ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 11 : ตอน สมาชิกใหม่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    16 ต.ค. 62



แคสเปี้ยน ไวแอตเทนเจอร์


พระเกศาที่ยาวสลวยบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าฝ่าบาทรักและหวงแหนมันแค่ไหน....


มีเพียงแค่นางเท่านั้นที่กล้าริมาเอื้อมจับโดยไม่หวั่นเกรง


มีแค่นางเท่านั้นที่ข้ายอมให้สัมผัสแตะต้อง.....


ฉะนั้นจนกว่าถึงวันนั้น...มันจะกลับไปยาวจรดเท่าคราแรกที่เคยได้พบเจอ

 

                เส้นพระเกศาที่ถูกตัดออกค่อยๆก่ายกองลงมันพื้นกว้าง....นัยน์ตาของพระราชมนูทอดมองฝ่าบาทค่อยๆเอื้อมหยิบเรียวพระเกศาและสะบั้นจนขาดทีละน้อย....เหลือความยาวไว้เพียงประบ่าก่อนจะใช้ไอปีศาจกลบสีบลอนต์เทาแสนเอกลักษณ์ด้วยสีดำสนิท

 

                แบบนี้จะดีจริงหรือพะยะคะ.....?มือขวาคนสนิทเอ่ยถามออกมาจากใจ  เมื่อเห็นว่าการณ์ใหญ่ที่จอมราชันย์ตั้งตารอคอยไม่เห็นต้องเลือกสรรด้วยวิธีนี้เลยสักนิดเดียว

 

                ดี ซิ...เสียงแค่นหัวเราะขององค์เหนือหัวดังขึ้นพร้อมกับคำตอบที่มาดมั่น

 

แอ๊ดดดดดดดดดดดดดด....

 

                ชายลูกผสมเอื้อมฝ่ามือไปเปิดโลงศพลายแกะสลักให้เปิดกว้างพร้อมค้อมศีรษะคาราวะจอมราชันย์ที่ค่อย ๆ ย่างก้าวเข้าไปด้านในและเอนกายนอนสงบนิ่ง...

 

                แบบนี้มันจะง่ายทั้งต่อเจ้าแล้วก็ข้า....ไม่ใช่รึไรจาริส องค์เหนือหัวเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเอนกายประทับด้วยความสง่าและสงบ

 

                “……………..” ชายคนสนิทไม่คิดจะตอบได้อย่างเต็มปากนัก 

 

อย่าปลุกพวกข้าจนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม.....” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยกำชับเพื่อตอกย้ำซึ่งภารกิจที่เขาได้มอบหมายแก่ชายคนสนิทอีกเป็นครั้งสุดท้าย

 

...ราตรีสวัดิ์พะยะค่ะฝ่าบาท    เสียงทุ้มเอ่ยขานรับอย่างจำยอมต่อหน้าที่ที่ได้รับบัญชา  ก่อนจะค่อยๆเอื้อมฝ่ามือดันฝาโลงให้ปิดลงทีละน้อย  


คงจะได้เจอกันอีกทีตอนเป็นสาวแรกรุ่น....


แล้วเจอกันดารินเอ๋ย.....

 

ภายใต้ใบหน้าที่แสนเรียบเฉยนั่นไม่มีผู้ใดรู้เลยว่ารอยยิ้มแสนอ่อนโยนค่อยๆแย้มออกเมื่อนึกถึงการณ์ข้างหน้า  ความดำมืดที่ค่อย ๆ ปกคลุมไปจนทั่วร่าง...บัดนี้ร่างกายตอบสนองความเงียบสงบและความมืดทมิฬอย่างช้า ๆ จนกระทั่งฝ่าบาทปิดเปลือกตาแน่นิ่งอย่างสงบอยู่ภายใน

 


แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดด   กึก.....

 

เสียงล็อคของกลไกดังขึ้นเมื่อฝาโรงด้านนอกเข้าที่เข้าทางอย่างที่ควรจะเป็น  ด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งจนไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านจาริสกำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่

 

ฟรานซิสและวิลเลียมล่ะ....จาริสเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ

 

เข้าสู่สภาวะจำศีลเช่นเดียวกันขอรับ.... แอชตันขานรับก่อนจะหันมาทอดมองใบหน้านิ่งของท่านจาริสที่ไม่ได้ให้คำตอบอะไรแก่เขาจนกระจ่างแจ้ง  

 

ตอนนี้ภายในคฤหาสน์  ถ้าไม่รวมเหล่ามนุษย์ที่เป็นพ่อครัวและแม่บ้านที่จะมาทำงานที่นี่ตามเวลาล่ะก็  เพลานี้ก็เหลือแค่พวกเขาสองตนเท่านั้น.... 


