ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 17 : ตอน ข่าวร้ายมาเยือน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    20 เม.ย. 62


จอมราชันย์



แนะนำตัวละครเสริม  

สตรีวรรณะสูงแห่งสี่ตระกูลใหญ่(แวมไพร์)

  
แพทริเซีย รัชเชรด
(ตระกูลรัชเชรด)

 
    เรเชล โจนส์  
(ตระกูลโจนส์)

คาร่า ดีแลน
(ตระกูลดีแลน)




ดาริน คาร์เตอร์
(ตระกูลคาร์เตอร์)



ตึก ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าก้าวกลับเข้ามายังสวนหลังคฤหาสน์จนได้  ไม่นานนักเหล่าบรรดาผู้รับใช้ที่วิ่งกันให้จ้าละหวั่นก็ดังขึ้นทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวที่พวกหล่อนออกตามหากันให้วุ่นนั้นกำลังถูกแขกของท่านจาริสอุ้มเข้ามาจากทางป่าด้านหลัง


 

คุณหนูดาริน!!!?  เจอคุณหนูแล้ว…..!!!! ” เสียงโหวกเหวกดังจนลั่นทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ทันที  เสียงตะโกนโวยวายดังสะท้อนไปมาจนทำให้หญิงเรือนเล็กที่เป็นเจ้าของชื่อถึงกับใจห่อเหี่ยวทันที  สีหน้าสลดพลันปรากฏจนใบหน้างามแสนหวานละมุนนั้นดูตลกจนคนตัวใหญ่กว่านึกขบขันในลำคอ 

 


หึๆ....เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับใบหน้ากรุ้มกริ่ม 

 


ขำอะไรคุณไม่เห็นมีอะไรน่าขำเลย ใบหน้านวลพลันตวัดหางตามองก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงกึ่งหงุดหงิดใส่ 

 

ก็เปล่านี่....อีกฝ่ายเพียงแค่ชายตาลงมามองพลางปฏิเสธแบบขอไปทีพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่มุมปากก่อนจะละสายตาไปทางอื่น  และแล้ว....

 



หมับบบบ!!?


 

          “ ว๊าย.....!! ”


เมื่อจู่ๆวงแขนแกร่งพลันยกกระชับอ้อมแขนให้อุ้มร่างบางได้ถนัดขึ้นจนหญิงที่อยู่ในวงแขนเผลอหวีดร้องด้วยความตกใจ  ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างเปลี่ยนมาโอบต้นคออีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ  นัยน์ตาสีน้ำทะเลพลันขุ่นมัวนึกก่นด่าชายตรงหน้าอยู่ในใจก่อนจะทำได้แค่เม้มริมฝีปากนิ่งแล้วปล่อยให้เขาอุ้มเธอไปนั่งยังศาลากลางสวนแต่โดยดี


 

คุณหนู...อ๊ะ!!?....ฝ่าบาท แอชตันที่เพิ่งทราบเรื่องราวรีบวิ่งปี่เข้ามายังสวนด้านหลังด้วยสีหน้ารีบร้อนก่อนจะเบรกฝีเท้าแทบไม่ทัน  เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังทรุดกายอยู่ในท่าชันเข่าพลางง่วนอยู่กับการพันผ้าพันข้อเท้า

 


ผ้าพันข้อเท้า...!

 


          “ คุณหนูบาดเจ็บรึขอรับ...!? ” นัยน์ตาสีนิลเข้มเอ่ยด้วยความตกใจเมื่อสายตาคมเหลือบเห็นข้อเท้าข้างขวาของคุณหนูบวมอักเสบจนอยู่ในสภาพที่น่ากลัวยิ่งนัก

 


          “ คุณหนูดาริน...!! ”

 


          “ แค่ข้อเท้าแพลงหน่า...อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม เสียงหวานเอ่ยก่อนจะเอนกายพิงพำนักเก้าอี้แล้วลอบมองใบหน้าคมที่กำลังปฐมพยาบาลขั้นต้นให้เธออย่างคนชำนาญด้วยสายตาประทับใจเล็กน้อย



เห็นเอาแต่ปั้นหน้านิ่ง....

 

พันข้อเท้าเรียบร้อยชะมัด....ร่างบางนึกโดยไม่คิดจะตอบคำถามใดๆกับแอชตันอีกต่อไปให้ยาวยื้อเพราะไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้วท่านพี่ก็ต้องรู้เรื่องนี้แล้วบ่นเธอจนหูอื้ออยู่ดี

 


        แอชตัน.... เสียงทุ้มต่ำขององค์เหนือหัวดังขึ้นในขณะที่ค่อยๆหยัดกายขึ้นยืน  ทำให้ชายเจ้าของชื่อพลันหันกลับมารับฟังคำสั่งด้วยทีท่าเรียบร้อย

 


          “ ขอรับ....

