ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 21 : ตอน อิสระภาพที่ไม่มีวันได้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    20 เม.ย. 62




ดาริน  คาร์เตอร์



            เมื่อหญิงบอบบางได้รับการปลอบโยนจากชายลูกผสมจนหยุดร้องโฮแล้ว ก็เก็บอาการนั่งนิ่งไม่ยอมพูดจาหรือเล่าสถานการณ์ความเป็นมาว่าไปพบพานท่านแดเนียลที่เป็นถึงองค์ชายได้อย่างไร   ไม่ว่าจักใช้วิธีการหว่านล้อม ตะล่อมถามอย่างไร ดูเหมือนว่าคุณหนูก็ไม่ยอมปริปากพูดเลยสักคำ

 


            “ ขอฉัน....อยู่คนเดียว คำขอนั้นเอ่ยขึ้นโดยที่ใบหน้ายังคงก้มหน้าลงต่ำ  แอชตันค่อยๆหยัดกายขึ้นจากท่าชันเข่า พลางมองอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาทอแสงอ่อน

 


            คุณหนู.... เสียงถอดถอนลมหายใจจากแอชตันดังขึ้น ก่อนจะผละออกห่างเมื่อเห็นว่าทุกกลเม็ดที่เขางัดมาใช้นั้นเปล่าประโยชน์  ใบหน้าคมสะบัดหันลงไปชายตาดูความครื้นเครงแกมสุราที่เริ่มมีเสียงเฮฮา หัวเราะและเสียงแห่งดนตรีเริ่มเร่งเร้าจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆ  นัยน์ตาสีนิลหันขวับกลับมามองแผ่นหลังบางของคุณหนูอีกครั้ง  ไหล่เล็กที่ลู่เข้าหาอกอย่างห่อเหี่ยวพลางบีบกำมือของตนเองจนแน่นถึงขนาดนั้น....

 


เกิดเรื่องอะไรกัน....?

 



...ฉับ ฉับ ฉับ...

 


            เสื้อคลุมที่พาดอยู่ที่บ่าพลันวูบไหวเมื่อเจ้าของร่างแกร่งเดินด้วยความฉับไวจนไม่รีรอคำเรียก คุณหญิงแม่ที่ร้องปาวอยู่ด้านหลัง



            จาริส!!!  มาอธิบายความทั้งหมดกับแม่เดี๋ยวนี้นะ!!!  ฝากดูแลท่านลอร์ดด้วย....คุณหญิงมากอำนาจร้องท้วง  ก่อนจะส่งมอบร่างของสามีที่เมาจนหมดสภาพให้ข้ารับใช้ไปดูแลต่อ

 


            “ ท่านแม่...เอาไว้ทีหลังเถิดขอรับ ร่างแกร่งเอ่ยพลางเดินผละออกไปโดยไม่คิดจักอธิบายอะไรให้หญิงตรงหน้าได้ทราบเรื่องราวความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

 


            “ องค์ชายแดเนียลทรงกริ้วถึงขนาดกลับออกไป  โดยไม่รีรอให้ต้อนรับขับสู้ด้วยซ้ำ!!! เกิดเรื่องบ้าอะไร!!!? เด็กนั่นไปทำอะไร!!!?  จาริสหยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!   เมื่อเห็นว่าบุตรชายไม่ยอมฟังคำทัดทาน เสียงตวาดจึงดังขึ้นพร้อมกับร่างที่กำลังสั่นเทาด้วยความโมโห 

 


ปัญหาน้อยใหญ่ที่ค่อยๆหลอมรวมตัวกันคล้ายกับว่าปมทุกข้อจักค่อยๆมัดตึงดึงร่างของข้าเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี  นับตั้งแต่กลับมาเหยียบที่นี่....จำไม่ได้เลยว่า  ตัวข้ายิ้มออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจครั้งสุดท้ายเมื่อใดกัน?  ท่อนแขนแกร่งที่พาดอยู่ที่ราวบันไดกว้างหยุดชะงัก  พลางหันขวับกลับมามองคุณหญิงแม่ที่ปาวร้องห้ามปรามเขาเมื่อครู่ด้วยนัยน์ตาที่เปลี่ยนสี

 


ขวับ!!!

 

ข้าเป็น....ผู้นำตระกูลแล้วนะขอรับ

 


“ ……....!!!!? ” ความเย็นเหยียบที่สัมผัสได้จากแววตาคู่นั้น  ทำเอาคุณหญิงถึงกับนิ่งอึ้งด้วยความตื่นตะลึง  นัยน์ตาสีชาดที่คนเป็นลูกไม่เคยถือดีเกรี้ยวกราด  กลับกำลังปราดสายตามองมาด้วยแววตาโกรธเคืองให้นางได้เห็นเป็นครั้งแรก

 


ไม่ว่าข้าจักหันตระกูลไปทิศไหนหรือหนุนหลังผู้ใด  ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงโต้แย้ง...อีกต่อไปแล้ว!  ร่างแกร่งเอ่ยพลางเหยียดยิ้มที่มุมปากก่อนจักหันหลังกลับไปตามทางของตนเอง  ทิ้งไว้เพียงคำใบ้ชิ้นโตแก่คุณหญิงประจำคฤหาสน์ได้ไขปริศนาข้อนี้เพียงลำพัง

 


นี่เจ้า...หรือว่า คุณหญิงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อรับรู้ความนัยจากบุตรชายที่กำลังประกาศก้อง  ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสีเข้มค่อยๆจรดงับเรียวนิ้วของตนเองเพื่อให้สงบปากสงบคำลง

 


คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

 

รึว่าที่องค์ชายแดเนียลทรงกริ้วได้ถึงเพียงนั้น  


จักเป็นเพราะจาริสเลือกฝั่งแล้ว....?

