ภาค II Waiting for you รักนี้มีแค่เจ้า

ตอนที่ 13 : ตอน นัยน์ตาคู่นั้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    1 ก.พ. 62




แคสเปี้ยน ไวแอตเทนเจอร์


Writter:  ใครที่ไม่ได้ตามมาตั้งแต่ภาคแรกอาจจะค่อนข้างงงในตัวละครหรือเรื่องเนื้อนะคะ  ถ้าอยากรู้ที่มาที่ไปว่าพระนางของเรามีเรื่องราวและความเป็นมายังไง  แนะนำให้ลองอ่านภาคแรกก่อนนะ  ไรต์ทยอยรีไรต์อยู่  แต่ถ้าใครขี้เกียจจะข้ามทรานสคลิปต์มาที่ภาคสองเลยก็ได้ค่ะ 555555 

สามารถให้กำลังใจผ่านการคอมเม้นต์ได้เลยน๊าเพราะไรต์ชอบอ่านมากๆ  เป็นยาชั้นดีในการแต่งนิยายให้อ่านกันแบบฟรีๆแบบนี้ต่อไป  มีคำผิดคำถูกผิดพลาดประการใดก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

_____________________________________________________________________



ครืดดดดดดดด....

 


ค่ำคืนมืดครื้นอมชื้นจนทำให้รู้สึกเย็นสบาย ฝ่ามือหนาทาบลงบนหน้าต่างกระจกบานหนึ่งให้เปิดออกจนเข้าไปด้านในได้ในที่สุด  ความมืดภายในห้องบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าผู้เป็นเจ้าของนั้นหลับสนิทเป็นที่เรียบร้อย  สายลมอมน้ำค้างพัดโชยผ่านร่างแกร่งเข้ามายังในตัวห้องกว้างจนรับรู้ถึงกลิ่นกุหลาบที่คลุ้งอยู่ทั่วบริเวณ  ฝีเท้าหนาทอดน่องเดินในท่าห้อยหัวอยู่บนเพดานกว้างเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมของสาวเจ้าด้วยสายตาสีเอกลักษณ์  ดวงเนตรสีบลอนต์เทาอมฟ้าหรี่มองท่ามกลางความมืดไปพลางๆ 

 

ข้าวของกระจุกกระจิกตามภาษาผู้หญิง  แต่กลับจัดวางได้อย่างค่อนข้างเป็นระเบียง….

 

แสดงว่าเจ้าตัวคงไม่ใช่สตรีที่อยู่ในกรอบล่ะซินะ...

 


            เสียงหายใจเข้าออกเป็นจังหวะของร่างบางที่นอนซุกผ้านวมผืนอุ่นจนตัวแทบจะม้วนเป็นกลมคล้ายกับดักแด้ทำให้ริมฝีปากเรียบตึงถึงกับลอบอมยิ้ม  ร่างโปร่งกระโจนลงมาจากเพดานด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาจนแทบจะไม่มีเสียง  เขาก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนของร่างน้อยที่ยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่องด้วยแววตาทอแสงอ่อน  เส้นผมสีเด่นสยายไม่เป็นทรงจนปรกใบหน้างามจนเกือบมิด  นัยน์ตาคมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างกายของหญิงร่างเล็กขยับคล้ายจะตื่น  แต่ทว่าไม่ใช่นางแค่ขยับกายบิดเอี้ยวเพื่อพลิกตัวไปซุกหมอนข้างที่อยู่ข้างกายเท่านั้นเอง  ผ้านวมผืนหนาเลิกขึ้นมาจนเห็นช่วงไหล่และต้นคอตามแรงขยับ  เผยให้เห็นผิวขาวอมระเรื่อตั้งแต่หัวไหล่เว้าไปจนถึงไหปลาร้าที่มีเพียงชุดนอนสายเดี่ยวเนื้อผ้าบางพลิ้วภายในผ้าห่มเท่านั้น

 


                .................. ร่างแกร่งได้แต่อารมณ์คุกรุ่นอยู่ในใจนึกตำหนิสาวเจ้าที่ทำไมถึงใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ได้บางเบาขนาดนี้  แถมยังนอนดิ้นไปดิ้นมาแบบนี้มีแต่จะเลิกผ้าผ่อนให้เห็นเนื้อหนังมังสา  ใครมาเห็นเข้ามีแต่จะชวนจิตนาการให้ไกลไปถึงไหนต่อไหน.... 

 


                ร่างสูงไม่คิดเปล่าพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิมหมายจะดึงผ้าห่มให้ขึ้นมาปิดช่วงไหล่ขาวๆนั้นให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย  แต่ทว่าเจ้าของร่างกลับพลิกศีรษะกลับมาจนเส้นผมยาวสลวยดุจทองคำนั้นสยายออกจากใบหน้า  เผยให้เห็นโครงหน้าที่ได้รูป  นัยน์ตาคมชะงักพร้อมกับดวงใจที่เต้นกระหน่ำยามที่กลิ่นกายคล้ายดอกกุหลาบขึ้นมาเพราะแรงลมจากช่องหน้าต่าง  แม้นจะดูแตกต่างไปจากเดิม แต่สัดส่วนยังคงจัดมาลงตัวนัก  กรามและกรอบหน้านูนชัด  สันจมูกเรียวตรงได้รูป  ดวงตากลมโตรับกับขนตาที่ยาวงอนเป็นแพสวย  ริมฝีปากบางกระจับได้รูปดูอวบอิ่ม

 


ขนาดยามนิทราใบหน้ายังดูหวานละมุนยังชวนให้มองได้โดยไม่รู้สึกเบื่อเช่นนี้

 


            ยามที่นัยน์ตาสีฟ้าทะเลนั้นลืมตาตื่นขึ้นจะยิ่งน่ามองมากขนาดไหนกันนะ?  