 


          เตรียมยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดให้ด้วย...อาการไม่หนักมาก แต่ก็น่าจะให้หมอตรวจดูอีกที เสียงทุ้มเอ่ยกลับเป็นภาษาอังกฤษตามฉบับของมนุษย์จนคนเรือนเล็กเข้าใจสิ่งที่เขากำลังเอ่ย  แอชตันพยักหน้ารับทราบก่อนจะผละออกไปตักเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสับตามคำสั่งทันที

 


          และแล้วนัยน์ตากร้าวก็หันกลับมายังร่างอรชรที่นั่งหน้าสลดพร้อมกับบีบข้อมือของตนเองคล้ายกับกำลังตำหนิตนเองอยู่เพียงลำพัง  ว่าแล้วร่างสูงจึงตัดสินใจที่จะปล่อยให้เจ้าตัวได้อยู่กับตนเอง แต่ทว่าเพียงออกแรงก้าวเท้าออกไปเพียงไม่กี่ก้าวอีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วเรียกเขาให้หยุดเสียก่อน

 


          คุณ…! เดี๋ยวสิ….!! ” เสียงหวานเอ่ยกึ่งตะโกนทำให้ฝีเท้าแกร่งพลันชะงักก่อนจะเบือนหน้ามาหาด้วยสีหน้านิ่งเหมือนกับทุกที

 


กึก... ขวับ?

 


          “…………….” อีกฝ่ายยืนนิ่งเงียบไม่ขานตอบอะไรกลับมา  ราวกับว่ารอให้เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดถึงจุดประสงค์ที่เรียกหาเขาอย่างไงอย่างงั้น

 


          คือ....ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ นัยน์ตาพราวประกายฟ้าลุดหน้าลงต่ำพลางไม่กล้าสบตาชายหน้าคมราวกับกำลังเคอะเขินที่ต้องเอ่ยปากพูดออกมาตามตรง 

 


          ไม่เป็นไร....นัยน์ตาคมพลันระยับก่อนจะขานรับด้วยเสียงทุ้มแสนราบเรียบ  แม้นว่าดวงใจที่เต้นอยู่ในอกดวงนี้จะกระหน่ำจนแทบจะระเบิดก็ตาม  เมื่อสิ้นเสียงร่างสูงก็ทำทีจะผละออกไปจากบริเวณอีกครั้งทำให้ดวงใจคนเรือนเล็กพลันกระตุกขึ้นมาอีกครั้ง จนเผลอพลั้งปากหลุดคำถามที่อยากรู้ออกไปโดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัว


 

        เดี๋ยว....ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย!! ” ใบหน้าหวานพลันชะงักหลังจากสิ้นคำเอ่ย  เปลือกตากลมโตได้รูปพลันปิดแน่นลงพร้อมกับก่นด่าตนเองที่ดันปากไวเกินกว่าเหตุ!!

 


เชี้ย....

 

หลุดปากถามไปแล้ว...!!

 

โอ๊ยยยย  ปากนะปาก!!

 


          บัดนี้ดวงใจที่ด้านชาพลันอุ่นวาบขึ้นมาจนร่างแกร่งนึกตะลึง  คล้ายกับโลกทั้งใบนี้กำลังหยุดหมุน....หัวสมองพลันสว่างโลนไร้ซึ่งความคิดใดๆต่อไปอีก  เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันหรือคาดการณ์มา ก่อนเลยว่าหญิงตรงหน้าจะเป็นฝ่ายอยากจะเข้ามารู้จักเขาก่อนแบบนี้?  มีเพียงสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านร่างของคนทั้งคู่จนเรือนเส้นผมสีดุจทองคำนั่นปลิวสยายไปตามอากาศ  หมู่มวลบุพผาที่บานสะพรั่งค่อยๆสลัดกลีบของมันไปตามแรงลมที่ผ่านผันลำต้น....ดวงใจที่กำลังเต้นตึกตักอยู่ในอกค่อยๆเพิ่มแรงบีบรัดจนเกือบจะทำให้ดวงใจของทั้งสองดวง....กำลังโหมกระหน่ำเป็นจังหวะเดียวกันอยู่รำไร  ริมฝีปากที่เรียบตึงพลันยกยิ้มบางๆก่อนจะปรายหางตาไปมองอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาบ้าง...

 


        แคสเปี้ยน.... เสียงทุ้มไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษเช่นทุกที  แต่ทว่ากำลังเอ่ยเป็นสำเนียงที่เธอกำลังร่ำเรียนอยู่....