 

 

แอ๊ดดดดดดดดดดดด

 


            อ๊ะ ท่านพี่? เสียงใสอุทานขึ้นเมือ่เห็นว่าผู้ที่เปิดประตูเข้ามายังห้องส่วนตัวของเธอเป็นใครที่เธอเกรงใจมากที่สุด  สีหน้าขรึมและริมฝีปากที่เรียบตึงทำเอาร่างบางถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ 

 


แอชตัน....ออกไปรอข้างนอกก่อน คำสั่งภาษาแวร์พิกเอ่ยออกมาอย่างช้าๆด้วยแววตานิ่งงัน  ชายลูกผสมได้แต่อ้าปากพะงาบก่อนจะจำใจพยักหน้าน้อมรับ

 


ขอรับ

 


ฝีเท้าแกร่งสาวเท้าสามขุมเข้ามาหาหญิงผู้เป็นน้องที่ค่อยๆหยัดกายขึ้นมายืนประจันหน้า  นัยน์ตาสีดำไข่มุกทอดมอง  ความอึดอัดที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นทำให้บรรยากาศภายในห้องช่างอึดอัดและหนักอึ้ง จนคนเรือนเล็กแทบจะหายใจไม่ออก!

 


คิดจะทำอะไร....นึกว่าพี่ไม่รู้เหรอ ร่างแกร่งเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษพลางแค่นหัวเราะเยาะใส่  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลถึงกับเบิกกว้างก่อนจะบอกปัดปฏิเสธ

 


น้องยังไม่ได้ทำอะไร

 


ไม่ต้องทำไขสือ! ทางนั้นเป็นทางหนีที่ใกล้ที่สุดเมื่อเทียบกับเส้นทางอื่นคิดว่าถ้าหนีออกไปได้  แล้วจะได้กลับไปยังงั้นเรอะ!!!!? ” น้ำเสียงที่เอ่ยราวกับเหนี่ยวไก  ทำให้ร่างบางถึงกับกัดฟันกรอดที่คนเป็นพี่จับไต๋เธอได้สะก่อน!!!

 


ใช่!!!! ไม่ว่ายังไงน้องก็จะกลับ!!!!!  



“  กลับไปไม่ได้หรอก!!!!  ร่างแกร่งตอบด้วยน้ำเสียงกร้าว แต่ทว่าสาวเจ้ากลับตอกหน้าเขากลับมาด้วยแววตาขุ่นมัว



“ ที่กลับไม่ได้เพราะที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์ใช่ไหมล่ะ!!!”

 


“………………..” คำถามที่ตรงเสียยิ่งกว่าขวานผ่าซากทำเอาร่างแกร่งถึงกับไปไม่เป็น

 


เงียบทำไม!!!  บอกน้องมาสิ!!!....แล้วท่านพี่เป็นตัวอะไรกันแน่!!! แล้วทำอะไรกับน้อง ตอนที่อยู่ห้องชั้นใต้ดิน!!!!

 


“………………...” คำถามที่เปรียบเสมือนดาบสองคมปักลงกลางใจคนตัวใหญ่  ชายหน้านิ่งทำได้เพียงแค่ยืนปั้นหน้าขรึม  ทั้งๆที่บัดนี้ดวงใจเขากำลังถูกย่ำยีไม่เหลือ  เมื่อพบว่าน้องสาวที่เขารักที่สุด....รับรู้และจดจำคืนวันนั้นได้....

 


ทำไมถึงไม่ตอบล่ะ!!!! ฮึก....ฮึก ฮือ ตอบเซ่!!!! ” ร่างบางไหวสะท้าน  เธอวิ่งปี่เข้ามาระดมกำปั้นทุบที่แผลงอก  ทั้งจิกทั้งทึ้งดึงเสื้อของพี่ชายไปมาราวกับคนเสียสติ  ยามที่นัยน์ตาสีไข่มุกดำได้เห็นน้ำตาของคนเป็นน้อง  ราวกับมีคมมีดกรีดอยู่ในอก....น้ำใสๆยังคงไหลพรากอาบอยู่สองพวงแก้ม  แต่ทว่าฝ่ามือของเขากลับหนักและชาจนไม่กล้าแม้แต่จะยกขึ้นมาซับน้ำตาให้กับคนเป็นน้องได้อีก

 


“………………….”

