<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 14 : ตอนที่๑๓ เอาผัวเขามาอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ม.ค. 60

ปัญหาอุปทานเกินอุปสงค์ทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดไปทั่วแผ่นดิน คนที่ขัดขืนก็ไม่พ้นโดนฆ่าตาย คนที่ไม่ขัดขืนสุดท้ายก็ต้องฆ่าตัวตาย การสูญเสียเงินจำนวนมากบวกกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดทำให้เลอนาเกิดปัญหาเศรษฐกิจวุ่นวาย ข้าวที่ทุกคนควรเอามากินถูกปล่อยให้เน่าเสียคาโรง

วิกฤตนี้มีเพียงผู้ปกครองบ้านเมืองและขุนนางชั้นสูงที่ได้ผลประโยชน์จากการเตรียมพร้อมแบมือรับเงินร่ำรวยกันถ้วนหน้า ผู้เสียหายหลายรายรวมตัวกันประท้วงโดยหวังว่าจำนวนคนคงทำอะไรสภาห้าประมุขได้บ้าง แต่มันก็ล้มเหลว การต่อสู้กับผู้มีอำนาจไม่ต่างจากการเอาไม้จิ้มฟันไปงัดท่อนซุง

“นี่ เจ้ารู้หรือยังว่ารัฐรวบตัวกลุ่มประท้วงได้อีกกลุ่มแล้วนะ?

“เหรอ? งานนี้จะประหารที่ไหนล่ะ?”

“แถวนี้เนี่ยแหละ ได้ข่าวว่าจะประหารและเอาศพประจานเลยด้วย” เพื่อนๆ ของวอลลิสพากับซุบซิบกันเรื่องบ้านเมือง วิธีประหารชีวิตของเลอนาคือจับเอายาพิษกรอกปาก แน่นอนว่ามันไม่ใช่พิษธรรมดา มันเป็นพิษร้ายอย่างพิษทะลวงทวารถล่มมโนที่ทำให้เจ็บราวไส้ขาด ต้องนอนทุรนทุรายศพไม่สวยตายเป็นศพน่ากลัว

“รัฐบาลก็ทำได้แค่นี้แหละ ไล่บี้ประชาชนธรรมดา เอาเปรียบให้พวกเรายากจน”

“หลักการดีทุกอย่าง แต่ทำไม่ได้สักอย่าง น่าทุเรศเป็นบ้า”

“ก็จริงแหละนะ เห้อ อาณาจักรไหนก็เหมือนกันหมด ระบบจักรพรรดิช่วยล่มไปสักวันเถอะ”

“พูดไปพวกโง่ไม่เข้าใจหรอก มีอย่างที่ไหนให้ก้มหัวรับใช้จักรพรรดิรัฐบาล คนก็คนเหมือนกัน ตอนคลอดก็ออกมาจากท้องแม่ ไม่ได้ถูกโยนลงมาจากสวรรค์วิมานสักหน่อย” วอลลิสเบะปาก “ใครขึ้นมาก็เอาผลประโยชน์เข้าตัวหมด แล้วข้าก็ไม่ได้อยากให้มันขึ้นมา ถ้าเลือกได้ก็ว่าไปอย่าง ล้มล้างมันไปเร็วๆ ก็ดี”

กลิ่นอาหารผสมกลิ่นเหล้าสะเก็ดตะนอยลอยออกจากปาก

“ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงคุมคน ก็เพราะมันไม่มีความสามารถอย่างอื่นที่แก้ปัญหาได้นอกจากการใช้ความรุนแรงไงล่ะ” คราวนี้เป็นแม่เล้าพูดขึ้นมาบ้าง ตอนแรกหญิงบริการในนี้ก็ไม่ได้มีความสนใจด้านการเมืองมากนัก รู้แค่ว่ามีลูกค้าเข้ามาก็พอ แต่พอเจอแม่เล้ากับวอลลิสพูดกันบ่อยๆ ก็เริ่มเอนเอียง

“พวกเราถึงได้ยากจนกัน ไม่คิดจะรับผิดชอบจริงๆ”

“ท่านลูซิโนไม่น่าหายไปเลย ไม่งั้นเราคงไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้แล้ว”

“เจ้าว่าเขาตายหรือยังล่ะ?”

