ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 18 : ตอน ไม่มีวันเหมือนเดิม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    20 เม.ย. 62


___________________________________________________________________


Writter: ***ขออนุญาต*** เปลี่ยนชื่อตอนกับภาพที่แทรกนะคะ

___________________________________________________________________


เปรี้ยงงงงงง!!!!


          เสียงแห่งอัสนีผ่าฟาดลงมาจนดังสนั่นลั่นคฤหาสน์หลังใหญ่ไปทั่ว  มีเพียงสายฝนและลมพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง  ราวกับรับรู้ถึงความเกรี้ยวกราดแสนโหดร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า  นัยน์ตาคมกวาดมองตัวหมากที่ชายลูกผสมเพิ่งลงมือเดินไปหมาดๆอย่างพิจารณา  ร่างสูงผมดำพินิจมองก่อนจะจรดเรียวนิ้วได้รูปเคลื่อนหมากตัวสำคัญเพื่อกดดันอีกฝ่าย

 


            ฝ่าบาทเดินทางกลับแล้วสินะ....เสียงของพระราชมนูเอ่ยถามราวกับไม่ต้องการคำตอบมากนัก  แอชตันทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะดันเบี้ยขึ้นมากดดันม้าของท่านจาริสต่อ

 


ครืดดดดดดด....เปรี้ยงงงงงง!!!!

 


            ท่านจาริสขอรับ....เสียงท้องฟ้าคำรามเริ่มดังขึ้นราวกับสัตว์ร้ายที่กรีดร้อง  ทันทีที่วางเบี้ยที่กดดันม้าบนกระดานหมากรุกเสร็จชายลูกผสมก็ตัดสินใจถามคำถามที่ค้างคามานาน

 


          “ มีอะไร เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสวนก่อนจะขยับม้าอีกตัวบนกระดานขึ้นมากินเบี้ยที่แอชตันขยับไปโดยที่ยังมีสีหน้าเคร่งขรึมเช่นเดิม

 


            ท่านจะ...สละตำแหน่งพระราชมนูจริงหรือขอรับ แอชตันเอ่ยพลางเลื่อนควีนขึ้นมากินม้าที่เป็นหมากสำคัญของชายตรงหน้าทันทีที่ถึงเทิร์นของตนเอง  นัยน์ตาคมดุจไข่มุกดำทอดมองหมากตัวสำคัญที่เพิ่งถูกอีกฝ่ายช่วงชิงไปด้วยแววตานิ่งงัน  ถ้าเทียบแล้วม้าก็คือหมากตัวสำคัญที่เป็นดั่งมือขวาของคิงส์บนกระดานหมากรุก  การเดินหมากไปทีละก้าวก็คล้ายกับความเสี่ยงกับภัยคุกคามที่กำลังต่อต้านราชวงศ์ 

 


ถ้าเทียบกันแล้ว...

 

เขาก็เหมือนม้าที่เพิ่งถูกกินไปสินะ...

 


            การเสียสละส่วนน้อยเพื่อส่วนใหญ่...ก็ถือเป็นเกียรติอย่างหนึ่งนะแอชตันเอ๋ย คำบอกใบ้ของพระราชมนูที่กำลังแสยะยิ้มเยาะทำให้ชายลูกผสมไม่เข้าใจความนัยที่ซ่อนเร้นอยู่เลยสักนิด  ดวงตาสีนิลกระพริบไปมาอย่างงุนงงแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือเสียงหัวเราะหึๆในลำคอพร้อมกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาพอดิบพอดี

 


....เปรี้ยงงงงงง!!!!

 


            ข้าน้อย...ไม่เข้าใจขอรับ? แอชตันเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะหันมาพิจารณาตัวหมากที่ท่านจาริสเพิ่งขยับเดิน  ตัวเรือที่ถูกขยับให้บีบทางเดินของคิงส์ทำให้ชายลูกผสมเริ่มตระหนักรู้สึกตัว  ว่าตอนนี้ตัวหมากบนกระดานทั้งหมดเขากำลังถูกตีวงจำกัด!!?

 


ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี้...!!

 

รึว่าม้าตัวเมื่อกี้!!!?