 


ผู้ชายคนนั้นบอกว่า น้องไม่ใช่แวมไพร์ที่นี่ !! นัยน์ตาสีฟ้าทะเลที่อาบไปด้วยน้ำตาพลันผละออกห่างด้วยลำตัวที่โก่งงอ  นัยน์ตาที่เคยสดใสพราวสะท้อนให้เขาได้เห็นแต่ความผิดหวังและความโศกศัลย์ที่กำลังเอ่อล้น

 


ริน......พี่ ร่างแกร่งพยายามจะสาวเท้าเข้าไปหา  อยากจะดึงน้องที่กำลังขวัญเสียให้เข้ามาสู่อ้อมกอดและเล่าความจริงทั้งหมดที่เขากระทำลงไป  แต่ทว่า....

 


ฮือ....ฮือ อย่าเข้ามา!!!!!!!! ” คนเรือนเล็กตวาดลั่นก่อนจะมองมายังเขาด้วยแววตาเศร้าและแค้นเคืองในเวลาเดียวกัน  ทั้งน้ำเสียงและท่าทางทำให้ฝีเท้าร่างแกร่งถึงกับหยุดชะงักไปโดยอัตโนมัติ...ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้  กลัวว่าความรู้สึกที่เปราะบางจะยิ่งร้าวรานไปมากกว่าเดิม

 



กึกกกกก....

 


“………………….”

 


“   ทำไมท่านพี่...ถึงทำแบบนี้กับน้อง  ทำไม!!!!!!  ฮือ ฮึก ฮึก    คำถามเจือด้วยเสียงสะอื้นดังลั่น  ราวกับไม่ต้องการรับรู้คำตอบที่แท้จริงจากชายตรงหน้า  ร่างอรชรสั่นกระเพิ้มจนแทบจะยืนด้วยขาทั้งสองข้างของตนเองไม่ไหว...ร่างแกร่งได้แต่ยืนกำมือจนคมเล็บที่จิกเนื้ออยู่ค่อยๆแทงทะลุจนร่างน้อยรับรู้ถึงกลิ่นคาวที่ค่อยๆคลุ้งไปทั่วห้อง

 


ต่อให้พี่อธิบายยังไง  


เจ้าคงไม่อยากรับฟังคำพูดของข้าอีกแล้ว....


 


            จาริสตัดสินใจเหลียวหลังกลับไปโดยที่ไม่คิดจะเข้าไปทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรวดร้าวและผิดหวังไปมากกว่าเดิม  ร่างแกร่งเปิดบานประตูออกก่อนจะสาวเท้าออกไปทิ้งให้คนเรือนเล็กทรุดกายล้มลงทั้งยืนและปล่อยให้ห้วงแห่งความเสียใจไหลผ่านออกมาเป็นรูปเป็นร่าง  เสียงกระซิกปนสะอื้นเล็ดลอดผ่านช่องประตูโดยที่ชายลูกผสมที่ยืนรออยู่ด้านนอกได้แต่ยืนด้วยสีหน้าหดหู่ 


 

            ....ฝากดารินด้วยนะ ท่านจาริสไม่แม้แต่จะเหลียวมามองเขาที่หยุดยืนอยู่ด้วยซ้ำ  น้ำเสียงนุ่มทุ้มนั้นเอ่ยราวกับคนที่กำลังจะหมดแรง  เพียงเสี้ยววินาทีที่ร่างแกร่งเดินผ่านร่างของชายลูกผสมไป  แอชตันถึงกับเบิกตากว้าง  เมื่อพบว่าชั่วพริบตานั้น  ภาพเมื่อกี้ที่เขาได้เห็น...นั่นคือแววตาของอดีตพระราชมนูกำลังเจือไปด้วยน้ำใสๆที่คลออยู่ที่หางตา!!


ท่านจาริส...กำลัง


ร้องไห้?



            ความเงียบงันกำลังครอบงำไปถ้วนทั่ว  มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆของชายผู้เป็นใหญ่สะท้อนก้องไปมาอย่างเดียวดาย  แผ่นหลังกว้างที่ผาดเผยกำลังไหวสั่น  ฝ่ามือทั้งสองข้างกำแน่นเพื่อสะกดความโศกศัลย์ไม่ให้เล็ดลอดออกมาจนข้ารับใช้หน้าไหนได้รับรู้ถึงความอ่อนแอที่กำลังทำให้เขาไหวสะท้านจนแทบจะไม่มีแรงก้าวเดิน ท่อนแขนแกร่งเปิดบานประตูใหญ่เข้ามาสงบสติอารมณ์ในห้องส่วนตนก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้า  ภาพวันวานและความทรงจำนับล้านกำลังพรั่งพรูเข้ามาจนดวงใจของเขารู้สึกชาและเจ็บปวดจนเกินจะทานทนไหว  เสียงใสที่เคยเรียกขานเขา  รอยยิ้มที่เคยสุกสกาว  และแววตาคู่สวยที่เคยมองเขาด้วยความภาคภูมิกลับมลายสิ้น เหลือไว้เพียงแค่ความเกลียดชังและเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ  แต่เมื่อนัยน์ตาสีไข่มุกดำทอดมองแหวนผู้นำประจำตระกูลที่สวมอยู่บนเรียวนิ้วก็พลันต้องชะงัก  น้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลรินหยุดลงพร้อมกับปิดเปลือกตาลงแน่นด้วยแววตาหมายมั่น  ห้วงแห่งจิตสำนึกหวนนึกถึงถ้อยประโยคที่เขาเคยลั่นวาจาเอาไว้กับนายชีวิตครั้นเมื่อนานมาแล้ว

