P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 17 : ตอน ผู้หญิงคนนี้จะถูก (แปลงโฉม) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    28 มี.ค. 62






คุณเคยฟังนิทานเรื่อง หมาป่าหลงรักลูกเป็ดขี้เหร่ บ้างรึเปล่า...?



 


[Hannah’s Part]

 

วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวันนี้  ตื่นเช้า  ให้อาหารโอเลี้ยงเสร็จก็รีบมาห้องเรียน


แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าวันนี้มันแตกต่างกันแน่นะ?


ราวกับว่าสายตาของคนรอบๆตัวจะพากันมองมาที่ฉันเป็นจุดๆเดียว


รึจะเป็น...เรื่องที่ไอ้บ้านั้นทำที่โรงอาหาร!?

 

                เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนชายหญิงที่เริ่มเดินมาออกันเป็นกลุ่มก้อนก่อนจะมองมาทางฉันด้วยสีหน้าที่เบ้จนปากคว่ำพลางมองหางตาแบบจิกๆเต็มไปหมด  แก็งค์สาวของฉันรวมทั้งเด็กหอบลูอีเกลคนอื่นๆต่างนั่งเงียบ  ไม่มีทีท่าอยากจะเข้ามายุ่งด้วย  ขณะที่ฉันวางเป้ลงที่นั่งเดิมๆของตนเองเหมือนกับทุกๆครั้ง  น่าแปลกที่ฉันกลับสัมผัสได้ถึงความอึดอัดบางอย่างที่ก่อให้เกิดสงครามแห่งความเงียบ

 

                ริมฝีปากบางยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจื่อนเพื่อพยายามซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายใต้กรอบแว่น  อาจารย์ประจำคลาสเริ่มบทเรียนเป็นที่เรียบร้อย  ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาจดเอกสาร  ไม่ว่าจะมีกระดาษที่ปั้นเป็นลูกบอลขนาดย่อมโยนมากระแทกหัวฉันแบบแนบเนียนสักกี่ลูก  ดูเหมือนว่าเด็กหอสีน้ำเงินแห่งนี้ก็ทำผ่านเลยคล้ายกับปิดหูปิดตา  อีริกเองก็เพ่งความสนใจไปที่กระดานไม่ได้คัดค้านการกระทำเหล่านี้แต่อย่างใด

 

ทำไมนะ...มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วนี้


เราเข้ามาที่นี่เพราะต้องการคบหาเด็กหัวกะทิ เรียนดี  มีวินัยด้วยตนเองแท้ๆ


แต่ทำไมนะ...ฉันกลับรู้สึกปวดหนึบที่อกเมื่อได้รู้ซึ้งของมิตรภาพที่แท้จริงของตนเอง

 


พรึ่บบบบบ!  โป๊ะ!!!

 

                เสียงของน้ำหนักเบากระแทกเข้าที่ข้างหูของฉันเต็มๆอีกครั้ง  แม้จะหันขวับกลับไปหาต้นตอแค่ไหนสุดท้ายก็ไร้เบาะแส  ร่างบางหยิบลูกบอลกระดาษของพวกคนพาลขึ้นมาก่อนจะตัดสินใจคลี่มันออก  มีข้อความหยาบโลนมากมายแนบมาด้านในเต็มไปหมด

 

                ‘ หน้าด้าน!!!!! ’

 

                ‘ อัปลักษณ์! ’

 

                ‘ ยัยยาจก! ’

 

                แม้ข้อความเหล่านี้จะไม่ส่งผลกับชีวิตหรือว่าการจบการศึกษาของฉันเลยแม้แต่น้อย  แต่ด้วยความที่ฉันมีหลักประกันคล้ายกับโซ่ตรวนที่คล้องอยู่ที่ลำคอหนาแน่นเสียขนาดนี้  โต้ตอบไปก็ไม่ได้อะไร  ทำเพียงแค่ทำเป็นไม่สนใจแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้มันจบๆ  เรื่องตลกร้ายมันแค่เพิ่งจะเริ่มต้น  แต่ที่ตลกยิ่งไปกว่านั้นก็คือเหล่าเพื่อนมากมายที่ฉันรู้จักในหอพักนี้ทุกคนต่างสนใจแต่เรื่องของตนเองทั้งสิ้น

 

จะคาดหวังอะไรเหล่าฮันน่า....


