ตีตราสวาท

ตอนที่ 18 : รักใหม่ 35 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ก.พ. 60




องเท้าคัทชูสีขาวสองคู่วิ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลประจำจังหวัดอย่างร้อนรน ทันทีที่ได้ข่าวว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุ ฟ้ารุ่งลดาก็รีบบึ่งรถกลับมากาญจนบุรีในทันทีทันใด

หัวใจเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม มือสั่นใจสั่นจนทำอะไรไม่ถูก ต้องไหว้วานสะบันงาขับรถมาให้ จะพูดว่าชีวิตนี้ เธอมีอธิศวัสเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ว่าได้

“ห้ามเข้าครับ ญาติคนไข้ให้รอข้างนอกก่อนนะครับ”

บุรุษพยาบาลที่หน้าประตูยกมือห้ามไว้ ถึงเครื่องแบบที่หญิงสาวทั้งสองสวมใส่ บอกให้รู้ว่าอยู่ในวิชาชีพเดียวกัน แต่ก็ให้เข้าไปไม่ได้ เพราะจะรบกวนการทำงานของแพทย์และพยาบาลข้างใน

“คนไข้อุบัติเหตุที่รถชนมา อาการเป็นยังไงบ้างคะ?” ถามอย่างร้อนรนกังวลใจ

“คนไข้ชื่ออะไรครับ?”

“อธิศวัสค่ะ  อธิศวัส สวัสดิ์ชัยกานต์” รีบตอบในทันที

“อ้อ...คุณอธิศวัสตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัดนะครับ”

สถานที่ที่ได้ยิน ทำให้ยิ่งใจเสียเข้าไปใหญ่ เพราะถ้าไม่หนักหนารุนแรงก็คงไม่ถูกส่งต่อเข้าห้องผ่าตัด ไหนประวีณเลขาของพี่ชายที่โทรศัพท์ไปแจ้งกับเธอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากยังไงล่ะ

“แล้วห้องผ่าตัดไปทางไหนคะ?” ระล่ำระลักถามด้วยความกลัวที่เกาะกุมหัวใจเพิ่มขึ้นทุกที

“ใจเย็นๆ ก่อนนะฟ้า พี่ธิศอยู่ในมือหมอแล้ว คงไม่เป็นอะไรมากหรอก” สะบันงาปลอบเพื่อนที่สีหน้าวิตกกังวลและแสดงอาการตื่นกลัวออกมาอย่างหนัก

บุรุษพยาบาลชี้มือพร้อมกับบอกทาง สองสาวจึงรีบพากันไปในทันที

“ประวีณ” เรียกเลขาของพี่ชายที่นั่งรอหน้าห้องผ่าตัด

“คุณฟ้า” ประวีณรีบลุกขึ้นยืนเมื่อหญิงสาวเดินตรงรี่เข้ามาหา

“พี่ธิศเป็นยังไงบ้างคะ?”

“หมออ่านฟิล์มเอ็กซเรย์บอกว่าขาขวาหัก แขนขวาร้าว และก็มีแผลแตกที่ศีรษะครับ แต่แผลใกล้ตามาก หมอเลยต้องพามาเย็บแผลที่ห้องผ่าตัด” เลขาของพี่ชายร่ายมายาวเหยียด เพียงแค่ได้ยินเธอก็แทบจะเป็นลม นี่ยังกล้าพูดว่าไม่เป็นอะไรหนักได้ยังไงกัน

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นคะ?” ประวีณไม่ยอมเล่าให้เธอฟังทางโทรศัพท์ เพียงแค่แจ้งข่าวเจ้านายแล้วบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก แต่ฟ้ารุ่งลดาไม่อยากจะเชื่อนัก อธิศวัสคงกลัวเธอวิตกกังวลจึงสั่งคนของเขาไว้อย่างนั้น เพราะเท่าที่ฟัง หักทั้งขาร้าวทั้งแขน แถมยังมีแผลแตกที่หัวหนักขนาดต้องพามาเย็บในห้องผ่าตัด พูดได้เลยว่าหนักหนาสาหัสเอาการทีเดียว ไม่รู้ว่าได้ตรวจสแกนอย่างถี่ถ้วนหรือยัง เพราะศีรษะที่ถูกกระทบกระเทือนอาจจะส่งผลเในระยะยาว

