ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 12 : ตอน แขกVIP 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    20 เม.ย. 62





** เรื่องนี้เป็นภาคสองของ  ระวังต้องคำสาป(รัก)นะครับคุณ  นะคะ  ใครที่อยากอ่านความเป็นมาก็ติดตามกันได้นะ เพราะไรต์เอามาลงรีไรต์ให้อ่านฟรีกันนะคะ :)  ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ที่ให้กำลังใจค่ะ แล้วเจอกัน **

 

 

           Writter:    อัพช้านิดหน่อยแต่ว่ามาแน่นอนนะคะ :3

________________________________________________________   


เสียงฮือฮาดังลั่นคฤหาสน์หลังใหญ่เมื่อพบว่าจู่ๆคุณชายคาร์เตอร์ก็ประกาศลั่นว่ามีน้องสาวหน้าตาน่ารักขึ้นมาเสียดื้อๆ  แต่ด้วยความซุกซนผสมกับเป็นคนเจ้าซักไซ้ทำให้เหล่าบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านที่มาทำงานประจำที่นี้ต่างพลอยกันหลงใหล่รักใคร่กันถ้วนทั่วจวบจนผ่านเลยมาได้หลายปีเด็กสาววัยกระเตาะก็เติบโตกลายเป็นสาวบานสะพรั่งเต็มตัว 

 


อ่า....ท่านพี่!!!” ด้วยความสดใสของเด็กสาวตัวน้อยทำให้ชายมาดเข้มเดินปี่เข้ามาหาตามเสียงเรียกของเจ้าตัวดีพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า  เสียงหัวเราะรวนดังขึ้นอีกครั้งเมื่อฝ่ามือหนาขยี้มาที่เรือนผมจนยุ่งเหยิงไปหมด

 


คุณหนูขอรับ...อย่าวิ่งสิขอรับ เสียงปรามเบาๆดังขึ้นมาจากหัวหน้าพ่อบ้านคนสนิทของจาริสที่กำลังรับเสื้อคลุมตัวนอกจากผู้เป็นนายออกในเวลาเดียวกัน

 


รู้แล้วหน่า:( ” คุณหนูเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะหันมาออดอ้อนพี่ชายที่งานรัดจนตัวเป็นเกลียว ก่อนจะเอื้อมคว้าท่อนแขนแกร่งของคนเป็นพี่แล้วส่งสายตาแวววับจนจาริสแสยะยิ้มที่มุมปาก

 


อะไรกันเจ้าตัวดี....หนนี้จะขออะไรจากพี่อีก? ว่าแล้วเสียงทุ้มก็เดินลิ่วไปยังห้องรับประทานอาหารพลางดึงเทคไนที่รัดอยู่ที่ต้นคอออกเพื่อคลายออกเล็กน้อย  แอชตันทำหน้าที่โดยการเดินนำไปขยับเก้าอี้ทรงสูงก่อนะจัดแจงอุปกรณ์ทั้งหลายด้วยทีท่าสง่า

 


น้องอยากไปเที่ยวในตัวเมือง.....เสียงหวานของผู้เป็นน้องเอ่ยอย่างออดอ้อน พร้อมกับส่งสายตาแพรววับราวกับร้องขอคำตอบอนุญาตจากเขาจนเต็มแก่

 


“………….”  จาริสนิ่งเงียบก่อนจะดึงสีหน้า  ทำเอาสาวเจ้าของผู้ร้องขอคำอนุญาตถึงกับหน้าหง็อยไปจนถนัดตา  สายตาคมของชายลูกผสมปราดมองก่อนจะปล่อยให้เหล่าแม่บ้านนำอาหารจานหลัก จานรองเข้ามาเสิร์ฟที่โต๊ะ....

 


นะคะท่านพี่....เสียงออดอ้อนดังระงมเมื่อห็นว่าพี่ชายสุดแสนใจดีของเธอเอาแต่ปั้นหน้านิ่งไม่ยอมให้คำตอบอยู่อย่างนั้น  จาริสชะงักมีดและส้อมที่จับอยู่ก่อนจะดึงผ้าขึ้นมาเช็คคราบอาหารที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก  แน่นอนว่าเพื่อการณ์ใหญ่ที่เฝ้ารอ...เขาได้ตักเตรียมสาวน้อยผู้นี้ไว้ทุกอย่าง  ทั้งจัดหาจัดจ้างครูสอนวิชาต่างเข้ามาเพื่อให้เจ้าตัวมีความคิดความฉลาดฉับไว  สอดแทรกมารยาทการนั่งเดินยืนนอนของสตรีชั้นสูง  และภาษาแวร์พิกเข้าไปเสริมเพื่อการณ์ใหญ่ในวันข้างหน้า  ฉะนั้นเพื่อให้เจ้าตัวสงวนซึ่งกายใจไว้ให้ถึงวันและเวลาอันเหมาะสม  เขาจึงไม่เคยปล่อยนางให้ไปเที่ยวเล่นจนห่างสายตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

“…นะคะ นะคะ นะคะ เสียงหวานร้องขอก่อนจะเอื้อมมาเขย่าท่อนแขนของเขาราวกับอ้อนวอน  สุดท้ายแล้วชายเจ้าระเบียบและเคร่งในกฎเกณฑ์ทั้งหลายก็ลอบถอนหายใจก่อนจะเอ่ยปากรับคำ

 