 


          นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างเมื่อค้นพบคำตอบสุดท้าย  และแล้วเสียงหัวเราะรวนของจาริสก็ดังขึ้นก่อนจะหยิบหมากตัวสำคัญเมื่อครู่ที่ถูกแอชตันกินไปขึ้นมาจากถือไว้ในมือ  นัยน์ตาสีดำพราวระยับเมื่อแสงแห่งอัสนีวาววับราวกับแสงแฟลชไปมาอยู่บนฟากฟ้า  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายหัวกะทิผุดขึ้นมาผสมผสานกับบรรยากาศฟ้าครึ้มฝนกระหน่ำแล้วยิ่งชวนให้ขนหัวลุกยังไงชอบกล

 


อย่างไรเสียข้าก็ต้องถอนตัวจากตำแหน่ง....เพื่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

 


ท่านจาริส....ชายลูกผสมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า  จนชายผู้เป็นเจ้าของชื่อขบขันกับทีท่าหดหู่ของอีกฝ่ายพร้อมกับยกยิ้มจางๆ

 


เจ้าจักเศร้าไปใย...สิ้นข้าก็มีผู้ที่เหมาะสมพร้อมขึ้นมาแทนที่อยู่แล้ว สิ้นเสียงแล้วสุดท้ายหมากในกระดานที่ต่างฝ่ายต่างก้าวเดินนสุดกำลังก็แสดงผลลัพธ์ที่จริงแท้ออกมาในที่สุด....

 


“ ….ข้าน้อยแพ้แล้วขอรับ ชายลูกผสมนึกอ่อนใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา  นัยน์ตาสีนิลทอดมองใบหน้านิ่งของพระราชมนูมาดนิ่งที่ชำนาญเรื่องการวางแผนการณ์รบด้วยสายตาปลื้ม  แม้นบุคลิกจะเป็นชายสายสงบพูดจาน้อยคำนัก  แต่ทว่าฝีมือและมันสมองอันชาญฉลาดจนเขาเองยังแอบนับถือ

 


ร่างสูงยิ้มบางๆพลางเอี้ยวตัวไปหยิบแก้วไวน์ทรงสูงขึ้นมาดื่มด่ำกับชัยชนะ  แต่ทว่าทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสได้ถึงความเบาหวิว  นัยน์ตาคมกวาดมองยังขวดไวน์ที่ตั้งอยู่ข้างๆแต่แล้วสายตาก็จ้องเขม็งราวกับหงุดหงิดเมื่อพบว่าของเหลวที่อยู่ด้านในว่างเปล่าเช่นกัน เสียงจิ๊ปากดังขึ้นก่อนที่เขาจะตัดสินใจวางแก้วไวน์นั่นลงที่เดิม

 


ข้าน้อยจะไปเอามาเพิ่มเองขอรับ....แอชตันค้อมตัวอย่างสุภาพก่อนจะสาวเท้าไปยังห้องเก็บไวน์เพื่อนำมาบริการท่านพระราชมนู  เสียงฟ้าร้องดังครืดคราดจนสนั่นหวั่นไหวเหลือเพียงความเงียบสงัดให้กับชายแกร่ง  แผ่นหลังกว้างเหยียดกายทิ้งตัวไปกับพำนักพิงด้วยความเหนื่อยอ่อน  ใบหน้าคมได้รูปทอดมองไปยังทิวทัศน์รอบนอกมีเพียงห่าฝนที่โหมกระหน่ำจนต้นไม้ใหญ่โน้มตัวไหวไปมาจนแทบจะลอยออกจากพื้น...

 


ครืดดดดด  ครืดดดดดด

 

            ฟากฟ้ายังคงคำรามอย่างบ้าคลั่งอละไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง....นัยน์ตาคมตวัดหางตาเหลือบมองรอยของแหวนที่เคยสวมอยู่ที่นิ้วชี้  ทุกครั้งที่เหลือบลงมามองมักจะเห็นภาพของสัญลักษณ์ประจำตระกูลวาวสะท้อนกลับมาทุกครั้ง  ครั้งนี้เองก็เช่นกันทันทีที่แสงแห่งอัสนีฟาดฟันลงมาราวกับท้องนภาจะถล่ม  เรียวนิ้วของหัวแม่โป้งลูบไล้รอยของแหวนที่เคยสวมทับ...ราวกับภาระที่เคยแบกรับและปลดเปลื้องถาโถมกายเข้ามาอังอยู่ที่บ่าอีกครั้ง   ตำแหน่งที่เกลียดและหลีกหนีมานาน....ความผูกพันที่ไม่มีวันดิ้นหลุด...คมเขี้ยวกระทบกันอยู่ในโพรงปากเมื่อชายตรงหน้าทำได้แค่กัดฟันกรอดอย่างยอมจำนน

 


          สักวันเจ้าจักต้องบากหน้ากลับมาที่นี่....หึ  จำคำของข้าเอาไว้เถิด! ’ คำพูดของชายชราผู้ให้ถ้อยคำนี้ไว้ดังสะท้อนอยู่ในหัวไปมาราวกับฉายภาพซ้ำ  ฝ่ามือแกร่งลูบไล้ใบหน้าของตนเองด้วยความเหนื่อยอ่อน  นึกคะนึงถึงใครบางคนที่เขามักเป็นฝ่ายผลักไสไล่ส่งนางอยู่เสมอ...เพราะเขาไม่ควรคู่แม้แต่จะครอบครอง  เพียงแค่นึกดวงใจก็ปวดหนึบจนอยากจะลบเลือนให้หมดสิ้นทุกความทรงจำที่เคยได้พานพบ

 


            รอยแหวนที่ประดับอยู่บนเรียวนิ้วชี้ชัดได้เป็นอย่างดีเลยว่าเขาคือผู้ใด....ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันหนีข้อเท็จจริงนี้ไปได้...

