ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 16 : ตอน หนี้ชีวิต 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    20 ต.ค. 62





            ฮึมๆๆ....ลัลละลา ”  เสียงใสคล้ายกับกำลังฮัมเพลงดังขึ้นจนเหล่าแม่บ้านที่ลงขันทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ต่างยอมละมือแล้วหันมาหยุดมองต้นเสียงกังวาลแสนหวานกันเป็นตาเดียว   เสียงหัวเราะในลำคอดังเป็นระรอกเมื่อเหล่าแม่บ้านคนเก่าคนแก่หัวเราะเริงร่าเมื่อเห็นคุณหนูคนสวยจอมแก่นประจำคฤหาสน์กระโดดโลดเต้นไปมาด้วยสีหน้าอารมณ์ดี


 

                คุณหนูอารมณ์ดีอะไรเหรอจ๊ะป้า....สาวใช้ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานเดินสาวเท้าเข้ามาหาแม่บ้านวัยกลางคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยสีหน้าสงสัย  คนสูงวัยหัวเราะก่อนจะส่ายหัวไปมาพลางขยับไม้ปัดขนไก่เช็คถูไรฝุ่นต่างๆ

 


                ได้ยินว่าช่วงบ่ายท่านจาริสเลิกประชุมเร็วน่ะซิ....เลยกำลังจะมารับคุณหนูไปเที่ยวในตัวเมืองด้วยกันเสียเลย  ท่านดารินเลยกระโดดโหยงๆเหยงๆยังงั้นน่ะแหละ....

 


อ่อ...มิน่าล่ะร้องรำทำเพลงใหญ่เชียว สาวใช้ร้องอ่อไปตามระเบียบเมื่อรับรู้ต้นสายปลายเหตุ 

 


เอ้า รีบทำเข้า!!...เดี๋ยวงานการไม่เสร็จก็ถูกคุณแอชตันเอ็ดเอาอีก หญิงวัยกลางคนหันมาดุ  ก่อนจะหันกลับไปทำงานของตนเองให้เสร็จตามเวลา

 


ณ  สวนหลังคฤหาสน์

 

          ร่างบางยกชายกระโปรงยาวทรงเทอะทะขึ้นเหนือพื้นสนามหญ้าเพื่อให้เดินได้สะดวกมากขึ้น   ก่อนจะเดินสาวเท้าด้วยบทเพลงที่งึมงำอยู่ในลำคอ  ข้อมือเล็กจรดวางกระเป๋าสะพายข้างขนาดกระทัดรัดลงบนโต๊ะขาวสะอาดสะอ้านภายใต้ศาลาที่ออกแบบตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษ  ไม่นานนักเหล่าแม่บ้านก็ทันสังเกตเห็นร่างอรชรที่กำลังเอนกายพำนักพิงอยู่ที่สวนด้านหลังจึงนำของเครื่องเขียงต่างๆมาเสิร์ฟตามหน้าที่  กลิ่นชาคละคลุ้งลอยมาจนคนเรือนเล็กที่กำลังวาดทิวทัศน์ของธรรมชาติคลายเหงาอยู่ละสายตาสีน้ำทะเลไปมอง

 

                ชากุหลาบค่ะคุณหนู....ทานคู่กับสโคน  ฟรุ๊ตเค้ก  พุดดิ้ง มาการอง

 

                “ ขอบคุณมากค่ะ เสียงใสขานรับก่อนจะฉีกยิ้มอย่างเป็นกันเอง  ไม่นานนักเธอก็ได้อยู่ตามลำพังท่ามกลางของหวานและเครื่องดื่ม  เรียวนิ้วจรดหยิบถ้วยชาลายกระเบื้องขึ้นมาก่อนจะสูดกลิ่นหอมน่ารัญจานใจจนรู้สึกเบาสบาย  สายตากวาดมองธรรมชาติรอบกายด้วยความหลงใหล  ร่างบางวางมือจากของว่างยามบ่ายพลางหันมาให้ความสนใจกับการวาดเขียนเสก็ตภาพของสวนดอกไม้ที่เธอพักผ่อนอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม   ทีท่าที่ดูสดใสราวกับอรุณเฉิดฉายทำให้ชายที่ทรุดกายนั่งอยู่ในท่าห้อยขายกยิ้มที่ริมฝีปาก  นัยน์ตาสีบลอนต์เทาจดจ้องไปยังคนเรือนเล็กโดยที่เขาไม่รู้สึกถึงความเบื่อหน่ายเลยสักนิด  มีเพียงอิริยาบถแสนเรียบง่ายของสตรีตัวเล็กๆที่ขยับกายวาดเขียน  ก่อนจะหันมาจิ๊บน้ำชาและขนมด้วยสีหน้าปลื้มปิติราวกับเด็กตัวน้อยๆ

 


 ยิ่งพินิจมองก็ยิ่งละสายตาไม่ได้....