 


        แคสเปี้ยน  ไวแอตเทนเจอร์....  ภาษาแวร์พิกดังลอดออกมาตามไรฟัน  คมเขี้ยวสองคู่กำลังฉายเด่นให้เธอเห็นชัดเต็มสองตา   

 


        ยินดีที่ได้รู้จักนะ....คุณหนูคาร์เตอร์   เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแนะนำตัวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนน่าฟัง 

 


          “ เรียก ดาริน เฉยๆได้รึเปล่า...คุณหนูคาร์เตอร์ เสียงทุ้มกังวานเอ่ยเชิงขออนุญาต  พร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยเพื่อร้องขอคำตอบ 

 


ได้ค่ะ....นัยน์ตาหวานละมุนพลันพยักหน้ารับก่อนจะขานตกลงอย่างว่าง่าย

 


ดีจัง.... เสียงทุ้มเอ่ยออกมาราวกับกำลังพึมพำกับตนเอง   เสียงงึมงำนั้นไม่ได้เอ่ยกับเธอโดยตรงแต่กระนั้นก็ทำให้คนร่างเล็กเชยหน้าขึ้นไปมอง  สิ่งที่ได้นั้นคือสิ่งที่ไม่มีใครคิดฝัน....เมื่อจู่ๆคนตรงหน้าค่อยๆยิ้มกว้างจนเธอเห็นเป็นครั้งแรก!? ใบหน้าที่ดูราวกับกำลังเปี่ยมสุขของชายหน้าคมที่เอาแต่ปั้นหน้านิ่ง กลับกำลังยกยิ้มอย่างอ่อนโยน  ทันใดนั้นดวงใจที่เต้นอยู่ในอกก็คล้ายกับถูกใครสักคนกระชากจนเธอรู้สึกโหวงที่ช่องท้อง  น่าแปลกที่เพียงแค่รอยยิ้มที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก  ก็ทำให้คนร่างเล็กรู้สึกร้อนผ่าวจนไม่กล้าสบสายตากับนัยน์ตาคมสีเทานั้น.…

 


แววตานั้นราวกับกำลังฉายแสงเป็นประกายถึงอะไรบางอย่าง

 

บางอย่างที่ฉันไม่รู้ว่ามัน....

 

คืออะไร?

 

  

 

ณ  แดนแวมไพร์

 

          พระหมื่นปีกำลั่งนั่งเอนกายให้เหล่าบรรดาข้ารับใช้บีบนวดเคร้นคลึงเพื่อคลายความเมื่อยล้า แต่เมื่อมิล่าข้ารับใช้คนสนิทโน้มลงมากระซิบถึงข้อความบางอย่าง  ใบพัดลายลูกไม้ที่กำลังโบกสะบัดไอเย็นๆอยู่พลันชะงักก่อนจะสะบัดฝ่าพระหัตถ์เชิงให้ทุกคนออกไปจากโถงใหญ่ให้หมด  เหล่าคุณหนูหน้าตาได้รูปทั้งสามตนค่อยๆสาวเท้าเข้ามาคาราวะพระหมื่นปีผู้เป็นพระมารดาแห่งจอมราชันย์จนตัวย่อจรดจนติดพื้น  ความงามพร้อมทั้งคุณสมบัติทำให้พวกนางได้มาหยุดยืนอยู่ ณ ตำหนักวังใต้ที่ที่จะเป็นก้าวสำคัญสู่การขึ้นไปยังตำแหน่งสูงสุดของเหล่าบรรดาสตรีแวมไพร์ที่ต่างเฝ้าหมายปอง


ถวายบังคมเพคะ....เสียงทั้งสามขานถวายความเคารพจน รอยริ้วบนเรือนหน้าของพระหมื่นปีค่อยๆยกยิ้มขึ้นมาจางๆ  พลางผายมือเชื้อเชิญเหล่าคุณหนูทั้งสามตระกูลใหญ่ให้มานั่งใกล้ๆ

 

ขอบพระทัยเพคะ...ทั้งสามต่างขานรับก่อนจะจองจับที่นั่งเป็นของตนเอง  ขณะที่หญิงแห่งตระกูลศักดิ์กำลังผละมือไปรับเครื่องดื่มจากเหล่าคนรับใช้  สายพระเนตรขององค์พระหมื่นปีก็พินิจพิจารณาอย่างเงียบๆ

 


ความงามครบถ้วนพร้อมสมบูรณ์

 

กิริยาท่าทางช่างอ่อนช้อย...และอ่อนหวาน

 

พร้อมพรั่งด้วยคุณสมบัติทั้งหมดทั้งปวง

 

แต่ไม่รู้ทำไม...ข้าไม่รู้สึกว่านางทั้งสามตนจะสามารถ

 

ข้ามภูเขาน้ำแข็งที่เกาะกินอยู่ในดวงหทัยแคสเปี้ยนได้เลย....

