<เรียงราวชาวประชา, 2> - Ashen Life เถ้าชีวิต

ตอนที่ 15 : ตอนที่๑๔ รักที่พูดไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.พ. 60

หลังจากบริตนีย์ถูกจัดการตามประเพณี ชีวิตของโดโลเรสก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด อีวานไม่ได้ยกย่องนางขึ้นเป็นภรรยา แต่กลับเปลี่ยนบ้านเป็นซ่อง พาหญิงสาวไม่ซ้ำหน้ามามั่วโลกีย์กันอย่างไม่สนสายตาใคร นั่นก็เพราะเวลาที่ผ่านมานั้นมันก็มากพอที่จะทำให้เขาเบื่อโดโลเรสแล้วนั่นเอง

ที่เขายังหาโอกาสมาเสพสมกับโดโลเรสก็เพราะว่าสมัยที่บริตนีย์ยังอยู่ยังไม่กล้าทำอะไรมาก ไปหากินนอกบ้านไม่อิ่มก็หันมากินสาวใช้ในบ้านแทน แต่พอมีโอกาสหาผู้หญิงใหม่ๆ ที่สวยกว่า สาวกว่า เขาก็พร้อมจะเฉดหัวทิ้งและหันไปหมกมุ่นอยู่กับพวกนางแทน

ยังมีข้อดีอยู่บ้างที่ถึงแม้อีวานจะมีความต้องการทางเพศรุ่มร้อนอย่างไร ชายหนุ่มก็ยังไม่เลวร้ายถึงขั้นคิดอกุศลกับเด็กผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าพ่อ ถึงจะไม่ได้รักใคร่ผูกพันมากมาย แต่เขาก็ยังส่งเสียเลี้ยงดูให้กินใช้สุขสบาย และนั่นก็เป็นสิ่งที่โดโลเรสเบาใจขึ้น และยังอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปแม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง

“ข้าขอโทษนะคะท่านบริตนีย์”

เป็นรอบที่ร้อยพันที่หญิงสาวพูดกับกระดูกของเจ้านาย นางลืมความเจ็บปวดที่บริตนีย์ฝากเอาไว้ไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกผิดที่ไม่มีวันจางหาย

ที่นางยอมเป็นคนร้ายก็เพราะอยากอยู่ใกล้ลูกเท่านั้นเอง

......................................................................................................................................................

เวลาผ่านเลยไป รู้ตัวอีกทีโดโรทีก็มีอายุได้สิบหกปี

โดโลเรสที่กลายเป็นคนใช้เต็มตัวไม่ได้สวยเหมือนแต่ก่อน ในขณะที่ลูกสาวของนางเติบโตเป็นหญิงงามคนหนึ่ง ผิวพรรณนางนุ่มนวล รูปร่างหน้าตาสวยงาม ด้วยฐานะทางการเงินทำให้นางไม่ต้องโดนกรีดหน้าเป็นแผลใหญ่ รอยกรีดอยู่ที่จอนซึ่งพอเอาผมปิดได้

แต่ฐานะทางการเงินก็ใช่จะคงอยู่เสมอไป

รัฐบาลเปลี่ยนขั้วอำนาจประกอบกับเกิดการรบย่อมๆ กับอาณาจักรยูโธเปียทำให้เศรษฐกิจฝืดเคือง ถ้าไม่นับพวกพ้องของสภาห้าประมุข ธุรกิจล่มกันแทบทั้งเลอนา ผู้คนเสียชีวิตกันหลายสิบล้าน อีวานที่เริ่มป่วยจากการมั่วสุมสตรีตรอมใจจนทรุดหนักกว่าเดิม และในไม่นานชายหนุ่มก็ตายลง

บ้านหลังนี้มีแต่คนที่ไม่มีความรู้ แต่จะใช้คำนี้ก็ไม่ถูกซะทีเดียว ตอนเด็กๆ ที่บริตนีย์ยังอยู่ก็ยังเคี่ยวเข็ญการเรียนอยู่หรอก แต่พอบริตนีย์ตายไปก็ไม่มีใครบังคับอีก อีวานแม้ไม่คิดร้ายแต่ก็ไม่ได้สนใจ โดโลเรสหรือก็เป็นแค่คนใช้ ไม่มีสิทธิ์สั่งการอะไรอยู่ดี โดโรทีจึงเป็นเด็กที่เรียนส่งๆ ไม่ได้ฉลาดเฉลียวอย่างนักเรียนทั่วไป

พอเป็นหนี้เป็นสิน คนใช้ทยอยออกไปทีละคน โดโรทีก็เที่ยวขายของในบ้าน จนต้องไปซื้อบ้านเล็กๆ อยู่ เด็กสาวนั่งมองบ้านที่นางเติบโตมาด้วยน้ำตา จากลูกคุณหนูสุขสบายกลายเป็นคนที่แทบไม่เหลืออะไร

“ฮือ...”

“ร้องไห้ทำไมคะคุณหนู?”

“ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว ข้าจะอยู่ยังไงล่ะโดโลเรส?”