                    ร่างแกร่งกลายเป็นฝ่ายค้อมตัวก้มลงไปหาใบหน้าของร่างอรชร  จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงระยะสามช่วงลมหายใจเท่านั้นเอง  นัยน์ตาแสนเย็นชากลับเผยแสงแห่งความอบอุ่นเจือด้วยรอยยิ้มเล็กๆ  ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน  ก็มีเพียงนางที่ทำให้ใจข้าโลดแล่นไม่อยู่ในการควบคุม  ทำไมกัน?  เพียงแว๊บเดียวที่รู้ซึ้งถึงดวงวิญญาณว่าเป็นดวงเดียวกันใจเขาก็เต้นไม่เป็นส่ำ  ทั้งๆที่นิ่งสงบมานานจนเกือบจะลืมสิ้นความรู้สึกนี้...แต่พอรู้ถึงสัญญาณว่าเป็นเธอคนนี้  เธอคนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน  ร่างกายของเขากลับขยับเข้าไปหาโดยไม่รีรอ 

 


            ทำไมมนุษย์เดินดินธรรมดาคนนี้...ถึงมีอิทธิพลกับหัวใจของข้านัก

 


เรียวนิ้วได้รูปกำลังไล้ฝ่ามือหนาจนเกือบจะได้สัมผัสไล้ไปยังพวงแก้มนวล  แต่ทว่าอากาศและลมที่โกรกเข้ามาทำให้เจ้าของเรือนเล็กขมวดคิ้วจนย่นคล้ายกับกำลังจะตื่น  และแล้วก็เป็นไปตามที่ชายแกร่งคาดไว้ แรงสะดุ้งเฮือกเพียงเสี้ยววินาทีทำให้เขาใช้สปิริตแวมไพร์วับไปเร้นกายอยู่ภายใต้เงามืด ณ ผ้าม่านผืนยาวที่ปิดหน้าต่างอีกบาน  ฝ่ามือเล็กขยี้เปลือกตาเพื่อให้ได้สติ  ก่อนจะใช้เรียวแขนหยัดกายขึ้นมาเพื่อตั้งสติ กลิ่นอายเย็นๆคล้ายน้ำหอมประหลาดที่ใกล้กับเรียวจมูกทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกจนได้ 

 

กลิ่นนี้อีกแล้ว...กลิ่นอะไร? 


สาวเจ้าครุ่นคิดก่อนจะกวาดสายตาจะไปสะดุดกับช่องหน้าต่างที่เปิดขึ้นมาไม่ถึงหนึ่งในสี่  นัยน์ตาสีฟ้าหรี่ลงก่อนจะถกเถียงกับตนเองว่าก่อนเข้านอนมั่นใจว่าปิดหน้าต่างทุกบานแล้วนี้หน่า....รึว่าเธอปิดไม่สนิทกันแน่นะ?  


ว่าแล้วสาวเจ้าเอี้ยวตัวไปเปิดโคมไฟที่อยู่ข้างเตียงเพื่อเพิ่มความสว่างก่อนจะคว้าชุดคลุมที่ห้อยอยู่ที่ราวมาสวมทับเพื่อกันลมหนาว  เพราะหน้าต่างปิดไม่สนิทนี้เองลมที่ได้พัดเข้ามาจนเธอสะดุ้งตื่น  ที่นี้ตอนกลางคืนจะหนาวมากเพราะรอบๆมีแต่ต้นไม้สูงและป่าเต็มไปหมด  สายลมพัดจนเรือนผมนุ่มสลวยพลิ้วไสวไปมาคล้ายกับบรรยากาศรอบกายกำลังกลั่นแกล้งร่างสูงที่ซ่อนเร้น  ยามที่ร่างบางกำลังออกแรงปิดหน้าต่างที่มีสายลมพัดผ่านเรือนร่าง  ทิศทางลมกลับหอบหิ้วกลิ่นกายแสนเย้ายั่วให้ลอยเคว้งมายังเขาเสียอีก  ลำคอแห้งผากตามสัญชาตญาณเสียงชีพจรของนางกำลังเต้นตึกตักไปมาคล้ายกับคำเชิญชวนให้ประทับคมเขี้ยว  นัยน์ตาคมพยายามสะกดใจให้นิ่งสงบไม่ยอมกระหายตามแรงดิบเถื่อนที่อยู่ภายในตัว

 


หาววววว....ร่างบางยกฝ่ามือเล็กขึ้นมาบังริมฝีปากที่อ้ากว้างตามความงัวเงีย  เจ้าตัวเลิกผ้านวมออกก่อนจะหย่อนกายขึ้นไปบนเตียงเพื่อกลับไปนอนเช่นเดิม

 


แต่แล้วมวลเมฆากลับไม่เป็นใจให้กับชายแห่งรัตติกาลเลยสักนิด  พวกมันเคลื่อนลอยออกจากดวงจันทราในค่ำคืนนี้  แสงสีเงินที่มักไม่สาดเข้ามายังบานหน้าต่างที่เขาประทับยืนนิ่งอยู่กลับสาดส่องเข้ามาจนเห็นเป็นโครงร่าง  ใบหน้างามที่กำลังจะล้มตัวลงนอนพลันชะงักก่อนจะเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาประหลาดรูปร่างคล้ายคนหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างอีกบานภายในห้อง!!

 


ผะ...ผี เหรอ!?   ใบหน้างามสตั๊นไปชั่วขณะก่อนที่มือไม้จะสั่นเทาตามแรงกลัว  ในหัวตอนนี้นึกถึงหนังสุดสยองมากมายที่เคยผ่านตาตอนเด็กๆ  พ่อแก้วแม่แก้วเอ๊ยยยยยย  ว่าแล้วทำไมคฤหาสน์ของท่านพี่ถึงได้สีทึบและดูเก่านัก  ที่นี้จะต้องมีประวัติคนตายรึไม่ก็เกิดคดีฆาตรกรรมมาก่อนแน่ๆเลย!!

 


                ใครน่ะ....! เสียงหวานร้องตะโกนถามด้วยใจที่ฮึบสู้  ก่อนที่ฝ่ามือจะคว้าเครื่องช็อตฟ้าที่ซ่อนไว้ใบลิ้นชักของโต๊ะตั้งโคมไฟที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมา  ก่อนจะค่อยๆลงจากเตียงนอนด้วยทีท่ากล้าๆกลัวๆ  นัยน์ตาคมของร่างสูงพลันชะงักเมื่อเห็นสายตาและท่าทางของคนเรือนเล็กที่ดูหวาดกลัวและมองมายังเขา  และแล้วร่างสูงก็ได้คำตอบจนเผลอขบเม้มที่ริมฝีปากจนสัมผัสได้ถึงคมเขี้ยว 

 

แสงจันทร์สาดเข้ามานี้เอง...บ้าชะมัด!

 

หลังข้าติดกับหน้าต่างแบบนี้...จะหนีไปทางใดได้กัน?!

 


            “ ฉันถามว่า คะ คะ ใคร….!!!เสียงหวานไล่เข้ามาใกล้จนเกือบจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว  ร่างสูงมองลอดผ่านเส้นทอของผืนผ้าม่าน ก่อนจะมีความคิดดีๆแล่นขึ้นมากะทันหัน   ร่างบางยกเครื่องช็อตไฟฟ้าขึ้นสูงเพื่อขู่ให้รู้แล้วรู้รอด!  ก่อนจะค่อยๆขยับฝีเท้าก้าวเข้าไปหา  เสียงหัวใจเต้นระรัวราวกลับจะตกไปที่ตาตุ่มเสียให้ได้  ฝ่ามือเล็กตัดสินใจคว้าชายผ้าก่อนจะออกแรงดึงผ้าม่านให้เปิดออกเพื่อดูว่าใครกันที่เป็นผู้บุกรุก!!