 

          ไม่ช้าไม่นานหญิงผู้พร้อมคุณสมบัติก็ได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับพระหมื่นปีพลางมีเสียงหัวเราะอันเจือไปด้วยจริตผู้ดีทั่วทั้งตำหนัก  แต่แล้วสุดท้ายพระหมื่นปีก็ได้ยลความสามารถอันเป็นจุดแข็งของแต่ละคนและร่วมพูดคุยปนหยอกล้อเพื่อดูพื้นเพอุปนิสัย  จนกระทั่งคุณหนูทั้งสามตระกูลใหญ่ก็ทยอยขอตัวไปพักผ่อนเมื่อเวลาเริ่มล่วงเลยเกินสมควร



          มิล่า.... เสียงทรงอำนาจของพระหมื่นปีดังขึ้น  ก่อนจะยกแก้วทรงสูงเพื่อให้ข้ารับใช้คนสนิทรินบรั่นดีพลาสมาถวายแก่พระนางโดยไว

 


ปกติพระหมื่นปีมักจะดื่มเมื่อมีงานรื่นเริงนี่หน่า....  มิล่าสาวใช้พลันนึกเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับนายตนเอง



          เจ้าคิดว่าพระนางทั้งสามตน...ใครจักได้ขึ้นครองคู่กับลูกข้า จู่ๆเสียงคำถามผสมเสียงกลั๊วหัวเราะดังขึ้นก่อนจะจรดปากแก้วเพื่อยกของเหลวหมายดื่มด่ำรสชาติ

 

          .....ยากจักคาดเดาเพคะคำตอบเอาตัวรอดของนางข้าหลวงทำให้พระหมื่นปีหัวเราะร่าออกมาจนสุดเสียง  ก่อนจะวางมือที่ถือแก้วบรั่นดีของตนลงแล้วโบกพัดลายลูกไม้ของประจำกายที่มักจะถือติดพระวรกายไปมา



          นั่นสินะ....ก็ยากจักเดาอยู่หรอก ว่าแล้วองค์เหนือหัวก็ปล่อยให้บรรยากาศโดยรอบเงียบงันเพื่อให้ความสงบช่วยค้นหาซึ่งคำตอบ


 

นางหนึ่ง ดูโลกส่วนตัวสูงและไม่ชอบพูดจา….

 

นางหนึ่ง ดูเหย่อหยิ่งผยองและทะนงตนยิ่ง....

 

นางหนึ่ง เต็มไปด้วยจริตและรู้จักวางตน....

 

          หากเจ้าตัวกลับมาแล้วมาเจอเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นของเหล่าบรรดาขุนนางที่ต่างส่งเสริมปั้นแต่งเรื่องราวจนสวยหรู  หาข้อติงต่างๆมาจนได้คุณหนูแห่งตระกูลใหญ่มาเข้าเป็นหนึ่งในพระสนมแห่งจอมราชันย์หมายมาดว่าจักมีหนึ่งในพระนางเหล่านี้....ได้ขึ้นเป็นใหญ่ในวันข้างหน้าอีกต่างหาก

 


 ไม่รู้ว่าหากกลับมาแล้วจักเป็นอย่างไร...

 

เมื่อรู้ว่าถูกบีบครั้นให้เลือกผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งพระสนมเอก

 


          และแล้วความคิดยังไม่ทันได้ซึ่งคำตอบ  จู่ๆความรู้สึกแน่นที่จุกอยู่ที่อกก็ทำให้พระนางมือไม้สั่นเทาจนกวาดข้าวของและถ้วยแก้วที่เพิ่งดื่มบรั่นดีไปจนกระจัดกระจายเลอะเทอะไปทั่วพื้นพรม!!

 



โครมมมมมม ครามมมมม!?

 

          ฝ่าบาท ฝ่าบาท!!! ใครก็ได้!!!! ตามหมอหลวงเร็ว!!!!! ” มิล่าที่กำลังถวายการรับใช้กู่ร้องตะโกนลั่นก่อนจะหันมาประคับประคองร่างของพระหมื่นปีที่กำลังจะทรุดกายล้มลงทั้งๆที่นั่งประทับอยู่ที่พำนักตัวโปรด

 

        อั่กกกก....!!” กลิ่นคาวคลุ้งค่อยๆกระอักออกมาจากพระโอษฐ์เผยให้เห็นของเหลวคาวข้นที่กำลังไหลและไหลออกมาจนเลอะชุดฉลองพระองค์ที่กำลังสวมใส่อยู่  นัยน์ตาคมแสนโฉบเฉี่ยวค่อยๆมองสภาพของตนเองที่ไม่มีแรงแม้แต่จะหยัดกายนั่งด้วยซ้ำ  ทำได้แค่หายใจโรยรินโดยมีมิล่าสาวใช้คนสนิทกำลังเสียขวัญและกอดประโลมอยู่ไม่หาย

 