 

ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่านางมีเสน่ห์....แบบที่ไม่มีหญิงใดเทียบเคียง

 


                อะฮึ่ม....ฝ่าบาทอยู่ที่นี่นั่นเอง  ได้เวลาเสวยพระโอสถแล้วพะยะค่ะ เสียงขัดดังขานขึ้นด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม  ชายร่างแกร่งเหลือบไปมองก่อนจะตวัดปลายขาลงมาจากราวระบียงกว้างแล้วดื่มพระโอสถตามที่ฟรานซิสจัดถวายมาให้แต่โดยดี

 


                ร่างสูงเรือนผมน้ำตาลแกมเข้มชะเง้อคอมองไปตามทิศที่องค์เหนือหัวจดจ้องอยู่เป็นเวลานานสองนานโดยไม่รู้สึกพระองค์เลยว่าเขาหยุดยืนอยู่ด้านหลังด้วยความใคร่รู้  แต่เมื่อสายตาเจ้าเล่ห์เห็นว่าคำตอบที่อยู่ด้านล่าง  มีเจ้าของร่างอรชรนั่งวาดรูปอยู่ใต้ร่มเงาของศาลาในสวนกว้าง  ทันใดนั้นชายจอมทะเล้นก็ถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 


                หยุดยิ้มเสียที...ข้า-รำ-คาญ เสียงทุ้มต่ำขององค์เหนือหัวดังขึ้นราวกับเป็นสัญญาณเตือน  ก่อนที่สายพระเนตรแสนดุดันจะหันมาตวัดมองอย่างไม่สบอารมณ์ 

 


                ก็เปล่านี่พะยะค่ะ...หึ หึ หึ   ฟรานซิสหลุดขบขันในอากัปกิริยาหงุดหงิดงุ่นง่านขององค์เหนือหัวก็ยิ่งอารมณ์ดีเข้าไปอีก

 


                ฝ่าบาท...จะเสด็จไปไหนพะยะค่ะ ร่างสูงค้อมลำตัวลงเล็กน้อยด้วยความเงอะงะ  เมื่อเห็นว่าฝ่าบาทกำลังจะผละออกไปจากระเบียงกว้าง  ร่างสูงพ่นลมเย็นๆออกจากโพรงจมูกก่อนจะเดินฉับฉับไม่รีรอทหารรักษาพระองค์ที่เป็นต้นเหตุให้เขาจำต้องออกไปหามุมเงียบๆที่ใหม่เพื่อลอบมองนางในดวงใจ  แต่แล้วเมื่อเห็นว่าท่านแคสเปี้ยนดูเหมือนจะหัวเสียมิใช่น้อยกับการที่เขาเข้ามาขัดจังหวะ  คนหัวใสอย่างฟรานซิสจึงเอ่ยข้อเสนอดีๆขึ้นมากลางอากาศโดยที่ไม่ได้ไล่ติดตามพระองค์อีก

 


                แหม  ถ้าฝ่าบาทประทับอยู่ที่นี่ต่ออีกสักนิด....น่าจะมีอะไร ดีๆ เกิดขึ้นแถวๆนี้น่ะพะยะค่ะ....เสียงทะเล้นแกมเจ้าเล่ห์ดังขึ้นไล่หลังมา  ทำเอาฝีเท้าแกร่งที่ก้าวออกไปเมื่อครู่พลันชะงักไปจนถนัดตา  ร่างสง่าขององค์เหนือหัวหันกลับมาตามที่ทหารรู้พระทัยคาดการณ์เอาไว้จริงๆเสียด้วย

 


                เรื่องดีๆ....งั้นเหรอ? เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทวน ก่อนจะเพ่งสายตาลอบอ่านความคิดของชายตรงหน้าด้วยความอยากรู้เช่นกัน 



                    “ ห้ามขี้โกง...พะยะค่ะฝ่าบาท  แต่ทว่าฟรานซิสติดตามรับใช้องค์เหนือหัวมานานจึงตั้งท่าแล้วร้องจุ๊ๆเพื่อกันมิให้ฝ่าบาทลอบอ่านความคิดของตนเอง



กึกกกก!!

 

          เสียงหักของแท่งดินสอวาดเขียนดังขึ้นพร้อมกับสร้างรอยตำหนิไว้บนรูปภาพเล็กน้อยจนร่างบางส่งเสียงจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดหัวใจ  ก่อนจะก้มลงไปหยิบกบเหลาและยางลบขึ้นมาเพื่อลบรอยด่างบนรูป  แต่ทว่าขณะที่ใบหน้างามกำลังชอนใบหน้าขึ้น  ก็มีบางสิ่งที่วูบไหวอยู่นอกรั้วที่เป็นพุ่มไม้สีเขียวทรงตัดจนนัยน์ตาสุกสกาวละมือจากสิ่งที่ทำแล้วหันไปมอง

 


พรึ่บ  พรึ่บ  พรึ่บ

 

        เสียงกิ่งไม้ถูกอะไรสักอย่างครูดจนเธอนึกฉงนใจ  ก่อนจะวางอุปกรณ์ในมือให้ลดระดับลง  สายตาหวานกวาดมองจนผงะเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เกี่ยวกิ่งไม้ไปมาและเคลื่อนไหวอยู่กลายๆนั้นคือกวางขนสีน้ำตาลแกมเข้ม ขนาดตัวเต็มวัยที่เดินหลงเข้ามายังเขตคฤหาสน์เป็นครั้งแรก!!!?


 

          “ กวาง....กวางเหรอ?! เสียงหวานอุทานกับตนเองเมื่อเห็นความงามสง่าที่ประดับอยู่บนศีรษะของสัตว์ตัวเต็มวัยที่ช่างงดงามจนก้อนนเอที่อยู่ในอกเต้นกระหน่ำไม่ยอมหยุด  เรียวนิ้วรีบคว้าอุปกรณ์แล้วเปิดหน้าเสก็ตว่างหน้าถัดไปขึ้นมาวาดโรงสร้างแข่งกับเวลา!!  เพราะดูเหมือนว่าโอกาสทองชั้นพรีเมี่ยมเช่นนี้คงไม่มีให้เธอได้มาวาดเขียนกับของจริงเสียงจริงได้บ่อยๆแน่!!!!

