P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 18 : ตอน ผู้ชายคนนั้นทำข้อตกลง100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 มี.ค. 62






 

[ Kardos's Part ]


กริ๊งงงงง  กริ๊งงงงง

 

          เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูร้านสุดหรูดังขึ้นทันทีที่มีแขกคนพิเศษก้าวเข้ามา  ความหรูหราที่ดีไซน์บรรยากาศ  รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์กำลังทำให้แขกที่เพิ่งก้าวเข้ามากลายเป็นจุดสนใจจากลูกค้าประจำที่นั่งเรียงราย  สายตาของเด็กหอเรดฟอกซ์ที่กำลังสำราญกันอยู่เมื่อครู่พลันสงบเงียบจนไร้เสียงใด  เมื่อเห็นว่าชายที่เดินตามหลังประธานหอของตนเองเข้ามาสวมทับด้วยยูนิฟอร์มสีดำ 

 

          คาร์ดอส...ทางนี้ ๆ เสียงเรียกจากรุ่นพี่วิลเลียมดังขึ้นพลางขบขันเล็กน้อยทีเห็นอีกฝ่ายปรายสายตามองสถานที่รอบตัวจนคอแทบหัก  ร่างสูงเดินเข้าไปยังโซนวีไอพีที่จัดมุมทานอาหารโดยมีไม้ประดับกับแสงไฟสวยสะจนเขายังรู้ได้   ว่าชายตรงหน้ารักความหรูหราเสียจนเขาคิดว่า นี่คือนิสัยที่สุขสบายจนเคยตัวเลยด้วยซ้ำ

 

          โทษทีนะ  ที่ฉันเรียกนายออกมากะทันหันแบบนี้...กินอะไรรองท้องหน่อยไหม? ”        

 

                “ ผมทานมานิดหน่อยแล้วครับ ผมตัดสินใจตอบไปตรง ๆ เพราะต้องการจะรีบคุยธุระให้จบเร็ว ๆ แต่จู่ ๆ รุ่นพี่ก็ยกฝ่ามือขึ้นมาพลางส่ายนิ้วชี้ด้วยสีหน้าขมวดคิ้วจนเป็นปม

 

                    เฮ้ ๆ ไม่ต้องมาเกรงใจเลย มื้อนี้ฉันเลี้ยงหน่า....ไม่แพ้อะไรใช่ไหมเราน่ะ

 

                “ พี่วิลเลียมครับ...ผมว่าเรามา

 

                “ ดูแล้วก็คงไม่แพ้อะไร...น้องสั่งอาหารหน่อยครับ !!”  ร่างโปร่งพูดสวนขึ้นมาราวกับพึมพำ  ก่อนจะกวักมือเรียกบริกรที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก

 

ให้ตายซิ!!!  เอาแต่ใจชะมัด!!!

 

                ร่างสูงถอนลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะทรุดกายนั่งลงตรงโซฟาขนสัตว์ปุยนุ่มที่นุ่มนิ่มจนรู้สึกเบาสบายพลางเอนแผ่นหลังพิงพำนักเบาะด้วยสีหน้านิ่ง ๆ  บริกรเดินเข้ามาจดเมนูที่รุ่นพี่วิลสั่งแบบรัวยิบก่อนจะผละออกไป  ร่างสันทัดสะบัดผมสีพลัมของตนเองให้ปรกไปด้านหลังก่อนจะหันมาคลียิ้ม

 

          ตอนแรกที่รู้ว่าเด็กเกรดสิบล้มโคลได้...ก็ทำฉันสะตกใจอยู่เหมือนกันเลยนะเนี้ย :) ” ร่างโปร่งวางแขนทั้งสองพาดกับโซฟาของตนเอง  ก่อนจะปรายสายตามามองพลางยิ้มกริ่ม

 

                “…………………..”  ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเริ่มเกริ่น  ผมเองก็พยายามมองลักษณะคำพูดคำจา ท่าทางและรายละเอียดอื่นๆว่า จริง ๆแล้วผู้ชายคนนี้มีจุดประสงคือะไรถึงได้เรียกเขามาคุย

 


คนๆนี้  ต้องการอะไรกันแน่นะ

 

  ดูไม่ออกเลยจริงๆ

 