        แข็งใจไว้เพคะ...ฮืออออ.....ทหารรรรร!!!!! ” มิล่าสาวสูงวัยที่คอยปรนนิบัติรับใช้มาโดยตลอดกอดพระวรกายองค์เหนือหัวเอาไว้พลางร้องโฮจนน้ำตาเลอะอาบไปทั่วใบหน้า พยายามบีบกำชับฝ่าพระหัตถ์ขององค์เหนือหัวหมายจะให้พระองค์แข็งใจไว้ให้ได้นานที่สุด

 

        อึก....โฮกกกกกกกก เสียงสำรอกพระโลหิตยังคงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณมีเพียงสติอันบางเบาที่หวนนึกถึงว่าผู้ใดที่ริกล้าลอบวางยาตนถึงถิ่นที่....

 


ใครกันที่มันกล้า....หือกับราชวงศ์  


               เสียงเพรียกดังสะท้อนก้องด้วยความแค้นใจ  ก่อนที่นัยน์ตาคมกำลังค่อยๆเหลือแสงริบหรี่น้อยลงไปทุกที...ทุกที

 


รึว่าจักเป็น....พวกนาง?  


               สุดท้ายร่างกายที่ชราภาพเพราะมีอายุมากว่าหมื่นปีก็นิ่งงันไปพร้อมกับเปลือกตาที่ปิดแน่น  ไอปีศาจที่เคยพรั่งพรูค่อยๆลดฮวบอย่างน่าใจหาย  มิล่าหวีดร้องด้วยความวิตกจนถึงขีดสุด  จนเหล่าทหารที่อารักษ์ขาต้องรวบตัวนางให้ออกห่าง  จากนั้นไม่นานข้าราชบริพารทั้งหลายถูกกันให้ออกห่างจากเขตตำหนักใต้โดยมีเจ้าชายแดเนียลประทับอยู่ด้านในพร้อมกับหมอหลวงนับสิบที่คอยเป็นผู้ถวายการรักษา   

 

ฝ่ามือแกร่งบีบพระหัตถ์ที่มีแต่รอยเหี่ยวหย่อนจนเนื้อตัวนุ่มนิ่มของพระมารดาขึ้นมาจรดข้างแก้มสาก  เรียวจมูกฝังจรดลงไปบนฝ่าพระหัตถ์ด้วยสีหน้าทุกข์ระทม  สีหน้าที่ซีดเผือกและไอปีศาจที่แผ่วเบา พร้อมกับคำเอ่ยของหมอหลวงทีแจ้งแก่เขาว่าโอกาสรอดของพระหมื่นปีมีแค่ห้าสิบต่อห้าสิบเท่านั้น  คำตอบนั้นยิ่งทำให้ดวงใจของร่างสูงผมบลอนต์ประกายทองปวดร้าวเข้าไปอีก  ชายผู้เป็นพระโอรสคนสุดท้องได้แต่ก่นด่าตนเองที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอที่จักปกป้องพระมารดาให้ปลอดภัย  คำพูดคำสอนคำต่อว่ามากมายที่เคยเกิดขึ้นครั้นเขายังเป็นเพียงแค่แวมไพร์คึกคะนองที่เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากพระราชบิดาและพระมารดา  ภาพในวันวานยิ่งไหลย้อนเข้ามาตอกย้ำให้ร่างสูงได้แต่สั่นระงมและตรมไปด้วยความเสียใจ

 

อย่าจากข้าไปนะพะยะค่ะ....อย่าเพิ่งจากข้าไปเลย   เสียงทุ้มเจือพร่าไปด้วยน้ำตาที่กำลังรินไหล  มีแต่ความเงียบงันเป็นผู้ขานตอบ...บัดนี้มีเพียงแค่ลูคัสชายผู้เป็นมือขวาคอยยืนคอยถวายการรับใช้องค์ชายแดเนียล  ชายคนสนิทได้แต่ยืนเงียบเมื่อเห็นว่าองค์ชายของเขากำลังเสียใจจวนเจียนจะขาดใจอยู่ที่ที่พระหมื่นปีบรรทมอยู่

 

ลูคัส....เมื่อร่างสูงตั้งสติได้  จึงลูบไล้คราบน้ำตาที่เลอะอยู่บนใบหน้าคมออกก่อนจะหันไปเรียกสหายคนสนิทด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

พะยะค่ะองค์ชาย....”  ลูคัสหันมาขานรับพร้อมกับคุกเข่ารอพระบัญชา  ฝ่าพระหัตถ์หนาของร่างสูงกำจนสันหมัดนูนปูดนึกเครียดแค้นผู้ที่กล้าลงมือทำกับพระมารดาเขาได้ถึงขนาดนี้  คมเขี้ยวขบเม้มจนรับรู้ถึงความปวดร้าวผสมความคาวที่ซ่านอยู่ที่ปลายลิ้น

 


แจ้งข่าวนี้แก่จอมราชันย์....บอกให้กลับวังด่วน....!! ”  เสียงกังวานประกาศก้องพร้อมกับนัยน์ตาสีเทาที่ค่อยๆวาวโรจน์เป็นสีแดงเดือด 

 


ถึงเวลาที่เขาและเสด็จพี่จักต้องชำแหละหนูร้ายที่วิ่งพล่านอยู่ในวังสะแล้ว!!