ก็ได้....สุดสัปดาห์หน้านะ  ว่าแล้วสาววัยแรกรุ่นก็เม้มริมฝีปากอย่างชอบอกชอบใจที่ได้ยินคำตอบอนุญาตจากพี่ชายเจ้าระเบียบจนได้

 

เยส...!! ” ว่าแล้วร่างบางก็หันมารับประทานอาหารจานหลักของตนเองด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข  และแน่นอนความสุขยังไม่ทันได้หวานชื่นความขมขื่นก็เข้ามาหาโดยที่อาหารคำแรกยังไม่ได้เข้าปากด้วยซ้ำ

 

...แต่แอชตันจะต้องติดตามไปรับใช้เราทุกฝีก้าว

 

ท่านพี่....!!? ” หญิงสาววัยแรกรุ่นถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อพบว่ามารคอหอยที่จะไปขัดขวางการผจญโลกกว้างของเธอคือ แอชตัน อีกแล้ว!

 

ไม่เอาค่ะ....น้องยี่สิบปีแล้วนะ เป็นผู้ใหญ่แล้ว!!” เสียงเอะอะโวยวายขณะที่อาหารคาวหวานยังคงเทียวเข้ามาเสิร์ฟไม่ซ้ำเมนู ขณะที่จาริสยังคงนั่งจิ๊บไวน์ชั้นเลิศอยู่เงียบๆ

 

ไม่-ได้   ถ้าไม่ตกลงตามนี้....ก็ไม่ต้องไป! ” เสียงคำห้ามเอ่ยชัดเป็นมาดมั่นด้วยแววตาวาวโรจน์  บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าท่านพี่ไม่มีทางใจอ่อนกับลูกไม้ออดอ้อนอีกต่อไปแล้ว  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลได้แต่ปริ่มไปด้วยน้ำใสที่คลออยู่ที่เบ้าตา  นับตั้งแต่มาเยือนที่นี้การจะออกไปสำรวจโลกข้างนอกนั้นเป็นไปได้น้อยมาก  ได้ไปเต็มที่ก็แค่หัวเมืองใกล้ๆ หรือไม่ก็ไปเยี่ยมสุสานของคุณปู่ปีละหนสองหนเท่านั้น  ร่ำเรียนศึกษาท่านพี่ก็ไม่ให้ไปโรงเรียนแต่ให้ครูฝีมือดีเข้ามาสอนให้เธอถึงที่นี้



ไม่ต่างจากนกน้อยในกรงทองเลยสักนิด


ไม่ต่างเลย....  ร่างบางได้แต่ตัดพ้อพร้อมกับฝ่ามือบางที่ขยุ้มอยู่บนหน้าตัก

 

ดาริน....”  เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาแกมกระซิบ  จนเจ้าตัวน้อยที่บัดนี้กลายเป็นสาวงามบานสะพรั่งพร้อมแก่การได้รู้จักใครคนนั้นที่เฝ้ารอเธออยู่มานานหลายพันปี

 

คะท่านพี่....? เสียงหวานขานรับก่อนจะมองไปยังพี่ชายบุญธรรมที่ไม่ได้แสดงสีหน้านิ่งขรึมเดาอารมณ์ไม่ออกอีกต่อไป   

 

กิจการที่พี่ทำ....ศัตรูคู่แข่งเยอะ แค่นี้เราคงเข้าใจพี่นะ แววตาสีไข่มุดดำที่ทอดมองมานั้นฉายถึงความอบอุ่นและอ่อนโยนจนเธอสัมผัสได้

 


ที่แท้...ก็ห่วงเรานี้เอง


เราทำให้ท่านพี่ทุกข์ใจอีกแล้วเหรอริน?


ช่วยให้ลดภาระแค่นี้  ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ  ร่างบางก่นว่าตนเองอยู่ในใจก่อนจะหันมาฉีกรอยยิ้มแสนหวานให้กับชายหน้านิ่งด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เข้าใจในที่สุด

 

น้องเข้าใจแล้วค่ะ....



กิจวัตรประจำวันของฉันในแต่ละวันก็เหมือนเดิม  คือตื่นเช้าขึ้นมาก็ถูกจับอาบน้ำ แต่งตัวโดยเหล่าแม่บ้านวัยกลางคนราวกับเป็นเด็กแบเบาะ  กิริยามารยาทต่างๆถูกจับตามองอยู่เสมอราวกับต้องสวมวิญญาณของพวกชนชั้นสูง  วันนี้ตกบ่ายเรียนวิชาดนตรีกับภาษาต่างประเทศกับแอชตันจวบจนเกือบจะถึงบ่ายสอง  กว่าจะได้พักยืดเส้นยืดสายก็เล่นสะฉันปวดเมื่อยไปทั้งตัว

 


เห้อออออ ทำไมวันๆได้เจอแต่เรื่องจำเจแบบนี้นะ  ร่างบางนึก  ก่อนจะถือโอกาสวางไวโอลินประจำกายลงแล้วขยับหัวไหล่เพื่อคลายความเมื่อยล้า  กรอบรูปมากมายที่ประดับภายในคฤหาสน์มีแต่รูปท่านพี่  ท่านพ่อกับท่านแม่ของพี่จาริสไม่เคยมาเยี่ยม หรือไม่แม้แต่จะพาฉันไปแนะนำเลยสักครั้ง  ท่านพี่มีปัญหาอะไรภายในครอบครัวรึเปล่านะ?

