เมียจานด่วน

ตอนที่ 3 : ห้องหอ อลวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 ก.ย. 59

 

 

 



“ก๊อก...ก็อก...”

เสียงเคาะที่หน้าประตู เรียกให้รมย์รวินท์ที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อยรอคอยอยู่นานจนเผลองีบหลับไปสะดุ้งตื่น หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง เห็นนาฬิกาชี้ไปที่ห้าทุ่มกว่าแล้ว

ใบหน้ากริ่งเกรง หันกลับไปมองที่บานประตูอย่างกล้าๆกลัวๆ กลืนน้ำลายเอื๊อกลงคอ

“ก็อก...ก็อก...ก็อก...ก็อก...” เสียงเคาะดังถี่รัวขึ้น เรียกเธอให้ลงจากเตียงรีบก้าวไปที่ประตู ก่อนจะปลดล็อกแล้วดึงบานประตูเปิด ใบหน้าแดงก่ำดวงตาปรือของต่อตระกูลโผล่มาตรงหน้าจนเธอผงะตกใจ ก่อนที่ศาสตราจะยื่นหน้าตามมาด้วยอีกคน

“ช่วยเปิดประตูกว้างๆ หน่อยครับคุณรมย์ ผมจะพาคุณต่อเข้าไป” หัวหน้าคนงานและโคบาลหนุ่มนิสัยดีประจำไร่อินทนิลบอก เธอกับเขาได้ทักทายกันนิดหน่อยวันนี้เพราะเขาทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้

รมย์รวินท์พยักหน้างกเงิ่น ดึงบานประตูให้เปิดกว้างแล้วเข้าช่วยพยุงต่อตระกูลซึ่งตัวสูงใหญ่ ศาสตราคนเดียวดูท่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว แต่ไม่ทันคาด เมื่อชายหนุ่มผละออกจากศาสตราทันที และทิ้งน้ำหนักมาหาเธอเต็มที่จนร่างบางแทบทรุดลงไปกองกับพื้น

“ขอบใจที่มาส่ง นายกลับไปได้แล้ว” ออกปากไล่อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าหมดหน้าที่แล้ว

“แต่ว่า...”

“เฮ้ย...จะอยู่เป็นก้างขวางคอหรือไง? ผัวเมียจะจู๋จี๋กัน” ตวาดเสียงดังไล่ ศาสตราหันมาสบตากับว่าที่นายหญิงของไร่อินทนิลอย่างเป็นห่วง แก้มนวลใสแดงแจ๋ขึ้นมาทีเดียว

“ผมกลับก่อนนะครับคุณรมย์ มีอะไรก็เรียกได้ ผมอยู่เรือนเล็กข้างหลังนี่เอง”

“ค่ะ” รมย์รวินท์พยักหน้ารับ แม้อยากอ้อนวอนให้ชายหนุ่มช่วยอยู่ต่อก็ตาม สภาพเมามายดูไร้สติของต่อตระกูลทำให้เธอนึกกลัวขึ้นมา

ศาสตราผงกหน้า แล้วดึงบานประตูปิดให้ เรื่องภายในห้องหอทิ้งให้เป็นหน้าที่ของหญิงสาว เขายังยืนลังเลรออยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ และอันที่จริงมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา จึงหมุนตัวเดินลงบันไดกลับลงมาข้างล่าง หากว่าก็คอยเงี่ยหูฟัง เกรงว่าต่อตระกูลจะแผลงฤทธิ์อะไรขึ้นมา

หลังจากศาสตราปิดประตูให้เรียบร้อย รมย์รวินท์ก็พยุงร่างหนักเหมือนยักษ์ปักหลั่นมาที่เตียง

“ไหวไหมคะคุณต่อ”

คนที่หัวห้อยไปแล้วผงกใบหน้าแดงก่ำกลิ่นเหล้าโชยหึ่งราวกับโรงกลั่นมองมาที่เธอตาเยิ้มหวาน