 


          ใบหน้าได้รูปก้มเงยชะเง้อคอ  คอยดูสัดส่วนและรูปร่างรายละเอียดของเจ้ากวางหนุ่มแสนสวยด้วยความเร่งรีบก่อนจะลงมือตวัดลายเส้น  แต่ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีจู่ๆเจ้ากวางแสนองอาจก็วับหายออกไปไม่หยุดยืนอยู่ที่ริมรั้วสะแล้ว!!?

 


พรวดดดด!

 

ไม่อยู่!?  กวางนั่น...ไปไหนแล้ว!!

 


          “ เอ้า....ยังวาดส่วนของเขาไม่เสร็จเลย ”  เสียงหวานอุทานลั่นก่อนจะกวาดกระเป๋าของตนเองพร้อมกับอุปกรณ์เฉพาะตัวเดินไปยังที่ที่เธอเจอกวางหนุ่มตัวเต็มวัย  โดยที่ลืมเรื่องเที่ยวเตร่ที่นัดไว้กับพี่ชายไปจนหมดสิ้นแล้ว 

 

 

รอยเท้า...!

 


          นัยน์ตาสีฟ้าพราวระยับเมื่อเห็นรอยกีบเท้าขนาดกลางเดินเยื้องย่างหายเข้าไปในป่าสนที่อยู่ด้านหลัง  ร่างอรชรทรุดกายนั่งย่องก่อนจะสำรวจทิศทางที่เจ้าของโพสท่าสง่าเมื่อครู่เดินหายไปยังเขตป่าดิบชิ้นที่อยู่เบื้องหน้าเธอ  ใบหน้าได้รูปหันขวับกลับมายังตัวคฤหาสน์กว้างด้วยความคิดชั่งใจ  ก่อนจะหันสลับไปยังทิศที่กวางหนุ่มเดินจากไปด้วยความลังเล 

 


เอายังไงดี....จะตามไปดีไหมนะ?  เสียงแห่งความคิดดังก้องสะท้อนอยู่ในหัว  ก่อนที่ใบหน้างามจะทอดมองสถานที่สองแห่งที่เอจะต้องตัดสินใจเลือก แต่แล้วเลือดแห่งศิลปินแล่นพล่านเมื่อนัยน์ตาหวานก้มมองชิ้นงานชิ้นเอกของตนเองที่ยังวาดไม่เสร็จสมบูรณ์  

 


เอาว่ะแค่นิดเดียวเองไม่ไกลหรอก!!   คนเรือนเล็กนึกพลางขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มด้วยความลังเล  ก่อนจะตัดสินใจลุกพรวดขึ้นจากพื้นแล้วเดินเข้าไปในป่าตามรอยฝีเท้าที่ทิ้งเอาไว้!!  ความดิบชื้นแผ่ซ่านจนเธอรู้สึกถึงความเย็นเหยียบที่แสนสบายตัว  สาวหน้าหวานก้มตัวหลบกิ่งไม้น้อยใหญ่ก่อนจะสาวเท้าเงียบเพื่อตามหากวางหนุ่มผู้เป็นแรงบันดาลใจที่อยู่บนภาพ  และแล้วไม่นานนัยน์ตาคมก็สังเกตเห็นรอยหักโค่นของกิ่งไม้ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัว!!

 


ทางนี้สินะ.... ร่างบางคิดก่อนจะตัดสินใจเดินตามรอยไปช้าๆเพื่อไม่ให้เจ้ากวางหนุ่มสุดหล่อแตกตื่นจนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงออกไปไกลมากกว่านี้  ร่างอรชรเดินเล็ดลอดอ้อมเส้นทางจนสังเกตเห็นบางสิ่งเข้าจนได้!!!  แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาผ่านม่านหมอกจางๆจนเจอเป็นลำแสงลอดผ่านตามความสูงของป่าสนที่อยู่โดยรอบ  ตอนนี้กวางหนุ่มเขาเงางามกำลังหยุดยืนเล็มวัชพืชที่อยู่หล่นรายตามไหล่ทาง  ทำให้เธอจำต้องซ่อนเร้นกายอยู่ด้านหลังโขดหินเพื่อลอบเสก็ตผลงานต่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่ได้มีโอกาสเห็นความงดงามของธรรมชาติในระยะเผาขน



          แต่แล้วจู่ๆทิศทางลมก็หวนคืนกลับกลิ่นอายแปลกประหลาดที่พัดโชยมาทำให้กวางหนุ่มที่กำลังยืนสำราญกับอาหารในยามบ่ายชะงักไปในทันที!!  กลิ่นสาบของสิ่งมีชีวิตเจือมากับลมกำลังทำให้มันหวาดระแวง!!  นัยน์ตากลมโตสีดำสนิทกวาดมองสิ่งแวดล้อมรอบกวาดด้วยความตื่นกลัว  จนทำให้หญิงที่ซ่อนเร้นกายอยู่นึกผงะตกใจกลัวว่า เจ้ากวางหนุ่มจะวิ่งเตลิดเข้าไปในป่าลึก!