 


คาร์เตอร์....


สกุลต่อท้ายที่เขาอยากจะลบทิ้ง...



          “ จริงดั่งท่านว่า....ท่านพ่อ  เสียงกลั๊วหัวเราะดังระงมโดยมีเสียงแห่งฟากฟ้ากลบจนเกือบมิด  น้ำเสียงหัวเราะแสนเศร้าสร้อยเงียบหายไปทิ้งไว้เพียงนัยน์ตาคมที่กำลังทอแสงอ่อนอย่างอ่อนล้า

 

            และแล้วชายลูกผสมก็เดินดิ่วเข้ามาพร้อมกับไวน์รสเลิศที่กำลังถืออยู่ในมือ  แอชตันค่อยๆค้อมตัวไปเอื้อมหยิบแก้วทรงสูงที่อยู่ข้างกายท่านจาริสขึ้นมาก่อนจะรินของเหลวอันเป็นสุราดีกรีเยี่ยมให้อย่างนอบน้อม เสียงแหบพร่าทำเสียงแสร้งเป็นซาบซ่านเมื่อกลืนของเหลวลงไปในลำคอ  ลิ้นสากๆของปีศาจอย่างพวกข้าแท้จริงแล้วไม่ได้รับรู้รสอะไรที่พวกมนุษย์ปั้นแต่งสีสันหรือหน้าตาเลยแม้แต่น้อย

 


            รินหลับรึยัง.... เสียงทุ้มเอ่ยถามลอยๆก่อนจะยกของเหลวเพื่อดื่มต่อ

 


            ดูเหมือนจะหลับไปแล้วขอรับ..... 

 


            งั้นเหรอ....เสียงทุ้มเอ่ยตอบรับก่อนจะปล่อยให้ทุกอย่างรอบกายเงียบสงัดพร้อมๆกับพายุฝนที่ค่อยๆชะลอตัวเบาบางลงเข้าไปทุกขณะ 

 


            ขออภัยที่ต้องเข้ามาขัดจังหวะนะท่านจาริส....แต่ขอเชิญท่านไปเสวนากับข้าสักประเดี๋ยว ไม่นานนักวิลเลียมชยผู้ปลีกวิเวกก็ย่างก้าวเข้ามาในบริเวณพร้อมกับเอ่ยเชื้อเชิญพลางหยักหน้าให้พระราชมูผู้เป็นนายภารกิจตามตนไปยังสถานที่ดังกล่าว

 


เสวนางั้นเหรอ...?

 

          ร่างสูงกำลังหยัดกายขึ้นพลางพยักหน้ารับหมายจะให้ชายลูกผสมติดตามไปเป็นเพื่อนคู่คิดด้วย แต่ทว่าร่างสันทัดของอีกฝ่ายกับผายมือยกขึ้นมาห้ามพร้อมปราดตามอง

 


            ไม่ๆ....แค่ท่านผู้เดียว  เสียงแข็งคำชับอย่างชัดถ้อยชัดคำ  ทำให้ฝีเท้าของชายลูกผสมจำต้องถอยห่างออกไป  ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้ท่านจาริสเดินตามอีกฝ่ายไปคุยเรื่องสำคัญบางอย่างที่คนนอกอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้

 


แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดด 

 

          “ เชิญด้านใน....

 

            แผ่นหลังกว้างของชายร่างสันทัดผลักประตูห้องวิจัยของตนก่อนจะผายมือเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้เข้าไปด้านในแล้วชื่นชมผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ให้ได้เห็นเป็นรายแรก  เม็ดยาสีขาวมีอักษรสีแดงเป็นตราประทับอยู่ตรงกลางวางตั้งเป็นกองให้เป็นบางส่วนบนโต๊ะกว้าง  ก่อนที่นัยน์ตาสีไข่มุกดำจะเบิกกว้างเมื่อพบว่ากำแพงยาวทั้งแถวภายในห้องกว้างนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่น่าจะเป็นต้นตำรับยาที่วิลเลียมได้คิดค้นคิดวางเป็นตั้งพร้อมขนย้ายไปยังดินแดนแม่

 