“ไหวเรื่องอะไร? ปล้ำเธอนะเหรอ? หึๆ” เขาหัวเราะในลำคอ “สบายมาก”

หญิงสาวหน้าเสีย เม้มปากแน่น ก่อนจะเบี่ยงตัวทิ้งร่างชายหนุ่มลงบนเตียง ต่อตระกูลพาดตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่ขอบเตียง หลับตานิ่งเพราะหนักศีรษะชะมัด ร้อนฉ่าไปทั้งตัว...เขาเมา พอรู้ตัวอยู่บ้าง สติพอมี แต่ก็อยากรู้ว่าเมียที่คุณหญิงตวงทิพย์เลือกให้จะจัดการอย่างไรกับสถานการณ์นี้

รมย์รวินท์ยกขาทั้งสองข้างที่พาดพื้นระพื้นขึ้นไว้บนเตียงให้เรียบร้อย และช่วยดันร่างใหญ่ให้ขยับอยู่ในท่าที่เขาคงสบายที่สุด

อันที่จริง เธอเองก็ไม่ได้เพิ่งจะรู้จักต่อตระกูล เพราะตั้งแต่จำความได้อาสุรางค์ที่เลี้ยงเธอแทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ก็พึ่งใบบุญอยู่ในบ้านของคุณหญิงตวงทิพย์ เธอจึงรู้จักกับหลานชายคนเดียวของท่านมาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าเขาน่ะตัวแสบขนาดไหน ชอบจับกิ่งก่ามามัดหางห้อยหัว จับจิ้งจกใส่ถุงพลาสติกเป่าลมแล้วเตะไปมาแทนลูกบอล และก็ยังเคยจับปลาตัวเล็กๆ ในอ่างบี้ตายตั้งหลายตัว จนถูกคุณหญิงฟาดก้นไปเสียหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยหลาบจำ

กับเธอเองก็เคยถูกเขาแกล้งกระตุกหางเปียเสียจนหน้าหงาย ร้องไห้จ้าอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ คุณต่อตระกูลตัวร้ายเป็นได้แกล้งหมด  แต่เขาก็ไม่ได้ร้ายกาจเสียทีเดียว เพราะมีครั้งหนึ่งต่อตระกูลยังเคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้

เมื่อกว่าสิบปีก่อนที่หลังบ้านของคุณหญิงตวงทิพย์ยังเป็นสระบัวขนาดใหญ่ และเธอเองก็ชอบที่จะไปเก็บดอกบัวมาพับเล่นบ้างถวายพระบาง มีครั้งหนึ่งที่ฝนตกเพิ่งหมาดจึงทำให้สะพานไม้ที่ยื่นลงไปในสระลื่น เมื่อเธอเอื้อมมือไปเก็บดอกบัวจึงไถลตกลงไปในน้ำ ต่อตระกูลที่เล่นอยู่ใกล้ๆ ยื่นมือมาช่วยให้จับเอาไว้ แต่เธอก็ดึงจนเขาตกลงไปในสระด้วยกันแถมยังกอดคอเขาเอาไว้แน่นจนเกือบจมน้ำตายเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่นายชมคนสวนได้ยินเสียงร้องจึงมาช่วยเอาไว้ได้ทันทั้งสองคน

หลังเหตุการณ์นั้นเขาถูกคุณหญิงฟาดก้นเสียยกใหญ่ และต่อตระกูลก้โกรธจนไม่ยอมคุยกับเธออีก...ไม่นานนักอา    สุรางค์ก็ได้พาเธอกลับไปอยู่กับปู่ย่าที่บ้านต่างจังหวัด เธอไม่รู้หรอกว่าเขายังจะจำยัยเด็กหางเปียวุ่นวายคนนั้นได้ไหม แต่สำหรับเธอแล้วไม่เคยลืมฮีโร่ตัวร้ายคนนั้นเลย

ก็ได้แต่หวังว่า โตขึ้นนิสัยของเขาก็จะเปลี่ยนไปด้วย...เปลี่ยนไปในที่นี้หมายถึงดีขึ้น...ไม่ใช่แย่ลง