 

          “ โถ่เอ๊ย....อย่าเพิ่งนะ  อีกนิดเดียวเอง เสียงหวานสบถกับตนเองอย่างภาวนา  เมื่อผลงานที่กำลังถ่ายทอดลงบนผืนกระดาษนั้นกำลังจะเสร็จสมบูรณ์แล้วเหลือเพียงแค่แรเงาไรขนเท่านั้นการนั่งอยู่ในท่านั่งย่องที่กินเวลากว่าสิบนาทีทำให้ช่วงขาท่อนล่างที่แบกรับน้ำหนักรู้สึกล้าจนคนร่างเล็กเผลอหยัดกายขึ้นเล็กน้อยเพื่อคลายกล้ามเนื้อ  แต่ทว่า....

 


แกร๊กกกกกกกกกกกกก!!!

 

          เสียงกิ่งไม้แห้งหักคาลงคารองเท้าหุ้มส้นดงสะท้อนไปไกลทั่วทุกมุมป่า!!  เรียวหูยาวของสัตว์หน้าขนมีเขาตั้งขึ้นตามสัญชาตญาณก่อนที่ผงกหัวไปมาไปยังทิศทางที่เป็นต้นเหตุของเสียงประหลาดที่ดังขึ้นมาจากผู้บุกรุก เสียงฮึดฮัดและขู่คำรามของกวางขนาดเต็มวัยทำให้ร่างบางที่ซ่อนกายนึกหวั่นใจกับเขางามที่ตอนนี้อาจกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มทะลุร่างเธอได้อย่างสบายหากเจ้ากวางหนุ่มอารมณ์ฉุนเฉียว!!!


 

          “ ใจเย็นๆนะ...สุดหล่อ ใจเย็นๆ ”  เสียงหวานดังขึ้นอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากที่หลบซ่อนแล้วทำมือทำไม้เชื่องช้าแล้วค้อมตัวลงต่ำแสดงถึงความยำเกรงต่ออีกฝ่ายทันที  แม้จะพยายามก้าวถอยไปด้านหลังโดยที่ยังประจันหน้าอยู่นั้นดูเหมือนว่าการกระทำของเธอจะไม่ได้ทำให้กวางหนุ่มลดความเกรี้ยวกราดลงเลยสักนิดเดียว

 


ครืด ครืด ครืด ครืด!!

 

          เสียงของกีบเท้าครูดไถไปกับไอดินจนกระจัดกระจายออกเป็นลายทาง  เพื่อแสดงสัญญาณเตือนสุดท้ายให้ผู้บุกรุกระวังตน!!  การกดหน้าลงต่ำแล้วหันอาวุธสุดภาคภูมิของมันมายังเธอทำให้มวลท้องปั่นป่วนไปหมดนึกกลัวว่าหากมันวิ่งดิ่งเข้ามาเธอคงได้แต่ใส่เกียร์หมาแล้ววิ่งเผ่นเป็นแน่!!  ลำคอสวยแห้งผากกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนึกอยากจะโทรเรียกใครสักคนก็คงทำไม่ได้เพราะที่ที่เธอเดินตามเจ้ากวางวัยเจริญพันธุ์ตัวนี้เข้ามาก็ลึกพอสมควร  คงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แน่ๆ  แต่ครั้นจะออกปากร้องตะโกนก็ดูเหมือนจะยิ่งแล้วใหญ่เพราไม่รู้ว่าจะมีสัตว์ร้ายแฝงกายอยู่มุมไหนมาไล่ล่าเธออีกรึเปล่า!

 


                    อย่าเพิ่งขวิดนะ...ฮือ...อย่าเพิ่ง ร่างน้อยได้แต่ร้องท้วงอยู่ในอกพลางค่อยๆสาวเท้าถอยหลังไปอย่างช้าๆโดยมุ่งหวังว่ากวางหนุ่มตรงหน้าจะมีทีท่าสงบและเป็นมิตร  แต่ทว่าการก้าวถอยหลังโดยที่หน้าหันไปอีกทางทำให้เธอไม่ทันระแวดระวังถึงบางสิ่ง…!!!


 


พรั่บบบบบ  กึกกกกก !?

 


อะไรน่ะ

 

รู้สึกเหมือนดินมันยุบลงไปโดนกลไกอะไรสักอย่าง...

 

กับดักเหรอ!!?

 

 


 เฟี้ยวววววว  ฉึกกกกกก!!!!!

 


          “………….!!!!!” คิดยังไม่ทันจบประโยคจู่ๆก็มีบางอย่างแล่นสวนช่วงกลางของลำตัวเธอไปด้วยความเร็วสูง!!!  นัยน์ตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เพิ่งผ่านร่างของเธอไปคืออาวุธชนิดเก่าแก่

 


            คันศรธนูพวยพุ่งผ่านร่างเล็กไปยังกวางหนุ่มทันทีที่กลไกถูกปลดล็อค!!?  เปลือกไม้หล่นร่วงพร้อมกับกวางหนุ่มที่หลีกหลบด้วยความตกใจกับเสียงประหลาดที่ดังมาจากสัตว์สองเท้าหน้าตาพิลึก!!  การจู่โจมเมื่อครู่ทั้งว่องไวและมันก็หลบได้อย่างหวุดหวิด!!!  การถูกบุกรุกอาณาเขตพร้อมทั้งถูกโจมตีทำให้กวางหนุ่มที่กำลังตกมันนึกโมโห!!!  ฝีเท้าครูดไถกระทบพื้นเพื่อเตรียมออกแรงวิ่ง  การกดหัวลงต่ำจนเกือบสุดแล้วตั้งเขามายังเธอนั้นทำให้คิดที่คิดได้ในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว.....