 


คุณหนูขอรับ...อย่าลืมการบ้านนะขอรับ  พรุ่งนี้มีเรียนวิชาคณิตกับวิทย์จากอาจารย์เดอร์ริก แอชตันเดินเข้ามาเตือนความจำให้ในขณะที่ฉันเอาแต่ยืนเหม่อมองทิวทัศน์ของผืนป่าที่อยู่รอบๆบริเวณ

 


เข้าใจแล้ว....เสียงหวานขานรับอย่างเข้าใจ ก่อนที่ร่างสูงของหัวหน้าพ่อบ้านสุดเพอร์เฟ็กต์จะรายงานเรื่องสำคัญโดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่านัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลกำลังเพ่งพินิจมองบางอย่าง

 


ป่ารอบๆนี้....ใหญ่จังแหะ  ร่างบางนึกก่อนจะแอบชำเลืองไปรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามวิสัยของเด็กที่ถูกกักไปด้วยข้อห้ามทั้งหลายมานานหลายปี

 


กระผมมีธุระจะต้องเข้าไปทำนิดหน่อย  เจอกันมื้อเย็นนะขอรับ....คำรายงานจากแอชตันเจ้าระเบียบคนที่สองทำให้รอยยิ้มมุมปากจากคนตัวเล็กผุดขึ้นเล็กน้อยในขณะที่ยังหันหลังให้

 


มีธุระก็ไปทำเถอะ เสียงหวานขานตอบกลับไป  ในขณะที่ใจนั้นโลดแล่นหาซึ่งอิสระ!!  สบโอกาสล่ะเมื่อแมวไม่อยู่หนูก็ร่าเริงน่ะสิ!  ร่างบางทำทีท่าสงบเสงี่ยมก่อนจะแสร้งเดินกลับไปยังห้องของตนเองให้แอชตันได้วางใจเล่น  แต่พอเห็นรถคลาสสิคคันหรูแล่นออกไปนอกบริเวณริมฝีปากบางก็ยกยิ้มด้วยความชอบใจ!!!

 


บรืนนนนนนน......

 

            เสียงเครื่องยนต์รถลีมูซีนสีขาวสุดคลาสสิคคันโปรดที่ท่านพี่ชอบให้แอชตันขับพาไปไหนต่อไหนด้วยค่อยๆดังห่างออกไปไกลจนลับตาแล้ว!!!  ร่างบางเผลอทำท่าทางดีใจพริ้มกับร้องคำว่าเยส โดยที่ไม่ส่งเสียงให้เป็นที่สังเกต  หัวสมองดำเนินหน้าที่คำนวณเวลาที่มีและเวลาที่แอชตันกับท่านพี่น่าจะกลับมาถึงบ้านไปพร้อมๆกับฝีเท้าที่ขยับย้ายเรือนกายอ้อนแอ้นไปมาราวกับใช้ความคิด

 

         “  ตอนนี้เกือบจะบ่ายสองโมงครึ่ง....ท่านพี่จะกลับก็คงจวนๆห้าโมงเย็น  เร็วหน่อยก็สี่โมงเย็น

 

ถ้าไปข้างนอก....


กว่าจะถึงตัวเมืองที่อยากไปนั้นก็ต้องใช้เวลาไปกลับอย่างน้อยสามชั่วโมง

 

ไม่ทันแหะ...ไม่ได้  


ถูกจับได้ขึ้นมากว่าจะได้ไปเที่ยวเล่นเห็นทีคงจะโดนกักบริเวณอีกนาน  


         ร่างบางทบทวนเหตุผลแต่แล้วไม่ว่าจะคิดยังไงการออกไปข้างนอกเพียงลำพังกับเวลาที่มีนั้น  เสี่ยงต่อการถูกจับได้นั้นมีเปอร์เซ็นต์มากเกินไป  เจ้าตัวเดินครุ่นคิดมาเรื่อยๆ  ก่อนจะหันไปเห็นบางสิ่งที่ตั้งตะหง่านอยู่ ณ ฝั่งตรงกันข้าม

 


ขวับ...!?

 

            “  ใช่....ปีกตะวันตก! ”  นัยน์ตาสีฟ้าทะเลแพรวพราวเป็นประกายเมื่อพบกบคำตอบที่น่าสนใจจนลืมไปเสียสนิท  คฤหาสน์อีกฟากที่ท่านพี่ห้ามนักห้ามหนาว่าไม่ให้เข้าไปยุ่งเป็นอันขาดเพราะเป็นฝั่งที่เอาไว้รับรองแขก VIP โดยเฉพาะตั้งแต่เด็กๆ ให้ตายสิเราลืมไปได้ยังไงสาวแสบจอมซนก็เดินดิ่วไปหาโดยที่สวนกับเหล่าคุณแม่บ้านที่เดินผ่านพร้อมกับค้อมตัวให้เล็กน้อยเพื่อทักทาย  แต่แล้วเจ้าตัวก็ต้องหยุดชะงักตรงทางแยกสี่เส้นทางที่ระหว่างไปยังปีกเหนือ ปีกใต้  ปีกตะวันออก  และปีกตะวันตก!

 

            ทางสะดวกปลอดคน...ตอนนี้แหละ!!!  