“หายไปนานซะคงจะรอดหรอก เจ้าก็น่าจะรู้ว่าที่นี่เขาชอบอุ้มกัน”

“ยังไงเหรอ?”

“ก็ใครที่บังเอิญไปรู้เห็นความเลวของมันก็หายตัวไปหมดแหละ เป็นแบบนี้มาหลายรายแล้ว เห้อ อยากจะฆ่าเรียงตัวแล้วขึ้นมาปกครองแทนจริงๆ การปกครองน่ะ ง่ายนิดเดียว” วอลลิสเรอออกมาอีกที เป็นดังว่า นักการเมืองทุกคนล้วนเก่งกาจในเวลาที่ตนไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่พอเป็นรัฐบาลดันโง่เสียจนเป็นได้แค่ไอ้งั่งคนเดียว

......................................................................................................................................................

เวลาผ่านไปหกปี โดโลทีเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กหญิงที่น่ารักในฐานะลูกของบริตนีย์ ผิวของนางขาวเหมือนผู้เป็นแม่ แต่มีผมสีชมพูไว้เป็นทรงสั้น โดโลทีเป็นเหมือนกล่องดวงใจของคนทั้งบ้านที่ใครเห็นก็รักใคร่เอ็นดู แม้ว่าจะมีนิสัยไม่น่ารักเหมือนใบหน้าก็ตามที

“แง ข้าจะเอาตุ๊กตา! ข้าจะเอา!”

“มาแล้วค่ะคุณหนู”

“ทำไมช้านักล่ะ? ข้ารอนานแล้วนะ!

“แหม ก็คุณหนูทำหาย กว่าจะหายเจอ”

“เจ้ากล้าว่าข้าทำหายเหรอ?”

“ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้นค่ะ เอาเป็นว่าคุณหนูไม่ได้ทำหาย ตุ๊กตาไปเดินเล่นจนหายไปแล้วกันนะคะคุณหนู” โดโรเลสพูดกับลูกสาวด้วยรอยยิ้ม แม้ลูกจะดื้อดึงเอาแต่ใจอย่างไรนางก็ไม่มีสิทธิ์สั่งสอน นางเป็นแค่คนรับใช้ แต่โดโลทีเป็นถึงลูกของหญิงสาวสูงศักดิ์ นางจะเอาอะไรไปตำหนิติเตียนได้

“หึ” โดโลทีเบะปากพลางเอามือลูบท้องไปมา “โดโลเรส ข้าหิวแล้ว ไปทำอะไรมาให้ข้ากินหน่อยสิ ทำให้อร่อย ไม่อร่อยข้าไม่กิน เร็วๆ ด้วยนะ ไม่งั้นข้าจะฟ้องท่านแม่”

“ได้ค่ะ ได้ ข้าไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

หญิงสาวที่ดูอ้วนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะอยู่ที่นี่อิ่มหมีพีมันทุกวันเดินไปในห้องครัวแล้วลงมือทำอาหารง่ายๆ อย่างไข่เจียวใส่ไส้กรอกเพราะไม่อยากให้ลูกสาวรอนาน ระหว่างที่ทำอยู่นั่นเองก็มีคนเข้ามาสวมกอด มือของชายคนนั้นกำลังสนุกอยู่กับหน้าอกที่อวบอัด

“อย่าค่ะ”

“ขอหน่อยน่า”

“ท่านอีวาน... ข้าทำกับข้าวให้คุณหนูก่อน”

“เจ้าก็ผลัดข้าอย่างนี้ทุกที”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณหนูหิวแล้ว”

“ข้าก็หิวแล้วเหมือนกันน่า”