หลังจากยืนมองชายหนุ่มที่ต้องนอนร่วมเตียงด้วยอยู่เป็นนาน อย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ขืนให้เธอนอนไปด้วยกันอย่างนี้ ต้องนอนไม่หลับแน่ๆ เพราะกลิ่นเหล้าที่เหม็นคลุ้งคงให้ความรู้สึกไม่ต่างจากนอนกอดขวดเหล้า

เธอไม่อยากเดาว่าเขาดีใจหรือเสียใจอยู่ ถึงได้ฉลองหนักหน่วงจนหมดสภาพขนาดนี้ รมย์รวินท์ก็ตัดสินใจไปเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขา...อย่างน้อยก็ปรนนิบัติดูแลตามหน้าที่ของภรรยา

และทันทีที่ผ้าขนหนูเปียกน้ำแตะลงไป ใบหน้าที่แดงก่ำก็กระสับกระส่ายหนี แต่เธอก็ยังดื้อแพ่งที่จะเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขา คนไม่ได้อาบน้ำนอนไปทั้งอย่างนี้ สกปรกแย่

“อื้อ...” เสียงครางอย่างรำคาญ พร้อมกับมือใหญ่จับหมับที่ข้อมือของเธอ

ดวงตาแดงก่ำลืมโพลงขึ้นมา...เขาไม่ได้หลับอย่างที่เธอคิด

“ทำอะไร?”

“เช็ดตัวให้คุณไงคะ?” หมุนข้อมือออกแต่ไม่สำเร็จ

“ไม่ต้อง...ฉันจะนอน” บอกอย่างหงุดหงิด

“คุณจะนอนทั้งชุดนี้หรือคะ? ลุกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยนอนจะสบายกว่านะคะ”

ดวงตาที่แดงๆ นั่นหรี่ลง กระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วแค่นหัวเราะ

“ไหนคุณย่าบอกว่าหาเมียให้ ดูท่าเธอจะมาเป็นแม่ฉันเสียมากกว่ามังเนี่ย”

เธอได้แต่เม้มปาก ไม่ตอบโต้ บิดข้อมือให้หลุด แต่ต่อตระกูลกลับบีบแน่นกว่าเดิมพร้อมออกแรงดึงกระชากเธอลงไปหาอ้อมอก รมย์รวินท์หน้าตื่นด้วยความตระหนก ดิ้นขลุกขลักเมื่อแขนแข็งแรงของเขาตวัดมารัดร่างเธอเอาไว้จนตกอยู่ในอ้อมกอด พร้อมกับซุกไซ้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าเข้าหา

“อย่านะคะคุณต่อ ปล่อย...ปล่อยค่ะ”

นอกจากจะไม่ปล่อย เขากลับเป็นฝ่ายตวัดร่างเธอลงไปอยู่ข้างล่าง แล้วพลิกกายขึ้นคร่อมทับไว้ จับข้อมือทั้งสองข้างกดตรึงลงไปกับที่นอน แล้วฉกใบหน้าลงไปหา

“คุณต่อ อย่าค่ะ...อย่า” เสียงร้องปรามน่ารำคาญหู ใบหน้าคร้ามที่กำลังดื่มด่ำกับกลิ่นหอมๆ นุ่มๆ ที่อวลไปด้วยความเย้ายวนของฟีโรโมนเพศหญิงผงกขึ้นมา หน้าตาบูดบึ้ง

“จะดิ้นทำไม เธอมาเป็นเมียฉันไม่ใช่หรือ?”