            เมื่อเห็นว่าทางโล่งสะดวกแก่การเข้าไปสำรวจ  เจ้าตัวแสบประจำบ้านก็รีบแจ้นเข้าไปในเขตหวงห้ามทันที  ใบหน้างามทอดมองรอบบริเวณราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่....ภายในปีกตะวันตกโออ่าห์นัก  สีทึมครึ้มทั่วคฤหาสน์ทำให้เจ้าตัวดีนึกคุ้นชิน  เพราะท่านพี่ชอบสีทึบจึงประทับทั่วทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่ปีกตะวันตกนั้นถูกทาสีให้เป็นโทนทึบเข้มจัดกว่าทุกๆที่ แต่กระนั้นกลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด มีขั้นบันไดกว้างขวางที่แบ่งทางขึ้นออกเป็นสองทางเพื่อไปยังชั้นสอง  มีห้องรับรองที่ไม่มีบานประตูอยู่มากมายนับไม่ถ้วน  แต่ทว่าห้องที่มีประตูบานใหญ่และเล็กกลับมีจำนวนจำกัดจนเธอนับได้  ไม่รู้อะไรชักนำดลใจให้ร่างบางเดินดิ่วเข้าไปสำรวจถ้วนทั่วทุกห้องจวบจนสายตาเจ้ากรรมเหลือบมายังห้องที่มีแต่บานประตูบานใหญ่

 


แอ๊ดดดดดดด.....

 


           เสียงของประตูบานกว้างดังขึ้นพร้อมกับเรือนร่างเล็กที่ค่อยๆถือวิสาสะเข้ามาภายในห้อง  สายตาหวานสำรวจไปจนทั่วพร้อมกับเรียวนิ้วที่หยิบนู้นจับนี้  ก็ดูเหมือนห้องรับแขกทั่วๆไปมีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและระเบียงกว้าง แต่ทำไมมีข้าวของบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นและไม่รู้ว่าคืออะไรเยอะแยะมากมายภายในห้องเต็มไปหมด  แต่สิ่งที่เธอตกใจและเดินปี่เข้าไปหาก็คือทำไมห้องทำงานภายในนี้มีขวดหลอดทดลองและบีกเกอร์เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมดกันแน่นะ!?  ในหัวจอมขี้สงสัยก็เต็มไปด้วยคำถามอีกครั้ง  ก่อนจะตัดสินใจไปสำรวจห้องอื่นๆต่อ....จนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงห้องสุดท้ายจนได้

 


แอ๊ดดดดดดด.....

 

            “………..!!!! ” ทันทีที่เปิดประตูและก้าวเข้ามายังห้องรับรองที่เหมือนจะใหญ่ที่สุดภายในปีกตะวันตกก็ทำให้เธอชะงักด้วยความตกใจ  กลิ่นอายเย็นๆหอมติดจมูกนี้ทำไมชวนให้นึกถึงผู้ชายที่เธอชอบฝันถึงในตอนที่ยังเป็นเด็กกัน!!  ร่างบางส่ายหัวไปมาเพื่อขจัดความฟุ้งซ่านและก่นด่าตนเอง

 


                คิดบ้าอะไร....มันก็แค่ฝัน  


              แม้นจะพยายามปฎิเสธ แต่ลึกๆเจ้าเองก็ยังไม่ได้คำตอบว่าทำไมฝันบ้าๆนี้ถึงได้ฝันเหมือนเดิมซ้ำๆทุกค่ำคืนจนถึงอายุสิบห้า  กว่าจะมีชิวิตปกติสุขเหมือนคนทั่วไปได้ก็เล่นเอาเธอจิตตกเหมือนกัน เดินสำรวจไปร้องโอ้โหไปพลางเพราะภายในห้องนี้ใหญ่ยิ่งกว่าห้องของเธอหรือห้องของท่านพี่เป็นไหนๆ!  ข้าวของเครื่องใช้แทบจะทุกชิ้นที่อยู่ภายในนี้ดูเรียบง่ายแต่กลับหรูหรายิ่งกว่าทุกๆห้องที่เข้าไปสำรวจ  ภายในตู้เสื้อผ้าสองสามตู้มีเสื้อผ้าของผู้ชายไซส์พอๆของท่านพี่เต็มไปหมด  แขกที่เคยมาพักที่นี่เป็นผู้ชายอายุราวๆท่านพี่รึไงกัน


พวกมีอิทธิพล?  รึจะเป็นพวกมีเชื้อเจ้าเชื้อนายกันแน่? 


โทนสีทึบอีกแล้ว...ท่านพี่คงชอบโทนนี้มากแน่ๆ 


แม้แต่เสื้อรับรองแขกยังเป็นสีนี้ที่ตามมาหลอกหลอน 



พอเดินสำรวจจนอิ่มเอมเจ้าตัวยุ่งก็พร้อมที่จะหยุดการสำรวจเล็กๆของตนเองเอาไว้แค่นี้  แต่ไม่รู้ทำไมหางตาจึงตวัดไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เล็ดลอดอยู่ใต้เตียงนอนภายในห้อง  ฝีเท้าเดินดิ่วเข้าไปหาก่อนจะย่อตัวลงในท่านั่งยอง  ฝ่ามือเล็กเลิกชายผ้าปูขึ้นเพื่อดูให้แน่ว่าสิ่งที่อยู่ข้างใต้คืออะไร  เห็นแต่ลายไม้ด้านข้างและรอยต่อฝาปิดเปิดเท่านั้นที่เล็ดลอดออกมาให้เห็น

 

คล้ายกับกล่องไม้ขนาดยาวหรืออะไรสักอย่าง...มีอะไรอยู่ในนี้กันนะ?  ร่างน้อยไม่คิดเปล่าแต่พยายามจะดึงของปริศนาที่ว่าออกมาจากใต้เตียง!