ทำไมต้องจำศีลด้วยนะ?  แอชตันได้แต่ตั้งคำถามแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก

 

แอชตันไปเตรียมรถ....เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคำสั่งก่อนจะเดินล่วงหน้าไปก่อน

 

ท่านจาริสจะไปไหนขอรับ....?

 

ไปรับคนสำคัญ :) ”  จาริสเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างให้ชายลูกผสมเห็นเป็นครั้งแรก  


ชายลูกผสมยกคิ้วหนาขมวดกันเป็นปมอย่างไม่เข้าใจถึงความนัยที่ท่านพระราชมนูเอ่ยเลยสักนิดเดียว  ก่อนที่จะรีบเร่งความเร็วไปตักเตรียมเครื่องยนต์ตามที่ได้รับคำสั่ง  


ร่างโปร่งของคนสุขุมหยุดยืนก่อนจะทอดมองไปยังฟากตะวันตกที่ที่เขาเพิ่งเดินออกมา....บัดนี้การณ์ใหญ่แสนสำคัญอยู่ในกำมือของเขาแล้ว   แวมไพร์ที่อาศัยอยู่ในนี้ต่างเข้าสู่สภาวะจำศีลเพื่อรอตื่นในวันที่จะเดินทางกลับตามบัญชาของจอมราชันย์

 


เรื่องนี้ดูเหมือนทำเพื่อรักษาสภาพและระงับความกระหายจะได้ไม่ลำบากในการหาหรือตักเตรียมเสบียง

 

แต่ความจริงแล้วมีการณ์ใหญ่ที่จำต้องรอให้เขเป็นผู้ดำเนินการสานต่อ....

 

ถึงเวลาของนางเอกจะต้องเป็นผู้ดำเนินเรื่องแล้วสินะ...

 

          รถลีมูซีนสีขาวคันโปรดถูกจอดเตรียมไว้ด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่  ท่ามกลางสายตาเหล่าคนใช้ที่เง้อคอมองผู้เป็นเจ้านายกำลังจะออกไปทำธุระข้างนอกเฉกเช่นทุกๆวัน    แอชตันหัวหน้าพ่อบ้านเป็นคนสนิทเพียงคนเดียวที่ท่านคาร์เตอร์เรียกใช้ใกล้ตัวอยู่ตลอดเวลา 

 

“….ดูเหมือนแขกของนายท่านจะกลับกันไปจนหมดแล้วสินะเนี้ย เสียงเอ่ยพร่ำของแม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดบานกระจกเอ่ยขึ้น

 

นั่นน่ะซิ  ท่านคาร์เตอร์คงจะครองโสดไปอีกสักพัก....น่าเสียดาย  คนใช้ที่ปัดกวาดเช็คถูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเอ่ยเสริมสนับสนุน  ก่อนจะหันไปเห็นตัวรถคลาสสิคคันหรูค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ



ณ บ้านไม้หลังหนึ่ง


เสียงของตัวการ์ตูนสุดน่ารักกำลังวิ่งโลดแล่นอยู่บนโทรทัศน์เครื่องเก่าแสนโบราณที่แทบจะส่งเสียงซ่าส์ให้อื้ออึงอยู่ตลอด เวลา   แต่ทว่าสายตาใสแป๋วของเจ้าตัวน้อยดูเหมือนกับจะไม่ระแคะระคายกับเสียงน่าหนวกหูนั้นเลย  ราวกับว่าทันทีที่รายการโปรดฉายตามเวลาโลกแห่งจินตนาการของเจ้าจอมยุ่งก็ถูกเปิดออก  วันนี้คุณตากำชับนักหนาว่าไม่ให้ไปวิ่งเล่นที่โบสถ์  เจ้าตัวน้อยไม่รับรู้ถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องลึกทำเพียงแค่นั่งอมยิ้มกว้างพร้อมกับพี่บราวน์ตุ๊กตาหมีตัวโปรดด้วยความเรียบร้อย

 

                ไม่นานเสียงเคาะประตูจากด้านบ้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างแสนคุ้นตาของชายหนุ่มที่ผุดผ่องไปด้วยราศี  ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราที่เป็นคนโทรไปขานรับข้อเสนอที่เจ้าหนุ่มเศรษฐีทิ้งเอาไว้ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเชื้อเชิญแขกด้วยความสุภาพผิดแปลกไปจากครั้งแรกที่ได้เจอกัน