                “ คาร์ดอส  เทอร์เนอร์  บ้านนายก็มั่งคั่งพอสมควรนี่หน่า  ทำไมถึงได้ไปโผล่อยู่ที่หอแบล็ควูฟได้ล่ะ...ฉันอุตส่าห์คิดว่า นายจะต้องเข้ามาที่นี่เลยเชียวนะ

 

                เรียกผมมาเพื่อคุยเรื่องนี้เหรอครับ? เมื่อเห็นว่าการอ้อมค้อมของเขากำลังทำให้หมาป่าตัวโตนี่ชักอารมณ์เสีย  จิ้งจอกเพลิงก็เลยระเบิดหัวเราะก่อนจะเอามือเท้าคางของตนเองแล้วเข้าเรื่อง


          แหม  ใจร้อนสะจริง....ออเดอร์ยังเสิร์ฟไม่ครบเลยแท้ๆ ร่างโปร่งเริ่มแสดงสีหน้าจริงจังกึ่งทะเล้นก่อนจะผละกายถอยให้บริกรยกอาหารเข้ามาเรียงรายที่โต๊ะจนแน่นขนัดไปหมด

 

          “ ช่วยไม่ได้...เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน

 

          รายการครับถ้วนแล้วครับ....ขอให้มีความสุขกับการทานครับผม บริกรหนุ่มเอ่ยพลางผละถอยออกไป  ทำให้ชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ ณ ฝั่งตรงกันข้ามได้มีโอกาสจดจ้องกันด้วยสีหน้าและแววตากันตรง ๆ ร่างสูงผมบลอนต์มองด้วยสีหน้านิ่ง แววตาดุดัน  ร่างโปร่งผมสีพลันมองด้วยสีทะเล้นและรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

          นายน่ะ  ลงไม้ลงมือกับเด็กหอฉันถึงสองครั้งสองคาแล้วนะ...คาร์ดอส

 

           “ ข้อนั้นผมไม่เถียง

 

           “ หึ  คิดว่าฉันจะปล่อยแล้วพูดว่า อ่อ ไม่เป็นไรหรอก อย่าให้มีครั้งหน้า แล้วก็ปล่อยนายกลับออกไปเฉยๆ รึยังไง....”  ร่างโปร่งพูดพลางเอามือไล้ขอบแก้วก่อนจะยกชูขึ้นมาพลางจิ๊บชาในถ้วยโดยที่ยังไม่วางสายตาที่จ้องมาที่ผม

 

              แล้วพี่จะเอายังไงล่ะครับ...



                “  พี่เองก็ไม่ใช่พวกชอบใช้กำลังต่อยตีกับคนอื่นเขาสะด้วยซิ...เอายังงี้ก็แล้วกัน พี่วิลเลียมไม่พูดเปล่าพลางล้วงหยิบซองอะไรสักอย่างที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อยูนิฟอร์มพลางวางแล้วสไลด์มาตรงหน้าผม


                ถ้านายรับข้อเสนอ  ฉันจะถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างหอของเรายังคงดีเหมือนเดิม...

 


...พรึ่บ...

 

          ซองจดหมายสีดำเนื้อมันเหลือมพร้อมด้วยชื่อของผมที่แนบอยู่ตรงกลางด้วยตัวอักษรเคลือบสีทอง  ผมตัดสินใจหยิบมันขึ้นแล้วเปิดออก  ก็พบว่ามีการ์ดสีดำด้านที่ไม่มีบาร์โค้ด ไม่มีเลขบัตร หรืออะไรเลยอยู่บนตัวบัตร  ผมขมวดปมคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจความคิดของผู้ชายตรงหน้าที่ดูจะยกยิ้มอะไรก็ไม่รู้ทั้งวี่ทั้งวัน  ผมชกสมาชิกเขาจนปากแตก และออกปากว่าจะเตะเด็กสาวในสังกัดอีกเมื่อครู่นี้ 

 


แล้วเจ้าตัวกลับบอกว่าให้ผมรับเจ้านี่เอาไว้แล้วจะไม่เอาเรื่องเนี้ยนะ?

 

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ  ปวดสมองชะมัด

 


                    นี่คือ....?

 

                “ บัตรเข้างานเลี้ยงน่ะ ฉัน อีริกและกิบส์จัดปาร์ตี้ขึ้นมาเพื่อต้อนรับนายน่ะนะ  รู้ว่ายังไงสะนายก็ไม่ใช่สายเที่ยวเตร่ก็เลยถือเอาเรื่องที่ยังไม่ลงรอยกันมาต่อรองสะเลย

 

                “ แค่นี้เหรอครับ? ง่าย ๆยังงี้น่ะนะ?