 


ชิบหายแล้ว...!!


 

            สัญชาตญาณร้องตะโกนอยู่ในหัวว่าให้ฉันเหลียวหันกลับแล้ววิ่งสะ!!! วิ่งแบบไม่ต้องคิดชีวิตเลย!!!!  ฉันออกแรงสตาร์ทด้วยความรู้สึกที่ตีมั่วไปหมด!!! บ้าเอ๊ย เกิดมาเพิ่งเคยถูกกวางไล่ขวิดก็คราวนี้!!!  ดีเท่าไหร่ที่ใส่รองเท้าหุ้มส้นไม่ยังงั้นคงได้สะดุดปากแตกก่อนจะทันออกตัวกันพอดี!!!   เสียงกีบเท้าอันหนักแน่นดังจี้แผ่นหลังเข้ามาเรื่อยๆจนฉันรับรู้ถึงความรู้สึกเสียวไส้ได้เป็นครั้งแรก!!! เสียงกระหืดกระหอบดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อฉันต้องวิ่งหนีกวางตกมันอย่างอุตลุด!!!

 


ได้เวลาใช้ความเร็ววิ่งสี่คูณร้อยก็งานนี้แหละดารินเอ๊ยยยยย!!!  

 

หากลูกรอดจากหนีตายคราวนี้ไปได้ พระผู้เป็นเจ้าคะ 

 

ลูกจะไม่ซุกซนเข้าไปในป่าอีกเป็นอันขาดเลย

 

T_T ฮืออออออ  ทำไมสัตว์โลกที่น่ารักถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้กันล่ะเนี้ยยยย!?

 

 


ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก  ขวับ!!!

 

            ฉันเร่งฝีเท้าในขณะที่ก็คอยหันหลังกับไปมองยังเจ้ากวางหนุ่มด้วยว่าอยู่ในระยะไหนแล้ว! แต่ทว่าคำตอบที่ได้ถึงกับทำให้ฉันใจฟ่อมากกว่าเดิม!

 


            “ โอ๊ยยยยยยย จะวิ่งเร็วไปไหนวะเนี้ย!!!!  ช่วยด้วยยยยยย!!!!!!  ” เขาของมันอีกแค่ไม่กี่อึดใจมันก็จะก้าวตามฉันทันแล้วทิ่มทะลุร่างฉันได้สบายๆอยู่แล้วพ่อแก้วแม่แก้วเอ๊ยยยย!!!!!  ขืนความเร็วฉันเกิดตกขึ้นมาดื้อๆล่ะก็...คงได้พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งแน่ๆ!!!

 


            ‘ วัยรุ่นสาวดับอนาจถูกกวางไล่ขวิดเสียบทะลุท้องอยู่กลางป่าหลังบ้าน....

 

 

ไม่เอาโว๊ยยยย!!! ชีวิตฉันยังไม่ได้ทำอะไรอีกตั้งหลายอย่างเลยนะ!!!!!

 

ชาตินี้ทั้งชาติไม่ยอมมามีจุดจบน่าเวทนาแบบนั้นหรอกหน่า!!!!

 



            “ ช่วยด้วยค่ะ!!!  ใครก็ได้!!!เสียงใสหวีดร้องขอความช่วยเหลือโดยที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้เลยว่าเธอวิ่งเตลิดและถล้ำลึกออกไปนอกเส้นทางกลับบ้านไปไกลเท่าใดแล้ว  ร่างอรชรต้องคอยหลบหลีกกิ่งไม้  รวมทั้งโขดหินมากมายที่ขวางกั้นความเร็วในการหนีตายพร้อมทั้งออกแรงตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างสุดกำลังโดยที่ไม่รู้เลยว่า  ชะตากรรมตอนนี้....จะเป็นอย่างไรต่อ

 



ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก 

 

            ใครก็ได้!!!! ช่วยดะ....ว๊ายยยยยยยยยยยย!!!!!  เสียงขอความช่วยเหลือดังขาดห้วงไปพร้อมกับเสียงหวีดตกใจจนสุดขีด  เมื่อชายกระโปรงยาวที่ถูกรวบขึ้นเพื่อกระโดดหลบขอนไม้ใหญ่ที่นอนพาดขาดทางนั้นเกี่ยวเข้ากับอะไรสักอย่างจนเธอเสียหลักสะดุดล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง

 



พรึ่บ  ตุ๊บบบบบ!?

 


อั่ก....เจ็บ        

 


อ๊ะ!....ทำไม....ฉัน....ลุกไม่ขึ้น?!!! ”

 


            ความรู้สึกเสียดแปล๊บแล่นขึ้นมาตรงบริเวณข้อเท้าจนร่างบางที่พยายามจะหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งต่อนั้น ถึงกับเสียหลักล้มลงหน้าทิ่มไปเสียดื้อๆ

 

 

 ทำไมยืนไม่ได้!!?  

 

ข้อเท้ามัน!

 

นี้ฉัน...เป็นอะไร!!?