 

                เข้ามาสิพ่อหนุ่ม....เข้ามาๆ

 

                “ แอชตัน....ไปรอที่ จาริสยังไม่ทันได้ออกคำสั่งจนจบประโยค  ชายชราก็ร้องท้วงดักคอเอาไว้สะก่อนจะเชื้อเชิญแขกหน้าคมที่ดูเหมือนจะเป็นคนติดตามด้วยสีหน้าเป็นมิตร

 

                โถ่เอ๊ย  ไม่เป็นไรหรอก...เข้ามาเถอะ  ”  ร่างสั่นเทาเอ่ยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินไปยังตู้เย็นเพื่อหาน้ำหาท่ามาต้อนรับแขก

 

                “ ขอรบกวนหน่อยนะครับ....แอชตันค้อมตัวให้อย่างสุภาพก่อนจะกวาดสายตามอง  จมูกแสนว่องไวนั้นค่อยสูดดมอากาศรอบๆพร้อมกับสมองที่ฉับไว

 

มีแต่กลิ่นมนุษย์....ท่านจาริสมีธุระอะไรที่นี่?   

                    

                บ้านคับแคบไปหน่อยนะ....รอแปปเดียวนะหลานดูการ์ตูนอยู่ ยังไม่ทันได้ย่างก้าวไปสำรวจอะไร  ชายชราก็ยื่นน้ำให้เขาเสียก่อน

 

หลาน....หลานอะไรกัน?

                    แอชตันได้แต่ยืนขมวดคิ้วอยู่ข้างๆท่านจาริสที่นั่งอยู่ที่โซฟารับรองตัวเก่าด้วยท่าทีที่สงบ


                “ ครับ  ไม่เป็นไรจาริสเอ่ยยิ้มๆก่อนจะยกน้ำขึ้นมาจิ๊บฆ่าเวลา  ว่าความจบร่างของชายสูงวัยก็เดินงก ๆ ไปด้านหลังทันที  ทิ้งเอาแต่ความสงสัยให้กับชายลูกผสมที่ได้แต่มีคำถามมากมายจนแทบจะอกแตกตาย

 

                “ ท่านจาริสขอรับ.....ในที่สุดแอชตันก็ตัดสินเปิดปากถามเสียเองให้รู้แล้วรู้รอด  แต่ทว่าฝ่ามือแกร่งของชายมาดขรึมตรงหน้าก็ยกขึ้นมายั้งฝีปากของเขาสะก่อน 

 

เอาหน่า....อีกเดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง นัยน์ตาสีไข่มุกดำทอดมองผ่านหางตาก่อนจะกระตุกที่ริมฝีปากอย่างคนเจ้าเล่ห์ 

 

ไม่นานเสียงฝีเท้าของมนุษย์ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  กลิ่นอายบางอย่างลอยคลุ้งเข้ามาภายในห้องจนชายลูกผสมถึงกับชะงักจนหน้าถอดสี 

 

กลิ่นนี้....กลิ่นนี่มัน!??   


แอชตันได้แต่สบถก้องอยู่ในใจก่อนจะตวัดใบหน้าคมไปหาต้นตอ  ร่างของชายชราที่เดินจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม  เรือนผมสีดุจทองคำ  ผิวขาวอมระเรื่อ  นัยน์ตาสีน้ำทะเลแสนสุกสกาว และกลิ่นอายดอกกุหลาบนี้!!!

 

นายหญิง......ชายลูกผสมได้แต่ยืนตะลึงงันพร้อมกับเอ่ยคำขานติดปากที่ตนไม่ได้เรียกผู้ใดมานานเนิ่น  ดวงใจแห่งความภักดีเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมาจากทรวงอก  นัยน์ตาคมร้อนผ่าวเมื่อเขาพบว่าเด็กน้อยวัยเตาะแตะตรงหน้าคือสตรีงามจรด  ผู้ที่เขาเทิดทูนมากเพียงไร....บัดนี้พระนางยืนอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ  ไม่ใช่ใครอื่นแน่นอน!