 


พรึ่บบบบบ!!!

 

            “ .............!!! ”  ว่างเปล่า?...ทำไมไม่มีใครเลย!!?  


             ร่างบางตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น  เงาสะท้อนจากแสงจันทร์เธอเห็นชัดเต็มสองตาแน่ๆว่ามีใครบางคนหยุดยืนอยู่หลังผ้าม่าน

 


แต่ทำไมเปิดมาถึงไม่เจอใครเลย!!! 

 

นี้มัน....ผีชัดๆ!!

 


 ขณะที่กำลังพลิกผืนผ้าไปมาเพื่อหาร่องรอยของผู้บุกรุกอยู่นั้นก็มีบางอย่างบินโฉบสวนใบหน้าเธอขึ้นมาด้วยความว่องไวจนร่างบางเผลอส่งเสียงหวีดร้อง!

 


            “ ว๊ายยยยยยยยย……!!!!”

 

 


พรั่บ  พรั่บ  ตุ๊บบบบ   พรั่บ  พรั่บ

 


                ไอ้ค้างคาวบ้า....

           

                และแล้วตัวการของเรื่องก็ปรากฏ  สัตว์มีหูหนูมีปีกนี้เอง  เสียงกระพือปีกของอย่างค้างคาวสีดำตัวน้อยดังระงมไปทั่วเมื่อมันขยับปีกบินว่อนไปว่อนมาจนชนผนังบ้าง  โคมไฟบ้างจนเกิดเสียงสนั่นลั่นไปหมด  ร่างน้อยลอบถอนหายใจที่พบว่าผู้บุกรุกที่แท้ก็แค่ค้างคาวที่ดันบินหลงเข้ามาในห้องนี้เอง  สงสัยจะเข้ามาเพราะเธอปิดหน้าต่างไม่สนิทนั้นเอง...ว่าแล้วสาวเจ้าก็เดินฉับๆไปยังหน้าต่างบานใหญ่แล้วเปิดออกจนเกือบสุดหมายให้เจ้าค้างคาวตัวน้อยบินออกไปสู่วิถีของมันดังเดิม  แต่ทว่า....

 


พรั่บ  พรั่บ  โป๊กกก  ตุ๊บบบบบบ!

 


ทำไมจอมราชันย์อย่างข้า....ต้องมาแปลงเป็นร่างค้าวคาวตัวจ้อยนี้กัน

 

ควบคุมและทรงตัวยากชะมัด!!  


ร่างสูงนึกพร้อมกับก่นด่าตนเองที่ดันทรงตัวบินไม่ดีเอาหัวโหม่งหล่นลงพื้นสภาพดูไม่จืด

 



            “ เห้ออออ....จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดีล่ะเนี้ย? เสียงใสดังข้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเธอเห็นว่าเจ้าค้างคาวน้อยบินมายังไม่ทันได้ออกไปจากห้องนอนก็บินเอาหัวมาโขกกับขอบหน้าต่างดังโป๊กร่อนลงเอาหน้าจุ่มพื้นเสียอย่างนั้น  ร่างบางขบขันกับความเขลาของค้างคาวแล้วจึงจะตัดสินใจช่วยประคองมันขึ้นมาด้วยความเบามือ  ไออุ่นที่ประคองร่างจำแลงของเขาขึ้นมาบนฝ่ามือทำให้ร่างสูงชะงักก่อนจะปรายตามามองด้วยใจที่เต้นตึกตัก  ร่างบางพาค้างคาวตัวจ้อยขึ้นมาบนฝ่ามือแล้วพามันไปสัมผัสกับอากาศอมชื้นเย็นสบายที่อยู่ภายนอก


 


                เอ้า....”  เธอส่งเสียงให้สัญญาณและแล้วเจ้าค้างค้าวตัวดีก็โผบินออกไปทันที  ร่างบางเอื้อมมือปิดหน้าต่างแล้วลงกลอนล็อคก่อนจะกลับไปยังเตียงนอนของตนเอง

 

 



พรั่บ  พรั่บ  พรั่บบบ  พรึ่บบบบบบ

 


 ในขณะที่ร่างสูงบินมาถึงระเบียงห้องบรรทมของตนเองก็จำแลงคืนสภาพก่อนเป็นร่างแวมไพร์รูปงามเช่นเดิม  เส้นผมที่เคยอำพรางเป็นสีดำสนิทกลับคืนเป็นสีบลอนต์เทาเฉกเช่นเดิมอีกครั้ง  นัยน์ตาคมขบขันกับรอยบวมปูดที่เกิดจากความเซ่อซ่าของเขาเองเมื่อครู่  สัมผัสไออุ่นที่ได้อยู่บนฝ่ามือของร่างบางนั้นเขายังจดจำมันได้ดี   ร่างสูงสาวเท้าย่างกลับเข้าไปยังห้องของตนเองแต่ทว่าผลข้างเคียงของการจำแลงเป็นค้างคาวร่างเล็กในขณะที่ไอปีศาจกลับมีมหาศาลแบบนี้...กลับส่งผลเสียตามมาโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ระแวดระวัง  ท่อนแขนแกร่งยันกายเพื่อทรงตัวเมื่อเขาพบว่าจู่ๆภาพที่เห็นมันก็รู้สึกดับวูบไปชั่วขณะ  ลมหายใจหอบรัวถี่ขึ้นคล้ายกับว่าอากาศภายในห้องมันมีไม่พอขึ้นมาเสียดื้อๆ  ร่างสูงเดินเซเล็กน้อยก่อนจะทรุดตัวล้มลงนอนบนเตียงกว้างของตนเอง  ฝ่ามือหนาปลดกระดุมออกจนเห็นซึ่งแผลงอกกว้างด้วยความร้อนรน  ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขารู้สึกเสียดแปล๊บจนแน่นหน้าอกแล่นขึ้นมา

 

อาการแบบนี้เขาไม่เคยเป็นมาก่อน...

 

มันคืออะไรความรู้สึกคุ้มร้อนคุ้มหนาวแบบนี้....มันคืออะไร

 


จาริส......จาริส.....เสียงทุ้มแหบกระเส่าพยายามจะเพ่งจิตหาราชมนูผู้รู้พระทัย  แต่ทว่านัยน์ตามันพร่าเลือนจนเขาอยากจะอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด  จู่ๆร่างกายมันก็รู้สึกคล้ายกับกองเพลิงมาสุมอยู่ที่อกอย่างไงอย่างงั้น

 


ความรู้สึกนี้คืออะไร....