 


 “ จาริส...รู้นะว่าจะต้องทำอย่างไร  เสียงทุ้มต่ำของชายผู้มีอำนาจเอ่ยถาม  ก่อนที่เขาผู้เป็นถึงชายคนสนิทจะค้อมศีรษะลงพยักหน้ารับเล็กน้อยพลางให้คำตอบที่ให้คนฟังแสยะยิ้ม

 

 

ใช่...ข้าเลือกแต่แรกแล้วนี่

 

ว่าข้าจักสละซึ่งทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ฝ่าบาทได้สิ่งที่ปรารถนา....

 

ข้าปฏิญาณตนเอาไว้แล้ว

 

ถึงต้องบากหน้ากลับมา....

 

 

            ใบหน้าคมได้รูปที่ละหม้ายคล้ายกันจนหันประจันนห้ามองด้วยนัยน์ตานิ่งงัน  เงื่อนไขสำคัญที่ใช้แลกเปลี่ยนคือ 1.ต้องรับตำแหน่งสืบทอด  2.ต้องแต่งงานกับสตรีที่บิดามารดาหาให้  3.ต้องไม่ทำผิดกฎอีกเป็นอันขาด  เพื่อให้รินได้ใช้สกุลนี้และมีชีวิตที่ผาสุขในภายหน้า  ข้าจึงต้องรับเงื่อนไขตามที่บิดาข้ายื่นคำขาดสามประการ ที่ครั้งหนึ่งตัวข้าเองเคยปฏิเสธมันเสียงแข็ง....แต่บัดนี้กลับทำได้แค่น้อมรับข้อเสนออย่างผู้แพ้พ่าย

 


            คำตอบล่ะ.....สุรเสียงแข็งกระด้างของท่านลอร์ดโรเบิร์ตเอ่ยแกมตวาดเมื่อข้อเสนอที่เขาวางไว้  ชายผู้เป็นบุตรของเขาเอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมขานตอบ

 


            ขอรับ  ข้าตกลง เมื่อได้ยินคำตบปากรับคำที่น่าพึงพอใจ  เสียงหัวเราะรวนของชายมาดขรึมดังขึ้นเป็นระรอกราวกับไม่คาดฝันว่า บุตรชายของเขาจะยอมรับข้อเสนอดังกล่าวจริงๆ

 


            เช่นนั้นก็ดี....เมื่อได้ยินคำเยาะชายตรงหน้าจึงค้อมศีรษะเชิงขออนุญาตออกไปโดยไม่คิดจะปริปากพูดถกเถียงเลยสักคำ  ทำให้นัยน์ตาคมกวาดมองก่อนจะร้องทักให้บุตรชายหยุด

 


            ช้าก่อน....

 


            “………………” ฝีเท้าของบุตรชายพลันชะงัก แต่ทว่าใบหน้านิ่งสงบนั่นกลับไม่แม้แต่จะหันมาสบสายตาของเขาที่เป็นบิดาด้วยซ้ำ  ลอร์ดโรเบิร์ตจึงทำได้ยกกับแกล้มขึ้นมาเคี้ยว แล้วเอ่ยประโยคสำคัญเพื่อเตือนสติบุตรชาย

 


“ อย่าลืมว่าเจ้าตกลงอะไรไว้กับข้าล่ะ....จาริส ”  เสียงตอกย้ำถึงพันธสัญญาที่ตกลงกันไว้ในฐานะพ่อลูกดังขึ้นอย่างจริงจัง เพื่อมิให้จาริสตระบัดสัตย์คำสาบานที่ให้เอาไว้

 


            เมื่อปรับจูนความรู้สึกที่ไม่จำเป็นออกไปจากห้วงแห่งความคิดได้จนหมดสิ้น ชายผู้เคร่งในระเบียบก็กลับมาสู่โหมดปกติดังเดิม  ไม่มีแววตาแห่งความเสียใจ  ไร้ซึ่งน้ำตา  มีเพียงนัยน์ตาที่สะท้อนความว่างเปล่าที่ทอดมองแหวนที่สวมประทับอยู่บนเรียวนิ้วชี้คู่สวย   

 

            “ ใช่แล้ว  ข้าคือ จาริส เสียงทุ้มต่ำตอกย้ำสถานะกับตนเองเพียงลำพัง  ก่อนที่จักชูตราสัญลักษณ์เพื่อทอดมองจนกว่าจะจำได้ขึ้นใจถึงควาหมายที่แท้จริงที่เขาแบกรับเอาไว้

 

            จาริส  คาร์เตอร์  

 

ผู้นำตระกูลใหญ่ ที่คอยปัดเป่าเงามืดให้ราชวงศ์ ขณะที่นัยน์ตาคมกำลังแน่นิ่งด้วยความมุ่งมั่น   แต่แล้วโต๊ะเล็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียงก็เรียกร้องความสนใจจากร่างสูงเข้าจนได้  ใบหน้าทอดมองลิ้นชักชั้นสุดท้ายด้วยแววตาสั่นไหว 

 

 

...ขวับ...