 

ดาริน  นี่คือ พี่จาริส คาร์เตอร์  สวัสดีพี่เขาสิหลาน ”  เด็กหญิงวัยกระเตาะเอียงคอมองแขกตามคำแนะนำของคุณปู่ด้วยความว่าง่าย  เมื่อเห็นว่าชายท่าทางสุขุมเป็นคนที่เธอเคยเจอมาก่อนเจ้าตัวน้อยก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะยกพี่บราวน์คุณตุ๊กตาหมีขึ้นมากอดแน่นและเอ่ยสวัสดีทักทาย

 

สวัสดี....ค่ะ  เสียงใสแจ๋วดังขึ้นอย่างน่าเอ็นดู  จาริสลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเข้ามาเจ้าตัวน้อยพลางค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งในท่าชันเข่า

 

สวัสดีครับดาริน....พระราชมณูผู้สุขุมกลับกำลังฉีกยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน  จนเด็กน้อยตรงหน้าเองก็ดูจะไม่ตื่นกลัวเท่าไหร่  ฝ่ามือแกร่งถือวิสาสะขอจับมือทักทายกับตุ๊กตาหมีที่ชื่อบราวน์พร้อมกับหยอกล้อจนเด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบอกชอบใจ  ไม่นานชายวัยชราก็พลอยยิ้มแย้มตามไปด้วยเมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในบ้านไม้หลังเก่าวันนี้กลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

  

“ แค่ก แค่ก แค่ก......!!! ” เสียงไอจากช่องท้องดังขึ้นเป็นชุดใหญ่จนชายชราที่นั่งเอนกายอยู่ถึงกับตัวงอ  แอชตันรีบวิ่งปี่เข้ามาดูอาการด้วยสีหน้าตื่นตระหนก!

 

               “ ….ไม่เป็นไรพ่อหนุ่ม   แค่คันคอเฉยๆ เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอนหลังพิงพำนักเก้าอี้ม้าโยกใหม่อีกครั้ง  แอชตันแอบโล่งใจที่เห็นว่ามนุษย์สูงวัยผู้นี้ปลอดภัยดี....

                    เขารีบไปประคองแขนคุณตาเพื่อพาท่านกลับไปนั่งยังเก้าอี้ม้าโยกตัวโปรดก่อนจะขันอาสาไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดมาให้ท่านได้อ่านคลายเหงาใจ  ขณะที่แอชตันกำลังพอจะปะติดปะต่อเรื่องและความน่าจะเป็นในสิ่งที่ท่านจาริสกำลังทำได้นั้น....จู่ๆก็มีแรงกระตุกน้อยๆเกิดขึ้นที่ขากางเกง

 

นายหญิง…..!?  แอชตันเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเรียกความสนใจจากเขาคือนายหญิงในร่างเด็กน้อยที่กำลังยืนเอียงคอมองหน้าเขาคล้ายกับกำลังใคร่รู้อะไรสักอย่าง

 

มีอะไรรึขอรับ.....คุณหนู ”  แอชตันเงียบไปนานกว่าจะนึกสรรพนามที่เหมาะสมขึ้นมาเรียกหานายน้อยคนใหม่ของเขาได้  ก็กินเวลาไปหลายอึดใจนัก

 

พี่ชาย.....ชื่ออะไรคะ....? เสียงใสๆเอ่ยถาม  ทำเอาลูกผสมผู้ต่ำต้อยถึงกับผงะ  ก่อนจะลอบยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู 


ท่านซาเลียน่ายังคงเหมือนเดิม....ขนาดมาจุติใหม่แล้วก็ยังไม่เปลี่ยน


ความอ่อนโยนที่สะท้อนอยู่ในแววตา...


คำพูดคำจาที่รู้จักสัมมาคาราวะและให้เกียรติผู้อื่น....

 

แอชตัน คอนเนอร์  ขอรับ....

 

ฮิฮิ....เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยที่ยิ้มจนนัยน์ตาสีฟ้าทะเลหยี แก้มนวลก้อนกลมค่อยๆออกสีชมพูขึ้นทีละน้อย   และแล้วเสียงเรียกจากอีกมุมห้องก็ดังขึ้นและเด็กสาวก็วิ่งเตาะแตะเข้าไปหาทันที  ท่านจาริสนั่งยองๆก่อนจะรวบร่างน้อยขึ้นมาอุ้มอยู่บนท่อนแขน  


เพียงเสี้ยววินาทีที่หันมาสบสายตากัน    ชายลูกผสมก็เข้าใจความนัยทุกอย่างตามภาษาผู้ที่ติดตามรับใช้ท่านจาริสมาได้นานหลายแรมปี

 

มิน่า....ฝ่าบาทถึงได้เสด็จมาค้างแรมอยู่ที่นี้ตั้งหลายปี 

เพื่อสิ่งนี้นี่เอง.....