“เห็นกู้ภัยที่พามาส่งบอกว่าเบียดกันกับรถพ่วงครับ โฟร์วิลของคุณธิศโดนเฉี่ยวลงข้างทางไปชนกับต้นไม้ ดีที่เปิดประตูออกมาเองได้ ไม่ถูกอัดก็อปปี้ ส่วนที่เกิดเหตุผมยังไม่ทันไปดูครับ ให้กู้ภัยเขาจัดการ คุณธิศเพิ่งขับรถว่าจะไปธุระออกจากรีสอร์ทไม่ถึงครึ่งชั่วโมงได้ ผมรู้ข่าวก็รีบโทรศัพท์บอกคุณฟ้าแล้วมาโรงพยาบาลเลย”

ฟ้ารุ่งลดาใจคอไม่ดีนัก แต่ได้ยินว่าคนปลอดภัยในเบื้องต้นก็ค่อยใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง หากกระนั้นน้ำตาก็คลอเบ้าด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อเป็นเขื่อนกั้นน้ำตาเอาไว้ ไม่อยากทำให้เป็นเหมือนลางร้าย

สองสาวยืนรออย่างกระวนกระวายใจหน้าห้องผ่าตัด ชะเง้อชะแง้คอยาวมองเข้าไปก็ไม่เห็นอะไรอยู่ดี ในขณะที่ประวีณโทรศัพท์ติดตามคดีกับทางตำรวจ

ชั่วโมงต่อมาเตียงคนเจ็บก็ถูกเข็นออกมาจากข้างใน

“พี่ธิศ” ฟ้ารุ่งลดาผวาตามเตียงเข็นไปทันที

อธิศวัสในสภาพหน้าบวมเปล่ง เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและฟกช้ำมากกว่าจะให้เชื่อว่าไม่เป็นอะไรมากอย่างที่เจ้าตัวว่า ที่หนักสุดก็คงแผลแตกเหนือคิ้วขวาที่ใกล้กับดวงตามากๆ จนทำให้ตาขวาปิดทีเดียว

ชายหนุ่มยังสะลึมสะลือด้วยฤทธิ์บาดแผล เมื่อได้ยินเสียงน้องสาวก็ปรือตาขึ้นมามอง พอเห็นฟ้ารุ่งลดาก็ฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้เธอเป็นห่วง แถมยังชูสองนิ้วยืนยันว่ายังไหว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ฟ้ารุ่งลดาเดินตามเตียงของพี่ชาย ซึ่งถูกส่งต่อไปตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดต่ออีกหลายชั่วโมง ก่อนจะถูกส่งเข้าไอซียูเพื่อให้อยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์และพยาบาล

“เย็นนี้ที่รีสอร์ทมีจัดงานเลี้ยงแต่งงานเสียด้วย ทางโน้นก็กำลังวุ่นวายใหญ่เชียวครับ” ประวีณบอก ก่อนจะขอตัวกลับไปดูและงานที่รีสอร์ทแทนเจ้านาย ให้สองสาวได้อยู่เยี่ยมไข้แทน

“ดูท่าเราสองคนคงต้องอยู่กาญกันหลายวัน เดี๋ยวปันขอโทรบอกพี่จรุงจิตก่อนนะว่าพี่ชายฟ้าประสบอุบัติเหตุ ขอลากิจไปก่อน”

ฟ้ารุ่งลดาผงกหน้า ยังรู้สึกใจคอไม่ดี แม้จะได้คุยกับแพทย์ที่ทำการรักษาพี่ชายแล้ว ซึ่งก็ยังให้คำตอบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ว่าอธิศวัสปลอดภัย พี่ชายเธอยังคงต้องอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดและสังเกตอาการต่อไปอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง

หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ความกังวลใจยังไม่คลายไปสักนิด และมันอาจจะกินเวลายาวนานจนกว่าพี่ชายของเธอจะอาการหายดีและได้กลับบ้านได้นั่นแหละ

+++++++++

 