            นี่มัน.....ของเหลวที่ถูกวางไว้ข้างแบบจำลอง  ทำให้ฝ่ามือหนาถึงกับต้องเอื้อมขึ้นมาพิจารณาด้วยสัมผัสทั้งห้าของตนเอง  ดวงตากวาดมองก่อนจะใช้จมูกสูดดม...ความคาวหวานช่างละหม้ายคล้ายโลหิตสดชะมัด....ร่างสูงไม่คิดเปล่าก่อนจะปรายตามามองวิลเลียมผู้เป็นผู้คิดค้นต้นตำรับยาที่จะใช้แทนผลพลสม่าที่เริ่มขาดแคลนด้วยสายตานิ่ง

 


ดื่มเลย...นี้คือฉบับสมบูรณ์แล้ว  ข้าเอาหัวรับประกัน วิลไม่เอ่ยเปล่าพลางหยิบเม็ดยาดังกล่าวขึ้นมาแล้วละลายลงในของเหลวใสที่อยู่ในแก้วอีกใบแล้วกระดกซดให้เห็นแบบซึ่งๆหน้า

 


ว่าแล้วร่างสูงก็ตัดสินใจลิ้มลองรสชาติของสิ่งประดิษฐ์สุดน่าทึ่งของอีกฝ่ายบ้าง  ทันทีที่เรียวลิ้นสากกระด้างรับรู้ถึงรสชาติ  ดวงตาก็เบิกกว้างก่อนจะหลับตาพริ้มกับความคาวหวานที่ไม่ได้แย่อย่างที่คิด  เสียงพึมพำครางระงมกับสิ่งที่ถูกปากและถูกใจ  ทั้งสี  กลิ่น  รส  นับว่าเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกับผลพลาสม่ามากจนน่าพึงพอใจเลยทีเดียว

 


วิเศษ....เจ้าคงได้อวยยศใหญ่ในอีกไม่ช้า จาริสเอ่ยพลางขบขันกับความมหัศจรรย์ที่ตนได้ลองสัมผัสกับยาประหลาดเป็นคราแรก  ฝ่ามือหนาวางแก้วใสที่พร่องของเหลวสีชาดลงไปกว่าครึ่ง

 


หาใช่ผลงานข้าเพียงผู้เดียวเสียเมื่อไหร่....วิลเลียมเอ่ยตามตรงพลางหัวเราะไปพลางๆ  เมื่อเห็นจังหวะเขาจึงใช้โอกาสนี้เอ่ยจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เรียกอีกฝ่ายมาคุยอย่างตรงไปตรงมา

 


ที่จริงแล้ว....ข้ามีเรื่องอยากจักถาม อีกฝ่ายจะเปลี่ยนจากรอยยิ้มทะเล้นมาเป็นสีหน้าจริงจังจนจาริสรู้สึกผงนใจ

 


เด็กผู้หญิงคนนั้น....เกี่ยวโยงอะไรกับท่าน ? คำถามที่เป็นเสมือนขวานผ่าลงมากลางใจ  ทำให้พระราชมนูถึงกับนิ่งสงัด  นัยน์ตาคมที่แอบลอบมองผ่านกรอบแว่น ผสมกับความฉลาดหลักแหลมและช่างสังเกตยิ่งทำให้อีกฝ่ายดูเป็นชายที่เขาพึงระวังเอาไว้

 


ก็แค่เด็กสาวน่าสงสารที่ข้ารับเป็นน้องบุญธรรม....ดวงตาคมของชายสติปัญญาเลิศทั้งสองฝ่ายสอดประสานกันอย่างตรงไปตรงมาในที่สุด

 


อ๋อ...ท่านคิดจักเปลี่ยน นาง แล้วพากลับแดนแม่ เสียงทุ้มเอ่ยแซวแกมทีเล่นทีจริงพลางแสยะยิ้มเมื่อรับรู้แผนการณ์ของอีกฝ่ายอย่างชายผู้เท่าทันความคิด

 


ถ้า ใช่ แล้วจักทำไม....ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มแบบเหยียดๆพลางสวนคำถามยิงใส่คู่กรณีที่กำลังคิดจะท้าทายเขาผู้เป็นแวมไพร์วรรณะสูงชั้นกว่า

 

 


เพล้งงงงง!!!!

 


ท่านกำลังทำผิดกฎ! ” เสียงทุ้มต่ำตวาดตอบด้วยแววตาที่ไม่ชอบพอ  แก้วใสที่ถืออยู่ในอุ้งมือแตกเพล้งคาฝ่ามือหนาจนไม่อาจแยกแยะว่าสิ่งใดคือเลือด  สิ่งใดคือยาที่ผสมอยู่  นัยน์ตาคมที่กำลังมองผ่านกรอบแววเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำทันทีที่อารมณ์เดือดพล่านแล่นอยู่ในกระแสเลือด เพราะสิ่งที่ชายตรงหน้าหมายมาดจะทำคือข้อห้ามร้ายแรงที่สุดที่แดนแวมไพร์สั่งห้ามเอาไว้!!!