ข้าน้อยเข้าใจแล้วพะยะคะ....

 

ป่ะดาริน  การ์ตูนเรื่องใหม่มาแล้วหน่า.....ชายหน้านิ่งทำทีเป็นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสูงลิ่วเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็กหญิงตัวน้อย  ก่อนจะจูงมือเด็กน้อยเข้าไปด้านในด้วยสีหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้ม....

 

หึๆ  ดูพวกเขาเข้ากันได้ดีมากกว่าที่ข้าคิดไว้นะ.....เอ็งว่างั้นไหมเจ้าหนุ่ม เสียงหัวเราะในลำคอของคุณตาทำให้ชายลูกผสมได้สติ  เขาคลียิ้มกว้างอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยเห็นด้วย

 

....กระผมติดตามท่านจาริสมานาน  แต่เพิ่งเคยเห็นท่านยิ้มก็คราวนี้แหละขอรับ ”  คำตอบแสนซื่อตรงของคนติดตามทำให้ชายชรามองออกถึงความจริงใจในถ้อยประโยค

 

....รินเองก็ไม่ได้หัวเราะในบ้านแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ  


ครั้งนี้ข้าอาจจะคิดถูกก็เป็นได้....


เสียงเก้าอี้ม้าโยกเริ่มโอนเอนอย่างช้า  ชายชราได้แต่เปี่ยมสุขอยู่ลึกๆ  ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อเจ้าริน  เผื่อวันหนึ่งปู่ต้องล้มหายตายจากจะได้ตายตาหลับ....ว่าอย่างน้อยหลานเองก็มีคนคอยดูแลแทนเขาแล้ว


ฤดูกาลผันเปลี่ยนเวียนวนไม่รู้จักจบสิ้น....ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องเริ่มก่อตัวมากขึ้นนับทวี  เสียงหัวเราะแสงสดใสค่อยๆเปลี่ยนบ้านไม้สีหม่นให้พลันสว่างไสวจนผิดหูผิดตา  ท่านจาริสขันอาสาไปมาหาสู่และดูแลครอบครัวเคทจนชีวิตการกินการอยู่ดีขึ้นผิดหูผิดตา  แม้จะพยายามเกลี่ยกล่อมชายชราให้ย้ายเคหะสถานมากินอยู่ด้วยกันที่นี้  แต่ทว่าไม่ว่าจะวิงวอนสักกี่ครั้ง คำบอกปัดเชิงปฏิเสธก็ยังคงเหมือนเดิม  ร่างที่ร่วงโรยตามกาลเวลาได้แต่ทอดมองหลานสาวที่เริ่มสวมใส่ยูนิฟอร์มนักเรียนชั้นประถมก็ให้ชื่นหัวใจคนแก่ยิ่งนัก  ยังดีที่จาริสเองก็ไม่ได้พรากดวงใจของเขาให้ออกห่าง...แต่กลับเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยียนอยู่เป็นนิจทุกวี่วันแทน

 

ดีกว่าเดิมอีกนะครับคุณตาเคท...เยี่ยมมากครับ เสียงเอ่ยชมของหมอดังขึ้นหลังจากตรวจเช็คสุขภาพคนป่วยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  แอชตันทำหน้าที่หยิบหมอนอิงมาให้ผู้สูงอายุเมื่อเห็นว่าท่านต้องการจะเอนกายนั่งสนทนากับหมอประจำตัวที่ท่านจาริสหามาให้ตรวจถึงที่

 

....พูดความจริงเถิดหมอ  เสียงแผ่วแหบพร่าของชายสูงวัยดังขึ้นด้วยสายตาวิงวอน  คนเป็นหมอถึงกับลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อจนปัญญาจะกลบเกลื่อนกับคนไข้ของตนเอง  จาริสที่ยืนฟังผลตรวจอยู่ข้าง ๆปั้นหน้านิ่งเมื่อเขาได้ยินเสียงรถบัสโรงเรียนที่เคลื่อนมาจอดอยู่ที่ชานหน้าบ้าน  นัยน์ตาคมหันไปส่งซิกให้แอชตันออกไปข้างนอกเพื่อไปวิ่งเล่นกับริน

 