 

 

รุ่งสาง

 

            เสียงฝีเท้าวิ่งดังตึกตึกไล่เข้ามาใกล้จนชายเจ้าระเบียบถึงกับย่นคิ้วโก่งเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด  ฝีเท้าใครวิ่งตามระเบียงแถวห้องนอนของเขาจนเกิดเสียงดังโครมครามมากขนาดนี้กัน  ว่าแล้วเจ้าตัวก็เด้งขึ้นมาจากเตียงนอนกว้างของตนเองด้วยความขุ่นมัว  และแล้วเจ้าของฝีเท้าที่วิ่งหน้าตาตื่นด้วยทีท่ากระหืดกระหอบก็คือ แอชตัน ชายลูกผสมนั้นเอง

               

ท่านจาริส...ท่านจาริสขอรับ!! แย่แล้ว แย่แล้วขอรับ!!! ” น้ำเสียงตื่นตระหนกของเจ้าตัวดังขึ้นพลางพูดประโยควนลูปซ้ำไปซ้ำมาจนชายที่ตื่นขึ้นก่อนเวลาถึงกับตวาดลั่นด้วยความหงุดหงิด

 

อะไรที่แย่เหล่า……!!!” ว่าแล้วชายเจ้าระเบียบหยีเส้นผมของตนเองด้วยความโมโห  นัยน์ตาสีไข่มุกดำชักฉายแววความก้าวร้าวบ่งบอก  จนแอชตันจำต้องตั้งสติแล้วพูดจาให้รู้เรื่องก่อนที่คนตรงหน้าจะปรี๊ดแตกเสียก่อน

 

ฝ่าบาท....ดูอาการไม่ดีเลยขอรับ! ” เมื่อสิ้นเสียงคำรายงาน  พระราชมนูคนสนิทอย่างจาริสถึงกับใจหล่นวูบเด้งกายลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงนอนด้วยแววตาสว่างโล่งไร้ซึ่งความงัวเงียอีกต่อไป  จาริสรีบบึ่งไปยังห้องบรรทมของฝ่าบาทโดยไม่สนเลยว่าชุดของตนเองติดกระดุมเรียบร้อยดีรึเปล่า

 

 

พระราชมนูใจร้อนรนเดินฉับไวด้วยความเร่งรีบทิ้งให้ชายลูกผสมอย่างแอชตันถึงกับวิ่งไล่หลังตามมาแทบไม่ทัน  จาริสคว้าลูกบิดประตูเปิดเข้าไปดูอาการของฝ่าบาท  เท้าทั้งสองข้างก้าวเข้าไปหาฝ่าบาทด้วยความกระวนกระวายพลางใช้สายตากวาดมอง  ระเบียงไม่มี  ห้องนั่งเล่นไม่มี  รึว่าอยู่ที่ห้องบรรทมว่าแล้วเจ้าตัวก็ปี่เข้าไปยังห้องกว้างด้านในทันทีนัยน์ตาคมตกตะลึงที่เห็นองค์เหนือหัวหายใจเข้าออกด้วยท่าทีหอบเต็มที พระวรกายชุ่มไปด้วยเหงื่อจนหมอนหนุนและผ้าปูเปียกชุ่มจนเกือบหมด 

 

ฝ่าบาท...ฝ่าบาท จาริสพยายามลองเรียกจอมราชันย์เพื่อตรวจทานดูว่ายังมีสติอยู่รึเปล่า  แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงขานตอบกลับมา  มีเพียงสีหน้าที่นอนซมพึมพำบางอย่างระงมฟังไม่เป็นศัพท์

 

 ไม่ได้ผล....

 

เมื่อเห็นว่าพระเนตรยังคงปิดสนิท ดังนั้นเขาจึงลองใช้หลังมือถือวิสาสะวัดอุณหภูมิภายในร่าง  ทันทีที่ความเย็นชืดบนหลังฝ่ามือสัมผัสไปยังพระนลาฎ  ก็ต้องชักกลับเข้าหาตัวทันทีที่รับรู้ถึงความร้อนดุจเปลวไฟ นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อรับรู้ความจริงที่ว่าฝ่าบาทกำลังประชวรจริงๆ 

 

ทำไมจึงประชวรได้.....

 

จาริสไม่พูดเปล่าจรดใช้เรียวนิ้วจรดจับชีพจรเพื่อวัดการเต้นของหัวใจ  จึงรับรู้เลยว่าจังหวะการบีบตัวนั้นถี่รัวผิดปกติ!   ร่างแกร่งถือวิสาสะปลดกระดุมชุดฉลองพระองค์ของฝ่าบาทออกทั้งหมดเพื่อคลายความร้อนระอุที่กำลังแล่นสูงนับทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ  พอดิบพอดีกับที่แอชตันก็วิ่งมาถึงยังหน้าห้องบรรทม

 

แอ๊ดดดดดดดด!

 

            “ แฮ่ก...แฮ่ก  ท่านจาริสขอรับ....เสียงเรียกจากชายลูกผสมทำให้พระราชมณูละมือมาสั่งการด้วยความเร่งรีบ  ร่างแกร่งทอดน่องเข้ามาหาก่อนจะส่งกำชับบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง

 

            “ แอชตันไปยังเสบียงที่ห้องใต้ดิน  เอาของมาให้ข้าด่วน! ”  ชายเจ้าระเบียบเดินฉับๆไปยังห้องที่จองจำแวมไพร์อีกผู้ให้หลับใหลในสภาพจำศีลด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

 

            “ สะ  เสบียง?แอชตันทวนคำถามด้วยความคิดที่ยังไม่เข้าใจ  แต่แล้วท่านจาริสก็หันขวับตวัดสายตาสีแดงแกมเข้มมาหาด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวจนเขาถึงกับผงะ

 

                ของอยู่ในหีบข้า  ไปเอามา….เดี๋ยว-นี้!!!

 

                ขอรับ  เดี๋ยวนี้เลยขอรับ! ” ชายลูกผสมรีบไสเกียร์หมาวิ่งไปเอาของที่ว่านั้นโดยทันทีพลางขบคิดถึงความฉุนเฉียวที่ไม่เคยเห็นท่านจาริสโมโหถึงขนาดเปลี่ยนสีตามาก่อนด้วยความวิตก  แสดงว่าองค์เหนือหัว...ประชวรหนักเลยรึนี้?