 


เจ้าฆ่ามนุษย์ไปกี่ศพแล้ว....เพื่อนำเลือดมาทดลอง แต่การกระทำอันไร้มารยาทก็ทำให้จาริสยกความลับของอีกฝ่ายขึ้นมางัดข้อบ้างจนอีกฝ่ายกระอักเถียงไม่ขึ้น!

 


(ผงะ!!!)

 


          “ นี่ท่าน.....!! ” วิลเลียมกัดฟันกรอดอย่างแค้นใจที่ชะล่าใจนึกว่าความลับนี้จะไม่มีใครล่วงรู้!!!  นัยน์ตาสีดำทมิฬแสนลุ่มลึกของพระราชมนูแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตแดงกล่ำสะท้อนอยู่ในดวงตา  ความเข้มข้นทางสายเลือดทำให้ไอปีศาจของชายตรงหน้าที่วรรณะสูงกว่าสำแดงฤทธิ์เดช  ขึ้นชื่อว่าตระกูลคาร์เตอร์แค่คิดจะมีเรื่องก็นึกขยาด ไม่อยากเอี่ยวด้วย  หากสร้างปัญหากับชายผู้นี้รังแต่จะยุ่งยากไปมากกว่าเดิม....ชายหัวกะทิคลายอารมณ์คุกรุ่นลงเมื่อคิดหักลบกลบล้างไปร้อยกว่าตลบก็พบว่า  หากต้องสู้กันให้ตายกันไปข้างเช่นไร....เขาก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ดี !

 

 


พรึ่บ....ตึก  ตึก  ตึก  ตึก

 

            เมื่อเสร็จสิ้นธุระที่ต่างฝ่ายต่างกุมความลับของกันและกันเอาไว้ก็ถึงเวลาที่จะต้องออกไปจากบรรยากาศคุกรุ่นที่แสนอึดอัดเสียที  ร่างสูงผละกายออกไปพร้อมกับประโยคทิ้งท้าย

 


            อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย  วิลเลียม ออส....

 


          “………….”

 


          “ ตระกูลคาร์เตอร์ เป็นอย่างไร  เจ้าคงได้ยินสมญานามมาบ้างไม่มากก็น้อย  สิ้นประโยคเสียงประตูบานใหญ่ก็ปิดผนึกลงพร้อมกับแววตาอาฆาตรของอีกฝ่ายที่กลายเป็นจำเลยที่จะกลืนก็ไม่เข้า จะคายก็ไม่ออก!! 

 



ปังงงงงงงงงงงงง

 


กรอดดดดดด....

 


          โถ่เว้ย…..!” เสียงสบถผสมผสานกับเสียงกรามที่เสียดกระทบกันไปมาด้วยความแค้นนึกจะเอาจุดอ่อนตรงนี้มาเป็นข้อต่อรอง!!  กลับถูกจี้จุดตายตอกมาเสียหน้าหงายเสียอย่างงั้น!!!  ทำได้แค่เจ็บใจ! เจ็บใจนักที่ จาริส คาร์เตอร์ ดันถือไพ่ในมือเหนือกว่าเขาหนึ่งใบ!!!!




หลายเดือนผันผ่าน....

 

กายแกร่งนั่งสอดมือประสานถึงกำหนดการที่จวนตัวเข้ามาเรื่อยๆ  นัยน์ตาคมดมดิ่งสู่ห้วงแห่งความคิด  ธุระกระจุกกระจิกจิ๊บจ๊อยทั้งหลายแอชตันดำเนินการแทนเขาและเป็นธุระให้พร้อมสับจนเกือบหมดแล้ว  ทั้งเรื่องสัญญาว่าจ้างเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านที่จ้างวาน  โฉนดที่ดินที่นี่  ตัวคฤหาสน์ที่ขายทอดตลาดและหุ้นส่วนทั้งหมดที่ถือครองอยู่ก็ขายทิ้งจนหมดแล้ว  รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลบล้างชีวปะวัติส่วนตัวของเขาทั้งหมดเองก็ด้วย  เวลานี้เหลือก็เพียงสิ่งหนึ่งที่ยังทำให้ร่างสูงได้แต่กลุ้มใจมาอยู่หลายวัน  นั้นคือ ดาริน....น้องสาวที่ตอนนี้ยังไม่รับรู้เรื่องราวอะไรมากไปกว่าที่เขาบอกเอาไว้  นางคิดเพียงว่านี้คงเป็นการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ใหม่  ซึ่งแท้ที่จริงมันไม่ใช่อย่างที่นางคิด  ความจริงอันน่าหนักอกที่สุดที่เขายังไม่กล้าลงมือทำ....