  ข้าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน........คำพูดติดปากของชายชราที่ยังถือคำพูดแบบโบราณทำให้นายแพทย์ถึงกับหนักใจน้ำท่วมปาก  จาริสเดินไปข้างกายคุณตาก่อนจะเอื้อมมือบีบเคร้นอยู่ที่ช่วงบ่าราวกับบอกเป็นนัยๆว่าคุณตาไม่ได้อยู่ลำพัง

 

“…………….” คนเป็นหมอหนักอก  ก่อนจะหยิบผลตรวจของครั้งก่อนๆมาพิจารณาร่วมกับผลเอ็กซเรย์  นัยน์ตาทอดมองไปยังใบหน้าของชายชราที่กำลังฉายแววความหม่นหมองอยู่เนืองๆ

 

ไม่เป็นไรครับหมอ....จาริสเอ่ยเสริมเมื่อเห็นว่านายแพทย์ดูจะอ้ำอึ้งไม่กล้าที่จะบอก

 

กรุ๊ปเลือด AB Rh-   ปกติก็หายากพอตัวอยู่แล้วครับ....ยิ่งเป็นหัวใจที่ต้องมีขนาดและความเข้ากันได้แล้วความเป็นไปได้ก็นับว่าน้อยมาก  แถมสุขภาพของคุณตาเองก็ไม่น่าจะทนรับการผ่าตัดไหว  ยื้อเต็มที่....คงได้ไม่เกินหกเดือนครับ ”  คำสารภาพของหมอหนุ่มเอ่ยออกมาจนจบประโยค  ร่างสูงทำได้แค่กัดฟันกรอดเมื่อรับรู้ถึงข่าวร้ายที่ดารินจะต้องพบเจออีกหน  ความตายสำหรับมนุษย์เป็นสิ่งที่คืบคลานเข้ามาหาไวเสียจนเขาใจหายนัก

 

ยังงั้นเหรอ....หกเดือนก็เยอะแล้วล่ะ  ขอบใจมาก คนแก่เอ่ยพึมพำกับตนเองเมื่อรับรู้ถึงคำตอบที่ต้องการ  ใบหน้าที่มีแต่รอยริ้วกลับมาคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนคนเป็นหมอรู้จักสงสาร

 

เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ...ทางนี้ครับคุณหมอ ร่างสูงขันอาสาก่อนจะเดินนำหน้าคุณหมอประจำตัวของคุณตาไป  บรรยากาศกลับมาอึมครึมขึ้นมาอีกครั้งความเข้มแข็งเมื่อครู่ค่อยๆมลายสิ้น  นัยน์ตาของชายชราเต็มไปด้วยรื้นแห่งน้ำตาที่ไม่อาจปล่อยให้มันหลั่งไหล  ได้แต่ตัดพ้ออยู่ในใจว่าอย่างน้อยก็ได้รับรู้วาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว....นับว่าโชคดีกว่าคนอื่นๆ  ไม่นานร่างแกร่งแสนคุ้นตาของชายหน้าคมก็เดินเข้ามาหาพลางทรุดนั่งข้างกายไม่ยอมห่าง

 

จาริส......ฝ่ามือสั่นระงมของคนแก่เอื้อมเข้ามาหายังบ่ากว้างของชายหนุ่มพลางบีบแน่น

 

ครับ ร่างสูงขานรับเมื่อเห็นว่าคุณตามองมาด้วยสายตามุ่งมั่นและวิงวอนเพียงไร

 

ความทรงจำมากมายอยู่ที่นี่....ยังไงตอนข้าสิ้นลมก็รบกวนฝังร่างข้าไว้ที่นี่นะ  ฮะฮ่ะฮ่า....ขนาดตายยังจะเป็นภาระให้เจ้าอีก เสียงหัวเราะแห้งๆพร้อมกับแววตาที่ไว้เนื้อเชื่อใจนั้นพยายามข่มความรู้สึกเศร้าอยู่เต็มกลืน  แม้รอยยิ้มนั่นจะแสนอ่อนโยนมากแค่ไหนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะโศกเศร้าไปด้วย

 

“………………..” ชายหนุ่มได้แต่นั่งฟังนิ่งไม่ตอบขานสิ่งใด

 

 “ รินเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย....อาจจะขี้สงสัยไปหน่อย ขอเอ็งอย่าได้ลำคาญหลานตาเลยนะ ”  ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นฉายแววแต่ความสุขล้นเมื่อเอ่ยถึงหญิงสาวผู้เป็นหลานแท้ๆ

 

“…………………”

 