 

ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้  จะให้ใจเย็นได้ยังไงจาริสนึก

 

                ทันทีที่เห็นแอชตันวิ่งหน้าตั้งไปตามที่เขาสั่ง  ใจที่เดือดพล่านก็พอจะทุเลาลง  สองฝีเท้าก้าวเข้าไปยังห้องกว้างทันทีไม่รอช้า  ฝ่ามือหนาเอื้อมคว้าเพื่อปลดสลักที่โรงจำศีลด้วยความเร่งรีบ  ผู้ที่หลับใหลลืมตาบรือขึ้นตื่นเมื่อแสงอาทิตย์สาดเข้ามาทแยงตาจนแสบพร่าไปหมด  ฝ่ามือหนายกขึ้นมาบดบังแสงจ้าด้วยความงุนงงก่อนที่จะหันมาเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของชายที่เข้ามาปลุก

 

                ท่านจาริส.....? เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเชิงประหลาดใจที่เห็นสีหน้าขุ่นมัวของชายเจ้าระเบียบ  ชายหัวกะทิหยัดกายลุกขึ้นจากโรงจำศีลก่อนจะหยิบจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง

 

                ถึงเวลากลับแดนแม่แล้วหรือ....?ชายหนุ่มหัวไวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจที่ดูเหมือนเขาเพิ่งจะเข้าโหมดจำศีลไปได้ไม่นาน เหมือนเพิ่งล้มตัวหลับเมื่อวันวานนี้เอง...นี้ถึงเวลากลับแล้วรึไรกัน?  ชายหัวกะทิไม่พูดเปล่าถอดแว่นสายตาประจำกายของตนเองขึ้นมาเช็คไปพลางๆอีกด้วย


                ไม่ใช่....ข้าปลุกเจ้าให้มาทำยาต่างหาก

 

ขวับ...?

 

            ยา...ยาเนี้ยนะ? วิลเลียมงุนงงเข้าไปใหญ่  เขาหยุดชะงักฝีเท้าที่เดินตามไล่แผ่นหลังของจาริสลงก่อนจะเอ่ยคำถาม

 

                ยา....แล้วใครเป็นผู้ใช้กัน?

 

            “ ฝ่าบาท สิ้นคำตอบชายหัวกะทิถึงกับชะงักด้วยความตกใจตั้งแต่ครองราชย์มาไม่ยักเคยเห็นจอมราชันย์ล้มหมอนนอนเสื่อเลยสักครั้ง  ตลอดเวลาที่จำศีลเกิดอะไรขึ้นรึไรกันวิลเลียมเดินไปเช็คอาการองค์เหนือหัวเพื่อให้เห็นกับตาไปเลยว่าประชวรอะไร 

 

โอ้ว...พลังปีศาจล้นทะลักจนเกิดไข้นี้เอง


ที่แท้....เป็นอย่างนี้รึเนี้ย?  วิลเลียมคลี่ยิ้มเมื่อเขาเดินมาถึงยังห้องบรรทมแล้วตรวจอาการเบื้องต้นจึงได้ทราบพระอาการ  แต่ทว่าก็อดริมฝีปากไม่ให้เหยียดรอยยิ้มไม่ได้จริงๆ  เมื่อเห็นว่าชายนักวิจัยหัวเราะรวนพลางกระตุกยิ้ม ทำเอาจาริสถึงกับนึกฉงนว่าเจ้าแวมไพร์ตนนี้มันขำอะไรของมัน!!

 

เจ้าขำอะไรถ้าตอบไม่สวยล่ะก็  ”  เสียงทุ้มต่ำจนถึงขีดสุดดังเพรียกมาหาพร้อมนัยน์ตาสีแดงฉานจากราชมนูผู้จงรักภักดีที่ชำเลืองมาเป็นการเตือนแก่เขาว่าเขาคิดจริงทำจริงแค่ไหน  วิลเลียมยักไหล่ไม่สนก่อนจะวกกลับเดินฉับไปยังห้องแล็ปของเขาเอง  จาริสเดินตามติดแจก่อนจะรีดเคร้นเพื่อให้ได้ซึ่งคำตอบ!

 

หมับบบบบ!

 

            พระราชมนูไม่เหลือซึ่งความเยือกเย็นดังเดิม  เขาตบะแตกถึงขนาดคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาหาตัวแล้วจ้องตาอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์

 

วิล!!!  ข้าถาม….!!!!”  ในขณะที่ชายหนุ่มนักวิจัยกลับหัวเราะรวนสวนขึ้นมาเสียอย่างนั้นที่ได้เห็นอีกด้านของชายที่ชอบทำสีหน้าเรียบตึงอยู่ตลอดเวลาที่ได้ร่วมงานกันอยู่ที่โลกมนุษย์นี้

 

ช้าก่อนท่านจาริส....ใจเย็นๆ เมื่อเห็นแววตาคมปราดมองมาอย่างจริงจังจากชายโลกส่วนตัวสูง  ฝ่ามือหนาจึงยอมคลายคอเสื้อที่กระชากเมื่อครู่ลงแล้วสงบนิ่งให้มากกว่าเดิม  เมื่อได้คอเสื้อคืนชายหนุ่มก็กระตุกดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์สำหรับบดยาตามหน้าที่

 

ถ้าอยากรู้ว่าข้าขำอะไร....ตอนฝ่าบาทตื่นก็ถามท่านดูเองซิ

 

ว่าฝ่าบาทไป ซน อะไรมารึเปล่า....หึ หึ หึ  

 

ซน...?  ซนอะไรกัน?  มันต้องการจะสื่ออะไรกันแน่  จาริสนึก

 คำพูดกึ่งสองแง่สามง่ามจากเจ้าวิลเลียมทำให้จาริสยิ่งขมวดคิ้วจนเป็นปมพันยุ่งเหยิงไปจนหมด  แม้นจะอยากรู้แค่ไหนก็จำต้องข่มใจไว้ให้สงบนิ่งดั่งสายธารน้ำไหล  พระราชมนูจึงไม่ได้คาดคั้นหาคำตอบอะไรจากชายผู้เข้าถึงยาก  ทันทีที่แอชตันวิ่งปี่เอาเสบียงสำหรับบดทำยาขั้นพื้นฐานเข้ามา...ร่างสูงผู้เป็นมือขวาของจอมราชันย์ก็ขันอาสาออกไปด้านนอก


คุณหนูคะ...คุณหนู  คุณหนูดาริน เสียงเรียกพร้อมกับแรงเขย่าร่างบางให้รู้สึกตัวดังขึ้นเรื่อยๆจนคนที่เพิ่งจะข่มตาหลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงยอมลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งด้วยอาการงัวเงียจนถึงขีดสุด  ร่างอ้อนแอ้นใช้ฝ่ามือลูบใบหน้าเบาๆเพื่อให้สร่างจากอาการง่วง  คิ้วโก่งขมวดเป็นปมเมื่อเห็นว่าเช้าวันนี้คนที่เข้ามาจัดแจงปลุกไม่ใช่แอชตันจอมจู้จี้เหมือนเช่นทุกๆวัน