ก็นี้คือแก่นแท้ของบลูอีเกล  เธอเองก็รู้

 

                ในขณะที่ฉันได้แต่ปลอบใจตนเองให้ผ่านพ้นเรื่องราวแย่ๆในวันนี้ให้ได้นั้น  ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ทอดทิ้งฉันไว้เผชิญโลกอันมืดมิดนี้เพียงลำพัง  กลับมีใครบางคนกล้าที่ก้าวเข้ามาหาฉันโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัว  ร่างสูงผมสีเอกลักษณ์ฝ่าวงขาเม้าท์จนกลุ่มก้อนนั้นทลายสิ้น  เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาอย่างมั่นคงโดยไม่หวั่นเลยว่านี้คือคลาสของเหล่านักเรียนที่ชั้นปีแก่ที่สุด  สีหน้าคมคายหันมามองฉันก่อนจะยกยิ้มแล้วก็พยักหน้าเชิงให้ไปด้วยกันแบบเปิดเผย

 

“ เฮ้....ไปกินข้าวด้วยกันไหม  เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ  ทำให้ฉฉันเงยหน้าขึ้นไปมองแบบตั้งใจเป็นครั้งแรก  ใบหน้าคมได้รูปมีรอยแดงคล้ายฝ่ามือที่ยังคงบวมนิดๆอยู่ที่สากแก้ม 

 

รอยที่ถูกเราตบไปนี้หน่า  ยังไม่หายอีกรึไง?


แต่ว่าทำไมกันนะฉันอุตส่าห์จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวคนเดียวแท้ๆ 


แต่พอเจ้าเด็กบ้านี้เอ่ยปากชวนเท่านั้น...ใจฉันกลับขานรับโดยไม่ยั้งคิดสะแล้ว


 

“…………………” เมื่อเห็นว่าร่างบางได้แต่ยืนนิ่ง  แต่สีหน้ากลับคล้ายจะเบะปากร้องโฮออกมาเสียเต็มกลืน

 


หมับ...!

 


“  ไปเหอะหน่า.... ว่าแล้วฝ่ามือหนาก็คว้าหมับมากึ่งจูงกึ่งลากฉันให้ออกไปจากความอึดอัดนี้โดยไม่เกรงกลัวท่ามกลางสายตาคนเกือบร้อยที่นั่งอยู่ในคลาส  มีพวกแบล็ควูฟยืนอออยู่หน้าห้องแล้วก็ส่งเสียงวี๊ดว๊ายโฮร้องเชิงชอบใจในความบ้าบิ่นของประธานตัวเอง  น่าแปลกที่ฉันกลับรู้สึกว่าพวกเขาเป็นมิตรผิดไปจากความคิดเดิมๆ....เสียงโห่แซวให้หนวกหูทั้งหลายเหล่านี้กลับดูจริงใจและสนุกสนานอย่างที่ฉันคนนี้ไม่เคยคิดว่าหอสีดำจะมีบรรยากาศแบบนี้เลย

 

ทำไมล่ะ...ทำไมถึงเป็นนายอีกแล้ว?


แม้แต่เพื่อนของฉันยังไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวด้วยการเข้ามาพูดคุยกับฉันเลยสักคนด้วยซ้ำ 


แต่ทำไม...หมอนี้ถึงได้....