 

                “ ใช่!!  แต่ถ้านายปฏิเสธ...ฉันจะทำให้เรื่องมันยุ่งเหยิงชนิดที่นายคิดไม่ถึงเลยล่ะ  คาร์ดอส เทอร์เนอร์ ”  น้ำเสียงและแววตาที่จู่ ๆก็เปลี่ยนโหมด  ทำให้ผมแสยะยิ้มออกมาพลางยิงคำถามยียวนกวนประสาทอีกฝ่ายด้วยความลืมตัว

 

ยุ่งเหยิงที่ว่าเนี่ย...ยุ่งขนาดไหนกันครับ?

 

ฉันรู้นะ...เรื่องที่พวกนายชะล่าใจเผลอลงมือลงตีนกับโคลด์ สีหน้าและท่าทางของพี่วิลเลียมที่เหยียดยิ้มราวกับผู้ชายร้ายกาจ  ที่ตอนนี้เขากำลังถือไพ่เหนือกว่า  เรื่องใหญ่ที่กล้าออกมาจากปากผู้ชายตรงหน้าทำให้ผมเผลอจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด

 

 บ้าเอ๊ย! มีคนรู้เห็นเรื่องนี้ด้วยรึเนี่ย!!!

 

 หูตาเรดฟอกซ์ไวชะมัด!!!

 

                “ เรื่องนี้จะเงียบหายและสลายไปอย่างไร้ร่องรอยแน่นอน  หากว่านายตอบตกลง ^ ^ ” 

 

ขือเกิดอีกฝ่ายมีหลักฐานการทะเลาะวิวาทของผมขึ้นมาล่ะก็...

 

ถูกเด้งออกจากโรงเรียนเอกซ์เซียสกลางคันกันพอดี!!!

 


หมับ

 

          “ ผมว่าความคิดนี้....ก็ไม่เลว ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับรวบกระดาษแข็งขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมาบนมือแล้วยกชูขึ้นแทนคำตอบตกลงในเงื่อนไขของอีกฝ่ายที่หยิบยื่นให้

 

        “ มันต้องยังงี้ซิ.... :) ” รอยยิ้มฉีกออกจนเห็นไรฟันที่เรียงตัวสวย  ก่อนที่จะเอนกายแกร่งลงพิงพำนักของเก้าอี้ทรงหรูด้วยความพึงพอใจกับสิ่งที่ได้รับกลับมา 

 


อ๊อดดดดด 

 

ทันทีที่เสียงอ๊อดของโรงเรียนดังขึ้น  ไม่นานนักร่างสูงที่เป็นแขกในวันนี้ก็ขอตัวทันทีที่ได้ยินเสียงอ๊อดเตือนให้เข้ารายวิชาเรียนคาบต่อไปในช่วงบ่าย

 

ถ้ายังงั้นผมขอตัว...

 

          “ วันกับสถานที่ฉันจะแมสเสจหาอีกที  เห้....อย่างลืมควง คนที่ชอบ  มาด้วยเหล่า ” เสียงกลั๊วหัวเราะเอ่ยตะโกนทิ้งท้ายเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังหันไปเปิดบานประตูเพื่อออกไปจากร้านอาหารสุดโปรดของเขา  ร่างสูงผมบลอนต์ประกายทองหันมายกยิ้มแบบไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินพรวดออกไป  ทิ้งให้ชายสายขี้เล่นนั่งหัวเราะหึ ๆอยู่ในลำคอก่อนจะยกน้ำชาขึ้นมาจิ๊บเพื่อดับกระหาย


               “ แกล้งเด็กแบบนั้นมันจะดีเหรอ  วิลเลียม  ”  รองประธานสาวที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปเดินปี่เข้ามาพลางหัวเราะชอบใจผิดกับคำพูดที่ดูเป็นห่วงเมื่อครู่


                  “ อลิซ...ฉันยังเหยียบความลับของเธอไว้อยู่นะ 


                    “ ฉันยังไม่ได้ขัดอะไรเลยนี่  พาลชะมัด ” สาวสวยผมลอนเอ่ยเสริมก่อนจะหยิบลิปสติกยี่ห้อชาแนลขึ้นมาเติมริมฝีปากบางกระจับของตนเอง 


                    “ ให้ตายซิ  ขนาดฉันเองยังไม่คิดเลยว่า เธอกับเจ้านั่น... 