 


ใบหน้าหวานหวาดวิตกจนถึงขีดสุดเมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่คาดฝันมาก่อน!!  แม้นสายตากลมจะพยายามกวาดมองไปรอบกายก็ไม่พบที่ที่ให้หลบซ่อน  หรือสัญญาณแห่งความช่วยเหลือเลยสักนิดเดียว  แล้วทันใดนั้นเสียงกีบเท้าอันหนักหน่วงดังไล่เข้ามาเรื่อยๆจนดวงในที่อยู่ในอกหล่นวูบไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม

 


กุบกับ กุบกับ กุบกับ กุบกับ

 


          “ ท่านพี่คะ....ช่วยน้องด้วย   นัยน์ตาสีน้ำทะเลปริ่มไปด้วยน้ำตาด้วยความกลัวจนถึงขีดสุด  เหมือนตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่ไม่รู้จะหาทางหนีหรือแก้ไขอย่างไรดี  คนเรือนเล็กได้แต่ภาวนาแล้วปิดเปลือกตาแน่นเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว  เธอยืนขึ้นไม่ไหว...แล้วดูจากเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาแล้ว...เธอคงจะหนีไม่ทันเป็นแน่

 

 

        เจอตัวสักที....  เสียงทุ้มต่ำกึ่งสบถเอ่ยออกมาปนหงุดหงิดผสมกับความโล่งใจอย่างน่าประหลาด...กลิ่นโคลโลญหอมเย็นยะเยือกๆนั่นโชยเข้าจมูกมาจนฉันที่อับจนหนทางอยู่เบิกตาขึ้นมามอง  รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกฝ่ามือแกร่งของใครสักคนคว้าแขนของฉันให้พาดบ่าแล้วชอนร่างขึ้นมาในอ้อมแขน  ดั่งภาพทุกอย่างมันเชื่องช้าไปหมดใบหน้าคมของชายแปลกหน้าคนนั้น  ค่อยๆคว้าฉันอยู่ในท่าอุ้มด้วยสีหน้าเรียบตึง ก่อนจะพาไปหลบอยู่ที่โคนต้นไม้ถัดไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร  ฉันมองเขาด้วยสายตาตกตะลึง...ราวกับถูกมนต์สะกด  คำถามนับล้านแล่นเข้ามาในหัว...แต่ทว่าความกลัวทำให้ฉันไม่คิดจะเอ่ยปากถามออกไปในเวลานี้  เขาทรุดกายแล้วค่อยๆวางฉันลงข้างตัวก่อนจะเหลียวหน้าเหลือบไปมองต้นทางว่าเจ้ากวางนั้นอยู่ตรงไหน  ฉันได้มอง...และก็มองอย่างคนเนื้อเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 


 ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าเขามีโครงหน้าที่ได้รูปสมบูรณ์

 

หรือว่ากลิ่นหอมที่ออกมาจากตัวคนๆนี้ 

 

หรือเป็นเพราะสถานการณ์ที่เขาเป็นคนเข้ามาช่วยรึเปล่า...

 

ถึงทำให้ฉันใจสั่นได้ถึงขนาดนี้....

 


          “ ไอ้กวางบ้าเอ๊ย....เสียงต่ำเอ่ยด้วยความงุ่นง่านใจเมื่อพบว่าเจ้ากวางตกมันยังคงวิ่งไล่จี้มาตามกลิ่นจนถูกทางจนได้!!   พอฉันได้ยินคำสบถเป็นภาษาแวร์พิกที่เคยได้ร่ำเรียนมาจากแอชตัน ก็ทำให้ฉันผงะไปไม่น้อย...เมื่อกี้ผู้ชายคนนี้กำลังพูด....ภาษาแวร์พิก?!

 


            นี้คุณ..... ฉันตะลึงงันจนเผลอหลุดพูดภาษาแวร์พิกที่ได้ร่ำเรียนไปออกไปโดยไม่รู้ตัว  ทำให้อีกฝ่ายสะบัดหน้าหันกลับมามองด้วยแววตาตื่น  ก่อนจะยกยิ้มแบบเหยียดๆแล้วใช้แรงหนักๆกดหัวของฉันให้แนบอยู่ที่แผงอก

 


          เฉยไว้....เสียงทุ้มแห้งกระเส่านั้นกำลังเขย่าหัวใจฉันให้ยิ่งเต้นแรงขึ้น...และแรงขึ้นไปอีกแต่ทว่าการกระทำเมื่อกี้นี้ก็ทำให้ใจฉันรู้สึกอุ่นวาบได้อย่างน่าประหลาดพร้อมกับมลายความหวาดกลัวไปจนหมดสิ้น  ฉันได้แต่ทำตามคำสั่งของเขาอย่างเชื่อฟังก่อนจะปิดเปลือกตาแน่นแล้วเผลอขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายจนยับยู่ยี้โดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัว

 


กุบกับ กุบกับ กุบกับ กุบกับ

 


ตุ๊บ!  กุบกับ กุบกับ กุบกับ กุบกับ กุบกับ...

 


          พรืดดดดดดดดดดดดด!!!! ’ เมื่อเจ้ากวางหนุ่มที่กำลังโมโหจัดกระโดดข้ามขอนไม้ใหญ่แล้ววิ่งผ่านไปมันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่ลอยมาจากด้านหลังมันทำให้มันหยุดฝีเท้าที่วิ่งเตลิดลงแล้วหันกลับมามอง!