 

เขาเข้ามาทำให้เรื่องราวของฉันมันวุ่นวายเต็มไปหมด  แต่ทว่าวันที่ฉันต้องการใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วย  ทำไมหมอนี้ถึงได้เข้ามาตอนนั้นในทุกๆครั้ง  มีเพียงแผ่นหลังกว้างที่เป็นภาพเดียวที่ฉันยังคงมองอยู่  ไม่รู้ทำไมฉันถึงยอมปล่อยให้เขาจับมือแล้วเดินนำหน้าไปโดยไม่คิดจะคัดค้าน  มีเพียงเสียงหัวเราะเฮฮาที่ยังคงดังกรอกหูไม่รู้จักหยุดหย่อน  ฉันตัดสินใจปิดเปลือกตาไม่รับรู้  ความอบอุ่นที่ยังคงจับมือฉันเอาไว้ไม่ปล่อยทั้งๆที่ครั้งล่าสุดฉันเพิ่งจะตบเขาไปตั้งหนึ่งฉากแท้ๆ  


ทำไมถึงมาปกป้องฉันอีกล่ะ  


เอาเถอะคนแบบนี้คิดหลายตลบไปก็ไม่มีประโยชน์...


ปล่อยเลยตามเลยสักหนคงไม่เป็นอะไร



ถ้าหิวก็ไปหาอะไรกิน...รึถ้าจะรอเพื่อนก็รออยู่นี้แล้วกัน คำพูดเบาๆเอ่ยขึ้นหลังจากที่ถือวิสาสะกึ่งลากกึ่งจูงฉันมายังที่โต๊ะไม้แห่งหนึ่งในโรงอาหารใหญ่  เหล่านักเรียนชายขี้เล่นพากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวโห่แซวอะไรกันไม่รู้จนฉันเห็นรอยยิ้มเปื้อนอยู่บนใบหน้าชายขี้เก๊กจอมเอาแต่ใจอย่างคาร์ดอสเป็นครั้งแรก  พวกเขาผลักอกกันบ้าง  หยีเส้นผมจนยุ่งเหยิงแล้วก็หัวเราะและก็หัวเราะ  รอบตัวฉันตอนนี้มีเพียงฉันคนเดียวที่นั่งจับจองพร้อมกับเป้สะพายข้างที่วางเป็นเพื่อนคู่ใจ  มีเพียงเมมเบอร์สาวหน้าตาดุชื่อไดน่าอะไรสักอย่างที่มองตาขวางแต่ก็ไม่ได้พูดะไรแย่ๆใส่เหมือนครั้งล่าสุดที่เจอกัน

 


เสียงเอะโวยวายเริ่มดังกระฮึ่มเมื่อเหล่านักเรียนจากหลากหลายชั้นปีเริ่มเลิกคลาสเรียแล้วบึ่งมาหาที่นั่งจับจองเป็นของตนเอง  นาเดียกับโอเว่นเซย์ไฮอยู่ไกลๆเพราะพึ่งเสร็จจากรายวิชาเสริมที่ฉันไม่ได้ลงตารางเดียวกับพวกเธอทันตอนช่วงปิดเทอม  ฉันโบกมือกลับพร้อมยิ้มแห้งๆ  โอเว่นเดินบ่นเรื่องราวมากมายที่เจอในชั้นเรียนก่อนจะทรุดกายวางกระเป๋าลง  พร้อมกับนาเดียที่วางหนังสือแล้วเริ่มหันมาถาม

 


ฮันน่าหิวยัง....ไปหาอะไรกินกันป่ะ เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มอ่อนมาให้   แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเพียงแค่ได้เห็นเพื่อนซี้ยังมีทีท่าเหมือนเดิมแตกต่างจากพวกบลูอีเกลคนอื่นๆน้ำตาฉันมันก็เอ่อล้นขึ้นมา....