                     “ ขือพูดอีกคำเดียว  ฉันจะวิ่งปี่ไปบอกหนูเทอร์เนอร์นั่นสะเลยเป็นไง  จะได้วิน ๆทั้งคู่!! ” ร่างบางเอ่ยประชดด้วยสีหน้าขลึงขลัง  แต่แล้วสิ่งที่เธอได้ก็คืนแววตาเจ้าเล่ห์พร้อมกับสีหน้าที่ยกยิ้มอย่างคนเจ้าสำราญ


                      “ โถ่เอ๊ย...หยอกเล่นนิดเดียวเอง :) 


ขวับ


หลังจากเดินกลับมายังจุดที่แก็งค์ของผมนั่งทานข้าวรอจนเกือบจะเสร็จสิ้นกันหมดทุกคน ทันใดนั้นหางตาของผมก็อบชำเลืองมองไปยังกลุ่มสามสาวที่นั่งอยู่ถัดไปไม่กี่โต๊ะ  ก็กลับว่าที่นั่งที่ควรจะมีสองสาวกับอีกหนึ่งหนุ่มสายตุ้งติ้งนั้นได้หายตัวไปเป็นที่เรียบร้อย คงจะไปเตรียมตัวขึ้นห้องเรียนกันแล้วล่ะสินะ ให้ตายซิ วิถีเด็กเนิร์ดนี้ไม่มีวงจรแห่งการเรื่อยเปื่อยบ้างรึไรนะ  


“ เห้ย  สรุปพี่วิลเลียมเขาเรียกมึงไปคุยเรื่องไรวะ? // เออ ใช่เรื่องที่มึงไปมีเรื่องกับเด็กในหอเขาป่ะวะ? ” กรีเซลและราฟพยายามคาดคั้นว่าประธานเรดฟอกซ์ที่มาตามผมให้ไปทานข้าวด้วยปาว ๆนั้นเรียกไปพูดคุยกันเรื่องอะไรอย่างเอาเป็นเอาตาย  ทำเอาสีหน้าของเพื่อนและเมมเบอร์คนอื่น ๆ หรือแม้แต่ชาลเองก็นั่งกันเงียบกริบด้วยความอยากรู้


“ ก็ไม่เชิง ” ฝ่ามือของผมก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพลางถือการ์ดสีดำด้านที่เพิ่งได้รับขึ้นมาพินิจดู  


“ ห๊า  การ์ดอะไรวะ? // Visa รึเปล่า? อ้าวเห่ย ไม่ใช่นี่หว่า ” เสียงถกเถียงกันของกรีเซลและราฟดังขึ้นทันทีที่เห็นบัตรรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดีมือที่ผมกำลังถืออยู่  


“ เรียกไปคุยเรื่องนี้งั้นเหรอครับ  ดูเหมือนเป็นการ์ดเชิญเฉพาะ VIP เลย ” เสียงชาลเอ่ยถามด้วยสีหน้ายังติดขมวดคิ้ว  


“ อืมใช่ เห็นว่าจะจัดฉลองที่เป็น P4 คนใหม่ให้ ” ผมงึมงำในลำคอตอบไปอย่างส่ง ๆ เพราะอันที่จริงก็ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์คนอย่างพี่แกเขาเหมือน ๆ กัน


“ โถ่เอ๊ย  นึกว่าจะมีเรื่องมีราวกันสะแล้ว ” ราฟพ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินดังนั้น พร้อมกับกรีเซลเองก็ยกซดเครื่องดื่มระป๋องในมือของตนเองไปพลาง ๆ


“ เออ ๆ ถ้าไม่มีอะไรก็แล้วไป  ไม่อยากนึกเลยว่าถ้า P4ทะเลาะกันเองมันจะเป็นยังไงอ่ะนะ ”  