....ฝากรินด้วยนะ ถ้อยประโยคสุดท้ายช่างอบอุ่นและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน  คำฝากฝังเพียงไม่กี่คำ  แต่ทว่ากลับเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกนับล้าน  ร่างแกร่งได้แต่ปิดเปลือกตาลงนิ่งพยายามข่มความรู้สึกของมนุษย์ผู้หนึ่งที่กำลังมีอิทธิพลต่อภารกิจใหญ่ที่เขากำลังดำเนินการอยู่ให้น้อยลงไป                                                                          

 

  เขาได้รับมอบหมายให้พาดวงหทัยแห่งจอมราชันย์หวนคืนสู่ตำแหน่ง  ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ต้องพากลับไป  


แต่เขารู้ทั้งรู้ว่ามนุษย์เฒ่าผู้นี้ไว้ใจเขามากถึงขนาดฝากฝังร่างครั้นเมื่อลาลับโลกและฝากฝังให้ดูแลหลานสุดที่รัก


แต่เขากลับ....เขากลับกำลัง ทรยศ ความไว้ใจที่ชายชราภาพผู้เสียได้!!!!  จาริสทำได้แค่กำฝ่ามือเข้าหากันจนแน่นและขบริมฝีปากไว้ไม่กล้าเอ่ยปากรับคำ

 

คุณตา....


ข้ารู้ว่าเจ้าหมายถึงให้รินมีชีวิตที่ดี  เลี้ยงชีพตน มีคู่ครองที่ประเสริฐ


มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง  เกิดแก่เจ็บและตายลงภายในโลกมนุษย์นี้ 


แต่ข้าเองก็จำต้องรักษาคำสัตย์ที่เคยให้ไว้กับนายชีวิตเช่นกัน ข้าไม่อยากให้ฝ่าบาทต้องทนทุกข์อีกต่อไปแล้ว


พวกเขารักกันและไม่สมหวังเมื่อครั้งก่อน...ฉะนั้นมีแค่ครั้งนี้ที่ข้าจะมีโอกาสได้ตอบแทนฝ่าบาทบ้าง

 

 

จาริส...ได้โปรด   แต่แล้วเสียงเรียกสุดแสนวิงวอนของชายชราก็ดังขึ้นมาทำให้เขาได้สติ

 


คุณตา....ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย


ข้าเลือกฝ่าบาท....

 

                ไม่ต้องห่วงครับ....ผมจะดูแลน้องเอง จาริสได้แต่พร่ำซึ่งคำขอโทษมากมายอยู่ในใจ 



สี่เดือนผ่านไป....

 

ข่าวร้ายก็มาเยือน ณ บ้านไม้หลังเก่า....ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำราวกับท้องฟ้ารับรู้ถึงความเศร้าหมองของโชคชะตาเด็กสาวตัวน้อย  ชุดไว้อาลัยสีดำสนิทของคนในหมู่บ้านต่างมาร่วมไว้ทุกข์ให้กับคุณตาเคทผู้วายชนม์  ปีเตอร์ในนามผู้ใหญ่บ้านถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาแสดงความอาลัย  มีเหล่าบรรดาลุงเพื่อนบ้านสามสี่คนต่างขุดหลุมกันอย่างไม่เกรงกลัวต่อฟ้าฝนที่โหมเข้ามาราวกับมีพายุ  ฝ่ามือเย็นชืดของจาริสกุมข้อมือเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้จนแน่น  แอชตันค่อยกางร่มคันใหญ่เพื่อกันหยาดน้ำและละอองฝนมิให้มาโดนนายทั้งสองเด็ดขาด   เสียงเอะอะของชายวัยกลางคนทั้งหลายที่ขันอาสาดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆลำเรียงโลงศพลงไปบรรจุในช่องสี่เหลี่ยมที่ได้ตักเตรียมเอาไว้ 

 

พี่จาริส....เขาจะพาคุณปู่ไปไหนหรอคะ.....? เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนกำลังหิ้วที่ที่ปู่นอนหลับไป  คำถามที่เอ่ยมาทำเอาดวงใจของร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ข้างๆปวดหนึบ  ในหัวขาวโพลนไม่รู้จะสรรหาคำตอบใดมาตอบเด็กน้อยดี  ร่างสูงตัดสินใจไม่ตอบก่อนจะทอดมองภาพบรรยากาศและพิธีกรรมของพวกมนุษย์ต่อไปอย่างเงียบๆ

 

จอบเสี้ยมทั้งหลายค่อยๆตักกองดินโกยกลบลงไปอาบพื้นโรงด้านล่างทีละน้อย ทีละน้อยจนเด็กสาวตกใจรีบออกฝีเท้ากูรีกูจอวิ่งปี่เข้าไปคล้ายกับกำลังจะเข้าไปห้ามปรามตามภาษาเด็กที่ยังไม่รู้ความ

 

หมับ....