 

เฮ้ย!! ผีบ้า  ร้องไห้ทำไมยะ!!! ” เสียงแว๊ดของสาวสองดังขึ้นพร้อมกับดึงฉันมาปลอบ 

 

แกพูดอะไรห๊ะนาเดีย!! //  ฉันยังไมได้ทำอะไรเลย! ”  นาเดียยักไหล่ไม่รู้เมื่อเห็นว่าโอเว่นหันมาต่อว่าเธอที่เป็นต้นเหตุให้ฉันเสียน้ำตาให้เห็นเป็นครั้งแรก

 

ในขณะที่ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาขึ้นมาลวกๆก่อนจะหัวเราะแห้งๆแล้วบอกว่าไม่มีอะไร  ดูเหมือนความทุกข์ใจที่เคยฝังอยู่ข้างในก็พลันมลายสิ้น  ไม่รู้เพราะอะไรแต่การที่มีเพื่อนที่ดีแบบนี้มันทำให้ฉัน....รู้สึกดีใจ...ดีใจมากจริงๆ  แต่แล้วพวกเรายังไม่ทันได้ออกไปหาของกินมาลงท้องดูเหมือนว่าเหล่าหมาป่าก็กำลังเดินกลับมาที่โต๊ะกันสะแล้ว  ร่างสูงผมบลอนต์สีทองเด่นเป็นประกายเดินกลับเข้ามา  เขาเอียงคอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าฉันมีเพื่อนเข้ามาดูแลแล้ว  เราสบตากันแต่ไมได้พูดอะไร  เขาและเดอะแก็งค์ที่เป็นฮีโร่ช่วยฉันในวันนี้ยกยิ้มที่ริมฝีปาก  ก่อนจะกระแทกไหล่ใส่เจ้าตัวที่เดินนำหน้ามาและจบลงด้วยการที่เมมเบอร์และ P4 ของแบล็ควูฟนั่งกินข้าวลงข้างโต๊ะของพวกเราที่อยู่ติดกันเฉยเลย!?



แก...คือ คือว่าทำไมพวกแบล็คถึงนั่งแถวนี้กันหมดเลยล่ะ โอเว่นเริ่มหน้าถอดสีเพราะถ้าสังเกตดีๆมีแต่ชุดยูนิฟอร์มคลุมทับด้วยสีดำนั่งรายล้อมโต๊ะพวกเราที่ใส่ยูนิฟอร์มสีน้ำเงินทั่วสารทิศ

 

ไม่มีอะไรหรอก ไปหาไรกินเหอะ ฉันบอกปัดก่อนจะดันหลังให้โอเว่นเลิกงอแงแล้วไปหาอะไรยัดลงท้องกันดีกว่า

 

เออๆ...ไม่มีก็ไม่มี นางเออออก่อนจะรีบจูงมือนาเดียสาวเท้าเดินไวๆเพื่อจะได้รีบกินรีบไปดีกว่าด้วยสีหน้าตาตื่น  ฉันตัดสินใจเดินอยู่รั้งท้ายก่อนที่จะหยุดยืนแล้วหันกลับไปมอง

 

แผ่นหลังกว้างที่หันหลังอยู่กับวงสนทนาของเพื่อนตนเองอยู่กำลังเริงร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หนึ่งในนั้นมีผู้ชายขี้โวยวายที่ชื่อกรีเซลหรืออะไรสักอย่างลุกขึ้นมาขยี้หัวจนเจ้าตัวออกปาก  ฉันหลุดยิ้มกับทีท่าที่ดูเป็นกันเองและรู้สึกได้ว่านี้คือ ความจริงใจ ที่พวกเขามีให้กันและกันมากกว่าทุกๆรุ่นที่ฉันเคยเห็นๆมา  ไม่รู้ว่าเพราะชายที่กำลังหันหลังให้ฉันอยู่ตอนนี้ที่เป็นคนเปลี่ยนมัน  หรือเป็นเพราะบรรยากาศวงหยอกล้อที่ฉันเพิ่งเคยได้เจอและได้ยินเป็นหนแรกกันแน่

 

ใช่   นี่เป็นครั้งแรก...