ปังงงง!!!!

 

            เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นเล็ดลอดออกมาตามช่องประตูบานใหญ่  ทำเอาคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องถึงกับใจฟ่อไปเป็นตามๆกัน  นึกห่วงคุณหนูจอมซนประจำบ้านว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไร

 


            พี่บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าทำแบบนี้!!! เกิดไม่มีใครไปช่วยขึ้นมาจะทำยังไง!!! ” เสียงดุแกมตวาดดังลั่นออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว  ทำเอาเหล่าแม่บ้านรับใช้ที่ยืนอออยู่แถวหน้าประตูต่างหน้าหดไปเป็นแถวๆ  ไม่รู้เลยว่าท่านจาริสที่แสนใจดีจะดุได้น่ากลัวถึงขนาดนี้

 


            .............. ไม่มีเสียงโตเถียงเช่นทุกครั้ง  มีเพียงเสียงก้องของท่านจาริสที่เป็นพี่ชายคนโตเสี้ยมสอนอยู่ด้านใน

 


            เป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง!! ในป่ารกๆนั้นมันไม่ได้มีแค่สัตว์โลกน่ารักนะริน!! อสรพิษสัตว์ร้ายสัตว์ใหญ่มีอยู่เต็มทุกที่! พี่ถึงไม่ให้เข้าไป!!! แล้วเคยฟังคำพี่ไหม!!!? ” ดังดุยังคงเล็ดลอดออกมาเรื่อยๆ  จนร่างสูงจำต้องยอมผละออกไปจากพื้นที่เนื่องจากไม่อยากรับฟัง  ว่าร่างบางจะต้องโดนดุด่าอีกสักกี่ประโยค 

 


            ฝ่าบาท...รอด้วย ฟรานซิสที่ติดตามรับใช้เอ่ยขานเป็นภาษาแวร์พิก  ก่อนจะแอบชำเลืองลอบมองบานประตูใหญ่ที่มีดวงหทัยของท่านแคสเปี้ยนกำลังถูกต่อว่าจากชายที่เงียบขรึมอย่างจาริสไปไม่รู้กี่คำ

 



ตึก  ตึก  ตึก  ตึก


            ชายชราที่เป็นคนสวนค้อมตัวให้เล็กน้อยเมื่อเห็นแขกของเจ้าบ้านเดินผ่านตนไป  สายตาคมเหลือบมองก่อนจะอมยิ้มบางๆ  ฝ่ามือหนาคว้าราวบันไดอันเย็นเหยียบเพื่อลูบไล้ไปมา  นึกหวั่นใจกับหลายๆสิ่งที่อีกไม่นานเขาคงต้องพร้อมรับมือ  เมื่อสัมผัสของปีศาจชั้นสูงรับรู้ได้ว่าไม่มีผู้ใดอยู่รอบบริเวณ  ริมฝีปากกระจับหนาจึงเอื้อยเอ่ยบางสิ่งกับทหารองค์รักษ์เป็นการส่วนพระองค์

 

            เห็นไหมว่าสิ่งที่เจ้าทำ....ผลที่ตามมาเป็นเช่นไร นัยน์ตาคมทอดมองลงมาจากขั้นบันไดที่สูงกว่าด้วยแววตานิ่งงันจนชายเรือนผมน้ำตาลแกมเข้มนึกเสียวสันหลังวาบ  ความเยือกเย็นที่ทอดผ่านมาทำให้เขานึกขยาดทันที

 


          “….ข้าพเจ้าฯขอประทานอภัยพะยะค่ะ  ฟรานซิสขานตอบก่อนจะทรุดกายในท่าชันเข่าเพื่อขออภัยด้วยใจสัตย์จริง  นัยน์ตาคมทอดมองเพื่ออ่านความคิดความอ่านของอีกฝ่ายอย่างทะลุปุโปร่ง

 


เจ้าฟรานซิส  ก็แค่...อยากจักสร้างสถานการณ์ให้ทั้งสองคนได้ผูกเชื่อมโยงสัมพันธ์

 


อย่าให้มีครั้งหน้า....เสียงทรงอำนาจดังชัดแจ้งถึงฟางเส้นสุดท้ายที่ใกล้จะขาดเต็มทน  ทำเอาร่างโปร่งผมน้ำตาลถึงกับไม่กล้ากลืนน้ำลายที่เหนียวหนึบอยู่ที่ลำคอ  ชายชุดฉลองพระองค์ปลิวไสวไปตามแรงลมอ่อนๆ

 


ครืดดดดด....ครืดดดดด....