เสียงนั้นกระเซ่า โดโลเรสอึกอัก มีอยู่คืนหนึ่งที่บริตนีย์กลับไปเยี่ยมครอบครัว อีวานหลอกให้นางเข้าไปนวดให้ทีห้องแต่ก็ใช้กำลังขืนใจจนนางตกเป็นของเขา และนั่นก็ทำให้หญิงสาวต้องยอมเรื่อยมา เพราะนางโดนขู่ว่าถ้าไม่ยินยอมจะไปบอกว่านางเป็นคนให้ท่าอยากเป็นนางบำเรอเขาเอง

ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากนางจะโดนลงโทษแล้ว วิมานของโดโลทีย่อมพังลงมาด้วย จากคุณหนูที่กินอยู่สุขสบายคงเป็นได้แค่ลูกทาสที่ไม่มีอันจะกิน

และโดโลทีจะรู้สึกอย่างไรถ้าต้องกลายมาเป็นลูกทาสต้อยต่ำอย่างนาง

ถึงจะรู้สึกผิดต่อบริตนีย์ แต่เมื่อต้องเลือกระหว่างผู้มีพระคุณและลูก นางย่อมเลือกลูก จะให้เจ็บปวดอย่างไรนางทนได้ อีกทั้งอีวานมักให้เงินเป็นค่าตอบแทนทีละหลายเหรียญ เมื่อเก็บสะสมก็เอามาซื้อของเล่นให้โดโลทีได้ เห็นรอยยิ้มของลูกทีไรนางก็พร้อมจะอดทนแบกรับทุกความร้าวรานไว้กับตัว

“ให้ข้าเอาไปให้คุณหนูก่อนนะคะ ข้าจะรีบกลับมา”

“ถ้าเจ้าช้าเจ้าคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ร่างสมส่วนก้มหน้าก้มตาเอาข้าวไข่เจียวกลับไปให้ลูกสาวสุดที่รัก ด้านโดโลทีพอเห็นอาหารก็ตักกินด้วยความหิวโหย โดโลเรสที่นั่งอยู่ด้านล่างเงยหน้ามองด้วยความรัก ทว่าแทนที่เด็กหญิงจะรู้สึกถึงความอ่อนโยน นางกลับมองว่าน่ารำคาญจึงตะคอกถามเสียงดัง

“ทำไมเจ้าชอบมองหน้าข้านักนะ?”

“ก็คุณหนูน่ารักไงคะ ข้าถึงมอง”

“เป็นแค่คนใช้ อย่าริมองเจ้านาย”

วาจาร้ายกาจหลุดออกจากปากเด็กหญิงวัยห้าขวบ แววตาของนางแตกต่างจากแม่อย่างชัดเจน มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้น ไร้เหตุผล เอาแต่ใจ อาจเป็นเพราะบริตนีย์ตามใจจนเสียคน อยากได้อะไรก็ไม่เคยขัดใจ คนรับใช้หรือก็ไม่กล้าปฏิเสธ ต่างก็เห็นว่าเป็นเด็กเล็กๆ จึงไม่ได้ติดใจมากความ

“เอ้า นั่งอยู่ทำไม? ไปได้แล้ว!”

“ไปแล้วค่ะ ขอโทษนะคะคุณหนู”

โดโลเรสพูดพลางจ้ำอ้าวจากไป พอพ้นระยะก็ได้แต่มองลูกสาวจากทางไกล นางอยากเข้าไปกอดลูกสักครั้งเหมือนที่แม่คนอื่นเขาทำกัน

แต่นางไม่ใช่แม่ของโดโรทีอีกต่อไป

“ทีนี้หมดข้ออ้างแล้วนะ”

“ไม่ค่ะ ท่านอีวาน!?”

“ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าดื้อกับข้า” อีวานบีบแขนเรียวจนแดงเป็นรอย เขาฉุดตัวนางเข้าห้องโดยไม่สนใจใคร เอาเข้าจริงคนรับใช้หลายรายก็พอจะรู้ได้อยู่บ้างแต่ก็สงสารโดโลเรสเพราะท่าทางของนางมักจะอมทุกข์อยู่เสมออีกทั้งเกรงอีวานจะมาทำร้ายจึงสงบปากสงบคำ ไม่กล้าบอกบริตนีย์เพราะถึงอย่างไรบริตนีย์ก็ไม่มีทางใหญ่กว่าสามี

“วันนี้ท่านบริตนีย์อยู่ด้วย ไม่เอาค่ะ”

“อย่าคิดขัดข้าโดโลเรส!