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู....หญิงวัยกลางคนเอ่ยพร้อมกับเปิดผ้าม่านให้แสงสว่างจ้าสาดเข้ามาภายในห้องนอน  ร่างบางรับชุดคลุมอาบน้ำมาสวมก่อนจะรวดเส้นผมของตนเองให้สูงขึ้นจนเห็นต้นคออย่างลวกๆ

 

แอชตันไปไหนเหรอ....ในที่สุดคำถามที่ค้างคาก็เผลอหลุดปากถามออกมาจนได้  หญิงแม่บ้านวัยกลางคนคลี่ยิ้มก่อนจะจัดแจงจัดที่หลับที่นอนให้เรียบร้อยแล้วเอ่ยตอบ

 

เห็นว่าท่านจาริสมีประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารน่ะค่ะ...จึงเพิ่งจะออกไปเมื่อสักครู่เอง

 

ติดประชุม?  ร่างบางนึกแคลงใจก่อนจะหวนถึงคำพูดของแอชตันที่เอ่ยถึงงานการกุศลที่จะนำภาพเธอไปร่วมจัดในงานนี้ด้วยจึงถึงบางอ้อ  สาวเจ้าพยักหน้ารับอย่างยิ้มๆก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำส่วนตัวเพื่อเตรียมสำหรับบทเรียนในรอบเช้าที่แอชตันได้เตือนความจำไปแล้วเมื่อวาน

 

 

“………………….” ร่างบางที่แช่กายอยู่ในอ่างน้ำได้แต่ปล่อยให้ตนเองคิดนู้นนี้นั้นไปเรื่อยๆเพื่อฆ่าเวลา  นัยน์ตาหวานกวาดมองไปโดยรอบด้วยความเนือยๆ  เพราะเงาบ้านั้นแท้ๆเลยทำให้เธอกลัวกว่าจะข่มตาหลับได้ก็ปาไปเกือบจะเช้าตรู่อยู่แล้ว  เรียวนิ้วกดนวดเคร้นไปที่เปลือกตาที่รู้สึกล้าหน่อยๆเนื่องจากอาการอดหลับอดนอน  ก่อนที่ศีรษะเอนอิงพิงไปยังขอบอ่างอาบน้ำด้วยความเหนื่อยล้า  น้ำอุ่นกลิ่นอาโรมาร์ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นจริงๆ  ฝ่ามือได้รูปยกชูขึ้นเหนือหัวก่อนจะใช้สายตาเพ่งมองเพื่อไขว่คว้าอากาศ

 

เมื่อไหร่จะถึงสุดสัปดาห์สักที.....

 

อยากไปเที่ยวจะแย่....เสียงพร่ำเอ่ยกับตนเองก่อนี่จะตัดสินใจลุกออกจากอ่างอาบน้ำเพื่อไปแต่งตัวให้เรียบร้อย  คฤหาสน์หลังใหญ่โตแต่กลับเงียบเหงาจนเธอรู้สึกเคว้ง ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของตนเองยามที่ก้าวเดิน  ไม่นานนักหลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ  อาจารย์เดอร์ริกก็เข้ามาทำการสอนรายวิชาสุดหินอย่างคณิตและวิทย์ตามหน้าที่  เนื้อหาที่เรียนช่างยากเย็นแสนเข็ญจนร่างน้อยนึกบ่นอยู่ในใจว่า จะเรียนไปทำไมให้เยอะแยะกัน?  แต่ก็ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนตามที่ท่านพี่จัดสรรมาให้โดยที่ไม่กล้าจะปริปากบ่นออกมาตรงๆ

 

 

พรึ่บบบบ....

 

งั้นวันนี้เท่านี้ก็แล้วกัน.... อาจารย์มาดเข้มเหลือบมองดูหน้าปัดนาฬิกาข้อมือก่อนจะตัดสินใจละบทเรียนที่สอนกันมาตลอดทั้งวันแต่เพียงเท่านี้  เขาเอื้อมหยิบจับตำราลงสู่กระเป๋าหิ้วของตนเองอย่างเป็นระเบียบก่อนจะหันมาคลียิ้ม

 

ขอบคุณมากค่ะท่านอาจารย์....คุณหนูหน้าตาสะอาดสะอ้านค้อมศีรษะเคารพด้วยความนอบน้อมก่อนที่จะขันอาสาเดินมาส่งอาจารย์ด้วยตัวของเธอเอง   อาจารย์มาดเข้มเดินผละออกมาจากตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองลิบลับด้วยความอ่อนใจ  นึกเสียดายที่หญิงหัวไวคนนี้ถูกเลี้ยงดูปูเสื่อเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน  ปิดกั้นสังคมเสียจนนึกเสียดายในศักยภาพหลายๆอย่างที่ลูกศิษย์ของเขาจะขาดไปเพียงเพราะทางบ้านให้ความสำคัญกับการเรียนแบบตัวต่อตัวที่บ้านมากจนเกินไป

 

14.00 น.

 

ใบหน้าหวานก้มมองนาฬิกาที่สวมอยู่บนข้อมือ ก่อนที่ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างเด็กจอมซนเมื่อเห็นว่านี้คือช่วงนาทีทองขนาดไหน อาจารย์ประจำตัวเลิกสอนก่อนเวลา ท่านพี่และแอชตันจอมเจ้ากี้เจ้าการก็ดันไม่อยู่  แถมพ่อบ้านและแม่บ้านทั้งหลายต่างก็ยังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดในหน้าที่ของตนเอง  แล้วจะมีอะไรเหมาะเจาะไปได้มากกว่านี้อีกบ้างล่ะ!!!  ร่างบางยิ้มกริ่มก่อนจะตัดสินใจไปยังปีกตะวันตกอีกครั้ง   นัยน์ตาแสนซุกซนกวาดมองสอดส่องลู่ทางก็พบว่าไม่มีใครอยู่ละแวกนี้  จึงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นไปยังบันไดกว้างเพื่อขึ้นไปยังห้องใหญ่ที่เมื่อวานเธอยังสำรวจไม่ทั่ว

 

วันนี้เวลาเยอะเหลือเฟือฉะนั้นไม่ว่าจะหัวเด็ดตีนขาดยังไง

 

เธอก็จะต้องรู้ให้ได้เลยว่าของในกล่องนั้นคืออะไรกันแน่!!!

 

 

...ตึก  ตึก  ตึก  ตึก....