  

ซินเซีย.....ชื่อต้องห้ามที่เขาได้แต่ย้ำกับตนเองว่าไม่ให้เกี่ยวข้อง  ให้ตัดใจเสียให้ขาด แต่สุดท้ายเขาก็เล็ดลอดออกมาจนได้   ฝ่ามือหนาทุบเตียงดังตุบให้กับความงี่เง่าของตนเองที่เผลอวอกแวก  แม้นจะบังคับไม่ให้เหลือบหางตาไปมอง แต่ดวงใจกลับโลดแล่นไปหาของสำคัญที่อยู่ด้านในเป็นที่เรียบร้อย  แม้ว่าสุดท้ายร่างสูงจะไม่ริไปเอื้อมหยิบมันออกจากที่ที่ล็อคกุญแจผนึกเอาไว้อย่างแน่นหนาก็ตาม    จู่ๆภาพของนางก็แล่นเข้ามาในหัวอีกครั้ง  เรือนผมสีฟ้า  นัยน์ตาพราวประกายดุจมณีในท้องทะเล  น้ำเสียงหวานกังวานที่ขับขานบทเพลง  กำลังทำให้ร่างสูงนึกถึงคืนนั้น....เกลียวคลื่นที่กระทบชายฝั่งเขตแดนติดต่อระหว่างสามดินแดนใหญ่  ค่ำคืนนั้นที่ได้เจอกับนางเป็นครั้งแรก.... ร่างแกร่งทำเพียงแค่ทิ้งลมหายใจเย็นยะเยือกแล้วแหงนมองเพดานมืด แล้วปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปจนฟ้าพลันสว่างจ้า

 


ก๊อก ก๊อก ก๊อก....

           


            เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะเดิมถึงสามครั้ง  ทำให้ชายผู้เป็นเจ้าของห้องทราบโดยทันทีว่าเป็นหัวหน้าพ่อบ้านประจำตระกูลที่คอยรับใช้ผู้นำใหญ่มาหลายต่อหลายรุ่น

           

            เข้ามา....ทันทีที่เสียงอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของดังขึ้น  หัวหน้าพ่อบ้านจึงเข้ามาปรนนิบัติรับใช้  แม้จักชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่า  เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นายน้อยสวมใส่ไปงานสังสรรค์เมื่อคืนยังคงไม่ได้ถูกเปลี่ยน  เมื่อเห็นดังนั้นชายชราจึงยิ้มรับพร้อมกับจัดแจงให้ข้ารับใช้อีกสองตนเข้ามาเปลี่ยนผ้าผ่อนให้กับนายน้อย  โดยที่ตนนั้นไปจัดการเตรียมน้ำท่าให้พร้อมสับ  ทันทีที่นายน้อยชำระล้างร่างกายจนเกือบสมบูรณ์พร้อม  หัวหน้าพ่อบ้านจึงรายงานเรื่องสำคัญให้อีกฝ่ายได้รับทราบตามลำดับความสำคัญ

 


            นายน้อยขอรับ  ม้าเร็วส่งข่าวมาบอกว่า  วันเข้าเฝ้าจอมราชันย์อย่างเป็นทางการคือ อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลังนะขอรับ

 


            “ เข้าใจแล้ว....

 


            “ ช่วงเช้ายาวไปจนถึงบ่าย  ข้าจักทำหน้าที่อธิบายถึงงานหลักของตระกูลคาร์เตอร์ขอรับ  แวมไพร์วัยชราเอ่ยพลางจัดแจงแต่งตัว


            ได้ มีเพียงเสียงขานตอบสั้นๆดังกลับมา  ทำให้ชายชราที่เลี้ยงดูนายน้อยมาตั้งแต่แบเบาะพลันชะงักมือไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาคลียิ้มจางๆ

 


            แล้วเรื่องของคุณหนูตระกูลไวต์....นัยน์ตาคมปราดมองลงมาด้วยสายตานิ่ง นิ่งเสียจนชายชราจำยอมโดยเว้นช่วงไปจนขาดตอน  ฝ่ามือหนากำชับชายเสื้อให้เข้าที่พลางเสยเส้นผมสีดำขลับของตนเอง


 

ให้เข้ามาเย็นนี้เลยก็ได้...”  คำสั่งเอ่ยขึ้นก่อนที่นายน้อยจะผละออกไปโดยที่ไม่แม้นแต่จักยิ้มเลยสักนิดเดียว  สีหน้าและริมฝีปากที่เรียบตึงนั้นสร้างความห่อเหี่ยวให้กับชายชราเป็นอย่างยิ่ง  แม้จักรู้ดีอยู่เต็มอกว่านายน้อยเกลียดการบังคับมากเสียยิ่งสิ่งใด  การสืบทอดตำแหน่งคงยังพอกล้ำกลืน  แต่ทว่าการแต่งงานทางการเมือง...ที่มีเพียงการขยายอำนาจและผลประโยชน์  แม้นตัวเขาจักรู้...และเห็นธรรมเนียมนี้มานักต่อนัก  แต่ก็น้ำท่วมปากเกินกว่าจะกล่าวออกไป  เรื่องนี้คงสร้างทำให้นายน้อยยิ่งสร้างกำแพงสูงกั้นตนเองเอาไว้สูงยิ่งกว่าเดิม  หัวหน้าพ่อบ้านได้แต่คิดพลางหันไปพยักหน้ารับและโบกมือไล่ให้แวมไพร์ที่เป็นข้ารับใช้ตนอื่นออกไปสะสางงานของตนเอง