 


ครืดดดดดด.....เปรี้ยงงงงงง

 

          พายุฝนยังคงโหมกระหน่ำเสียงสายฟ้าฟาดราวกับคมมีดที่กรีดดวงใจเขาให้เจ็บอย่างช้าๆ  ความสัมพันธ์ที่ปั้นแต่ง...ความผูกผันฉันท์พี่น้อง...กำลังทำให้เขาทุกข์ใจ  ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม  นี้ก็จวนเจียนจะถึงวันเดินทางกลับเข้ามาทุกที ไม่รู้เจ้าตัวดีจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเลยรึไม่  ทันทีที่รู้ความจริงจะจงเกลียดจงชังเขามากขนาดไหนกันนะ....

 


“………..”  ชายหน้าคมได้แต่ซบใบหน้าลงหลังฝ่ามือด้วยความเครียด  ยิ่งเห็นสีหน้าหนักอกของท่านจาริส  ชายลูกผสมก็ยิ่งเป็นกังวล 

 


ให้ข้าเป็นคนบอกดีไหมขอรับ....แอชตันชะงักริมฝีปากเมื่อเห็นอีกฝ่ายผายมือยกขึ้นมาเชิงห้ามปราม  ก่อนที่เขาจะทำได้แค่คอยยืนอยู่เคียงข้างและไม่พูดอะไรต่อ

 


ไม่ต้อง....ข้าจะทำเอง นัยน์ตาคมตวัดหางตามองก่อนที่อัสนีจะผ่าลงมาราวกับรับรู้ความโหดร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น...

 

เปรี้ยงงงงงง   เปรี้ยงงงงงง!!!

 

 

จะให้ฝ่าบาทรอนานไปกว่านี้.....

 

ไม่ได้เสียแล้ว

 


          “ บอก ริน ให้ลงไปเจอข้าที่ห้องใต้ดิน....

 


          “ ได้ขอรับ...คำสั่งการที่เอ่ยออกมาทำให้ชายลูกผสมได้แต่กล้ำกลืนฝืนน้อมรับคำสั่งการ  แม้จะรู้อยู่แก่ใจแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรได้....

 


            ...บอกวิลด้วยว่าให้เตรียมตัวออกเดินทาง

 


          “ ขอรับ แอชตันพยักหน้ารับก่อนจะไปดำเนินเรื่องจัดการทุกอย่างเข้าที่  โดยปล่อยให้ร่างสูงได้สะสางเรื่องสำคัญแต่เพียงผู้เดียว  สุดท้ายแล้วเมื่อได้อยู่กับตนเองเพียงลำพังความคิดฟุ้งซ่านมากมายที่เคยมีอิทธิพลก็มลายสิ้น  นัยน์ตาคมปิดเปลือกตาน้อมรับชะตากรรมที่จะต้องเผชิญ  ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเขาก็ต้องพร้อมรับ  เพื่อภารกิจลับที่ได้รับมอบหมาย เพื่อจอมราชันย์ที่เขาเคารพรักและเทิดทูนด้วยชีวิต  ต่อให้จักถูกน้องผู้นี้เกลียดขี้หน้าไปตลอดกาลก็จำต้องจำยอม 

 


เมื่อตัดสินใจด้วยความเด็ดขาดแล้ว  กายแกร่งเดินทอดน่องลงมายังชั้นใต้ดินกลิ่นอับชื้นอังจนแสบจมูก  เศษหยากไย่ที่เกาะอยู่ตามผนังบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าไม่ได้มีการเปิดใช้ห้องด้านล่างนี้มานานพอสมควร  ฝ่ามือหนาลูบไล้โต๊ะไม้ที่ตั้งทิ้งไว้จนเปลือกนอกพุพองดูไม่จืด  ไม่นานนักเสียงฝีเท้าที่กำลังไล่เข้ามาก็เป็นสัญญาณให้เขาทำใจรอรับ...ทันทีที่เสียงแอ๊ดของประตูห้องชั้นใต้ดินถูกเปิดออก  กายแกร่งก็เอี้ยวหลังหันไปยิ้มอ่อน

 


แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

 


            ท่านพี่....มีอะไรรึเปล่าคะ?  เห็นแอชตันว่าท่านพี่เรียกหาน้อง....เสียงใสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง  ใบหน้าหวานละมุนยิ้มบางๆให้ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาโดยที่ไม่ทันได้ระแวดระวัง

 


            ไม่มีอะไรหรอก...แค่ก่อนที่จะไปพบท่านพ่อกับท่านแม่ น้องต้องผ่านพิธีบางอย่างก่อนที่จะเข้าเป็นหนึ่งในสกุลคาร์เตอร์ จาริสเอ่ยลอยๆในขณะที่ยังหันแผ่นหลังกว้างให้อีกฝ่ายที่หยุดยืนอยู่ด้านหลังในระยะที่ห่างไม่ถึงสองเมตร  นัยน์ตาคมดำทอแสงเศร้าเขาทำได้แค่หลับตาลงแล้วบีบฝ่ามือของตนเองเมื่อรู้ว่าเขาจะต้องลงมือไม่ให้นางได้ไหวตัวทัน...