ดูเหมือนว่าการที่ผมตัดสินใจพูดความจริงเพียงแค่บางส่วนออกไปจะทำให้เมมเบอร์ต่างคลายความตึงเครียดลง  ดูเหมือนจะมีเพียงชาลที่ดูออกว่าผมมีเรื่องหนักใจบางอย่างที่ยังไม่ได้ปริปากเล่า แต่เอาเถอะ เอาไว้อยู่ในที่ส่วนตัวค่อยปรึกษาเจ้านี้ดูอีกที  รึไม่ก็คงต้องลองสอบถามพี่เกรลดูอีกทีว่าปกติแล้วเขาจัดงานฉลองแบบไหนกัน เพราะในตอนนี้แม้ผมคิดจนหัวระเบิดก็ยังไม่เข้าใจ ว่าที่รุ่นพี่วิลจะยอมไม่ติดใจเอาความ เพียงแค่ผมตกลงไปงานปาร์ตี้ที่ P4 จะจัดฉลองตำแหน่งให้?  ต่อยเด็กในสมาชิกปากแตกขนาดนั้น แถมยังปากร้ายใส่เด็กผู้หญิงในหอของพี่เขาอีก แล้วไหงถึงยอมปลงใจเอาง่าย ๆ? ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ แล้วที่พี่เขาทิ้งท้ายก่อนออกมาจากร้านว่าให้ ควงคนที่ชอบไปด้วยมันหมายความว่ายังไง ที่จริงแล้วงานเลี้ยงนั่นจัดขึ้นเพื่ออะไรกัน?


อ๊อดดดดด  อ๊อดดดดด


ไม่นานเสียงอ๊อดเข้าเรียนและเลิกเรียนก็ดังขึ้น  ช่วงเวลาอันแสนสั้นของแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ตะวันค่อย ๆคล้อยลงต่ำจนแสงสีส้มอมแดงเริ่มกลืนทั่วทั้งผืนฟ้า  เหล่านักเรียนที่ร่ำเรียนวิชาในคลาสสุดท้ายต่างลุกหือกันเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมแยกย้าย  บ้างก็ยังเดินวกไปวนมาเพื่อพูดคุยกับเพื่อนร่วมคลาส ดูเหมือนว่าจะแค่พวกผมที่ยังง่วนเรื่องที่นัดซ้อมบาสที่จะต้องเล่นเข้าขากับฝั่งบลูอีเกลในวันนี้เป็นครั้งแรก


“ เฮ้ย  กูลืมเสื้อมาเปลี่ยนว่ะ  เดี๋ยวมาจะแวะหอก่อนแล้วจะตามไป  มีใครจะฝากเอาไรป่ะวะ? ” หนึ่งในทีมบาสเก็ตบอลของฝั่งแบล็ควูฟเดินปี่เข้ามาหาพวกผมพร้อมกับบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง


“ เอองั้นฝากซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ทีว่ะ // กูด้วย ๆ // ขอผ้าเย็นกับน้ำแข็งด้วย! ” เสียงโหวกเหวกของคนในทีมทั้งตัวจริงและตัวสำรองดังขึ้นเป็นพัลวัน  จนเจ้าตัวที่เอ่ยประโยคคำถามเมื่อครู่ถึงกับต้องยกไม้ยกมือขึ้นมายั้ง พลางหยักคิ้วและทำท่ากวักมือขอเงินเพื่อซื้อของตามรายการของแต่ละคน


“ โห ไอ้สัสใช้กูยังกับเบ๊เลยนะ! จะฝากไรเงินมาของไปครับคุณชายทั้งหลาย  ”


“ โว๊ย  ออกไปก่อนเด้ค่อยมาเก็บตังค์!! ” เสียงครวญของพรรคพวกเริ่มโวยวายกันเป็นเสียงเดียว ก่อนที่จะทำทีปาเสื้อคลุมใส่พลางทำเสียงโห่ไล่  ในขณะที่ผมเองก็ได้แต่หัวเราะและยกยิ้มอย่างมีส่วนร่วม


“ กูไม่ใช่ธนาคารปล่อยสินเชื่อนะแหม!! จ่ายสดงดเชื่อเบื่อทวง คือ คอนเซ็ปกู!! จะเอาไรก็จ่ายมาอย่ามาปริปากบ่น!  ”