“ฉันหย่าแล้วค่ะ”

คนว่าหน้าเศร้า พร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่ไหลบ่าล้นดวงตางามดูน่าสงสารเหลือเกิน แต่คู่สนทนากลับมองอย่างไร้ความรู้สึกรู้สาใดๆ คล้ายกับเจ้าหล่อนกำลังแสดงละครฉากหนึ่งให้ดูมากกว่า

“นี่หรือเรื่องสำคัญที่คุณขอมาพบผม” คำถามอย่างไม่อิหนังขังขอบไร้เยื่อใย เรียกใบหน้างามนั่นตวัดสายตาเงยขึ้นมามองก็เห็นพระเอกหนุ่มคนดัง อดีตคู่หมั้นของเธอกำลังกอดอกมองมาสีหน้าไร้ความรู้สึก ทำเอาแอนนิต้าสะอึกไปนิดหนึ่งที่แผนเรียกความเห็นใจใช้ไม่ได้ผล

มือเรียวยื่นมาแตะแขนของเขา พร้อมกับทำหน้าเศร้า

“ฉันถึงอยากมาขอโทษคุณค่ะ ขอโทษที่ฉันหลงกลไปกับแผนการของเขา”

คิ้วเข้มเหนือดวงตาสีฟ้ากระดกสูง รอฟังถ้อยคำต่อไป หล่อนจะงัดเอาเหตุผลอะไรมาโกหก

“ตอนที่ฉันคบคุณอยู่ จิมมี่พยายามจะเข้ามาสนิทสนมกับฉัน แต่ฉันก็ปฏิเสธ บอกเขาไปว่าฉันหมั้นกับคุณแล้ว และฉันก็รักคุณมาก แต่เขาไม่สนใจ กลับตามตื๊อไม่เลิกจนฉันรำคาญ และวันหนึ่งฉันก็หลงกลไปตามนัดของเขา เพื่อจะบอกปัดและขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับฉันเสียที แต่กลับเป็นว่าฉันถูกเขาหลอกไปมอมเหล้าแล้วขืนใจและแบล็กเมล์ด้วยภาพถ่าย ฉันไม่มีทางเลือกอื่นจริง ฉันกลัวคุณอับอายขายหน้า กลัวอาชีพนางแบบของฉันจะได้รับผลกระทบ ฉันจึงจำต้องยอมคบกับเขา เพื่อให้เรื่องนั้นเป็นความลับไม่ให้ใครรู้”

“แล้วคุณมาบอกผมทำไม?” คิ้วเข้มกลับมาขมวดย่น

“เพราะฉันอยากอธิบาย ฉันรู้ว่าตอนนั้นคุณมีปัญหามากพอแล้ว ฉันถึงไม่อยากให้คุณต้องเครียด กลุ้มใจ เป็นทุกข์ หรืออับอายเพราะความผิดพลาดของฉันอีก” บีบที่ท่อนแขนแน่นล่ำนั่นเพื่อขอความเห็นใจ หากสิ่งที่ได้คือแววตาสมเพชเวทนาและเสียงถอนใอย่างเบื่อหน่าย

“นี่คุณคิดเรื่องนี้ขึ้นมาเอง หรือว่ามีคนเขียนบทให้ ใครกัน ทามาร่าหรือเปล่า? ฝากไปบอกคนต้นคิดด้วยนะ ว่ามันเรียกร้องความเห็นใจจากผมไม่ได้หรอก” คำพูดนั่นทำเอาคนฟังสะอึกหน้าเสียทีเดียว

“คุณรู้จักผมดีแอนนิต้า ถึงผมจะเคยเชื่อและไว้ใจคุณมาก แต่ผมก็ไม่โง่หรอกนะ เอาเวลาแต่งนิยายน้ำเน่าที่เล่าให้ผมฟังเป็นตุเป็นตะนี่ ไปหาเหยื่อรายใหม่ๆ ที่จะเป็นบันไดให้คุณ หรือไม่อย่างนั้น ก็พัฒนาฝีมือ ทุ่มเทตั้งใจทำงานของคุณให้ดี ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณกลับไปเดินบนแคทวอร์กอย่างสง่างามมากกว่าคอยมาปั้นเรื่องใส่ร้ายคนนั้นคนนี้”

มือบางคลายจากท่อนแขนของเขา อ้าปากค้างเมื่อถูกตอกกลับมาจนหน้าชา

“คุณพูดเรื่องอะไร?”