“ไม่เป็นไรนะคะคุณหนู ข้าจะอยู่กับคุณหนูค่ะ” โดโลเรสคุกเข่าพูดด้วยความรัก ไม่ว่าอะไรหญิงสาวก็ยอมทำเพื่อโดโรที นางรักลูกของนางเหลือเกิน แม้จะไม่สามารถบอกว่าตัวเองเป็นแม่เพราะไม่อยากให้ชื่อเสียงลูกต้องมัวหมอง ขอแค่ได้อยู่ใกล้คอบดูแลก็ยังดี

“จะอยู่กับข้าทำไม? ข้าไม่มีเงินจ้างเจ้านะ...” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ข้ายินดีทำเพื่อท่าน”

คำพูดของโดโลเรสทำให้โดโรทียิ้มมาได้นิดหน่อย โดโลเรสลงมือทำกับข้าวที่ลูกสาวชอบจนโดโรทีกินจนหมด นางนำจานไปล้างและครุ่นคิดถึงการหาทางออกให้ชีวิตต่อไป

เพราะไม่มีความสามารถอื่น โดโลเรสจึงทำงานเป็นคนใช้ให้กับบ้านร่ำรวย เวลาว่างก็ปลูกผักตกปลา เงินที่ได้มาก็มอบให้โดโรที น่าเสียดายนักที่เด็กสาวยังคงฟุ้งเฟ้อประสาคนจมไม่ลง ได้มาเท่าไรก็หมดไปกับเรื่องไร้สาระ นางหันว่าโวยวายใส่หญิงสาวผู้ซื่อสัตย์

“ทำไมหาเงินได้แค่นี้!?”

“ขอโทษค่ะคุณหนู ข้าทำสุดความสามารถแล้ว แต่ช่วงนี้ฟ้าฝนไม่ดี ผักปลูกไม่ค่อยขึ้นค่ะ” โดโลเรสตอบไปตามความจริง สภาพอากาศขอเลอนาตอนนี้แล้งหนัก ผักที่ปลูกไว้เหี่ยวเฉาหมด น้ำก็แห้งเหือด จะจับปลาริมตลิ่งก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเก่า งานแม่บ้านก็ไม่ค่อยจะพอกับค่าใช้จ่าย

“ถ้ามันสุดข้าก็ต้องมีเงินใช่สิ”

“ความจริงมันก็พออยู่พอกิน แต่คุณหนูใช้เงินเยอะไป...”

“เจ้ากล้าสั่งสอนข้าเหรอ?”

“ขอโทษค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

“เจ้าน่ะ เป็นแค่คนใช้ อย่าคิดสะเออะมาสั่งสอน เจ้าไม่ใช่แม่ข้า แม่เลี้ยงยังเป็นไม่ได้เลย โดโลเรส เจ้ามันก็แค่นางบำเรอปลายแถวของท่านพอเท่านั้นแหละ!” โดโรทีตะคอกใส่อย่างเอาแต่ใจ คนถูกด่าเอามือทาบอก ไม่ได้โกรธแต่เสียใจที่โดนคนที่นางรักดั่งดวงใจต่อว่า

“คุณหนู!?”

“ทำไม? จ้องหน้าข้าอย่างนี้อยากตบข้าเหรอ?”

“ข้าไม่กล้าหรอกค่ะ ข้าไม่กล้า”

“งั้นก็เจียมตัวไว้ด้วยว่าข้าน่ะเป็นนาย เจ้าเป็นคนใช้ เจ้าไม่มีสิทธิ์มาว่าข้า เข้าใจไหม!?”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า โดนคนเป็นร้อยด่าดูถูกเช่นไรยังพอรับได้ แต่โดนลูกในไส้พูดจาเช่นนี้เจ็บปวดเกินรับไหว โดโรทีจะรู้ไหมว่าที่นางยอมกระทั่งขายศักดิ์ศรีไปเป็นทาสกามของอีวานก็เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ ลูก

ด้านโดโรทีพอเห็นน้ำตาของคนรับใช้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย แต่ด้วยการเป็นคนเอาแต่ใจและหยิ่งในความเป็นคุณหนูมาก่อนทำให้มักพูดอะไรไม่ค่อยคิดแม้ลึกๆ จะผูกพันกับโดโลเรสอยู่บ้าง

“พรุ่งนี้ข้าจะไปทำงาน”

“อะไรนะคะ?”

“ข้าบอกข้าจะไปทำงาน”

“ท่านทำไหวเหรอคะ?”

“ก็ไปทำงานง่ายๆ หารายได้เพิ่มไง เงินเจ้าไม่พอยาไส้หรอก ข้าวไม่พอจะกินอยู่แล้ว” โดโรทีพูดอย่างหมายมั่น คนเป็นแม่ส่ายศีรษะ รู้ดีว่านิสัยอย่างโดโรทีนั้นเป็นคนหยิบโหย่ง แต่ก็แอบหวังว่าเด็กสาวจะตั้งใจทำงานและเห็นค่าของนางมากขึ้น ไม่สุรุ่ยสุร่ายอย่างเดิมอีก

และความหวังก็ไม่เป็นจริง

หลังจากไปทำงานได้ไม่กี่วัน โดโรทีก็ทำหน้ายุ่งกระแทกเท้าเข้าบ้าน ผิวพรรณเปรอะเปื้อนฝุ่นควันมอมแมม โดโลเรสรีบถามด้วยความเป็นห่วง

“เป็นไงคะ? หิวไหมคะคุณหนู?”