 


หมับ!!!!  ครืดดดดดดดด

 


อั่กซ์....หนักชะมัด!!!! ”  ไม่ว่าจะออกแรงดึงจนก้นจ้ำเบ้าไปกองกับพื้นยังไงก็ดูเหมือนว่ากล่องประหลาดนี้ก็ไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อย 

 


บ้าจริง…!! ” ร่างน้อยสบถอย่างหัวเสียที่ดูเหมือนความพยายามของเธอเหมือนจะไม่ได้ผล  กล่องนี้หนักเกินกำลังที่เธอจะดึงมันออกมาดู  จนปัญญาจะหาคำตอบว่ากล่องนี้ทำไมถึงถูกซ่อนเอาไว้ใต้เตียงใหญ่  พอสายตาหวานก็หันเห็นกลไกเปิดผนึกเข้าจนได้  ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปปลดโดยพละการทันทีพร้อมกับแววตาที่เปล่งแสงระยิบระยับแห่งความสงสัย  แต่ทว่ายังไม่ทันได้เห็นว่าของที่อยู่ข้างในกล่องไม้ใบใหญ่นี้คืออะไรเสียงเครื่องยนต์ของรถลีมูซีนแสนคุ้นหูก็แล่นเข้ามาพร้อมกับเสียงทักทายต้อนรับของเหล่าแม่บ้านที่ทำความสะอาด!

 


โถ่เอ๊ย....ท่านพี่กลับมาจนได้ ร่างบางจำใจล้มเลิกแผนการสำรวจของตนเองก่อนจะปิดผนึกกล่องปริศนาให้เข้าที่เข้าทางอย่างลวกๆ  โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวล็อคที่ปิดแน่นนั้นไม่ได้ถูกลงกลอนไว้เหมือนกับคราแรกที่ได้เจอะเจอ  


เสียงแอ๊ดของประตูบานใหญ่ถูกปิดลงพร้อมกับเรือนร่างบางที่ก้าวออกไปจากห้องกว้างทิ้งไว้แต่กลิ่นอายเอกลักษณ์ที่หอมจนปลุกการนิทราของชายผู้หนึ่งให้ตื่นจากการหลับใหลมาหลายสิบปี  เสียงดันกุกกักภายในสิ่งที่จองจำเขาให้จำศีลถูกเปิดออกจากเจ้าของร่างที่หลับสนิทอยู่ภายในจนได้  เสียงครางกระเส่าดังขึ้นเมื่อถูกใครบางคนปลุกให้ตื่น   ที่แท้แล้วภายใต้เตียงนอนไซส์คิงส์ก็คือ โลงศพไม้ที่จองจำจอมราชัย์แห่งรัตติกาลเพื่อจำศีล  กลิ่นอายแสนคุ้นจมูกยังคงฟุ้งจนอบอวลอยู่ภายในห้องบรรทมของเขา  ริมฝีปากที่เรียบตึงถึงกับยกแสยะยิ้มเมื่อพบว่าผู้ที่เขามาปลุกเข้าถึงที่  ไม่ใช่ใครอื่น....แต่คือสตรีที่เขาเฝ้ารอคอย 


เสียงปิดประตูรถดังขึ้นไล่หลังมาก่อนจะขนข้าวของสัมภาระมากมายลงจากท้ายกระโปรงโดยมีเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านที่ใกล้จะเลิกเวลาทำงานรีบปี่เข้ามาช่วยกันคนละไม้ละมือ  ร่างสันทัดของเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่เอื้อมปลดเนคไทที่รัดแน่นให้คลายออกโดยไว ก่อนที่จะได้ยินเสียงใสหวานแจ๋วของสตรีผู้เป็นน้องที่วิ่งปี่เข้ามา

 


วันนี้กลับเร็วดีจัง....”  คำหวานเอ่ยพร้อมกับคล้องแขนออดอ้อนคนเป็นพี่  ฝ่ามือหนาลูบไล้เรือนผมสีเด่นของน้องสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนที่ใบหน้านิ่งจะหยุดชะงักไปเพียงเสี้ยวเมื่อเขาได้กลิ่นอายของฝ่าบาทเจือติดมาจากเจ้าตัวดี  แม้นจะเจือจางและบางเบา  แต่ทว่ากลิ่นอายเย็นๆหอมเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ประจำพระวรกายจอมราชันย์เช่นนี้เขาคุ้นชินจนติดจมูกเสียยิ่งกว่าอะไร  ชายผู้ถูกเลี้ยงดูให้อยู่ในระเบียบมาตลอดถึงกับออกอาการกระตุกยิ้มที่มุมปาก....