 

 มนุษย์?   เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อเขาได้ยินฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอ  กลิ่นกายหอมประหลาดที่โชยมากับลมทำให้ชายหัวกะทิที่กำลังบดยาอยู่ชะงักมือไปในทันที  ใบหน้าคมตวัดหันไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงฝีเท้าผสมกับเสียงชีพจรไล่เข้ามาเรื่อยๆ  มีเสียงบิดลูกบิดและเสียงเปิดประตูจนดังแอ๊ดที่ห้องบรรทมของฝ่าบาท  ใบหน้าคมกระตุกรอยยิ้มก่อนจะตัดสินใจถือถ้วยบดยาขนาดย่อมขึ้นมาจากโต๊ะทำงานของตนเอง  ก่อนจะเหลือบไปมองทางหน้าต่างกว้างที่เป็นทางเชื่อมไปยังระเบียงห้องของจอมราชันย์ 

 

ไหนขอดูหน่อยซิว่า....

 

ใครกันที่กล้าเข้ามายังเขตหวงห้าม  วิลเลียมลอบยิ้มก่อนจะตัดสินลอบไปสำรวจผู้บุกรุกอีกช่องทางเพื่อดูอะไรสนุกๆ

 



แอ๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

                

 เสียงประตูชั้นนอกดังขึ้นเผยให้เห็นบุคคลต้องสงสัยรูปร่างบาง สีผมประหลาดที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่ายเสียจนแวมไพร์อย่างเขารู้สึกแสบพร่าที่ดวงตาเต็มทน


ดีเท่าไหร่ที่มีธำมรงค์กันแสงอาทิตย์ของโลก  มนุษย์....


ว่าแต่นางเป็นใครกันล่ะ?



       วิลได้แค่เร้นกายชำเลืองมองด้วยความยากลำบากเพราะเหลี่ยมที่เห็นนั้นแทบจะยลโฉมสตรีใจกล้าผู้นี้ได้ไม่ถนัดตาเอาเสียเลย  ร่างโปร่งขยับกายเข้ามาแอบตามซอกของเสาด้านนอกเพื่อชะเง้อมองผู้บุกรุกที่เดินดิ่วตรงไปที่ห้องบรรทมของฝ่าบาทเสียอย่างนั้น



ชุดอาภรณ์ที่สวมใส่ก็มิใช่ของพวกแม่บ้านสักนิด....


ฉะนั้นนางผู้นี้คือใครกันล่ะนี้?  


              วิลได้แต่สงสัยก่อนจะหาทำเลดีๆเพื่อสำรวจพฤติกรรมของสตรีแปลกหน้าว่าเข้ามาทำอะไรในเขตหวงห้ามที่ท่านจาริสเคยแจ้งกับเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านคนอื่นๆไปหนหนึ่งแล้วแท้ๆ ด้วยความสงสัยปะปนกับความอยากเห็นอะไรสนุกๆ ร่างโปร่งจึงลอบเข้าไปด้านในเพื่อสำรวจเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตาตนเองดีกว่า เขาตัดสินใจเทยาที่บดจนได้ที่ลงในซองบรรจุก่อนจะซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าใต้เสื้อคลุมและเร้นกายซ่อนตนอยุ่เพดานกว้างในลักษณะห้อยหัว



กึก.....



        เสียงปิดประตูห้องดังขึ้นอย่างแผ่วเบาเมื่อร่างบางค่อยๆใช้ฝ่ามือดันกลับอย่างช้าๆ เสียงพ่นลมหายใจอุ่นๆดังขึ้นราวกับโล่งอก ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินตรงไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ใหญ่เสียยิ่งกว่าไซส์คิงส์ที่เคยเจอะเจอ แต่ทว่าจู่กลิ่นอายเย็นๆก็โชยมาตามแรงลมเมื่อประตูริมระเบียงถูกเปิดออกให้ถ่ายเทอากาศ เสียงลมพัดวี้ดวิ้วดังไปมาราวกับเสียงดนตรีทำให้ร่างบางผู้บุกรุกนึกฉงนใจ



ทำไมประตูถึงเปิด? 


ไหนว่าห้ามใครเข้ามาที่นี้ยังไงล่ะ? ดารินึกก่อนจะตัดสินใจสาวเท้าเข้าไปด้านในอย่างไม่ลังเล แต่แล้วเธอก็จำต้องชะงักเมื่อเห็นว่าบัดนี้เตียงนอนที่เคยว่างเปล่ากลับมีใครบางคนนอนซมอยู่ที่กลางเตียง!!?



หึ่ย....ใคร!?


ผู้ชายนี้หว่า!? 


           ทันทีที่เห็นเคร้าโครงหน้าและแผลงอกกว้างที่ปลดกระดุมจนเผยให้เห็นผิวขาวซีดเพียงบางส่วนก็ทำให้ร่างบางได้คำตอบ เสียงหายใจหอบกระเส่าดังระงมคล้ายกับต้องการอากาศทำให้ร่างน้อยรู้สึกกล้าๆกลัวๆที่จะเดินเข้าไปหาว่าชายตรงหน้าคือใครและเข้ามานอนอะไรในบ้าน!?



            “ เอ๊ะ....รึว่าจะเป็นแขกของท่านพี่? ” เสียงพรึมพรำกับตนเองดังขึ้นก่อนจะตัดสินใจเดินอ้อมไปที่ข้างเตียงกลายๆ  เพื่อพินิจมองคนแปลกหน้าที่สายจนป่านนี้ก็ยังนอนหลับสนิทชนิดที่ไม่คิดจะตื่น   นัยน์ตาสีฟ้าสกาวต้องชะงักเมื่อเห็นปอยผมบางส่วนที่จรดที่เรียวจมูกกระเพิ้มไปมาตามแรงลมหายใจเข้าออกที่ดูหอบและถี่ระรัวเกลือเกิน ริมฝีปากได้รูปอ้าเผยอเล็กน้อยจนเห็นไรฟันที่เรียงตัวสบกันได้รูป


หูว....เขี้ยวสองคู่สบกันพอดี


ฟันสวยจังเลยแหะ....



           แม้ผมบางส่วนจะปรกใบหน้าจนเกือบมิดแต่ทว่ามองปราดเดียวก็รับรู้ทันทีว่าชายที่นอนซมอยู่ในห้องนี้คงจะเป็นลูกหลานมหาเศรษฐีหรือไม่ก็พวกผู้ดีเก่าแน่ๆ


ดูซิ...ผิวขาวราวกับกระดาษ ชีวิตนี้คงไม่เคยเจอความโหดร้ายของแสงอาทิตย์เลยรึไรกัน


ผิวพรรณหน้าตารวมๆก็จัดว่าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านใช้ได้


แถมพักอยู่ที่ปีกตะวันตกสะด้วยคงเป็นแขกคนสำคัญของท่านพี่....



ออกไปจากที่นี่ดีกว่า...