 

ที่ฉันคิดว่า แบล็ควูฟ  ดูน่าอยู่....มากกว่าที่คิด


เห้ยๆ ยัยสี่ตาแฟนแกเมื่อกี้มองมาทางนี้ด้วยว่ะ! ” กรีเซลชายปากปีจอเอ่ยพร้อมกับส่งเสียงกระเซ้าเหย้าแหย่ใส่เพื่อนชาย  ที่นั่งยิ้มแป้นแล้นไม่พูดไม่จา

 

รุ่นพี่ ไอ้สัส....เรียกพี่หน่อยก็ดี ”  ร่างแกร่งเอ่ยสวนก่อนจะหยิบกล่องนมรสกล้วยหอมขึ้นมาดื่มแก้ต่าง

 

วิ้วๆๆๆ คิดจะปีนเกลียวก็บอกเถอะว่ะ  เมื่อกลางวันเห็นป่ะๆ!!.....ไปกินข้าวด้วยกันไหม? หือโถ่  ทำเป็นเนียนชวนเขาออกเดท!!!! ” กรีเซลทำท่ายกขวดขึ้นมาคว้ากับกำลังจับไมค์แล้วเก๊กประโยคสุดท้ายเพื่อล้เลียนเพื่อนชายที่กำลังหลุดสีหน้ายิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงหูด้วยความเขิน

 


โป๊กกกกกก!!

 

พูดมากไอ้สัส.....พูดมาก! เสียงด่ากราดผสมคำหยาบเริ่มเล็ดลอดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งพร้อมกับใบหูที่เริ่มขึ้นสีจัดขึ้นเรื่อยๆ 

 

โหหหห เอาขวดน้ำตีขนาดนี้  กูก็เจ็บเป็นนะครับคุณเพื่อน....กรีเซลบ่นโอดก่อนจะแสยะยิ้มด้วยความชอบอกชอบใจที่เห็นปฏิกิริยาดังกล่าวและแล้วแม้แต่ราฟเองก็ยังอดขำในทีท่าของประธานไม่ได้ว่าวันนี้เผลอหลุดอาการเคอะเขินออกมาให้เห็นจนใครๆก็สังเกตเห็นได้ง่ายมาก

 

รู้สึกเวลานายน้อยยิ่งเขิน...คำหยาบจะยิ่งเพิ่มขึ้นนะครับ ชาลเริ่มผสมโรงเอาอีกคน



ชาล...เดี๋ยวเถอะมึง !!! เสียงด่ากันวงในยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดลงในขณะที่เมมเบอร์สาวคนเดียวในวงสนทนาได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรและมองคาร์ดอสที่หลุดอากัปกิริยาดังกล่าวให้เห็นทีละนิดขึ้นทุกวัน

 


ตึกตึ่ก  ตึกตึ่ก  ตึกตึ่ก

 


            ว่าแล้วเสียงหัวเราะสุดเฮฮาก็จำต้องจบลงเมื่อเหล่าแบล็ควูฟที่นั่งล้อมวงกินข้าวอยู่ลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะทันทีที่เห็นยูนิฟอร์มสีแดงชาดโผล่พรวดเข้ามากลางวงชนิดที่ไม่มีใครตั้งตัว  เสียงฝีเท้าหนักๆเดินฝ่าวงของเหล่านักเรียนสายบู๊ด้วยสีหน้าเริงระรื่นก่อนจะยกมือยกไม้เอ่ยทักทายเหล่านักเรียนหลากหลายชั้นปีที่นั่งกินข้าวอยู่เป็นหมวดหมู่แถวนี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม



            เรือนผมสีม่วงของลูกพลัมเด่นโดดสะท้อนแสงเจิดจ้าไปทั่วทุกอณู  สีหน้าคมที่มักจะเปื้อนด้วยรอยยิ้มที่ริมฝีปากทำให้ร่างสูงที่กำลังสนุกเฮฮาหยุดชะงักลงแล้วหันขวับกลับมามอง  เหล่านักเรียนเกรดสิบที่นั่งออกันอยู่ที่นี้มองเหล่าเมมเบอร์และประธานจากหอเรดฟอกซ์ที่อยู่เกรดสิบสองกันเป็นตาเดียว  ไม่นานนักฝ่ายก็เป็นคนเอ่ยปากทักทายก่อน