 

ดูเหมือนจะถึงเวลาเปิดม่านของตัวเอกแล้วล่ะสินะเนี้ย  จาริสครุ่นคิดก่อนจะเดินโอบหลังได้รูปของผู้เป็นน้องไปยังห้องรับประทานอาหารเช่นทุกที


วันนี้เป็นเด็กดีรึเปล่า หื้ม....เสียงเรียบของผู้พี่ดังขึ้นในขณะที่ใบหน้ายังทอดมองไปด้านหน้า  ก็ทำเอาร่างน้อยที่เดินเคียงข้างอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย  ก่อนที่สีหน้าสลวยจะเบี้ยวบูดด้วยใจที่ขุ่นเคืองที่ดูทำราวกับเป็นเด็กไม่รู้ภาษา

 

น้องไม่ใช่เด็กแล้วนะคะท่านพี่! ” เสียงหวานบ่นงึมงำด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนท่านพี่ก็ยังเห็นเธอเป็นเด็กน้อยวัยเตาะแตะอยู่ร่ำไป  พอเห็นว่าเจ้าตัวดีปากเบี้ยวปากบูดงอนตุบป่องไปนั่งยังที่ประจำของตน  ชายหน้านิ่งก็ลอบยิ้มที่ริมฝีปาก

 


ฝ่าบาท....ได้เวลาตื่นจากนิทราแล้วพะยะคะ

 

อยากพบ....ท่านพ่อกับท่านแม่ของพี่รึเปล่า ประโยคเรียบๆกึ่งไม่ได้จริงจังนักดังแล่นขึ้นมากลางอากาศ  เรียกความสนใจจากหญิงสาวที่อารมณ์มัวหมองให้เจิดจ้าจนนัยน์ตาสีฟ้าทะเลแวววับขึ้นมาทันใด

 

อยากค่ะ!!....น้องอยากจะ....! ” พอดีใจจนเนื้อเต้นก็เผลอหลุดขานรับเสียงดังจนนัยน์ตาคมต้องชำเลืองหางตามาปรามคล้ายกับตำหนิ  จนเจ้าตัวจำต้องสูดลมหายใจเข้าแล้วขานรับด้วยกิริยาที่เหมาะสม

 

อยากค่ะท่านพี่....” 

 

ดี....เพราะที่นั่นเข้มงวดกวดขันเรื่องระเบียบและมารยาท มาก เสียงเน้นหนักที่ท้ายประโยคทำให้ร่างบางถึงกับใจฟ่อ  ครั้นถ้าหลุดมาจากปากพี่จาริสด้วยตนเองแบบนี้แล้วล่ะก็แสดงว่ามันต้องโหดทมิฬหินชาติมากแน่ๆ 


ตายแล้วดารินเอ๊ยยยยยยย  ขือวันนั้นไปหลุดโบ๊ะแตกอะไรขึ้นมา


โดนด่าเช้าสายบ่ายเย็นยิ่งกว่าที่นี่แน่ๆเลย

 

ขออนุญาตเสิร์ฟขอรับ....เสียงทุ้มของพ่อบ้านหนุ่มดังขึ้นก่อนจะลงมือเสิร์ฟเหล่าอาหารจานหลักตามหน้าที่  เมื่อเห็นว่านายทั้งสองขาดเหลือสิ่งใดก็เข้าไปปรนนิบัติตามหน้าที่ด้วยความสง่า 


นัยน์ตาสีฟ้าทะเลแอบเหลือบมองใบหน้าคมคายของชายผู้เป็นพี่บุญธรรมด้วยความคิดของหญิงขี้สงสัย  ผิวพรรณ หน้าตา กิริยา การศึกษา และความมั่งคั่งต่างๆนี้   ตระกูลคาร์เตอร์นี้เป็นตระกูลทรงอิทธิพลมากๆ แต่ทำไมถึงไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับคนที่ใช้สกุลคาร์เตอร์เลยสักนิด  คฤหาสน์ก็โออ่าห์ใหญ่โตแถมยังมีห้องรับรองไว้สำหรับแขก VIP ตั้งเยอะตั้งแยะ หรือว่า VIP ที่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเป็นพวกเชื้อเจ้าเชื้อนาย? ลูกนักการเมือง?  หรือพวกเศรษฐีระดับเดียวกันล่ะเนี้ย?  อยากรู้จัง....

 


ท่านพี่คะ....น้องขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ว่าแล้วเจ้าตัวดีก็เปิดปากถามจนได้  ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบกลับแอบแสยะยิ้มอยู่ภายในดวงใจที่ในที่สุดวันที่ฝ่าบาทจะได้พบกับดวงหทัยก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม 

 

ได้สิ.... ร่างสูงทำทีเป็นหยิบผ้าผืนบางขึ้นมาซับที่ริมฝีปากก่อนจะกวักมือเรียกของหวานให้เข้ามาเสิร์ฟได้  ไม่นานแอชตันก็ขันอาสานำอาหารหวานสุดพิเศษเข้ามาบริการตามหน้าที่  และแล้วใบหน้าได้รูปของสตรีผู้น้องก็ชะงักราวกับคุร่นคิดว่าจะถามคำถามนี้ออแกไปจะดีหรือไม่ดี  เมื่อเห็นว่าคนเปิดปากกำลังชั่งใจลังเล  ร่างสูงจึงขานกำชับอีกครั้งหนึ่ง

 

ถามมาเถอะ....