 


            สัตว์สองเท้าเพศเมียนั้นนอนซมอยู่ตรงนั้นพร้อมๆกับสัตว์สองเท้าตัวใหม่ที่เป็นเพศผู้นัยน์ตากลมสีดำเพ่งมองก่อนจะกดศีรษะลงต่ำเพื่อเตรียมโมตีอีกฝ่ายที่อุจอาจมาบุกรุกถิ่นฐานของมันด้วยเขาอันใหญ่  แต่ทว่า...จู่ๆความรู้สึกขนลุกซู่ยามที่สัตว์สองเท้าหน้าตาพิลึกตัวผู้ที่นั่งเฝ้าตัวเมียที่กำลังอ่อนแอก็พลันทำให้กวางหนุ่มนึกผวา  นัยน์ตาสีแดงกล่ำคล้ายเลือดนั้นจดจ้องมายังมันราวกับนักล่าดุจสัตว์ร้ายไม่มีผิดเพี้ยน!....เสียงขู่ที่เบาแต่ทว่าความถี่เสียงสูงทำให้กวางหนุ่มตระหนกตกใจจนขาสั่นเมื่อได้ยินเสียงขู่เตือนจากชายตรงหน้า 

 


            กล้ามขาเป็นมัดที่เคยมั่นคงค่อยๆสั่นไหวตามแรงตื่นกลัวที่มีอยู่ภายในร่าง  ความรู้สึกบางอย่างบอกกวางหนุ่มได้เป็นอย่างดีว่าสัตว์ตรงหน้าคือนักล่าที่อันตราย   เมื่อสัญชาตญาณจูนจนเข้าที่สัตว์หน้าขนที่มีเขาอันโอ่อ่าก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงหายไปยังป่าเบื้องลึกเพื่อเอาตัวรอด

 


หมดปัญหากันเสียที....

 

เจ้าฟรานซิส...กลับไปจะอัดให้น่วมเลย

 

เล่นอะไรไม่เข้าท่า...

 


            ร่างสูงได้แต่ก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจก่อนจะก้มลงมามองคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่ที่อกเขาแล้วสั่นเทาน้อยๆราวกับลูกแมวที่กำลังตื่นกลัว  ริมฝีปากเรียบถึงกับยกยิ้มอย่างอ่อนโยน...ยามที่มีหญิงที่ตนรักคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ  ดวงใจช่างเปี่ยมไปด้วยความสุขละมุนนัก  แต่ทว่าการที่นางกลับจดจำความรู้สึกหรืออดีตที่ผ่านมาไม่ได้เลยนั้น...ก็ช่างเป็นเรื่องที่ปวดร้าวจริงๆ  ตัวข้าเองนึกอยากจะโอบนางแล้วกอดเสียให้จมอกมากแค่ไหน  อยากจะซึมซับทุกอณูให้สมกับที่ถวิลหาและโหยหามากแค่ไหน  แต่ทว่าตอนนี้...เพลานี้...คงต้องค่อยๆสานสัมพันธ์กับนางไปทีละน้อย....

 


          ปลอดภัยแล้ว.... เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำจนร่างอรชรที่อยู่ตรงอกค่อยๆผละออกอย่างเชื่องช้า  สีหน้าหวานชายตามองไปรอบบริเวณก่อนจะจัดผมจัดเพร้าให้เรียบร้อยแล้วกำลังจะหันมาเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย

 

            ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย....ร่างน้อยยังไม่ทันได้เอ่ยขอบคุณจากใจจริงจนจบประโยค  ใบหน้าคมก็ขมวดคิ้วแล้วตวาดกลับมาด้วยน้ำเสียงดุจนเธอผงะ


            อยากตายนักรึไง…!!!! ถึงได้เดินเข้ามาในป่าต้อยๆแบบนี้!!! ” เสียงตวาดลั่นเป็นภาษาอังกฤษที่อีกฝ่ายคุ้นชินพร้อมกับสายตาตำหนิที่ดุเสียยิ่งกว่าพี่ชาย  ทำให้ใบหน้าหวานถึงกับสลดหดเหลือแค่สองนิ้ว

 

            ขอโทษค่ะ...ฉันแค่....

 

            “ อยากจะวาดรูปเจ้ากวางนั้นล่ะสิ....!! ” เสียงขานตอกกลับมาด้วยความโมโหราวกับคนรู้ทัน  ทำให้คนร่างเล็กถึงกับตวัดสายตาหันกลับมามองว่าเขารู้ได้อย่างไร?!

 

            “ คุณรู้ได้ไง…!? ”

 

            “ ก็กระดาษม้วนนั้นไง...ขนาดล้มยังไม่ยอมทิ้งมันไปเลย  ให้ตายเถอะ...!” ร่างแกร่งนึกต่อว่าในอุปนิสัยที่ยังคงเหมือนเดิมจนเขานึกอ่อนใจ  เห็นเต็มตาเลยว่านางล้มพับลงไปกองกับพื้นแต่ทว่าม้วนกระดาษเสก็ตนั้นก็ยังอยู่ในกระเป๋าสะพายและดูท่าจะวิ่งไปกอดมันไปอย่างดีเสียด้วย

 

            อ่อ....ยังงี้นี่เอง

 

            “ ไหนดูขาหน่อยสิ...