 

                “ ริน....จะไปไหนครับ   จาริสคว้าข้อมือน้อยไว้แน่นจนเด็กตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาใสแป๋ว 

 

เอาดินกลบปู่ทำไมคะ?....เดี๋ยวปู่หายใจไม่ออก ความใสซื่อของเด็กสาวที่หันไปถาม  ทำเอารอบข้างที่มีแต่พี่ป้าน้าอานั้นพากันร้องห่มร้องไห้โฮกันยกใหญ่ 

 

แอชตันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ดวงใจเองก็ปวดร้าวเช่นกันเมื่อเจอกับคำถามนี้...สายฟ้าฟาดกระหน่ำลงมาพร้อมกับสายฝนที่พัดแรงขึ้นจนเสื้อคลุมของเด็กตัวน้อยและพี่ชายร่างสูงเริ่มเปียกปอน  เรือนผมสีทองคำที่รวบขึ้นสูงปลิวไสวไปตามแรงลม ใบหน้ากลมอมระเรื่อกำลังมองมายังเขาราวกับต้องการคำตอบ  นัยน์ตาไข่มุกดำได้แต่สะท้อนความอ่อนโยนและเก็บงำความทุกข์เอาไว้ข้างใน  ฝ่ามือเย็นชืดลูบไล้ปรอยผมให้ออกไปจากใบหน้าน้องสาวก่อนจะปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

ปู่เขาจะอยู่ในนี้ครับ....มีชีวิตและหายใจในนี้ เด็กสาวก้มมองเรียวนิ้วที่ชี้เข้ามาที่อกของเธอก่อนจะแหงนหน้ามองกลับด้วยความงุนงงไม่เข้าใจในความนัยที่แอบแฝงอยู่

 

แต่รินชอบแบบเดิม....” 


“ เป็นแบบเดิมไม่ได้หรอคะ....? ” คำถามยังคงพุ่งพวยเข้ามาไม่หยุดหย่อน  แม้แต่ตอนนี้เหล่าแม่ชีซิสเตอร์ที่มาร่วมไว้อาลัยพอได้ยินคำถามจากเจ้าตัวน้อยก็พลอยหยิบผ้าเช็คหน้าขึ้นมาซับน้ำหน้าที่เจิ่งนองกันหมดแล้ว 


คำเอ่ยของเด็กสาวทำให้จาริสอับจนหนทางที่จะหาคำตอบให้  เปลือกตาปิดแน่นเมื่อรับรู้ว่าต่อไปภายหน้าเจ้าตัวจะรับรู้ความจริงและเจ็บปวดกับการสูญเสียในครั้งนี้มากแค่ไหน


ริน.....  ว่าแล้วพระราชมณูก็ดึงร่างของเด็กสาววัยกระเตาะเข้ามาอ้อมแขนแล้วลูบปลอบประโลม  โดยที่เจ้าตัวน้อยก็ยังไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงเอาแต่ร้องไห้  แววตาใสแหงนไปมองยังแอชตันที่เอาแต่ยืนก้มหน้าไม่ยอมพูดยอมจาเหมือนเช่นทุกๆที          

 

_______________________________________________________________________


Writter:  Top comments 


 moon_lovers (@moon_lovers)


 GhostTigerMaya (@GhostTigerMaya)



ขอบคุณที่ทำให้ไรต์ไม่เหงานะคะ :)


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #98 mochi mochi narek (@mewnarek-2507) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:40
    สงสารน้องริน
    #98
    1
    • #98-1 The Mystical Land (@mystical1) (จากตอนที่ 11)
      16 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:47
      อ่านไวมาก 5555 ตายแล้วววว ไรต์รู้สึกละอายใจ
      #98-1
  2. #13 wawawow555 (@wawawow555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:21
    โอ๊ย สงสารน้อง
    #13
    0
  3. #9 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 14:38

    ยังมีคำผิดอยู่บ้างทำให้การอ่านไม่ลื่นไหล แต่เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม ฝากแก้ไขด้วยนะคะ

    #9
    1
  4. #8 moon_lovers (@moon_lovers) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:19

    ไรต์มาไวๆจิ๊ ลุ้นนนนนน

    #8
    1