“แต่คืนนี้คุณต่อเมา” น้ำเสียงเครือว่า

“ทำไม? รังเกียจผัว เหม็นเหล้างั้นหรือ? นี่คุณย่าไม่ได้บอกเธอหรือไง ว่าจะเป็นเมียฉันมันต้องทนให้ได้ทุกอย่าง”

ข้อแขนเล็กในอุ้งมือยังบิดไปมา ใบหน้าสวยตรงหน้าเจื่อนสีอย่างกับจะร้องไห้ ทำให้เขายิ่งนึกสนุกเข้าไปใหญ่ ไหนๆ ก็ไหนๆ จะว่าไปรมย์รวินท์ก็ไม่ได้น่ารังเกียจสักนิด หล่อนแค่ไม่ตรงสเป็กเขา แต่ก็สวยใช้ได้ ใบหน้าเรียวเล็ก นัยน์ตาดำขลับกลมใหญ่ดูหวานๆ จมูกเล็กโด่งพอดี และกลีบปากสวยรูปกระจับสีระเรื่อโดยธรรมชาติ และเขาก็หมายมาดจะชิมเรียวปากอิ่มสวยนี่ด้วยว่า มันจะจืดชืดเหมือนเจ้าของหรือเปล่า

ใบหน้าคร้ามฉกลงไปหา แต่เธอเบี่ยงหน้าหลบ

“อย่าค่ะคุณต่อ”

“อะไรเล่า?” จากนึกสนุกเขาเริ่มรำคาญคนท่ามาก เมื่อออกแรงใช้น้ำหนักทั้งตัวโถมเข้าใส่ร่างที่ดิ้นรนหนีนั่น แล้วซุกไซ้ใบหน้าไล่ล่ากลีบปากสวยนั่นมาครอบครองให้จงได้

“ฮึ...ฮึ....ฮือ...ฮือ...” เสียงสะอึกสะอื้นทำให้เขาชะงักค้าง และเมื่อขยับใบหน้าออกห่างก็แทบจะสร่างเมา เพราะเจ้าหล่อนร้องไห้จริงๆ เล่นละครตีบทแตกสมบทบาทโดนไอ้หื่นจะข่มขืน ทำให้เขาแทบหมดอารมณ์ไปเลย

“ให้ตายสิ” ร่างหนาพลิกตัวลงนอนหงายข้างๆ และเพียงร่างเป็นอิสระจากเขา แม่เจ้าสาวตามใบสั่งก็ลุกพรวดพราดจากเตียงวิ่งไปยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับโดนขืนใจไปแล้ว

“อะไรวะเนี่ย” เขาผุดลุกขึ้นมานั่งหน้ายับยู่อยู่ที่ริมขอบเตียง มองอาการหวาดผวาจ้องหน้าเขาอย่างระแวงระวัง

“เธอมาเป็นเมียฉันไม่ใช่หรือ?”

หญิงสาวผงกหน้ารับ

“แล้วจะร้องไห้ทำไม?”

เจ้าหล่อนไม่ยอมตอบ หากกลับกุมมือตะปบคอเสื้อไว้ ราวกับกลัวเขาจะเข้าไปฉีกทึ้ง

“เธอไม่รู้หรือไง หน้าที่หลักๆ ของเมียคือให้ความสุขบนเตียงกับสามี” ถามอย่างกังขาคาใจ แม้เธอจะดูหน้าอ่อน แต่คุณหญิงตวงทิพย์บอกว่าห่างจากเขาห้าปี...ก็อายุยี่สิบสองแล้ว ไม่น่าจะไร้เดียงสาขนาดที่ไม่รู้ว่า คนเป็นสามีภรรยาจะทำอะไรกันได้บ้าง

เจ้าหล่อนคลายสะอื้น ดวงตาดำที่เคลือบคลอหยาดน้ำตากลอกไปมา ผงกน้อยๆ

เขามองหล่อนอย่างเคืองๆ

“รู้แล้วเธอจะร้องไห้หรือดิ้นขัดขืนทำไม? ฉันไม่ใช่พวกซาดิสต์ชอบใช้กำลังหรอกนะ”



*****รมย์จะรอดคืนนี้ไปไหม? เมื่อคุณต่อจ้องจะทำหน้าที่ให้มันเสร็จๆ ไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #6 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:08
    ก็ยังมีน้ำใจนะเนี้ย
    #6
    0