บัดนี้ชายหนุ่มไม่เหลือความเกรงใจที่มีต่อภรรยา เขาลากโดโลเรสเข้าห้องและลงมือเปลื้องผ้าอาภรณ์นางออกทันที กิริยาของอีวานตายอดตายอยากเหมือนขอทานที่ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน มันจาบจ้วง ล้วงลึก และรุ่มร้อน โดโลเรสบิดหน้าหนีคอแทบเคล็ด ภาวนาไม่ให้บริตนีย์เข้ามาเห็น

แต่แล้วบริตนีย์ก็เข้ามาเห็น

หญิงสาวชะงักเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของสามีและคนรับใช้ที่นางเอ็นดูกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน นางตกใจจนตาเหลือกค้าง โดโลเรสรีบรวบเสื้อขึ้นมาบดบังสภาพน่าอายของตัวเองแล้วลงไปนั่งอยู่กับพื้น ยกมือไหว้ท่วมหัวด้วยความรู้สึกผิดปนหวาดกลัว

“ท่านบริตนีย์ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้า... ข้า...”

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือของหญิงสูงศักดิ์ตบเข้ามาที่แก้มนวลของโดโลเรส บริตนีย์สูดน้ำมูกพลางหันไปมองอีวานด้วยสายตาว่างเปล่า คล้ายว่าไม่รู้จะแสดงกิริยาอะไรให้มากมาย อาจเพราะสิ่งที่นางเห็นไม่ต่างจากโดนมีดกรีดใจจนร้าวระบมจนไม่สามารถทำอะไรเกินกว่านี้ไปได้นั่นเอง กระทั่งเสียงที่ใช้ยังไม่มั่นคง

“ท่านเอาคนรับใช้ของข้ามานอนด้วยในห้องที่เคยเป็นของเราเหรอคะ?” บริตนีย์ไม่ได้ดูไม่ออกว่าสามีเคยนอกใจไปหาหญิงอื่น แต่นางคิดไม่ถึงว่าเขาจะเลือกคนใกล้ตัวและสถานที่อย่างบ้าน เขาหยามเกียรติภรรยาของนาง แววตาเศร้าทำให้อีวานตั้งใจจะวิ่งตามไป

ต่างจากโดโรเลสที่ทรุดลงร้องไห้โฮอยู่ตรงนั้น

และโดโลเรสก็ต้องร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อวันต่อมาบริตนีย์ฆ่าตัวตาย

สำหรับนางบริตนีย์ไม่ใช่เป็นเพียงเจ้านาย แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูงสุด ถ้าไม่ได้บริตนีย์ป่านนี้นางกับลูกคงนอนตายอยู่ข้างถนนแล้ว บริตนีย์เป็นคนช่วยชีวิตนาง แต่นางกลับทำลายชีวิตของบริตนีย์ด้วยการเป็นนางบำเรอของสามีเจ้านายเพราะความเห็นแก่ตัวที่นางมี

นั่นแปลว่าฝันร้ายของนางยังไม่จบ ที่แย่กว่านี้ยังคงมีต่อไป...

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แต่พักหลังอาจจะมาช้าเพราะผู้เขียนประสบปัญหาสุขภาพค่อนข้างรุนแรง ทำให้ต้องรักษาตัวและไม่สะดวกในการแต่งนิยาย ไม่ได้ตั้งใจจะอู้หรือขี้เกียจนะคะ ถ้าหายเมื่อไรจะรีบกลับมาแต่งต่อ หรือไม่ก็ฝืนสังขารมาแต่งให้อ่าน ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #16 ลูกชุบ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 11:16
    ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูก
    #16
    2
    • #16-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 14)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:11
      ชีวิตจริง บางเรื่องมันไม่เชิงผิดถูกหรอกค่ะ โดโลเรสก็ทำเพื่อลูกตัวเอง
      #16-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(