 

ช่วยเล่าเรื่องตระกูลคาร์เตอร์ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ....”  เมื่อได้ยินคำถามก็ทำเอาลูกผสมถึงกับชะงักการเสิร์ฟไปเล็กน้อยก่อนจะค้อมตัวคาราวะแล้วผละออกมาไปยืนอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้อง

 

เช่นอะไร.......? เสียงเรียบของร่างสูงเอ่ยย้อนคำถามไปยังเจ้าตัวดี  ก่อนจะหันไปดื่มด่ำกับไวน์ที่อยู่ข้างกาย

 

ก็...ก็  ตระกูลเราทำอะไร  ท่านพ่อท่านแม่ชื่ออะไร ทำงานอะไร อยู่ที่ไหน ทำนองนี้น่ะค่ะ

 

คุณหนูขอรับ  ควรถามทีละคำถามนะขอรับ...ถามรวดเดียวเช่นนี้ถือว่าเสียมารยาท แอชตันหันมากระซิบเชิงปรามเบาๆ  ก่อนจะสาวเท้ากลับไปยืนประจำที่ของตนเอง

 

รู้แล้วหน่า...! ” ร่างบางหันไปตอกพ่อบ้านจอมจู้จี้  แต่แล้วเสียงเอ็ดของชายผู้เงียบขรึมก็ดังขึ้นราวกับให้เจ้าตัวดีหยุดหัวรั้นแล้วสำนึก

 

ดาริน.... ”  พอเห็นคนเป็นพี่เริ่มออกปากดุ  ก็ทำเอาร่างบางถึงกับห่อไหล่สลดก่อนจะก้มหน้าก้มตารักษากิริยามารยาทตามคำของแอชตัน

 

เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวดีสงบลงจาริสก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตพร้อมกับสมญานามมากมายที่หลายต่อหลายผู้เรียกขานตระกูลของเขา  คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ที่เป็นของกำนัลพระราชทาน เหล่าสมาชิกทั้งหลายของตระกูลต่างรับช่วงต่อรับใช้เหล่าเชื้อพระวงศ์กันทั้งหมดทั้งสิ้นจนเป็นที่โจษจัณฑ์ว่าเป็นตระกูลมืด  อุตส่าห์ยื้อเวลาเพื่อบ่ายเบี่ยงตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลและขึ้นเป็นผู้นำแห่งคาร์เตอร์มานานนมสุดท้ายก็จำต้องหวนคืนสู่ที่นั่นจนได้ซินะ....

 

ก็เป็นตระกูลใหญ่  มีหน้ามีตาในสังคม  เพราะส่วนใหญ่จะทำงานรับใช้เหล่าเชื้อพระวงศ์....”  เมื่อร่างบางได้ยินคำตอบก็ถึงกับแค่นหัวเราะกับตนเอง

 

 มิหน่า...ตำรับตำราและมารยาทั้งหลายถึงได้สอนทั้งวันทั้งคืน เพราะรับใช้เชื้อเจ้าเชื้อนายนี้เอง! ร่างบางคิดก่อนจะดื่มด่ำกับของหวานไปพลางตั้งใจฟังไปพลาง

 

ไงเราก็เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน....ถึงเวลาเดินทางพี่จะบอกอีกที ว่าแล้วร่างสูงก็หันไปรับไวน์ที่แอชตันนำมารินเสริมอีกครั้งเพื่อดื่มดับความคิดที่ยังคงนึกถึงอดีตที่ไม่อยากจดจำ  นัยน์ตาสีดำทอดมองเหม่อออกไปไกลก่อนจะชำเลืองไปเห็นรูปวาดสีน้ำลายครามคล้ายสีน้ำทะเลที่เจ้าตัวดีเป็นคนวาดนำมาใส่กรอบประทับจนเต็มผนังไปหมด

 

ทะเล.....”  ภาพวาดของผืนท้องทะเลที่กว้างขวางทอดยาวยามค่ำคืนไม่รู้จบ  ท่ามกลางความมืดทมิฬในยามค่ำคืน  ดวงดารากลับฉายแสงให้เห็นนางเงือกที่กระโจนเล่นน้ำท่ามกลางแสงจันทรา

 

เห็นไหม! สวยใช่ไหมล่ะ!!!  ” เมื่อเห็นพี่ชายพรึมพรำราวกับตกตะลึงร่างบางจึงหันไปปรายตามองบ้าง  ก่อนจะหันมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่นึกว่า   ในที่สุดท่านพี่ตะลึงกับงานฝีมือชิ้นเอกของเธอจนได้  เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นระงมก่อนจะก้มหน้าก้มตาดื่มด่ำกับของหวานหลากรสต่อไปโดยที่ไมได้ทันสังเกตว่า  แท้จริงแล้วภายใต้ใบหน้าที่ฉายเรียบและไม่แสดงอาการยินดียินร้ายนั้นกำลังมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าและแววตาเช่นไร

 

นั่นสิ.....”  เสียงทุ้มขานกลับราวกับคนที่กำลังละเมอ

 

....ภาพนี้ทำให้นึกถึงคืนนั้นจริงๆ


ซินเซีย....


ไม่ได้...ตอนนี้นางเป็นราชินีแล้ว  

 

ร่างสูงหวนนึกถึงร่างอ้อนแอ้นที่มักจะทำให้ดวงใจของสั่นไหวทุกคราที่ได้เจอจนได้  มณีล้ำค่าแห่งท้องทะเลเช่นนั้น  ต่อให้เขากลายเป็นชายผู้เลื่องชื่อแห่งแวมไพร์สักแค่ไหนก็ไม่มีวันคู่ควร....ไม่มีวันที่จะได้เคียงคู่อยู่ดีนั้นแหละ 

 

 

พรึ่บบบบบ!