“คุณบอกอะไรกับสแตนล่ะ...คิดว่าหมอนั่นเป็นพวกคุณคนเดียวหรือไง เขามันก็แค่นักข่าวกระหายข่าว และด้วยผลประโยชน์ที่น่าพอใจ เขาก็ยอมคายความลับบางอย่างให้ผมฟัง รวมถึงภาพชุดสุดสยิวที่มีวันที่ลั่นชัตเตอร์ระบุไว้ชัดเจน ทำให้ผมหูตาสว่าง แต่ที่ยังปล่อยมันไว้อย่างนั้น ไม่คิดจะเอามาเรียกทุนคืนทั้งที่จ่ายไปในราคาไม่ใช่น้อย เพราะผมเห็นแก่ที่เราเคยเป็นคู่ขากันหลายปี”

นางแบบสาวอ้าปากหวออย่างอึ้งไป และก่อนที่แมลงวันจะบินเข้าไปตีลังกาในปาก หล่อนก็รีบหุบฉับลง มองอดีตคนเคยรักอย่างหวาดหวั่นต่อคำขู่นั่น

แววตาที่มองมาที่เธอเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันว่างเปล่าจนคนที่เคยถูกมองด้วยความรักมาตลอดใจหายวาบ รู้ว่าไม่มีทางจะได้หัวใจของผู้ชายตรงหน้ากลับคืนมาอีก

เจ้าหล่อนรีบลุกพรวด คว้ากระเป๋าหนังราคาแพงของตัวเอง แล้วสะบัดหน้าพรืด เดินกระทืบเท้าออกไปจากบริษัทออแกนไนซ์ที่มีเขาเป็นเจ้าของด้วยความรู้สึกที่อยากกรีดร้องให้โลกร้าวไปเลย


ใครอยากอ่านเต็มเรื่อง พร้อมให้โหลดจ้า ^^


ตีตราสวาท
วชิราภา
www.mebmarket.com
ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นของเขา...และเขาจะไม่มีวันยอมให้เธอไปเป็นของใครอีก วิลเลี่ยม สตาร์คนดังของ NFLหนีข่าวฉาว และแฟนสาวที่นอกใจมาอยู่เมืองไทยในค่ำคืนแสนทรมานที่ต้องการผ่านพ้นฝันร้ายไปให้ได้ เขาต้องการผู้หญิงสักคน...มาช่วยลบเลือนความทรงจำร้ายๆ นั่นทิ้งไปและฟ้ารุ่งลดาก็ผ่านเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ “พี่เป็นผู้ชายคนแรกของฟ้า หรือว่าจะเถียง”สองแขนที่แข็งแรง รัดร่างอรชรเอาไว้ แน่นยิ่งกว่าแน่น“เวลาผ่านมาตั้งสี่ปี เพิ่งสำนึกได้ตอนนี้หรือไง...ฟ้าไม่เปลืองสมองไปจำหรอกนะ เมื่อคุณก็บอกเองว่าเมา...และไม่ได้ตั้งใจ”ตอกคนหน้ามึนกลับไป ทั้งที่ใจก็เจ็บแสนเจ็บ กับเหตุผลอย่างคนมักง่ายของเขา“ไม่จำก็ไม่เป็นไร...เพราะพี่จะทำมันใหม่ ให้ดีกว่าเดิมด้วย...และครั้งนี้พี่ไม่เมาและพี่ตั้งใจ” น้ำเสียงที่กระซิบชิดข้างใบหู ทำเอาเธอขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัว“อย่าทำบ้าๆ นะวิล” เธอขู่กลับไปด้วยเสียงสั่นพร่าแต่คำขอกลับถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง...เมื่อร่างบางถูกวางลงบนเตียง...ตามด้วยมวลน้ำหนักมหาศาล จากกายร้อนผ่าวเปล่าเปลือยล้อนจ้อน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น