ณ ลานกว้าง

 

            เสียงพ่นลมออกจากเรียวจมูกเริ่มดังฮึดฮัดขึ้น  เมื่อแวมไพร์วัยกลางคนกำลังเริ่มหมดความอดทนกับสาวเจ้าตรงหน้าที่เป็นถึงแวมไพร์วัยแรกรุ่น  แต่กลับทำในสิ่งที่เขาพร่ำสอนไปทั้งหมดไม่ได้เสียทีนึง

 


            คุณหนูตั้งใจหน่อย!!!! ” เสียงดุเริ่มดังขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงตรงหน้ายังทำตามที่เขาสอนไปไม่ได้เลลยสักอย่าง

 


            อ่า....!!!!!!! ”  ร่างบางรวบรวมสมาธิตามคำบอกของชายวัยกลางคน เพื่อเพ่งสมาธิไปยังท่อนแขนของตนเองให้กลายสภาพตามคำสอนของวันนี้

 


            โถ่เว้ย...ทำไมไม่ได้สักที!!!! ” เสียงหวานเริ่มบ่นด้วยความหงุดหงิดใจ  ไม่ว่าจะเพ่งสมาธิ รึรีดเคร้นพลังภายในแบบพวกหนังแฟนตาซีชอบทำยังไง  ก็ดูเหมือนว่าแขนของฉันจะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับครั้งแรกที่ได้เห็นเลยสักนิด!  ทำไมเธอต้องตื่นแต่เช้าแล้วก็มาฝึกฝนอะไรก็ไม่รู้แบบนี้ด้วย!?

 


            อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก   เสียงแหกปากโวยวายโดยที่เจ้าตัวคิดว่านั้นจะทำให้เธอกลายสภาพเป็นแบบที่ใจต้องการนั้น กลับทำให้ชายวัยกลางคนที่รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนทักษะของแวมไพร์นั้นถึงกับส่ายหัว   คุณหนูท่านนี้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลกลับไม่มีความรู้หรือทักษะของความเป็นแวมไพร์เลยสักนิด  แค่ระดับขั้นพื้นฐานง่ายๆก็ยังทำไม่ได้เสียที

 


            โหวกเหวกจนคอแหกก็ทำไม่ได้หรอกขอรับ....พักกันก่อนเถอะ  ”  เมื่อได้ยินคำกล่าวที่หมดหวังเต็มทนของอีกฝ่าย ก็ทำให้ร่างบางทำหน้านิ่วก่อนจะยิงคำถามสวนไปด้วยน้ำเสียงห้วนชวนไม่น่าฟังเอาเสียเลย

 


            แล้วต้องทำอย่างไรละ  ก็ฉัน...ไม่สิ  ก็ข้าไม่เข้าใจ  ไม่มีคำอธิบายง่ายๆกว่านี้แล้วเหรอ?! ”

 


            “ คุณหนู....แอชตันเอ่ยเสียงดุเป็นครั้งแรกที่เห็นท่านดารินทำตนเสียมารยาทกับอาจารย์แวมไพร์ระดับอาวุโส 

 


ตั้งใจให้มากกว่านี้!!! ”

 


เรื่องง่ายๆแค่นี้เอง....นี่เจ้าตั้งใจจริงรึเปล่า!!!? ”

 


นี่คือวิชาง่ายๆ  ที่แม้แต่แวมไพร์ตัวเท่าเอวของเจ้าก็ทำได้ตั้งแต่เด็กทั้งนั้น!!!  ใยเจ้าถึงทำไม่ได้เสียที!!? ” คำต่อว่าที่ดังอยู่หลายประโยคเทียบไม่ได้กลับเมื่อได้ยินคำครหาเมื่อครู่  ราวกับมีคนจุดฉนวนระเบิดให้ร่างน้อยนึกถึงค่ำคืนนั้น...ในห้องชั้นใต้ดิน  จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายและต้องมาร่ำเรียนวิชาบ้าอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้!!!!