“ เออ ๆ // กับเพื่อนกับฝูงอ่ะเคี่ยวจริงไอ้ห่า ” เสียงบ่นอุบอิบดังไล่มาเป็นระรอกก่อนที่แต่ละคนจะยอมควักเงินสดที่มีติดกระเป๋ากันน้อยแสนน้อยขึ้นมาจ่ายตามที่เจ้าตัวร้องขอ  ไม่แปลกหรอกครับที่พวกแม่งจะโอดครวญ ก็แหมส่วนใหญ่ตังค์อยู่ในบัตรเครดิตนี่หน่า จะทำธุรกรรมทางการเงินทีก็ใช้แอพหรือไม่ก็บัตรจ่าย แต่สำหรับพวกสายนักกีฬาอย่างเรา ๆน่ะ เวลาหิวที่ที่ใกล้สุดไม่ใช่โรงอาหารนะครับ  และที่นั่นก็ไม่ได้เปิดทำการตลอด 24 ชม.สะที่ไหน จะหิวขนม หรือน้ำส่วนใหญ่ก็จะจบลงที่ตู้หยอดเหรียญ หยอดแบงค์ที่อยู่ตามทางในโรงเรียน ฉะนั้นแล้วเงินสดสำหรับพวกเราถือว่ามีค่ามากนะครับ เกิดท้องหิวขึ้นมากลางทางแล้วมีตู้หยอด  แต่ไม่มีเงินสดใส่ขึ้นมาจะทำยังไง


“ นายน้อยไม่เอาไรหรอครับ? ” ชาลหันมาเลิกคิ้วใส่ผมที่ไม่ได้ฝากซื้ออะไรอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ  ผมจึงครุ่นคิดอยู่พักนึงก่อนจะตัดสินใจฝากซื้อด้วยในที่สุด


“ กูเอาน้ำหวาน หรือเกลือแร่ขวดใหญ่ ๆ อะไรก็ได้  ถ้าไม่มีก็น้ำเปล่า ” ว่าเสร็จผมก็ควักเงินสดยื่นให้แม่งไปก่อนที่จะแบกเป้ประจำตัวของตนเองลงไปที่โรงยิมพร้อมกับชาวแก็งค์คนอื่น ๆ



ครืดดดดดด ครืดดดดดด ครืดดดดดด


แรงสั่นที่ดังลั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมจำต้องล้วงมือถือตัวดีขึ้นมาดูว่ามีการแจ้งเตือนเข้า หรือมามีใครโทรเข้ามากันแน่?  เรียวนิ้วโป้งของผมสัมผัสที่ปุ่มโฮมอย่างแผ่วเบาเพื่อดูความเคลื่อนไหวภายในมือถือ พบว่ามีแมสเสจจากเบอร์ปริศนาที่ไม่ได้ถูกเมมชื่อ  เขียนข้อความทิ้งไว้เพียงว่า


                                              ‘ หาด DIY วันที่xxx  เวลาxxx วันงานธีมคือ ชุดฮาวาย

                                                  *ที่สำคัญต้องควงคู่(คนที่ชอบ)มาด้วย จาก W. ’


พอเห็นตัวอักษรต่อท้ายก็ทำให้ผมรับรู้ได้ในทันทีเลยว่าเจ้าของแมสเสจปริศนาที่เพิ่งแจ้งเตือนเข้ามาผ่านข้อความSMS นั้นคือของใคร  ที่แท้ก็บอกเวลา และสถานที่จัดงานนี่เอง แทบยังทำเครื่องหมายดอกจันทร์เน้นย้ำประโยคที่ว่านี้จังเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ดูเหมือนพี่แกจะเน้นเรื่องนี้กับผมหลายรอบมากจริง ๆ  จะชวนพี่สาวไปด้วยดีรึเปล่านะ? ถ้าเกิดผมชวนคนอื่นไปแล้วในงานมีเกมพิเรน ๆเช่น จูบ หรืออะไรเทือกนั้นขึ้นมา หึ่ย ไม่เอาอ่ะ ไม่ ๆๆๆๆๆ แต่ในทางกลับกันถ้าผมชวนพี่ฮันน่าแล้วมีเกมอะไรแบบนั้นล่ะก็ -,.- เอาหน่าาาาา นิด ๆหน่อยก็กรุบกริบ  คือ 1. ผมได้กำไร และ 2. ผมก็ได้กำไรอยู่ดี เอาว่ะ!! ไม่เห็นมีไรเสียหายเล๊ย เห็นได้ชัดเลยว่าผมโคตรลำเอียง แต่เอาเถอะใครแคร์ พอใกล้ถึงวันก็ค่อยฉุดกระชากลากถูรุ่นพี่ให้ไปกับเราก็จบเรื่อง โอเค เพอร์เฟ็กต์! ผมคิดได้ดังนั้นก็อารมณ์ดีเป็นปลิดทิ้งก่อนจะกดปุ่มล็อคหน้าจอแล้วหยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกงดังเดิม







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น