 


            อ๋อ....อย่างงี้นี่เอง เสียงใสขานตอบอย่างตื่นเต้น  ก่อนที่จะถูฝ่ามือเล็กไปมาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น  พายุฝนที่อยู่ด้านนอกทำให้เธอรู้สึกว่าชั้นใต้ดินอากาศหนาวจนเย็นเหยียบ



          พร้อมรึยัง.... เสียงทุ้มเอ่ยถามในขณะที่นัยน์ตาสีทมิฬเปลี่ยนสีเป็นสีแดงกล่ำ  คมเขี้ยวงอกเงยออกจากโพรงปาก  กรงเล็บสีดำที่ซ่อนเร้นกำลังกรีดกรายโดยที่สาวเจ้ายังไม่ทันได้รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไร  สองฝ่ามือพลันหักข้อต่อของเรียวนิ้วจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ  ตลอดระยะเวลาที่อุตส่าห์ชุบเลี้ยงและดูแล  ช่วงเวลาแสนสั้นที่ได้เห็นเด็กตัวน้อยๆคนหนึ่งเติบโต...มีทั้งสุขและทุกข์...มีทั้งสนุกและเศร้าร่วมกันมาตลอด...ภาพในวันวานกำลังย้อนและไหลเข้ามาในหัว  จนทำให้ใบหน้าคมของพระราชมนูอาบไปด้วยน้ำที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล....

 


น้ำตาแห่งลูกผู้ชายไหลรินด้วยความโศกศัลย์ 

 

แม้นจะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องมาถึง

 

วันที่เขาจะต้อง...

 


            พร้อมแล้วค่ะ....น้องตื่นเต้นจัง ทันทีที่เสียงหวานขานกลับมา  สัญญาณชีพสุดท้ายที่เขารับรู้ว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องสะสางด้วยตนเอง

 

 

....ฆ่า น้องสาวของตัวเอง

 

 


ครืดดดดดด.....เปรี้ยงงงงง!!!!

 

เพียงเศษเสี้ยววินาทีที่สายฟ้าฟาดลงมาจนอีกฝ่ายนึกสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจกลัวร่างสูงจึงหันมากระโจนแล้วล็อคต้นคออีกฝ่ายแล้วฝังเขี้ยวลงทันที!!!!  เสียงหวีดร้องอย่างตกใจดังสวนขึ้นมาอย่างขาดห้วง!!!


เสียงฟึดฟัดราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังขย้ำเหยื่อ...


...นี้มันเรื่องอะไรกัน

 

 เรี่ยวแรงมัน...หายไปไหน?

 

อั่ก...เจ็บจน...ไม่มีแรงแม้แต่จะเปล่งเสียงร้อง....

    

อะไรกันเมื่อกี้...ท่านพี่...ท่านพี่เป็นอะไรไป?  

 

          “…อั่ก....ทะ...ทำ...มะ.... เสียงคำถามที่กำลังลอยออกมาราวกับเสียงกระซิบที่ดังอยู่ที่ข้างใบหู  ยิ่งทำให้ร่างแกร่งปล่อยโฮออกมาล็อตใหญ่  ฝ่ามือหนาที่ล็อคอยู่ที่ต้นคอยังคงจับตึงใบหน้าแน่น...เสียงดูดเม้มคาวเลือดยังคงดำเนินต่อไป  แรงขัดขืนในตอนแรกจะค่อยๆแน่นิ่งไปอย่างช้าๆ....เลือดที่แดงสดที่กำลังไหลเข้าสู่โพรงปาก  กลับไม่ได้หวานหอมเช่นทุกครั้งที่เคยได้ลิ้มลอง  


               มันกลับขม...ขมเสียจนฝืดคอ แต่กระนั้นคมเขี้ยวที่ยังฝังอยู่ก็ยังคงไม่ยอมปล่อย เขาทำได้แค่กล้ำกลืนมันลงไปและปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง  ร่างบางที่เขาเฝ้าถนุถนอมค่อยๆสั่นระริกราวกับเจียนจะขาดใจ  เสียงไอกระอักด้วยความเจ็บปวดค่อยๆแผ่วลงอย่างน่าใจหาย

 


....จนในที่สุดท่อนแขนเล็กของร่างบางที่เคยดิ้นพล่านก็ค่อยๆลู่ลงไปกองกับพื้น  เรียวลิ้นรับรู้ถึงสัมผัสความเย็นยะเหยือกของอีกฝ่ายที่เริ่มเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกที



หมับ.....