 


            “ ก็ฉันไม่เคยเป็นแวม......!!!!! ”


 

            “ คุณหนูขอรับ!!!!!!!! ”

 


กึกกกกกกกกก

 


            “………………..”  คำตวาดเมื่อครู่ของแอชตันนั้นกลับช่วยชีวิตของสาวเจ้าเอาไว้จนเธอที่สติแตกเมื่อครู่พลันชะงักไป  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าความจริงข้อนี้จักแพร่งพรายให้คนนอกรู้ไม่ได้เป็นอันขาด  ร่างอรชรชะงักไปพักใหญ่ก่อนที่จะเฉไฉเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่องอื่น

 


            ก็  ก็  ก็มันจริงนี่....ให้เรียนอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้  ไม่รู้เลยว่าที่เรียนคืออะไรและเรียนไปทำไมกัน!!? ” เสียงหวานเอ่ยคล้ายสบถ  ก่อนจะสาวเท้ามานั่งพักตรงเก้าอี้แล้วยักไหล่

 


            “ คุณหนูดาริน  มารยาทของสตรีชั้นสูงไปไหนหมดแล้วขอรับ?!!! ” เมื่อเห็นชายที่มักจักใจดีอยู่ตลอดเวลาหมดความอดทนและเริ่มโมโหเธอเป็นจริงจังมากขึ้น  ร่างบางเริ่มถอนลมหายใจก่อนจะหันหน้าไปคาราวะอาจารย์ของตนเองด้วยความนอบน้อม

 


         ก็ได้ๆ....ท่านอาจารย์  เมื่อครู่ข้าทำตนเสียมารยาทกับท่านยิ่งนัก  โปรดอภัยให้ด้วยนะเจ้าคะ

 


            คำเอ่ยพึมพำและบทสนทนาโต้แย้งกันเมื่อครู่ทำให้อาจารย์อาวุโสถึงกับลั่นหัวเราะ  ลืมสิ้นซึ่งความหงุดหงิดหัวใจเมื่อครู่  นัยน์ตาของอาจารย์มองลูกศิษย์หญิงตัวน้อยด้วยแววตาชอบใจ  ที่คุณหนูหน้าบึ้งผู้นี้กลับมีความคิดความอ่าน  รวมทั้งคำพูดคำจาที่ส่อแววความฉลาดอยู่ภายในตัว  แต่ทว่าแค่กำลังขาดทักษะบางประการที่รอให้เขาเจียระไนให้กลายเป็นอาวุธที่แหลมคม

 


            “ หึ หึ หึ เอาเถิดๆ ข้าไม่ถือสาอันใด  

 


            “ ท่านอาจารย์....หญิงสาวทำหน้างุนงงที่เห็นจู่ๆแวมไพร์วัยกลางคนที่เป็นอาจารย์ระเบิดหัวเราะร่าออกมาหน้าตาเฉย  แต่แล้วท่านอาจารย์ก็หยุดอากัปกิริยาเหล่านั้นและหันมาชี้แจงข้อสงสัยให้กับคุณหนูตัวน้อย

 


            ที่เจ้าเรียนอยู่ตอนนี้ คือ  การให้เจ้ารู้จักควบคุมพลังแวมไพร์ของตนเอง  เพื่อให้สามารถเรียกใช้ขุมพลังที่หลับใหลอยู่ภายในร่าง  หรือใช้มันหลีกหนีจากภัยอันตรายในยามจวนตัว

 


            “ โว่....ขุมพลังที่หลับใหล?  เจ้าแขนสีดำมีกรงเล็บนั่นน่ะเหรอ?สาวน้อยเอ่ยทวนประโยคสำคัญเมื่อครู่ก่อนจะจดจ้องไปยังท่อนแขนข้างขวาของตนเองที่ครั้งหนึ่งมันเคยแปรสภาพเป็นรูปร่างอัปลักษณ์ที่แสนน่ารังเกียจ  แววตาแห่งความใคร่รู้ที่เปิดเผยออกมาอย่างตรงไปตรงมา  ทำให้ชายผู้เป็นอาจารย์แย้มบทเรียนอันน่าสนใจให้สาวเจ้าได้ตื่นตะลึงเล่น

 


            หึๆ  ถ้าควบคุมพลังตนเองได้ดีจนถึงระดับสูงล่ะก็...มันจักเป็นได้มากกว่านั้นอีก

 


            “ เจ้าค่ะ....แล้วข้าต้องทำอย่างไรเหรอเจ้าคะท่านอาจารย์  สาวเจ้าตั้งใจฟังคำสอนของอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่มากขึ้น  โดยที่วางผลพลาสม่าที่แอชตันส่งมาให้ลงก่อนจะทำสีหน้ามุ่งมั่นที่อยากจะเรียนรู้จนคนเป็นอาจารย์นึกใจอ่อนบอกใบ้เงื่อนไขสำคัญของการเข้าถึงวิชาดังกล่าว

 


            “ เจ้าต้องใช้สมาธิและจับสัมผัสไอปีศาจของตนเองให้ได้  ถ้าขั้นนี้ยังทำไม่ได้ล่ะก็...ไม่รอดหรอก ”  ชายผู้เป็นอาจารย์ตั้งใจเว้นช่วงให้ขาดห้วงก่อนจะหันไปจิ๊บของเหลวที่บรรจุอยู่ในขวดน้ำขนาดพกพาเพื่อดับกระหายของตนเอง   เมื่อยกซดจนหมดขวดชายผู้เป็นอาจารย์จึงสำแดงวิชาให้เจ้าตัวได้เห็นเป็นขวัญตา...เพียงแค่ฉายแววตาพลางหันมาสบตากับคุณหนูหน้าหวานราวกับเพชฌฆาต  แม้นจักไม่ได้ขึ้นสีหรือแสยะยิ้มอะไร  มีเพียงแววตานิ่งและใบหน้าที่ไม่ได้แสดงอารมณ์  แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรับรู้ถึงภัยบางอย่าง 

 


อะไรกัน  แค่มองตามาหาแท้ๆ....