 และแล้วไม่นานนักเสียง ธิปส์ เครื่องสื่อสารขนาดพกพาที่เป็นกระจกแก้วก็สั่นกระเพิ้มจนฟรานซิสที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นจำยอมหยุดฝีเท้าที่กำลังตามเสด็จฯ  นัยน์ตาคมกวาดมองเห็นได้ชัดว่าเป็นข้อความส่งตรงถึงจอมราชันย์  มีตราประทับของราชวงศ์ประทับลงมาเสียด้วย....แสดงว่านี้คือฉบับเร่งด่วน?!

 

นี้มัน.....อะไรกันเนี้ย เสียงสบถดังพึมพำกับตนเองจนดวงตาคมโตแทบจะถลนออกมาแม้นดวงใจจะหล่นวูบกับสิ่งที่เห็นเพียงไร!!  แม้นตัวเขาเองจักไม่อยากเชื่อ...แต่ทว่าตราประทับที่แนบอยู่ด้านในเนื้อหานี้มัน….แสดงว่ามันคือเรื่องจริง!!!

 

ผ่างงงงงง!!

 

ฝ่าบาท....!!!!! ” เสียงกู่ร้องก้องดังขึ้นจนร่างแกร่งยอมหยุดฝีเท้า  ใบหน้าคมสะบัดหันกลับมามอง  นัยน์ตาสีบลอนต์เทาประกายฟ้าเบิกสายพระเนตรกว้างเมื่อเห็นสีหน้าตกตื่นของฟรานซิสที่กำลังถือธิปส์ของเขาที่ฝากเอาไว้ด้วยทีท่ามือไม้สั่นระงม

 


เกิดอะไรขึ้น....

 

ทำไมเจ้าฟรานซิสถึงได้หน้าตาตื่นถึงขนาดนี้ ?

 


พรึ่บบบบบ!!

 

          “ ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่พะยะค่ะ....ฟรานซิสใช้สปิริตแวมไพร์วับกายมาถวายการรับใช้อย่างประชิดตัวก่อนจะค้อมตัวลงต่ำด้วยสีหน้าหวาดวิตกจนถึงขีดสุด

 

            เกิดอะไรขึ้น....ยิ่งเห็นท่าทางของทหารผู้เป็นหนึ่งในสหายที่สนิท  ดวงใจที่ด้านชายิ่งเต้นระรัว  แสดงว่าเรื่องราวที่เกิดจักต้องใหญ่ยิ่งกว่าครั้งก่อนที่เคยทูลถวายรายงาน

 

            พระหมื่นปี...ถูก...ถูกลอบวางยาพิษพะยะค่ะ สิ้นเสียงทุ้มที่ทูลรายงาน  ดวงใจชายแกร่งปวดแปล๊บขึ้นมาทันที  

 

          อาการนางเป็นอย่างไร เสียงทุ้มที่ถูกสะกดแรงระเบิดเอาไว้  ทำให้ฟรานซิสนิ่งอึ้งอยู่นาน  ฝ่ามือหนากำหมัดที่วางอยู่ที่พื้นแน่นก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม

 

            เป็นตาย.....เท่ากันพะยะค่ะ เมื่อได้ยินคำตอบชัดแจ้ง และแล้วฝ่ามือหนาสั่นระริกไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่กำลังมากทวี   กรงเล็บสีทมิฬที่ไม่เคยงอกค่อยๆเรียวยาวจนจิกเข้าไปในเนื้อหนังมังสา  นัยน์ตาเย็นฉายฉาบเป็นสีโลหิต  แรงโทสะค่อยๆเพิ่มพูนจนทหารที่รับใช้มานานยังไม่กล้าสบสายพระเนตร

 


ใครกันที่มันกล้าหยามข้าถึงที่...

 

ใครกันที่มันบังอาจทำกับเสด็จแม่ของข้าได้....!!!

 

 

          ไอปีศาจที่เคยเย็นยะเยือกค่อยๆเพิ่มทวีจนฟรานซิสที่อยู่ใกล้ๆยังรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว  ขนลุกชูชันซู่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า  ดวงตากร้าวของจอมราชันย์วาวโรจน์เหมือนกับตอนนั้น...ตอนที่กริ้วจัดจนแทบคลั่ง!