“ก็อารมณ์เสียน่ะสิถามได้”

“เกิดอะไรขึ้นคะ?”

“ข้าโดนไล่ออก”

“ห้ะ!?”

“แค่แอบงีบไปนิดเดียวก็หาว่าข้าไม่ทำงาน ตื่นแต่เช้า นอนก็แทบไม่ได้นอน ใครจะไม่ง่วงบ้าง” โดโรทีตอบห้วนๆ ความจริงนางขี้เกียจ แอบอู้หลายครั้งจนโดนจับได้และไล่ออกอย่างที่เป็น ด้านโดโลเรสยังอึ้งอยู่เพราะเด็กสาวไปทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อว่าจะตกงานเร็วอย่างนี้

“งั้นคุณหนูจะเอาไงต่อไปดีคะ?”

“หางานใหม่สิ โง่ไปได้”

โดยไม่ทราบว่าแม่โง่หรือลูกโง่ โดโรทีได้งานกี่งานก็ถูกไล่ออกไม่ก็ลาออกเอง เหตุผลก็เป็นต้นว่างานหนักไป เหนื่อยไป ร้อนไป น่าเบื่อไป หรือคนในที่ทำงานงี่เง่าไป วันนี้นางก็มีเหตุให้วิวาทกับพนักงานคนอื่นจนตบตีกันมาเลือดกบปาก โดโลเรสเห็นก็ตกใจเป็นกำลัง

“ใครทำอะไรคุณหนูคะ?”

“อีเตี้ยที่ทำงานข้าน่ะสิ เอาเรื่องที่ข้าแอบกินข้าวไปฟ้องนาย ก็เลยตบกัน” เด็กสาวเองแม้เป็นคนผิดแต่ก็หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอ นางแอบกินสินค้าในโรงงานระหว่างเวลาทำงาน ทำให้คนที่เห็นนำเรื่องไปฟ้องจนนางโดนไล่ออก ด้วยเหตุนี้จึงมีการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น ร่างกายระบมไปหมด

“แล้วเจ็บมากไหมคะ?”

“โดนอย่างนี้เป็นเจ้าจะเจ็บไหมล่ะ?”

“เจ็บสิคะ”

“งั้นจะถามทำไม? เจ้านี่มันใช้การไม่ได้เลย!” คนที่เพิ่งมีเรื่องค้อนใส่ แน่นอนว่าโดโลเรสก็ไม่สามารถสั่งสอน สิ่งที่นางทำได้คือการก้มหน้าแล้วพูดด้วยความเป็นห่วง

“ให้ข้าทำแผลให้นะคะ”

“ก็รีบทำสิ จะรอให้ข้าแผลแห้งเองหรือยังไง?” เด็กสาวยื่นแขนที่มีบาดแผลฟกช้ำเป็นวงๆ ให้ สายตาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ นึกถึงเพื่อนร่วมงานตัวแสบที่ตบตีกันมา ลองเป็นสมัยที่นางเป็นคุณหนูโดโรทีอยู่สุขสบายสิ นางจะเรียกคนใช้มารุมยำให้เละเลย

“ข้าว่าคุณหนูอย่าออกไปทำงานข้างนอกอีกเลยค่ะ ข้าจะลองทำงานหนักขึ้นนะคะ”

“เจ้าจะมีปัญญาทำไหวได้ยังไง แก่ก็แก่”

คงเป็นจริงดังว่า โดโลเรสเหนื่อยกับการทำงานจนเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเป็นหญิงงามมาก่อน นางบรรจงนวดถูแขนให้ลูกสาว ทั้งรักทั้งสงสารที่ต้องมาลำบาก

“แล้วคุณหนูทนเหนื่อยไหวเหรอคะ?”

“ก็ใครบอกว่าข้าจะไปทำงานเหนื่อยๆ ล่ะ”

“ไม่เหนื่อย? งั้นคุณหนูจะทำงานอะไรคะ?”

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เองว่าข้าจะทำงานอะไร” โดโรทียิ้มด้วยท่าทีต่างจากเก่า โดโลเรสไม่ค่อยสบายใจ ได้แต่หวังว่าลูกสาวจะไม่ทำอะไรผิดทำนองคลองธรรมอย่างที่นางกลัว 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #17 Misakocarrion (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:27
    โถ โดโรที ก็รู้อยู่แหละว่าไม่รู้ว่าโดโรเรสเป็นแม่แต่ก็อดด่าในใจไม่ได้
    #17
    1
    • #17-1 albaflorecitych(จากตอนที่ 15)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:12
      อย่าเพิ่งเกลียดโดโรทีน้า เรื่องนี้มีอะไรมากกว่านี้อีกเยอะ 5555
      #17-1