 

แต่ทำไมเธอถึงรู้สึก....กลัว?

 


ความรู้สึกขนหัวลุกซู่จากแววตาคู่นั้นกำลังทำให้สาวเจ้านึกกลัวจนเผลอถอยลนไปเกาะท่อนแขนแกร่งของแอชตันด้วยความรู้สึกยำเกรง  แอชตันหัวเราะหึๆในลำคอที่เห็นคุณหนูของตนเองกำลังขวัญหนีดีฟ่อกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังตื่นตระหนก

 


ถ้าถึงขั้นระดับสูงก็จะประมาณนี้ล่ะ...มา  มาฝึกกันต่อดีกว่า ”  เมื่ออาจารย์มากวิชาแสดงเคล็ดพลังให้เธอได้สัมผัสก็ทำให้ร่างบางเข้าใจถึงความสำคัญของทักษะที่กำลังร่ำเรียนอยู่โดยทันที  ความฉลาดที่มีติดตัวมาทำให้เจ้าตัวนึกฉุกคิด  นัยน์ตาคู่สวยก้มมองท่อนแขนของตนเองเมื่อเตือนใจว่า  หากเธอสำเร็จไปจนถึงระดับสูงได้ไว....ก็จะมีประโยชน์

 


 นึกว่าเป็นวิชาไร้สาระ...แต่ทว่ากลับมีความสำคัญมากกว่าที่คิดเอาไว้

 

เอาว่ะ  มาถึงขั้นนี้แล้วนี่....

 

ฝึกไว้สักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร....

 

เผื่อวันหนึ่งเมื่อแกร่งกล้ามากกว่านี้....

 

จะได้ใช้กำลังของตนเองหนีไปจากที่นี่ได้ในสักวัน!!!

 


            เจ้าค่ะ...!!!! ” ร่างอรชรลุกพรวดและสาวเท้าเข้าไปยังใจกลางลานกว้างด้วยตนเองโดยไม่มีสีหน้าอิดออดอีกต่อไป


 

กลับมาร่าเริงแล้วสินะขอรับ.... ชายลูกผสมที่รับใช้คุณหนูตัวน้อยมาตั้งแต่เยาว์นึกโล่งใจและพึมพำกับตนเองเพียงลำพัง  เมื่อเขาได้เห็นทีท่าและท่าทางที่มุ่งมั่นของคุณหนูอีกครั้ง  เขาไม่อยากเห็นคุณหนูเปลี่ยนไปเป็นอีกผู้เลย...หญิงที่มีแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง  ใบหน้างามที่กลับบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความก้าวร้าวนั้นอีกแล้ว  อยากให้คุณหนูเป็นอย่างที่เคยเป็น  สดใสดั่งดวงดารา  แจ่มจ้าดังผืนนภาที่กว้างใหญ่  เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความงามที่เอ่อล้นจากข้างใน  ไม่ใช่ความหม่นหมองเฉกเช่นเมื่อคืน   ไม่รู้ว่าหากทั้งสองปะหน้ากันอีกครั้ง...คณหนูจะลดทิฐิของตนเองไหม?  จะให้อภัยท่านจาริสเลยรึเปล่า?  เขาก็มิอาจทราบได้...ได้แต่หวังเพียงว่า  คุณหนูดารินจะเข้าใจในสิ่งที่ท่านจาริสพึงกระทำ


____________________________________________________________________


    Writter:  ไรต์ขอขอบคุณกำลังใจ  คอมเม้นต์ที่ร่วมตอบคำถามเมื่อตอนที่แล้ว ดังนี้นะคะ 


    คุณ Superlemons

                คุณ moon_lovers


[ไรต์เซฟรูปไม่ได้นะ]   คุณ phoyphailinev 


             คุณนิยายคือชีวิต()(( 

                   คุณ wawawow555




                              ฮู้ว มีแรงแต่งต่อกันรัวๆจ้า  ตอนนี้บีบหัวใจกันนิดหนึ่งนะ....สงสารใครมากกว่ากันคะ  ระหว่าง คุณหนูดาริน VS กับท่านจาริส  ช่วย Comments บอกไรต์หน่อยนะ :))))



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #36 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 23:15
    สงสารท่านจาริส ภารกิจลับก็ต้องทำ แถมต้องสืบสกุลและทำตามเงื่อนไขอีก น้องสาวก็ไม่เข้าใจ โอ๊ย ปวดใจ ปวดจายยยย
    #36
    0
  2. วันที่ 11 กันยายน 2561 / 00:18
    ทั้งคู่ค่ะ
    ส่วนของจาริส รักน้องมากแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่
    ส่วนรินก็ผิดหวังที่พี่ชายที่ตัวเองรักที่สุดทำกันแบบนี้
    #35
    0