 

          เปลือกตาโตหลับพริ้มดมดิ่งเข้าสู่ความมืดมิดโดยที่หางตายังคงเกรอะกรังไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความเสียใจเช่นเดียวกัน  ฝ่ามือหนาพลันประคองศีรษะผู้เป็นน้องลงบนตักอย่างเบามือ   รอยเขี้ยวที่ฝังลึกอยู่ที่ต้นคอ  เสียงชีพจรที่เต้นแผ่วพร้อมกับแรงกระเพิ้มตรงช่วงอกที่ค่อยๆบางเบา  ทำให้ริมฝีปากหนาที่เคยเรียบตึงถึงกับสั่นเทาด้วยความเสียใจจนดวงใจเขารวดร้าวจนแทบจะขาด  ทันทีที่ร่างแกร่งตั้งสติได้จึงจรดคมเขี้ยวกรีดข้อมือของตนเองแล้วปล่อยให้โลหิตของแวมไพร์เชื้อสายบริสุทธิ์ไหลรินลงไปในริมฝีปากบางที่กำลังขึ้นสีซีดจนเกือบจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำ.....

 



เผาะ....เผาะ.....

 

       ร่างอรชรสมสัดส่วนที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อค่อยๆกลายเป็นสีซีดเผือกราวกับกระดาษเช่นเขาไปเรื่อยๆ  เมื่อเลือดแห่งแวมไพร์ที่เข้มข้นค่อยๆไหลเข้าไปแทนที่ความเป็นมนุษย์ที่เคยอยู่ภายในร่าง  บัดนี้ดวงตาสีน้ำทะเลคู่สวยที่เคยออดอ้อนและหยอกล้อด้วยความสดใสราวกับดวงอาทิตย์ปิดแน่นไร้สติ....พร้อมกับดวงใจของคนเป็นพี่ที่ย่ำหยีความเชื่อใจของคนเป็นน้องจนไม่เหลือ  ฝ่ามือหนาได้แต่ลูบไล้เรือนผมสีเด่นของดารินไปมาก่อนจะพร่ำบอกคำเอ่ยคำสามคำที่เจ้าตัวไม่มีวันได้ยิน....



 ทุกอย่างคงไม่มีวัน...เหมือนเดิมอีกแล้ว 



          พี่ขอโทษ....




___________________________________________________________________


Writter: มาช้าไปนิด อิอิ  ขอโทษนะคะ  ความมันส์กำลังมาแล้วนะเออเจ้าชายแดเนียลจะทำยังไงต่อไปเมื่อได้เจอกับนางเอกของเราอีกครั้ง  ต้องติดตามนะเจ้าคะ :)  ชอบก็กด Favourite ไว้น๊า  ภาค I กำลังทยอยลงรีไรต์แล้วก็แก้ไขคำผิดอยู่นะคะ  ฝากติดตามกันด้วยนะ  อย่าลืม comments ทิ้งท้ายเอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจในการอัพด้วยนะคะ  จะได้อัพไวๆขึ้น แล้วเจอกันค่า


___________________________________________________________________






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #99 mochi mochi narek (@mewnarek-2507) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:42
    สงสารจาริส
    #99
    0
  2. #41 Patima666 (@Patima666) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 16:11
    สงสารท่านจาริส เหลือเกิน
    ที่รักของฉัน5555ฟ
    #41
    0
  3. #29 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 07:07

    ท่านจาริส สงสาร
    #29
    1
    • #29-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 18)
      1 กันยายน 2561 / 11:10
      ต้องทำตามหน้าที่ก็ต้องหักใจน๊า
      #29-1
  4. #26 Superlemons (@superlemons) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 00:09
    ปวดใจแทนคุณคาเตอร์😭😭
    #26
    1
    • #26-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 18)
      1 กันยายน 2561 / 11:09
      มาๆเดี๋ยวไรต์ซับน้ำตาให้
      #26-1
  5. #22 phoyphailinev (@phoyphailinev) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 13:23

    มาต่อไวๆน้าาาาาาา
    #22
    0
  6. #20 wawawow555 (@wawawow555) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 20:27

    มาต่อไวๆเถอะค่ะ ปูเสื่อรอแล้ว อยากอ่านแดเนียลลลล 5555
    #20
    0