 


          “ เตรียมข้าวของเสีย...ข้าจักกลับวังหลวง ร่างแกร่งว่าเสร็จก็พยายามระงับแรงโทสะที่มากขึ้นทุกทีด้วยความยากเย็น 

 

          “ แล้ว แล้วเรื่องของ.....! ” แต่ทว่าเสียงปรามที่มากไปด้วยคำถามของทหารคนสนิทก็ทำให้ความอดทนของร่างแกร่งหมดลงจนได้

 

          “ เดี๋ยวนี้!! ” เสียงตวาดกราดดังจนฟรานซิสสะอึก  ร่างโปร่งค้อมศีรษะคาราวะลงก่อนจะน้อมรับบัญชาแล้วไปจัดการโดยไว

 

          “ เข้าใจแล้วพะยะค่ะ....”  ดวงตาของฟรานซิสปิดเปลือกตาลงแน่น  รับรู้ถึงความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นกับองค์เหนือหัว  ดวงใจเขาปวดหนึบ...รู้สึกรวดร้าวแทนฝ่าบาทที่ต้องมาพบเจอกับเรื่องราวร้าวรอนนับครั้งไม่ถ้วน....

 


ไม่นานร่างของทหารอารักษ์ขาหายวับไปกับสายลม  ชุดฉลององค์สยายไปตามแรงลมเย็นเหยียบที่พัดผ่านร่าง  โดยที่กลิ่นอายเย็นยะเยือกที่เคยโปรดปรานไม่ได้ทำให้เปลวไฟที่โหมที่ในทรวงเบาลงเลยสักนิด  นัยน์ตาที่เคยแดงฉานค่อยๆดับมอดลงเมื่อเหนแหวนธำมรงค์ประจำพระวรกายที่สวมอยู่ที่พระศอ.....สร้อยที่ห้อยอยู่วาวสะท้อนรับกับแสงไฟมาจนวาววับ  ฝ่ามือหนาเอื้อมจับขึ้นมาพินิจมองแล้วทำได้แค่ปิดเปลือกตาลงแน่นแล้วปล่อยของต่างหน้าให้คล้องอยู่ที่เดิม...ที่ที่ใกล้กับดวงใจของเขามากที่สุด....

 

สุดท้าย....ข้าก็เลือก นาง ไม่ได้อีกแล้ว....

 

ดูเหมือนเวลา....

 

ก็ไม่ได้ทำให้ข้า...เปลี่ยนไปจากเดิม

 


          ใบหน้าคมทอดมองไปยังทางที่หญิงที่เขาดั้นด้นมาไกลจนถึงนี้ประทับอยู่ด้วยแววตาทอแสง...ทั้งอ่อนแรงและกำลัง  แม้ดวงใจบัดนี้จักไม่อยากจะจากนางไปเลย...แต่ทว่าเขาก็จำต้องเดินทางกลับดินแดนแม่ด้วยเหตุจำเป็น....เหตุผลมากมายที่พันธนาการเขาไว้ไม่ให้หลีกหนี  ใบหน้าคมได้แต่ทอดมองด้วยความอาลัย...หวังเพียงว่าสักวันหนึ่ง

 

ความรู้สึกที่เอ่อล้นนี้....

 

นางผู้เป็นหนึ่งเดียวในใจข้า....จักรับรู้มัน



 

 

 

          

 

         

 

 

 

 

 

          

 

          


_______________________________________________________________________________


Writter: สวัสดีแฟนๆนะคะ  เป็นยังไงกันบ้างสนุกกันไหมคะ  ตอนนี้เนื้อหากำลังจะเข้าสู่ความเข้มข้นแล้วนะ  จะมีทั้งโรแมนซ์  ความแก่งแย่ง  สงครามเย็นกันแล้วล่ะนะ  ใครที่ตามมาตั้งแต่ภาคแรกน่าจะรู้ถึงความเหมือนและแตกต่างระหว่าง แคสเปี้ยน  vs แดเนียล แล้วล่ะนะว่า อุปนิสัยตรงไหนเหมือนและต่างกันยังไง

เพราะเนื้อหาต่อไปจะอิงส่วนของภาคแรกมาสะเยอะนะคะ   ฉะนั้นใครที่ไม่ได้ตามก็อาจจะเสียเปรียบและงงๆหน่อยนะ  ความมันส์มันจะเริ่มต่อจากนี้แน่นอน  ยังไงก็ฝาก คอมเม้นต์ให้กำลังใจในการอัพ กันด้วยนะคะ  แล้วเจอกันจ้า





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #21 moon_lovers (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 20:30

    ชอบแคสเปี้ยนจังเลย///
    #21
    0
  2. #19 wawawow555 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 20:27

    สนุกมากๆค่า
    #19
    0
  3. #18 phoyphailinev (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:41

    ชอบมากกกกกกก
    #18
    1
    • #18-1 mystical1(จากตอนที่ 17)
      19 สิงหาคม 2561 / 19:50
      ขอบคุณมากนะคะ :)
      #18-1