 

            สวัสดีเทอร์เนอร์.... เสียงทะเล้นติดอารมณ์ดีเอ่ยขึ้นก่อนจะฉีกยิ้มด้วยความเป็นมิตร

 

            มีอะไรกับผมรึเปล่า รุ่นพี่ดัชเชรด คาร์ดอสกดเสียงต่ำเมื่อเห็นว่าการยกโขยงของอีกฝ่ายที่เดินฝ่าวงมาแบบนี้ดูผิดสังเกตอย่างไงชอบกล

 

            โห เรียกว่า พี่วิลหรือวิลเลียมก็ได้....เรียกสะเต็มเชียว เสียงกลั๊วหัวเราะดังขึ้นก่อนจะเอามือล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงของตนเองด้วยท่าทางสบายๆ

 

            งั้นเรียกผมแค่ คาร์ดอสหรือคาร์ก็พอครับ.....ว่าแต่ ? เสียงทิ้งท้ายเอ่ยเว้นวรรคเพื่อให้อีกฝ่ายพูดธุระของตนเองมาอย่างตรงไปตรงมา  ทำให้นัยน์ตาที่ยกยิ้มอยู่เมื่อครู่แววระยับ

 


หมับบบบบ!!!

 

            “ แค่มาชวนไปกินข้าว.....ซีเรียสไปได้ ก่อนจะเดินเข้ามาคล้องคอแบบประชิดตัวกับประธานแบล็ควูฟโดยที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว!!  น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะติดตลกแต่ทว่าแววตาที่จ้องเข้ายังเขาที่ยืนอยู่ในระยะเผาขน  ทำให้ร่างสูงรับรู้ถึงอารมณ์คุกรุ่นของผู้ชายที่มีใบหน้าเคลือบไปด้วยรอยยิ้มทันที

 

            “ ...................... นัยน์ตาของคนทั้งคู่จดจ้องกันไปมาราวกับเข้าใจความหมายที่แอบแฝงในประโยคเมื่อครู่  ริมฝีปากของชายผมบลอนต์แสยะยกยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจก่อนจะตอบตกลง

 

            ได้ซิครับ....พี่วิลเลียมอุตส่าห์มา ชวน ด้วยตัวเองเลยนี้  เสียงเน้นหนักในประโยคขานรับทำให้เมมเบอร์ของคาร์ดอสรับรู้ถึงจุดประสงค์ของการเอ่ยปากเชิญชวนทันที  นัยน์ตากร้าวของคนของทั้งสองฝ่ายสอดประสานคล้ายกับมีเสียงไฟถูกจุดฉนวนจนดังเปรี๊ยะๆอยู่กลายๆ

 

            ยังงี้ค่อยว่ากันง่ายหน่อย.... วิลเลียมประธานหอเรดฟอกซ์เอ่ยพร้อมกับเสียงติดหัวเราะ  สายตาสอดประสานราวกับสัตว์ร้ายที่ไม่ถูกกันกำลังป่าวประกาศสงคราม  คนหนึ่งคือตัวแทนของสุนัขจิ้งจอกมากเล่ห์ที่ชอบใช้อุบายเพื่อหลอกล่อ  อีกคนคือตัวแทนของหมาป่าที่พร้อมจะกางกรงเล็บขย้ำ  สงครามเย็นของทั้งสองหอพักกำลังจะถูกจุดฉนวนขึ้น?  หรือว่าแท้จริงแล้วการมาเยือนของเรดฟอกซ์ในวันนี้มีจุดประสงค์อื่นอะไรแอบแฝงไว้กันแน่?

 





 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #20 wawawow555 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:25
    ไปค่ะเอาไปโม่ด่วน รอจ้า
    #20
    0