 

            เมื่อเห็นว่าจู่ๆพี่ชายก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินผละออกไปกลางคัน  คนเป็นน้องเลยละมือจากของหวานแสนอร่อยก่อนจะวิ่งตามต้อยๆพลางเรียกขานด้วยความฉงนใจ

 

         

          “ อิ่มแล้วเหรอคะท่านพี่...”  เมื่อเห็นว่าคนเป็นพี่ไม่ตอบหญิงสาวจึงได้แต่สงบปาก  ก่อนที่แอชตันจะหันมาเนอความคิดบางอย่างแก่ท่านจาริสที่ดูเหมือนกำลังเหม่ออะไรบางอย่าง

 


“ นำภาพวาดของคุณหนูไปร่วมงานประมูลดีไหมขอรับ....ข้อเสนอของแอชตันทำให้ราชมนูได้สติ  ก่อนจะหันไปมองเหล่ารูปภาพฝีมือเอกของดารินที่วาดแก้เบื่อยามที่อยู่ที่นี้แล้วก็แค่นหัวเราะ

 


ริน...ว่าไง  อนุญาตรึเปล่า?

 

อะ...อะ  อนุญาตค่ะ! ” ร่างบางตะลึงที่ในที่สุดชายผู้งานรัดตัวก็เห็นคุณค่างานศิลปะของเธอเข้าจนได้เมื่อร่างบางออกปากอนุญาตด้วยสีหน้าที่ดีใจจนถึงขีดสุดคนเป็นพี่ชายจึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมฝ่ามือไปหยีเส้นผมด้วยความเอ็นดูปนหมั่นไส้ 

 

อ่อ ใช่พรุ่งนี้พี่มีแขก VIP ทำตัวดีๆล่ะ....ว่าแล้วร่างสูงก็ผละออกมา  โดยที่ไม่รู้เลยว่าสาวน้อยตรงหน้าไม่ได้ให้ความสนใจกับแขก VIP ที่ว่าเลยว่าจะเป็นผู้ใดหรือว่าเข้ามาที่นี่เมื่อไหร่  เธอดีใจจนเนื้อเต้นที่ในที่สุดผลงานทั้งหลายเหล่านี้ก็จะออกสู่สายตาคนมากมายเพื่อร่วมงานการกุศล!!!!

 

“ Yessssssssssssssssssss!!! ยะฮู้!!!!!!!! ”


 เสียงพร่ำแม้นจะแผ่วเบาแต่ทว่าความสามารถของแวมไพร์เชื้อสายบริสุทธิ์และชายลูกผสมอย่างพวกเขาทั้งสองตนกลับได้ยินชัดแจ้ง  ราชมนูส่ายหัวเมื่อตนเดินผละออกไปได้ระยะแล้วเจ้าตัวดียังโดดดิ้นไปดิ้นมาไม่สมกับการเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย 

 

ชายทั้งสองเดินทอดน่องมาจนถึงปีกตะวันตกจนได้  ไม่นานเสียงแอ๊ดของประตูดังขึ้นเมื่อราชมนูก้าวเท้าเข้ามายังห้องบรรทมของฝ่าบาทพร้อมกับชายลูกผสม  แผ่นหลังกว้างขององค์เหนือหัวต้องกับแสงจันทราก่อนที่ใบหน้าคมได้รูปจะหันกลับมายังเสียงที่เอ่ยคาราวะ

 

ถวายบังคมพะยะค่ะ // ถวายบังคมพะยะค่ะ

 

เจ้าทำอะไร...นางถึงได้ดีใจจนหวีดร้องไปมาเช่นนั้น เสียงทุ้มต่ำตรัสถามพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังสวนขึ้นมาราวกับกำลังอารมณ์ดีก็ไม่ปาน  พระราชมนูผู้เคร่งในระเบียบถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูกที่เขาอบรมบ่มสอนนางได้ไม่ดีเท่าที่ควรทำให้ฝ่าบาทเห็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้



ขออภัยพะยะค่ะ....

 

หึ หึ  ช่างเถิดจาริส....ก็สมเป็นนางดี ร่างโปร่งเอ่ยก่อนหัวเราะเบาๆในลำคอ  เรียวนิ้วได้รูปจรดหยิบธำมรงค์ประจำกายขึ้นมาพินิจ  ก่อนที่แอชตันจะทูลถามบางอย่าง

 

จะให้ปลุก ท่านฟรานซิสกับท่านวิลเลียมเลยรึไม่ขอรับ ?

 

แขกมาพร้อมกันถึงสามผู้...ดูจะเอริกเกริกมากไป เสียงทุ้มทรงอำนาจของฝ่าบาททำให้แอชตันทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย ผิดกับจาริสที่กลับเข้าใจความหมายโดยนัยที่แอบแฝงพร้อมค้อมศีรษะรับพระบัญชา  นัยน์ตาสีเอกลักษณ์ของฝ่าบาทฉายแววเจ้าเล่ห์โดยที่ไม่มีผู้ใดได้สังเกต  ริมฝีปากที่ตึงเรียบมานานหลายพันปีค่อยๆยกยิ้มแย้มพระโอษฐ์ขึ้นจนเห็นไรฟันและคมเขี้ยว

 

ดูซิว่านาง....จะเป็นคนแบบไหนกัน  เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำกับตนเองที่ตั้งข้อสงสัยเอาไว้เป็นการเบื้องต้น  ว่านางที่กลับหวนมาจุติใหม่ในครานี้จะมีนิสัยที่เหมือนเดิมหรือแตกต่างไปจากคนเก่ามากน้อยสักแค่ไหน 

 

 

 

 

 

 

 




 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #67 bellpuksee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 17:02

    ชอบตอนนี้จังเลย

    #67
    0