      “ หอบ...แฮ่ก....หอบ....แฮ่ก”เสียงหายใจถี่ระรัวดังระงมราวกับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง นัยน์ตาสีฟ้าทะเลเพ่งมองถึงความผิดสังเกต แผงอกกว้างยกขึ้นยกลงเป็นจังหวะที่ถี่จนเกินวิสัย คิ้วโก่งขมวดจนเป็นปมก่อนจะค้อมตัวกึ่งก้มลงไปใช้ฝ่ามือแนบลงทาบทามที่กลางหน้าผากของชายคนแปลกหน้า




(สะดุ้ง!!!)



     “  ร้อน....ร้อนมาก! ” ดวงหน้าหวานละมุนหย่นเข้าหากันอย่างตึงเครียดเมื่อพบว่าชายที่นอนซมหายใจหอบกระเส่ากำลังมีไข้ที่สูงจัดจนน่ากลัว ฝ่ามือเล็กทาบมืออีกข้างลงหน้าผากของตนเองเพื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิแบบคร่าวๆก่อนจะอุทานงึมงำ



       “ โห ทำไมร้อนขนาดนี้! ” ขณะที่เจ้าตัวกำลังบ่นกับตนเอง ชายที่นิทราเพราะพิษไข้ก็บรือตาตื่นด้วยความยากเย็น สายตาคมพร่าเลือนแต่กลับได้กลิ่นกุหลาบใกล้มากใกล้เสียจนเขารู้ว่าหญิงที่ถือวิสาสะมาแตะต้องเขาคือใครที่เขาเฝ้ารอคอยมานานนับพันปี เปลือกตาคมแค่จะรั้งไว้ให้ลืมตาตื่นทำไมมันช่างยากเย็นนัก เสียงบ่นพร่ำฟังไม่ได้ศัพท์ทำให้ร่างสูงนึกหงุดหงิดกับอาการประหลาดที่ทำให้หัวเขาหนักอึ้งจนแทบจะลุกขึ้นไม่ไหว แต่เมื่อจู่ๆสัมผัสที่แนบนิ่งอยู่ที่หน้าผากถูกผละออกไปก็คล้ายกับมีใครกระตุกดวงใจคนเย็นชาให้หล่นวูบ  บัดนั้นร่างกายมันกลับขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยที่สติทั้งหลายก็ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์



หมับ......ตุบบบบบ!!



         รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกคว้าข้อมือแล้วดึงจนเซถลาลงมาบนเตียง  นัยน์ตาสีแปลกของชายแปลกตาจ้องมาที่ฉันด้วยแววตานิ่งงัน....



         สีบลอน์เทาหม่นอมฟ้านั้นจ้องเข้ามายังนัยน์ตาของฉันที่มองเขาด้วยแววตาเลิกลั่กทำอะไรไม่ถูก



         ใบหน้าของเขาช่างคมคายได้สัดส่วนอะไรขนาดนี้ยามที่ได้เห็นในระยะใกล้  ดีเท่าไหร่ที่เราใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันข้างกายไม่ให้ล้มไปนอนทับอีกฝ่ายเสียก่อน  กลายเป็นว่าถ้าใครเข้ามาเห็นช็อตนี้คงคิดว่าฉันคือสาวใจแตกที่กำลังรุกผู้ชายในท่าคร่อมจากด้านบน  ตอนนี้นัยน์ตาคู่นั้นห่างจากฉันไม่ถึงยี่สิบเซนฯด้วยซ้ำ  ลมหายใจร้อนๆรดอยู่ที่ปลายจมูก ฝ่ามือร้อนจี๋ยังคงจับอยู่ที่ข้อมือของฉันและไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย



     “................” เราสองคนที่เป็นคนแปลกหน้าต่างนิ่งอึ้งไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไร แต่ระยะเราใกล้จนแทบจะเผาขนขนาดนี้ แต่ไม่รู้ทำไมความรู้สึกลึกๆข้างในมันกลับทำให้ฉันนึกถึงฝันบ้าๆสมัยเด็กๆ



ทำไมชวนให้ฉันนึกถึงผู้ชายที่อยู่ในฝันกันนะ


 นี้มันเรื่องบ้าอะไร...


     จู่ๆแว๊บหนึ่งฉันเห็นแววตาของเขาที่มองมาอย่างอ่อนโยนอยู่ช่วงหนึ่ง  ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสายตาที่อ่านไม่ออกว่ากำลังโมโหหรือว่าเจ้าเล่ห์



 นัยน์ตาคู่นั้นเมื่อกี้...


อะไรกันความรู้สึกนี้....


อย่างกับมีผีเสื้อนับล้านบินอยู่ในท้องอย่างนั้นแหละ



          เสียงลมหายใจหอบกระซิกอยู่ทั่วใบหน้า ไอร้อนผ่าวจรดอยู่ที่ปลายจมูก สัมผัสดุจเปลวเพลิงที่ยังจับอยู่ที่ท่อนแขนพร้อมกับแววตาวาวโรจ์พร้อมกับริมฝีปากที่กระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ  แต่กลับสะดุดใจฉันจนแทบจะหยุดเต้นไปเสียอย่างนั้น เสียงทุ้มต่ำเอ่ยราวกระซิบคล้ายกับคนใกล้ขาดสติเต็มกลืน



        “ เข้ามาทำอะไร ” ว่าแล้วเสียงแหบกระเส่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวใจฉันที่เต้นรัวคล้ายกับจะปะทุออกมา กลิ่นอายเย็นๆติดจมูกนี้คือกลิ่นน้ำหอมยี่ห้ออะไรกันแน่นะ ถึงทำให้สติสัมปชัญญะที่มีกระจุยกระจายไม่เหลือหรอ สันจมูกได้รูปค่อยๆคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆจนฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนระอุที่รดอยู่ที่ใบหน้า  สัมผัสบางอย่างมันกำลังประท้วงอยู่ข้างใน  ในขณะที่เหตุผลทั้งหลายกับตีอยู่ในสมอง



เหมือนฉันเคยเจอผู้ชายคนนี้....


ที่ไหนมาก่อน....




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

141 ความคิดเห็น

  1. #68 bellpuksee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 17:03

    สนุกมากเลยค่ะ/// https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    #68
    0
  2. #16 superlemons (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:57
    มาต่อไวๆนะค้าาา สนุกมากเลย
    #16
    0
  3. #15 jeen555 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:23
    เย้ ไรท์มาแล้วววว ขออีกๆๆๆ
    💖😘🙏🙏
    #15
    0
  4. #14 wawawow555 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:22
    พระเอกหล่อจังเลยเรื่องนี้
    #14
    1
    • #14-1 mystical1(จากตอนที่ 13)
      30 มิถุนายน 2561 / 16:01
      อิอิ เป็นธรรมดาค่า
      #14-1