าผู้ที่จักรับตำแหน่งองค์ราชินีต้องมาจากผู้ที่เป็นสมาชิกของสี่ตระกูลใหญ่เท่านั้น  ข้ามิเห็นว่าตระกูลคาร์เตอร์จักทำผิดกฎอันใดเลยสักประการ...?

 


ท่านพี่!!! นางมิใช่วรรณะสูง  มิใช่แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์เช่นเราด้วยซ้ำ!!!!  เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จักต้องคัดค้านแน่!!!! ”

 


หุบปาก!!! ” เมื่อเห็นว่าชายผู้เป็นน้องทำทีท่าอ่อนข้อกับเหล่าขุนนางจอมละโมบ  ความเดือดดาดของร่างสูงก็ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ!!!  สายพระเนตรสีบลอนต์เทาประกายฟ้าอ่อนที่เคยเรียบนิ่งค่อยๆขึ้นสีชาดจนเกือบจักกลายเป็นสีแดงเข้ม!!  ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาหาพระอนุชาด้วยความโมโหที่สุดจักกลั้นเอาไว้!!


 

ก็เป็นเจ้ามิใช่หรือ!! ที่เห็นชอบกับพวกมัน!!! ”

 


“…………........”

 


ก็เป็นเจ้ามิใช่หรือ!! ที่อนุมัติให้ตระกูลใหญ่ส่งบุตรีและบุตรหลานของตนมาให้ข้า!!!? ”

 


“…………........”

 


ก็เป็นเจ้าอีกมิใช่หรือ!! ที่เออออไปกับพวกมัน...หนุนหลังพวกมันจนเหิมเกริมถึงขนาดที่กล้าทำกับเสด็จฯแม่ของข้าจนปางตายเช่นนี้!!!!! ”

 


“…………........” ถ้อยคำก่นด่าและต่อว่าจากพระเชษฐาที่ไม่เคยมีปากเสียงกันมานาน  และด้วยข้อเท็จจริงที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งมวลนั้น...ทำให้ร่างสูงผมบลอนต์ทองได้แต่ยืนหน้านิ่งเป็นผู้สดับรับฟังอยู่ฝ่ายเดียว

 


ฉะนั้นเจ้าก็จงขันอาสานำตัวคุณหนูคาร์เตอร์ขึ้นเกี้ยวมาถวายให้ข้า   เช่นเดียวกับที่เจ้าถวายคุณหนูอีกสามตระกูลด้วยก็แล้วกัน!!  ”  พระสุรเสียงที่มิได้ตะโกนจนลั่นวัง  แต่ทว่าถ้อยประโยคสุดท้ายช่างเจ็บไปจนถึงกระดูก  ความนัยที่ซ่อนเร้นในทุกถ้อยคำ...นั้นตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่า  เขาคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด  ร่างสูงคลายสายพระเนตรที่ขึ้นสีให้กลับเป็นสีดังเดิมก่อนจะสาวเท้าผละออกไปจากห้องลับ  ทิ้งให้พระอนุชายืนนิ่งงันพร้อมกับโลหิตที่ไหลออกจากฝ่ามือของตนเองจนหยดนองเต็มพื้น



            โถ่เว้ย….” เสียงสบถด้วยความเจ็บใจจนพูดไม่ออกดังขึ้น  แผลที่เกิดจากการจิกกรงเล็บของตนเองลงไปในเนื้อไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บจนหน้าชาแบบที่ท่านพี่ของเขาเอ่ยเลยสักนิดเดียว  ที่ท่านพี่พูดเองก็ถูกว่าเขาเองก็มีส่วนผิด  แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างที่ทำในวันนี้จักต้องมาศูนย์เปล่า!!  เขามิอาจยับยั้งให้นางผู้นั้นเข้าเป็นหนึ่งในพระสนมของเสด็จฯพี่ได้เลย!!  เพลานี้ในสมองโล่งจนขาวโพลนไปหมดไม่รู้แล้วว่า 

 


สุดท้ายแล้วท่านพี่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของจาริสรึเปล่า!!!

 

 บ้าเอ๊ย!!! 

 

ไอ้เจ้าจาริส!!!

 

ทุกอย่างกำลังไหลและลงล็อคไปตามหมากที่มันวางเอาไว้!!!

 


            “ บัดสบ!!!! ”  องค์ชายสบถด่าพลางทุบแป้นเปียโนจนพังระเนระนาดไม่เหลือชิ้นดี  ก่อนจักตัดสินใจสาวเท้าออกไปจากห้องลับของจอมราชันย์โดยไม่คิดจักรบกวนเวลาส่วนพระองค์อีก

 


____________________________________________________________________


    Writter: ชื่นชอบอะไรหรืออยากให้กำลังใจ  ก็ Comments ไว้
ใต้ล่างนี้เลยนะคะ



               ก่อนจากกันไป....



รต์ขอขอบคุณกำลังใจ  คอมเม้นต์ที่ร่วมตอบคำถามเมื่อตอนที่แล้ว ดังนี้นะคะ 


             คุณนิยายคือชีวิต()(( 


                คุณ moon_lovers



ขอบคุณที่คอยร่วมให้กำลังไรต์นะคะ ^ ^)Y แล้วเจอกันค่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #40 --Butterfly-- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:45
    ชอบตอนนี้~~ไม่อยากให้แดเนียลมาเป็นก้างเลยฮือออออ
    #งอแงอย่างบ้าครั่ง?!
    ปล.หมอเรียกพบแล้วไปละ!?
    #40
    6
    • #40-1 mystical1(จากตอนที่ 22)
      29 กันยายน 2561 / 22:18
      รับยาช่อง2 5555
      หยอกๆนะ
      #40-1
  2. #37 moon_lovers (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 23:16
    รอค่ะ รอๆๆๆๆ ฮืออออ อยากอ่านแย้ว
    #37
    0