 

อ่อค่ะ...มันเจ็บแปล๊บๆ  ไม่รู้เป็นอะไรเสียงหวานเอ่ยก่อนจะยินยอมให้อีกฝ่ายดูอาการเจ็บของเธอแต่โดยดี  ว่าแล้วร่างแกร่งก็หยัดกายลุกขึ้นไปยังบริเวณข้อท้าของอีกฝ่าย  ร่างสูงนั่งลงในท่านั่งยองแล้วสำรวจด้วยตาเปล่าตรงบริเวณข้อเท้า...มีอาการบวมเบ่งอย่างเห็นได้ชัด 

 

แบบนี้เจ็บไหม...พูดไม่ทันจบประโยคร่างสูงก็ออกแรงกดเน้นๆไปยังบริเวณข้อต่อรอบๆเพื่อเช็คอาการหนักเบาของหญิงตรงหน้า และสิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดที่ร้องลั่นสนั่นป่าไปหมด

 

โอ๊ยยยย คุณเบาๆๆ....คุณ  เบาหน่อย!! ”

 

งั้นแบบนี้...? นัยน์ตาคมกวาดมองก่อนจะออกแรงกดเน้นอีกบริเวณเพื่อเช็คอาการให้แน่ใจ  และเมื่อเขาเห็นสีหน้าอิดโรยของคนตัวเล็กที่ครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็เป็นอันได้ข้อสรุป....

 

เจ็บๆๆ....

 

อีกนิดเดียว...เจ้าคงได้ขาเดี้ยงตลอดชีวิต...ร่างสูงพ่นลมหายใจเย็นๆออกปลายจมูกก่อนจะสบถกับตนเองโดยเผลอใช้ภาษแวร์พิกชั้นสูง

 

เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ....? ร่างบางตอกกลับมาด้วยสีหน้างุนงงเพราะฟังไม่ได้ศัพท์ 

 แสดงว่านาง...ยังไม่ได้เรียนภาษาพูดแบบชนชั้นสูง  เพราะเมื่อได้ฟังคำพูดที่เอ่ยออกมานั้นเป็นเพียงแค่ภาษาแวร์พิกของระดับชนชั้นกลางเท่านั้นเอง...แสดงว่าเมื่อครู่คงเข้าใจที่เขาพูดไม่ได้เกือบทั้งหมด

 

            ข้อเท้าแพลง...อาการน่าจะหนักถึงระดับชั้นสอง  หากไม่รีบรักษาอาการจะแย่เอา...”  ร่างสูงบอกปัดเป็นภาษาอังกฤษ  ก่อนจะตัดสินใจชอนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วเดินกลับไปยังคฤหาสน์หลังโตทันที

 

เงียบ....มีแต่ความเงียบแล้วก็เงียบจนน่าอึดอัด   ร่างน้อยที่อยู่ในสภาพช่วยเหลือตนเองไม่ถนัดได้แต่บ่นพร่ำกับตนเองด้วยความหนักอก  ใจคอแล้วชายคนนี้ คงไม่คิดที่จะพูดหรือเสวนาเรื่องอะไรกับเธอเลยหากเธอไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากเสียก่อน

 

            ....แล้วไอ้ระดับสองที่ว่าเนี้ย  มันร้ายแรงมากไหมคุณ? เสียงใสเอ่ยถามในระหว่างที่ถูกอุ้มในท่าเจ้าหญิงไปเรื่อยๆโดยที่ดูเหมือนว่าจะเป็นฝ่ายทลายความเงียบงันที่เกิดขึ้น  ทำให้นัยน์ตาสีบลอนต์เทาเหลือบหางตากลับมามองก่อนจะตอบคำถามตามสัจจริง



            ถ้าแย่ถึงระดับสาม  เอ็นร้อยหวายที่ขาก็จะขาด...

 

            “ เอ็น...ร้อยหวาย?! ” สีหน้าที่ยังแลดูงุนงงกับศัพท์ทางการแพทย์  ทำให้ร่างแกร่งถอดถอนลมหายใจออกมาเฮือกแล้วกระชับความหมายให้นางได้เข้าใจอย่างถ่องแท้

 

            นั่นหมายความว่า....จะเดินไม่ได้อีกตลอดชีวิต

 

 

            “…………..!!!!? ” คำตอบที่ได้รับทำเอาร่างน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ  สีหน้าหวานละมุนเปลี่ยนพลันกลายเป็นซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด  อาการสลดที่เกิดขึ้นทำให้ร่างสูงนึกสงสารจับใจ  แต่ทว่าในเวลาเดียวกันภาพตรงหน้าก็กลับน่าพินิจดู

 

            เอาไว้เศร้าตอนที่อธิบายเรื่องทั้งหมดกับจาริสดีกว่า....เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนจะกลั๊วหัวเราะในลำคอเบาๆ  คำเอ่ยปนขบขันนั่นไม่ได้ทำให้คนร่างเล็กนึกสนุกไปด้วยเลยสักนิด!!

 

โอ๊ยยยย ตาย! ท่านพี่บอกจะมารับไปตอนบ่ายนี้หว่า!!!

 

แล้วดูสภาพฉันตอนนี้สิ!  แค่ยืนด้วยขาตนเองยังไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ!?

 

            โอ๊ย...งานนี้ตายแน่ ร่างน้อยเอ่ยขึ้นด้วยความโอดครวญก่อนจะคอตก  เมื่อนึกถึงใบหน้าเหี้ยมที่แทบจะแยกเขี้ยวกินหัวเธอทุกครั้งที่เกิดเรื่องซนจนเจ็บตัว  ฮือออออ ไม่อยากคิดถึงชะตากรรมของตนเองที่ต้องเผชิญเลยจริงๆ

 

____________________________________________________________________

 

 

   Writter:  มีคนทักมาถามนะว่าถ้าเป็นคนแล้วพระนางของเราจะหน้าตายังไง   แนวไหน  ไรต์เลยไปควานหามานะคะ  ก็จะโฉมหน้าประมาณนี้นะ :)




แคสเปี้ยน







ดาริน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น